รักวุ่นวายพี่ชายข้างบ้าน (จบ)

ตอนที่ 6 : รักวุ่นวายพี่ชายข้างบ้าน...6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 ส.ค. 62

                                                                     






ชานิเดินกลับเข้าบ้านด้วยท่าทีเหม่อลอย เค้าไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าเยรินรู้สึกกับตนเองมากกว่าเพื่อน ตอนนี้เค้าเข้าใจเหตุผลของยองบินแล้วว่า ทำไมถึงไม่พูดอะไรให้มันชัดเจนออกมาเลย แต่จนแล้วจนรอด เป็นเค้าเองนี่แหละที่ยังไม่ยอมบอกเหตุผลของตัวเองออกไปบ้าง

‘’ผมก็รู้สึกดีกับพี่นะครับ แต่ผม..กลัว ‘’ ชานิ

‘’ นายกลัวอะไร ‘’ ยองบิน
ผมไม่ตอบแต่กลับขอตัวเข้าบ้านเสียดื้อๆ ทำให้บทสนทนาของเราจบแบบคลุมเครืออีกครั้ง


วันรุ่งขึ้น ผมมามหาลัยกับเยรินเหมือนอย่างเคย เยรินดูปกติมาก ไม่มีท่าทีว่าจะชอบผมเหมือนที่พี่ยองบินบอก ผมแอบมองเธอหลายครั้งจนเธอรู้สึกได้

‘’ มีอะไรหรือเปล่าชานิ แอบมองฉันหลายครั้งแล้วนะ ‘’

‘’ เยริน...คือฉัน ‘’

‘’ คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ ‘’ ยังไม่ทันที่ชานิจะพูดจบประโยค นานะก็เดินเข้ามาเสียก่อน

‘’ ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ ‘’ และอยู่ๆชานิก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นานะเลยหันมาถามเพื่อนว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

‘’ แก...ชานิเป็นอะไรเหรอ ดูท่าทางแปลกๆนะ ‘’

‘’ ไม่เห็นเป็นไรนี่ ‘’ เยรินตอบพร้อมกับเขียนรายงานไปด้วย

‘’ แล้วเรื่องแกกับเค้าไปถึงไหนละ ช่วงนี้ไม่เห็นแกพูดเรื่องชานิเลย ‘’ นานะถามอย่างสงสัย

‘’ ฉันตัดใจเรื่องชานิแล้วล่ะ ‘’

‘’ เฮ้ย! ทำไมอ่ะ นี่ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย ‘’

‘’ ชานิเค้าไม่ได้ชอบฉัน แล้วก็ไม่มีทางที่จะชอบด้วย ‘’ เยรินวางปากกาลงแล้วมองหน้าเพื่อน

‘’ ไม่มีทางเลยเหรอ แกบอกชอบเค้าไปแล้วหรือไง ‘’

‘’ ชานิเค้าชอบผู้ชาย ทีนี้แกเข้าใจแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมเค้าถึงไม่มีทางที่จะชอบฉันได้อ่ะ ‘’ เยรินตอบอีกครั้งก่อนจะลงมือเขียนรายงานต่อ

‘’ ฮะ! เรื่องจริงเหรอ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ‘’

‘’ อย่าเสียงดังไป แล้วก็ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครด้วยนะ เพราะฉันรับปากชานิไว้แล้ว ‘’

‘’ นี่แกโอเคใช่มั้ย ‘’ นานะถามเพื่อนอย่างเป็นห่วง

‘’ อื้อ...เรื่องของหัวใจ เราบังคับใครไม่ได้หรอกนานะ ตอนนี้ฉันมีความสุขกับการที่ได้เป็นเพื่อนกับเค้า แค่นี้ก็พอแล้ว ‘’

หลังจากเลิกเรียนแล้ว ชานิจะต้องอยู่ซ้อมกีฬาต่อ แต่วันนี้เยรินขออยู่ด้วย ซึ่งชานิเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร

‘’ เยริน...ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ ‘’ ชานิเอ่ยบอกในขณะที่เดินไปโรงยิมด้วยกัน

‘’ อื้อ...ได้สิ ว่ามาเลย ‘’

‘’ เรื่องระหว่างฉันกับพี่ยองบิน แล้ว...ก็เธอ ‘’ ชานิพูดอย่างกล้าๆกลัวๆ

‘’ อ๋อ...ถ้าเรื่องนี้ ฉันว่าเราไปคุยกันต่อหน้าพี่ยองบินด้วยจะดีกว่านะ ตอนนี้นายไปซ้อมเถอะ ยังไม่ต้องคิดอะไรมาก เดี๋ยววันนี้พี่ยองบินมารับ เราค่อยไปคุยกันที่บ้านละกันเนาะ ‘’ เยรินตอบพร้อมรอยยิ้ม จนทำให้เด็กหนุ่มอดที่จะแปลกใจกับท่าทีนั้นไม่ได้

ขณะนี้เป็นเวลาทุ่มครึ่งแล้ว ยองบินมารอน้องสาวอยู่ที่หน้ามหาลัยก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง คนตัวสูงปรับเบาะเอนหลังนอนฟังเพลงรออยู่ในรถได้ไม่ถึงห้านาที ก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้น

‘’ นายมาทำอะไรที่นี่ ‘’ ยองบินถามเสียงเรียบ

‘’ ฉันก็มารอนายไง ยองบิน...ฉันขอโทษ ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครจริงๆนะ ‘’ อินซองคว้ามือของอีกฝ่ายมาจับ ยองบินพยายามสะบัดออกแต่อินซองก็ยิ่งจับแน่นขึ้น

‘’ หมอนั่นไปไหนซะแล้วล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้นายมาหาแฟนเก่าแบบนี้ได้ ‘’

‘’ ฉันเลิกกับเค้าแล้ว เค้าทิ้งฉันไปหาคนอื่น ยองบิน...ฉันสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ให้โอกาสฉันสักครั้งเถอะนะ ‘’

‘’ นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรฮะ อยากจะถีบหัวส่งตอนไหนก็ได้ เสร็จแล้วก็มาขอโทษ ขอโอกาสแบบนี้น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ แล้วก็เลิกมาตอแยกับฉันแล้วก็ชานิด้วย ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ‘’ แล้วอยู่ๆอินซองก็ทำสิ่งที่ยองบินไม่คาดไม่ถึงโดยการดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

‘’ อากาศอบอ้าวมากเลยเนาะชานิ สงสัยฝนจะตกแน่เลย ‘’

‘’ ฉันว่าเราคงไม่ต้องคุยกันแล้วล่ะเยริน เพราะพี่ชายของเธอคงจะตัดสินใจแล้ว ‘’ เยรินมองไปตามสายตาของเพื่อนก่อนจะเห็นพี่ชายตนเองยืนจูบกับแฟนเก่าอยู่ หญิงสาวรีบวิ่งมาที่รถก่อนจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น

‘’ นี่มันอะไรกันคะพี่ยองบิน อ้าว! ชานิ เดี๋ยวก่อนสิ จะไปไหนน่ะ ไม่กลับด้วยกันเหรอ ‘’ ชานิไม่แม้แต่จะมองหน้ายองบินด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มเดินกำมือแน่นผ่านหน้าคนทั้งสามไปเลย

อินซองยกยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจกับผลงานของตัวเอง เพราะยองบินยืนหันหลังให้เด็กทั้งสอง จึงทำให้ไม่เห็นว่าเยรินกับชานิกำลังเดินมา พอเห็นว่าชานิเดินไปแบบนั้น ยองบินก็รีบตามไปทันที

‘’ เดี๋ยวก่อนสิ กลับไปขึ้นรถก่อน แล้วค่อยไปคุยกันที่บ้าน ‘’ ยองบินวิ่งมาคว้าข้อมือเล็กได้ทัน แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดออกอย่างแรง

‘’ อย่ามายุ่งกับผม เยรินกับแฟนของพี่รออยู่ที่รถแล้ว เชิญครับ ‘’ เด็กหนุ่มพูดประชดออกมาด้วยความโมโห

‘’ นายเห็นแค่นั้นก็ตัดสินพี่แล้วเหรอ ‘’

‘’ พี่บอกเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าการกระทำของพี่ชัดเจนกว่าคำพูด และพี่ก็ทำให้ผมเห็นแล้วว่าพี่เลือกใคร ไม่ต้องตามมานะ ถ้ายังอยากเห็นหน้าผมอยู่ ‘’ ยองบินจำใจยอมปล่อยมือของอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอเด็กหนุ่มอีก

‘’ ชานิล่ะคะ ‘’ พอพี่ชายเดินกลับมาถึง เยรินก็รีบถามทันที

‘’ นี่นายยังไม่กลับไปอีกเหรอ นายทำอะไรลงไปรู้ตัวมั้ยฮะ สะใจนายแล้วใช่มั้ย ‘’ ยองบินตะคอกออกมาเสียงดังจนทั้งอินซองและเยรินตกใจสะดุ้งพร้อมกัน ไม่บ่อยหรอกนะที่ยองบินจะเป็นแบบนี้

‘’ ฉันก็แค่อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ‘’ อินซองตอบเสียงเบา แต่ยองบินก็ทำในสิ่งที่อินซองและเยรินคาดไม่ถึงเช่นกัน คนตัวสูงคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าคนรักเก่าก่อนจะพูดว่า

‘’ ฉันขอร้องนะอินซอง จะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะไปเสียที แต่ถ้าจะให้ฉันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ฉันทำไม่ได้แล้วจริงๆ ‘’

‘’ นี่นายรักเด็กคนนั้นมากขนาดนี้เลยเหรอ ‘’ อินซองถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เค้าคิดเสมอว่ายังไงซะ ยองบินก็ต้องยอมกลับมาเป็นเหมือนเดิม ยังไงซะยองบินก็ยังรักเค้าอยู่ แต่ตอนนี้ เค้ารู้แล้วว่าไม่มีวันที่จะได้ยองบินคนเดิมกลับมา

‘’ ใช่...ฉันรักชานิมาก ฉันขอให้เราจากกันด้วยดีเถอะ ‘’ ยองบินตอบอย่างหนักแน่น น้ำตาอินซองไหลอาบแก้ม คนตัวเล็กกว่าไม่พูดอะไร ได้แต่หันหลังเดินจากไป


ในขณะที่อยู่บนรถ ยองบินเหลือบมองหน้าน้องสาวเล็กน้อย ความรู้สึกผิดท่วมท้นอยู่เต็มอก

‘’ พี่ยองบินไม่ต้องคิดมากเรื่องชานินะคะ น้องเข้าใจค่ะ ‘’ พอรถจอดสนิทเยรินก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

‘’ หมายความว่ายังไง ‘’ ยองบินถามอย่างไม่เข้าใจ

‘’ น้องรู้เรื่องพี่กับชานิมาสักพักแล้วล่ะค่ะ ‘’

‘’ แล้วเยรินไม่โกรธพี่เหรอ ‘’

‘’ เรื่องระหว่างเราสามคนเนี่ย เหมือนชานิเป็นคนกลาง แล้วคนกลางเค้าก็เลือกพี่ไม่ใช่ชะนีอย่างน้องเสียหน่อย ‘’

‘’ ชะนี? คืออะไร พี่ไม่เข้าใจ ‘’

‘’ โอ๊ย...ก็ชานิเค้าเป็นเหมือนพี่ยองบินไงคะ ผู้หญิงอย่างน้องเนี่ยเค้าเลยไม่มอง ‘’ เยรินพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะเดินเข้าบ้าน

‘’ เฮ้ย! จริงดิ ‘’ ยองบินเดินตามน้องสาวเข้ามา ก่อนจะถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

‘’ จริงสิคะ เดี๋ยวเค้ากลับมาพี่ก็ไปเคลียร์กันให้รู้เรื่องล่ะ ‘’

‘’ ขอบคุณนะเยริน ‘’ ยองบินเอ่ยขอบคุณน้องสาวจากใจจริง

‘’ ฉันเป็นน้องพี่นะ อะไรที่เป็นความสุขของพี่น้องทำให้ได้เสมอแหละ ก็เกมส์นี้ชะนีไม่เกี่ยวนี่เนาะ ‘’ เยรินแกล้งทำหน้างอ จนยองบินเดินเข้าไปกอดและหอมแก้มไปหนึ่งที

คนตัวสูงออกมายืนรอชานิที่หน้าบ้าน ตอนนี้ฝนเริ่มลงเม็ดแล้วและเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกฝ่ายเลย

ยองบินเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น ในใจกำลังคิดจะขับรถออกไปตามหา สายตาคมก็เหลือบไปเห็นว่าเด็กหนุ่มเดินตากฝนกลับมาแล้ว

พอชานิเห็นว่ายองบินกำลังจะเข้ามาหา ก็รีบเดินเข้าบ้านพร้อมปิดประตูหนีทันที ยองบินยืนเคาะประตูเรียกแต่ชานิก็ไม่ยอมเปิด

‘’ นายจะปล่อยให้พี่ยืนตากฝนอยู่แบบนี้เหรอ ‘’ ยองบินตะโกนเข้าไป แต่ก็ไร้วี่แววของอีกฝ่าย จนผ่านไปเกือบสิบนาที ชานิแอบมองคนตัวสูงผ่านผ้าม่าน ก็เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนรออยู่ เด็กหนุ่มถอนหายใจให้กับความใจอ่อนของตัวเองหนึ่งครั้ง ก่อนจะยอมเปิดประตูออกไป

‘’ ไม่อยากเป็นหวัดก็เข้ามาสิครับ ‘’ ยองบินยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายก่อนจะรีบเดินตามเข้าไป ชานิเดินไปเอาผ้าขนหนูมายื่นให้อีกฝ่าย

‘’ เช็ดผมซะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ‘’

‘’ เป็นห่วงพี่เหรอ ‘’ ยองบินแกล้งถาม ทำให้ชานิถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง

‘’ แล้วพี่เป็นบ้าอะไร มายืนตากฝนฮะ ‘’ ชานิถามเสียงเรียบเพราะยังโกรธอยู่

‘’ พี่อยากคุยกับนาย อยากอธิบายทุกอย่างให้นายฟังก่อน ‘’ ยองบินขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับดึงมือของชานิมาจับ ในขณะที่ผ้าขนหนูยังโปะอยู่บนหัว

‘’ ภาพมันก็บอกทุกอย่างหมดแล้ว พี่ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ‘’

‘’ ไหนมานั่งคุยกันดีๆซิ ‘’ ยองบินถอนหายใจออกมานิดหน่อย พร้อมกับดึงให้อีกฝ่ายลงมานั่งที่โซฟาด้วยกัน

‘’ พี่คุยเรื่องของเรากับเยรินแล้วนะ ‘’

‘’ ฮะ! แล้วเธอว่ายังไงบ้าง นี่อย่าบอกนะว่าสองคนทะเลาะกันเพราะผมน่ะ ‘’

‘’ เปล่าซะหน่อย เยรินไม่ได้โกรธอะไรด้วยซ้ำ แถมยังบอกอีกว่าชานิไม่มีวันมองผู้หญิงอย่างเยรินหรอก เพราะชานิเป็นเหมือนพี่ ‘’

‘’ พี่ยองบินรู้เรื่องผมแล้วเหรอครับ! ‘’

‘’ อื้อ...ก็สงสัยอยู่ ว่าทำไมเวลาที่นายอยู่ใกล้ๆพี่แล้วนายดูเขิน ยอมให้พี่จับมือด้วย ‘’ และยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของยองบินก็ดังขึ้น

‘’ ว่าไงยัยตัวแสบ ‘’ ยองบิน

‘’………………….’’ เยริน

‘’คืนนี้พี่จะค้างบ้านชานินะ ล็อคบ้านดีๆล่ะ ‘’ ยองบิน

‘’ เฮ้ย! ใครบอกว่าจะให้ค้างด้วย ‘’

‘’ อ้าว...ไม่อยากให้พี่อยู่ด้วยเหรอ งั้นพี่ไปก็ได้ ‘’ ยองบินแกล้งทำหน้าเศร้าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินออกไปจริงๆ แต่ไม่ถึงวินาทีชานิก็ดึงอีกฝ่ายให้ลงไปนั่งที่เดิม

‘’ เป็นคนแก่ขี้น้อยใจหรือไงฮะ ล้อเล่นแค่นี้เอง ‘’ ชานิแกล้งว่าออกมาอย่างไม่เต็มปาก เพราะตนเองเสียฟอร์มที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายไป

‘’ แล้วใครบอกว่าพี่จะไปจริงๆล่ะ ‘’ ไม่พูดเปล่า ยองบินล้มตัวลงนอนบนตักชานิทันที

‘’ พี่ยองบิน! ‘’ เด็กหนุ่มทำท่าจะลุก แต่ยองบินก็ดึงมืออีกฝ่ายมาจับไว้พร้อมพูดว่า

‘’ ถึงเวลาที่นายต้องพูดออกมาบ้างแล้วนะ พูดเรื่องของเรา ‘’ ยองบินเอ่ยเสียงจริงจัง ชานินิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มบอกสิ่งที่อยู่ในใจตนเองออกมาบ้าง

‘’ ผม...ชอบพี่ครับ แต่ผมกลัว ‘’ มือเรียวจับใบหน้าคมหล่อของยองบินไว้ก่อนจะเริ่มพูดอีกครั้ง

‘’ ตอนมัธยมต้นผมเคยมีแฟนเป็นผู้หญิง ผมรู้ตัวมาตลอดแต่ก็ยังหลอกตัวเองและคบกับเธออยู่หลายเดือน ผมคงเป็นแฟนที่แปลก ไม่เคยจับมือ ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายเลย จนเธอเริ่มสงสัย วันที่ความแตกเพราะมีผู้ชายเข้ามาจีบผม ผมหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดจนเธอจับได้ เธอโกรธผมมากและป่าวประกาศบอกทุกคนในโรงเรียนว่าผมเป็นเกย์ ผมเป็นตัวประหลาด ผิดเพศ ผมทนเรียนจนจบมัธยมต้นจึงทำเรื่องย้าย ‘’

‘’ ไม่เป็นไรนะ มันผ่านไปแล้ว ‘’ ยองบินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ

ชานิสะดุ้งเล็กน้อย เนื่องจากไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ออกมาตอนไหน ยองบินขยับตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆก่อนจะบอกชานิว่า

‘’ พี่จะไม่ทำให้นายเสียใจ ยังไม่ต้องเชื่อในคำพูดของพี่ตอนนี้ แต่พี่ขอให้นายดูการกระทำของพี่หลังจากนี้และตลอดไปก็พอ ‘’

มือหนาเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าของอีกฝ่ายออก ชานิจับมือของอีกฝ่ายไว้พร้อมกับเอาแก้มนิ่มแนบไปกับฝ่ามือหนานั้น ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมหล่อก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

และแรงดึงดูดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของทั้งสองค่อยเคลื่อนเข้าหากัน ริมฝีปากประกบเข้าหากันอย่างเนิบช้า ชานิหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ และค่ำคืนนี้คงจะเป็นคืนที่ดีที่สุดของทั้งสองเลยก็ว่าได้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Nano (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 23:39

    มาต่อหน่อยน้าา

    #3
    0