[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 8 : REPORT 07 : Next target

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 พ.ย. 61


    [ป๊าครับ ป๊านอนรึยัง...]

 

เสียงหงอยๆจากลำโพงที่เชื่อมจากอินเตอร์คอมหน้าห้องดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าจากจอโน้ตบุ๊คแล้วหันมองออกไปพลางขมวดคิ้ว ... นี่มันเพิ่งทุ่มครึ่งอย่างเขาเนี่ยนะจะนอนตอนนี้ เด็กนี่

 

“เข้ามา ฉันยังไม่นอน”

 

สิ้นเสียงแจ้งปลดล็อครหัสประตู ร่างสูงของคิมแทฮยองก็เดินตัวลีบเข้ามาด้านในพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของชายหนุ่ม มันมีทั้งความกระอักกระอ่วนและกังวลบางอย่างที่ดูเหมือนจะมีบางสิ่งอัดอั้นอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ

 

“...ป๊ายุ่งอยู่รึเปล่า”

“เข้ามาตอนนี้ได้คงไม่ได้กะว่าจะมาแล้วก็โดนไล่ออกไปหรอกมั้ง”

“...”

 

แทฮยองก้มหน้างุดก่อนจะเดินไปนั่งจ่อมลงที่โซฟาเล็กด้านหน้าโต๊ะทำงานของยุนกิซึ่งถือว่าเป็นบริเวณพักผ่อนในห้องนี้ ที่การตกแต่งภายในนั้นราวกับเป็นห้องห้องหนึ่งภายในคอนโดที่แทบจะมีทุกอย่างรวมอยู่ในห้องเดียว ขาดก็แค่ครัวและส่วนทานอาหารเป็นเรื่องเป็นราว

 

“ถ้าคิดจะมาคุยกับฉัน นั่นคือนายต้องพร้อมที่จะเริ่มแล้ว ยังเตรียมใจมาไม่พออีกเหรอไง”

 

เจ้านายร่างเล็กเอ่ยย้ำอีกครั้งขณะเช็กงาน เสียงเรียบแต่เนื้อคำเฉียบขาดทำให้ผู้น้อยคนใกล้ชิดกลืนน้ำลาย

 

“...ความจริง ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มยังไง แต่ .. แต่ผมแค่อยากคุยกับป๊า”

“นายอยากได้อะไรจากฉันล่ะ คำปลอบ? คำแนะนำ? หรืออยากโดนด่า”

“ฮือ... ป๊าจะว่าผมก็ได้”

 

ยุนกิชะโงกหน้ามองแทฮยองอีกครั้งจากหลังจอ “ถ้ายังไม่บอกว่าเรื่องอะไรที่คิดว่านายสมควรโดนฉันคอมเพลน ฉันก็ด่าไม่ถูกหรอกนะ”

 

เจ้าหมาตัวใหญ่ยังคงสีหน้าแบบเดิมจนเหมือนกับหูลู่หางตกเข้าจริงๆ

 

“ผมรู้สึก.. ผมรู้สึกว่าผมมันไร้ความสามารถจังเลยครับ ผมไม่เข้มแข็ง แล้วก็ไม่น่ากลัวเลย....”

“หา?”

“ผมพยายามแล้วแต่มันดูไม่เวิร์คเลยครับ ทำยังไงผมถึงจะน่ากลัวน่าเกรงขามบ้าง”

 

“แล้วนายอยากจะน่ากลัวไปทำไมก่อน...” ยุนกิถามแบบไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก จะว่าเวทนาก็ไม่เชิง แต่มันสงสัยกับความปรารถนาสุดแปลก

 

“ก็.. ก็ผมเป็น เป็นถึงคนใกล้ชิดของป๊า ...” น้ำเสียงและสายตาของแทฮยองหลุกหลิกหน่อยๆ “ถ้าไม่มีใครกลัวหรือเกรงใจผม มันก็ดูไม่เหมาะกันใช่มั้ยล่ะครับ ผมกลัวว่าป๊าจะถูกนินทาที่เอาไอ้อ่อนมาเป็นตำแหน่งสำคัญขนาดนี้”

 

บอสมินนั่งฟังอีกฝ่ายพูดจนจบก่อนจะเหยียดริมฝีปากถอนหายใจ เขาลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินเข้ามานั่งโซฟาที่ว่างข้างๆลูกน้องมือซ้ายของเขา ที่เป็นเลขาคนสำคัญไม่แพ้นัมจุน

 

“แทฮยอง”

“คะ-ครับ!?

 

เจ้าลูกหมาตัวใหญ่ยืดตัวขานรับอัตโนมัติราวกับเหมือนกำลังตอบครูฝึกทหารจนดูน่าขัน แต่ก็เป็นเพียงการเผลอตัวเท่านั้นเพราะไม่เท่าไหร่เจ้าตัวก็ยิ้มเจื่อนพลางนั่งสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม

 

“ตกลงนายมาทำงานกับฉันเพื่ออะไร?”

“...”

 

แทฮยองเบิกตาโตขึ้นชั่วแวบ คำถามเพียงคำถามเดียวของบุคคลที่เคารพรักฟาดเข้าอย่างจังจนเหมือนเขาเริ่มได้สติ

 

“นายแค่อยากมาทำงานกับฉันเพราะแค่ต้องการให้คนกลัวหรือเกรงใจงั้นเหรอ”

“ไม่ ไม่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น ...” ชายหนุ่มรีบเอ่ยแก้ นั่นยิ่งทำให้ยุนกิจับจ้องท่าทีผิดปกติยิ่งกว่าเดิม

“สำหรับคำถามนี้ฉันคิดว่านายคงมีคำตอบในใจแล้ว งั้นฉันจะถามนายอีกอย่าง นายกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ต้องใช้อำนาจโต้ตอบอยู่เหรอไง”

“...”

“ฉัน?”

 

คิมคนน้องแทบสำลักเมื่อบอสถามว่าหมายถึงตัวเองใช่หรือไม่ เปล่าเลยต่างหาก ไม่ได้ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย

 

“ก็คิดอยู่แล้วว่าไม่ใช่หรอกแค่ถามไปงั้น” ยุนกิเอนร่างพิงเข้ากับโซฟา ปรับท่านั่งให้ดูผ่อนคลายมากขึ้นแม้ว่าจะยกมือขึ้นมากอดอกหลวมๆอยู่ก็ตาม และคำพูดก็หมายความตามนั้นจริงๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็อ่านสายตาของแทฮยองออกว่าเบื้องหลังความรู้สึกมันเป็นอย่างไร

เป็นสายตาที่ทำให้ยุนกิตัดสินใจที่ให้เจ้าหมอนี่มาทำงานส่วนโฮมออฟฟิศเต็มตัวและใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเป็นหลัก โดยที่นัมจุนจะคอยจัดการที่บริษัทและออกไปไหนมาไหนกับเขาในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วย

 

“หน้าที่ของนายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังหรือใช้อำนาจ โลกนี้ไม่มีคนที่ทำอะไรไม่เป็นหรอก มีแต่คนที่เหมาะกับไม่เหมาะที่จะทำอะไรเท่านั้นแหละ”

“ป๊า...”

“การที่นายทำเรื่องที่มันไม่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ไม่ได้หมายความว่านายไร้ความสามารถ มันสำคัญที่ว่านายต้องการทำสิ่งที่นายไม่เคยคิดจะทำไปเพื่ออะไรต่างหาก”

 

“...” แทฮยองหลุบหน้าลงอีกครั้ง รู้สึกเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ต้องฮึบไว้

อยากจะร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งในรสคำสอนดุจพระเจ้ามาโปรดให้เห็นทางสว่าง พร้อมกับปีศาจด้านล่างก็แหวกธรณีโชว์ให้เห็นขุมนรกเช่นกัน เพราะสิ่งที่ตัวเองต้องการเขารู้ดีว่ามันโคตรยาก ยากแสนเข็ญยิ่งกว่าอะไร ต้นเหตุของความขมขื่นทั้งมวลอยู่บนใบหน้าปีศาจที่กำลังยิ้มเยาะตนในมโนภาพแล้ว มารร้ายที่มีใบหน้าของปาร์คจีมินนั่นไง

บัดซบเอ๊ย! รู้งี้ตอนนั้นปล่อยแม่งให้จมน้ำตายซะก็ดี ช่วยมาทำไมวะเนี่ย ทำคุณบูชาโทษชัดๆ!!

 

 

หลายนาทีก่อนหน้า ที่ห้องขังใต้ดินบริเวณบ้านใหญ่ของมินแฟมิลี่

สายตาขบขันจากร่างเล็กถูกส่งผ่านข้ามไหล่คนที่ยืนหน้าประตูไปให้กับแผ่นหลังที่ลับตาไปแล้ว และไม่กลัวว่าคนที่ยังไม่ไปไหนจะดูออกและเอ่ยถาม เพราะเขาเองรอที่จะเปิดประเด็นนี้เพื่อสนทนาอยู่แล้ว

 

“นี่ คุณน่ะ วันหลังให้เขามาส่งอาหารให้ผมอีกได้มั้ย”

“คุณหมายถึงแทฮยอง?”

“ครับ หมายถึงเขานั่นแหละ ไม่เจอหน้ามาหลายวันแล้วไม่ค่อยสบายใจเลย”

 

นัมจุนย่นคิ้วนิดหน่อยกับการที่จีมินถามถึงบุคคลที่สามซึ่งเป็นน้องชายของตน จะว่าไปก่อนหน้าก็มีเรื่องผิดสังเกตเกิดขึ้นกับแทฮยองอยู่เหมือนกัน

 

“ทำไมคุณถึงคิดว่าการที่เขาไม่มาส่งอาหารให้มันทำให้คุณไม่สบายใจกันล่ะคุณปาร์ค”

 

เขาปิดล็อคห้องและก้าวเข้ามาข้างในอย่างระมัดระวัง เพราะดูเหมือนว่าจะมีเรื่องที่ต้องคุยกับนักโทษที่ไม่ได้รับเชิญนี่เข้าเสียแล้ว แต่ก็พยายามจะไม่ซักไซ้อะไรให้นานก็แล้วกัน

 

“อา ก็ อย่างนึง คิดว่ามันไม่ใช่หน้าที่คุณน่ะ คุณอาจจะมีงานอื่นที่สำคัญกว่าคอยมาดูผม”

“แล้ว?”

 

“อีกอย่างก็คือ...” จีมินลอบยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ชวนสงสัยแต่อย่างใด “ผมมีเรื่องที่ต้องคุยนิดหน่อย ไม่ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ผมไม่กล่อมเขาให้ปล่อยตัวผมไปอะไรอย่างนั้นหรอก แค่อยากปรับความเข้าใจนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง”

 

เลขาคิมยิ่งรู้สึกสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าไอ้ปรับความเข้าใจนี่มันอะไรกัน

 

“งั้นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มาส่งอาหารที่นี่อีกก็คือคุณจริงๆสินะ”

“ประมาณนั้นแหละครับ พอเขาไม่อยู่ผมยิ่งเหงากว่าเดิมอีก ท่าทางเขาน่าจะอายุพอๆกับผมนะ”

“ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรจากเขานะ แต่ถ้าคุณต้องการแค่คนส่งอาหารก็คงไม่ได้คิดอยากจะเจอหน้าขนาดนี้หรอกใช่มั้ย”

 

จีมินหัวเราะเบาๆ “แค่คนส่งอาหารเท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไรอื่นเลย”

 

“ถ้างั้นก็รอไปก่อนแล้วกัน ถ้าโชคดีเด็กคนนั้นก็คงตัดสินใจมาหาคุณอีก”

 

นัมจุนถอนหายใจเล็กน้อยอย่างไว้ทีก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องคุมขังใต้ดินบ้านใหญ่ ปล่อยให้เชลยกิติมศักดิ์จัดการอาหารมื้อเย็นของตัวเองภายในนั้นต่อไป

ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สงสัยอะไรเลยหรอก แต่ตนก็เชื่อว่าน้องชายทั้งคนน่ะโตมากแล้ว ปัญหาที่ตัวเองรับมาก็ต้องพยายามแก้ไขให้สุดความสามารถตัวเองเสียก่อนที่จะคิดขั้นต่อไปว่าควรไปต่อหรือเททิ้ง

 


--

 


    หน้ากระดาษสมุดในมือกับรายการซื้อของจำนวนหนึ่งถูกขีดฆ่า และตอนนี้รายการล่าสุดเองก็เพิ่งถูกเส้นขีดทับเมื่อกี้สดๆร้อนๆเมื่อได้ของที่ต้องการ

จองกุกถอนหายใจว่านี่มันไม่ใช่ธุระอะไรเลยนะเนี่ยที่ออกมาซื้อของด้วยตัวเอง ...กับนายคู่หูที่เดินมองข้าวของในชั้นอย่างสนอกสนใจ

ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้แฮปปี้กับการบริการตัวเองเพราะว่าตอนเด็กๆไม่เคยโดนแม่ใช้ไปซื้อของอย่างที่ลูกบ้านอื่นมักจะเป็น ที่บ้านตนเลี้ยงดูมาอย่างสุขสบายมาตลอดและแทบจะไม่ต้องลำบากอะไรเลย และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลลึกๆที่ชายหนุ่มเลือกที่จะมาทำงานให้กับหน่วยข่าวกรอง ก็นะ พอมาเป็นสายลับเขาว่าได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรหลายๆอย่างตั้งเยอะแยะ

เพียงแต่ว่าปกติก็คือจะซื้อหาอะไรเข้ามาแม้แต่ปัจจัยจำเป็นอย่างพวกเสื้อผ้าอาหารก็จะมีทีมงานซื้อมาอยู่แล้ว แต่นั่นก็หมายถึงเป็นรอบๆตามแผนรายเดือนเป็นกำหนดการ แต่เรื่องนี้มันนอกเหนือจากกำหนดที่ว่า เนื่องจากมันเป็นอีเวนท์พิเศษ และไม่ใช่อีเวนท์อะไรส่วนตัวกับนายคิมซอกจินแน่นอน

ก็เพราะผลสรุปจากที่ประชุมซึ่งออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหลังจากปรึกษาวางแผนกันเพิ่มเติม และครั้งนี้การประชุมเป็นไปอย่างยาวนานกว่าจะดิสคัสแผนการจนลงตัว กับข้อมูลใหม่ที่ได้มาก็คือคราวนี้พวกเขาจะวางแผนกันอย่างระมัดระวังโดยเริ่มจากพันธมิตรใกล้ชิดกับมาเฟียตระกูลมินที่น่าสงสัยว่ามีข้อมูลเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือเปล่า ทว่าก็มีปัญหาอยู่เล็กน้อยคือเจ้าแก๊งพันธมิตรที่ว่าไม่ได้อยู่ในเกาหลี แต่กลับเป็นกลุ่มยากูซ่าในญี่ปุ่นเสียอย่างนั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผองเพื่อนเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในต่างประเทศเพราะอย่างไรฉากหน้าก็คือบริษัทมิลคอร์ป การเดินทางไปสร้างคู่ค้าในเมืองนอกนั้นเป็นเรื่องปกติของนักธุรกิจที่ต้องขยับขยายที่ทางเพื่อผลประโยชน์

และแน่นอนว่าคนที่จะไปที่นั่นก็ไม่พ้นคู่หูอัลปาก้าและซีกอล เพียงแต่การแทรกซึมเบื้องต้นนั้นอาจทำได้ไม่ง่ายเท่าไหร่ พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะจับตาดูท่าทีไปก่อนโดยยังไม่ได้คาดหวังเรื่องการเจรจาระหว่างเป้าหมายทั้งสองจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ทำให้สองคนนั้นมีสิทธิ์จะอยู่ญี่ปุ่นพักใหญ่ และงบประมาณในส่วนนี้โฮซอกจะทำเรื่องขอเบิกจากบลูเฮาส์มาให้

ด้วยเหตุนี้เอง ทั้งจองกุกและซอกจินก็เลยต้องออกไปซื้อของบางส่วนด้วยตัวเองในร้านกูร์เมต์ เพราะมันเกี่ยวข้องกับสายอาชีพที่จองกุกจะต้องแฝงตัวเข้าไปที่นั่น โดยวางตัวไว้แล้วว่าซอกจินจะคอยดูแลอยู่วงนอกในส่วนการส่งข้อมูลกลับมายังหน่วยงานที่เกาหลีเอง

 

“เนี่ย ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าอยากชิมเหล้าฝีมือคุณหรือว่าอยากเห็นคุณใส่ชุดบาร์เทนเดอร์ของที่นั่นก่อนดี”

 

“เหล้าก็ได้ ผมจะได้ใส่ยาพิษให้ดื่ม” จองกุกตอบด้วยเสียงเบื่อหน่ายขณะขับรถกลับที่พักตัวเองหลังจากที่ซื้อของเสร็จอย่างรวดเร็ว ส่วนนายคิมคู่หูนั่งอยู่ที่เบาะด้านข้าง

 

“คุณนี่ยังไงเนี่ย ไม่นึกฆาตกรรมผมซักวันมันจะนอนไม่หลับเหรอ”

“ก็อาจจะพอๆกับคุณที่คอยแต่จะลวนลามผมนั่นแหละ เสมอกัน”

 

ซอกจินขำพรืดกับการโต้ตอบจากอีกฝ่าย ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วนะเนี่ย ปากร้ายกับตนเข้าไปทุกที แต่แบบนี้ก็ไม่เลว

การบินไปประเทศข้างเคียงไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรมากเท่าไหร่ แต่พวกค่าครองชีพที่นอกเหนือจากนี้ก็คงต้องมีที่พึ่ง เพราะลำพังก็ไม่แน่ใจในเรทเงินเดือนของบาร์ที่กำลังจะไปติดต่อว่าจะพอจ่ายค่าห้องเช่าไหม เพราะถ้าเลือกแบบถูกๆก็เสี่ยงจะเจอผีหลอกอีกเพราะอัตราการฆ่าตัวตายหรือพบศพในห้องพักนั้นค่อนข้างมาก ถึงจะไม่เคยเจอแต่ก็ใช่ว่าจะต้องลองของสักหน่อย

 

“ว่าแต่ก่อนหน้านี้คุณได้ทำงานต่างประเทศบ่อยมั้ย”

“หือ ก็มีบ้าง ผมค่อนข้างชอบฝั่งตะวันตกมากกว่าจีนนะ แต่ก็นั่นแหละ ผมไม่ค่อยได้ไปประเทศที่ไม่ได้มีปัญหาแรงๆกับเราหรอก อย่างมากก็ไปตามจับอาชญากรที่หนีไปกบดาน แต่สืบราชการลับนี่เราวางแผนร่วมกับซีไอเอของอเมริกาด้วย เพราะเรามีศัตรูคนเดียวกันงี้ .. เอ้อ ไม่สิ ผมควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ เป้าหมายที่น่าสงสัยทางการเมืองละกัน”

 

“ถ้างั้นคุณอาจจะเคยได้ไปเกาหลีเหนือ?”

“ไม่ ไม่ไป ไม่คุ้ม” จองกุกรีบพูดสวนขึ้นมาทันที “ถ้าส่งสายลับเกาหลีใต้ไปทางนั้น สถานการณ์ทางการเมืองมีแต่จะแย่ลง ซึ่งหน่วยเราเองก็คิดแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว ปัญหาของประเทศเราเองผมคิดว่าใช้พวกฝ่ายบริหารดำเนินงานไปจะดีกว่า เราไม่อยากเดาใจผู้นำฝั่งนั้นสุ่มสี่สุ่มห้าและแสดงท่าทีคุกคามเกินเหตุ การส่งสายลับเข้าไปน่ะมันอาจเป็นชนวนได้เลยนะคุณ”

 

“อืมมมม จริงด้วยแฮะ คุณพูดถูก” คนโตกว่าลูบคางคิดตาม พวกหน่วยข่าวกรองมันก็มีเครือข่ายกับสายการเมืองอยู่แล้ว การรับรู้เรื่องสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญมาก เอาจริงก็เป็นองค์กรที่กดดันหนักหนาสาหัสเอาเรื่องอยู่

 

“เพราะงั้นเคสที่เรากำลังทำอยู่น่ะเบาแล้ว เพราะมันไม่ได้มีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเอี่ยว แต่ถ้ามองในแง่การอยู่รอดขององค์กรเรามันก็หนักอยู่ดี ก็มีความกดดันไปคนละแบบน่ะ”

“อา.. คุณนี่เท่กว่าที่คิดเยอะเลยนะครับจองกุก”

“หา?”

 

เจ้าตัวขมวดคิ้ว ไอ้คำว่าเท่กว่าที่คิดมันหมายความว่าไงวะ

 

“อย่าเพิ่งทำหน้าไม่พอใจสิ ก็แบบ เวลาคุณอธิบายเรื่องงานนอกจากประชุมกับทำมิชชั่นแล้วรู้สึกว่าคุณนี่เป็นคนทำงานอย่างแท้จริงเลยล่ะครับ ประมาณนั้น”

“อ้อ ผมเพิ่งมาดูเอาการเอางานตอนนี้เหรอครับ แหม ดีใจจัง”

“แต่ผมว่าตอนนี้เหมือนคุณกำลังพยายามหาเรื่องผมอยู่นะ”

“เปล๊า”

 

จองกุกขึ้นเสียงสูงพร้อมทำสีหน้าเลิกคิ้วสูงอย่างจงใจ ซึ่งซอกจินก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ตั้งแต่พวกเขาได้นอนคุยเปิดใจกันไปวันนั้นทำไมรู้สึกคุณจอนซีกอลจะแซะเก่งขึ้นด้วย หรือนี่คือสัญญาณของความสนิทสนมที่ก้าวขึ้นไปอีกเลเวลกันนะ อยากจะถามนายปาร์คคนนั้นจังว่าสมัยที่อยู่ด้วยกันเด็กคนนี้เป็นแบบนี้หรือเปล่า หรือว่าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแค่ตน

อย่างไรก็ตามข้าวของพวกนี้จะถูกใช้ในวันถัดไป ที่ทางหน่วยงานได้จ้างมือชงอันดับต้นมาเพื่อสอนจองกุกตัวต่อตัวโดยเฉพาะเพื่อเตรียมตัวในเวลาจำกัด การสวมบทบาทให้สมจริงคือสิ่งสำคัญที่สายลับทุกคนพึงทำราวกับเป็นสกิลภาคบังคับ ซอกจินเองก็มีสกิลนี้และได้ใช้มันอย่างชำนาญแล้วเช่นกันจากการที่ตนเที่ยวสวมรอยหลอกชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว จะว่าไปมันก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่บอสจองได้ตัดสินใจเลือกเขามาช่วยงานในที่สุดก็เป็นได้

มันน่าสนุกจะตายไม่ใช่เหรอ อยากเป็นใครก็ได้เป็น อยากทำอะไรก็ได้ทำเพื่อจุดประสงค์เดียว

แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ชีวิตเขาจะดำเนินไปทางไหนได้อีกเล่า ...เนื่องจากมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นแล้ว

เอาน่า บทบาทที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้มันก็ไม่เลวหรอก ไหนจะมีคู่หูที่โดนใจขนาดนี้ ซอกจินว่ามันบันเทิงมากกว่าสมัยเป็นโจรอีก

ปกติก็อยู่ต่างแดนตัวคนเดียวมาตลอด แต่เดี๋ยวก็จะได้ไปทำงานเมืองนอกสองต่อสองกับอีกฝ่ายในอีกไม่นานแล้ว หวังว่าจะมีเรื่องเด็ดๆในอนาคตสักเรื่องไว้เป็นความทรงจำดีๆก็แล้วกัน


TBC


>>Talk
อุแง ต้องขออภัยด้วยนะคะถ้าตอนนี้แอบสั้น ;_; เพราะไม่รู้จะยัดอะไรลงไปแล้วค่ะ มากเกินก็กลัวตอนจะไม่สมดุลและจบแบบขาดๆไม่ก็เกินไปเลย ฮ่า
และไหนๆก็ไหนๆก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านและเปลี่ยนเหตุการณ์ด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นช่วงเตรียมตัวนั่นเอง ไม่ต้องห่วงนะคะ จะพยายามชดเชยในตอนต่อๆไปแน่นอนเพราะพวกเขาจะได้เปลี่ยนสถานที่ทำงานแล้ว อุอิ

แล้วก็แจ้งข่าวนิดนึงนะคะ หมดตอนนี้ก็คือครบตามเป้าหมายที่เราตั้งใจจะอัพแล้วค่ะ จะเริ่มอัพต่อก็ต่อเมื่อเราวางแผนรอบใหม่รวมกับเรื่องอื่นๆแล้ว ยังไงก็ขอบคุณสำหรับเฟฟ เมนท์ วิว แท็ก ที่มีให้กันเสมอมาค่ะ
เจอกันตอนหน้าอีกระยะนึงนะคะ รอกันด้วยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #62 kuychai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:35
    โห้ววววส
    #62
    0
  2. #51 rikear_lope (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:36
    ทำไมฉันถึงไม่ไว้ใจเรื่องเด็ดๆของคุณอัลปาก้สเลยหละคะ
    #51
    1
    • #51-1 (จากตอนที่ 8)
      8 ธันวาคม 2561 / 15:20
      บร๊า ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คิดมว้ากกกก---
      #51-1
  3. #49 เขยตระกูลควอน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 22:03
    เรื่องเด็ดๆ นี่คิดดีไม่ได้เลยจ้าาาาาาา แหมพี่เอ๊ยยยยยยยยยยย อยู่ดีๆไม่ชอบชอบให้น้องตีน้องเตะน้องตบอ่ะเนาะ แต่ก็ยะงแอบสงสัยอยู่ว่าสรุปพี่จินเป็นใครกันแน่ ปากก็บอกว่าโจร โจรแท้100%รึเปล่าวะ งงไปหมดแร้ว ;-;
    #49
    1
    • #49-1 (จากตอนที่ 8)
      16 พฤศจิกายน 2561 / 00:22
      อ่านแล้วคิดถึงน้ำผลไม้เลยค่ะ5555555555555555555555555 โจรแท้100% อันนี้ต้องลองชิม-----
      พิเขาเป็นมิจฉาชีพจิงๆนะค้า เชื่อรต.สิ! /ปิ๊งๆๆ
      #49-1
  4. #43 RMJHyun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 04:26
    ก็คือพี่จินไวทั้งมือและความคิด มโนเก่งเหลือเกิน แอบสงสัยว่าเป็นโจรจริงมั้ย ดูฉลาดกว่าที่เห็น แต่คนจะเป็นโจรก็ต้องฉลาดแหละเนาะ
    น้องแทนี่สรุปจะคุยกับป๊าจริงจังมั้ย ถ้าบอกไปตรงๆนักโทษจะอยู่ดีอยู่มั้ย 55555 ยิ่งทางนั้นออกตัวรีเควสคนส่งข้าวกับพี่ชายเค้าอีก น้งแทหนีไปรูก
    #43
    1
    • #43-1 (จากตอนที่ 8)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 12:14
      Oops--- เป็นโจรจริงๆนะคะ โจรที่ชื่นชอบโรลเพลย์(555555555) ต้องหัวไวเพื่อโกงและหนีอยู่แล้วค่ะ (ฮา)
      นุแทได้คุยกับป๊าอยู่แล้วค่ะ ส่วนจะบอกเรื่องนายนักโทษมั้ยอันนี้ก็ไม่รู้--- แต่ที่แน่ๆ เขารีเควสมาขนาดนี้แล้วไม่น่าจะหนีพ้นแล้วค่ะ555555 /เอ๊ะ
      #43-1
  5. #42 _Neferu_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 02:46
    เอาเรื่องจริงมาเขียนสินะตีกันตลอดเวจริงๆ5555555
    #42
    1
    • #42-1 (จากตอนที่ 8)
      13 พฤศจิกายน 2561 / 03:23
      ใช่แร้วขะเพื่อนความอิน--
      #42-1
  6. #40 FF1395 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 05:11
    ตาพี่ร้ายกาจจัง เรื่องเด็ดๆนี่หวังอะร๊ายยยยยยย ดีนะยัยลูกก็ไม่เบายังพอเอาตัวรอดได้บ้าง555555
    #40
    1
    • #40-1 (จากตอนที่ 8)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 07:58
      นั่นสินะคะ เรื่องเด็ดของนายอัลปาก้าคืออะไรน้า /แค่ก
      ต้องขอบคุณปสก.น้องจอนค่ะที่ทำให้น้องแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทุบ5555555--
      #40-1
  7. #39 mookie952 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:10
    ชอบที่ต่างฝ่ายต่างแรงใส่กัน 555555 นี่ ชีวิตจริงชัดๆ เมื่อไหร่จะหวานกันบ้างงงงงง กิกิ
    #39
    1
    • #39-1 (จากตอนที่ 8)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 04:41
      เบสออนทรูสตอรี่ เรียลลิสติคสุดๆเพื่อฟามอินค่ะ
      ส่วนจะหวานเมื่อไหร่รต.ก็ไม่รู้---- /อ้าว แต่เดี๋ยวจะคืนกำไรให้คนอ่านแน่นอนค่า 555555
      #39-1