[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 7 : +6+ : Doubt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    21 ม.ค. 60


                เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนิ่มหลังจากที่ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมองเวลาก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า

ดวงตากลมโตนั้นมองไปที่เพดานอย่างไร้จุดหมาย พลันความคิดอันวุ่นวายก็กลับเข้ามาในหัวอีกครั้งหลังจากที่พยายามจะลืมๆมันไปช่วงทำการบ้าน(แม้จะยากลำบากไปหน่อยก็ตาม) เขายกแขนก่ายหน้าผากพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

เหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งตอนที่เขาเอาขนมที่สั่งไปส่งที่ห้องพยาบาลตามปกติ

 


                “จองกุก”


ซอกจินคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้หลังจากที่เจ้าตัวทำท่าจะหันหลังเดินออกไป เขาหันหน้ามามองอาจารย์หนุ่มอย่างสงสัยว่าต้องการอะไรอีก


“คือ...ผมขอถามอะไรเธอหน่อยสิ”

“ครับ?”

“เมื่อวานเธอเป็นอะไรรึเปล่า ผมเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

จองกุกได้ยินดังนั้นก็หลบตาพลางอึกอักทันทีเมื่ออีกฝ่ายถามถึงเรื่องที่เขาไม่อยากตอบในตอนนี้

“ม...ไม่มีอะไรครับ”


เขาพูดแล้วก็ดึงมือออกมา ก่อนจะเลือกที่จะเดินหนีออกไปเงียบๆโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก


 

                เขายกสองมือลูบหน้าตัวเองเมื่อคิดถึงฉากสุดท้ายที่ตนเลือกที่จะเดินหนีมาแบบนั้นโดยที่ไม่กล่าวลาอะไรเลยสักคำ รู้สึกว่าเป็นเด็กมารยาทแย่ขึ้นมาทันทีเลย

...แต่นั่นเพราะอาจารย์ถามเรื่องนั้นเองนี่


จองกุกหลับตาแล้วก็ถอนหายใจ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเดินลงจากเตียงไปเปิดประตูห้องนอน แววตาที่ทอดมองประตูห้องซึ่งอยู่เยื้องไปจากห้องของตัวเองนั้นทอประกายหมองเศร้าที่แฝงไปด้วยความห่วงใยคนที่อยู่ในห้องนั้นที่ป่านนี้คงจะหลับแล้ว


“...ผมรักแม่นะครับ”


ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก็มีเพียงแค่ตัวเองที่ได้ยินเท่านั้นในตอนนี้


เด็กหนุ่มถอยหลังแล้วปิดประตูห้องนอนของตัวเองตามเดิมก่อนจะปิดไฟแล้วนอนพักผ่อนให้คลายความกังวลที่ตกค้าง และหวังว่าตื่นมาคงไม่ต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาคิดอีก





 

-----------------------





 

                วันนี้ห้องพยาบาลมีแต่ความว่างเปล่าเป็นวันที่สอง

ซอกจินนั่งแกะห่อข้าวพลางมองไปที่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะในห้องทำงานตัวเองแล้วก็ถอนหายใจมองบน เนื่องจากวันนี้ไม่มีร่างของเจ้าเพื่อนตัวเล็กจอมโหดนั่งอยู่อย่างทุกที


จริงๆเขาก็ไม่อะไรหรอกเพราะไม่ได้ติดเพื่อนขนาดนั้น แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายหายไปเพราะอะไรก็เลยอดที่จะบึนปากไม่ได้


เขาก็อยากออกไปหาจองกุกบ้างเหมือนกันนะ
!


แต่มันไม่ได้ไง เขาต้องเฝ้าห้องพยาบาลซะส่วนใหญ่ ก็เลยต้องหาทางล่อลวงให้เจ้าเด็กน้อยคนนั้นเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลนี่ล่ะ


แต่ว่าท่าทีของจองกุกเมื่อวานนั้นมันก็ทำให้ตนเองอดที่จะกังวลไม่ได้ เพราะนอกจากอาการอึดอัดของอีกฝ่ายแล้วยังกลัวตัวเองเสียคะแนนด้วยนี่สิ

...ไม่ได้ๆ วันนี้ต้องเอาใหม่


เขานั่งละเลียดมื้อกลางวันอย่างใจเย็นในขณะที่จริงๆแล้วก็ไม่ได้เย็นเท่าไหร่ ในเมื่อในหัวตัวเองมันคอยจะเร่งรัดตลอดเวลา ซึ่งตนก็พยายามหายใจเข้าออกลึกๆ เพราะถ้ากระโตกกระตากจนเกินงาม กระต่ายน้อยอาจจะหนีหลุดจากบ่วงไปก็ได้


ซอกจินกินรอไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีเสียงเรียกตัวเขาดังขึ้นที่หน้าห้อง ก็คงเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากเด็กที่เขาหมายปอง ตนเองรีบผละจากโต๊ะทำงานแล้วตรงดิ่งไปหาอีกฝ่ายที่ยืนรออยู่แล้วอย่างรวดเร็วพร้อมกับมอบรอยยิ้มใจดีที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาไปให้เพื่อให้อีกคนเห็นว่าเขาไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรกับกิริยาเมื่อวาน


ฝ่ายจองกุกที่เห็นอาจารย์หนุ่มยิ้มให้แบบนั้นก็แอบโล่งอกนิดๆที่อย่างน้อยก็ไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่ตัวเองจินตนาการไว้ก่อนเอาขนมมาให้ คือไปนั่งกินข้าวทำใจกับเพื่อนๆอยู่พักหนึ่งเลยกว่าจะมาที่นี่ได้


“ข...ขอโทษที่เอามาให้ช้านะครับ พอดีวันนี้หิวมากก็เลยแวะไปกินอะไรกับเพื่อนก่อน”

“ไม่เป็นไรหรอก เมื่อเช้าเธอไม่ได้กินอะไรมาเหรอ หืม?”

“เอ่อ...ก็ คงกินน้อยล่ะครับ”

“ไม่ได้อ้วนซักหน่อย ไม่ต้องไดเอ็ทหรอกนะ”


คนโตกว่าเอ่ยแซว ทำให้เด็กหนุ่มเผลอยู่ปากอย่างขัดใจ ...นี่เขาไม่ใช่เด็กสาวๆกลัวอ้วนพวกนั้นนะ


แต่จองกุกคงไม่รู้ว่าไอ้กิริยาต่อต้านเล็กๆนั่นมันน่ามันเขี้ยวจนทำให้ซอกจินอยากจะจับเด็กนี่มากอดรัดฟัดเหวี่ยงให้จมเตียงไปเลย ทำไมถึงเป็นเด็กที่ทำอะไรก็น่ารักไปซะหมดแบบนี้กัน นี่ถ้าเขาเจอจองกุกตั้งแต่ทางนั้นอยู่ปีหนึ่งเขาต้องเป็นบ้ามากกว่านี้แน่นอน ขนาดตอนนี้เจ้าตัวใกล้จะบรรลุนิติภาวะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ายังน่าขย้ำ ถ้าเป็นตอนที่ยังเด็กๆวัยกระเตาะแรกแย้มนี่คงจะเป็นลูกกระต่ายตัวน้อยๆที่น่ากลืนกินเข้าไปทั้งตัวแน่ๆ

โชคดีเหลือเกินที่จองกุกเหมือนจะยังไม่มีใคร


...รึมีแต่กูไม่รู้วะ ซอกจินชักจะไม่แน่ใจ


คือน่ารักขนาดนี้รอดมาจนตอนนี้นี่มันน่าแปลกมาก


“อาจารย์ครับ”

“หะ อะ ครับ ว่าไง?”


เสียงเรียกของเจ้าเด็กตรงหน้าดึงซอกจินให้กลับมาจากความคิดล้านแปด เขากลับมาส่งยิ้มกลบเกลื่อนให้กับอีกฝ่ายอีกครั้งแม้ว่าทางนั้นจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรไปบ้าง


“คือ...อาจารย์ยังไม่ได้จ่ายเงิน.....”


ซอกจินชะงักไปก่อนจะหัวเราะติดขัดออกมาพลางล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาหยิบเงินแล้วส่งให้เด็กหนุ่มไป โดยที่เขาเอาฝ่ามือตัวเองรองมือของอีกฝ่ายไว้ และมืออีกข้างก็ประกบอยู่ด้านบน กลายเป็นว่าเหมือนตอนนี้อาจารย์หนุ่มกำลังจับมือจองกุกอยู่กลายๆ


และเมื่อคนอ่อยวัยได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาก็พบกับสายตาที่แสดงความห่วงใยที่เหมือนเจือไปด้วยความปรารถนาบางอย่างจนทำให้ตัวเองจู่ๆก็ขนลุกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ


เขายิ้มให้กับอาจารย์ตรงหน้าก่อนจะค่อยๆดึงมือออกมาอย่างสุภาพ ก่อนจะค้อมหัวแล้วหันหลังเดินออกไปจากหน้าห้องพยาบาล โดยมีซอกจินยืนมองตามไปแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว


เท่านั้นยังไม่พอ เขายังยกมือที่ได้จับมืออีกฝ่ายขึ้นมาดมอย่างมีความสุข


* 맘을 흔드는 건데 
แว แน มัมมึล ฮึนดือนึนกอนเด 

맘을 흔드는 건데 
แว แน มัมมึล ฮึนดือนึนกอนเด 

맘을 흔드는 건데 
แว แน มัมมึล ฮึนดือนึนกอนเด 

흔드는 건데 
ฮึนดือนึนกอนเด 

흔드는 건데 
ฮึนดือนึนกอนเด 


จอนจองกุกนี่จะทำให้เขาเป็นโรคหัวใจเข้าสักวันแน่ๆ

 




                ขายาวที่ก้าวเดินอย่างเร่งรีบนั้นเริ่มเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่ง

เขาแทบจะขึ้นบันไดทีละสองขั้นเพราะว่าเหตุการณ์เมื่อกี้นี้แท้ๆเชียว

...ไม่โอเค..แบบนี้มันไม่โอเค


เด็กหนุ่มเลื่อนประตูห้อง
3-Bพลางมองไปยังด้านในที่มีเพื่อนๆของเขานั่งประจำโต๊ะกันอยู่แล้ว ซึ่งบ้างก็มานั่งมายืนคุย แต่ก็ไม่ได้ห่างโต๊ะตัวเองเท่าไหร่นัก


“มาละเหรอจองกุก แล้วทำไมเหงื่อเต็มหน้างั้น” มินกยูที่เอ่ยทักเป็นคนแรกมองมายังเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย

“นี่มึงวิ่งขึ้นตึกมารึไง เหลืออีกตั้งสิบห้านาทีน่ากว่าจารย์แกจะมาอะ”

“คือ..กู กู..อยากมาอยู่กับพวกมึงก่อน”

“เป็นไรวะ ท่าทางมึงดูแปลกๆนะ”


จองกุกส่ายหน้าพลางยกหลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าตนก่อนจะเดินแทรกเข้าไปนั่งที่โต๊ะตัวเองซึ่งอยู่ตัวใน เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่เพื่อนๆหันไปคุยกันเหมือนเดิม

เขาว่ารอบหน้าต้องพาเพื่อนไปด้วยสักคนแล้วล่ะ...

 







                ห้องสภานักเรียนที่ว่างเปล่าเนื่องจากว่ามันเป็นเวลาเลิกประชุมแล้ว ก็เวลาเดียวกันกับที่ชมรมเลิกนั่นแหล่ะ โดยก่อนหน้าก็ยังมีคนอื่นๆที่ทำหน้าที่อยู่ในนี้ แต่ตอนนี้เหลือแค่เพียงเด็กหนุ่มผิวเข้มคนหนึ่งที่ยังนั่งเก็บเอกสารอยู่ แม้ว่ามันจะแค่เป็นการตรวจความเรียบร้อยเฉยๆก็ตาม


เขาไม่รู้ว่างานประธานนักเรียนโรงเรียนอื่นเป็นแบบนี้ไหม แต่โรงเรียนเขาคือทำงานร่วมกับสภานักเรียนเช่นนี้แหล่ะ


และก็เป็นตนเองอีกเช่นเคยที่อยู่ปิดห้องแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร เขาก็ไม่ได้รีบกลับอยู่แล้วด้วย เพราะยังไงก็ต้องรอนัมจุนอยู่ดี


เขาเดินหิ้วกระเป๋านักเรียนลงมาจากตึกที่เงียบสงัดแม้ว่าจะได้ยินเสียงบรรยากาศด้านนอกอยู่บ้างก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้นึกกลัวอะไรเพราะชินแล้วกับการที่อยู่บนตึกเรียนตอนเย็นๆ และวันนี้เขาเลือกที่จะลงมารอคุณอาของเขาข้างล่าง


แต่เมื่อเขาลงมาจนถึงชั้นล่างโดยที่กำลังจะเดินผ่านล็อคเกอร์ที่จะเป็นทางออกจากตัวตึก ก็ถูกมือใครคนหนึ่งกระชากที่แขนโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวจนเสียหลัก ก่อนจะถูกจับตัวดันหลังติดกับเจ้าตู้เหล็กพวกนั้น


ดวงตาสีเข้มของเด็กหนุ่มสะท้อนใบหน้าขาวของคนตัวเล็กกว่า พลันหายใจติดขัดขึ้นมา


“ไง”


เสียงทักทายที่ดูง่วงๆแต่ท่าทางไม่ได้ง่วงไปด้วยเลยของอาจารย์สอนดนตรีทำให้เจ้าเด็กแทฮยองรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา จริงๆก็ใจเสียตั้งแต่โดนกระชากเมื่อกี้แล้ว


“...อ...อาจารย์ครับ ให้ผมกลับบ้านเถอะ”

“จะรีบหนีไปไหน”

“ก็..ก็ผมจะกลับบ้าน”

“วันนี้อยู่ซะเย็นเชียวนะคุณประธาน ทำอะไร? คุยอะไรกัน?”

“ประชุมสภานักเรียนครับ..”


เขาพูดเสียงสั่นเล็กน้อยพลางหลบสายตาดุๆของอีกฝ่ายที่จ้องเขาเขม็งราวกับจะพยายามรีดทุกสิ่งที่อยู่ในใจเด็กหนุ่มออกมาให้หมด


“มีเรื่องสำคัญเยอะเลยสิท่า”

“ต..แต่ผมไม่ได้บอกใครเรื่องนั้นเลยนะครับ”

“เหรออออออ”


ยุนกิลากเสียงยาวพร้อมมองมาอย่างไม่เชื่อ เพราะยิ่งแทฮยองมีท่าทีลนลานหลุกหลิกด้วยแล้วมันยิ่งทำให้อาจารย์หนุ่มสงสัยขึ้นอีกเท่าตัว


“จริงๆนะครับอาจารย์ ผมไม่ได้พูดกับใครเลย ก..กับอาของผมก็ไม่ได้บอก”


เด็กหนุ่มส่ายหน้ารัวเร็ว ตามใบหน้าเริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดพราย


“หึ แค่คำพูดคิดเหรอว่ามันจะยืนยันอะไรได้”


แทฮยองรู้สึกจนใจเหลือเกินที่ดูเหมือนยุนกิจะไม่เชื่อไม่ฟังเขาเลย ทั้งที่ตนเองก็บอกความจริงไปแล้วแท้ๆ นี่เขาเหมือนเด็กขี้โกหกมากเลยหรือยังไง แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรเพราะไม่รู้ว่าอาจารย์ตัวเล็กนี่จะใช้กำลังกับเขาหรือไม่


“ผมไม่ได้บอกใครจริงๆนะครับ เชื่อผมเถอะ”

“เชื่อ? พวกประธานนักเรียนน่ะมันเชื่อถือไม่ได้หรอก”


อีกฝ่ายเอ่ยเสียงกวนโดยยังย้ำความคิดเดิม จากที่ตนเองกลัวๆอยู่นั้นก็เริ่มจะฉุนขึ้นมาบ้างแล้วที่คนตรงหน้าไม่คิดจะฟังอะไรเลย ความวิตกเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้นมาเล็กๆเห็นได้จากการที่เด็กหนุ่มเริ่มชักสีหน้าใส่


“ถ้าอยากรู้มากก็ตามดูให้ตลอดแล้วกันนะครับ”


และดูเหมือนว่าการโต้ตอบครั้งนี้จะทำให้ยุนกิมีน้ำโหขึ้นมาเหมือนกัน เห็นได้จากการที่เขายิ่งกดร่างสูงให้ติดกับล็อคเกอร์มากกว่าเดิมจนแทฮยองเบ้หน้าเพราะเหล็กมันทิ่มหลัง


“อย่ามาท้าฉันนะคิมแทฮยอง” อาจารย์หนุ่มกดเสียงต่ำพลางหรี่ตาคมๆที่พร้อมจะเชือดเฉือนคนถูกมองได้ทุกเมื่อ ซึ่งมันทำให้เด็กนี่แทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว


ทั้งคู่จ้องหน้ากับอยู่ชั่วขณะหนึ่งจนกระทั่งเสียงริงโทนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของแทฮยองดังขึ้น เขามองยุนกิเป็นเชิงว่าขออนุญาต ซึ่งอีกฝ่ายก็บุ้ยหน้า ทำให้ตนรีบหยิบมือถือขึ้นมารับทั้งที่โดนดันติดล็อคเกอร์อยู่อย่างนั้น


[แทฮยอง เสร็จงานรึยัง อาจะลงไปแล้วนะ]


เขารู้สึกว่าตนเองจะได้หลุดพ้นสักที


“ค..ครับ เสร็จแล้วครับ ผมรออยู่ข้างล่าง”

[โอเค แล้วนั่นเป็นอะไร ทำไมเสียงสั่นๆ]

“ผม..ผม เอ่อ....”


เมื่อเขาสบตายุนกิอีกทีก็กลืนน้ำลายแล้วหายใจลึกๆตอบปลายสายไป


“พอดีวิ่งลงมาข้างล่างน่ะครับเลยเหนื่อย คุณอาจะลงมาแล้วใช่มั้ยครับ”

[อื้ม เก็บของแล้วน่ะ เรารอหน้าตึกก็ได้]

“ครับๆ งั้นแค่นี้นะครับ”


แทฮยองวางสายแล้วเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม ส่วนยุนกิเมื่อได้ยินดังนั้นก็จิ๊ปากอย่างขัดใจและผลักอีกฝ่ายออก เขายกนิ้วชี้หน้าเด็กหนุ่มประธานนักเรียนพร้อมมองด้วยสายตาเอาเรื่องก่อนจะเดินฉับๆออกจากตึกไป ทิ้งให้แทฮยองยืนหายใจแรงอยู่ตรงล็อคเกอร์คนเดียว


เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเอง เสียงก้อนเนื้อภายในที่เต้นดังตุบๆจนได้ยินอย่างชัดเจนนั้นมันตอกย้ำได้อย่างดีเลยว่าถ้าความกลัวมีตัวตน ก็คงหน้าตาแบบมินยุนกินี่ล่ะ


แถมเมื่อกี้เขาก็ดันแข็งข้อกับอาจารย์ไปซะด้วย


แทฮยองลูบหน้าที่บัดนี้มันชื้นไปหมด เขาเพิ่งรู้ว่าเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ เกิดมาสิบเจ็ดปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย


แต่อย่างน้อยวันนี้เขาก็ยังไม่เจออะไรแย่ๆ ก็อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นอาจารย์เลยคงไม่เสี่ยงจะทำอะไรที่มันมีผลต่อหน้าที่การงานหรอก อย่างน้อยๆก็ตอนนี้น่ะนะ

ไม่อยากจะคิดถึงวันต่อไปเลย ให้ตายสิ






 

 

                เมื่ออาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มจึงมีหมู่ดาวมากมายเข้ามาแทนที่ แต่ว่าแสงดาวในเมืองใหญ่ก็ไม่อาจอวดให้ใครต่อใครเห็นความสวยของตัวมันเองได้ชัดเจนนัก


บนถนนในเวลาค่ำคืนที่ยังไม่ดึกมากนักก็ยังคงมีรถสัญจรอยู่เต็มถนน แต่ก็ยังเคลื่อนตัวได้คล่องมากกว่าช่วงเย็นเวลาเลิกงานนัก


แต่ถึงบนถนนจะมีรถ แต่ตามห้องพัก ห้องเช่าก็มีไฟเปิดอยู่หลายห้องหลายชั้น ก็แสดงว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่กลับเข้ามาพักผ่อนในห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว


และในจำนวนนั้นก็อาจมีบางคนที่ไม่ได้พักผ่อนเช่นคนอื่น แต่กำลังทำงานที่หอบกลับมาด้วยที่บ้านต่างหาก


จองโฮซอกเปิดสมุดการบ้านของเด็กนักเรียนที่ส่งมาให้เขาตรวจ เทอมนี้เขาได้สอนเด็กปีหนึ่งและปีสามรวมทั้งเป็นอาจารย์ประจำชั้นของห้อง
3-Bด้วย ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงบริหารเวลาได้อย่างดีเยี่ยม


ดวงตาหลังเลนส์แว่นทอดมองเหล่าตัวอักษรที่เป็นเนื้อความแบบฝึกหัดที่มอบหมายให้ทำพลางปากกาแดงก็คอยตรวจไปด้วย ตรงไหนที่ผิดพลาดเขาก็จะวงเอาไว้ แล้วก็จดแยกออกมาเพื่อจะจะเอาไปอธิบายในชั้นเรียนทีหลัง


เขาพยายามรักษามาตรฐานในการสอนของตัวเองมาตลอด พยายามเก็บรายละเอียดทุกอย่าง เขามักจะทบทวนแผนการสอนของตัวเองอยู่เสมอ และแน่นอนว่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะศึกษาศาสตร์ก็ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย


แต่ทั้งที่ทำงานหนักขนาดนี้....

ทำไม....


‘RRRRRRRRRRRRR’

อาจารย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดการบ้านแล้วมองไปทางโทรศัพท์ไร้สายที่แผดเสียงร้องอยู่ในห้องของตนอย่างชั่งใจ เขานั่งฟังมันร้องอีกสองสามครั้งก็ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินไปรับ


[งานเป็นยังไงบ้าง?]

“ก็เรื่อยๆครับ” แต่น้ำเสียงและใบหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเซ็งสุดกู่

[แล้วยังอยู่ห้องเช่าเส็งเคร็งนี่อยู่ใช่มั้ย]

“ถ้าใช่แล้วมันทำไมครับพ่อ”

[แสดงว่าที่ผ่านมาสี่ห้าปีไม่ได้อะไรเลยสิท่า]


โฮซอกที่ได้ยินดังนั้นก็กำมือแน่นพลางเม้มปากเป็นเส้นตรงเพื่อพยายามระงับอารมณ์ฉุนเฉียว


[แกกลับมาก็สบายแล้วแท้ๆ ต้องให้ฉันด่าแกว่าโง่อีกกี่รอบถึงจะเข้าหัว]

“ก็เลิกโทรมายุ่งกับชีวิตผมซะทีสิครับ”

[หึ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ที่อยู่แกในโซลนะโฮซอก]


เขาเริ่มหายใจแรงเพราะความโมโหที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกับคนปลายสายไปนอกจากกระแทกนิ้วไปที่ปุ่มตัดสายก่อนจะวางหูไว้ที่เดิมของมัน ซึ่งหลังจากนี้ก็ไม่มีเสียงเรียกเข้าใดๆมาอีก


แต่โฮซอกรู้ดีว่าป่านนี้ทางนั้นต้องนั่งหัวเราะเยาะเขาอยู่แน่นอน


ร่างโปร่งเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นที่โต๊ะเล็กเหมือนเดิมอย่างหงุดหงิด เขารู้ว่าพ่อของตนเองน่ะ ถ้าคิดจะทำอะไรเขาก็สามารถทำได้ทั้งนั้น และเพราะว่าค่าที่พักในเมืองหลวงมันราคาสูง รวมทั้งที่พักก็หายาก  ตนจึงย้ายหนีคนคนนั้นไม่ได้ตามใจชอบ


เขานั่งกุมหว่างคิ้วตนเองพลางหลับตา แต่ใบหน้าที่คุ้นเคยของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นมาในหัวจนเขาต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับทุบกำปั้นไปที่โต๊ะตัวเองเสียงดัง


“คิมนัมจุน ทำไมแกต้องเข้ามาที่นี่ด้วยวะ!!


ตอนนี้โฮซอกหมดอารมณ์จะตรวจงานต่อแล้ว เขาจึงลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นเล็กหยิบเบียร์กระป๋องมาดื่ม อย่างน้อยแอลกอฮอลล์สักนิดหน่อยก็พอจะช่วยผ่อนคลายตัวเองได้บ้าง เพราะถึงแม้เขาจะหัวเสียมากขนาดไหนแต่ก็ยังทำงานไม่เสร็จ จึงต้องหาอะไรมาช่วยทำให้ตัวเองใจเย็นลงเพื่อจะได้กลับไปตรวจงานต่อ


เขาหลับตาและพ่นลมหายใจออกมาช้าๆพลางนึกถึงบรรดาเด็กนักเรียนที่เขาสอน


นี่คงจะเป็นความสุขอย่างเดียวในชีวิตอาจารย์ของเขาแล้ว





 

------------------------------





 

                ...ว่างจัง...ว่างจังเลยน้า

อาจารย์หนุ่มสุดหล่อเคาะนิ้วชี้งอๆของตัวเองกับเคาท์เตอร์หน้าห้องพยาบาลพลางหาวออกมา

พอมองดูนาฬิกาข้อมือก็พบว่ายังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงเลย

การเฝ้าห้องคนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจนี่มันเหงาจริงๆ


คิดได้ดังนั้นเขาจึงเดินออกไปโผล่หน้ามองตามระเบียงทางเดินซ้ายขวา พอเห็นว่าไม่มีใครมาก็แว้บเดินออกจากห้องมาข้างนอกสักหน่อย พวกยาอันตรายอะไรพวกนี้เขาล็อคไว้ในตู้อย่างดีแล้วและกุญแจก็อยู่กับเขา ห้องทำงานก็ล็อค เพราะฉะนั้นก็หมดห่วงเรื่องของมีค่าไปได้เลย


เขาเดินออกจากตึกอ้อมไปด้านหลังที่มีสนามบาสอยู่ จากที่แอบดูทางหน้าต่างเมื่อกี้เขาเห็นว่ามีเด็กๆม.ปลายกำลังเรียนพละกันอยู่


ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแอบมองจากข้างตึกอยู่ดี สายตาของซอกจินจับจ้องไปยังร่างเด็กหนุ่มในชุดพละที่กำลังวิ่งเลี้ยงลูกอยู่ในสนามบาส การเคลื่อนไหวที่ดูคล่องแคล่วแต่มั่นคง บวกกับร่างที่โซมเหงื่อ ทำให้เด็กคนนั้นมีเสน่ห์แบบนักกีฬาที่คาดไม่ถึง


แน่นอนว่าเด็กคนนั้นคงเป็นใครไม่ได้นอกจากจองกุกนี่ล่ะ


ทำไมถึงทำให้เขาประหลาดใจได้อยู่เรื่อยเลยนะ


เขายืนมองภาพนั้นอย่างอิ่มเอมก่อนจะได้รับข้อความในมือถือที่ส่งมาจากเพื่อนรักของตัวเอง


กูไปโรงอาหารนะ

...ครับ เอาที่เพื่อนสบายใจเลย


นี่ก็วันที่สามแล้วที่ยุนกิบอกจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร


“มึงอะติดเด็กกว่ากูอีก เหอะ”


ซอกจินก็เคยเห็นอยู่หรอก เด็กประธานนักเรียนคนนั้น เท่าที่เห็นก็เป็นเด็กที่ดูดีเลยทีเดียวแถมยังท่าทางสุภาพเรียบร้อย และดูเหมือนจะเป็นหลานของอาจารย์สักคนในโรงเรียนนี้ด้วย

ตัดภาพไปที่มินยุนกิคนเถื่อน เอะอะต่อย คุยด้วยลำแข้งคนนั้นแล้วมันคอนทราสท์เหลือเกิน


...ขอให้ไม่ช้ำในไปก่อนนะ ผมช่วยได้แค่นี้แหล่ะ ซอกจินพนมมือภาวนาอยู่ในใจ


เขามองเวลาอีกครั้งก็พบว่าอีกไม่กี่นาทีจะพักเที่ยงแล้ว เลยตัดสินใจเดินกลับไปประจำที่ห้องพยาบาลต่อ เพราะในไม่ช้าเดี๋ยวจองกุกก็มาหาที่ห้องแล้ว


อาจารย์หนุ่มฮัมเพลงรออยู่ที่เคาท์เตอร์หน้าห้องพยาบาล จนกระทั่งเห็นร่างที่เขาจำได้ดีเดินตรงมาทางนี้

กำลังจะดี๊ด๊าออกไปทักแล้วถ้าไม่ติดว่าเห็นเด็กตัวสูงที่เดินอยู่ข้างๆด้วยเสียก่อน ถึงกับสำรวมกิริยาแทบไม่ทัน


“วันนี้เรียนพละสินะครับ” เขาเอ่ยทักออกไปอย่างอารมณ์ดี ด้วยใบหน้าคนดี

“อ่า ครับ ผมกลัวอาจารย์จะรอนานเลยรีบเอาขนมมาให้”


จองกุกยื่นทาร์ตบลูเบอร์รี่สองชิ้นให้กับซอกจิน โดยมีเพื่อนตัวโตอย่างยูคยอมยืนมองอยู่ข้างๆ จนกระทั่งอาจารย์จ่ายเงินเสร็จ เด็กทั้งสองจึงได้ขอตัวเดินออกมา


“มึงเอากูมาทำไมเนี่ย”

“...กูอยู่กับเขาสองคนละรู้สึกแปลกๆว่ะ”

“เรอะ กูไม่เห็นรู้สึกไรเลย มึงอะคิดมาก”


พอถูกเพื่อนตัวเองพูดมาแบบนั้นจองกุกจึงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ขัดใจกับการที่ตัวเองคิดมากไปเองคนเดียวจริงๆหรือกำลังโดนแกล้งกันแน่


“งั้นพรุ่งนี้กูฝากมึงเอาขนมไปให้จารย์แกทีนะ”

“เอ๊า ใช้กูเช้ย”


ยูคยอมเกาหัวหลังจากที่เห็นท่าทีฮึดฮัดเป็นกระต่ายโดนแย่งแครอทของอีกฝ่าย ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเพื่อนซี้ของตนกับคุณอาจารย์คนนั้น


“ถ้ามึงลำบากใจกูจะวนใช้ให้ครบคนเลยดีมะ”

“แล้วแต่มึงเลยเพื่อน พรุ่งนี้เวรกูสินะ”


จองกุกพยักหน้ารับแกนๆก่อนจะเดินนำยูคยอมไปยังโรงอาหารโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ทิ้งให้เด็กหนุ่มที่เดินรั้งท้ายมองตามแผ่นหลังของคนข้างหน้าด้วยความสงสัย เพราะปกติเพื่อนเขาไม่ใช่คนที่ดูหงุดหงิดง่ายขนาดนี้ ออกแนวมึนๆติดเด๋อเบาๆให้โดนแกล้งอีกต่างหาก


เอ๊ะ หรือว่าโดนแกล้งมา


เจ้าหนุ่มตัวสูงกอดอกพลางเงยหน้าคิดแล้วก็พยักหน้ากับตัวเองเบาๆ


เพื่อนคนนี้น่ะ คนในกลุ่มรุมแกล้งน่ะไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าเป็นคนนอกนี่มันคงต้องแสกนกันหน่อยแล้วมั้ง


อาจารย์ก็อาจารย์เถอะ ไม่ยกเว้นหรอกนะ




-----------------------------------

*Boy in luv - BTS



>>Talk

ทรึ่งงงง วิ่งสี่คูณร้อยกลับมาอัพละค่ะ อะแฮ่ม ขออภัยที่ปล่อยให้รอกันพักนึงด้วยนะคะ 5555

ตอนนี้ก็เผยปมอาจารย์จองกันซักหน่อย และจกุกของเราก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างแล้วค่ะ(....)

ส่วนน้องแท ว่างๆต้องไปรดน้ำมนต์แล้------


แล้วก็หลังจากตอนนี้ไปอาจจะทิ้งระยะอีกนิดนึง อีกเรื่องกำลังจบแล้วค่ะ /สารภาพว่าอารมณ์ค้างด้วย #.... คงต้องไปเคี่ยวทางนั้นจนกว่าจะหมดแรงก่อน 55555 คาร์พี่จินต่างกันเป็นฟ้ากับเหวเลยค่ะ :'D แต่ยังไงก็จะพยายามไม่ทิ้งนานเกินนะคะ

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว มากๆเลยค่ะ คนไหนเล่นทวิตแต่ขี้เกียจเมนท์ในนี้ก็เล่นแท็คกันได้นะคะไม่ว่ากัน 55555 

ซียาเน็กซ์แชปเตอร์ค่ะ ยู้ฮู้ว ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #288 ปงจี้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:01
    พี่จินโดนเล่นละจ้าาาา555555555 สงสารแทแทไม่น่ามาติดบ่วงกับจารย์ยุนเลย จะโฮปย่าาา อย่าเกลียดนัมๆเลยนะ สงสารนัมๆหน่อย5555
    #288
    0
  2. #241 ana julia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 13:45
    จารย์พี่จินอย่าโรคจิตใส่น้องมากสิคะ จกุกกี้กลัวแล้ว 5555555
    ส่วนจารย์พี่กิ แง อย่ารุนแรงกะน้องแทนะคะ น้องแทแค่ซวยไปอยู่ตรงนั้นเอง
    จารย์จะมาพาน้องแทหลุดจากกรอบเด็กดีก็ต้องรักน้องเอ็นดูน้องให้มากๆเน้อ

    ส่วนจารย์จอง...ปมจารย์ช่างวุ่นวายยุ่งเหยิง ว่าแต่บ้านจารย์เกี่ยวไรกะจารย์พี่ม่อนเหรอคะ
    หรือแค่เสียเส้นที่จารย์พี่ม่อนดันได้ตำแหน่งหัวหน้าไรนั่น ไม่น่าใช่นิ
    #241
    0
  3. #194 k_922 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:00
    ในที่สุดจองกุกก็รู้ว่าควรระวังตัว 555 พี่กิอย่างรุนแรงกับน้องมากสินะ เข้าใจโฮซอกแล้วล่ะ
    #194
    0
  4. #177 minitis (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:24
    เด็กมันกลัวแล้วพี่จินเอ้ยความจิตที่พี่ปิดมันไม่มิด55555
    #177
    0
  5. #161 kukk1kk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:24
    อ.คะน้องกลัวจนส่งเพื่อนมาแทนล้าวววววววว เก็บอาการหน่อย55555555555
    #161
    0
  6. #74 Ren (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:00
    พี่จินอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะนอกจากโอเลี้ยงกับข้าวผัด //กด 191 แง กลัวมาก กลัวแล้ว ตอนเรียกเด็กดีของพี่นี่มันน่ากลัวมาก นกุกควรพาเพื่อนมาด้วยอย่างจริงจังค่ะ น้องคยอมทำดีมาก //ชูนิ้วโป้ง
    ส่วนก้าวีนี่ก๊าวใจเรามากเลยนะคะ =.,= สัมผัสได้ว่าในอนาคตพี่คงรักน้องซะตัวช้ำแน่เลย ไม่ก็เป็นสายเกรงใจแฟน...
    อาจารย์โฮปี้ต้องใจเย็นๆ ไม่ต้องสนจารย์ม่อนก็ได้เราจะเยียวยาจารย์เอง ฮิ
    #74
    0
  7. #60 ซิกแพ็ควอนโฮ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:39
    จารย์มินเว้ยอ่อนโยนกับน้องแทหน่อยสิ
    #60
    0
  8. #49 NCSJK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:11
    พี่จินชักจะออกตัวแรงเกินไปแล้วว น้องเริ่มกลัวแล้วเนี่ยยย เดี๋ยวก็อดกินเด็กกันพอดี ส่วนอ.มิน นี่เกี้ยวกราดจริงๆเลยต่ะ แทฮยองคงไม่ได้ใช้ชีวิตสงบสุขอีกแล้ว555 ส่วนอ.จองที่ไม่ชอบอ.นัมจุนก็เป็นเพราะงี้นี่เอง... .ตอนนี้เหลือแต่ปมเรื่องครอบครัวจองกุกแล้ววว ยังไงก็รออ่านต่อนะคะะ ไรท์รีบกลับมาอัพน้าาา
    #49
    1
    • #49-1 (จากตอนที่ 7)
      22 มกราคม 2560 / 12:13
      พี่จินบอกอะไรกันแค่จับมือเองนะ!! #หรา
      น้องแทก็ปากไวค่ะ ไม่ทันได้คิด 55555555 จบเลย
      ในส่วนอ.จองนั้น ขุ่นนัมจุนไม่รู้นี่สิคะว่าตัวเองโดนยี้เพราะอะไร :'D
      #49-1
  9. #48 Jung Tien-In (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 17:54
    จินงานเข้าละ กุกจะให้เพื่อนอาขนมมาให้ละ5555 กระต่ายตื่นละแก
    ยุนกิโอ๊ยแทกลัวหดละ ดูซิจะตามดูได้ตลอดมะอิอิ
    โฮซอกไม่ชอบรัมจุรเพราะงี้นี่เอง ถ้าได้เป็นหัวหน้าภาควิชาอย่างน้อยก็ไม่โดนที่บ้านดูถูกสินะ
    #48
    1
    • #48-1 (จากตอนที่ 7)
      21 มกราคม 2560 / 18:43
      น้องตุ่ยเริ่มเห็นงูบนหัวแล้วค่ะ(?) เริ่มหาทางหนี 5555
      ส่วนน้องแทกำลังจะกลายเป็นเหยื่ออารม---/เดี๋ยว
      อ.โฮซอกนี่เรื่องมันเศร้าค่ะ TT ใช้ชีวิตอยู่กับความกดดัน ฮืออออ
      #48-1
  10. #47 rikear_lope (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 10:08
    น้องกุกเซ้นส์น้แงมาแล้วค่ะ อ.ซอกจินจะไม่ได้เจอน้องหลายวันแน่ๆเลย แล้วเจอคยอมอีกอ.ต้องโดนคุมเข้มแล้วหล่ะค่ะ ขอให้โชคดีนะคะอ. อ.ยุนกินี่สายแบดมาก เจ็บแทนตาแท อ.โฮซอกนี่เหมือนเดินตามความฝันเลยค่ะ ที่ไม่ชอบอ.นัมจุนเพราะเค้าเป็นหัวหน้าภาคหรอคะหรือเราเข้าใจผิด
    #47
    1
    • #47-1 (จากตอนที่ 7)
      21 มกราคม 2560 / 10:44
      คุงครูซอกจินแผ่พลังงงานที่ไม่น่าไว้ใจออกมาค่ะ 5555 น้องเลยไม่รู้จะทำไง //แอบหลังเพื่อน
      ส่วนอ.กิยังคงคอนเซ็ปเกรี้ยวกราดใส่หนุ่มน้อย(...)
      อ.โฮจ๊อกเคืองที่นัมจุนได้ตำแหน่งก็ส่วนนึงค่ะ ;-; งือ
      #47-1