[GOT7/BTS/17] Divine service [GyeomKook & MinWon Ft.JinGa]

ตอนที่ 4 : 3 : Shadow's call

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60



                จอนจองกุกตื่นเช้าขึ้นมาเหมือนอย่างเคย

เขาทำทุกอย่างปกติ แต่ต้องใช้เวลามากกว่าเดิมสักหน่อยเพื่อระงับจิตใจที่ยังเดือดพล่านทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเมื่อคืน

แวมไพร์ที่เขาต้องกำจัดตามหน้าที่ได้อยู่ตรงหน้า แต่ตนเองกลับทำอะไรไม่ได้เลย


มันน่าโมโหนัก


ความรักความเมตตาที่ถูกพร่ำสอนมามีไว้ให้เฉพาะเหล่ามนุษย์ผู้หลงผิดที่พร้อมจะกลับตัวกลับใจ เพื่อที่จะให้โอกาสพวกเขาได้มอบความรักกับเพื่อนมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อีกครั้งตามประสงค์ของพระเจ้า

แต่กับพวกปีศาจที่เป็นภัยแล้ว เขาจะต้องกำจัดให้หมดเพราะพวกมันเกินจะเยียวยาแล้ว


ทำไม...


จองกุกไม่เคยผยองในฝีมือของตัวเองว่าเก่งกาจ แต่ก็ไม่ได้ประเมินตัวเองต่ำจนทำอะไรไม่ได้ เพราะเขากำจัดเหล่ามารร้ายมาก็จำนวนพอสมควร แม้จะไม่มากมายเท่ากับรุ่นพี่ของตนที่หายตัวไป แต่ก็มากพอที่จะพิสูจน์ฝีมือของเอ็กโซซิสต์อย่างเขาจนมีชื่อในระดับต้นๆของศาสนจักรได้


แต่แวมไพร์ตนนั้น...


ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆและเริ่มต้นสวดมนต์อีกครั้ง พร้อมกับหายใจลึกๆ

อย่างไรเสียตอนกลางวันพวกเขาก็ต้องเจอกันอยู่ดี...เขาจะพยายามระงับตัวเองไม่ให้ชักปืนออกมาเป่าสมองแวมไพร์น่ารำคาญนั่นได้นานแค่ไหนกันนะ


“เมื่อคืนนอนฝันร้ายเหรอ หน้าคว่ำมาเชียว”

“....”


จองกุกยิ่งหน้างอมากขึ้นเมื่อเสียงที่เขาได้ยินข้างตัวหลังจากที่มานั่งโต๊ะในคลาสตัวเองนั้นเป็นเสียงของเผ่าพันธุ์คู่อริตลอดกาลที่ตนเองเหม็นหน้า แต่ที่เขาจำเป็นต้องมานั่งที่เดิมก็เพราะว่าถึงจะชิงชังแค่ไหนแต่ก็ต้องจับตาดูเอาไว้ด้วย เพราะพิรุธที่น่าสงสัยของอีกคนมันทำให้เขาตงิดใจ เกี่ยวกับเรื่องแวมไพร์ของตระกูลคิม

เขาไม่เชื่อว่ายูคยอมจะไม่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับแวมไพร์ที่ชื่อซอกจินมากขนาดไหน นั่นล่ะคือสิ่งที่เขาสงสัย


“เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันอีกนะจองกุก”


ยูคยอมเอ่ยเสียงใสพลางยื่นหน้ามาหาราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา ซึ่งจองกุกก็ทำเพียงชักสีหน้าใส่แล้วเมิน ซึ่งอีกคนก็ได้แต่แอบขำและเดินหน้าวอแวต่อไปแม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะเดินหนีตรงไปยังโรงอาหารก็ตาม แต่ไม่ว่าจะพยายามจะเดินเร็วเท่าไหร่ก็ยังไม่พ้นคุณเพื่อนตัวสูงคนนี้ไปได้


ทั้งสองคนเดินมาต่อแถวซื้ออาหารร้านเดียวกัน โดยยูคยอมยืนประชิดหลังจองกุกและโน้มกายลงมาเพื่อที่จะกระซิบเนื้อความที่ทำให้คนฟังยิ่งไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม


“นายอยากฆ่าฉันมากไม่ใช่เหรอ ทีงี้ทำมาเป็นรังเกียจ”


ตากลมคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยและเหล่มองไปด้านข้างพลางพึมพำเสียงเข้ม


“ไว้ให้ถึงกลางคืนก่อนก็แล้วกัน”


แวมไพร์หนุ่มหัวเราะหึเบาๆก่อนจะซื้ออาหารเที่ยงของตัวเองและเดินตามอีกฝ่ายไปนั่งโต๊ะเดียวกัน และเจาะจงเลือกที่จะนั่งข้างกันอีกต่างหาก ซึ่งจองกุกน่ะต้องการจะจับตาดูทางนั้นก็จริง แต่ไม่ใช่ในสถานการณ์ที่ตนเองรู้สึกเหมือนตกเป็นรองเช่นนี้สักหน่อย


“ว่าแต่...นายมาถามหาคิมซอกจินใช่มั้ย”


ยูคยอมลดเสียงลงอีกหน่อย แต่คนข้างๆยังคงได้ยินชัดเจน และก็ยังทำเฉยอยู่


“ความจริง...ก็คุ้นๆอยู่น้า ชื่อเนี้ยอะ”


เขายังคงลอบสังเกตท่าทีของคุณเอ็กโซซิสต์ไปด้วยความบันเทิงเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาขึ้นมานิดหน่อย


“ลองคิดดูอีกทีนะคุณมือปราบ ถ้าฆ่าฉันไปละก็อาจจะไม่ได้เบาะแสอะไรอีกเลยก็ได้”


จองกุกตัดสินใจวางตะเกียบลงและมองอีกฝ่ายด้วยแววตารำคาญ


“คิดว่ามุกนี้จะช่วยให้นายตายช้าลงรึไงมิทราบ”

“ถ้ามันช้าพอที่จะทำให้เราคุยกันรู้เรื่องมากขึ้นก็โอเค”

“ฉันไม่อยากคุยกับนาย”

“ไม่เอาน่าจองกุก ทำไมเราต้องใช้กำลังกันด้วยล่ะ” ยูคยอมถือวิสาสะวาดแขนกอดคอจองกุกอย่างรวดเร็วแล้วจับร่างอีกคนให้โน้มเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะมองใบหน้าน่ารักนั้นด้วยสายตาวิบวับจนเห็นแสงสะท้อนนัยน์ตาเป็นสีเทาวูบหนึ่ง

“เราก็มีปากเอาไว้พูดไม่ใช่เหรอ”


นิ้วยาวไล้เฉียดไปตามเรียวปากสีเรื่อของคนโตกว่า ก่อนที่มือนั้นจะลงไปบีบเค้นต้นขาอีกฝ่ายอย่างคุกคามอยู่ในที


“หรือจะเปลี่ยนมาคุยกันแบบอื่นก็ไม่เลวนะ”


--พลั่ก—

สองมือของเอ็กโซซิสต์หนุ่มผลักเข้าที่อกแกร่งของคนข้างกายออกไปอย่างแรงจนยูคยอมแทบจะตกเก้าอี้ โดยที่ตัวจองกุกนั้นรีบลุกพรวดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ผลักร่างอีกคนไปแล้ว


เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากสายตาแสดงความรังเกียจ มือรีบคว้าเอาจานอาหารที่ยังกินไม่หมดแล้วเดินฉับๆหนีออกไปจากโรงอาหารท่ามกลางความสงสัยของนักศึกษาที่อยู่ในบริเวณนั้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น


แต่คิมยูคยอมก็คือคิมยูคยอม

โดนโกรธแค่นี้เขาไม่คิดมากหรอก


ก็เพราะว่าจงใจที่จะก่อกวนคุณมือปราบหน้าละอ่อนนั่นอยู่แล้ว ทำไมจะต้องแคร์ ในเมื่อมันสนุกขนาดนี้






 

                ...หงุดหงิด

จองกุกยัดกระสุนเงินเข้าลูกโม่อย่างเกรี้ยวกราดอยู่ในใจพลางคิดถึงคำพูดของแวมไพร์ตัวแสบเมื่อกลางวัน


“ลองคิดดูอีกทีนะคุณมือปราบ ถ้าฆ่าฉันไปละก็อาจจะไม่ได้เบาะแสอะไรอีกเลยก็ได้”


...เหอะ

ก็แค่คำพูดของพวกหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์


แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงทำให้ตัวเขาหงุดหงิดได้มากขนาดนี้ ยอมรับว่าเรื่องที่โรงอาหารก็มีส่วน หมอนั่นจงใจเหยียดหยามความเป็นนักบวชของเขาซึ่งๆหน้า ยังดีว่าตนไม่หยิบปืนมาตบก็บุญเท่าไหร่แล้ว


ซึ่งเรื่องนี้เขาก็ไม่ได้เล่าให้จินยองฟังแต่อย่างใด เพราะก็ไม่อยากให้ฟาเธอร์เป็นห่วงหรือกังวลเกี่ยวกับตัวเขามาก

ชายหนุ่มออกจากบ้านเดินตรวจลาดตระเวนยามวิกาลเป็นปกติ แต่มันก็จะไม่ปกติก็เพราะครั้งนี้...


“ไม่หลับไม่นอนออกมาเดินท่อมๆคนเดียวอีกแล้วนะ”


และแน่นอนว่าสิ่งที่เลือกจะหันไปโต้ตอบเสียงนั้นก็คงไม่พ้นปืนลูกโม่สีเงินที่หันปากกระบอกไปยังต้นเสียง ซึ่งคราวนี้กลายเป็นเสียงหัวเราะคิกๆที่ดังก้องไปรอบๆร่างของจองกุก ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะค่อยๆปรากฏอยู่ด้านหลัง


“ตราบใดที่รู้ว่ายังมีพวกนายอยู่ที่นี่ ฉันจะนอนหลับสนิททั้งคืนได้ยังไงล่ะ” คุณมือปราบพูดเสียงต่ำพลางแค่นยิ้ม

“ฉันกล่อมให้มั้ยล่ะรับรองหลับสนิทแน่ๆ”


ยูคยอมที่โผล่ออกมาจากความมืดนั้นยกมือขึ้นโอบศีรษะอีกฝ่ายซึ่งดูแล้วคล้ายจะลูบผมมากกว่า แต่ก็ชะงักเพราะเจ้ารีโวลเวอร์เจ้าปัญหาที่ปากกระบอกมันจิ้มอยู่ที่ปลายคางเขานี่สิ


“ก็ลองดู”


...แหม่ โหดเหมือนเดิม


“ว่าแต่จะเปลี่ยนใจไม่ฆ่าฉันแล้วใช่ม้า”

“คิดว่าฉันจะใจง่ายขนาดนั้นเลยรึไง?”


จองกุกขยับปืนที่จ่อใต้คางของอีกฝ่ายขึ้นมาบนกลางหน้าผากแล้วเหนี่ยวไกทันทีอย่างไม่ลังเล หากแต่ทางนั้นเองก็ไวไม่แพ้กันราวกับว่ารู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะกระสุนเงินที่ยิงออกไปนั้นกลับทะลุผ่านกลุ่มควันสีดำออกไป


“นายชนะฉันไม่ได้หรอกจอนจองกุก”

“คนที่เอาแต่หนีน่ะอย่าทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย”

“ก็ใครมันจะอยากตายกันล่ะ”


แวมไพร์หนุ่มปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมนิ้วทั้งสี่ที่แหวกอากาศพุ่งเข้ามาโดยที่จองกุกเอียงศีรษะหลบได้ทันท่วงทีเพราะปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าเส้นผมของเขาที่ถูกนิ้วพวกนั้นเฉี่ยวไปจะขาดเล็กน้อย ซึ่งหวังว่ามันคงจะไม่แหว่งจนน่าเกลียด...


แต่เพราะอย่างนั้นเอง คุณมือปราบถึงได้เอื้อมมือสวนออกไปคว้าที่ลำคออีกฝ่ายเนื่องจากการโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้มองเห็นร่างของยูคยอม แต่แรงมือข้างเดียวของมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถหักคอแวมไพร์ด้วยมือเปล่าได้ จึงทำได้แค่เพียงใช้อีกมือที่ยังถือปืนอยู่นั้นจ่อยิงระยะเผาขนอีกครั้ง


เสียงระเบิดกระสุนออกจากรังเพลิงดังลั่นท่ามกลางความเงียบ กลับไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้


ร่างสูงที่ยังโดนยึดคออยู่นั้นใช้ฟันขบกัดกระสุนเงินไว้ได้ก่อนที่มันจะฝังเข้าไปในใบหน้าของตนเอง เขายักคิ้วกวนๆและถุยมันออกจากปาก ซึ่งความจริงครั้งนี้มันก็เป็นความโชคดีของเจ้าตัวเองด้วยเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ทำให้จองกุกไม่มีเวลาได้เล็งมากนัก และตัวยูคยอมเองก็พอจะเดาชะตากรรมตัวเองออก


ฝ่ายเอ็กโซซิสต์นั้นยังไม่ยอมแพ้เมื่อตนเตรียมจะยิงอีกครั้ง แต่ก็ถูกแขนของคู่กรณีปัดออกไปก่อน และมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ของแวมไพร์หนุ่มก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของจองกุกซึ่งยังไม่ปล่อยจากคอของเขา พร้อมกับออกแรงบีบจนอีกฝ่ายนิ่วหน้ายอมปล่อยมือจากคอแต่โดยดี


...นี่ยั้งมือแล้วนะ ถ้าเอาจริงป่านนี้ข้อมือจองกุกหักไปแล้ว


ยูคยอมก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายคนตรงหน้าถึงขั้นนั้นสักหน่อย

เขาหายตัวมาโผล่ประชิดตัวของจองกุกอีกครั้งก่อนจะยกสองแขนโอบรัดรอบร่างล็อคตัวของคนพี่เอาไว้แนบอก พออยู่ในท่านี้ดูคุณมือปราบคนเก่งจะตัวเล็กลงไปเลย


“บ้าเอ๊ย ปล่อย”

“ขืนปล่อยนายก็ฆ่าฉันน่ะสิ ไม่เอาหรอก”


จองกุกพยายามยกแขนขึ้นมาทั้งดันทั้งผลักแต่ก็ทำได้ไม่สะดวกเลย เขารู้ว่าแวมไพร์แรงเยอะแต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ และนั่นก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเสียยิ่งกว่าเดิม


“แลกกันไม่ได้เหรอ ฉันยังไม่คิดจะฆ่านายเลยนะ”


ยูคยอมก้มลงมาพูดชิดใบหูอีกฝ่ายอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงไม่ต้องก็ได้ เพราะมันก็มีเหตุผลอยู่นิดหน่อย

เพราะยิ่งใกล้ขนาดนี้ถึงได้รู้ว่าคนในอ้อมกอดหอมไม่ใช่เล่น ซึ่งชวนให้น่าลิ้มลองอย่างบอกไม่ถูก ติดอยู่เรื่องเดียวก็คือ เลือดของนักบวชน่ะ มันเป็นพิษกับพวกเขานี่สิ


...เสียดายจังเลยแฮะ


“อีกอย่าง นายรู้เหรอว่านอกจากฉันแล้วยังมีใครที่เป็นแวมไพร์ตระกูลคิม ถ้านายกำจัดฉันไปตอนนี้ ลองคิดสิจะไปหาเบาะแสเพิ่มจากไหนเหรอ? นายคิดว่าทางศาสนจักรจะช่วยได้ขนาดนั้น?”

“...พูดมาก”


ถึงจองกุกจะพึมพำออกมาแบบนั้นแต่ในใจเขาก็เริ่มคิดอยู่เหมือนกัน บวกกับความอึดอัดที่จวนเจียนจะหายใจไม่ออกอยู่รอมร่อมันทำให้เขาต่อต้านได้ลำบาก


ความจริงที่ทางศาสนจักรส่งเขามาประจำที่นี่ก็เพื่อที่จะหาเบาะแสเกี่ยวกับคิมซอกจินที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับรุ่นพี่ของเขาที่ถูกส่งมาเพื่อจะ
กำจัดซอกจิน แต่กลายเป็นว่าดันหายไปด้วยกัน


ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันทำให้ทางศาสนจักรแตกตื่นกันมากเพราะเอ็กโซซิสต์คนนั้นถือว่าเป็นระดับแถวหน้า แต่ในเมื่อไม่ปรากฏศพหรือหลักฐานใดๆให้เห็นว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก ถึงได้ส่งคนมาสืบอยู่เรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับไปเลย จนคนล่าสุดที่โดนแจ็คพ็อตก็จอนจองกุกนี่ไง


และพูดตรงๆพอมาลงสืบเองมันหาร่องรอยยากมาก นอกจากทะเบียนรายชื่ออาจารย์ในมหาวิทยาลัยแล้วรวมทั้งห้องพักของทั้งคู่ก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรมากนักนอกจากกลิ่นอายที่ยังหลงเหลืออยู่


เขารู้เพียงอย่างเดียวคือข้าวของเครื่องใช้ในห้องพักรุ่นพี่เขายังอยู่ครบ ทำให้พอคิดได้อยู่ว่าต้องหายตัวไปกะทันหันแน่ๆ

แต่หลังจากนั้นล่ะ..?

...ทำยังไงดี


สายตาที่เริ่มมองเห็นเป็นภาพเบลอๆทำให้เขาต้องรีบตัดสินใจหลังจากคิดอยู่นาน จนสุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก

น่าเจ็บใจ แต่เขาก็ยังตายไม่ได้เช่นกัน


“...ก็ได้ ฉันจะไม่ทำอะไรนายก็ได้”


ยูคยอมที่ได้ยินเสียงอุบอิบพอเป็นคำอยู่บ้างก็ยกยิ้มแล้วคลายอ้อมกอดให้คนตรงหน้าหายใจหายคอสะดวกขึ้น


“แต่จำไว้ ถ้าฉันเห็นนายเล่นตุกติกเมื่อไหร่ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เอาไว้เหมือนกัน”

“แหม ทราบแล้วครับ ดุจัง”


ใบหน้าหล่อยิ้มแห้งนิดหน่อยเมื่อเจออีกฝ่ายทำตาขวางใส่

จองกุกผละถอยออกมาจากวงแขนแกร่งแล้วเก็บรีโวลเวอร์คู่ใจเข้าซอง แต่คนน้องก็ยังคงวุ่นวายไม่เลิกเมื่อตอนนี้ถือวิสาสะเอาแขนมาคล้องไว้กับแขนเขาเฉยเลย


“เดี๋ยวนายต้องเดินตรวจแถวนี้ใช่มะ ฉันจำได้ เดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อนนะจะได้ไม่เหงา”

“แล้วมันเรื่องอะไรจะต้องมาเดินด้วยกันห๊ะ”

“ก็อยากจะจับตาดูฉันไม่ใช่เหรอ เอาเลย เชิญเลย ขากลับจะให้ไปส่งที่บ้านด้วยก็ย่อมได้”


จองกุกอยากจะบอกเหลือเกินว่าจับตาดูมันไม่ใช่แบบนี้โว้ย ทำไมมันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้

ให้ตายสิ นี่มันสถานการณ์แปลกประหลาดสุดๆไปเลย นักบวชกับแวมไพร์ที่เดินโต๋เต๋อยู่บนทางเท้าในเขตเล็กๆใต้ผืนฟ้าสีดำยามราตรีด้วยกันเนี่ย


แต่มันก็เป็นไปแล้วไง...



 

--------------------------




 

                กายมนุษย์ขาวซีดที่แห้งเหี่ยวหล่นตุ่บลงกับพื้นหลังจากที่หมดประโยชน์แล้ว

ลิ้นสีแดงแลบลิ้นเลียหยาดโลหิตที่ยังค้างคาอยู่ที่ริมฝีปากเพื่อไม่ให้ของมีค่าต้องเสียเปล่า


“เจอตัวแล้ว! เจ้าปีศาจ”


บุรุษในชุดเครื่องแบบยาวเช่นบาทหลวงที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในตรอกนี้ชักปืนขึ้นเล็งไปที่ร่างสูงซึ่งยืนอาบแสงจันทร์อันริบหรี่อยู่ทันที หากแต่เจ้าตัวนั้นกลับไม่สะทกสะท้านหรือตื่นกลัวอะไร หนำซ้ำยังแสยะยิ้มโชว์เขี้ยวให้ได้เห็นอย่างท้าทาย


“จริงๆเลย บอกให้ยืนดูต้นทางแท้ๆ”

“สลายไปซะ!!


--ปัง—ปัง!!—

ลูกกระสุนเงินสองนัดพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที แต่ยังไม่ทันจะสัมผัสกับเป้าหมายมันก็ถูกฟันฉับจนขาดเป็นสองท่อนด้วยประกายแสงสีฟ้าที่แว่บขึ้นมาเร็วกว่าโดยที่ตัวปัญหายังคงยืนล้วงประเป๋าอยู่เฉยๆ

และในภาพสุดท้ายที่นัยน์ตาของมนุษย์นักบวชผู้นั้นสะท้อนเห็นก็เป็นเพียงแค่เงาสีดำที่เคลื่อนตัวเข้ามาหาราวกับลมพัดผ่าน


ก่อนที่ศีรษะจะขาดสะบั้นออกจากร่าง...







 

                เหล็กกล้าสีเงินเนื้อดีในมือของชายหนุ่มกำลังถูกเช็ดทำความสะอาด โดยที่เจ้าตัวนั้นถูผ้าไปบนความมันวาวนั้นอย่างเชื่องช้า เนื่องจากกำลังคิดอะไรไปด้วย

นี่ก็เป็นเวลาสองอาทิตย์มาแล้วที่จองกุกจับตาดูยูคยอม(ที่ไม่เหมือนแอบดูเท่าไหร่) ความจริงต้องบอกว่าอยู่ใกล้ชิดมากกว่าเพราะอีกฝ่ายชอบเอาตัวมาใกล้มาวอแวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็ไม่น่ารำคาญเท่าตอนนี้ตนเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่สิ


จะว่าทางนั้นโกหกก็ไม่ได้ แค่ไม่ได้พูดอะไรมาให้สงสัย


จะรู้ก็เพียงแต่ว่าอย่างยูคยอมเนี่ย เขาจะออกไปกินเลือดราวๆอาทิตย์ละครั้งตามที่เจ้าตัวเล่ามา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร แต่ที่อัศจรรย์ใจตัวเองก็คือนี่เขาสามารถอดทนในขณะที่หมอนั่นยืนดูดเลือดคนโดยไม่ทำอะไรแบบนั้นได้อย่างไรกัน

ทั้งที่ภาพในใจนั้นเจ้าแวมไพร์ตัวแสบนั้นพรุนไปทั้งร่างด้วยกระสุนเงินของเขาแล้วจริงจัง


“จองกุก ให้พ่อเข้าไปหน่อยได้มั้ย”


เสียงเรียกของจินยองพร้อมกับเสียงเคาะประตูนั้นทำให้จองกุกละจากปืนในมือของตัวเอง เขาเก็บมันลงกับกล่องและเดินไปเปิดก็พบว่าฟาเธอร์ผู้ดูแลของเขาสีหน้าไม่ค่อยดีนัก


“เอ่อ..มีอะไรรึเปล่าครับ”

“มีสายจากศาสนจักรสาขาใหญ่โทรมาแจ้งข่าวเรื่องเอ็กโซซิสต์ในเมืองใกล้ๆที่หายตัวไปน่ะ”

“เอ๊ะ??”


ทั้งคู่เข้ามานั่งคุยกันในห้องหน้าเครียด โดยได้ใจความว่า มีข่าวจากทางการว่าเอ็กโซซิสต์ที่ดูแลอยู่ในเขตหายตัวไปสองสามคน โดยที่ไม่พบอะไรเลยยกเว้นกองเลือดกองใหญ่ ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่รอดแล้ว แถมใกล้ๆนั้นยังพบกับซากศพมนุษย์ที่ร่างกายซีดแห้งผิดปกติ ซึ่งพวกเขาประสานงานกับทางนิติเวชแล้วไปเช็คศพด้วยตนเองแล้วพบว่าเลือดในตัวถูกสูบออกไปมากจนกระทั่งเหยื่อเสียชีวิตเพราะช็อค โดยที่บริเวณคอมีร่องรอยจุดสีแดงเล็กๆจางๆอยู่ ทางคณะบาทหลวงที่ไปตรวจสอบนั้นไม่ได้พูดถึงจุดนี้เพราะยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ก็ได้แค่เอามาแจ้งทางศาสนจักรเนิ่นๆก่อน


“เพราะงั้น ช่วงนี้เราต้องระวังตัวมากขึ้นแล้วนะจองกุก”

“ครับ”


แต่ความจริงจองกุกเองก็ไม่แน่ใจว่าที่เป็นอยู่นี้เรียกว่าอันตรายได้ไหม การที่ตัวเองออกไปเดินกับแวมไพร์แทบทุกคืนเนี่ย


และมือปราบหนุ่มก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ พลางคิดถึงอีกฝ่ายซึ่งมันทำให้ตนเองรู้สึกเครียดมากกว่าเดิม เพราะตอนนี้คนที่รู้ชัดเจนว่าเป็นอะไรนั้นก็มีเพียงแค่ยูคยอมเสียด้วย


ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้ ก็ไม่อาจทำให้คนอย่างจองกุกเกิดความหวาดกลัวอะไรนอกจากเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม ถึงจะรับปากจินยองไปแล้วคืนนี้ตนเองก็ยังต้องออกไปตามปกติอยู่ดี

และสุดท้าย เขาก็อดจะออกปากถามคนใกล้ตัวตอนนี้ออกไปไม่ได้


“...ยูคยอม”

“หืม?”

“ตอนที่ฉันไม่อยู่ด้วย นายคงไม่ได้ออกไปไหนตามอำเภอใจหรอกใช่มั้ย”

“...”


แวมไพร์หนุ่มยิ้มแหยให้อีกฝ่าย ก็ไม่อยากปฏิเสธหรอกว่ามันก็มีบ้าง...ที่ใช้เวทลวงตาแอบแว่บไปโน่นไปนี่ หรือตอนที่จองกุกกลับบ้านไปแล้วแต่ตัวเองก็ยังเดินร่อนอยู่ข้างนอกเกือบสว่างอะนะ ก็ตัวเขาไม่จำเป็นต้องนอนเยอะแยะแบบมนุษย์สักหน่อย แต่หลายครั้งก็ต้องรีบกลับเพราะขี้เกียจฟังแจบอมบ่น


“ฉันไม่เล่น บอกมา นายไปไหนมาบ้าง”

“ป..เปล่า ฉันไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีนะ”

“ตอบดีๆ” เอ็กโซซิสต์หนุ่มชักปืนมาจ่อหน้าอีกฝ่าย

“ก็เปล่าไง ใจเย็นๆก่อนสิจองกุก ถ้านายยังไม่ไว้ใจฉันก็มานอนบ้านเดียวกันเลยมั้ย” แต่ถ้าทำงั้นจริงเขาคงโดนพี่เลี้ยงไล่ออกจากบ้านก่อน...


จองกุกจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ทำเพียงแค่ลดอาวุธสังหารในมือลงเท่านั้น ก่อนที่จู่ๆเขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่พาให้ขนทั่วร่างลุกซู่ และตัวของเขาก็ยืนแข็งค้างอยู่เช่นนั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ตัวเขาที่รู้สึกถึงความผิดปกตินี้ ยูคยอมเองก็เช่นกัน แต่เขาไม่ได้ทีท่าทีหวาดหวั่นอย่างที่มนุษย์ตรงหน้ารู้สึก แวมไพร์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจมากกว่า


กลิ่นอายที่ชัดเจนแม้ว่าจะไม่ได้รับรู้มาหลายปีแล้ว


หมู่เมฆก้อนหนาบนท้องฟ้าค่อยๆเคลื่อนออกจากการบดบังจันทร์เสี้ยวบางเฉียบ ทำให้แสงอ่อนๆที่ค่อยๆสาดส่องลงมานั้นคล้ายกับแสงจากหลอดไฟเก่าๆที่ใกล้ดับเต็มทน ซึ่งนั่นก็ทำให้เงาร่างของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาด้วย


ขายาวก้าวเดินตรงมาทางนี้อย่างไม่รีบร้อน เหมือนกับกำลังมาเดินเล่นทอดน่องในยามวิกาล แต่ทุกก้าวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆมันทำให้จองกุกรู้สึกอึดอัดมากขึ้นทุกที


ศีรษะที่โผล่พ้นเงามืดทำให้ยูคยอมเบิกตากว้าง


รูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกาเกงยีนส์เข้ารูป บวกกับแจ็คเก็ตสีดำ พร้อมกับใบหน้าหล่อคม คิ้วเข้มและสายตาที่ดูดุดันอยู่ในที ต่างจากมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยทำให้ทั้งดูยโสถือตัวและลึกลับอันตรายไปพร้อมกัน

ซึ่งแน่นอนว่าจองกุกรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจนต้องยกปืนขึ้นไปเล็งที่อีกฝ่าย แต่ก็ถูกยูคยอมกดแขนลงก่อน


“ทำไม!!?


เขาตอบกลับมาเพียงแค่ส่ายศีรษะ


“ไม่ได้เจอกันนาน ญาติดีกับพวกนักบวชตั้งแต่เมื่อไหร่”


เสียงทุ้มต่ำกังวานเมื่อร่างนั้นเข้าใกล้มากพอที่จะเห็นชัดแล้ว ชายหนุ่มจากความมืดหรี่ตามองเอ็กโซซิสต์ที่ตัวเล็กกว่าเขาอย่างสนใจ

แต่ยูคยอมกลับเดินออกมาบังจองกุกเอาไว้พร้อมกับเอ่ยทักคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่ค่อยไว้วางใจนัก


“ฉันสิต้องถามนาย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มินกยู




--------------------------------




>>Talk

ทุกคนคะยังไม่ลืมเรื่องนี้ใช่มั้ย------------

ขออภัยที่หายไปนานค่ะ ฮืออ555555 ติดขัดด้วยหลายๆประการอย่างแรงมากๆ /รวมทั้งการไกด์เรื่องด้วยค่ะ กรี๊ด

แต่ตอนนี้มาก็เปิดตัวละครใหม่แล้วนะคะ อะแฮ่ม แล้วก็กะว่าจะไม่เกิน20ตอนจบค่ะ (แต่ก็แอบอยากให้น้อยกว่านั้น 555) ถึงตอนนี้โมเม้นจะกลายเป็นผีของแท้แล้วแต่ชาวเราก็ต้องพายต่อค่ะ /กรีดเลือด

ถึงอย่างนั้นคิดว่าเรื่องนี้ก็ยังคงอัพช้าอยู่ดีค่ะ ฮือ ต้วมเตี้ยมๆ แต่ก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปนะคะ ฟฟฟฟ

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิวต่อจากนี้ล่วงหน้านะคะ555 แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ! 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #9 RUNzPACA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 13:31
    คิมมินกยูลูกกกกกก พ่อสุดหล่อออออออออ โอ๊ยฉากเปิดตัวหล่อแบดบอยม๊ากกกกกกก /เดินไปยืนทีมมินกยูแบบไม่คิดอะไรทั้งสิ้น----

    โอ้ยหมั่นไส้คิมยูคยอมจังเลยค่ะ ทำไมถึงขี้วอแวขนาดนี้ คุณเอ็กโซซิสน่ารักใช่มั้ยล่ะนายยยยยย

    นี่เดาไว้ว่ารุ่นพี่ที่หายไปกับภารกิจต้อเป็นคนนั้นแน่ๆ แต่จะหายไปในรูปแบบไหนนี่กลัวใจจังเรยข่ะซิส คิมซอกจินดูร้ายไม่เบา แอ่แฮ่

    รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อ เป็นกำลังใจให้นะครัชชช
    #9
    1
    • #9-1 (จากตอนที่ 4)
      23 มิถุนายน 2560 / 16:53
      อิอิ น้องมิงแบบแบดบวยไงล่าาาา /อิมเมจเรื่องนี้จะโหดๆดุๆหน่อยล่ะะ เบลอความจริงไป--
      คุณเอ็กโซซิสต์ตัวหอมมากด้วยครับ - คยอมมี่ได้กล่าวไว้ในใจ 555555555
      ส่วนรุ่นพี่คนนั้น :D ....หึหึหุหุ วีรกรรมคุณซอกจินเดี๋ยวจะได้รู้แน่ๆลูก คุณเขาร้ายยย
      #9-1
  2. #8 Snowe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 20:14
    มินกยูออกมาแล้วว ลุ้นต่อไปป สู้ๆนะไรท์จะรอน้าา. วอนอูยังไม่เห็นเลยยไฟว์ติ้งง
    #8
    1
    • #8-1 (จากตอนที่ 4)
      22 มิถุนายน 2560 / 20:24
      วอนอูก็ออกมาแล้วนะคะ มาพร้อมกับน้องมิงเลย : D--- ฮี่
      ฮึบบบไฟท์ค่าา
      #8-1