Dear my lovely human peach :)

ตอนที่ 1 : No Place 1 : Celebrate to JOHNNY SUH’s Birthday <3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 ก.พ. 62





No Place 1 : Celebrate to JOHNNY SUH’s Birthday :)

@Chicago, IL, USA

February 3, 20XX

 

There ain’t no place, ain’t no place like you

There ain’t no place, ain’t no place like you

Said there ain’t no place, ain’t no place like you

 

            เสียงของเพลงที่ถูกเปิดในห้องทำงานขนาดใหญ่ ปอกรเข้ากับอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือที่ใคร ๆ ก็ต่างเรียกกันว่าเดือนแห่งความรัก สำหรับเมืองแห่งสายลมอย่างชิคาโก้นี้ ก็คงจะเป็นเดือนที่หนาวเป็นปกติเฉกเช่นเดียวกับทุก ๆ ปีที่ผ่านมาในความคิดของ จอห์นนี่ ซอในมือของชายหนุ่มมีแก้วเซรามิกอย่างดีที่ภายในของแก้วนั้น บรรจุไปด้วยกาแฟอย่างอเมริกาโน่ของโปรดของเจ้าตัว ชายหนุ่มมองออกไปนอกห้องทำงานบนชั้น 42 ของตนเอง เพื่อชื่นชมความสวยงามของเมืองที่เป็นบ้านเกิดของตัวเขาเองอย่างชิคาโก้ในยามกลางวัน ที่ถึงแม้ว่าทิวทรรศจากบนชั้นนี้จะไม่สามารถสู้การชมวิวจากตึกที่สูงกว่า แต่ก็นับว่าไม่ได้ทำให้บรรยากาศของเมืองนั้นสวยน้อยลงไปแต่อย่างใด

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนยี่ห้อดังที่ตนใช้ออกมาจากชุดสูทที่ตัดเย็บเป็นอย่างดีของตนเอง ภาพหน้าจอปรากฏเป็นรูปภาพของผู้ชายสองคนที่ถ่ายรูปด้วยกันและยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข จอห์นนี่ยิ้มออกมาให้กับรูปวอลเปเปอร์ของโทรศัพท์เครื่องเก่งของตัวเอง เพราะผู้ชายในรูปนอกเหนือจากตัวของเขาเองแล้ว ก็ยังเป็นรูปของผู้ชายอีกคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุดของเขาคนหนึ่งเหมือนกัน จอง แจฮยอนหนุ่มรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวยังเรียนด้วยกันที่มหานครนิวยอร์ค ผู้ชายที่มีสถานะเป็น คนรักของจอห์นนี่ ซอ กำลังฉีกยิ้มให้เขาผ่านรูปภาพ จอง แจฮยอนเป็นผู้ชายชาวเกาหลีแท้ ๆ แบบตัวเขาเอง แต่เจ้าตัวตัดสินใจมาเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกาแทนที่จะเรียนต่อที่เกาหลีใต้บ้านเกิด ซึ่งแตกต่างจากเขาที่แม้ว่าจะเป็นคนเกาหลีแท้ ๆ เช่นเดียวกับแจฮยอน แต่กลับเกิดและเติบโตอยู่ที่ประเทศแห่งเสรีภาพนี้มาตลอดชีวิต จอห์นนี่สังเกตเห็นการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของมือถือเครื่องเก่ง เป็นข้อความจากแฟนหนุ่มตัวขาวของเขาที่ทั้งคู่นั้นไม่ได้เจอกันมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าแล้ว เนื่องจากหน้าที่การงานของเขาทั้งสองคน และก็ใช่ เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ปีนี้เป็นต้นมา ตัวของจอห์นนี่เองนั้นก็ยังไม่ได้เจอกับแจฮยอนเลย บนหน้าจอปรากฏข้อความที่ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของจอห์นนี่ เป็นเช่นเดียวกับทุก ๆ วันที่เคยมีมา และตัวของเขาเองก็ไม่เคยคิดจะรำคาญข้อความเหล่านั้นที่แจฮยอนส่งมาให้เขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวนั้นรู้ดีว่าถึงแม้แจอฮยอนจะมีเวลาน้อยแค่ไหน หรือจะทำงานจนหัวหมุนเสียเท่าไหร่ แต่ผู้ชายตัวขาวคนนั้นก็ไม่เคยเลยที่จะลืมนึกถึงจอห์นนี่เสมอ

ที่ชิคาโก้เกือบเที่ยงแล้ว พี่ทานข้าวหรือยังครับ? อย่าบอกนะว่าทานแต่กาแฟอีกแล้วจอห์นนี่ยิ้มกว้างให้กับข้อความดังกล่าวทันที แจฮยอนมักจะรู้ใจของเขาเสมอ อาจจะเพราะว่าพวกเขานั้นอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ตั้งแต่ที่แจฮยอนตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่อเมริกา

ครับ ทานกาแฟเป็นแก้วที่สองของวันครับ และกำลังจะลงไปทานอาหารกลางวัน ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ :) นั่นคือข้อความที่จอห์นนี่ตอบกลับไปหาแจฮยอน เพื่อไม่ให้อีกคนเป็นห่วง

Buzz!

รับทราบครับ รบกวนไม่ทานกาแฟเกินสามแก้วต่อหนึ่งวันนะครับคุณจอห์น ซอ ผมสามารถเช็กกับคุณบาบาร่าที่หน้าห้องของพี่ได้นะครับเป็นเสียงแจ้งเตือนของข้อความที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วของคนรัก นั่นก็ยิ่งทำให้จอห์นนี่ยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิม คุณบาบาร่าที่แจฮยอนหมายถึงก็คือเลขานุการหน้าห้องของเขานั่นเอง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวดีของเขานั้นไปสนิทกับเลขาเสียตั้งแต่ตอนไหน แต่พอรู้ตัวอีกที คุณบาบาร่าก็กลายเป็นคนที่คอยรายงานทุกอย่างให้แจฮยอนไปเสียแล้ว ซึ่งนี่เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แจฮยอนจับได้ว่าบางครั้งแล้ว จอห์นนี่ก็ทำงานเสียจนไม่ออกไปหาอะไรรับประทานเลยในแต่ละวัน

รับทราบเช่นกันครับ และจะปฏิบัติตามที่คุณจองสั่งอย่างเคร่งครัด ที่นั่นก็เย็นแล้วนี่ครับ ทำงานเสร็จหรือยังครับคนดี?และก็เป็นฝ่ายของจอห์นนี่บ้างที่ไถ่ถามความเป็นอยู่ของคนรัก

ใกล้แล้วครับพี่จอห์น เก็บรายละเอียดงานอีกนิดหน่อย สักชั่วโมงหนึ่งก็เลิกแล้วครับ แต่เสร็จแล้วมีไปดินเนอร์กับคนในทีม ที่จริง ๆ แล้วเรียกว่าประชุมงานก็คงไม่ผิดมั้งครับประจำเลยสินะ คือสิ่งที่จอห์นี่คิดในใจ เพราะแฟนของเขา หรือคุณแจฮยอน จอง ของคนในที่ทำงานของเจ้าตัวเขานั่นนน่ะ เป็นคนที่เก่งจริง ๆ ตามที่ตัวของเขาเรียกเจ้าตัวเลยนั่นแหละ

โอเคครับ งั้นพี่ไม่กวนแล้ว แต่ยังไงก็อย่าหักโหมทำงานมากจนเกินไปนะครับ แล้วก็ต้องทานข้าวให้ครบทุก ๆ มื้อแบบที่เราบอกพี่ประจำด้วย

ตกลงครับ ผมเคยทานอาหารไม่ครบด้วยหรือยังไงกันครับพี่จอห์น? Lol ยังไงก็ฝันดีล่วงหน้าเลยนะครับคุณบอส :) 

ครับ ฝันดีล่วงหน้าเช่นกันครับ My Piggy’ จอห์นนี่ตอบกลับข้อความฝันดีล่วงหน้าของแจฮยอนไปเพียงแค่นั้น  เพราะรู้ว่าแท้จริงแล้วแจฮยอนคงจะยุ่งกับงานเสียไม่น้อย โดยที่วันนี้ก็คงจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว เพราะนอกจากงานที่รัดตัวของพวกเขาทั้งคู่ เรื่องของเวลาที่ห่างกันนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตกันคนละเวลา แต่ตัวของเขาก็อดที่จะเอ็นดูข้อความล่าสุดของแจฮยอนเสียไม่ได้ แจฮยอนเป็นคนที่ทานเก่ง เวลาแจฮยอนได้ทานอะไร อาหารทุกอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะอร่อยไปเสียทุกอย่าง เรื่องทานอาหารให้ตรงเวลานั้นเรียกได้ว่าแท้จริงแล้วคงไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าตัวเลย แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือการโหมทำงานของแจฮยอนนั่นแหละที่เขามักจะบอกให้อีกคนไปพักผ่อนบ้างอยู่เสมอ ถ้าหากคนมองว่าจอห์นนี่ ซอบ้าทำงานขนาดไหนแล้ว ก็เอาจอง แจฮยอนบวกเขาไปอีกสามเท่าได้เลยทีเดียว แต่ที่ตัวของจอห์นนี่ไม่เคยบอกให้แจฮยอนหยุดทำงานเลยนั้น เป็นเพราะว่าจอห์นนี่รู้ดียิ่งกว่าใครว่าแจฮยอนนั้นรักงานที่ตนทำมากขนาดไหน จอห์นนี่ยิ้มให้กับข้อความของคนรักอีกครั้ง ในหัวของเขานั้นคิดถึงเรื่องราวหลาย ๆ อย่างที่เคยทำ เคยไปกับแจฮยอน รวมไปถึงประเทศที่แจฮยอนกำลังอาศัยอยู่ในขณะนี้ แจฮยอนกำลังทำตามฝันของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เขานั้นเลือกที่จะเดินไปอีกหนึ่งเส้นทาง แต่ทั้งตัวของเขาและแจฮยอนก็พร้อมที่จะประคับประคองความสัมพันธ์นี้ต่อไป จอห์นนี่เก็บมือถือของตนเข้าไว้ในเสื้อสูทตามเดิม กดหยุดเพลงที่กำลังเล่นบนโน้ตบุ๊คที่เจ้าตัวใช้ทำงานเป็นประจำ แล้วจึงเดินออกจากห้องทำงาน โดยที่ไม่ลืมทักทายคุณบาบาร่าที่หน้าห้องของเขาอีกครั้ง เพื่อที่จะไปหาอะไรรับประทานตามที่เขาได้สัญญาไว้กับคนรัก

 

@Vienna, Austria

February 5, 20XX

 

            กริ๊ง ๆๆๆๆ

            เสียงของจักรยานที่ขับไปตามทางประจำที่ จอง แจฮยอนมักจะใช้ขับไปไหนมาไหนในช่วงระยะใกล้ระหว่างที่พักของเขาอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แจฮยอนเดินทางมาถึงเมืองหลวงของประเทศออสเตรียได้เป็นระเวลาสองสัปดาห์กว่าแล้ว โดยเขามีกำหนดที่จะอยู่ประเทศนี้ถึงสี่สัปดาห์ หรือหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้าที่แจฮยอนจะมาปักหลักอยู่ที่กรุงเวียนนานี้นั้น เจ้าตัวก็ได้เดินทางไปยัง เบอร์ลิน,เยอรมัน ปารีส,ฝรั่งเศส รวมไปถึงโรม,อิตาลี ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ออกเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา แจฮยอนเป็นคนรักการเดินทาง แจฮยอนชอบที่จะออกไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เห็นอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่ยิ่งกว่าการเดินทาง แจฮยอนรักในการวาดรูป แจฮยอนจบจากสาขาจิตรกรรมจากมหาวิทยาลัยหนึ่งในนิวยอร์คซิตี้ มหาวิทยาลัยเดียวกันกับ จอห์นนี่ ซอแฟนของเขานั่นเอง ในขณะที่จอง แจฮยอนชอบที่จะวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ จอห์นนี่ ซอในสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย กับช่วงที่เรียนจบใหม่ ๆ ก็รักการถ่ายรูปเช่นเดียวกัน และก็ใช่ว่าแจฮยอนจะเป็นคนเดียวที่รักการเดินทางเสียเมื่อไหร่ เพราะจอห์นนี่ ซอ หรือ พี่จอห์นนี่ ของแจฮยอน ก็รักการเดินทางไม่ได้ต่างไปจากตนเลยแม้แต่น้อย ทุกสถานที่ที่แจฮยอนเคยไป แจฮยอนก็ไปกับจอห์นนี่มาทั้งหมดแล้ว จนหลาย ๆ คนถึงกับออกปากแซวว่าคู่ของเขานั้นช่างเป็นคู่รักที่แตกต่างแต่ก็ลงตัวกันเสียจริง ๆ คนหนึ่งเวลาไปเที่ยวก็ชอบที่จะลงมือวาดรูปของสถานที่นั้น ๆ ออกมาจนเป็นรูปเป็นร่าง แต่อีกคนกลับชอบถ่ายรูปสถานที่ที่ไปเก็บไว้เป็นรูปภาพ แจฮยอนรู้ว่าการวาดรูปนั้นเสียเวลามากกว่าการถ่ายรูปก็จริง แต่จอห์นนี่ก็ไม่เคยบ่นแจฮยอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่ไปเที่ยวไหน หรือไปไหนด้วยกัน จอห์นนี่จะวนถ่ายรูปอยู่ใกล้ ๆ ตัวของแจฮยอนเสมอ ที่กรุงเวียนนานี้ก็เช่นกัน เป็นครั้งหนึ่งที่พวกเขาทั้งคู่เคยจับมือมาเที่ยวด้วยกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าตัวของแจฮยอนจะออกเดินทางไปไหนก็ตาม เจ้าตัวก็อดที่จะคิดถึงทุก ๆ อย่างที่เคยทำกับจอห์นนี่ ซอไม่ได้เสียที และครั้งนี้เองก็เช่นกัน แจฮยอนอดคิดถึงช่วงเวลาที่ทั้งคู่ยังเรียนอยู่ แต่กลับมีโอกาสได้มาทำโปรเจ็กต์กันที่นี่เสียไม่ได้ มหานครแห่งศิลปะและดนตรี

            กินนี่มั้ย? พี่ซื้อมาให้เสียงของจอห์นนี่ ซอ เอ่ยเชิญชวนแฟนหนุ่มตัวขาวของตัวเองให้หยุดพักจากงานที่ทำเพื่อมาทานอาหารกลางวันที่เขาปลีกตัวออกไปซื้อมาอย่างรวดเร็วในขณะที่คนตัวขาวยังขะมักเขม้นกับกระดานวาดรูปตรงหน้าของตนอย่างมุ่งมั่น

            แจฮยอนที่ได้ยินเสียงเรียกของคนรัก จึงเงยหน้าขึ้นจากงานของตนตรงหน้า ถึงแม้ปกติแล้วแจฮยอนจะชอบวาดรูปขนาดไหน แต่ก็น้อยครั้งนักที่เขาจะไม่รู้สึกตัว หรือไม่สนอะไรเลย แต่เนื่องมาจากงานในครั้งนี้เป็นโปรเจ็กต์สำคัญของเขา นั่นจึงทำให้แจฮยอนตั้งใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากเกินไป จนไม่รู้ตัวเลยว่าจอห์นนี่หายออกไปหาอาหารกลางวันให้กับตัวเขาตั้งแต่ตอนไหน และเมื่อมองที่มือของจอห์นนี่ แจฮยอนก็ยิ้มออกมา เพราะอาหารที่จอห์นนี่ซื้อมานั้น ถึงแม้จะเป็น Hot dog บนขนมปังง่าย ๆ แต่เขาก็จำได้ว่าตัวเขานั้นบอกกับจอห์นนี่ในตอนที่ได้ชิมรสในครั้งแรกว่าเจ้า Hot dog เนี่ยมันอร่อยขนาดไหน นอกจากรอยยิ้มแห่งความดีใจที่จะได้ทานของโปรดแล้ว รอยยิ้มของแจฮยอนนั้นมีให้กับความใส่ใจในทุก ๆ เรื่อง ที่จอห์นนี่มีให้ไม่ต่างจากตนเสมอมา

            แจฮยอนวางกระดานวาดรูปและอุปกรณ์ทั้งหมดลง พร้อม ๆ กับจอห์นนี่ที่เก็บกล้องถ่ายภาพลงไปและนั่งลงข้าง ๆ คนรักของตน ในตอนนี้ไม่มีทั้งจิตรกรจอง หรือช่างภาพซอด้วยกันทั้งนั้น มีแต่คู่รักคู่หนึ่งที่นั่งทานอาหารกลางวันง่าย ๆ ด้วยกันในสวน ใช้เวลามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาเพื่อที่จะไปท่องเที่ยวยัง Schönbrunn Palace อันโด่งดังของกรุงเวียนนา เมื่อมื้อกลางวันง่าย ๆ ของทั้งคู่จบลง จิตรกรน้อยก็ลงมือสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเองต่ออย่างตั้งใจ ในขณะที่คุณช่างภาพฝีมือดีอย่างจอห์นนี่ ซอนั้นกลับอู้งานโปรเจ็กต์ของตัวเอง เพราะใช้เวลาในการถ่ายภาพที่ตั้งใจทำงานของแจฮยอนอยู่บ่อยครั้ง จนเจ้าตัวโดยเอ็ดโดยแฟนตัวขาวอยู่ร่ำไป

            พี่จอห์นนี่จะถ่ายอะไรผมนักหนาครับ ไปถ่ายงานของตัวเองมั้ย? เดี๋ยวพี่ทำงานเสร็จไม่ทันนะ

            ระดับช่างภาพซอ ไม่มีคำว่าไม่ทันครับแจฮยอน ต่อให้พี่ใช้เวลาถ่ายเราตลอดทั้งทริป พี่ก็ทำงานเสร็จทันครับจอห์นนี่โอ้อวดกับแจฮยอนพร้อมยักคิ้วให้อีกฝ่าย จนทำให้แจฮยอนอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากน่ารัก ๆ ของตนในสายตาของจอห์นนี่ ใส่เข้าให้ นั่นยิ่งทำให้จอห์นนี่หัวเราะออกมากับภาพน่าเอ็นดูตรงหน้า จอง แจฮยอนแฟนของเขาน่ะ น่ารักที่สุดสำหรับเขาเลย

            หลังจากแจฮยอนและจอห์นนี่ทำงานเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ใช้เวลาในตอนเย็นด้วยกันในทุก ๆ วัน ตลอดระยะเวลาที่ตัดสินใจเลือกทำโปรเจ็กต์ที่เดียวกัน จอห์นนี่น่ะใกล้จะเรียนจบช่วงต้นปีหน้าแล้ว ในขณะที่แจฮยอนคงจะเรียนจบหลังจอห์นนี่เป็นระยะเวลาหลายเดือน ในช่วงระยะเวลาเกือบสามปีที่ผ่านมา พวกเขาตัวติดกันตลอด ตั้งแต่ที่ยังไม่ตัดสินใจที่จะคบกัน ทั้งคู่เลือกที่จะทำโปรเจ็กต์ที่เดียวกันเสมอ ๆ จอห์นนี่เลือกที่จะจับมือของแจฮยอนไว้ตลอดเวลาที่ทั้งคู่เดินหาร้านอาหารเพื่อทานด้วยกันกลางดาวน์ทาวน์ แม้ว่าอากาศในช่วงนี้จะไม่ได้หนาวอะไรมาก แต่ไม่ว่าพวกเขาทั้งคู่นั้นจะไปที่ไหน ทั้งจอห์นนี่และแจฮยอนไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็เลือกที่จะจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ตลอดอยู่ดี

            เมื่อรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ ในร้านอาหารขึ้นชื่อใจกลางเมืองแล้ว ทั้งคู่ตกลงที่จะหาร้านขนมหวานทานด้วยกันต่อ เพราะว่าแจฮยอนที่จอห์นนี่รู้จักนอกจากจะรักในการวาดรูป รักในการเดินทางแล้ว เจ้าตัวก็ยังในการได้ลองทานอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ยิ่งถ้าอาหารที่ได้ลิ้มลอง รสชาติถูกปากของเจ้าตัวเขาแล้วล่ะก็ ความสุขนั้นแพร่กระจายผ่านดวงตาของชายหนุ่มตัวขาวออกมาให้จอห์นนี่เห็นเลยทีเดียว ร้านขนมที่จอห์นนี่พาแจฮยอนมาลิ้มลองในวันนี้ เป็นร้านขนมที่มีให้เลือกทั้งเบเกอรี่ และไอศกรีมในร้านเดียวกัน แจฮยอนเปิดเมนูในแต่ละหน้าพร้อมยู่ปากเข้าหากัน เนื่องมาจากเมนูที่อยู่ในมือของเขานั้นมีแต่อะไรที่มันน่ากิน ๆ ทั้งนั้นจนเจ้าตัวตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินอะไรกันแน่ จอห์นนี่หัวเราะออกมาเบา ๆ ให้กับภาพตรงหน้า เวลาที่แจฮยอนตั้งใจที่จะทำอะไรก็น่ารักเสมอในสายตาของเขา ไม่เว้นแม้แต่ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเลือกขนมหวานของโปรดที่อยู่ในเมนูตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด แล้วตัวเขาเองก็รู้บทสนทนาที่จะเกิดในชั่ววินาทีข้างหน้าทันที

            อะไรอ่ะ? พี่จอห์นหัวเราะอีกแล้วนะครับ มาช่วยกันเลือกเลย คราวที่แล้วที่ไปทานด้วยกัน ผมเป็นคนเลือกไปแล้ว คราวนี้ให้พี่เป็นคนเลือกเลยแล้วกันครับไม่ทันขาดคำ ผู้ชายตัวขาว ๆ อวบ ๆ ตรงหน้าของเขาก็ได้ยกหน้าที่ในการสั่งขนมครั้งนี้มาให้เขาทันที จอห์นนี่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้แจฮยอนจะต้องให้เขาเป็นคนเลือกแน่นอน เพราะเขาทั้งคู่นั้นจะสลับกันเลือกเมนูอยู่เสมอ ๆ และเมื่อวานก่อนนั้นแจฮยอนเป็นคนเลือกไปแล้ว ในวันนี้จึงเป็นทีของเขานั่นเอง

            อืมมมงั้นวันนี้เป็นช็อกโกแลตเค้ก สตรอเบอรี่มิลค์เชค และก็ไอศกรีมพาเฟ่ต์ผลไม้ดีไหมครับ?และก็ยังเป็นอีกครั้งเช่นกันที่จอห์นนี่เลือก 3 เมนูโปรดของแจฮยอนออกมา ที่ถึงแม้ความจริงแล้ว ขนมหวานของโปรดของจอง แจฮยอนน่ะ มีเป็นไม่รู้กี่สิบ ยี่สิบอย่าง แต่จอห์นนี่จใจเลือกเมนูโปรดที่เขาจำได้ว่าเจ้าตัวนั้นไม่ได้เลือกทานมาสักระยะหนึ่งแล้ว แจฮยอนที่ได้ยินคำตอบที่ถูกใจนั้นตาของเจ้าตัวยิ่งเป็นประกายมากกว่าเดิม ที่ในวันนี้จะได้ทานของหวานเติมพลัง หลังจากที่ทุ่มเททำงานมาหลายวัน

            ดีลครับ! พี่จอห์นก็ยังเป็นเหมือนเดิมเลยสินะเจ้าตัวพูด พรางหันไปสั่งเมนูที่ต้องการกับพนักงานเสิร์ฟที่มารอรับเมนูอยู่ที่โต๊ะของพวกเขาทั้งคู่ เหมือนเดิมของแจฮยอนน่ะเหรอ? เพราะปกติแล้วจอห์นนี่ ซอไม่ได้ชอบที่จะทานขนมหวานเสียเท่าไหร่ ซึ่งเขามักจะได้ทานขนมหวานแค่เฉพาะเวลาที่อยู่กับแจฮยอนเท่านั้น ทำให้ขนมหวานที่จอห์นนี่จะรู้จักและจำได้ ก็มีเพียงแต่ของชอบของเจ้าตัวเขานั่นแหละ ทำให้ไม่ว่าจะครั้งไหนที่จอห์นนี่ได้รับบทให้เป็นคนเลือกเมนูขนมหวานแล้ว จอห์นนี่ก็จะเลือกเมนูที่แจฮยอนชอบกินในทุก ๆ ครั้ง

            เมื่อขนมที่พวกเขาทั้งคู่สั่งมาเสิร์ฟครบ แจฮยอนก็ไม่รอช้า หยิบช้อนขึ้นมาตักเค้กช็อกโกแลตเป็นอย่างแรก จากนั้นจึงหยิบแก้วสตรอเบอรี่มิลค์เชคขึ้นมาต่ออย่างรวดเร็ว จอห์นนี่ที่ยังถือช้อนอยู่ในมือ เลือกที่จะตักไอศกรีมพาเฟ่ต์ผลไม้ขึ้นมา แต่กลับนำช้อนที่มีขนมแสนอร่อยนั้นจ่อเข้าที่ปากของแจฮยอนเอง อีกฝ่ายถึงจะชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมรับขนมหวานที่ตัวเองแสนโปรดปรานเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ พร้อมทั้งยิ้มให้จอห์นนี่จนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างอย่างชัดเจน จอห์นนี่จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับให้กับคนรักของตน แล้วก็เป็นทีของแจฮยอนที่ตักเค้กช็อกโกแลตป้อนคืนให้กับจอห์นนี่บ้าง และก็เป็นจอห์นนี่ที่รับขนมหวานที่หวานยิ่งกว่าเดิม เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าของเขา เข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย

            ระหว่างที่แจฮยอนเอ็นจอยกับของหวานที่อยู่ตรง จอห์นนี่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพน่ารัก ๆ ของคนตรงหน้าเอาไว้ ทั้งยังอัพเดตรูปภาพดังกล่าวลงในแอปพลิเคชันชื่อดัง อย่างอินสตราแกรม พร้อมทั้งแท็กไปที่แอคเค้าท์ของคนตรงหน้า ด้วยคำบรรยายสั้น ๆ ว่า


‘You has a beautiful smile and you’re mine :) 


แจฮยอนที่เห็นการแจ้งเตือนกระพริบขึ้นมาจากสมาร์ทโฟนเครื่องโปรด เห็นเป็นการแจ้งเตือนการแท็กรูปภาพจากคนตรงหน้า จึงแอบขมวดคิ้วมุ่น แล้วเปิดดูรูปภาพดังกล่าวอย่างรวดเร็ว และในชั่วขณะที่แจฮยอนเงยหน้าขึ้นมาคนรักนั้น จอห์นนี่ ซอก็เขยิบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนแจฮยอนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายเสียแล้ว จอห์นนี่แนบริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากสีชมพูอมพีชของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา แล้วจึงลุกล้ำเข้าไปภายในริมฝีปากของคนรักตรงหน้าอย่างอ่อนโยน จูบอันลึกซึ้งที่เต็มไปด้วยรสชาติของขนมหวานแสนอร่อยหลากหลายรสที่แจฮยอนชื่นชอบนักหนา กำลังคลุกเคล้าอยู่ในปากของเขาทั้งสองคน ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นของร้านขนมหวานแห่งนี้ หากจะให้จอห์นนี่รีวิวถึงขนมหวานของร้านนี้แล้ว คงจะบอกได้ว่าขนมหวานร้านนี้นั้นอร่อยมากเสียจนอยากให้คนอื่นได้มาลิ้มลองรสชาติของมันด้วยตัวเอง และยังแถมด้วยความหอมหวานยิ่งไปกว่าเดิมเมื่อได้มาทานกับคนที่เขารักมากที่สุดอย่างจอง แจฮยอน

            แจฮยอนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เกิดขึ้นยังสถานที่แห่งนี้ แต่ในช่วงเวลานี้ แจฮยอนจูงจักรยานคันเก่งของตนเองผ่านหน้าร้านดังกล่าวอีกครั้ง บนใบหน้ามีรอยยิ้มกว้างของเจ้าตัวที่ทำให้เห็นถึงลักยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏอยู่ แต่ถ้าหากมองลึกลงไปในตาของเจ้าตัวแล้ว ก็จะพบกับความเศร้าเล็ก ๆ ที่กำลังปนอยู่ในดวงตาคู่นี้ แจฮยอนรู้สึกดีกับสถานที่นี้เสมอ แต่เขากลับรู้สึกเศร้าในใจลึก ๆ ไปพร้อม ๆ กันเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้มากับคนรักของตัวเองเฉกเช่นในอดีต แต่ก็ไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ที่เขาคิดแบบนี้ ในเมื่อทุก ๆ ที่ที่ตัวเขาเคยไป กลับมีภาพของผู้ชายตัวสูงอีกคนปรากฏขึ้นในความทรงจำเสมอ ๆ แจฮยอนจอดจักรยานของเขาไว้ยังหน้าร้านขนมดังกล่าว พร้อมทั้งเดินเข้าไปยังร้านขนมอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะแตกต่างไปที่ตัวเขาเองนั้นมาคนเดียว แจฮยอนเลือกที่จะสั่งเค้กกาแฟ กับสตรอเบอรี่มิลค์เชคของโปรดของตัวเองอย่างเคย แต่ถ้าถามว่าทำไมแจฮยอนถึงเลือกที่จะสั่งเค้กกาแฟ แทนที่จะเป็นเค้กช็อกโกแลตของโปรดเข้าตัวน่ะเหรอ? ก็เพราะจอห์นนี่ ซอแฟนของเขาชอบกาแฟมาก ๆ มากเสียจนแจฮยอนเลือกที่จะสั่งเมนูดังกล่าวขึ้นมาแทนความคิดถึงที่เขามีให้กับอีกคนตลอดเวลานั่นเอง

            ระหว่างที่แจฮยอนละเลียดขนมหวานแสนอร่อย มือสวย ๆ ที่มักจะจับดินสอและพู่กันตลอดเวลานั้น ก็อดที่จะเปิดเข้าไปยังแอปพลิเคชันเดิม ๆ ที่ทั้งตัวเขาและอีกคนชอบใช้มันหนักหนาเสียไม่ได้ แจฮยอนเปิดดูรูปภาพที่จอห์นนี่เคยถ่ายรูปเขาที่นี่ และแท็กตัวเขามาด้วย แล้วอมยิ้มให้กับตนเองอีกครั้ง แจฮยอนตัดสินใจถ่ายรูปขนมและเครื่องดื่มแก้วโปรดของตนส่งไปให้อีกฝ่ายดูอย่างรวดเร็ว

            วันนี้ผมมาทานขนมร้านที่เคยมากินกับพี่แหละ ขนมยังอร่อยเหมือนเดิมเลยครับเป็นข้อความที่แจฮยอนส่งไปพร้อมกับรูปภาพที่ตนเองถ่าย เพื่อให้คนรักได้รับรู้ถึงเรื่องราวในวันนี้ของตนเอง

            Buzz!

            คิดถึงจังเลยครับ พี่จำได้นะว่าขนมร้านนี้ หวานที่สุดในเวียนนาเลยมั้งครับ แจฮยอนว่าแบบนั้นมั้ย? คราวหน้าเราต้องได้ไปทานด้วยกันนะครับคนเก่ง :) ข้อความที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แถมจงใจพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ทั้งตัวเขาและอีกฝ่ายนั้นยังไม่ลืมเลือนเช่นเดียวกันกับตัวของเขา ทำให้แจฮยอนหน้าร้อนจนหูของเขาทั้งสองข้างแดงออกมา หากใครได้มองภาพของเขาในขณะนี้ก็คงจะตลกปนเอ็นดูกับภาพตรงหน้าอย่างแน่นอน แต่เมื่อยิ่งได้คุยกับจอห์นนี่แล้ว แจฮยอนก็ยิ่งคิดถึง เขาคิดถึงอีกฝ่ายมากเหลือเกิน และแจฮยอนก็รู้ดีว่าวันสำคัญของจอห์นนี่ที่ใกล้เข้ามาถึงในอีก 4 วันข้างหน้านั้น ตัวเขาเองก็ยังมีงานที่รับผิดชอบ ทำให้ยังกลับไปหาคนรักไม่ได้ แต่แจฮยอนก็สัญญากับตัวเองว่าเขานั้นจะทำงานให้เสร็จแล้วรับกลับไปให้เร็วที่สุด


I’ve been to Paris, made my way down to Rome

Seen the sun setting on the beach in Mexico

But I could care less, ’cause I was all alone

And there ain’t no way to touch your body over the phone

 

@Chicago, IL, USA

February 9, 20XX

 

            ‘Happy Birthday’ คือคำที่จอห์นนี่ได้รับมาทั้งวันของวันที่แสนพิเศษวันหนึ่งของเขาในวันนี้ ทั้งจากเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานและลูกน้องของเขาในที่ทำงาน รวมไปถึงจากทั้งแด๊ดและมัมของเขาที่รีบโทรมาสุขสันต์วันเกิดให้กับลูกชายคนเดียวของพวกเขาตั้งแต่ย่างเข้าวันที่ 9 เลยทีเดียว ช่วงหัวค่ำของวัน เขาได้จัดงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเองขึ้นในร้านอาหารหรูกลางย่านธุรกิจอันแสนวุ่นวายของชิคาโก้แห่งนี้ ทั้งยังถือเป็นการเลี้ยงขอบคุณให้กับพนักงานสำหรับช่วงต้นปีแบบนี้ไปในตัว ณ ขณะนี้เป็นช่วงเวลาเกือบห้าทุ่มของเมืองแห่งสายลมแห่งนี้

จอห์นนี่เดินทางกลับมาถึงบ้านได้สักพักหนึ่งแล้ว ด้วยการมาส่งของพนักงานในบริษัท และเขาแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เมาจนเกินไปนัก แม้ว่าเซบาสเตียน พนักงานคนสนิทที่เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของเขาในออฟฟิศจะชวนจิบไวน์จนหมดไปไม่ต่ำกว่าสามขวดก็ตาม จอห์นนี่ได้รับเสียงแซวจากเพื่อนสมัยไฮสคูลที่ยังอาศัยและทำงานกันในใจกลางมหาครแห่งนี้ และกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยที่อุตส่ายอมข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากหลาย ๆ รัฐเพื่อมารวมกันฉลองวันเกิดให้กับตัวของเขา ว่าจอห์นนี่น่ะยังฟอร์มไม่ตก ไม่เคยเมาให้ใครได้เห็น และแน่นอนว่าเพื่อน ๆ ของเขาต่างรู้จัก จอง แจฮยอน คนรักของเขากันทุกคน ประโยคเอ่ยแซวต่อมาก็คงจะไม่พ้นการขู่ว่าจะฟ้องแจฮยอนว่าจอห์นนี่น่ะ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากไปอีกแล้ว ซึ่งจอห์นนี่ก็คงต้องยอมรับ แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาจะไม่ได้เมามายอะไรมากมาย แต่ก็นับว่ามึนหัวเสียไม่น้อย และนับว่าโชคดีที่พรุ่งนี้นั้นเป็นวันหยุด หากไม่ใช่วันหยุด แล้วเขาไม่สามรถไปทำงานไม่ได้ โดยที่มีสาเหตุมาจากการดื่มเหล่าของมึนเมา ซึ่งหากแจฮยอนรู้เข้า รับรองได้เลยว่านายจอห์นนี่ ซอคนนี้จะต้องโดนโกรธอย่างแน่นอน และเมื่อคิดถึงภาพของคนรักตัวขาวของตนขึ้นมาแล้ว จอห์นนี่ก็อดที่จะสงสัยตลอดทั้งวันนี้มาไม่ได้ว่าแจฮยอนหายไปไหน? เรียกได้ว่าปีนี้คงจะเป็นปีแรกเลยทีเดียว ที่แจฮยอนไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดด้วยกันกับเขา ตั้งแต่ที่ทั้งสองคนรู้จักและคบกันมา

จอห์นนี่มองออกไปนอกตัวบ้าน บริเวณสวนหลังบ้านของเขาผ่านกระจกขนาดใหญ่ในห้องนั่งเล่น หลังบ้านของเขามีทั้งต้นสนและต้นแพร์ที่ตัวเขาและแจฮยอนเลือกที่จะปลูกต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้ด้วยกัน แม้ว่าในช่วงหน้าร้อนทีไร จอห์นนี่จะบ่นตลอดก็ตามว่าผึ้งมาสุมกันอยู่ที่ต้นแพร์เยอะมาก และแจฮยอนก็จะหัวเราะให้กับทุกครั้งที่จอห์นนี่บ่น ก็เพราะจอห์นนี่น่ะบ่นเหมือนคุณหมีที่อดกินน้ำผึ้งในสายตาของแจฮยอนทุกครั้งเลย จอห์นนี่ยิ้มให้กับต้นไม้ เมื่อนึกถึงอีกคนที่เป็นเจ้าของร่วมกัน คนอื่นอาจจะมองว่าเขาเหมือนกับคนบ้าก็ได้ที่ยิ้มกับสิ่งของไปเรื่อย แต่จะมีใครรู้กัน ว่าแท้จริงแล้วจอห์นนี่ยิ้มให้กับใครอีกคนที่เขาตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันที่บ้านหลังนี้เสียต่างหาก จอห์นนี่เห็นภาพที่แจฮยอนชอบที่นั่งวาดรูปบนกระดานและขาตั้งอันเก่งของตนในห้องนั่งเล่นนี้ พวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะอาศัยออกมานอกดาวน์ทาวน์หรือใจกลางเมือง ที่ถึงแม้ว่าจะไกลจากที่ทำงานของจอห์นนี่ไปเสียหน่อย แต่เจ้าตัวก็รู้สึกโอเคกับมัน เพราะทั้งเขาและแจฮยอนที่แม้จะรักการเดินทาง รักในแสงสีเหมือน ๆ กัน แต่หากพูดถึงการใช้ชีวิตแล้ว ในบางครั้งตัวของเขาก็ต้องการที่จะมีพื้นที่ที่สงบ เรียบง่าย และก็เป็นที่น่าแปลกใจว่าแจฮยอนคนรักของเขาก็รักในการมีพื้นที่แบบนี้เช่นเดียวกัน นั่นทำให้เขาทั้งคู่ตัดสินใจเลือกบ้านหลังเดี่ยวที่อยู่ไกลจากตัวเมืองออกมา แต่ก็มีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ที่พวกเขาชอบนั่นเอง

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

ในขณะที่จอห์นนี่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ทำให้เจ้าตัวนั้นหลุดออกจากภวังค์ของตนเอง แล้วรีบมองไปยังชื่อของคนที่ติดต่อเข้ามา และนั่นเองหน้าจอมือถือของเขาปรากฏชื่อของแจฮยอนที่เป็นคนโทรเข้ามา จอห์นนี่รีบรับสายทันทีเพราะไม่ต้องการให้อีกคนรอตนเอง

“Hello! Mr.Johnny Seo How are you?” เป็นเสียงเจื้อยแจ้วแสนสดใสของแจฮยอนที่ทักจอห์นนี่เข้ามาเป็นประโยคแรก จอห์นนี่ไม่ได้ตอบกลับอะไรคนรักกลับไป แต่น้ำตาของเขากลับไหลออกมาอย่างที่ตนไม่ได้ตั้งใจเสียอย่างนั้น แจฮยอนที่เห็นจอห์นนี่เงียบไป แถมยังได้ยินเสียงสูดจมูกเข้ามาแทน จึงตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที

เฮ้ พี่จอห์นเป็นอะไรครับ? ร้องไห้เหรอ? ร้องทำไมครับ ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า?เป็นเสียงกระวนกระวายของแจฮยอนที่ตอบกลับจอห์นนี่มาอีกครั้ง

ไม่ครับ แจฮยอนไม่ได้ทำผิดอะไรเลย พี่แค่ดีใจมากไปหน่อยที่แจฮยอนโทรมาวันนี้ ตอนแรกพี่แอบคิดว่า หรือเราจะลืมกันไปจริง ๆ แล้ว พี่กลัวว่าแจฮยอนจะเป็นอะไรไปแล้วพี่ไม่รู้จอห์นนี่พยายามหยุดร้องไห้ เพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ายเป็นห่วงตนเองจนเกินไปนัก ปกติแล้วจอห์นนี่ไม่ใช่คนที่จะร้องไห้กับอะไรง่าย ๆ เลย จอห์นนี่ยอมรับว่าตลอดทั้งวันนี้ที่แจฮยอนหายไป เขารู้สึกกระวนกระวายมาตลอด ส่งข้อความไปบอกอรุณสวัสดิ์ล่วงหน้า รวมไปถึงการส่งข้อความไถ่ถามในช่วงกลางวันและเย็นแบบปกติ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ยิ่งทำให้จอห์นนี่รู้สึกคิดมากยิ่งกว่าเดิม จอห์นนี่ยอมรับว่าเขารู้สึกกลัวเสมอ เขากลัวว่าแจฮยอนจะเป็นอะไรไป เขากลัวแจฮยอนจะเจ็บหรือป่วย แค่เขาได้ยินเสียงของแจฮยอนที่ตอบกลับมาอย่างสดใส ก็สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าตัวนั้นยังสบายดี ก็ทำให้ตัวของเขานั้นเหมือนปลดล็อกอะไรบางอย่าง แล้วจู่ ๆ น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา จอห์นนี่สามารถสาบานได้ว่าเขาไม่ได้ต้องการให้แจฮยอนรู้สึกตกใจเลยแม้แต่น้อย

ผมขอโทษครับพี่จอห์น ผมลืมคิดไปว่าพี่เป็นห่วงผม ตัวของผมเองคิดแค่ว่าอยากจะได้พูดสุขสันต์วันเกิดกับพี่ และอยู่กับพี่เป็นคนสุดท้ายแบบในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาครับ ผมขอโทษนะครับที่คิดน้อยไปหน่อย พี่จอห์นนี่อย่าโกรธผมนะครับ กลายเป็นว่าผมทำให้วันเกิดของพี่ไม่น่าจดจำไปเลยจอห์นนี่รับรู้ได้ถึงความเสียใจของคนรักผ่านน้ำเสียงที่แจฮยอนกล่าวตอบกลับมา

ไม่ครับแจฮยอน แจฮยอนไม่เคยที่จะทำให้วันไหนของพี่ไม่น่าจดจำครับ ไม่โทษตัวเองนะครับ เรามาใช้เรื่องในวันนี้ปรับตัวเข้าด้วยกันแบบที่เราทำมาตลอดนะครับ ที่สำคัญไม่ว่าจะปีไหน พี่ก็มั่นใจครับว่าแจฮยอนจะอยู่กับพี่เป็นคนสุดท้ายในทุก ๆ วันเกิดเสมอ และก็ดีใจด้วยครับ ในปีนี้ก็เช่นกัน ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพี่นะครับ แม้ว่าพี่จะพูดคำนี้กับเราในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แต่พี่ก็จะขอบอกกับเราแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ

ครับ ผมก็ดีใจนะครับที่พี่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผมเหมือนกัน ก็เป็นคำตอบเดิม ๆ ที่ผมตอบพี่ทุกปีนะครับว่ามั้ย?แจฮยอนตอบกลับจอห์นนี่พร้อมเสียงหัวเราะที่หลุดออกมา อย่างน้อยจอห์นนี่ก็แน่ใจว่าตอนนี้แจฮยอนคงจะอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อยแล้ว และเขาต้องการให้แจฮยอนอารมณ์ดีมากกว่านี้อีกเสียสักหน่อย

ใช่ครับ แต่เราทำให้พี่นึกถึงใครกันนะ ที่สมัยเรียนที่นิวยอร์คพี่ถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนวาดรูปที่นิวยอร์คล่ะครับ มีอีกหลายที่เลยนะที่โด่งดังเรื่องการสอนวาดรูป?แล้วมีลูกหมูที่ไหนไม่รู้ตอบพี่กลับมาว่า ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ะไรทำให้ผมตัดสินใจมาเรียนวาดรูปต่อที่นิวยอร์ค แต่อย่างน้อยที่นี่ก็มีพี่นะครับพอตอบเสร็จแล้วเจ้าตัวเขาก็เขินจนหูแดงเองด้วยล่ะครับ พี่นะเอ็นดูเขามาก ๆ เลย รบกวนไปเรียกน้องลูกหมูคนนั้นมาคุยกับพี่หน่อยได้มั้ยครับ?

พี่จอห์นนี่!!!!! ทำไมเป็นคนแบบนี้ พูดแบบนี้ผมจะไม่อยู่ด้วยเป็นคนสุดท้ายแล้วนะครับ!” จอห์นนี่ขำให้กับเสียงตอบกลับของแจฮยอนทันที เขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้กับมือถืออยู่แน่ ๆ เพราะน้องลูกหมูที่เขาพูดถึงก็คือเจ้าตัวเองนั่นแหละ จอง แจฮยอนเปลี่ยนอารมณ์ง่ายจะตาย ทำไมจอห์นนี่ ซอจะไม่รู้

น้องลูกหมูคนนั้นตอนนี้ต้องกำลังหูแดงมาก ๆ อยู่แน่ ๆ เลย ใช่มั้ยล่ะครับคุณจอง แจฮยอนเป็นจอห์นนี่ที่ยังไม่เลิกแกล้งคนรักของตนให้เขินเล่น และก็ใช่ จอห์นนี่พูดถูก แจฮยอนตอนนี้น่ะเขินจนหูแดง หน้าแดง แดงไปหมดทั้งตัวไปหมดแล้ว หากย้อนเวลากลับไปได้ ตัวของเขาจะไม่มีทางพูดอะไรเลี่ยน ๆ แบบนั้นกลับไปอย่างเด็ดขาด

โอเค ๆ ไม่แกล้งแล้วครับ เดี๋ยวคนในสายจะไม่ยอมคุยกับพี่ แล้วนี่ที่เวียนนาเช้าแล้วนี่ครับ วันนี้เราหยุดเหมือนกันใช่มั้ย? แล้วจะตื่นเช้าขนาดนี้ทำไม ทำไมไม่พักผ่อน ยังไงสุขภาพเราก็สำคัญกว่านะครับ

ใช่ครับ ที่นี่เช้าแล้ว แต่ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เพราะอยากจะโทรมาสุขสันต์วันเกิดพี่ก่อน ไม่ต้องวอรี่นะครับ เพราะยังไงวันนี้ผมไม่ได้หยุดหรอกครับ พี่ก็รู้ว่าผมอยากทำงานที่นี่ให้เสร็จเร็ว ๆ จะตายอยู่แล้วจอห์นนี่หัวเราะเบา ๆ ให้กับเสียงงอแงของคนในสาย เขารู้ว่าแจฮยอนโหมทำงานมากกว่าเดิมเพราะต้องการกลับมาให้ทันก่อนวันสำคัญอีกวันหนึ่งใกล้ ๆ นี้ หากงานเสร็จก่อนกำหนด แจฮยอนก็จะได้กลับมาทันตามที่ตัวเองต้องการ

รับทราบครับ พี่รู้ว่าถึงแม้เราจะอยากทำงานให้เสร็จขนาดไหน แต่แจฮยอนก็ต้องรักษาตัวเองด้วยนะครับ ป่วยแล้วไม่คุ้มกันนะ แทนที่จะได้กลับเร็วขึ้น กลายเป็นกลับช้าลงแทน ก็ไม่ดีนะครับจอห์นนี่เลือกที่จะขู่ให้แจฮยอนดูแลตัวเองในแบบของเขา เพราะเขารู้ว่าพูดแบบไหนแล้วแจฮยอนจะต้องทำตามนั่นเอง

แน่นอนครับ แต่นี่ก็ยังวันเกิดของพี่อยู่เลย ถึงจะเหลืออีกไม่กี่นาทีก็เถอะ ขอให้ผมได้อวยพรวันเกิดของ คนรักนะครับแจฮยอนก็จงใจพูดเอาใจจอห์นนี่เช่นเดียวกัน เรียกว่าต่างคนต่างรู้ใจกันดีกว่า ว่าจะทำให้อีกฝ่ายยอมได้อย่างไร

โอเคครับ งั้นแจฮยอนอยากอวยพรอะไร ว่ามาเลยครับ พี่พร้อมฟังแล้ว

ที่อยากจะขอคือ ผมอยากขอให้พี่จอห์นนี่มีความสุขในทุก ๆ อย่างที่พี่เลือกในทุก ๆ วัน ผมรู้นะครับว่าพี่เป็นคนตั้งใจทำงานขนาดไหน แบบที่พี่เคยเตือนกับผมบ่อย ๆ นั่นแหละ พี่เองก็ไม่ค่อยจะต่างกันมากนักหรอก ผมอยากให้พี่รู้ไว้ว่าพี่เป็นคนที่เก่งมากนะครับ กว่าพี่จะเป็นจอห์นนี่ ซอของพนักงานทุก ๆ คนแบบในวันนี้ พี่ยอมทิ้งความฝันของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่พี่ก็เป็นตากล้องที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา ผมรู้ว่าในวันที่พี่ตัดสินใจหันหลังให้กับสิ่งที่พี่รักทั้ง ๆ ที่พี่ก็กำลังไปได้ดีกับมัน ในวันนั้นพี่เสียใจขนาดไหน แต่สิ่งที่พี่ทำ คือพี่ยิ้ม พี่ยังยิ้มให้กับผม ให้กับเพื่อน ๆ ในวันนั้น กลายเป็นผมไปเสียอย่างนั้นที่ร้องไห้ออกมา พูดแล้วก็ตลกดีนะครับ แต่พี่เชื่อมั้ยว่าตอนนั้นผมไม่ได้ขำให้กับตัวเองเหมือนวันนี้หรอกจอห์นนนี่อมยิ้มให้กับเสียงเจื้อยแจ้วของคนรักที่พูดถึงบรรยากาศในวันนั้น เขายอมรับว่าวันนั้นเป็นวันที่เขาเสียใจมากที่สุดวันหนึ่ง แม้เวลาที่ผ่านไปจะช่วยทำให้มันเบาบางลง แต่หากพูดถึงความรู้สึกแล้ว แน่นอนว่าเขาจำมันได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณที่พี่เป็นพี่จอห์นนี่คนเก่งของผมในทุก ๆ วันนี้ เป็นคุณซอของพนักงานมากมายในบริษัทของพี่ ผมรู้ว่าพี่รู้สึกผิด ที่พี่ไม่สามารถทำตามสัญญาของเราสองคนตั้งแต่สมัยเรียนได้ ว่าเราจะเดินทางไปด้วยกันทุกที่ เราจะทำงานที่เรารักไปพร้อม ๆ กัน เพราะตัวของพี่มีหน้าที่ที่พี่ต้องรับผิดชอบมาตั้งแต่แรก พี่ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับที่พี่ทำมันไม่ได้ แค่เท่าที่ผ่านมา ผมรับรู้ ผมเห็นว่าพี่พยายามเพื่อเรามามากขนาดไหน แม้ในวันนี้เส้นทางของเราจะอยู่กันคนละเส้น แต่พี่ก็รู้ใช่มั้ยครับว่านั่นเป็นแค่เรื่องงานเท่านั้น ไม่มีอะไรเลยที่กลายมาเป็นปัญหาของเรา สุขสันต์วันเกิดครับจอห์นนี่ ซอ คนที่ผมรักมากที่สุดจอห์นนี่ที่ยังฟังความในใจของแจฮยอนก็ได้แต่ยิ้มให้กับตัวเอง เขาเศร้ามากก็จริง แต่เมื่อแจฮยอนบอกเขาว่าห้ามคิดมาก เขาก็จะเชื่อที่แจฮยอนพูดเสมอ และแม้ว่าบทสนทนาของพวกเขานั้นเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา แต่ก็อย่างที่แจฮยอนพูดจริง ๆ สิ่งที่อยู่ในใจของจอห์นนี่มาตลอดคือการที่เขาไม่สามารถเดินบนเส้นทางแห่งความฝันเส้นทางเดียวกันกับคนรักของเขาได้ เพราะเขามีหน้าที่ของผู้สืบทอดบริษัทเพียงคนเดียวที่สมควรทำ และเขาก็คงจะทนเห็นบริษัทของแด๊ดล้มลงไปกับตาตัวเองไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้จอห์นนี่ละทิ้งอาชีพช่างภาพที่กำลังไปได้รุ่งของตนเอง หันมาใส่สูทและนั่งแท่นผู้บริหารคนใหม่ของบริษัท จอห์นนี่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าตัว เพราะเขาไม่ได้เรียนมาในสายของการบริหารเลย แต่ตัวของเขาก็สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ว่าเขาทำมันได้ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือการที่เขามีเวลาให้กับคนรักน้อยลง รวมไปถึงอาชีพของคนรักของเขาที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ แต่ทั้งคู่ก็มักจะใช้สิ่งที่เรียกว่าความพยายาม และความเข้าใจเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่อยู่เสมอ การที่ทั้งจอห์นนี่และแจฮอยอนเติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ค่อย ๆ ก้าวไปด้วยกัน มันทำให้พวกเขาทั้งคู่รู้ว่า แม้ว่าพวกเขาจะรักกันมากเสียก็จริง แต่สิ่งที่พวกเขาต้องเจอไปพร้อม ๆ กับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็คือ ความรับผิดชอบที่ตามมาของคนทั้งคู่

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริง ๆ พี่ก็รักเรามากที่สุดนะครับ จอง แจฮยอนเมื่อเคลียร์ความรู้สึกกันเรียบร้อย และแจฮยอนได้อวยพรวันเกิดให้กับจอห์นนี่เป็นคนสุดท้ายแบบที่เจ้าตัวอยากทำ ทั้งคู่ก็คุยอะไรกันต่อในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอาหารที่แจฮยอนกินในวันที่ผ่านมา รวมไปถึงมื้อเช้าที่กำลังจะถึง หรือจะเป็นเรื่องราวในงานปาร์ตี้วันเกิดของจอห์นนี่ที่ถูกเล่าให้กับแจฮยอนฟัง จนแฟนหนุ่มตัวขาวของเขาหัวเราะตาม เพราะอดที่จะคิดถึงเหล่าเพื่อน ๆ ที่เคยเรียนด้วยกันที่นิวยอร์คเสียไม่ได้ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ของชิคาโก้ และถึงเวลาที่แจฮยอนต้องออกไปทำงาน จอห์นนี่จึงต้องวางสายลงไป และวันเกิดของเขาในปีนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่เขามีความสุขไปพร้อม ๆ กันกับคนรักของเขาอีกเช่นเคย


Dear Johnny Suh, who is always full of love and goodwill to others.

Wishing you all the love in this world, because you deserve to be loved

Happy Birthday :)




TALK ::
ขอบคุณใครก็ตามที่หลงเข้ามาอ่านจนถึงตอนนี้มากๆค่ะ
เราไม่ได้แต่งฟิคมานานมาก ๆๆๆๆๆๆๆ 
กลัวลงไม่ทันภายในวันเกิดจอห์นนี่ TTT
มีตรงไหนแปลกๆ บอกกันได้เลยนะคะ เพราะเรามีเวลาแต่งน้อยมาก แต่ดันอยากแต่ง TT
ถือว่าช่วยๆเราแก้นะ จะมีคนมาอ่านมั้ยก่อน ฮือ
เขินมากเลยที่ตัดสินใจกลับมาแต่งฟิคอีกครั้งเพราะจอห์นแจค่ะ แง
(ซึ่งจริงๆแล้วเราเป็น All Jaehyun แต่จอห์นนี่เป็นคนทำให้เราเดินเข้าทางนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณ55555)
-------------------------------

สำหรับเพลง No Place ของ Backstreet Boys เราชอบมากๆเลยค่ะ
เรียกได้ว่าฟังทุกวัน ความหมายดีมากๆ ทั้งๆที่เราไม่มีแฟนนี่แหละ ขำเลย555555555
เราก็เลยอยากแบ่งปันให้ทุกๆคนได้ฟังเหมือนเรานะคะ หวังว่าจะชอบเพลงนี้แบบเรา
ครั้งแรกที่ฟัง เรายอมรับเลยนะว่าคิดถึงแจฮอยอน แบบต้องแต่งฟิคให้คนนี้ เอ็นดู
จนตอนนี้ก็ได้แต่งแล้ว ถือว่าสานฝันตัวเองค่ะ :))
และถ้าหากฟังแล้ว เห็นสถานที่ไหนปรากฏอยู่บนเพลง
เรา hints ให้นิดนึงนะคะ ว่าสถานที่นั้นจะมาปรากฏบนฟิคของเรา
-------------------------------

ส่วนเรื่องสถานที่ เราไม่เคยไปกรุงเวียนนา, ออสเตรียนะคะ 
หากตรงไหนประหลาดหรือดูลอยๆ ก็แจ้งได้เหมือนกันนะคะ จะขอบคุณมากๆ เลยค่า
แต่พระ-นายเขายังไม่เจอกันเลยค่ะตอนนี้
เราจะลงอีกพาร์ท ที่เป็นพาร์ทสุดท้ายในวันเกิดของแจฮยอนค่ะ
เพราะตั้งใจให้เป็นฟิคคู่ที่ฉลองวันเกิดให้กับทั้งสองคนเลยนะคะ
From ผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงรักในบ้านเกิดของคุณซอ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น