[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 4 : REPORT 03 : ภารกิจ II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    5 ก.ค. 61


   Millennium Corporation, โซล 8นาฬิกาโดยประมาณ

รถเก๋งสัญชาติยุโรปสีดำคันหรูขับเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาเขตบริษัทตรงเข้าสู่ลานจอดรถที่ยังโล่งอยู่เพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างาน จะมีก็แต่บุคลากรบางส่วนที่จำเป็นต้องมาก่อนเวลา และเขาเองก็เช่นกันที่ต้องมาประจำที่นี่ตั้งแต่เช้าเป็นเรื่องปกติ

ร่างสูงสง่าของชายวัยเลขสามกลางๆก้าวลงจากรถอย่างผึ่งผาย สูทแบรนด์แพงที่ตัดเย็บอย่างดีช่วยขับบุคลิกให้ดูน่าเกรงขามยำเกรงยามที่ก้าวเข้ามาภายในบริษัท ดวงตาเรียวคมดุจมีดทั้งอันตรายและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกันกำลังทอดมองไปรอบๆที่ตอนนี้ที่เห็นผ่านตามากสุดก็เป็นพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานทำความสะอาดที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่

เขายกยิ้มเล็กน้อยเป็นการทักทายพวกเขาเหล่านั้น เพียงรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มเช่นนี้ก็กลับทำให้ความน่ากลัวลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ

ชายหนุ่มกดลิฟต์ไปยังชั้นเกือบสูงที่สุดของอาคาร ซึ่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวของบุคคลสำคัญของตำแหน่งผู้บริหารแยกกัน โดยเขาตรงไปยังห้องที่เป็นของผู้มีตำแหน่งสำคัญที่สุดนั่นคือ CEO

โน้ตบุคส่วนตัวที่ตั้งรหัสอย่างแน่นหนาถูกเปิดขึ้นเพื่อเช็กงาน การป้องกันข้อมูลนั้นสำคัญมากแล้วยิ่งบริษัทที่ต้องทำงานเกี่ยวกับการเผยแพร่สัญญาณสื่อสาร ระบบของเขาจะอาจจะถูกโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีเมื่อไหร่ก็ได้แม้ว่าจะป้องกันเป็นอย่างดี พวกเขาถูกอบรมให้เตรียมรับมือทุกสถานการณ์วิกฤตเป็นเรื่องปกติ

เขาล็อคอินเข้าใช้งานเครื่องก่อนจะเปิดระบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อเก็บรวบรวมและประเมินผลของงานในส่วนของ พวกเขาระบบที่อยู่นอกเหนือกิจการปัจจุบันหากแต่เป็นกิจการที่แท้จริง

กิจการที่สามารถควบคุมอำนาจบางอย่างให้เป็นตามต้องการ เป็นส่วนหนึ่งของกำลังที่ทำให้ดึงดูดทั้งผู้กระหายอยากครอบครองและตั้งเป้าที่จะโจมตี แน่นอนว่าสองอย่างนั้นมากพอกัน แต่ตราบใดที่ข้อตกลงอันเข้มงวดรัดกุม พวกหลังเลยมีมากกว่า

นิ้วยาวป้อนคำสั่งลงไปอีกครั้ง หน้าจอเล็กถูกขยายขึ้นมาเป็นภาพโครงสร้างจำลองแบบโฮโลแกรมซึ่งเป็นภาพทางอากาศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมาจากไหนไม่ได้เลยนอกจากดาวเทียม

และภาพตรงหน้าก็คือบริเวณสถานที่ต่างๆภายในประเทศเชื่อมโยงกันเป็นเส้นทาง และหนึ่งในนั้นคือโกดังท่าเรือ

เขามองเวลาที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะกดโทรศัพท์ติดต่อไปยังปลายสาย

 

“แทฮยอง บอสล่ะ”

 

คำตอบจากปลายสายทำให้สีหน้าของชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากบอกให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ที่ความจริงก็ไม่เชิงสั่ง

เพราะอะไรน่ะหรือ ตนน่ะไม่ใช่ CEO ของมิลเลเนียมคอร์ปหรอก

ส่วนบอสตัวจริงน่ะนะ...

 

 

    แสงไฟสีเขียวที่ประตูหน้าห้องบ่งบอกว่าเข้ารหัสผ่านถูกต้อง ประตูสองชั้นที่ปิดเอาไว้แถมมีม่านทึบบังจึงสามารถเปิดออกได้อย่างที่สุด แม้จะยุ่งยาก แต่ก็เข้าใจว่าทำไมต้องตั้งรหัสไว้ขนาดนี้

ก็นี่มันทั้งห้องทำงานและห้องนอนของบุคคลสำคัญระดับสุดยอดขององค์กร การป้องกันก็ต้องแน่นหนาเป็นธรรมดา แม้ว่าบางครั้งมันจะสร้างความลำบากเพราะเจ้าตัวเองดันลืมรหัสห้องจนต้องไปตามพี่ชายเขามาช่วยแก้แล้วก็รีเซ็ทพาสให้ใหม่ ไม่อยากจะเล่าเรื่องตลกเลยว่ามันเคยเป็นระบบแสกนม่านตาอยู่ครั้งหนึ่งด้วย แต่เพราะบอสดันตาเล็กไปหน่อยมันเลยทำได้ลำบาก สุดท้ายจึงตัดสินใจยกเลิกแล้วติดตั้งใหม่เป็นแบบนี้แทน

และถึงใครๆจะเรียกบอสก็ตาม แต่สำหรับพ่อหนุ่มคนนี้แล้วนั้น

 

“ป๊า แปดโมงสี่สิบห้าแล้วนะครับ ตื่นเถอะ”

 

เสียงทุ้มแต่สดใสเอ่ยออกมาจากร่างสูงผิวเข้ม รอยยิ้มน่ารักแบบหมาน้อยถูกส่งให้กับก้อนผ้าห่มบนเตียงเดี่ยวชิดผนังที่โดนกินพื้นที่ด้วยบริเวณที่ไว้ทำงาน

เงียบกริ๊บ...

 

“ป๊า พี่นัมจุนส่งข้อมูลเข้าคลาวด์ของเซิร์ฟฯเราแล้วนะครับ ฮือ ป๊าตื่นมาเช็กก่อน”

 

น้ำเสียงที่เรียกอย่างเว้าวอนเริ่มงอแงแต่ก็ไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้เตียงมากกว่านั้นราวกับรู้ว่าเป็นเขตหวงห้าม ...ตะแต่ว่าถ้าไม่ตื่นตอนนี้แล้วก็จะอดเช็กข่าวสำคัญนะ แถมยิ่งรีบตรวจสอบแล้วทำลายหลักฐานจากคลาวด์ก็ยังดีกว่าด้วย...... เขาคิดพลางยืนตัวลีบอย่างระมัดระวังเป็นระยะหนึ่งเมตรโดยที่สายตาก็เฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของก้อนผ้าห่มอย่างใจจดจ่อ

มันยังคงนิ่งสนิท

ก็รู้ว่าบอสของเขาน่ะชอบทำงานคนเดียวก๊อกๆแก๊กๆดึกดื่น เป็นถึงผู้บริหารแต่ก็ไม่ได้สบายเลยเพราะความจริงนอกจากกิจการทางโทรคมนาคมแล้ว เขาก็ต้องเป็นผู้นำให้กับคนในปกครองอีกจำนวนมากที่กำลังทำงานให้ในฝ่ายเบื้องหลัง

ไม่นะ หรือว่าป๊าจะทำงานหนักจนตาย! มั่ยยยย ;_; ป๊าจะตายในวัยแค่สามสิบไม่ได้! เขาคิดคร่ำครวญจนตัดสินใจค่อยๆย่องเข้าใกล้มากขึ้น

จากระยะหนึ่งเมตรก็เหลือหกสิบเซนติเมตร

จนกระทั่งเหลือหนึ่งฟุตห่างจากเตียง ที่โน้มตัวเข้าไปก็สามารถกระชากผ้าห่มที่ห่อร่างผู้เป็นนายออกมาได้แล้ว รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง

หนึ่ง

 

สอง

 

สาม

 

-พรึ่บ!!!-

ผ้าห่มถูกหยิบสะบัดออกจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว และคำทักทายที่แสนธรรมดา

 

“ใคร? แทฮยอง?

 

...

มอร์นิ่งธรรมดามั่กๆค้าบ 9มม.จ่อกลางหน้าเลยค้าบ

แถมคนที่นอนอยู่บนเตียงยังไม่ได้ลืมตาดีด้วยซ้ำ!

 

“ผะผมเองครับป๊า ป๊าเอาปืนลงก่อนเถอะอันตราย” ผู้น้อยที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อยกมือทั้งสองขึ้นระดับอกจะร้องไห้แล้ว และคนนอกจะรู้เห็นมาดนี้ไม่ได้เป็นอันขาด ว่าคิมแทฮยองมือซ้ายระดับสูงแท้จริงแล้วเหมือนเด็กห้าขวบ (ในบางเวลา)

 

“ถ้าจะมาปลุกเรื่องนัมจุน ฉันรับรู้ตั้งแต่มือถือแจ้งเตือนแล้ว ทำไมจะต้องลุกถ้าฉันสามารถโอนข้อมูลมาได้ทั้งที่หัวติดหมอนแบบนี้ ถ้ามันอยู่ในนี้แล้วฉันจะเอาไปลงโน้ตบุคตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน”

 

“...” คิมคนเล็กหน้าหงอยลงทันที

 

“เอาเถอะ จริงๆฉันก็หิวด้วย” อีกฝ่ายลดปืนลงแล้วสอดมันไว้ใต้หมอนเช่นเดิมหลังจากที่ลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ไปเอามื้อเช้ามาวางไว้บนโต๊ะนั่น ขอกาแฟดำร้อนๆแก้วนึง แล้วก็ไปทำงานทำการในส่วนของตัวเองซะ”

“ครับป๊า จะรีบไปเอามาให้เลยครับ! แล้ว..จะไม่กินนมจริงๆเหรอครับ มันดี-”

“งั้นนายอยากลองลูกตะกั่วมั่งมั้ย มันก็น่าจะดีเหมือนกัน”

 

“ไปแล้วครับๆๆๆ” แทฮยองร้องหงุงหงิงแล้วหันหลังกลับวิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันทีเมื่อคุณบอสทำท่าจะหยิบปืนใต้หมอนออกมาอีกรอบ และเมื่อตอนนี้ในห้องเหลือเพียงแค่เขาคนเดียวจึงกดเปิดไฟล์เพื่อตรวจสอบรายละเอียดคร่าวๆจากที่คิมนัมจุน มือขวาของตนส่งมาจากโน้ตบุคที่ทำงานอีกครั้งหนึ่ง

ตาเรียวหรี่ลงปราศจากมาดคนเพิ่งตื่นแม้ว่าผมสีเข้มจะยังไม่เป็นทรงก็ตามที

 

“...หึ วุ่นวายกับฉันจังนะ”

 

ถ้าคิดจะลองดี ก็จงเตรียมใจไว้ได้เลยว่าตนจะเล่นคืนให้สาสมอย่างที่สุด

ให้มันจำเอาไว้ยันชาติหน้าเลยว่าอย่าเล่นกับมินยุนกิ ทายาทคนล่าสุดของตระกูลมาเฟียมินที่กำลังคุมทุกอย่างอยู่ตอนนี้!

 


--

 


    กระจกภายในห้องน้ำของโรงแรมหรูสะท้อนใบหน้าสวยคมที่แต่งแต้มเมคอัพในลุคสาวทำงาน ผมยาวสีส้มแดงถูกรวบม้วนเป็นมวยเรียบร้อยและหน้าม้าแสกข้างรับกับแว่นกรอบบาง เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดเดรสสุภาพสีอ่อนเหมาะสมกับผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงที่เรียกว่างานแต่งงาน เพียงแต่เธอมาในฐานะของสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญ

หมายถึงบทบาทแค่เฉพาะคืนนี้นะ

เมื่อตรวจสอบการแต่งกายว่าเรียบร้อยพอแล้ว พร้อมทั้งอุปกรณ์สื่อสารที่ซ่อนอย่างแนบเนียนอยู่บนร่างกายตนก็เดินออกไปสมทบกับคนที่กำลังรออยู่ด้านนอกที่ตรวจสอบตัวเองเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน เอเยนต์ซีกอลที่ใส่สูทเรียบๆเซ็ทผมสุภาพพร้อมแว่นตากับบัตรแสดงตัวพนักงานพยักหน้าเป็นสัญญาณเล็กน้อยกับเอเยนต์ลิลซ่าก่อนจะพากันเดินออกมาจากทางเดินแคบที่ไปยังห้องน้ำ สู่ห้องโถงรับรองแขกเหรื่อที่ด้านนอกและด้านในคลาคล่ำไปด้วยบรรดาแขกที่ถูกรับเชิญมาวันนี้ ซึ่งมีทั้งดาราที่มีชื่อเสียง บุคคลทางการเมืองบางคน และไฮโซต่างๆ รวมถึงตัวแทนสื่อจากสำนักข่าวที่ได้ถูกเชิญให้มาทำข่าวถ่ายทอดงานแต่งงานของลูกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งกับลูกสาวของนักธุรกิจดัง ซึ่งทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งแล้วก่อนจะตกลงจัดงานแต่งงานในครั้งนี้

โดยที่ฝั่งซีไอเอได้ข้อมูลมาว่า งานแต่งงานถูกจัดเป็นสองพาร์ท ผู้สื่อข่าวจะถูกเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงช่วงค่ำเช่นงานแถลงข่าวและงานรื่นเริงทั่วไป (แนะนำว่าอยากกินอะไรก็กินในงานนี้ไปเลยไม่ต้องรอกลับไปกินที่หน่วย) การทำภารกิจในครั้งนี้ของพวกเขาจึงได้ใช้สองทีมเป็นกำลังหลักเพื่อช่วยกันสอดส่องเบาะแสเพิ่ม โดยงานครึ่งแรกจองกุกและลลิษาจะไปสังเกตพื้นที่ภายใน และงานครึ่งหลังที่เป็นงานปิดนั้นเป็นหน้าที่ของซอกจินกับจีซู เพราะหนึ่งในตัวเอกหลักที่พวกเขาเล็งไว้มีโอกาสที่จะปรากฏตัวตอนนั้นสูงมาก

เอาจริงซอกจินเสียดายนิดหน่อยแต่เสียใจมากๆ ที่อดเล่นกับคู่หูชั่วคราวระหว่างทำงาน เพราะถึงจะลงพื้นที่ด้วยกันแต่ก็สลับตำแหน่งกันเพื่องาน ช่วยไม่ได้ เพราะความจริงเขาก็รับอาสาในส่วนนี้เอง ถ้าหากเป็นตนจัดการก็มั่นใจว่าจะไม่โป้งป้างขึ้นมา ห่วงก็แต่เจ้าหนุ่มนกนางนวลคนนั้น แต่ถ้าเป็นงานพาร์ทแรกก็ไม่น่าจะเป็นอะไร

ฝ่ายจองกุกก็ดีใจอย่างที่สุดที่ไม่ต้องแต่งตัวล่อเป้าแถมนายอัลปาก้าก็ไม่อยู่ตามประกบตนด้วย ดี! รอวันนี้มานานแล้วที่จะได้ปลอดภัยกับเขาบ้าง

สายลับทั้งสองเข้าไปนั่งในโซนที่จัดไว้สำหรับสื่อ พวกเขากวาดมองไปรอบๆพร้อมขยับกรอบแว่นของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ค่านิยมเรื่องใส่คอนแท็คเริ่มเปลี่ยนแปลง การที่ผู้หญิงจะใส่แว่นออกงานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป การที่จะติดตั้งกล้องจับภาพในแว่นก็เป็นเรื่องที่ง่าย

 

“สามนาฬิกา หกนาฬิกา และสิบเอ็ดนาฬิกา ตรงตามโครงสร้างที่ตรวจเอกลักษณ์บุคคลจากที่โกดังกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์”

 

ลลิษาพึมพำขึ้นมาขณะที่ขยับกระจกพกพาเข้าใกล้ใบหน้าเพื่อให้สัญญาณรับเสียงด้านหลังกระจกได้รับเสียงของเธอ แล้วถือออกห่างให้ดูเหมือนกับกำลังจัดผมตามประสาผู้หญิงรักสวยรักงาม

 

“เธอคิดว่าไง” จองกุกถามขึ้น “หมอนั่นจะเอาด้วยมั้ย” เขาหมายถึงเจ้าของงานแต่งที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยเช่นกัน

“ก็อาจจะ แต่ถ้าจะให้เดาฉันว่ามี เสียดายที่ข้อมูลตรงนี้ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่”

“อืม...”

“แต่ไฮไลท์อยู่ที่ครึ่งหลังนี่ เดี๋ยวพวกเรากินอะไรกันก่อนค่อยเผ่นก็ได้ ฉันว่าจะเอาไปฝากเอเยนต์วันวันด้วย”

“ส่วนฉันจะปล่อยให้หมอนั่นมันหิวตายไปซะ”

“เฮ้ เขาเป็นคู่หูนายไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ ฉันมีคู่หูคนเดียวคือชิมมี่” เพราะอย่างน้อยจีมินก็ไม่เคยจับก้นและเนียนซุกนมเขาก็แล้วกัน

 

หญิงสาวหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะสังเกตการณ์ต่อไป ในขณะที่ด้านนอกเองก็เตรียมตัวเป็นอย่างดีเพื่อที่จะลอบเข้างานไพรเวทหลังจากนี้

 

“ผมชอบอุปกรณ์คุณจัง เหมือนกำลังถ่ายหนังอยู่เลย”

 

ซอกจินกำลังสำรวจข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องนำติดตัวไปอย่างสนอกสนใจภายในรถตู้ปิดทึบซึ่งประยุกต์มาจากอุปกรณ์น่าเล่นในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ปืนร่มที่เคยใช้ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

 

“ขอบคุณค่ะ ดีใจที่คุณชอบ ฉันว่ามันใช้ประโยชน์ได้ดีเลยถ้าเอามาปรับปรุงซักหน่อย” จีซูกล่าวทั้งๆที่มีแว่นหน้ากากครอบอยู่บนหน้า “ความจริงมันก็แค่เอาไปประยุกต์กับสิ่งของธรรมดาเท่านั้นเอง ตะเกียบก็อาจเจาะประตูเหล็กได้เหมือนกันค่ะ”

“เจ๋ง ซีไอเอโชคดีที่มีคุณนะ”

 

หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย “คุณเข้ากับเอเยนต์ซีกอลได้ดีมั้ยคะ”

 

เขาหยุดคิดไปเพราะคำถามของเพื่อนร่วมงาน ...นั่นสินะ ผ่านมาสองเดือนเขายังไม่ถูกจองกุกฆ่าตายก็นับว่าดี จริงๆอีกฝ่ายไม่มีทางทำอะไรตนได้หรอก ซอกจินว่าจองกุกเป็นเด็กดีนะ ซื่อตรง ขยัน อดทน แล้วยังเก่งกาจ ถ้าเข้ากันได้ดีก็นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ส่วนถ้าเข้าในตัวน้องได้ก็อาจเป็นกำไรที่ดี แต่เรื่องนั้นก็ไว้ค่อยว่ากันเนาะ

 

“ก็อาจจะ แต่คงไม่เท่าคู่หูเก่าเขาหรอกครับ”

“เอเยนต์ชิมมี่เป็นคนเก่งนะคะ แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพลาด แต่ถึงพลาด ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นอะไรไปหรอกค่ะ”

“ดีจัง เนี่ย ถ้าเป็นผมพลาดท่าโดนเก็บขึ้นมา ป่านนี้คุณซีกอลคงปิดเรือนจำฉลองแล้ว”

“นี่คือความสัมพันธ์ของพวกคุณเหรอคะ”

“อะไรแบบนั้นแหละครับ แต่ผมไม่ซีนะ เพราะผมชอบเขา”

 

สายลับเทรนนี่หนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มสบายๆขณะติดตั้งอุปกรณ์ พวกเขารอเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มทำงานและผลัดเปลี่ยนกะ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ร่วมงานจากสองคนที่เข้าไปก่อนหน้า งานเลี้ยงงานแต่งครึ่งแรกกำลังจะจบลงในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า และตอนนี้ทั้งจองกุกและลลิษาก็หลบกลับมาที่รถตู้แล้ว

 

“กู๊ดจ๊อบเอเยนต์ลิลซ่า เราจะเริ่มแผนต่อไปกันเลย” จีซูเอ่ยชมหลังจากรับแว่นจับภาพที่คู่หูทีมตนส่งให้เพื่อดึงภาพที่เก็บเอาไว้ในหน่วยความจำขนาดเล็กออกมารวบรวม

 

“ตกลงต่อไปผมก็ต้องอยู่ในรถกับพวกคุณด้วยใช่มั้ย” จองกุกถามย้ำอีกที เพราะภารกิจต่อไปตอนแรกไม่ได้คอนเฟิร์ม มีเพียงแค่แผนสำรองว่าสามารถถูกเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ (และก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น)

“ไม่ดีกว่า คุณออกไปช่วยคู่หูคุณเถอะเอเยนต์ซีกอล เขาน่าจะต้องการคุณระวังภัยให้นะ”

 

“...” อยากบอกจีซูนูน่าเหลือเกินว่าถ้าส่งเขาไป ไอ้หมอนี่แหละมันคือภัยสำหรับตัวเขา แม้จะขีดเส้นและไฮไลท์สามชั้นว่านี่คือคู่หูแล้วก็เถอะ

 

“มาเถอะครับซีกอล เป็นคู่หูกันก็ต้องไปด้วยกันเนอะ” ซอกจินถือวิสาสะโอบไหล่อีกฝ่ายทันทีซึ่งจะขืนตัวออกก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่พยายามตั้งศอกกันไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านี้

 

“รู้แล้ว ปล่อยก่อน ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ได้”

“นี่คุณจะถอดเสื้อผ้าทั้งที่มีสาวๆอยู่ด้วยน่ะเหรอครับ”

“บิดาคุณสิอัลปาก้า แค่เปลี่ยนสูทตัวนอกเป็นบอดี้สูททับแบบของคุณนั่นแหละ”

“งั้นเดี๋ยวผมช่วย ใส่คนเดียวไม่ถนัดหรอก”

“ไม่ต้อง! ไม่ต้องมาจับตัวผมเลยนะ” นายจอนฟาดลงบนมือคู่หูคนพี่ที่เข้ามาปลดกระดุมให้จนดังป้าบ

 

ระหว่างที่สองคนนั้นกำลังเถียงกันช่วงที่แต่งตัวและเตรียมอุปกรณ์ จีซูและลลิษาเองก็นั่งเช็กข้อมูลที่ได้มา และต่างคนต่างประจำที่ในโหมดซัพพอร์ทคนที่กำลังจะลงพื้นที่ต่อจากนี้

 

“ทีมเอจะไปภายในสิบวินาทีนี้ พวกคุณพร้อมนะคะ”

“เรียบร้อยครับ” ชายหนุ่มทั้งสองขานตอบพร้อมกันหลังจากตบตี.... หมายถึงเตรียมตัวเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว

“งั้นออกตัวได้เลยค่ะ แผนผังเส้นทางที่เราต้องใช้หลบซ่อนเข้าไปฉันจำลองโครงสร้างให้หมดแล้ว เรียกดูได้ในหน่วยความจำบนหน้าจอแว่นที่พวกคุณใส่ตอนนี้ได้เลยนะคะ”

 

คิมวันวันหมายถึงหน้ากากที่พวกเขาสวมทับอยู่ตอนนี้ซึ่งเหมือนกับของเธอ พวกเขาอยู่ในบอดี้สูทรุ่นใหม่ล่าสุดที่พยายามใช้เทคโนโลยีอันน่าสนใจของการปรับให้กระชับเข้ารูปตามสรีระของแต่ละคน โดยที่เดิมเป็นสีดำ สามารถเปิดระบบพรางตัวได้โดยใช้เทคนิคการหักเหแสง และกระจายแรงปะทะเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บจากการกระทบกระเทือน ทนทานได้พอประมาณเพราะถ้าหากจะให้สะท้อนกระสุนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ ไวเบรเนียมเท่านั้นคือคำตอบ

เส้นทางลับที่พวกเขาต้องไปไม่พ้นช่องแอร์ แต่ขากลับนั้นสามารถใช้เส้นทางปกติภายในโรงแรมได้แต่ต้องผ่านพวกบันไดหนีไฟ ไม่ก็โรยตัวจากด้านหลังตึกออกมาเลย ทว่าด้วยความที่จองกุกยังขยาดกับการเกือบโหม่งพื้นไร้เซฟตี้เลยตกลงกันว่าจะออกไปอย่างปกติชนแทน

 

“พาร์ทหลังคืองานไพรเวทที่เชิญแขกวีไอพีซึ่งเขาไม่ได้อยู่ด้วยช่วงปาร์ตี้” ซอกจินอธิบายขณะที่คลานอยู่ด้านในนำหน้าคู่หูของตนเพราะช่วงนี้ตนเป็นผู้นำเส้นทาง “ถ้าคุณเช็กทั้งงานในพาร์ทแรกแล้วก็นั่นแหละ ภาพที่พวกคุณส่งกลับมาเราไม่เจอบางคน และตอนหลังอาจจะมีพวกเขาอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คนที่ไม่มาตอนแรก จะมาช่วงหลังอย่างแน่นอน”

“...คุณหมายถึง..”

“เป้าหมายอันดับต้นๆของพวกเราไงครับ”

“แต่ที่เราคุยกันในที่ประชุมมันยังไม่ชัวร์...”

“ก็ใช่ เพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยปรากฏตัว หาตามสื่อยากอยู่แล้วล่ะครับ แต่ถ้าเจอก็แสดงว่าเราโชคดี”

 

“ให้ตายเถอะ นี่เรากำลังตามจับคนหรือผีกันแน่” จองกุกก็รู้มาเหมือนกันว่าคนคนนี้นานๆจะเห็นตัวที เลยค่อนข้างจะตามยากพอประมาณ แต่ความแรร์ก็เป็นตัวรับรองได้เหมือนกันว่าที่ตามมานั้นไม่พลาดอย่างแน่นอนแล้ว แบบนี้ไหนๆก็ไหนๆถ้าสามารถเอาโปเกบอลปาใส่ให้มันดูดเข้าไปเลยก็น่าจะดี

 

ให้มันรู้กันไปเลยว่าระหว่างอำนาจมาเฟียกับอำนาจความยุติธรรม อย่างไหนมันจะแน่นอนมากกว่ากัน!


TBC


>>Talk
ภารกิจที่ยังไม่แน่นอนแต่ไรต์จะแน่นิ่งแร้ว---
พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วค่ะ 555555 แง / เพราะงั้นฝากตอนนี้ไว้บันเทิงด้วยนะคะ หนุ่มเขาๆออกฟิลด์กันอีกแล้วค่า รอบนี้จริงจังแร้ว (แต่ตอนหน้าก็ไม่รู้สินะ---) แถมเปิดตัวละครใหม่แล้วค่ะ! ทุกคนรวยแพงกว่าฝั่งพระเอก(....) และนายชิมมี่ก็ยังค่าตัวแพงเหมือนเดิม
ขอบคุณสำหรับเฟฟ เมนท์ วิว และหลายๆอย่างด้วยนะคะ แท็ก #ฟิคบพน ก็หวีดได้นาค้า 
เจอกันตอนหน้าค่ะ ปิ้วๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #59 kuychai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 00:42
    เริ่ดมากกก
    #59
    0
  2. #25 RMJHyun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 00:00
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าแมวหลับอย่ากระตุกหนวดแมว--- ฮือ เอ็นดูน้องปลุกคุณป๊า ถึงป๊าจะไม่อ่อนโยนเลยก็ตาม แต่น่าจะชินแหละเนอะ ยกเว้นกับ 9มม.
    คู่หูน้องนางนวลน่าจะยังปลอดภัยดีใช่มั้ยคะ เห็นกล่าวถึงทีไรภาพจีมินนั่งอยู่ในคุกลอยมาทุกที--- ส่วนน้องนางนวลนี่ก็คงไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ถ้าไปกับพี่อ้วนขน หมายถึงกลัวน้องเสียเอกราช เอะอะกอดเอะอะแกะกระดุม แต่คงไม่ใช่ระหว่างภารกิจหรอกเนาะ /ยิ้มแห้ง
    ปล.คุณมือขวายังโสดมั้ยคะ?
    #25
    2
    • #25-1 (จากตอนที่ 4)
      5 กรกฎาคม 2561 / 07:00
      บอสเหมียวไม่อ่อนโยนเพราะเป็นบอสค่ะ! /พองขน-- ยูกหมากัววิ่งหนีเลย 5555
      ส่วนนายชิมมี่อันนี้ขอเป็นปริศนาต่อไป(จริงๆงบไม่พอ----- หยอกๆ)
      ว่าแต่ไว้ใจคิมอัลปาก้าระหว่างมิชชั่นจริงๆเหรอคะ(.......)

      ปล. คูมมือขวาโสด แต่คิวยาวมากค่า 555555555
      #25-1
    • #25-2 RMJHyun(จากตอนที่ 4)
      9 กรกฎาคม 2561 / 01:16
      แหม ถ้าจวนตัวนี่บางทีก็อาจจะต้องงัดเรื่องปลดกระดุมมาใช้บ้างนะคะ---
      ปล.ลัดคิวให้หน่อยค่ะ บอกเค้าว่าเรามีฝูงปูให้จับ /จ้างคนไปบอกด้วยคาปูและลาเต้
      #25-2
  3. #24 mookie952 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 23:47
    เริ่มคิดต่อว่าถ้าชิมมี่กลับมา พระเอกเราจะไปอยู่ไหนนนนนน ยิ่งคู่พระนางไม่ค่อยถูกกันด้วยยยย (จริงๆน่าจะเป็นแค่จองกุกที่ไมชอบพี่จิน55555) พระเอกเรายังคงเส้นคงวาในการหากำไรจากน้องนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณอัลปาก้าให้สำเร็จค่ะ !!!
    #24
    1
    • #24-1 (จากตอนที่ 4)
      5 กรกฎาคม 2561 / 06:53
      นั่นสิคะ แต่ไว้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน ฮา
      พี่เขาชอบน้องมั่กๆเรยนะคะ รอวันน้องจะชอบตาพี่บ้าง (จะมีมั้ยนะ--) ดีใจแทนตาพี่จริงๆค่ะ ในที่สุดก็มีคนให้กำลังใจ 5555555555555555!
      #24-1
  4. #23 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 23:13
    คือคิมนัมจุนเปิดตัวหล่อไปหรือเปล่าคะ ออร่าพระเอกแยงตาจนแสบไปหมดแล้วค่ะ ส่วนพระเอกจริงๆก็......... ขอไม่พูดถึงแล้วกันนะคะ สงสารสองสาวที่ต้องมาทำงานกับคู่หูนี้จังเลยคะ น่าจะปวดหัวน่าดู ส่วนมาเฟียมินก็สมกับเป็นมินยุนกิจริงๆค่ะ พี่จะนอนใครจะทำไม ค่ะ ไม่ยุ่งก็ได้แต่อย่าใจร้ายกับเจ้าแทนักเลยค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 (จากตอนที่ 4)
      4 กรกฎาคม 2561 / 23:30
      555555555555555555 พระเอกที่แท้จริงนั่นเอง /มั่ยสิ ฮือ แต่คุณเขาก็มาอย่างหล่อรวยแพงจริงๆค่ะ อย่าลืมว่าไม่บุรีพระเอกไม่ใช่รต.บิงบิงนาคะ---
      สองสาวเองก็พยายามชินค่ะ 555555555 :'D เผลอๆอาจเป็นสีสันไปแล้ว (ฮา)
      พิยุงกิไม่ได้ใจร้ายมากหรอกนะคะ พี่เขาก็เอ็นดูน้องอยู่นิสนุงน้าคะ จริงๆน้า
      #23-1
  5. #22 RUNzPACA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 22:17
    ไม่ซ่าบว่ามือขวายังโสดอยู่รึป่ะ คือฉากเปิดตัวอลังการกว่าพระเอก หล่อและรวยโคตรๆ คิมซอกจินคือใครคะดิฉันไม่รู้จัก---

    ว่าแต่บอสแมวเหมียวโหดจังเลยข่ะ ใครขโมยรอยัลคานินหรอ ลูกหมาแค่อยากเล่นด้วยต้องโหดกับน้องอะไรขนาดนั้นถามจี๊งงงงง

    สองคู่หู(?)ต้องแยกกันแบบนี้หวังว่าจะไม่มีอะไรมาขวางกั้นนะคะ... กลัวใจว่าจะมีคนเจ็บหนัก บอสจะออกโรงแล้วรึเปล่าเนี่ย ตอนหน้าไม่ใช่ว่าป๊ะกันนี่จุ๊งเลยนะ

    ว่าแต่ขอยาดขี้ชิปในฟิค ไม่ซ่าบว่าบอสจองกับคุณมือขวามีโอกาสจะได้เจอกันรึป่ะคะ /ทำหน้ามีความหวัง
    #22
    1
    • #22-1 (จากตอนที่ 4)
      4 กรกฎาคม 2561 / 22:38
      ความแพงที่คุณรู้สึกได้ ไม่ต้องมีแล้วพระเอก /โดนชก *กระซิบให้ว่าโสด อิ_อิ*
      บอสแมวยังหิวอยู่ว ชีวิตติดเตียงด้วย ยูกหมาเลยซวยไป 5555555 :'D แต่จริงๆคูมบอสก็เอ็นดูน้องน้า
      ยางยางงง สองคนนี้ต้องตัวติดกันอีกนานนนนนน-- ส่วนจะเจอบอสมั้ยอะไรยังไงเดี๋ยวดูตอนหน้าน้า~~

      ส่วนบอสจองกับมือขวาอันนิเก๊าะตอบมะด้าย แอแฮ่
      #22-1