[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 8 : +7+ : Away

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    6 ก.พ. 60


                บรรยากาศที่จอแจและเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนมากมายรวมทั้งบุคลากรบางส่วนที่พร้อมใจกันมาอยู่ในโรงอาหารพร้อมกันตามเวลาพักเที่ยงนั้นเป็นสิ่งที่มินยุนกิไม่ชอบเอาซะเลย


ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่เขามักจะมาเลือกหาที่สงบๆนั่นกินข้าวกับเพื่อนสนิท จนกระทั่งโตจนมีงานมีการทำเช่นนี้ก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม


ตอนที่เขารู้ว่าซอกจินจะไปเป็นอาจารย์ประจำห้องพยาบาลจึงดีใจมาก เพราะนั่นหมายความว่านอกจากจะได้ห้องกินมื้อเที่ยงที่ดูส่วนตัวและเงียบสงบแล้ว เขายังได้ที่นอนสบายๆโดยไม่ต้องฟุบหลับที่โต๊ะในห้องพักครูให้เมื่อยเปล่าๆด้วย


มีเพื่อนดีก็เป็นศรีแก่ตัวแบบนี้ล่ะ ว่าไหม

ถึงแม้ว่าหมอนั่นกำลังจะพรากผู้เยาว์ก็ตามที


แต่ตอนนี้ยุนกิกำลังอยู่ในโรงอาหารกับบรรยากาศที่ตัวเองไม่โปรด มันจะเพราะอะไรได้นอกจากเจ้าเด็กที่นั่งอยู่เยื้องๆเขาสองสามโต๊ะถัดไปเนี่ยแหล่ะ


...อืม มุมนี้มองเห็นได้ถนัดอยู่ทีเดียว


ใบหน้าหล่อคมคายนั้นดูคมเข้มยามที่เขาเคยเห็นในรูปที่ติดบอร์ดอยู่ที่ห้องสภานักเรียนนั้นดูจริงจังและน่าเชื่อถือ แต่สิ่งที่อาจารย์หนุ่มเห็นในตอนนี้ก็คือรอยยิ้มกว้างที่บรรยากาศต่างออกไปจากภาพนิ่งลิบลับ ความสดใสร่าเริงแบบเด็กๆที่อีกฝ่ายแสดงออกมานั้นก็มักจะทำให้ยุนกิแปลกใจอยู่หน่อยๆว่าคนเราจะมีบุกคลิกที่ต่างกันขนาดนี้เลยหรือ


แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่ามุมแบบนี้ของแทฮยองนั้นสมวัยของเจ้าตัวมากกว่า


“อาจารย์ยุนกิครับ ขอผมนั่งด้วยคนนะ”


เขารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงทักดังขึ้นตรงหน้า ซึ่งก็เป็นใครไม่ได้นอกจากอาจารย์สอนวิชาพละอย่างจีมินที่ถือข้าวมาขอนั่งที่ตรงข้ามนี่เอง ซึ่งยุนกิก็ไม่ได้ตอบอะไรไปนอกจากยิ้มนิดๆแล้วพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานมานั่งด้วยได้


“จะว่าไปเดี๋ยวนี้เปลี่ยนมานั่งกินที่โรงอาหารแล้วเหรอครับ”


พอโดนทักแบบนั้นก็ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนกะพริบตาเล็กๆของตัวเองแล้วส่ายหัวเบาๆ


“อ่า ครับ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะ”

“ฮะๆ ก็ดีนะครับ ถึงในนี้เวลาคนเยอะๆจะดูอึดอัดวุ่นวาย แต่ผมว่ามันก็เป็นช่วงเวลากลางวันที่คึกคักดีออก”

“แล้วก็ไปง่วงอีกทีหลังจากที่อิ่มแล้ว”


จีมินหัวเราะจนตาหยีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบมาแบบนั้น ตอนแรกเขาก็คิดนะว่ายุนกิดูน่ากลัวจริงๆ แต่พอวันนั้นที่เขาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ตนไปลงที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้วได้คุยกันนิดๆหน่อยๆก็รู้สึกแค่ว่าเป็นคนไม่ชอบพูดเยอะมากกว่า


และหลังจากนั้นพวกเขาก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารเหมือนเดิม เพียงแต่ยุนกินั้นสายตายังคงจับจ้องไปที่เจ้าเด็กผิวคล้ำนั่นเป็นระยะ จนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเองเงยหน้าขึ้นมาจากจานแล้วหันกลับไปมองด้านหลังตามทิศที่ยุนกิมองบ้างอย่างสงสัย ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นมองอะไรอยู่กันแน่เลยหันกลับมา


และพอสบเข้ากับตาเล็กๆคมๆนั่นก็ได้แต่สะดุ้งแล้วก็ยิ้มแห้งแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ

ยุนกิหรี่ตาเล็กน้อยแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเหล่มองไปทางทิศเดิมโดยที่คราวนี้คงต้องระวังมากขึ้น





 

                เด็กหนุ่มนั้นไม่เคยคิดเลยว่ามื้อเที่ยงวันนี้จะน่าหวาดระแวงขนาดนี้

ที่เขาพยายามชวนเพื่อนที่นั่งข้างๆคุยเล่นด้วยก็เพื่อลบความรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบที่ก่อตัวขึ้นมา จะว่าเป็นสัญชาติญาณอะไรก็แล้วแต่เขาก็ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าเขาต้องหาต้นตอของมันให้ได้


จนกระทั่งพบกับคนตัวเล็กที่คุ้นหน้าคุ้นตาซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะเยื้องตัวเองไปนั่นแหล่ะ ก็แทบจะกลืนอาหารไม่ลงคออีกเลย

แทฮยองอยากจะย้อนเวลาไปตบปากตัวเองหลายๆทีว่าไม่ควรพูดท้าทายคนแบบนั้นออกไป แต่มันก็ไม่ทันแล้วไง

เห็นทีเขาคงจะต้องพาตัวเองออกจากตรงนี้ด่วนแล้วล่ะนะ


“เอ้อ ฉันขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันบนห้องล่ะ”

“อ้าว อิ่มแล้วเหรอ โอเคๆ งั้นไว้เจอกันนะ”


เขายิ้มให้เพื่อนร่วมชั้นแล้วรีบลุกขึ้นถือจานไปเก็บพร้อมกับกินน้ำให้หมดขวด ซึ่งจริงๆอาหารพวกนั้นก็พร่องลงไปไม่เท่าไหร่เท่านั้นเองแต่เขาก็กินไม่ลงแล้ว


เด็กหนุ่มเดินดุ่มๆออกมาจากโรงอาหารอย่างเร่งรีบ เวลานี้ตึกเรียนต่างๆยังเงียบอยู่เนื่องจากพวกนักเรียนคนอื่นๆยังอยู่ในโรงอาหารบ้าง และเดินเล่นอยู่ข้างนอกบ้าง แถมเวลาพักเที่ยงยังเหลืออีกนานคงไม่มีใครอยากจะรีบร้อนมารอเรียนคาบบ่ายเท่าไหร่นัก


ก็มีแต่เขาล่ะที่รีบร้อน แต่เป็นเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่เรื่องเรียนน่ะนะ


แต่ว่าแรงกระชากที่ข้อมือของตัวเองนั้นมันทำให้เขาแทบจะสะดุดหกล้มอยู่หน้าห้องเรียนของตน ซึ่งคงไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าใคร คนที่จะทำรุนแรงกับเขาก็มีอยู่คนเดียวนี่ล่ะ

เพราะนั่นมันทำให้เด็กหนุ่มน้ำตาจะไหลในชะตากรรมของตัวเองราวพระเจ้าได้ทอดทิ้งเขาแล้ว


“จะหนีไปไหนแทฮยอง”


เขาอยากจะรู้จริงๆว่าต้องสวดมนต์บทไหนถึงจะไล่อาจารย์จอมอาฆาตคนนี้ออกไปได้


“ป..เปล่า ผมไม่ได้หนี ผมแค่อยากขึ้นห้อง”

“ไม่ยักรู้ว่านักเรียนดีเด่นจะโกหกเก่ง”


ยุนกิปล่อยข้อมือแล้วเดินเข้ามาดักหน้าไว้พร้อมเงยหน้ามองเล็กน้อยด้วยแววตาที่พร้อมจะจับผิด


“ฉันรู้ว่านายก็เห็นฉัน ใช่มั้ยล่ะ”

“คือ..ผม ...ผม” แทฮยองไม่ตอบได้แต่หลบสายตา ทำให้อีกคนนั้นก้าวเข้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม

“ทำตัวมีพิรุธแบบนี้แสดงว่าไปคุยอะไรกันมาสิท่า”

“เปล่านะครับ ผมไม่ได้พูด”

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรน่าสงสัยแล้วจะหนีทำไม”

“ผมเปล่าจริงๆนะครับ ก็บอกแล้วว่าผมไม่เคยพูดเรื่องนั้นกับใครเลย”

“แน่ใจ๋?”


มือขาวนั้นคว้าหมับเข้าที่ส่วนใกล้คอเสื้อของเด็กหนุ่มจนเจ้าตัวตกใจ แต่ก็พยายามคุมสติแล้วยืนกรานปฏิเสธว่าเขาไม่เคยบอกสิ่งที่ตัวเองเห็นวันนั้นกับใครเลยจริงๆ ซึ่งมันก็ทำให้ยุนกิชักสีหน้าหงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมากับท่าทีแบบนั้นของเด็กตรงหน้า


“แล้ว..แล้วก็ อาจารย์น่ากลัวนี่ ผมก็ต้องกลัวสิครับ”


คำพูดของแทฮยองทำให้ยุนกิกระตุกยิ้มมุมปาก


“หึ ดีแล้วที่กลัว จะได้รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง”


อาจารย์หนุ่มปล่อยมือที่กำคอเสื้ออีกฝ่ายไว้จนย่นก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากไป แต่ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด


“และอย่าคิดนะว่าจะหนีฉันพ้น”


ประโยคเขย่าใจสุดสยองนั้นดังสะท้อนไปมาอยู่ในหัวของแทฮยองซ้ำๆ คือถ้ามันไปอยู่ในซีรี่ส์ก็อาจจะก๊าวใจสาวๆที่ได้ยินก็ได้ แต่สำหรับเขานี่มันคือลางร้ายที่ตนเองต้องเผชิญต่างหาก

...คิมแทฮยองหนอ ทำไมถึงซวยแบบนี้





 

                เวลาพักเที่ยงกำลังจะหมดในไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว ซอกจินที่กินมื้อเที่ยงหมดจนตอนนี้ทำความสะอาดกล่องข้าวตัวเองเรียบร้อยก็มานั่งหาวรอเจ้าเด็กกระต่ายที่น่ารักคนนั้นมาพร้อมกับขนมที่ตัวเองสั่งไว้ เขามั่นใจว่าเด็กคนนั้นไม่มีทางเบี้ยวแน่ๆเพราะกิจการที่บ้านตัวเองนี่นา

แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาตัวเองในตอนนี้กลับเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งจำได้ว่าเป็นเพื่อนของจองกุกแน่นอน


“อาจารย์ คุกกี้กับครัวซองต์เนยสดทั้งหมดพันแปดร้อยวอนนะครับ”

“เอ่อ...โอเค”


ซฮกจินลุกขึ้นเดินออกมาจากหลังเคาท์เตอร์แล้วก็หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้กับอีกฝ่ายไป


“ว่าแต่ จองกุกล่ะ วันนี้เขาไม่มาเหรอ”

“อ๋อ หมอนั่นเหรอครับ เห็นมันบอกว่าจะรีบขึ้นไปลอกการบ้านวิชาคาบบ่ายน่ะ เลยฝากผมเอามาให้แทน”


ซอกจินพยักหน้ารับคำพูดของเจ้าเด็กตัวโตตรงหน้าพลางยิ้มน้อยๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ถือสาไม่ได้คิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่พอนักเรียนคนนั้นคล้อยหลังไปแล้วนั่นแหล่ะ เจ้าตัวถึงกับมานั่งหน้าเครียดอยู่ที่เคาท์เตอร์หน้าห้องพลางขยี้ผมสีชมพูของตัวเองเบาๆอย่างร้อนใจ แต่ก็พยายามจะปลอบตัวเองให้ใจเย็นกว่านี้อยู่


...จองกุกก็เหมือนเด็กๆมัธยมทั่วไปล่ะน่า ใช่ว่าสมัยเรียนยุนกิมันจะไม่เคยมาขอลอกการบ้านตัวเองอะนะ


เขาแกะห่อคุกกี้แล้วหยิบกินอย่างห่อเหี่ยวนิดๆ หนำซ้ำเพื่อนตัวเองก็ไม่อยู่ให้บ่นอีก


...คนหล่อโดนเทซะแล้ว ฮือออออ


แต่จะว่าไปเขาก็สงสัยเหมือนกันนะว่าจะไปตามเด็กประธานนั่นทำไมทุกวี่ทุกวัน เพราะเท่าที่ประเมินคร่าวๆ คนลักษณะแบบแทฮยองไม่น่าจะปากโทรโข่ง ตัวเองรู้โลกรู้อะไรประมาณนั้น แต่นั่นแหล่ะเขาก็ไม่รู้จักเด็กคนนั้นมากเท่าไหร่


จริงๆก็พอๆกับเขานั่นแหล่ะที่ยังไม่รู้จักจองกุกดีเหมือนกัน ก็แค่รู้จักบ้าน รู้จักแม่ รู้ว่าที่บ้านทำขนมขาย รู้เบอร์โทร รู้ว่าเด็กนั่นเรียนพิเศษทุกวันศุกร์ รู้ว่าชอบวาดรูป(แถมวาดสวยด้วย) รู้ว่า(คงจะ)ชอบไอรอนแมน นอกนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว


ปัจจัยภายนอกน่ะมันไม่สำคัญเท่าปัจจัยภายในหรอกนะ อย่างเช่นอกขาวๆ เอวที่พอดีวงแขนโอบ ต้นขาที่น่าฟัด..

ไม่สิ นั่นมันปัจจัยภายในเสื้อผ้าแล้ว


...อืม เวลาแบบนี้กูก็กามเนอะ มันควรจะจริงจังมั้ยคิมซอกจิน


อาจารย์หนุ่มถอนหายใจใส่ความคิดตัวเองอีกรอบก่อนจะตบๆหน้าเรียกสติให้กลับเข้าที่ แล้วก็ทอดตัวนอนพาดพนักเก้าอี้มองเพดานอย่างไร้จุดหมาย

จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากรู้จักนิสัยใจคอและตัวตนของเด็กนั่นมากกว่านี้นั่นแหล่ะ...

 




-------------------------





 

                ซุปเปอร์มาร์เก็ตยามเย็นนั้นไม่ว่าที่ไหนในเวลานี้ก็มักจะเต็มไปด้วยคุณแม่บ้านซะเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นก็อาจจะเป็นใครก็ตามที่มีความจำเป็นต้องซื้อของเข้าบ้าน


ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย ถ้าอาศัยอยู่ตามลำพัง ทุกๆอย่างพวกเขาก็ต้องทำเอง จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ


ร่างสูงที่หิ้วตะกร้าเดินไล่ไปตามแผนกของกินจำพวกขนมอย่างตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอะไรไปติดบ้านเอาไว้ดี เพราะว่ามีอะไรเขาก็จะกินอันนั้น ไม่ค่อยเลือกมากเท่าไหร่ แล้วตนก็ไม่มั่นใจว่าหลานตัวเองเจาะจงอยากกินอะไรเป็นพิเศษซะด้วยสิ


แถมตอนนี้เจ้าตัวก็เดินแยกไปแผนกของสดแล้วเนื่องจากเด็กคนนั้นถนัดดูของอะไรแบบนี้มากกว่าตัวเขานัก


ขายาวพาตัวเองเปลี่ยนเป้าหมายมายังแผนกขายเครื่องดื่มที่มีตั้งแต่แพ็คนมกล่อง น้ำผลไม้ต่างๆ รวมถึงพวกชาขวดและน้ำอัดลม ซึ่งเขาก็ยังคงเดินดูไปเรื่อยๆ


...อืม ซื้อนมมากินหน่อยก็น่าจะดี


เขาเดินไปหยิบนมจืดมาสองแพ็คใส่ตะกร้า แล้วก็ไปหยิบน้ำอัดลมมาอีกขวดซึ่งก็น่าจะพอแล้วเพราะพวกเขาก็ไม่ได้กินอะไรเยอะขนาดนั้น แค่พอดีขวดที่กินมาสักพักมันหมดแล้วเลยซื้อมาเติม


นัมจุนเดินทะลุออกมาด้านหลังแผนกขายเครื่องดื่มก็จะพบกับชั้นขายของที่แช่เย็นเอาไว้ ซึ่งก็เต็มไปด้วยนมขวดและเครื่องดื่มอื่นๆที่ขายปลีกออกมา แต่อะไรก็ไม่ทำให้อาจารย์หนุ่มยืนนิ่งแล้วโฟกัสตรงหน้าได้เท่ากับร่างโปร่งอันแสนจะคุ้นเคยที่กำลังเปิดตู้แช่เพื่อจะหยิบของด้านในออกมา ถ้าจำไม่ผิดตรงนั้นมันตู่แช่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์


ตาเรียวเห็นเบียร์กระป๋องจำนวนหนึ่งถูกหยิบออกมาใส่ตะกร้าที่เจ้าตัวคล้องไว้กับแขนก็ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้รู้สึกแปลกๆหรืออะไรกับการที่ผู้ชายวัยยี่สิบปลายๆดื่มเบียร์ ออกจะเรื่องปกติด้วยซ้ำ แต่จำนวนของมันนี่สิทำให้อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

และพอรู้อีกทีเขาก็เดินไปอยู่ข้างๆอีกฝ่ายซะแล้ว


“นี่คุณโฮซอก คุณดื่มขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


มือที่กำลังจะปิดตู้แช่อยู่นั้นชะงักค้างทันทีที่ได้ยินเสียงทัก ซึ่งพอหันไปมันก็ยิ่งทำให้เขาตกใจมากกว่าเดิม

ทำไมคนที่ไม่อยากเจอหน้า ถึงชอบมาเจอกันง่ายๆแบบนี้อยู่เรื่อย


แต่สายตาที่มองมาแบบนั้นมันทำให้ตัวเองยิ่งรู้สึกอึดอัด จึงชักสีหน้าไม่พอใจออกมาชัดเจนแล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ติดฉุนเฉียวเล็กๆ


“ผมจะดื่มเท่าไหร่มันก็เรื่องของผม”


พอพูดจบเขาก็หันหลังรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้นทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปให้พ้นๆหน้าอีกฝ่าย แม้จะได้ยินเสียงเรียกตัวเขาดังขึ้นมาก็ตามแต่ตนก็เลือกที่จะเร่งฝีเท้าเดินต่อไปและหลบเลี้ยวเข้าแผนกอื่นไปแทน


ทำให้นัมจุนที่ได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นจนลับตาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆนิดหน่อยที่อีกคนเลือกที่จะหนีหน้าอีกแล้ว


แต่พอกลับมาคิดดูแล้วเขาก็ไม่เคยเห็นวันไหนที่โฮซอกมาโรงเรียนด้วยอาการเมาค้างหรือว่ามาสาย ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงไม่น่าจะเป็นอะไรล่ะมั้ง แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมถึงหยิบไปเยอะขนาดนั้น มันไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่หรอกนะ


ความคิดของเขาหยุดลงเมื่อแทฮยองเดินมาสะกิดที่แขนพร้อมบอกว่าเขาซื้อของที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงเดินไปแคชเชียร์เพื่อจะจ่ายเงินแล้วออกไปเอาของใส่รถที่จอดอยู่ตรงที่จอดด้านข้าง


นัมจุนขับรถออกมาจากบริเวณซุปเปอร์มาร์เก็ตออกมาได้ก็เลี้ยวเข้าซอยด้านหน้าที่เป็นซอยบ้านของพวกเขา เพราะว่ามันใกล้แบบนี้นี่เองเวลาซื้อของก็มาจะมาซื้อกันที่นี่ซึ่งสะดวกมาก ถ้าวันหยุดก็จะขี่จักรยานออกมาแทน


เมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยไปได้นิดหน่อย อาจารย์หนุ่มก็เป็นอันต้องตาโตขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นคนที่เดินหนีเขาไปตอนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตกำลังเดินอยู่ข้างทาง ตนเองก็เลยชะลอรถพร้อมกับหันไปหาหลานชายที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วก็กำลังทำหน้าสงสัยเช่นเดียวกัน


“นั่นอาจารย์โฮซอกไม่ใช่เหรอครับ”

“อืม เมื่อกี้อาก็เพิ่งเจอเขาในซุปเปอร์ฯนะ”

“อ้าว ยังไงกันละเนี่ย”


ในขณะที่รถกำลังแล่นไปช้าๆ ดูเหมือนเจ้าตัวที่เดินอยู่นั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่ามีรถกำลังขับตามมาอยู่ แต่สภาพที่หิ้วของรุงรังแบบนั้นเห็นแล้วก็อยากจะจอดไปรับขึ้นมาด้วยจริงๆ


และเมื่อถึงซอยแยกข้างหน้าทางขวา โฮซอกก็เดินเลี้ยวเข้าไปข้างในซอยจนทำให้คนที่ขับรถตามมาต้องชะเง้อมองว่าอีกฝ่ายจะไปไหนต่อ เขาเองก็ขับเข้าไปด้านในไม่ได้ด้วย มันจะน่าสงสัยเกินไป แต่ด้วยความที่แทฮยองนั่งด้านขวาพอดีก็เลยช่วยดูให้จนพบว่าอาจารย์ประจำชั้นของตัวเองนั้นเหมือนจะเดินเข้าไปในห้องเช่าที่อยู่ด้านในซึ่งไม่ไกลจากปากซอยที่เดินเลี้ยวเข้าไปเท่าไหร่นัก และตรงนั้นก็มีห้องเช่าอยู่เจ้าเดียวด้วย


“อาว่ามันบังเอิญเกินไปละ”

“นั่นสิครับ แต่จะว่าไปผมไม่เคยเห็นเขาก่อนหน้านี้เลยนะ” เพราะถ้าอยู่ซอยเดียวกันก็ต้องเห็นกันบ้างสิ นี่เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่กำลังจะขึ้นมัธยมปลายปีแรกเลยนะ หรือว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะย้ายมา เขาก็ไม่รู้อยู่ดีเพราะไม่เคยถามที่อยู่โฮซอกก่อนหน้านี้เลย

“บางทีเราอาจจะมาถึงกันคนละเวลาก็ได้ เขาออกไปตอนเลิกเรียนพอดีเลยน่ะ ก็น่าจะล่วงหน้าพวกเราไปพักหนึ่งมั้ง”


เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วคิดตาม แล้วอีกอย่างตรงที่พวกเขาอยู่นั้นสถานีรถไฟใต้ดินก็มาถึง แม้ว่าจะต้องเดินมาอีกพอสมควรก็เถอะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นการที่โฮซอกจะมาถึงบ้านก่อนพวกเขาก็เป็นไปได้อยู่ เพราะกว่าที่รถยนต์จะไปถึงต้องผ่านกี่ไฟแดงก็ไม่รู้ ไหนจะระยะเวลาที่รถติดอีก


“คราวหน้าลองชวนเขากลับด้วยกันมั้ยครับ”

“...อาว่าทำให้เขาอยากคุยกับอาให้ได้ก่อนเถอะ”


นัมจุนว่าพลางส่ายหัวอย่างจนใจก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้อีก


“แต่ว่านะ อาก็เพิ่งรู้ว่าคุณโฮซอกดื่มเยอะเหมือนกัน”

“เอ๋ จริงเหรอครับ แต่ผมว่าคงน่าจะกินวันหยุดมากกว่านะ เพราะตอนมาสอนผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะเมาๆมาเลย”

“งั้นเหรอ...”


ถ้าไม่ใช่ว่าโฮซอกเป็นคนชอบดื่ม การที่หยิบไปเยอะขนาดนั้นก็อาจตีความได้อีกอย่างคืออีกฝ่ายคงจะมีเรื่องอะไรกังวลใจอยู่แน่ๆถึงได้หันหน้าเข้าหาแอลกอฮอลล์แทน

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง แต่นั่นแหล่ะเขาก็ไม่รู้อะไรอยู่ดี


“คุณอามีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ”


นัมจุนหันไปยกมือตบปุๆลงบนหัวของแทฮยองพลางยิ้มบาง รู้สึกดีใจที่มีหลานที่น่ารักขนาดนี้


“อาสงสัยว่าเขามีเรื่องอะไรเครียดอยู่รึเปล่าน่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ไว้มีโอกาสผมจะพยายามลองถามๆมาให้นะครับ” เด็กหนุ่มว่าพลางส่งยิ้มกว้างมาให้

“ขอบใจมากนะ แต่ถ้าไม่สะดวกจริงๆก็ไม่ต้องก็ได้ งานที่สภานักเรียนเยอะไม่ใช่เหรอเรา”

“แหะๆ ก็แล้วแต่ช่วงน่ะครับ”


แทฮยองเกาแก้มน้อยๆก่อนจะลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อให้นัมจุนนำรถเข้าไปจอดในบ้านได้ เพราะตอนที่คุยกับเมื่อกี้อาเขาก็ขับรถมาเรื่อยๆ

แต่ในขณะที่เข็นประตูรั้วออกไปอยู่นั้นเขาก็นึกถึงเรื่องที่คุยกับนัมจุนเมื่อกี้ขึ้นมาอีกครั้ง


...จะว่าไปก็ออกปากช่วยคุณอาไปแล้วแฮะ


แต่ว่าเรื่องของเขากับยุนกินี่สิใครจะมาช่วยได้ จะพึ่งตัวเองก็แลจะยังไม่รอดเลยถ้ายังโดนข่มขู่อยู่แบบนี้ แต่คิดๆแล้วก็เคืองอยู่เหมือนกัน

เป็นอาจารย์แล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง

เด็กหนุ่มคว่ำปากแล้วก็บ่นอุบลอดไรฟันออกมา


“นิสัยเสียแบบนี้เป็นอาจารย์ได้ยังไงเนี่ย”





 

                “ฮัดเช้ย!!

“......”


ร่างเล็กถูๆจมูกๆตัวเองและกำลังจะก้มหน้ากินข้าวเย็นต่อแต่ก็โดนมือของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเข้ามาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อทันที


“เต็มหน้ากูเลยนะมึง”

“โทษ ไปล้างหน้าดิ ซิงค์อยู่หลังกู รึไปไม่ถูก” ยุนกิพูดเสียงนิ่งพลางยกนิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังตัวเองซึ่งเป็นบริเวณครัวเล็กๆ ด้านซอกจินที่ไม่รู้จะพูดยังไงต่อก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาที่อ่างตรงครัวโดยดี ก่อนจะเดินกลับมานั่งอีกครั้ง

“ไม่สบายเหรอไง”

“เปล่า สบายดี แค่อยู่ๆก็จาม สงสัยคันจมูกมั้ง”

“คงไม่ได้โดนใครนินทาอยู่หรอกนะ”


คิ้วของคุณอาจารย์สอนดนตรีเลิกขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ ก่อนที่จะหัวเราะหึออกมาพลางคีบอาหารเข้าปากตัวเองต่อ


“ก็คงเป็นพวกขี้ขลาดดีแต่เก่งลับหลัง”

“แหม่ ใครจะกล้ามีเรื่องกับมึงละครับ คุณยุนกิพ่อทุกสถาบัน”


เพื่อนสนิทพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันพร้อมทำหน้าทำตาที่ร่างเล็กรู้สึกว่าไอ้หมอนี่แหล่ะกำลังเชิญชวนบาทาเขาอยู่


“ช่างเหอะ ว่าแต่เรื่องของมึงอะเป็นไงบ้าง น้องกระต่ายจองกุกสุดที่รักนั่นน่ะ”


พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาซอกจินก็ออกอาการหงอยเหงาเศร้าซึมขึ้นมาทันที


“วันนี้กูไม่เจอน้องอะ”

“อ้าวเหรอ ไม่เจอมาหลายวันแล้วรึไง”

“เปล่า วันนี้วันเดียว”

“โถะ ทำท่าอย่างกับไม่เจอมาสองเดือน”

“แค่วันเดียวกูก็ไม่โอเค”

“ติดเด็กนะมึงอะ”

“แหม พูดเหมือนตัวเองไม่ติด”

“น้อยๆหน่อย กูไม่ได้หัวงูเหมือนมึงนะ”


ซอกจินเบะปากอย่างขัดใจเมื่อโดนเพื่อนครหามาแบบนั้น หัวงงหัวงูอะไร เขาเรียกว่าหาความสดใสให้ชีวิตต่างหาก


แต่พูดก็พูดเถอะ ปกติก็เห็นหน้ากันยากอยู่แล้ว นอกจากตอนพักกลางวันที่ให้เจ้าตัวมาหาก็ไม่ได้เจอกันเลยนี่สิ จองกุกก็ไม่ใช่เด็กที่ขี้โรคดูป่วยง่ายด้วย แต่จะให้เขาออกไปกินข้าวที่โรงอาหารเหมือนเพื่อนตัวเองบ้างก็กลัวทางนั้นมาจะคลาดกันอีก สุดท้ายก็เลยไปไหนไม่ได้ ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ที่เดิมเช่นนั้น


ไอ้ครั้นจะไปถึงบ้านมันก็ได้แหล่ะ แต่เขาก็เกรงใจคุณนายจอนอยู่เหมือนกัน


แถมมีเบอร์โทรก็จริงแต่ก็ไม่อยากจะโทรไปกวน เพราะไม่รู้ว่าช่วงกลางคืนจองกุกจะทำการบ้านอยู่รึเปล่าหรือนอนกี่ทุ่มเขาก็ไม่รู้ ตัวเองก็จะสามสิบอยู่แล้วจะมานั่งคุยดึกดื่นมันก็ไม่ใช่เพราะยังไงต้องตื่นเช้าทั้งคู่ แถมร่างกายก็จะไม่ไหวอีก จะก๊งกับยุนกิทีก็ต้องเลือกวันหยุดนู่น จะได้เมาหลับแล้วตื่นสายๆได้


อา...บางทีข้อจำกัดเยอะมันก็น่าเบื่อจริงๆนะ


ซอกจินกลับออกมาจากห้องยุนกิหลังจากนั่งกินมื้อเย็นและคุยกันอีกพอประมาณ ซึ่งเวลาตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว


เขาไขกุญแจห้องตัวเองแล้วไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะมานั่งเอกเขนกดูหนังจากช่องเคเบิ้ลก่อนนอน โดยมีคุกกี้ที่ยังเหลือจากตอนกลางวันมากินเพลินๆไปด้วย


แต่พอกินจนหมด ตนเองก็นั่งมองห่อเปล่าๆของมันอย่างชั่งใจ และสุดท้ายเขาก็เขยิบตัวเองไปยังโต๊ะเล็กข้างๆโซฟาเพื่อจะหยิบมือถือที่วางไว้มาพิมพ์อะไรบางอย่างลงไป






 

                ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว

เด็กหนุ่มจัดการเซฟเกมแล้วก็จัดการวางจอยเอาไว้บนเครื่องคอนโซลและปิดเครื่อง ก่อนที่จะปิดโทรทัศน์เป็นลำดับสุดท้าย


จองกุกทิ้งร่างตัวเองลงกับเตียงหลังจากที่ปิดไฟแล้ว แล้วก็พลิกตัวตะแคงไปหยิบมือถือตัวเองที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาดู เพราะจำได้ว่าก่อนหน้านี้มีเสียงข้อความเข้าแต่ก็ไม่ได้หยิบมาดูเพราะติดพันเกมอยู่


อาจารย์ซอกจิน


เขาหรี่ตามองชื่อที่ปรากฏอยู่บนจอด้วยความสงสัย เพราะหลังจากที่กลับมาจากสวนฮโยชังตอนนั้น อีกฝ่ายก็ไม่ได้โทรมาอีก ซึ่งก็ดีแล้วเพราะเขาไม่ถนัดคุยกับผู้ใหญ่เท่าไหร่

พอเลื่อนลงมาเพื่อจะอ่านข้อความ จู่ๆเจ้าเด็กกระต่ายก็ขำพรืดออกมา


อย่านอนดึกล่ะ 09.30 PM’


“ไม่ทันแล้วครับ”


แต่ถึงอย่างนั้นจองกุกก็ไม่แน่ใจว่าอารมณ์ไหนกันแน่ที่ซอกจินจู่ๆก็ส่งข้อความมาแบบนี้ หรือเพราะวันนี้เขาไม่ได้ไปหา แต่ส่งยูคยอมเอาขนมไปให้แทนกันแน่


เอาเถอะ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ส่งข้อความหรืออะไรแปลกๆมาให้ เพราะแค่นี้เขาก็รับมือไม่ถูกแล้ว


แล้วอีกอย่าง ถ้าสิ่งที่เขาสงสัยอยู่นั้นเป็นความจริงล่ะก็ ถือว่าซอกจินใจกล้ามากจริงๆนะ




-------------------




>>Talk

แวะมาอัพค่ะ ฟฟฟฟฟ

จริงๆจะอัพตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่เน็ตบ้านไรต์ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆก็ตายไปเฉยๆเลย TT ที่เห็นโผล่ๆนั่นจิ้มสามจีมือถือนะคะ ตื่นมาเช็คเมื่อเช้าเน็ตก็ยังใช้ไม่ได้เลยค่ะ /น้ำตาไหล 

รอบนี้เลยมานั่งอัพที่ม.แทนค่ะ เป็นการอัพนอกสถานที่ครั้งแรก(...) 

/วกเข้าเรื่อง ตอนนี้ฝ่ายนึงก็เข้าหา แต่อีกฝ่ายก็พยายามหนีเนอะ 555555 มาดูกันว่าใครจะสามารถไล่จับเป้าหมาย(?)ได้ก่อน 


ขออภัยที่มาอัพช้าไปหน่อยนะคะ พอดีอย่างที่บอก อีกเรื่องนึงของไรต์ใกล้จบแล้ว ก็เลยไปเร่งตรงนั้นจะได้จบเร็วขึ้น แหะๆ แต่จะพยายามไม่ทิ้งเรื่องที่เหลือนานเกินค่ะ

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ และวิวนะคะ ติดแท็กกันด้วยก็ได้ เมนท์กันมาเยอะๆนะคะพลีส ไรต์ชอบอ่านเมนท์มากเลยค่ะ งือ

แล้วก็ เจอกันตอนหน้านะคะ ซียา!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #289 mayupong-111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:24
    นัมๆไฟท์ติ้ง แทแทก็ไฟท์ติ้ง ส่วนพี่จินก็...555555555555445555
    #289
    0
  2. #195 k_92 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 21:59
    พี่กิตามน้องบ่อยๆระวังหลงน้องนะ ไว้อาลัยให้กับความนกของพี่จิน 5555
    #195
    0
  3. #179 kyuri13 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:33
    เริ่มสงสารความนกของพี่จิน55555
    #179
    0
  4. #162 rakprom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:25
    สงสารอจจินนะคะ ถถถถถถถถถ5555555555555
    #162
    0
  5. #75 seris (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:05
    พี่ยุนกิคะ กี้ดดด ชอบมากฉุดกระชากลากถูเนี่ย น้องแทของพี่ไม่ต้องกลัวนะคะ หนูน่ารักขนาดนี้พี่เค้าไม่ใจร้ายกับหนูหรอก ส่วนนกุกทำดีค่ะ รู้จักระวังตัวแล้ว พี่ปลื้มใจ แต่ตอนท้ายพี่ว่าอาจารย์แกก็น่ากลัวอยู่ดีนะคะหนู...
    ในส่วนของอาจารย์โฮปอย่าดื่มขนาดนั้นสิคะเรายังไม่อยากเป็นหม้าย แค่ก หมายถึงไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วยังมีความบ้านใกล้เรือนเคียงจารย์ม่อนอีก บังเอิญหรือตั้งใจคะเนี่ย แต่จารย์สู้ๆ นะคะ บอกอาจารย์โฮปนะ ไม่ใช่จารย์จินภัยสังคม แง่ง //ดันจองกุกไปข้างหลัง
    #75
    1
    • #75-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      21 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:27
      ไม่ให้กำลังใจอ.ซอกจินหน่อยเหรอค----- (55555555555555)
      พี่เขาเกรี้ยวกราดขนาดนี้น้องแทอาจจะต้องระบม(?)ไปอีกระยะนึงเลยล่ะค่ะ /เดี๋ยวนะ
      อ.จองนี่จริงๆแล้วโดนบังตาค่ะ อยู่ใกล้เขามาตลอดแต่ไม่รู้ตัว(...)
      #75-1
  6. #66 Pattranit-- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:51
    ยุนกิ กรี้ส ชอบความแบดบอย5555 อยากเห็นคู่ก้าแทมากกว่านี้จังเลยค่ะ----//โดนลากไปเก็บ พี่จินก็ตั้งสตินิดนึงงง555
    #66
    1
    • #66-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:14
      แบดแบบนี้น้องแทน่าจะช้ำก่อนแน่ๆค่ะ 555555555 ได้ค่า เดี๋ยวจัดไป แต่ตอนนี้เดี๋ยวโฟกัสคู่หลักก่อนนะคะ 555
      พิจินผู้จะพรากผู้เยาว์ตลอดเวลา--
      #66-1
  7. #61 mtuanna93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:45
    มาเป็นทฤษฎีเลยค่ะอาจาร์ซอกจินนน
    #61
    0
  8. #54 bill-lion (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:27
    ครูยุนกิแบดสุดไรสุด อุดปากกรี๊ดดดดดดด สงสารอ.ซอกจินสุด อ.คงไม่ได้เจอน้องเค้าเลยก็ได้นะคะ เป็นกำลังใจให้คนหัวง-- แค่ก
    #54
    1
    • #54-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      11 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:18
      แต่งไปก็กลัวน้องแทช้ำก่อนค่ะ55555555 แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี--
      พิจินต้องเลือกแล้วค่ะว่าจะแผ่แม่เบี้ยต่อไปหรือยอมแปลงร่างเป็นไส้เดือน(...)
      #54-1
  9. #53 tienin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:18
    จินน้องหลบหน้าค่ะ55555 แกรุกแรงน้องกลัวนะคะ ยุนกินี่จะตาทแทเป็นเงาเลยช้ะ โถถถถถ นัมจุนสู้เค้านะ
    #53
    1
    • #53-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      7 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:57
      ฮืออออ น้องหนีละค่ะ 5555 คงต้องกลับลำด่วนๆ
      เจ้าแทคงเสียวสันหลังไปอีกนาน ส่วนอ.นัมจุนก็....try again and again--
      #53-1
  10. #52 BMoo1208 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:56
    คุณยุนกิรุนแรงงงงึ โซแบดดดดด มันกร๊าวใจค่ะฮิฮิ พี่จินหัวงูวววว สู้ๆนะคะ แต่อย่าทำให้เด็กตื่นสิคะ55555555 คุณโฮซอกทะมายดื่มหนักล้าา เครียดหรอ? คุณนัมจุนก็สู้ๆนะคะ ทำให้เขาคุยกับพี่ก่อน 5555555555 รอต่อค่ะ
    #52
    1
    • #52-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:21
      ก๊าวใจสาวๆ(?)แต่น้องแทกลัวมากค่ะ 5555555
      ฝ่ายพิจินก็...ต้องมีสติมากกว่านี้ /ห๊ะ
      ชีวิตอ.จองหนักหน่วงอยู่นะคะ ;-;
      #52-1
  11. #51 Nayhrp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:29
    พี่จินต้องสู้ๆนะคะะะ อ.นัมจุนก็เช่นกัน5555
    #51
    1
    • #51-1 Tsukihana(จากตอนที่ 8)
      6 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:56
      พี่จินเก็บงูแล้วอะไรๆก็อาจจะดีขึ้นก็ได้นะคะ /แต่จะเก็บได้มั้ยนี่สิ---
      ส่วนขุ่นนัมจุนนี่ยังงานหินอยู่เลยค่ะโฮววว
      #51-1