รักวุ่นวายพี่ชายข้างบ้าน (จบ)

ตอนที่ 5 : รักวุ่นวายพี่ชายข้างบ้าน...5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.ค. 62

                                                 


การประชุมในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องกีฬาสีของมหาวิทยาลัย และเสียงของประธานคณะที่พูดใส่ไมค์อยู่ด้านหน้านั้น ไม่ได้เข้าหูของชานิเลย เพราะเค้ารู้สึกกังวลเรื่องที่เยรินได้ยินเมื่อสักครู่นี้มากกว่า


ชานิได้ถูกเลือกให้เข้าร่วมแข่งบาสเกตบอลอย่างงงๆ และเจ้าตัวก็ลุกขึ้นเดินไปเซ็นชื่ออย่างงงๆอีกเช่นกัน

หลังจากประชุมเสร็จแล้ว เยรินหันมาพูดกับชานิว่า


‘’ ไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นหรอกนะ ฉันไม่บอกใครหรอก ‘’ เยรินบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม


‘’ แล้วเธอไม่รังเกียจฉันเหรอ ‘’ ชานิถามเสียงค่อย เนื่องจากมีความหลังฝังใจกับเรื่องนี้อยู่


‘’ เป็นแบบนาย แล้วไม่ใช่คนเหรอ นายก็ยังเป็นเพื่อนฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ ‘’


‘’ ขอบคุณนะเยริน ‘’


‘’ กลับด้วยกันนะ เดี๋ยวพี่ยองบินมารับ ‘’ เยรินเอ่ยชวนก่อนจะหันไปมองหารถพี่ชายที่ถนนว่ามาถึงหรือยัง


‘’ เอ่อ...พี่ยองบินมารับเหรอ ‘’ ชานิยังกังวลเรื่องนี้อีกเรื่อง เนื่องจากเยรินได้ยินชัดเต็มสองหูอีกเช่นกัน ว่าเค้าชอบพี่ชายของเธอ


‘’ เรื่องนี้นายก็ไม่ต้องกังวลนะ ถ้านายไม่อยากให้บอก ฉันก็จะไม่บอก ‘’ เยรินพูดจากใจจริง


รออีกไม่ถึงอึดใจ รถยนต์ของยองบินก็มาจอดอยู่ตรงหน้าทั้งสอง ชานิกับเยรินก้าวขึ้นรถและมุ่งหน้ากลับบ้านกันทันที


พอมาถึงเยรินเป็นฝ่ายเปิดประตูรถลงไปก่อน ปล่อยให้พี่ชายกับเพื่อนตนเองอยู่ด้วยกันสองต่อสองเหมือนจงใจ


‘’ เข้าไปกินข้าวด้วยกันก่อนมั้ย ‘’ ยองบินเอ่ยชวน


‘’ ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ ‘’ ชานิตอบพร้อมกับหลบสายตา


‘’ เป็นอะไรฮึ โกรธอะไรพี่หรือเปล่า ‘’ ยองบินหันไปเอามือลูบหัวอีกฝ่าย ชานิหลับตาพยายามต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง


‘’ ผมโกรธพี่ได้ด้วยเหรอครับ ‘’ แล้วชานิก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิด ไม่น่าพูดแบบนั้นออกไป ไม่ควรแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนเองก็หวั่นไหวเช่นกัน


‘’ รู้สึกไม่ดีเรื่องอินซองใช่มั้ย ‘’ และคำถามของยองบินก็แทงใจดำชานิเข้าอย่างจัง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร เสียงเคาะกระจกทางฝั่งของยองบินก็ดังขึ้น ชานิเหลือบไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นอินซอง ยองบินเปิดประตูลงจากรถด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวทันที


‘’ นายมาทำไมอีก ‘’


‘’ ทำไมต้องพูดจาห่างเหินแบบนี้ด้วย ฉันแค่คิดถึงนาย ก็เลยมาหาแค่นั้นเอง ‘’ อินซองจงใจพูดคำว่าคิดถึงให้ชานิได้ยิน เยรินที่เห็นว่าพี่ชายกับเพื่อนไม่เข้าไปในบ้านสักทีก็เลยเดินออกมาดู พอเห็นว่าอินซองมา หญิงสาวถึงกับเอามือตบหน้าผากตัวเอง


‘’ สวัสดีค่ะพี่อินซอง ‘’ เยรินเดินเข้ามาโค้งหัวให้แฟนเก่าของพี่ชายก่อนจะหันไปหาชานิที่ตอนนี้ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่


‘’ พี่อินซองคะ นี่ชานิ เพื่อนของเยรินเองค่ะ ‘’


‘’ สวัสดีครับ ‘’ ชานิจำใจโค้งหัวให้อีกฝ่าย แต่อินซองกลับทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะหันไปหายองบินต่อ


‘’ ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย ‘’ ยองบินถอนหายใจออกมานิดหน่อย เยรินที่เห็นว่ายังไงอินซองคงไม่ยอมกลับง่ายๆจึงเอ่ยชวนเพื่อนให้เข้าไปข้างในบ้านก่อน


‘’ ชานิ...เข้าไปเตรียมอาหารกับฉันดีกว่านะ ‘’ เด็กหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเพื่อนเข้าไป


เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้ว ยองบินก็หันมาถามอินซองทันที


‘’ ฉันว่าครั้งก่อน ฉันพูดกับนายรู้เรื่องแล้วนะ ‘’


‘’ ยองบิน...ฉันขอโทษ ฉันขอโอกาสสักครั้งได้มั้ย ‘’ อินซองเอื้อมไปจับมืออีกฝ่าย แต่ยองบินก็รีบดึงมือตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว


‘’ อย่าทำแบบนี้ เรื่องของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว และฉันขอบอกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ให้นายกลับไปซะ ต่างคนต่างอยู่เถอะ ‘’


‘’ นายลืมฉันได้แล้วจริงๆเหรอ ‘’ อินซองยังคงไม่ยอม


‘’ ฉันไม่จำเป็นจะต้องจมปลักกับความเจ็บปวดนะอินซอง ‘’


‘’ เพราะเด็กที่ชื่อชานินั่นใช่มั้ย นายถึงได้กล้าพูดกับฉันแบบนี้ ‘’


‘’ ต่อให้ไม่มีชานิ ฉันก็ไม่กลับไปหานาย ขอตัวก่อนนะ ‘’ พูดแค่นั้น ยองบินก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที



‘’ พี่อินซองกลับไปแล้วเหรอคะ ‘’ เยรินที่กำลังจัดแจงอาหารบนโต๊ะเอ่ยถามขึ้น


‘’ ไม่รู้สิ กินข้าวกันเถอะ ‘’ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูอึมครึม ชานิทำตัวเหมือนอากาศธาตุ ทั้งๆที่เยรินก็พยายามชวนคุยแล้ว และพอกินข้าวกันเสร็จ เยรินอาสาที่จะล้างจานเอง เธอได้ขอให้พี่ชายช่วยเดินไปส่งชานิหน่อย ยองบินรู้สึกงงที่วันนี้น้องสาวตนเองทำตัวแปลกๆ

คนตัวสูงเดินออกมาส่งเด็กหนุ่มที่หน้าบ้าน ชานิหันมาขอบคุณอีกฝ่ายเสียงเบา


‘’ ขอบคุณนะครับ ‘’ พูดเพียงแค่นั้น ชานิก็หันหลังเตรียมจะเข้าบ้านแต่ยองบินก็รีบจับมือไว้เสียก่อน


‘’ เดี๋ยวก่อนสิ...นายยังไม่ตอบคำถามพี่เลยนะ ‘’ ชานิถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะบอกว่า


‘’ เมื่อวันก่อนที่สนามบาส ผมรู้สึกดีมากเลยนะ แต่พอกลับมาถึงบ้านแล้วเจอ...เอ่อ...แฟนเก่าของพี่ มันทำให้ผมรู้สึกแย่นิดหน่อย ‘’


‘’ ทำไมนายถึงรู้สึกแย่ ‘’ ยองบินเค้นถาม เพราะเค้าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะใจตรงกันกับเค้ามากแค่ไหน อยากรู้จนลืมความรู้สึกผิดที่มีต่อน้องสาวไปเลย


‘’ พี่จะอยากรู้ไปทำไมครับ มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก ผมขอตัวก่อนนะ ‘’ ชานิเลี่ยงที่จะไม่ตอบ เพราะกลัวว่าตนเองจะหลุดบอกความรู้สึกที่มีออกไป


‘’ เดี๋ยวสิชานิ ชานิ! ‘’ ยองบินตะโกนเรียก แต่อีกฝ่ายก็ไม่หันกลับมา คนตัวสูงจึงทำได้แค่เดินคอตกกลับเข้าบ้านไป



เช้าวันรุ่งขึ้น ยองบินรู้สึกว่าการมาทำงานในวันนี้มันช่างน่าเบื่อ เค้าไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงดี ยิ่งนานวันเข้า ความรู้สึกดีๆที่มีให้กับชานิมันก็ยิ่งมากขึ้น


แต่เค้าก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว อยากจะบอกชานิให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เค้าก็ทำให้น้องสาวเสียใจไม่ได้


‘’ ทำหน้าอะไรของแก เป็นอะไรวะ ‘’ โรอุนเพื่อนสนิทของยองบินเอ่ยถามขึ้น หลังจากเห็นเพื่อนตนเองนั่งทำหน้าประหลาดอยู่นานแล้ว


‘’ เครียดนิดหน่อยว่ะ ช่วงนี้มีแต่เรื่อง ‘’ ยองบินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะถอนหายใจออกมานิดหน่อย


‘’ เรื่องอินซอง? ‘’


‘’ แกรู้ได้ไงอ่ะ ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ ‘’ ยองบินเด้งตัวขึ้นมาถาม


‘’ ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนมีคนมาบอกว่า อินซองมาหาแกที่นี่ แต่พอดีวันนั้นแกไปคุยกับลูกค้าข้างนอกก็เลยไม่ได้เจอกัน แล้วอินซองก็ถามว่าแกพักอยู่ที่ไหน คนในแผนกก็บอกไป ฉันมารู้ทีหลังเลยห้ามไม่ทัน ทำไมวะ เค้าตามไปรังควานแกหรือไง ‘’


‘’ เออดิ...จบกันไปตั้งนานแล้วนะเว้ย ฉันไม่เข้าใจเลยอ่ะ ‘’


‘’ เครียดเรื่องนี้เรื่องเดียวอ่ะนะ ‘’ โรอุนเลิกคิ้วถาม


‘’ รู้ดีนะ...เออ..ก็มีเรื่องอื่นด้วย ไม่คิดเลยว่าอายุขนาดนี้แล้วฉันต้องมาเครียดเรื่องความรัก ‘’


‘’ ฮะ! ความรัก แกมีแฟนใหม่แล้วเหรอ ทำไมไม่เห็นบอกฉันเลยวะ ‘’ โรอุนเสียงดังออกมา เพราะไม่อยากจะเชื่อ ตั้งแต่เลิกกับอินซอง ยองบินก็ยังไม่เคยมองใคร หรือเรียกได้ว่าไม่มีใครเข้าไปในโลกของยองบินได้เลย


‘’ ยังไม่ใช่แฟนเว้ย! แต่ฉันยอมรับว่าชอบน้องเค้านะ แต่มันก็มีเรื่องให้เป็นไปไม่ได้อีกนั่นแหละ ‘’


‘’ จะแต่อะไรนักหนาวะ ไหนบอกมาซิ ว่ามันเป็นไปไม่ได้ยังไง ‘’


‘’ เยรินก็ชอบผู้ชายคนนี้เหมือนกัน แกจะให้ฉันแย่งคนที่น้องสาวตัวเองรักมั้ยล่ะ ‘’


‘’ เดี๋ยวนะ...งั้นฉันขอถามหน่อย แล้วผู้ชายคนนั้นเค้ามีท่าทียังไงกับแกบ้างมั้ย เค้าดูออกหรือเปล่าว่าแกจีบอยู่อะไรแบบนี้ ‘’


‘’ ฉันสารภาพกับเค้าว่าฉันเป็นเกย์ เค้าเองก็ไม่มีท่าทีรังเกียจนะ ยอมให้ฉันจับมือด้วย แล้วเมื่อวานเค้าเพิ่งบอกกับฉันว่ารู้สึกไม่ดีเรื่องอินซอง ‘’


‘’ แล้วกับน้องสาวแกล่ะ ฉันหมายถึง น้องเค้ามีท่าทียังไงกับน้องสาวแกบ้าง ‘’


‘’ ก็ไม่เห็นเยรินจะพูดอะไรนะ เห็นไปมหาลัยด้วยกัน กลับด้วยกันแล้วก็มากินข้าวที่บ้านฉันบ่อยด้วย เพราะบ้านเราอยู่ติดกัน ‘’


‘’ ไม่เห็นจะยากเลยวะ ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าน้องเค้าชอบแกไม่ได้ชอบเยริน ‘’


‘’ แกมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ ‘’


‘’ แกเป็นเกย์นะ ถ้าผู้ชายที่ชอบผู้หญิงอ่ะเค้าคงไม่ยอมให้แกจับมือหรอก หรือถ้าเค้าชอบน้องแกจริงๆ เค้าจะรู้สึกไม่ดีเรื่องอินซองทำไมวะ คิดสิคิด โอย...เรื่องแค่นี้ต้องให้บอก ‘’ โรอุนพูดอย่างรำคาญ เพื่อนตนเองฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรัก


‘’ เออว่ะ...ฉันควรทำไงต่อดีวะ ‘’


‘’ ก่อนอื่นเลย ฉันว่าแกเคลียร์กับเยรินก่อนดีกว่า เป็นพี่น้องกันมันต้องคุยกันได้สิ เยรินเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่มีเหตุผลสักหน่อย จริงมั้ย ‘’ ยองบินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันทำงาน


วันนี้ชานิไม่ได้กลับบ้านพร้อมเยรินเพราะต้องซ้อมบาสกับพวกรุ่นพี่ในคณะ เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากก็จะถึงวันแข่งแล้ว


หลังจากซ้อมเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสองทุ่ม เด็กหนุ่มเก็บข้าวของและเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน พอเดินออกมาที่หน้ามหาลัย ชานิก็ต้องหยุดฝีเท้าลง เนื่องจากบุคคลที่ไม่อยากเจอมายืนอยู่ตรงหน้า


‘’ สวัสดีครับพี่อินซอง ‘’ ชานิโค้งหัวให้แฟนเก่าของยองบิน


‘’ ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะ ฉันขอให้นายเลิกยุ่งกับยองบินซะ ‘’เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ


‘’ ทำไมผมต้องทำตามที่พี่บอกด้วยครับ ‘’


‘’ เพราะยองบินเป็นของฉัน ถ้าไม่มีนายเค้าก็จะกลับมาหาฉันเหมือนเดิม ‘’


‘’ ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอครับ พี่เป็นฝ่ายทิ้งพี่ยองบินไป แล้วตอนนี้นึกอยากกลับมาก็กลับเหรอ พี่ยองบินไม่ใช่สิ่งของนะครับ ‘’


‘’ นายไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า ฉันกับเค้าผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ คิดว่าเค้าจะเลือกเด็กอย่างนายงั้นเหรอ ‘’ อินซองพูดขู่


‘’ ขนาดผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ แต่พี่ก็ทิ้งเค้าได้ลงคอนะครับ ผมคงทำในสิ่งที่พี่ขอไม่ได้ ขอตัวก่อนนะ ‘’แล้วชานิก็รีบเดินจากไปทันที


พอกลับมาถึงบ้าน ชานิก็เห็นว่ายองบินออกมายืนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่หน้าบ้านของตนเอง คนตัวสูงเหลือบมาเห็นชานิก็รีบเดินเข้ามาหาทันที


‘’ เดี๋ยวก่อนสิชานิ หยุดคุยกันก่อนได้มั้ย ‘’


‘’ พี่มีอะไรจะพูดก็ว่ามาครับ ‘’ ชานิตอบเสียงเรียบ เนื่องจากยังหงุดหงิดอินซองอยู่


‘’ นายเป็นอะไรอ่ะ ทำไมต้องหนีหน้ากันด้วย ‘’


‘’ ผมต่างหากที่ต้องถามว่าพี่เป็นอะไร อยู่ๆพี่ก็มาทำให้ผมรู้สึกดี แต่พี่ก็ไม่ยอมพูดหรือบอกอะไรออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย แล้วไหนจะแฟนเก่าของพี่อีก วันนี้เค้าก็มาขอให้ผมเลิกยุ่งกับพี่ พี่บอกผมหน่อยสิครับ ว่าจะให้ผมทำยังไง ระหว่างพี่กับผมอะไรๆมันดูคลุมเครือไปหมดเลยอ่ะ ‘’ ชานิร่ายยาวออกมาอย่างหมดความอดทน


‘’ แล้วนายจะเลิกยุ่งกับพี่จริงๆเหรอ ‘’ ยองบินถามเสียงเบา


‘’ ถ้าพี่ยังไม่มีอะไรชัดเจน ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ คนที่เคยเป็นเจ้าของพี่เค้ากลับมาแล้วนี่ ‘’


‘’ พี่อาจจะไม่ได้พูดอะไรออกไปให้ชัดเจน แต่การกระทำของพี่มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าพี่คิดยังไงกับนาย นายเองก็ไม่เคยพูดกับพี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอว่าคิดยังไง ‘’ ยองบินถามกลับไปบ้าง ทำให้ชานินึกขึ้นได้ว่าตนเองก็ไม่เคยได้พูดอะไรออกไปเช่นกัน


‘’ ผมมีเหตุผลที่ทำให้พูดออกไปตรงๆไม่ได้ครับ ‘’ ชานิตอบเสียงเบา


‘’ พี่ก็มีเหตุผลที่ทำให้พูดกับนายตรงๆไม่ได้ แล้วเห็นผลของพี่ก็ไม่เกี่ยวกับอินซองด้วย แต่เป็นเยริน ‘’


‘’ เยรินเกี่ยวอะไรด้วยครับ ‘’ ชานิถามอย่างสงสัย


‘’ เยรินเธอชอบนาย...ชานิ ‘’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น