[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 5 : REPORT 04 : Like a boss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    7 ก.ค. 61


    ตอนนี้หน่วยข่าวกรองทีมเอได้มาถึงช่องแอร์บริเวณจุดที่ตรงกับห้องนัดพบสำหรับงานไพรเวทในคืนนี้แล้ว ซึ่งความจริงไอ้งานไพรเวทที่ว่ามันไม่มีหรอก จะมีก็แต่เพียงการพบปะพูดคุยถึงสาระสำคัญบางอย่างเท่านั้น

จากงานเลี้ยงที่ห้องจัดชั้นล่างสุดของโรงแรม มาถึงห้องเกือบชั้นบนสุดโดยที่ก่อนหน้าพวกเขาจะคลานอยู่ในช่องแอร์ก็ต้องไปกับลิฟต์ขนของอย่างระมัดระวัง เพราะการจะปีนขึ้นโรงแรมเกือบสามสิบชั้นภายในเวลาสิบห้านาทีไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะทำได้ถ้าไม่ใช่จำพวกสไปเดอร์แมนหรือว่ามีชุดเกราะบินได้อย่างโทนี่ สตาร์ค (ซึ่งอย่างหลังถ้ามีงบเพียงพอก็น่าทำอยู่)

 

“โอเค รู้สึกจะถึงแล้วล่ะครับ” ซอกจินพูดเสียงเบาพลางเรียกแผนผังจำลองขึ้นมาในหน้าจออีกครั้ง การที่ติดตั้งสัญญาณกับตัวควบคู่ไปด้วยทำให้เห็นแมพได้ง่ายขึ้นและตอนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว สายลับทั้งสองจึงก้มมองไปที่ตะแกรงที่ติดอยู่ด้านล่าง ซึ่งไม่ใช่ช่องแอร์แบบที่ติดอยู่ด้านข้าง

และการที่พวกเขาล่วงรู้ได้ว่าจะมีการใช้ห้องดังกล่าวนี้ก็มาจากการเจาะระบบเข้าคลังข้อมูลลูกค้าในดาต้าเบสโรงแรมว่ามีใครเป็นผู้จองห้องบ้าง โดยชื่อที่ลงไว้นั้นเป็นชื่อของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่เป็นบิดาของเจ้าบ่าวในงานวันนี้นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจว่าต้องเป็นการใช้ห้องเพื่อจุดประสงค์ที่มีแนวโน้มจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่พวกเขาต้องช่วยรัฐบาลสะสาง

และเรื่องที่ว่ามันก็พูดค่อนข้างยากว่ามันเกี่ยวกับอะไรกันแน่ ค้าอาวุธก็ไม่เชิง ลักลอบขนส่งของเถื่อน ยาเสพติด ก็พูดไม่ได้เต็มปาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายถ้าหากว่าพวกเขาไม่สามารถกุมอำนาจแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารได้ ซึ่งหมายความว่าถ้าทำได้ล่ะก็ทุกอย่างจะถูกสอดส่องไม่เว้นแต่รัฐบาลเอง ใครๆก็อยากจะรักษาความลับกันทั้งนั้นแล้วก็ไม่อยากจะให้ใครมาแอบดูหรือขโมยไปได้ฟรีๆด้วย คนที่รู้ตัวแล้วว่าต้องเดือดร้อนแน่ๆก็เลยขอความช่วยเหลือ มันก็เท่านี้เอง

จองกุกก้มลงไปส่องสภาพห้องด้านล่างก็เห็นว่ายังไม่ได้ยินเสียงหรือการเคลื่อนไหวในตอนนี้ จึงรีบหยิบเครื่องดักฟังกำลังขยายสูงขนาดเล็กออกมาแล้วค่อยๆสอดลงระหว่างซี่ตะแกรงแล้วติดมันเอาไว้บนนั้น ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ยากและคิดว่าจะได้ยินเสียงอย่างแน่นอนถ้าหากว่าเป็นระดับเสียงที่พูดคุยกันปกติ จากนั้นทั้งสองคนก็ถอยร่นห่างจากซี่ตะแกรงช่องแอร์ออกมาเพื่อความปลอดภัยและพร้อมหนีตลอดเวลา

ส่วนสถานการณ์ด้านล่าง ประตูห้องถูกเปิดและนำเข้ามาโดยชายรุ่นอาวุโสห้าสิบปลายในชุดสูทเรียบร้อยไม่แปลกตาเพราะมาจากงานแต่ง เขาทำท่าผายมือให้กับชายสองคนที่เดินตามเข้ามาทีหลัง โดยที่คนหนึ่งมีรูปร่างเล็ก ผิวขาวสว่างเป็นจุดเด่นที่ตัดกับผมสั้นสีเข้ม พร้อมสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเช่นเดียวกับหนุ่มร่างสูงที่มาด้วยกัน แต่สายตาของคนนั้นนิ่งเฉยกว่าและคาดเดาได้ยาก

 

“อา เป็นเกียรติจริงๆที่คุณยอมมาพบผมในคืนนี้ คุณมิน”

“ครับ” เขาตอบรับเสียงเรียบหลังจากที่นั่งบนโซฟาแล้ว “ต้องการอะไรคุณพูดมาเถอะ ดึกแล้ว ผมไม่ค่อยชอบใช้เวลากลางคืนเสียเปล่า”

 

อีกฝ่ายกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้ว่าในใจเองก็ไม่ได้ชอบท่าทีหยิ่งผยองอวดดีของเจ้าหนุ่มที่อ่อนกว่าตนราวยี่สิบกว่าปีได้ เรียกว่าเกลียดเลยดีกว่า ถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้กำลังคุยกับมินยุนกิอยู่ล่ะก็.. เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์แล้วเรื่องแบบนั้นก็ต้องพักไว้ก่อน

 

“แล้วก็ไม่ต้องทำท่านอบน้อมขนาดนั้น คุณไม่น่าจะชอบถ้าต้องมาคอยอ่อนให้กับเด็กอย่างผม”

“ฮะๆ คุณมินก็พูดเกินไป ถ้าเป็นเรื่องความสามารถล่ะก็ ยังไงเราก็ต้องยอมรับอยู่แล้วล่ะครับ”

“ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณเลย อยากได้อะไรล่ะครับ”

“ก็...ไม่เชิงว่าอยากได้ เรียกว่าแลกเปลี่ยนกันน่าจะเหมาะกว่า”

“อ้อ ครับ ถ้าเรื่องนั้น...” ยุนกิยกนิ้วชี้ขึ้นมากระดิกเล็กน้อยราวกับกำลังคิดหาคำเหมาะๆ “ของที่โกดังตรงท่าเรือคิดว่ามันจะเหมาะกับผมจริงๆเหรอครับ”

 

“ต้องเหมาะสิครับ ปัจจัยหลักที่พื้นฐานที่สุด ต่อให้คุณไม่ได้ใช้ ยังไงก็ต้องใช้มันอยู่ดี ตระกูลของคุณก็ทำแบบนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ก็ไม่ผิดนักหรอกครับ แต่มันก็ถึงเวลาต้องอัพเดทข้อมูลบ้าง นี่มันสองพันสิบแปดแล้วผมก็ต้องประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยหน่อย” ร่างเล็กขยับตัวกอดอก “ถ้าจะให้เดา คุณเองก็อยากทำแบบนั้นบ้างสินะ จริงๆผมก็แปลกใจอยู่นะครับว่าอาชีพที่ปกป้องประชาชนมันทำให้คุณขัดสนเหรอ ผมไม่คิดว่ายศเท่าคุณเนี่ยจะลำบากตอนแก่หรอกนะ”

“...”

“แต่ก็เอาเถอะ จะเก็บไปคิดดูอีกทีแล้วกันนะครับ ว่ามันคุ้มค่ามั้ยกับสิ่งที่ผมจะต้องเจอในอนาคตเมื่อร่วมมือกับพวกคุณ เพราะผมก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน” เขาพูดพลางล้วงมือเข้าไปด้านในเสื้อสูทและหยิบปืนพกออกมา ทำให้ชายสูงวัยเริ่มหน้าเสียและหันไปสบตากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีส่วนรู้เห็นอย่างระแวดระวังภัย

 

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เป้าหมายไม่ใช่คุณ” มาเฟียหนุ่มกดยิ้มก่อนจะรับกระบอกเก็บเสียงจากนัมจุนมาสวมที่ปากกระบอกปืนอย่างใจเย็น “หลบ”

 

สิ้นเสียงสั่งอันเด็ดขาด ยุนกิลั่นไกยิงเข้าที่ตะแกรงช่องแอร์เหนือศีรษะของอีกฝ่ายไปสามนัด ไม่มีเสียงระเบิดกระสุนทว่าเสียงดังจากการที่ลูกตะกั่วทำลายตะแกรงเหล็กมันก็ดังแสบหูใช้ได้

 

“คุณทำอะไรเนี่ยคุณมิน!

“ผมรู้สึกเหมือนเห็นหนูมันวิ่งอยู่แถวนั้นน่ะครับ ก็เลยเผื่อว่าจะฆ่าได้ซักตัว”

 

“....” ทางนั้นหันไปพยักหน้ากับลูกน้องทันที และผู้ถูกสั่งการก็วิ่งออกไปพร้อมกับต่อสัญญาณเพื่อติดต่อพรรคพวกที่กระจายกันดูแลความเรียบร้อยที่โรงแรมแห่งนี้ให้ทำหน้าที่ที่ควรทำ ปกป้องความลับที่จะให้มันเปิดเผยที่ไหนไม่ได้เป็นอันขาด

และในส่วนของหนูที่ว่า ตอนนี้พวกเขากำลังเผ่นกันสนุกเลยทีเดียว

ตั้งแต่แน่ใจแล้วว่าเป้าหมายเข้ามาใช้งานห้องนี้จริงๆก็เริ่มหลบฉากออกมาเพราะภารกิจครั้งนี้คือการรับสารเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มในการหาเบาะแสเพียงอย่างเดียว จะไม่พึงเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแบบมิชชั่นคราวก่อนโน้นที่เป็นงานมาคั่น และก็ได้แต่หวังว่ารอบนี้คงจะไม่ต้องไปปะทะกับใคร...

ซะเมื่อไหร่!!! ตามเสียอย่างกับเป็นซาแซงโอปป้า!

 

“คุณวันวัน คุณมีทางอื่นที่ไม่ต้องใช้บันไดหนีไฟตอนนี้มั้ยครับ” เป็นจองกุกที่ต่อสายกลับไปเพื่อขอคำแนะนำ

[ซักครู่นะคะ ฉันจะคำนวณจากจุดที่พวกคุณอยู่ตรงนี้แล้วจะรีบหาเส้นทางให้]

“เร็วสุดเท่าไหร่ครับ”

 

[ห้าวินาที จะพยายามค่ะ] จีซูพูดในขณะที่เธอเองก็รัวแป้นพิมพ์มือเป็นระวิง ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่บริเวณบันไดหนีไฟของชั้นที่ยี่สิบพร้อมกับสัญญาณความร้อนของคนอื่นอีกห้าถึงหกคน ทางเดียวที่จะรอดคือต้องรีบออกไปโผล่ที่โถงทางเดินลัดไปยังลิฟต์ขนของ หรือถ้าบ้าระห่ำสุดคือระเบิดช่องแอร์แล้วไต่เข้าปล่องลิฟต์ไปเลย แต่นั่นก็คือสองคนนั้นต้องมีเวลาพออย่างน้อยห้านาที

จอนซีกอลพ่นลมหายใจแรงอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นอุปสรรค ส่วนพ่อหนุ่มอัลปาก้านั้นรับรู้แล้วว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรต่อจากนี้ ลดจำนวนศัตรูเพื่อปกป้องตัวเองก็เป็นหนึ่งในแผนที่ควรทำ

ทั้งสองคนหยุดฝีเท้าที่ชั้นสิบหกเมื่อเห็นคนจำนวนหนึ่งเริ่มกรูขึ้นมาโดยคาดว่าน่าจะเข้ามาจากประตูทางหนีไฟด้านล่างเพื่อมารอดัก และมองด้านบนก็ตามมาอีกแต่น้อยกว่าข้างล่าง พวกเขาจึงวิ่งกลับขึ้นไปอีกสองชั้นเพื่อรับมือกับจำนวนที่ควบคุมที่ง่ายกว่า

ซอกจินที่พุ่งสวนขึ้นมาตรงบันไดโดยที่แม้ยังไม่เหยียบถึงขั้นเสมอกันดีนักก็เอาสองมือกระชากขาของศัตรูที่ชักปืนขึ้นมาด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติจนเสียหลักหงายหลังลื่นไถลลงมา ส่วนปืนที่ถืออยู่ก็ถูกอดีตโจรตบไปจากมือเรียบร้อยอย่างไม่ให้เสียของ

...ไม่ชอบที่ต่างระดับเลย แต่ก็ช่างเถอะ~~~ เขาคิดพลางโยนปืนให้คู่หูซีกอลที่เพิ่งจะเอาขาเกี่ยวก้านคอศัตรูจนกระเด็นโขกผนัง และวิ่งตามขึ้นมาตรงไปกระชากประตูทางหนีไฟเปิดออกหนีไป

 

“เอ้า รอด้วยสิครับ แหม อยากให้ระวังหลังให้ก็ไม่บอก”

 

ซอกจินที่วิ่งตามอยู่รั้งท้ายหัวเราะเบาๆ ตอนนี้พวกที่มาจากบันไดหนีไฟน่าจะอีกสักสามนาทีน่าจะมาสมทบเพราะถูกจัดการไปนิดหน่อย และถ้าผ่านหัวมุมข้างหน้าก็จะมีลิฟต์ขนของ แต่ว่าถ้าเป็นเวลาที่พวกนั้นรู้ตัวแบบนี้มันก็น่าจะอันตราย เขาเลยเร่งฝีเท้าขึ้นไปรวบเอวจองกุกให้เข้ามาประชิดตัวในอ้อมอกอย่างรวดเร็ว

 

“อีกไม่กี่เมตรจะถึงลิฟต์แล้วนะครับ”

“ชู่ว เดี๋ยวก่อน เราไม่รู้ว่ามีพวกมันดักรอเราอยู่รึเปล่านี่สิ”

 

คนน้องยอมเงียบเพราะเหตุผลที่ว่ามันเมคเซนส์อยู่ แต่มันจะไม่เมคก็อีตรงที่ทำไมต้องกอดเอวแล้วจับตูดกรูอีกแล้ววะ! จองกุกกรีดร้องอยู่ในใจเป็นหมื่นล้านรอบ ไม่สามารถด่าออกไปได้อย่างโจ่งแจ้งเพราะกลัวทีมบีในรถจะได้ยินเข้า

แล้วก็เป็นดังคาดที่มีคนสองสามคนวิ่งออกมาจากลิฟต์ขนของมาถึงตรงที่พวกเขาอยู่ นายซีกอลจึงใช้การตัดสินใจอันว่องไวผลักคิมอัลปาก้าออกเพื่อกระโดดหมุนตัวเตะตบหน้าคนที่หนึ่ง ย่อก้มลงมือยันพื้นดีดขาตวัดเตะยอดหน้าคนที่สองจนหงาย ลุกขึ้นมากระโดดถีบเต็มหลังซอกจินจนกระเด็นไปหาพวกที่วิ่งมาจากทางบันไดหนีไฟ ซึ่งคนพี่ก็รู้งานเมื่อได้รับแรงส่ง(?) ยกแขนฟาดป้าบเข้าที่คอพอดิบพอดีอย่างท่าโคลธสไลน์จนทั้งสองคนที่วิ่งมานั้นถึงกับร่วงอย่างรวดเร็วแม้ว่าเขาเองก็เกือบหน้าทิ่มด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่จะได้เล่นสนุกมากกว่านี้ จองกุกก็วิ่งเข้ามาฉุดแขนแล้วดึงให้วิ่งตรงไปยังลิฟต์ที่ว่างเพราะเคลียร์ทางหมดแล้ว

 

“คุณนี่เท้าหนักเป็นบ้า ไม่กลัวคู่หูหลังหักก่อนวัยอันควรเหรอ”

“ผมกลัวคุณไม่ตายมากกว่า” อีกฝ่ายพูดพลางเหยียดริมฝีปากแล้วมองบนอย่างเหนื่อยใจ

“อย่าให้ผมตายเลย เหงาขึ้นมาล่ะหาใครแทนไม่ได้นะ”

“ถ้าเหงาแล้วชีวิตผมปลอดภัยมันคงดีกว่าแหละครับ”

 

ซอกจินหัวเราะก่อนจะตอบการติดต่อกลับมาจากทีมบี จีซูบอกว่าเธอกำลังจะเคลื่อนรถออกไปรออีกจุดภายในห้านาที ก่อนจะส่งแมพตามมาเพื่อจะได้ย่นเวลาในการรอ ซึ่งพวกเขาก็รับทราบและหาทางออกก่อนที่ลิฟต์จะถึงชั้นล่างสุดโดยการปีนออกไปด้านบน งัดประตูลิฟต์ของชั้นสามและลอบออกไปทางด้านหลังด้วยประตูหนีไฟดังเดิม

 

.

.

     “เสียเวลาจริง ป่านนี้ฉันนอนอยู่บ้านแล้วมั้ย”

 

ร่างเล็กบ่นอุบเบาๆอยู่ที่เบาะด้านหลังเมื่อตอนนี้รถของเขาออกห่างจากโรงแรมนั่นมาได้ ส่วนนัมจุนที่ขับรถอยู่ยังไม่ออกความเห็นใดๆนอกจากนี้เพราะรู้ว่ายุนกิไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากงอแงเพราะเสียดายเวลานอนเท่านั้นเอง

 

“แต่ก็เอาเถอะ มันก็ไม่ได้แย่มาก” เขาเอนหลังพิงเบาะในท่าที่สบายกว่าเมื่อกี้ “จริงๆฉันอยากเป่าหัวไอ้แก่นั่นให้มันจบๆเลยด้วยซ้ำ”

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำตอนนี้หรอกนะครับบอส”

“รู้ ก็แค่พูดเล่นแก้เซ็ง”

 

คุณคิมมือขวายิ้มเล็กน้อยพลางเหลือบมองที่กระจกหลังซึ่งสะท้อนร่างบอสมินที่กำลังหาวหวอด ความจริงเขาจะออกมาเป็นตัวแทนเจรจาเองก็ย่อมได้เพราะไม่ค่อยต่างกัน หน้าที่บริหารงานในส่วนหน้าตนจะเป็นคนจัดการแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นอะไรแบบนี้ การพายุนกิออกมาด้วยจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและยกระดับความสำคัญของการเจรจาได้อีกมากโขแม้ว่านายจะพูดไม่ค่อยเก่งก็ตาม ก็ดูเอาเถิดแล้วกันว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น

หลังจากยิงช่องแอร์ไปสามนัดและคาดว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นต่อจากนี้ ยุนกิก็เอ่ยตัดบทแล้วทิ้งให้ฝั่งนั้นจัดการกันไปเองแล้วพวกเขาก็เดินออกมาจากห้องนั้นราวกับสถานการณ์ปกติ เนื่องจากว่ายังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเท่าไหร่นัก อย่างที่บอก มันยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ถ้าเริ่มเห็นความเสี่ยงแม้เพียงนิดก็ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งให้มันเยอะกว่านี้

ก็นะ ลำพังปัญหาของพวกตนที่ต้องดูแลก็มีอยู่แล้ว จะไปหาเหาใส่หัวเพิ่มอีกทำไม ก็มีแต่คนอื่นนี่ล่ะที่เอาเรื่องมาให้ ไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ตัวก็ตาม

บ้านที่สร้างไว้นอกเขตเมืองหลวงทำให้พอมีพื้นที่ทำรั้วมิดชิดอยู่บ้าน พร้อมกับสไตล์การออกแบบที่ดูดีมีคลาสทันสมัย แต่ก็ผสมผสานการตกแต่งในแบบเกาหลีเอาไว้บ้าง และการที่คนจะมีบ้านสองชั้นพร้อมพื้นที่เหลือถ้าไม่ใช่ในต่างจังหวัดก็บ่งบอกถึงความมีฐานะของเจ้าของบ้านได้อย่างดี

นัมจุนเก็บรถเข้าในโรงรถในเวลาเที่ยงคืนกว่าหลังจากที่ให้ยุนกิลงเข้าบ้านไปก่อนโดยมีแทฮยองรีบวิ่งมารับอย่างดีอกดีใจ

 

“เป็นไงบ้างครับป๊า เรียบร้อยมั้ย”

“ก็คิดว่า” ยุนกิตอบอย่างเบื่อๆแล้วโยนเสื้อนอกให้คิมมือซ้ายเอาไปเก็บ “แต่ดูเหมือนจะมีคนอยากแจม ฉันก็เลยให้พวกมันเชิญไปจัดการกันเองแล้ว”

“หืมมมมม?? ป๊าหมายถึงคนที่กำลัง....จับตาดูพวกเราเหรอครับ”

 

“อย่าเรียกแบบนั้นเลย มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันทำอะไรกันอยู่” ใบหน้าของผู้นำมาเฟียรุ่นล่าสุดเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์วูบหนึ่ง “แล้วทางนายเรียบร้อยมั้ยตอนนี้” เขาหันไปถามคนที่ยังเดินตามตนมาต้อยๆเหมือนลูกเป็ดแต่เผอิญเป็นลูกหมา

 

“ก็... น่าจะดีนะครับ เดี๋ยวยังไงผมจะไปเช็กให้อีกทีครับ!

“ดี ฉันคงไม่ต้องสั่งมากสำหรับเรื่องนี้นะ โตแล้ว”

“....ครับ”

 

ชายหนุ่มยืนมองบอสตัวเล็กที่เข้าห้องไปตาละห้อย ก่อนจะกลับลงมาเจอพี่ชายของตัวเองที่เข้ามาพอดี

 

“เหนื่อยหน่อยนะแทฮยอง”

“ฮือ... ไม่เป็นไรครับพี่ ก็.. ผมทำตัวเอง ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว”

 

“เอาเถอะ ถ้าเกินจะควบคุมก็เรียกพี่ได้ตลอดนะ” นัมจุนตบฝ่ามือลงบนศีรษะน้องปุๆและยิ้มให้กำลังใจ

แทฮยองน่ะนะ ทั้งที่เขาพูดแล้วพูดอีกว่าไม่อยากให้มาอยู่ในจุดนี้แท้ๆ แต่ก็ดื้อนัก เพราะไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ก้าวหน้าในเรื่องงานหรือกลัวว่าบอสจะโปรดจนเกินหน้า แต่ก็เพราะว่าเป็นห่วงมากกว่า ...เขาคิดพลางมองแผ่นหลังของชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดที่ยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาของเขาอยู่เสมอ (และสายตายุนกิด้วย)

แต่เจ้าตัวก็คิดมาตลอดว่าอย่างไรตอนนี้ตนก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว จริงๆนะ!

บันไดที่ทอดยาวลงไปในส่วนทางเดินใต้ดินติดไฟไว้สม่ำเสมอ พร้อมกับห้องหับที่สร้างแยกเอาไว้เป็นสัดส่วนซึ่งความจริงแล้วมันเป็นห้องเอนกประสงค์เอาไว้ทำอะไรก็ได้ มีทั้งห้องเก็บของ ห้องซ่อมนู่นซ่อมนี่ของบอส และอื่นๆที่ไม่อาจเปิดเผยได้

รวมทั้งห้องเก็บคน

แทฮยองกดรหัสปลดล็อคประตูและเปิดเข้าไปอย่างระมัดระวังเพราะเห็นทนโท่จากช่องกระจกด้านในว่าไฟยังเปิดสว่างโร่อยู่เลย

 

“ทำไร ทำไมยังไม่นอน”

 

เสียงทุ้มที่ดูแข็งกร้าวขึ้นทันควันเอ่ยถาม ทำให้ให้คนที่นอนกระดิกเท้าอยู่บนเตียงแคบลุกขึ้นมาส่งยิ้มยียวนให้ร่างสูงที่ยืนอุดเต็มประตูอยู่ในตอนนี้ทำหน้าไม่สบอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม

 

“เห็นว่ามีอะไรทำมั้ยล่ะ? ก็ไม่”

“ไม่ก็นอนได้แล้ว เปลืองไฟ”

“เบื่อจะนอนเร็วไม่ได้เหรอ บอกหลายรอบแล้วว่าอยู่เป็นเพื่อนเล่นกันก่อน”

“ไม่ ฉันอยากให้นายรู้ว่าการมานั่งๆนอนๆอยู่ที่นี่มันไม่ใช่ฐานะแขก สำเหนียกตัวเองหน่อย”

“รู้อยู่แล้วล่ะน่า แต่ฉันไม่ชอบแบบนี้นี่ ไม่รู้เหรอว่าถ้าเป็นบ้าขึ้นมาแล้วจะคุมยากนา”

“ไม่ต้องห่วง” แทฮยองเอียงคอยิ้มร้าย “ฉันจะฆ่านายก่อนที่จะอาละวาดแน่”

 

อีกฝ่ายระเบิดหัวเราะลั่นจนตัวแทบหงาย ยิ่งทำให้เจ้าหนุ่มคิมรู้สึกไม่พอใจ ทำไมไอ้หมอนี่มันไม่กลัวเลยวะ อุตส่าห์ฝึกซ้อมสีหน้ามาเป็นอย่างดีแล้วนะว่าโหดแบบเด็กเห็นแล้วต้องร้องไห้แน่ ทำไม!

 

“ขอโทษทีเถอะ พอเป็นนายพูดแล้วรู้สึกเป็นไปได้ยากจัง”

“ได้สิวะ!

“งั้นก็ลองทำให้ดูหน่อย ถ้าทำได้จะลองรับไว้พิจารณา”

“แหงอยู่แล้ว ฆ่าคนไม่มีอาวุธอย่างนายน่ะมันง่ายจะตาย-”

 

แทฮยองหยุดชะงักจนหายใจติดขัดไปชั่ววิเมื่อถูกรุกคืบเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จากที่ชักปืนขึ้นขู่ก็ถูกฝ่ามือทางนั้นตบที่ปืนจนหลุดจากมือและถูกเตะกระเด็นไปอยู่ใต้เตียง พร้อมกับที่มาเฟียหนุ่มถูกจับบิดล็อคข้อมือไปด้านหลังทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ทันจะร้องอะไรออกมาเลย

 

“โอ๊ย ไอ้เวรเอ๊ย!” ร่างสูงถูกเตะข้อพับและกดไหล่จนทรุดลงอย่างแรงจนเข่าข้างหนึ่งกระแทกพื้น แขนก็เจ็บเข่าก็จะเจ็บอีก ชีวิต

“จำไว้นะคุณคิม ฉันจะบอกอะไรนายให้อย่าง”

 

เขาขนลุกซู่เมื่อเสียงที่ดังอยู่ด้านหลังมันใกล้กับใบหูจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ พยายามดิ้นให้หลุดแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรู้สึกปวด

 

“ต่อให้ฉันไม่มีอาวุธ ฉันก็ฆ่านายที่มีอาวุธได้อย่างง่ายๆเหมือนกัน” ดวงตาคมเป็นประกายวาววับขณะเอื้อมมือไปด้านหน้าแล้วรั้งเนคไทสีดำของแทฮยองลงด้วยมือข้างเดียว

 

“ฉันเหงาจนนอนไม่หลับน่ะเรื่องจริงนะ ขอเล่นกับนายซักแป๊บจนกว่าจะพอใจได้มั้ย”

“อ...ไอ้........” แทฮยองที่อยู่ในท่านั่งชันเข่าขบฟันอย่างคับแค้นเมื่อหันไปเห็นว่าอีกคนกำลังทำอะไรกับเขา

“หรือไม่ก็.... อยู่ดูแลฉันหน่อยนะ พอดีว่าเจ็บแผลแหละ กลัวว่าอยู่คนเดียวแล้วแผลปริจะเรียกแล้วไม่มีใครช่วย”

 

ตอแหลลลลลล!!!!

 

“ถ้าอยากให้ดูแลก็แก้มัดสิโว้ย ปาร์คจีมิน!!


TBC


>>Talk
คนที่น่าสงสารต่อจากน้องจอนก็คือน้องแทนี่เองค่ะ ยูกหมาน่ะคุมเสือไม่อยู่หรอกนะ /เขร้ม
และตอนนี้เราก็ได้รู้แร้วนะคะว่าปั๊คชิมมี่ไปไหน 55555 กำลังเอนจอยเรย---- แต่ แต่ แต่ เรื่องราวน่ะมันไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะคะ 8) /ว่าแต่ทำไมโผล่มาเท่กว่าพระเอกอีกแล้วล่ะ(....)
ความจริงว่าจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อนค่ะ แต่แหมกำลังมันเลยแถมให้อีกนิด
ขอบคุณสำหรับเฟฟ เมนท์ วิว และแท็กนะคะ เจอกันตอนต่อปาย~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #60 kuychai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 00:54
    5555555
    #60
    0
  2. #32 Reajinkim1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 15:19
    ชิมมี่เท่ห์โคตร
    #32
    1
    • #32-1 (จากตอนที่ 5)
      2 กันยายน 2561 / 04:40
      จริงๆทุกคนเท่กว่าพระเอก---------
      #32-1
  3. #29 FF1395 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:45
    คุณปาร์คเปิดตัวได้หล่อมาก แทะอ้ยยยลูกหมาก็เปนลูกหมาอยุ่วันยันค่ำ555555
    #29
    1
    • #29-1 (จากตอนที่ 5)
      11 กรกฎาคม 2561 / 17:10
      สมชื่อตอนค่ะ เปิดตัว like a boss 55555555 ใครตัวเด่นกันแน่นะ-----
      สำหรับเจ้าลูกหมานั้ลลล ไม่ได้ออกฟิลก็ยังอันตรายเลยค่ะ 5555555 เป็นกำลังใจให้นุแทด้วยนะคะ
      #29-1
  4. #28 RMJHyun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:14

    คิมอัลปาก้านี่นิดหน่อยก็เอานะคะ ต้องได้แตะได้จับน้องจอนบ้าง โดนถีบเลย สมหน้า

    ฮือ เอ็นดูน้องแทค่ะ เดินตามเหมือนลูกเป็ดแต่บังเอิญเป็นหมา 55555555 นึกถึงยอนทันขึ้นมาเลย--

    เอ้า! แล้วทำไมพลาดท่าเสียทีให้คูมป๊าคง่ายดาย(เหมือนเตรียมตัวมา)แบบนั้นล่ะคะ!?

    น่างสานจริงๆ แล้วนี่ป๊ารู้เรื่องนี้รึเปล่า ทำไมถึงยังให้น้องมาดูแลนักโทษคนนี้

    และก็... เขินตั้งแต่น้องโดนมัดด้วยเนคไทแล้วค่ะ ส่วนหลังจากนี้ก็คงต้องไปมโนล้านแปดเอาเองเนาะ...

    #28
    1
    • #28-1 (จากตอนที่ 5)
      9 กรกฎาคม 2561 / 08:27
      พระเอกจะไม่ทำให้ทุกนาทีเสียเวลาเปล่าค่ะ //ร้องเพลงหัว ไหล่ ตุส--
      5555555555555 แบบยอนทันเลยค่ะ! ดุ๊กดิ๊กๆๆ
      ขำ ฮือออ น้องไม่ได้เตรียมตัวมาเสียท่านะคร๊ แค่ไม่ทันตั้งตัวเจ๋ยๆ แหย่หนวดเสือมากไปหน่อย(....) ส่วนการที่ต้องมาดูนักโทษคนนี้มันมีเหตุอยู่ค่ะ แหะ เดี๋ยวจะค่อยๆเปิดเผยนะคะ~
      ปล. มโนได้ตามใจชอบเลยค่ะ uwu จะเร่นกับน้องม๋ายังไงน้า /แค่ก
      #28-1
  5. #27 rikear_lope (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 09:29
    พ่อพระเอกคือน่าสงสารมาก น้องจอนคะ หนูจะถีบพี่เค้าอย่างนั้นไม่ได้นะคะ กระดูกพี่เค้าไม่ค่อยดี เค้าแก่แล้วค่ะลูก คุณมินคือเท่มากค่ะ ถึงแม้จะดูง่วงๆหน่อย ส่วนคุณปั๊คดูสนุกสนานกับยูกหมาแทดีนะคะ ไม่เหมือนคนโดนจับเลยอ่ะ อีกอย่างคือเปิดตัวมาเท่สุดๆเลยค่ะ พ่อพระเอกยังไม่เคยได้ซีนแบบนี้เลยนะคะ!!!!!!!
    #27
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #27-2 (จากตอนที่ 5)
      7 กรกฎาคม 2561 / 15:46
      55555555555555555555 เป็นลูกถีบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายค่ะ ตายเลยยิ่งดี(.....) /หยอกๆ
      พี่กิเพนคนง่วงเพราะเซฟพลังงานค่ะ! อย่าให้ออกฤทธิ์ เพราะยังไงพิเขาก็เป็นบอส แฮร่
      คุณปั๊คนั้นอยู่เป็น----------- //แต่ก็นั่นสิคะ รู้สึกเศร้าแทนพระเอกแต่ก็สนุกสนานในการบุรีมากกว่าค่ะ 555555555555555555
      #27-2
  6. #26 mookie952 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:34
    คุณปาร์คคคคคคอยู่นี่เองหรอค่ะ เหมือนจะแฮปปี้กับการอยู่ที่นี่เนอะะะะะ 5555555 ยุนกิเป็นตัวร้ายหรอค่ะ โอ้วววววววววววว ส่วนสายลับทั้ง 2 ยังคงคอนเซปเหมือนเดิมม ชอบบบบค่ะ จะตีกันจนจบเรื่องมั้ยเนี่ย 555555555
    #26
    1
    • #26-1 (จากตอนที่ 5)
      7 กรกฎาคม 2561 / 08:53
      คุณเขามีลูกหมาให้เล่นค่ะ เพลินๆ แฮพพิ-- ส่วนบทบาทแก๊งมาเฟียมินแฟมิลี่นั้นจะร้ายจริงไหมยังไงอยากให้ติดตามเรื่อยๆนะคะ uwu
      และแน่นอนค่ะ สายลับสองคนนั้นก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย สุดท้ายแร้วพิจินจะโดนน้องจอนทุบตายหรือไม่ 555555555555555555555555555
      #26-1