[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 6 : REPORT 05 : คำเตือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    2 ก.ย. 61


    “รายงานภารกิจ เคลียร์”

“ทุกอย่างเรียบร้อย เราได้ข้อมูลจากการดักฟังมาแล้ว ตอนนี้กำลังทำไฟล์เพื่ออัพโหลดลงคลาวด์ค่ะ”

 

จีซูรายงานกลับไปยังหน่วยข่าวกรองเมื่อภารกิจของวันนี้เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นภารกิจดักฟังและเก็บข้อมูลจากสภาพแวดล้อมจากรายงานเบื้องต้นก่อนที่จะประเมินสถานการณ์เพื่อที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไป ซึ่งขั้นต่อไปนี่ล่ะคือของจริง

พวกเขากำลังอยู่ระหว่างทางกลับไปยังเรือนจำซึ่งเป็นที่ทำงาน หากจะใช้คำว่าแหล่งกบดานก็ดูเหมือนจะไม่ใช่องค์กรที่ดูดีสักเท่าไหร่ แต่ความจริงหลังจากที่ประจำอยู่ที่นี่นานๆเข้าก็พบว่าก็ไม่ได้ไม่ชอบโลเคชั่นนี้เสียทีเดียว เพราะมันก็ใช้หลบซ่อนตัวได้ดีเหมือนกัน

ด้านหน้าตอนนี้เอเยนต์วันวันกำลังขับรถ และเอเยนต์ลิลซ่าดูแลความเรียบร้อยกับคุ้มกันอยู่ที่เบาะด้านข้างโดยในมือถือไรเฟิลสไนเปอร์ติดลำกล้องอัพเกรดระบบซูมให้ขยายระยะในการเล็งเมื่อความแม่นยำมากขึ้น ถ้าหากพบรถที่น่าสงสัยขับตามมาเป็นระยะทางและความเร็วเข้ารัศมีในตอนนี้ สายลับ(พ่วงตำแหน่งพลแม่นปืน)สาวก็จะโผล่ออกไปจัดการทันที

ส่วนด้านหลังประกอบด้วยทีมที่ออกปฏิบัติการลงพื้นที่ที่เพิ่งระเห็จหนีจากเหตุการณ์วุ่นวายหน่อยๆในโรงแรมกลับมา แม้ที่นั่งจะกว้างขวางแต่จองกุกกลับแยกไปนั่งชิดมุมอีกด้านของรถ โดยที่ซอกจินนั่งกอดอกยิ้มขำอยู่ที่เบาะอีกฝั่งขณะเหลือบมองท่าทีไม่อยากสุงสิงด้วยของคุณนกนางนวลคู่หู

 

มันไม่มีอะไรหรอก ...ไม่ได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อเกินเลยในหน้าที่เลยสักนิด!

 

ก็แค่ตอนที่พวกเขามีเรื่องนิดหน่อยตอนตัดสินใจหนีออกจากลิฟต์เท่านั้นเอง

ตอนนั้นระหว่างที่ลิฟต์กำลังเลื่อนลงไปชั้นล่าง พวกเขาต้องตัดสินใจให้ไวที่สุดเพื่อที่จะมีเวลางัดแงะ หลังจากที่เห็นว่าลงมาจนแน่ใจว่าน่าจะพ้นจากกลุ่มพรรคพวกของฝ่ายนั้น ซอกจินจึงจัดการกดปุ่มให้ลิฟต์หยุดทุกชั้นก่อนที่จะถึงชั้นล่างสุด ส่วนโครงสร้างของลิฟต์นั้นจีซูค้นหามาให้จากข้อมูลของบริษัทผู้สร้างและติดตั้งเพื่อจะศึกษาเกี่ยวกับลักษณะและกลไกการแยกชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งโชคดีที่ว่าเพดานสามารถเปิดออกได้ทว่าต้องตัดไฟด้านบนเสียก่อน แต่เธอก็ส่งวิธีตัดไฟตามมาในเวลาไม่นานโดยใช้เครื่องมือที่พวกตนมีอยู่ ...สมกับเป็นอัจฉริยะฝ่ายอุปกรณ์จริงๆ

หลังจากที่ทำการตัดไฟด้านบนแล้วทำให้ตัวกล่องลิฟต์มืด แต่พวกเขาก็มีไฟฉายทดแทน ทั้งสองคนสลับกันงัดเพดานโดยที่ซอกจินเป็นคนปลดพวกสลักและชิ้นส่วนที่ยึดกันอยู่ จากนั้นจึงให้จองกุกเป็นคนช่วยใช้กำลังให้มันเปิดอีกที

วกกลับมาสู่ปัญหาครอบครัว(?)อีกครั้ง ใครจะเป็นคนขึ้นไปก่อน...

 

“ให้ผมดีกว่านะคุณซีกอล อย่างน้อยให้ผมได้เป็นคนช่วยประคองขึ้นไปเถอะ”

“ดึงไหวเหรอไง แล้วให้คุณดึงผมจะไว้ใจได้ไงว่าคุณจะไม่ทำผมร่วงลงมาก่อน” แต่ความจริงปัญหาหลักมันไม่ใช่ทำร่วงหรือไม่

“นี่ คุณซีกอลครับ เห็นผมแบบนี้ผมก็แข็งแรงกว่าที่คุณคิดนา แต่ถ้าขั้นผมดึงไม่ไหวแสดงว่าน้ำหนักคุณท่าจะมีปัญหาแล้วนะ ให้ผมช่วยทดสอบมั้ย”

“ไม่ต้อง!” จองกุกรีบเอามือยันอกคนพี่เบรกไม่ให้เข้าใกล้ทันที “ผมก็แข็งแรงพอที่จะดึงคุณได้เหมือนกัน”

“โธ่ ถ้าเราได้ไปอวดความแข็งแรงกันตรงอื่นที่ไม่ใช่ตอนนี้น่าจะดีนะครับ”

“............................” จอนซีกอลตวัดมองคู่หูตัวเองอย่างไม่ไว้ใจอีกครั้ง ...ตรงอื่นกับตอนอื่นนี่มันตอนไหนวะ!

“เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องอย่างจริงจังเถอะครับ ตอนนี้เราไม่มีเวลามากพอจะมาเถียงกันอีกแล้ว ถ้าไม่อยากให้งานเสียเราก็ต้องรีบตัดสินใจ เพราะฉะนั้นผมจะขึ้นไปรอคุณข้างบนเอง เราจะหนีออกชั้นที่อยู่เหนือชั้นที่ลิฟต์จอดไปหนึ่งชั้น ตามนี้นะครับ”

“เดี๋ยวสิ นี่คุณยังไม่ถามผมเลยนะ”

“เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอครับเมื่อกี้ อืม ผมถือว่าเราคุยกันแล้วแหละ ช่วยดูปุ่มลิฟต์แล้วก็ประตูดีๆนะคุณซีกอล ผมลุยล่ะ”

 

สายลับหนุ่มคนน้องอ้าปากจะทักท้วงอีกครั้งแต่อีกฝ่ายก็ใช้สลิงยึดขอบเพดานลิฟต์ที่เปิดออกช่วยดึงตัวขึ้นไปก่อนที่จะคว้าจับเพื่อปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วในเวลาไม่นาน จึงทำได้แต่พ่นลมหายใจแรงๆเพื่อขจัดความขุ่นเคืองที่สุมอกเล็กน้อยเพื่อที่จะหันกลับไปทำงานต่อเพราะอย่างไรภารกิจของพวกเขาก็ยังไม่สิ้นสุด

จองกุกเคยสงสัยอยู่เหมือนกัน ซอกจินถูกจับและคุมตัวมาในฐานะอาชญากรประเภทลักขโมยกับต้มตุ๋นหลอกเงิน ไม่มีประวัติเรื่องทำร้ายร่างกายเลยแม้แต่น้อย ผู้เสียหายแค่รู้ไม่ทันกลโกงจึงเพียงมอบเงินและทรัพย์สินให้อีกฝ่ายไปอย่างสันติ แล้วก็จบ แยก

คนที่ขโมยเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะมีทักษะร่างกายที่ใช้งานได้ดีขนาดนั้น...

ขนาดว่าตอนเรียกตัวออกมาจากห้องควบคุมพิเศษแล้วเข้ารับการฝึกเพื่อรองรับการทำภารกิจนอกพื้นที่ที่ต้องอาศัยการป้องกันตัวด้วย เจ้าตัวก็ยังไม่จำเป็นต้องฝึกพื้นฐานอย่างผู้เริ่มต้น แต่กลับโดดมาซ้อมกับพวกสายลับคนอื่น รวมทั้งเขาเองได้อย่างหน้าตาเฉย แล้วยังชนะได้อีกต่างหาก

 

“ซีกอลครับ ขึ้นมาได้แล้ว รายงานสถานการณ์ตอนนี้ด้วย”

“อะ-เอ่อ เคลียร์ ทางสะดวก ผมจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้”

 

ชายหนุ่มรีบละจากประตูลิฟต์มาที่เพดาน เรียกใช้อุปกรณ์โหนตัวเกาะขอบลิฟต์เพื่อจะดึงร่างขึ้นไปเมื่อแรงดึงส่งตัวเขามาสูงพอที่จะจับถึงขอบ แต่แล้วซอกจินก็ยื่นมือมาให้จับอย่างไม่ผิดคาดเท่าไหร่

 

...งาน

 

...งาน

 

ท่องไว้ไอ้เสือ มันเป็นงาน - จองกุกหายใจลึกๆพร้อมกับจับมืออีกฝ่ายเพื่อที่จะให้ทางนั้นช่วยดึงตนขึ้นไปให้เร็วขึ้น จะได้รีบๆไปให้พ้นๆตรงนี้แล้วก็รีบแยกเสียที ทำงานด้วยกันมาสองเดือนไม่เคยชินเลยสักครั้ง

สายลับหนุ่มได้รับการดึงจนสามารถขึ้นมายังด้านบนของกล่องลิฟต์ได้อย่างสะดวก ช่องโหว่ของด้านบนเพดานเป็นขนาดกว้างพอที่ผู้ใหญ่หนึ่งคนขึ้นไปได้อย่างสบายๆ แต่ดูเหมือนว่าซอกจินจะเป็นห่วงคู่หูของตัวเองอย่างมาก เพราะนอกจากจะจับมือขึ้นมาได้แล้ว ยังอุตส่าห์เข้าไปประคองร่างของนายซีกอลให้คลานขึ้นมาสะดวกๆ วงแขนของคุณอัลปาก้าโอบรัดทั้งช่วงลำตัวและรองอยู่ใต้บั้นท้ายอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม ส่วนโค้งของร่างกายที่เขาสัมผัสได้จากคู่หูนั้นน่าทึ่ง ด้วยความที่ว่าชุดนี้เป็นชุดที่เข้ารูปแบบแนบสนิทจึงสามารถเห็นรูปร่างได้อย่างชัดเจน มันถูกออกแบบมาก็เพื่อการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวโดยเฉพาะ เพราะตอนทำงานไม่มีใครเขามานั่งสนใจ จะมีก็แต่นายคิมอัลปาก้านี่ล่ะ ที่ดูจะถูกอกถูกใจเป็นพิเศษ

จองกุกเป็นคนรูปร่างดีมาก นอกจากกล้ามแน่นกระชับที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เอวสอบเล็กพอดีวงแขนเกี่ยว สะโพกที่เขาเคยเห็นตอนมันอยู่ในชุดบันนี่ก็ยิ่งดูเร้าใจขึ้นไปอีกอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมันอยู่ในชุดแนบร่างเช่นนี้

 

“คุณจะปล่อยผมได้-รึ-ยัง อัลปาก้า!” สายลับจอนกระชากคออีกฝ่ายจนได้สติ รีบปล่อยมือที่วอแวลูบไล้ไปตามเรือนร่างของคุณคู่หูอย่างว่องไวพร้อมกับยกขึ้นเหนือศีรษะแบบผู้ร้ายยอมจำนน

 

“ปล่อยแล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”

“...”

 

เขาผลักอกซอกจินแรงจนแทบกระแทกตัวพื้นของกล่องลิฟต์ด้านบนก่อนจะลุกขึ้น เป็นไปได้ก็อยากจะถีบให้ตกลงไปข้างล่างเสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำแต่ก็เพราะว่ายังต้องทำงานด้วยกันอีกพักใหญ่หรอกนะถึงยังไว้ชีวิต แม้อีกใจก็เอนเอียงว่าถ้าเตะแม่งลงไปตายเขาก็แจ้งกับทางหน่วยว่าเป็นอุบัติเหตุ มันโง่ตกลงไปเองอะไรแบบนี้ก็น่าจะได้อยู่ เป็นการจัดฉากฆาตกรรมสมบูรณ์แบบที่ทำได้แค่คิด ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการที่มีคุณธรรมพอที่จะไม่ทำอะไรร้ายๆนี่มันทำให้ตัวเองปลอดภัยไหม เป็นคนดีก็ลำบากเหมือนกัน

ซอกจินหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะประคองตัวลุกขึ้นตามไป

 

“ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณบาดเจ็บเท่านั้นเอง”

“ผมเป็นรุ่นพี่คุณนะ ผมทำงานนี้มาหลายปีแล้ว”

“ครับผม ซีกอลซอนเบนิม ขอโทษด้วยนะครับ”

 

คนเด็กกว่าใช้ดวงตากลมโตคู่สวยมองอย่างเอาเรื่องเอาราวอีกครั้ง ก่อนที่จะเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนเมื่อลิฟต์กำลังเลื่อนลงไปเรื่อยๆ โดยที่ซอกจินเองเลื่อนเพดานข้างล่างปิดตัวกล่องลิฟต์เรียบร้อยแล้ว

 

“ตอนนี้ดูเหมือนจะใกล้ชั้นล่างแล้ว เราต้องรีบไป”

“ตัวลิฟต์กำลังลงไปถึงชั้นสอง” สายลับผู้พี่แต่เป็นรุ่นน้องเอ่ยพลางก้มมอง “เราต้องไปตอนนี้เลย เพราะมันกำลังจอดแล้ว”

 

“เคลื่อนย้าย” จองกุกพยักหน้าและเล็งประตูลิฟต์ที่กำลังผ่านหน้าตัวเองไป ตัวปล่องลิฟต์ในอาคารและช่วงประตูมีพื้นที่กว้างพอที่จะยืนกันได้สองคน พวกเขาจึงรีบโหนตัวเองไปที่นั่นทันทีหลังจากพึ่งพาอุปกรณ์แสนสะดวกและปลอดภัยนี้อีกครั้ง พร้อมกับต้องใช้ทักษะและพละกำลังงัดแงะประตูลิฟต์ด้านนอกอีกรอบ จนสามารถหนีออกไปได้ในที่สุด ทั้งสองคนรีบออกไปจากโรงแรมและสมทบกับทีมที่รออยู่ด้านในรถที่จุดนัดพบใหม่ได้ทันเวลา หลังจากรายงานตัวและแจ้งความคืบหน้ากับผลภารกิจเบื้องต้นแล้วมันก็เลยลงเอยที่อีหรอบนี้นั่นเอง

ซอกจินเขยิบมานั่งเบาะฝั่งเดียวกับจองกุกที่ยังคงแผ่ออร่าหงุดหงิดออกมาต่อเนื่อง เขานั่งเว้นห่างจากอีกฝ่ายไปหนึ่งที่นั่ง สังเกตท่าทีคนน้องไม่ห่าง และดูเหมือนว่าจะยังไม่อยากหันมาคุยด้วย ... แน่สิ เขาก็รู้ตัวเองนะว่าทำอะไรไว้

 

“นี่ คุณซีกอลครับ”

“...”

“รอบนี้คุณดู... โมโหมากเลยนะ?

 

เขาได้รับสายตาขุ่นเคืองเป็นคำตอบแทนในครั้งนี้

 

“ผมจะไม่เล่นตรงที่อันตรายแบบนั้นอีกแล้วก็ได้ครับ”

 

นายสายลับจอนสุดจะทนอีกต่อไป เขาขยับหันมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูก็รู้ว่าโนแจมและโนจอยใดๆทั้งสิ้น

 

“ผมเหนื่อย! ต้องมานั่งรับมือคุณทุกรอบเนี่ย คุณรู้มั้ยว่าไอ้ที่คุณทำมันกวนสมาธิผมมากเลยนะ มันเรื่องอะไรที่คุณต้องโยนภาระมาให้ผมคอยระวังคู่หูตัวเองนอกจากศัตรูด้วย ถ้าคุณไม่กลัวตายก็ออกไปตายคนเดียว ไม่นึกเหรอไงว่าถ้ามันพลาดเพราะคุณมัวแต่เล่นอะไรไม่ดูเวล่ำเวลามันจะเสียหายไปถึงไหน”

 

“...” ...ยาวเป็นชุด รอบนี้คนพี่นั่งสงบเสงี่ยมฟังแต่โดยดี

 

“ผมไม่เข้าใจเลยว่าเขาเอาคุณเข้ามาทำไม ผมจะทำงานคนเดียวโดยไม่ต้องมีคู่หูก็ได้ หรือเอาคู่หูคนไหนก็ได้ที่ไม่ใช่คนไม่สนใจอนาคตว่าพวกเราจะอยู่ยังไง สิ่งที่เราทำมันไม่ใช่แค่ทำงานให้สำเร็จเป็นภารกิจอย่างที่เราเคยทำปกตินะ มันคือความเป็นความตายของพวกเรา! หัวหน้าคิดอะไรอยู่ถึงต้องให้คุณมาช่วยผม ทั้งที่คุณไม่เค..—“

 

จองกุกหยุดพูดฉับพลันเมื่อถูกอีกฝ่ายเข้ามาใช้มือข้างหนึ่งจับยึดไหล่ตนไว้ ส่วนมืออีกข้างนั้นยกขึ้นแสดงสัญญาณมือที่หมายความว่าห้ามส่งเสียง

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับตอนนี้ทั้งสองคนกำลังจ้องตากันอยู่ และสายตาของซอกจินตอนนี้คือสิ่งสำคัญที่ทำให้สายลับจอนเงียบปากฉับแต่โดยดีทั้งที่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัวว่าเผลอฟังคำสั่งนั้นตอนไหน เนื่องจากสัญญาณที่เขารู้สึกได้มันเหมือนกับที่ตัวเองได้ถูกฝึกฝนมาเพื่อระแวดระวังภัยอย่างที่สัตว์ป่าใช้สัญชาตญาณรับรู้ถึงสิ่งที่เป็นอันตรายกำลังใกล้เข้ามา

 

และสายตาของซอกจินมันหมายความถึงอันตรายที่ว่า

 

“...”

“คุณซีกอล ผมรู้ว่าคุณโมโหและเหนื่อยมาก แต่คุณไม่ควรพูดอะไรออกมามากเกินไป”

 

คนน้องขมวดคิ้ว

 

“ผมกำลังเตือนคุณ งานสายลับน่ะมันไม่ใช่งานที่สามารถไว้ใจใครก็ได้ทุกคนนะครับ”

“..คุณ...อัลปาก้า คุณรู้มั้ยว่าคุณกำลังพูดกับใคร” จองกุกเริ่มหรี่ตามองและแสดงปฏิกิริยาต่อต้านออกมาอีกครั้งแต่ยังคงนิ่งอยู่

 

“สายลับซีกอลจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ หน่วยงานพิเศษของประเทศ” ชายหนุ่มคนพี่เขยิบตัวเข้าใกล้อีกเล็กน้อยแต่ยังไม่ใกล้เกินไปเนื่องจากมีอีกที่นั่งคั่นอยู่ “หน่วยงานที่กำลังจะล้มละลาย.....และกำลังเดิมพันกับภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้อยู่ ผมพูดถูกมั้ย คุณจอนจองกุก

 

“....” อีกฝ่ายขบฟันอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับหายใจแรงขึ้นจากความตระหนกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาพร้อมกับโทสะ

 

“คุณไม่คิดเหรอ ถ้าคุณเผลอพ่นข้อมูลสำคัญออกมาตอนที่คุณกำลังโมโหเพื่อนร่วมงาน ..เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนนอก คุณไว้ใจขนาดพูดเรื่องลับๆขององค์กรออกมาได้เพื่อจะตอกหน้าคนที่คุณคิดว่าเป็นตัวถ่วง แต่ความจริงแล้วเขาก็แค่รู้ว่าเวลาคุณโกรธคุณจะแสดงออกยังไง เขาก็เลยรอเวลายั่วโมโหคุณ เพื่อที่จะให้คุณคายความลับออกมาโดยที่ไม่ต้องเค้นอะไรเลย”

 

ซอกจินกดใบหน้าลงต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย กับสายตาที่กลายเป็นคนที่จองกุกไม่เคยรู้จักเลยในระยะเวลาสองเดือนที่อยู่ร่วมกัน

 

“คุณจะรู้สึกยังไง ถ้าผมเองก็เป็นสายลับที่เข้ามาเพื่อทำให้คุณนั่นแหละเป็นคนที่ทำลายองค์กรของตัวเอง โดยที่ผมไม่ต้องลงแรงอะไรเลย”

“หุบปาก ถ้ายังไม่หยุดพล่าม ผมจะระเบิดสมองคุณทิ้งซะ คุณซอกจิน”

“โอ้.........”

 

ชายหนุ่มคิมแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้ากำลังเดือดจนได้ที่ แม้ว่าใต้คางของเขากำลังมีปากกระบอกปืนพกในมือของคุณคู่หูจ่ออยู่ชนิดกดเน้นลงกะว่าไม่ให้พลาดเมื่อเหนี่ยวไกนัดนี้

โอเค ยอมแพ้ก็ได้

 

“ก็... นั่นแหละครับ” ซอกจินปล่อยมือจากอีกฝ่ายพร้อมกับขยับถอยออกห่างอย่างระมัดระวัง “เนี่ย ผมเลยยกตัวอย่างเตือนด้วยความหวังดีจริงๆ ผมเห็นคุณเป็นแบบนี้แล้วเป็นห่วงอะ”

“กำลังจะบอกว่าผมยังอ่อนต่อโลกเหรอไง”

“เปล่าซะหน่อย เวลาคนโมโหมันคุมยากไงครับ คือ.. แหม ผมรู้ว่าสายลับก็คน มันก็โกรธกันได้ แต่เราจะเอาความโกรธทั้งหมดออกมาไม่ได้ต่างหาก มันไม่ปลอดภัยเลยนะครับ ยิ่งกับคนที่คิดว่าเป็นคนใกล้ตัวเนี่ย โน โน”

“แล้ว?

“ก่อนอื่นเก็บปืนก่อนเถอะครับ ผมกลัวคุณนิ้วลั่นจัง”

 

จองกุกจิ๊ปากเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์นักก่อนที่จะยัดปืนเก็บลงซอง ขนาดนี้ก็ยังจะกวนประสาทเขาอยู่นั่นเพราะเมื่อกี้ตนยังไม่ได้ปลดเซฟด้วยซ้ำ มันจะไปยิงได้อย่างไร เดี๋ยวก็เอาจริงเลยนี่

 

“เอาเป็นว่า ย้อนกลับไปประเด็นแรก อันนั้นผมขอโทษคุณละกัน ผมจะระวังเวลาเล่นกับคุณมากกว่านี้ ให้คุณประเมินสถานการณ์ตามใจชอบเลยว่าทางสะดวกมั้ย”

“เดี๋ยว นี่มันไม่ใช่ที่ผมต้องการนะ!

“ก็คุณด่าผมเรื่องเล่นไม่รู้กาลเทศะนี่นา ต่อไปผมก็เลยให้คุณคอนเฟิร์มไงครับ ถ้าปลอดภัยแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาเนอะ เนอะ เนอะๆ” คิมอัลปาก้ากลับมาทำตัวดีดดิ้นพูดเสียงสองออดอ้อนอีกครั้ง 

“ผมว่าผมน่าจะเปลี่ยนใจถีบคุณตกลิฟต์ตั้งแต่แรก”

“ไม่เอาสิครับคุณซีกอล เราเป็นคู่หูกันไม่ใช่เหรอ หัวหน้ามอบหมายงานให้เราทำร่วมกันแล้วนะครับ ถ้าเกิดผมตายไประหว่างทำมิชชั่นที่ยังไปไม่ถึงไหนไม่คิดว่าเราจะยิ่งลำบากกว่าเดิมเหรอครับ คนก็ไม่ค่อยจะพอ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี งบนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย ถ้าเกิดต้องเสียเวลาเสียเงินไปหาบุคลากรมาใหม่ก็ไม่ร—“

 

“พอแล้ว! พอ! โอ๊ยยย โธ่เว้ย ผมเหนื่อย ให้ผมได้พักเถอะ!ฮือออออ ไอ้เหี้ย – จองกุกได้แต่กรีดร้องทำมือหงิกอยู่ในใจอย่างเหลืออด อยากจะคว้าคอคู่หูชั่วคราวมาเขย่าๆๆ กระชากๆๆ แล้วก็ว้ากอัดหน้าแม่ง สาบานได้ว่าตอนที่อยู่กับจีมินเขาไม่เคยมีความคิดก้าวร้าวขนาดนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าพวกเขาทำงานกันอย่างเป็นระบบระเบียบและรู้คิวกันเป็นอย่างดี ไม่มีใครเล่นหรือทำตามใจตัวเองจนกระทั่งแน่ใจว่าภารกิจแต่ละครั้งจบลงอย่างเรียบร้อย ถึงตอนนั้นเองจึงได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ แต่ซอกจินคือสิ่งที่เหนือการควบคุม .. แม้ว่าทางนั้นจะแสดงออกมาว่ายังเชื่อฟังในฐานะที่ตนเป็นรุ่นพี่ก็ตาม

 

ทว่าสายตาที่เห็นเมื่อครู่นั่นมันไม่ใช่

อาชญากรแค่คดีฉ้อโกงลักทรัพย์ ทำไมถึงมีสายตาที่ทำให้คนอย่างเขารู้สึกกลัวจนตัวสั่นได้...

 

...คิมซอกจิน นายเป็นใครกันแน่

 


--

 


   ...ฮืม ยังไม่ค่อยหายดี แต่ก็ถือว่าดี

กระจกส่องหน้าที่เหนือจากอ่างล้างมือในห้องน้ำกำลังสะท้อนภาพชายร่างเล็กที่ยืนเปิดเสื้อตัวเองอยู่ ช่วงลำตัวที่เห็นแนวของมัดกล้ามสวยงามและแข็งแกร่งบ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดี แต่ว่ามีร่องรอยบางอย่างที่หลงเหลืออยู่บนผิวหนังบริเวณชายโครง

แนวรอยแผลเป็นที่ฝากตำหนิบนร่างอย่างที่ไม่ค่อยน่าให้อภัยนัก

แต่ก็ถือว่ามาจากการตัดสินใจของตัวเองในวินาทีนั้นล้วนๆ

ป่านนี้ที่หน่วยน่าจะกำลังลำบากน่าดูที่เขาหายตัวไปแบบนี้ หายไปชนิดที่ว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นหรือตาย แล้วไหนจะคู่หูตัวเองที่ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง จองกุกน่ะถึงจะทำงานเก่งและเข้าใจธรรมชาติเรื่องงานสายลับ แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงหน่อยๆตรงที่ว่ารุ่นน้องของเขามีจริตตำรวจอยู่ งานของหน่วยข่าวกรองไม่ต้องการความตงฉินเพื่อตัดสินซึ่งหน้า หรือว่าต้องเที่ยวรักษาคุณธรรม พิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ พวกเขาสามารถทำได้ตามขอบเขตของคนมีมนุษยธรรมทั่วไปนั่นแหละแต่ก็ไม่ใช่งานหลัก ...ไม่ใช่เลย ก็ได้แต่หวังว่าพอไม่มีเขาอยู่ด้วยในตอนนี้แล้ว คู่หูใหม่น่าจะมาช่วยแนะนำอะไรได้บ้าง

แต่เห็นแผลแล้วก็ขำ

ปาร์คจีมินไม่ได้โกหกหรอกนะ ที่ว่ายังเจ็บแผลผ่าเอากระสุนออกจริงๆ แต่ความจริงที่ยิ่งกว่าก็คือมันแปล๊บๆเพียงเท่านั้น ส่วนไหมที่ใช้เย็บก็โดนตัดออกไปสักพักแล้ว แต่เจ้าหนุ่มที่น่าสงสารเนี่ยโดนเขาแกล้งยับเลย เฮ้อ

 

“ฉันล่ะอยากรู้จังเลยแทฮยอง ทำไมนายถึงมาคลุกคลีอยู่กับพวกนี้กันนะ”

 

แต่ว่าเพราะยังโดนขังอยู่แบบนี้เขาก็เลยยังไม่มีโอกาสไปสอดส่องอะไรภายในบ้านหลังนี้เท่าไหร่ มีเพียงนายลูกหมานั่นที่มักจะแวะมาหาเขาเพื่อเอาอาหารมาให้ (ส่วนพวกเสื้อผ้านี่มักเป็นตัวเก่าๆเลยต้องซักสลับกันไป) พยายามทำตัวน่ากลัวแต่จีมินเองก็ได้แต่มองอย่างขบขันปนเอ็นดูอยู่ในใจ แต่คิดว่าหลังจากนี้สงสัยอาจจะไม่กล้ามาหาสักพักเลยมั้ง

ไว้ถ้าเจอกันอีกจะขอโทษแล้วก็ทำดีด้วยแล้วกัน


TBC


>>Talk
กลับมาแล้วววววว กลับมาแล้วค่าาาา แต่เสียใจอัพไม่ทันวันเกิดน้องกู๊ก แงแงแงแง ;___; // แต่ยังไงก็สสวก.มังเน่น้อยที่ตัวไม่น้อยแล้ว (ฮา)
ส่วนตอนนี้ก็แอบเจ้มจ้นในหลายๆความหมาย *อะแฮ่ม* แล้วแต่ความหมายของรี้ดทุกท่านเรยนะคะ uwu
ขอบคุณสำหรับเฟฟ (ที่ไม่ได้อัพตั้งเดือนก็ยังขึ้น 555ฮือ ขอบคุณค่า) เมนท์ วิว ตอนที่แล้วนะคะ ไว้เจอกันตอนหน้า ฝากแท็ก #ฟิคบพน ไว้ด้วยเช่นกันนะคะ เม้ามอยกันด้าย ♥♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #48 เขยตระกูลควอน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:03
    นี่แอบคิดว่าคุณอัลปาก้านี่ต้องเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาการแน่ๆ เลยค่ะ ยิ่งตอนที่ยกมือมองน้องกุกอ่ะแบบ อหหหหหหหหหหหหห มันต้องใช่ละ ต้องแบบอารมณ์เปลี่ยวเหงาว่างเลยหาเรื่องใส่ตัวงี้
    #48
    0
  2. #36 RMJHyun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 21:50
    ที่ว่าปลอดภัยแล้วเนี่ยไม่แย่ใจว่าจากพวกที่ตามมาหรือจากมือคุณพี่กันแน่ สงสารทั้งน้องจอนและก้นน้องจอนเลยค่ะ...
    ส้วนน้องหมานี่ที่ไม่กล้ามาหาอีกซักพักจะเพราะอายมั้ยนะ(สรุปคุณปาร์คทำไรน้องหว่า...) แต่ก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดีว่าคราวหน้าจะทำดีด้วยนี่จะทำดีแบบไหน...
    #36
    2
    • #36-1 RMJHyun(จากตอนที่ 6)
      4 กันยายน 2561 / 21:51
      ไม่แน่ใจ* สิคะ..
      #36-1
    • #36-2 (จากตอนที่ 6)
      5 กันยายน 2561 / 11:08
      5555555555 จริงๆแร้วพี่อัลปาก้าอาจจะหมายถึงทางตรงและทางนัยค่--- อวยพรให้น้องเขาโชคดี(.....)
      ส่วนคูมป๊าคไปแกล้งอะไรน้องหมานั้ลลล ขอละไว้ก่อนนะคะ //แค่กๆ
      #36-2
  3. #35 rikear_lope (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 09:56
    นานๆจะเจอคุณอัลปาก้าเวอร์เป็นคนปกติ?นะคะ ส่วนมากเจอแต่เวอร์หื่น แล้วคือคุณอัลปาก้าอย่าทำน้องกลัวสิคะ *อุ้มน้องซีกอลมาโอ๋* แต่ๆๆๆ น้องซีกอลตอนใส่ชุดเข้ารูปนี่มัน ฟาหนกาทดสกวกสกาทดทด
    #35
    1
    • #35-1 (จากตอนที่ 6)
      2 กันยายน 2561 / 14:52
      /ยื่นน้องตุ่ยซีกอลให้โอ๋ อย่าตกใจร่างทิพย์พี่อัลปาก้านะลูก
      //q// ด้วยความหุ่นเซกซี่บอดี้เพอเฟ็ก ใส่ชุดแบบนี้ก็ยิ่ง ฟฟหกหหก ค่ะ หวานตาอิพี่เลย 555555
      #35-1
  4. #34 mookie952 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 07:19
    อะไรอ่าาาา คิมซอกจินคือใครรรรรรรรยังไง โหวววว ซับซ้อนนนน แต่พระนางเราคงไม่มีฉากหวานๆ แน่เลยยยยย เจอกันเมื่อไหร่คือทะเลาะะะะะ อิพี่ก็ชอบแหย่ 555555
    #34
    1
    • #34-1 (จากตอนที่ 6)
      2 กันยายน 2561 / 14:43
      อิ_อิ ลองลุ้นดูนะคะ ว่าจะเป็นแค่โจรจริงๆอ๊ะป่าววว
      555555555555555 ฉากหวานแบบเรียลๆค่ะ ต้องมีคนที่โดนทุบ----/เดี๋ยว
      #34-1