[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 6 : +5+ : Hide

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    11 ม.ค. 60


                --ก๊อก ก๊อก—

สิ้นเสียงเคาะไม่เท่าไหร่ ประตูก็เปิดออกโดยร่างเล็กเจ้าของห้อง โดยคนที่อยู่ตรงหน้านั้นก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างคิมซอกจิน


“เมื่อวานกูก็เพิ่งมาดูให้ นี่ไปมีเรื่องอีกแล้วเหรอ”

“พวกมันมาหาเรื่องกูก่อนเอง ใครจะไปยอมโดนเตะก้นฟรีๆวะ”

“เฮ้อ แล้วนั่นมันพวกไหน”

“ก็พวกเมื่อคืนวันศุกร์”


ซอกจินส่ายหน้าเบาๆ รู้สึกระอาอยู่เล็กๆพลางคิดว่าทำไมคนเรามันเจ้าคิดเจ้าแค้นได้ขนาดนี้กัน เขาพายุนกิไปนั่งที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ในโซนนั่งเล่นของห้องเจ้าตัว ก่อนจะลงมือสำรวจบาดแผลภายนอกคร่าวๆ ซึ่งหลังจากที่ตรวจดูหมดแล้วก็ไม่พบร่องรอยอะไรชวนน่าสงสัย อาจจะมีช้ำบ้างแต่มันก็บริเวณที่มีเสื้อผ้าปกปิด และดีอย่างคืออีกฝ่ายไม่มีรอยอะไรบนหน้า


“เออ มึง”

“ไรวะ”


ซอกจินเงยหน้า เมื่อจู่ๆเหมือนเพื่อนตัวเล็กของตนจะเอ่ยน้ำเสียงซีเรียสขึ้นมา


“เมื่อวานตอนกูอัดไอ้พวกนั้นอยู่ เสือกมีนักเรียนโรงเรียนเราเห็นว่ะ”

“ชิบ...”


จู่ๆก็เกิดความเงียบเข้าปกคลุมขึ้นมาทันที แต่ก็เป็นระยะเวลาที่สั้นมากเพราะพวกเขานั่งอึนกันอยู่แป๊บหนึ่ง


“แล้วมึงจะเอาไงต่อ”

“ฆ่าปิดปากมั้ง”


พอพูดจบร่างเล็กก็มีอันต้องหัวคลอนเนื่องจากโดนผลักหัวอย่างแรงจนเกือบหน้าทิ่ม


“โอ๊ย กูเป็นอาจารย์ ไม่ใช่ฆาตกรน่า”

“แล้วตกลงจะทำไง”


ยุนกินิ่งคิดไปก่อนจะเปรยๆออกมา


“ก็คง...อาจจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาก็ได้”


ซอกจินตรวจสภาพร่างกายเพื่อนเสร็จก็ขอตัวกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่ใส่เพื่อจะออกไปข้างนอก ก่อนจะโทรไปให้คนปลายสายรับรู้ก่อนว่าตนจะไปหา


ใช่แล้ว วันนี้คิมซอกจินจะออกไปหาจอนจองกุก อิ
_อิ


เมื่อคุยจนอีกฝ่ายรับรู้แล้วถึงแม้ว่าจะเป็นแม่ของทางนั้นและเอาขนมมาแอบอ้างก็เถอะ ยังไงไปหาก็ต้องเจออยู่ดีล่ะน่า นี่มันวันอาทิตย์นะ วันพักผ่อนของวัยเรียนวัยทำงาน มีหรือจะไม่อยู่บ้านกัน


ซอกจินก็อยู่บ้านนะที่จริง...ไปอยู่บ้านคนอื่น


เขาปิดห้องหลังจากที่หยิบของมีค่าที่จำเป็นแล้วลงลิฟต์ไปยังที่จอกรถ ก่อนจะขับออกไปยังที่หมายด้วยหัวใจที่พองโตราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้มที่กำลังมีความรัก


ตอนนี้เป็นวันอาทิตย์ช่วงสายๆ รถบนถนนก็เลยไม่ค่อยจะเยอะมากนัก ทำให้เขาใช้เวลาพอประมาณที่จะขับไปถึงที่บ้านของฝ่ายนั้น เขาแหงนมองไปยังบ้านสีฟ้าซีดทีไรก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แบบว่ายังไม่เห็นหน้า เห็นบ้านก็ยังดี


เมื่อจัดแจงจอดรถตรงหน้าบ้านเป็นมั่นเหมาะแล้วก็กดกริ่งเรียก ซึ่งไม่นานนักคุณนายจอนก็เดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดูสดใสเช่นเดิม แน่นอน ซอกจินมาอย่างเป็นมิตรใครๆก็ต้อนรับอยู่แล้ว


“แหม จริงๆไม่ต้องลำบากมาถึงบ้านก็ได้นะคะ”

“พอดีผมอยากลองแบบสดใหม่ๆจากเตา อบเสร็จก็ซื้อกินเลยนี่ครับ คงจะอร่อยขึ้นอีกแน่ๆ”


เธอหัวเราะเบาๆกับคำพูดนั้นก่อนจะพาอีกฝ่ายเข้ามานั่งรอในบ้าน ซึ่งเธอก็กำลังอบขนมอยู่จริงๆนั่นแหล่ะ

บรรยากาศพื้นที่นั่งกินอาหารที่ดูอบอุ่น บวกกันบริเวณครัวที่ติดกันนั้นกำลังมีกลิ่นของเบเกอรี่ที่กำลังอบอวลอยู่ มันรู้สึกดีซะจนอยากได้กาแฟร้อนๆสักแก้วแล้วก็มานั่งทำงานไปด้วยซะเลย แต่พอดีงานที่เขาทำอยู่มันไม่ต้องใช้เอกสารแล้วก็หอบโน้ตบุคไปไหนมาไหนนี่สิ ไม่งั้นอาจจะมีข้ออ้างหาเรื่องมาได้อีกเยอะ


“ว่าแต่วันนี้คุณแม่ทำอะไรเหรอครับเนี่ย”

“มัฟฟินช็อคโกแลตค่ะ สนใจรับซักชิ้นมั้ยคะ”

“สนใจขอสองชิ้นเลยละกันครับ”


สาวใหญ่ยิ้มรับอี่กครั้งก่อนยที่จะขอตัวหันไปจัดการกับเตาอบ ซอกจินมองดูเวลาที่ใกล้ๆเที่ยงแล้วก็นึกสงสัยว่าเขายังไม่เห็นจองกุกในบ้านเลย มองเข้าไปด้านในที่เป็นบริเวณไว้นั่งเล่นดูโทรทัศน์ก็ไม่มี หรือว่าป่านนี้...


“เอ่อ คุณแม่ครับ จองกุกยังไม่ตื่นเหรอ”

“อ๊ะ อ๋อ วันนี้เขาออกไปข้างนอกค่ะ ไปตั้งแต่ก่อนที่อาจารย์คิมจะเข้ามาได้ซักพักแล้ว”

“หืม? ออกไปเที่ยวหรอกเหรอครับ”

“เปล่าหรอกค่ะ เห็นว่าออกไปหาที่วาดรูปเพื่อจะวาดส่งงานที่ชมรมน่ะค่ะ”


ว้าย อะไรเอ่ยนก


ซอกจินรู้ดีว่าการตะล่อมเข้าหาโดยที่ไม่บอกอะไรตรงๆมักมีความเสี่ยงที่จะคลาดกัน แต่ก็ไม่นึกว่าจะคลาดกันตั้งแต่ครั้งแรกเลยนี่!

อ้อ ลืมไป...จริงๆไอ้ครั้งแรกน่ะโอกาสคลาดมันสูงกว่าครั้งอื่นเลยต่างหาก


“งั้นเหรอครับ แล้ววันนี้เขาไปวาดที่ไหนกันครับนี่”

“เอ...ไม่ทราบเหมือนกันค่ะอาจารย์ ก่อนออกไปดูเหมือนเขาจะบอกว่าไปหลายที่ แต่ก็คงไม่พ้นสวนสาธารณะหรอกค่ะ”


อาจารย์หนุ่มพยักหน้ารับพลางคิดหาหนทางไปด้วย ในเมื่อมาอย่างอ้อมๆชักไม่ได้ผล ยังไงก็ขอเปิดการ์ดถามมันตรงๆแบบนี้เลยละกัน


“คุณแม่ครับ คือ ถ้าผมจะขอเบอร์จองกุกเอาไว้ได้รึเปล่าครับ”


คุณนายจอนมองอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัยในขณะที่กำลังยกถาดขนมออกมาจากเตาอบ ซึ่งซอกจินก็ยังคงสำรวมโดยทำเพียงแค่คลี่ยิ้มเล็กน้อยอย่างมีมาด


“ว่าจะโทรถามเขาน่ะครับว่าอยู่ตรงไหน เผื่อผมผ่านอาจจะพามาส่งได้”

“ตายจริง อาจารย์ไม่ต้องเป็นธุระขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ เกรงใจจังเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไหนๆผมก็ขับรถออกมาข้างนอกแล้ว ยังไม่อยากกลับบ้านไวด้วยครับ” เขาพูดพลางหัวเราะเบาๆไปด้วย


เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบอกให้ทางนั้นรอก่อน ส่วนเธอก็ขอตัวเดินไปตรงห้องนั่งเล่นแป๊บหนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนหมายเลขอยู่ในนั้นและยื่นมันให้กับซอกจิน


“นี่เบอร์จองกุกค่ะ อ่า แล้วก็ก่อนจะออกไปอาจารย์จะอยู่กินมื้อเที่ยงก่อนก็ได้นะคะ ขับรถจะได้ไม่หิว ยังไงลูกฉันคงยังไม่วาดรูปเสร็จเร็วๆนี้หรอกค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอครับ อ่า ขอบคุณมากๆนะครับ จริงๆผมเองที่ต้องเป็นฝ่ายเกรงใจนะเนี่ย”


ฝ่ายสาวใหญ่ยิ้มออกมานิดหน่อยก่อนจะบอกว่าไม่เป็นไร คิดซะว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันก็ได้ และตอนนั้นเองซอกจินก็เลยอยู่กินมื้อเที่ยงที่บ้านจองกุก ก่อนจะขอตัวออกมาโดยที่คุณนายจอนนั้นฝากเบเกอรี่ไปให้ด้วยถ้าเจอจองกุก เพราะเธอคิดว่าลูกชายอาจจะยังไม่ได้กินอะไร หรืออย่างน้อยกลับเย็นก็ได้กินรองท้องไปพลางๆก็ยังดี


เมื่อซอกจินขึ้นรถ เขาก็เริ่มต้นเมมเบอร์และกดโทรไปหาเจ้าเด็กกระต่ายตัวโตนั่นทันที


เสียงรอสายดังอยู่พักหนึ่งก่อนจะมีคนรับ ทันทีที่ได้ยินเสียงทักทายของอีกฝ่ายก็พลันเกิดรอยยิ้มที่ใบหน้าหล่อของอาจารย์หนุ่มทันที


“ผมคิมซอกจิน อาจารย์ที่ห้องพยาบาลเองครับ”


เขารู้สึกว่าปลายสายจะเงียบไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาอย่างติดขัด


[อ..เอ่อ แล้วอาจารย์มีเบอร์ผม..ได้ไงครับ]

“ผมไปขอมาจากคุณแม่เธอเองแหล่ะ ไม่ต้องตกใจไปหรอกครับ”

[ครับๆ แล้ว อาจารย์มีอะไรเหรอครับ]

“คุณแม่บอกว่าเธอออกไปวาดรูปข้างนอก ผมก็เลยอยากรู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนน่ะ จะได้ไปรับกลับมาด้วยกัน”


และจองกุกก็เงียบไปอีกแล้ว

[จะดีเหรอครับอาจารย์ มันจะลำบากไปๆมาๆเอานะ]

“ไม่หรอก ผมขับรถมาเองนะอย่าลืมสิ อีกอย่างเผื่อเธอกลับเย็นจะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่นในรถเมล์แล้วคอยถือกระดานหลบคนนั้นคนนี้ด้วยนะ”


สุดท้ายหลังจากที่ดูเหมือนเจ้าเด็กม.ปลายนั้นจะชั่งใจอยู่ไม่นานนักก็ตอบกลับมาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่สวนฮโยชังนี่เอง ซึ่งซอกจินก็ยิ่งไม่มีปัญหาใหญ่เลยเพราะเขาจำได้ว่าสวนนี้มันก็อยู่แถวๆโรงเรียนนั่นแหล่ะถึงจะไม่ได้ใกล้กันเท่าไหร่ก็เถอะ และเมื่อนัดแนะอะไรกันเรียบร้อยแล้วเขาก็วางสายแล้วเริ่มออกรถขับตรงออกไปยังสวนฮโยชังทันที





 

                เด็กหนุ่มเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงตัวเองและเริ่มนั่งวาดรูปต่อไป ตอนนี้เขากำลังเริ่มเก็บรายละเอียดของแสงเงารวมทั้งเพิ่มพวกต้นไม้ใบหญ้าส่วนย่อยๆลงไปในภาพด้วยหลังจากที่เขาจัดการเก็บเส้นในส่วนโดยรวมไปแล้ว ถึงแม้จะเสียดายนิดหน่อยที่ตนอยากจะแต่งแต้มสีสันในภาพให้เหมือนกับความสวยงามของทิวทัศน์ตรงหน้าที่เป็นสีเขียวสดชื่นนั่น แต่การที่หอบเอาสีไม้ออกมาข้างนอกคิดๆไปแล้วมันก็ขี้เกียจ เลยจบที่ใช้สินสอไม้สีดำแรเงาไปแทน


ในขณะที่มือจับดินสออยู่นั้นจองกุกก็นึกสงสัยอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เรื่องที่ซอกจินโทรมาหาเขาเมื่อกี้แถมบอกว่าจะมารับ ทั้งที่จะไปซื้อขนมที่บ้านเขาแล้วก็จะกลับเลยก็ได้ไม่ใช่รึไง


น้ำใจงั้นหรือ ใครๆก็บอกว่าซอกจินเป็นอาจารย์ใจดี แต่แบบนี้มันก็ประหลาดเกินไป การที่เอาตัวมาติดกับเขาแบบนี้เขาจะกลายเป็นมือที่สามไหมเนี่ย


เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาวาดรูปต่อไปจนพักใหญ่จึงเสร็จ เขามองผลงานของตัวเองอย่างชื่นชมแล้วก็หยิบเอากระดาษเปล่าที่หนีบอยู่ใต้ภาพนั้นขึ้นมาซ้อนปิดด้านบนเอาไว้แล้วก็หนีบทับอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ภาพเปื้อน เมื่อเก็บของทั้งหมดเสร็จก็ลุกเดินออกไปรอด้านนอกในจุดที่นัดแนะกับซอกจินเอาไว้ ซึ่งเขารู้ว่าจากบ้านเขามาที่สวนฮโยชังมันไม่นานเท่าไหร่หรอก มันก็พอๆกับที่เขามาถึงโรงเรียน เพราะฉะนั้นเมื่อเดินออกมาแล้วจึงพบกับอีกคนที่นั่งรออยู่ก่อน ก็คงจะนั่งอยู่พักใหญ่แล้วมั้ง ซึ่งก็แอบขอบคุณในใจที่ไม่ได้โทรมาเร่ง


จองกุกเรียกชื่ออีกฝ่ายซึ่งทางนั้นก็หันมาพร้อมกับยิ้มให้พลางถามว่าวาดเสร็จแล้วเหรอ ขอดูหน่อยได้หรือเปล่า เขาก็มีท่าทีเก้อเขินนิดๆก่อนจะพลิกกระดาษที่ปิดภาพไว้ขึ้นมาแล้วยื่นให้ซอกจินดู

ซึ่งแน่นอนว่าอาจารย์หนุ่มเอ่ยปากชมออกมาอย่างไม่ต้องคิด


“โอ้โห นี่มันสวยมากเลยนะ ผมยังวาดไม่ได้ขนาดนี้เลย”

“อ...เอ่อ คนอื่นวาดสวยกว่าผมอีก” จองกุกหลบตานิดหน่อย

“ไม่หรอก อย่างน้อยก็มั่นใจตัวเองหน่อยนะครับ เรามีความสามารถนะ”


คำพูดของซอกจินทำให้จองกุกรู้สึกดีขึ้นมาอยู่บ้าง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขาไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากนัก

อีกฝ่ายยื่นเบเอรี่ที่ดูเหมือนจะเป็นขนมปังสอดไส้ให้กับเด็กหนุ่มพร้อมกับบอกว่าของคุณแม่ฝากมาให้เผื่อว่าลูกชายจะหิว ซึ่งจองกุกก็กล่าวขอบคุณก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถ


“อ่า..จองกุกอยากไปไหนต่อระหว่างนี้มั้ย”


คนข้างๆหันมองออกไปด้านนอกกระจกรถก่อนจะส่ายหัวเบาๆ


“ผมกลับบ้านดีกว่า เผื่อว่ากลับไปยังจะพอช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้างน่ะครับ”


...อา..เด็กดีของพี่


ซอกจินพูดคำนี้อยู่ในใจ ทั้งที่จริงๆแล้วอยากจะพูดออกปากไปใจจะขาด


และเอาจริงๆเขาก็คิดนะว่าไม่อยากได้ยินจองกุกเรียกเขาว่าอาจารย์เท่าไหร่เลย มันดูห่างเหิน ดูมีเส้นแบ่ง มีความต้องห้ามอยู่ในฐานะนั้น เป็นไปได้อยากให้เรียกว่าพี่ซอกจินมากกว่า หรือเรียกพี่จินไปเลยก็ได้ สนิทสนม


ว่าแต่...วันนั้นจะมาเมื่อไหร่กันนะ


และพอหลุดจากความคิดตัวเองมาได้ก็รู้สึกว่ามันเงียบอีกแล้ว และเด็กข้างกายนี่ก็นั่งเรียบร้อยเหมือนคราวที่มาส่งที่บ้านตอนแรกเป๊ะๆ นี่เขายังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยจะรีบกลัวทำไม ไม่เก็บไว้กลัวตอนเขาทำหรือ


ซอกจินสะบัดหัวอีกครั้งเพราะรู้สึกว่ามันเริ่มไม่ใช่ประเด็น


และสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเริ่มทำลายความเงียบขึ้นมา


“ว่าแต่ เธอชอบวาดรูปเหรอ?”

“อ่า..ครับ ใช่ ผมชอบวาดรูป”

“แล้วรูปที่วาดวันนี้ล่ะ”

“อันนั้นมันเป็นงานชมรมน่ะครับ ผมอยู่ชมรมศิลปะ”

“เหรอ จะว่าไปอยากเห็นรูปที่วาดไว้ทุกรูปเลยแฮะ”

“...ผมไม่ได้วาดเก่งมากหรอกครับ” น้ำเสียงของจองกุกหงอยลงเล็กน้อย

“ผมบอกแล้วไงว่ามั่นใจตัวเองหน่อยสิ อย่างรูปเมื่อกี้ผมชอบมากเลยนะ ถ้ามันไม่ใช่งานส่งผมอาจจะขอเธอมาใส่กรอบติดที่ห้องแล้วล่ะ”

“ขอบคุณนะครับ” แม้ว่าเด็กหนุ่มจะพูดเสียงเบาลง แต่มันก็เจือไปด้วยความดีใจปนโล่งใจขึ้นมา ก็แน่ล่ะ ตามประสาคนที่สร้างผลงาน ในใจลึกๆก็อยากให้คนมาชมมาเห็นคุณค่างานตัวเองอยู่แล้ว


และหลังจากนั้นซอกจินก็เริ่มถามไถ่เล็กๆน้อยๆอีกครั้งว่าจะไปแวะกินอะไรไหมเผื่อขนมปังไม่อิ่ม จองกุกก็บอกเพียงแค่ว่ากลับบ้านดีกว่า เขาอยากกลับไปกินอาหารที่คุณแม่เขาทำด้วย อาจารย์หนุ่มก็เลยไม่ถามอะไรอีกจนกระทั่งขับมาถึงบ้าน ก็เป็นเวลาใกล้จะสี่โมงเย็นพอดี เพราะตอนที่ออกมาจากสวนสาธารณะนั้นก็บ่ายคล้อยไปแล้ว


เมื่อขับเข้ามาจนใกล้กับหน้าบ้าน ทั้งคู่ก็เห็นรถยนต์อีกคันหนึ่งที่จอดหน้าบ้านจองกุกอยู่ก่อนแล้ว

ซึ่งเด็กหนุ่มเห็นรถคันดังกล่าวก็นิ่งไป


“หืม นั่นลูกค้าหรือว่าแขกมาเยี่ยมแม่ของเธอกันน่ะ”


ซอกจินหันไปถามจองกุกแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ อีกฝ่ายทำเพียงมองไปข้างหน้าทำให้เขาต้องเรียกอีกครั้ง


“อาจารย์จอดตรงนี้ล่ะครับ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างขึ้นมาเล็กน้อยเอ่ยบอกให้เขาจอดรถ ซึ่งก็ทำตามแต่โดยดีแม้ว่าตอนนี้จะไม่ค่อยใกล้หน้าบ้านของจองกุกเลยก็ตาม


จองกุกหันมาขอบคุณแล้วก็หยิบของก่อนจะลงจากรถแล้วเดินออกไป แต่อาจารย์หนุ่มก็ยังคงจอดมองอยู่อย่างนั้นจึงทำให้เห็นท่าทีที่ผิดสังเกตของอีกฝ่าย เหมือนกับไม่อยากเดินเข้าไปในบ้านเท่าไหร่ แถมยังคงหันกลับมามองเขาเป็นระยะอีกด้วยจนกระทั่งเด็กนั่นเปิดประตูรั้วเข้าบ้านไป


ตั้งแต่เขาหันมาสนใจเด็กคนนี้ ทำให้ตนได้รับรู้ว่าแบบนี้มันแปลก มันผิดสังเกต ทำให้รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาว่าจองกุกจะโอเคหรือเปล่า เพราะท่าทางที่ดูลำบากใจแบบนั้นมันทำให้เขาอดจะกังวลไม่ได้


แต่สุดท้ายตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงแค่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วกลับรถขับออกไปเท่านั้น

 




---------------------

 




                วันนี้จองกุกเข้าชมรมมาอย่างเงียบๆ แม้ว่าจะมีเสียงเอ่ยทักทายจากรุ่นน้องมาดังปกติ แต่เขาก็ทำเพียงยิ้มรับแล้วเดินไปนั่งข้างแบมแบมเช่นเคย


“จองกุก มึงเป็นอะไร วันนี้มึงเงียบๆนะ ว่าจะถามตั้งแต่เจอหน้าละแต่คนมันเยอะมึงคงไม่ยอมตอบหรอกใช่มะ”


เด็กหนุ่มส่งยิ้มจืดชืดไปให้ก่อนจะพูดเบาๆ


“มาอีกแล้ว”

“...เหรอ...เออน่ะ อย่าคิดมาก ทำใจให้สบายๆ ยังมีพวกกูอยู่กับมึงนะ”


เด็กหนุ่มชาวไทยยกมือตบบ่าเพื่อนร่วมชมรมที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสนิทอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะที่จะหันไปสนใจงานของตัวเองต่อ


จนกระทั่งใกล้เลิกเวลาเดิม เขาก็รีบเก็บของและวิ่งออกไปโดยไม่ลืมที่จะให้กำลังใจจองกุกอีกครั้ง


เด็กหนุ่มหอบกระเป๋าและวิ่งทั่กๆลงมาจากตึกเรียนที่สองซึ่งอยู่ตรงกลางตรงไปยังสนามกีฬากลางแจ้งทันทีซึ่งต้องอ้อมตึกสามที่อยู่ข้างๆนี่ไป ซึ่งสนามกีฬาที่ว่าจริงๆแล้วก็คือสนามฟุตบอล และรอบๆก็ทำลู่วิ่งเอาไว้ ส่วนรอบนอกก็จะเป็นอัฒจันทร์เอาไว้นั่งดูกีฬาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟุตบอล


พอวิ่งอ้อมตึกมาจนเจอทางเข้าไปด้านในก็ถึงเวลาเลิกพอดี เสียงออดดังไปทั่วบริเวณโรงเรียนพร้อมเสียงอื้ออึงที่เริ่มได้ยินเบาๆจากที่ไกลๆ เขาพยายามมองไปบริเวณลู่วิ่งที่ใกล้อัฒจันทร์แต่ก็ไม่มีร่างโปร่งบางที่คุ้นเคย ชมรมกรีฑามีคนอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรขนาดนั้น และผู้หญิงชมรมนี้ก็น้อยกว่าผู้ชาย แต่ลักษณะของเธอคนนั้นน่ะโดดเด่นกว่าเด็กผู้หญิงคนอื่นๆในชมรมซะอีก


แต่กลับไม่มีร่างของเธออยู่ตรงนั้น


แบมแบมกวาดสายตามองอย่างสงสัยและพอไม่เห็นจริงๆเลยว่าจะลองโทรถามดูจึงหยิบมือถือขึ้นมา แต่พอกำลังกดเข้าหน้ารายชื่ออยู่นั้นก็มีสายเข้ามาจากอีกฝ่ายพอดี


“ฮัลโหล อยู่ที่ไหนอะ ฉันมาหาที่สนามกีฬาแล้วไม่เห็นเลย”

[อยู่ห้องพยาบาลอะ โทษทีนะ]

“ห๊ะ อ้าวเหรอ โอเคๆ เดี๋ยวจะรีบไป”


เขารีบวางสายแล้ววิ่งออกไปจากบริเวณนั้นกลับไปยังตึกสองที่เป็นตึกปฏิบัติการอีกรอบ เนื่องจากห้องพยาบาลอยู่ชั้นแรกที่ตึกนั้น นึกหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อยว่าถ้าโทรไปถามป่านนี้คงไม่ต้องวิ่งกลับไปกลับมาอย่างนี้หรอก แต่ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้เขาเป็นห่วงคนที่อยู่ที่ห้องพยาบาลมากกว่า


“ลิซ่า”


เด็กหนุ่มร้องเรียกชื่อเพื่อนของตัวเองทันทีที่เห็นหน้า เด็กสาวในชุดวอร์มที่นั่งอยู่บนเตียงนั้นหันมาแล้วยกมือกวักเรียกให้อีกคนเดินเข้าห้อง ซึ่งแบมแบมก็รีบเข้ามาทันทีจนกระทั่งเห็นว่าที่ข้อเท้าซ้ายของเธอนั้นมีถุงประคบวางนาบอยู่


“อะไรเนี่ย เกิดอะไรขึ้น”

“ข้อเท้าพลิกน่ะ ไม่เป็นไรมากหรอก โทษทีที่ไม่ได้โทรบอกก่อนนะ นี่มาจากสนามกีฬาใช่มั้ย”

“ก็ใช่น่ะสิ”


เขาว่าพลางนั่งลงบนเตียงข้างๆเธอซึ่งก็เขยิบให้นั่ง ตาของเขาเหลือบมองไปยังข้อเท้าที่ถูกประคบอยู่อย่างเป็นกังวล


“นี่เลิกเรียนแล้ว เธอจะเดินยังไงเนี่ย ไหวรึเปล่า”

“อ่า ไหวสิ นี่ฉันมานั่งแช่เกือบๆครึ่งชั่วโมงละก็น่าจะหายแล้วล่ะ”


เด็กสาวเอาถุงประคบออกแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีเพื่อนของตนนั้นลุกตาม แต่พอสองเท้ามายืนบนพื้นเท่านั้นแหล่ะ บริเวณที่ปวดก็ส่งผลจนเธอต้องยู่หน้าพร้อมกับเซจวนเจียนจะล้ม ซึ่งโชคดีที่แบมแบมเข้ามาประคองได้ทันก่อน


“ลลิษา มีเพื่อนมารับแล้วใช่มั้ยครับ”


อาจารย์หนุ่มประจำห้องพยาบาลเดินกลับมาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แม้จะเรียกชื่อจริงของเธอด้วยสำเนียงแปร่งๆไปบ้างเล็กน้อย


“ใช่ครับ เดี๋ยวผมจะพากลับไปเอง”

“เดี๋ยวมาพันผ้านี่ก่อนแล้วค่อยกลับนะ แล้วก็หลังจากนี้เธอต้องงดวิ่งไประยะหนึ่งก่อน พยายามอย่าเพิ่งเดินลงน้ำหนักมากนะครับ”


ลิซ่าหน้าเศร้าเล็กน้อยขณะที่ซอกจินกำลังพันผ้ายืดให้ที่เท้า ถึงจะรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมจะเข้าใจก็ตาม แต่การที่เข้าชมรมแล้วมานั่งว่างๆมันก็รู้สึกไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้

เด็กทั้งสองคนพากันเดินออกมาจากห้องพยาบาล โดยมีอีกฝ่ายกำลังปิดห้องอยู่ และเมื่อล็อคห้องแล้วเขาก็เรียกนักเรียนทั้งคู่ไว้


“พวกเธอสองคนก็กลับกันดีๆนะ แล้วก็ดูแลเพื่อนด้วยนะครับ”

“ครับ ขอบคุณมากนะครับอาจารย์”


ซอกจินยิ้มรับแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งสองคนนั้นก็พากันเดินออกไปอย่างทุลักทุเลเบาๆ แม้ว่าลิซ่าจะถือกระเป๋าเสื้อผ้าที่มีรองเท้านักเรียนอยู่ในนั้น แล้วก็รองเท้าผ้าใบอีกข้าง ในขณะที่แบมแบมหิ้วกระเป๋านักเรียนสองใบโดยที่ประคองร่างของเพื่อนไปด้วย ระหว่างที่เดินออกจากโรงเรียนก็มีคุยถามไถ่กันบ้างว่าไปวิ่งอีท่าไหนให้ข้อเท้าพลิก ซึ่งลิซ่าก็หัวเราะแล้วบอกว่าท่าไม่สวยหรอก ถ้าสวยคงไม่พลิก เลยโดนแบมแบมดีดหน้าผากไปที


พอทั้งคู่เดินมาจนถึงหน้าโรงเรียนแล้วก็เดินเลี้ยวออกไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางกลับบ้านประจำ เด็กหนุ่มก็หยุดเดินแล้วฝากกระเป๋านักเรียนสองใบนั้นให้ลิซ่าถือก่อนจะย่อตัวลง


“เธอขี่หลังฉันไปดีกว่านะ”

“เฮ้ย อะไรกัน จะดีเหรอ เดินไปด้วยกันนี่แหล่ะ”

“น่า มาเถอะ บ้านเราก็ไม่เท่าไหร่เอง บ้านเธอถึงก่อนฉันอีกนี่ อีกอย่างฉันไม่อยากให้เธอเดินเยอะด้วย”


ลิซ่ามองแล้วก็ลังเลอยู่ครึ่งหนึ่งก่อนจะเอ่ยขอโทษแล้วปีนขึ้นหลังอีกฝ่ายไป แล้วก็ส่งกระเป๋านักเรียนสองใบให้อีกฝ่ายถือตามเดิมส่วนตัวเองก็สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าและถือรองเท้าผ้าใบข้างหนึ่งเช่นเดิม

และเมื่อขี่หลังจัดของอะไรกันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดิน โดยที่เด็กหนุ่มเอ่ยทักขึ้นมา


“แป๊ก นี่เธอตัวเบาไปแล้วนะ กินข้าวบ้างมั้ยเนี่ย”


แบมแบมเรียกชื่อเล่นจริงๆของสาวเจ้าออกมาซึ่งก็คือมาจากป๊อกแป๊ก แต่จะเรียกกันตอนที่อยู่สองคนเท่านั้นเพราะคนอื่นน่าจะชินกับชื่อลิซ่ามากกว่า

เธอกอดคอเพื่อนแน่นขึ้นอีกนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะเสียงใส


“ไม่ดีเหรอ นายจะได้แบกได้อุ้มฉันไหวไง”



“อืม”


เด็กหนุ่มตอบรับไปอย่างนั้น แต่ในใจของเขาเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา โดยเฉพาะเจ้าก้อนเนื้อข้างในอกด้านซ้ายที่จู่ๆมันก็เต้นตุบๆดังขึ้นมามากกว่าปกติ


...อ่า


แบมแบมเม้มปาก ความจริง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอกนะ

แต่การที่ใจเต้นแล้วรู้สึกวูบวาบแบบนี้ พอมันเกิดขึ้นทีไรก็ไม่ค่อยจะชินทุกทีเลยสิน่า


เขาเดินไปทั้งอย่างนั้นโดยที่ได้ยินเพื่อนสาวบ่นเจื้อยแจ้วออกมาว่าจากนี้ไปอยู่ชมรมต้องว่างแน่ๆ กลับก่อนก็ไม่ได้ซะด้วย คงนั่งแหง็กอยู่เฉยๆมองคนอื่นวิ่งอย่างเดียว ซึ่งคนฟังก็ได้แต่อมยิ้มซึ่งอีกฝ่ายไม่เห็นแน่ๆ


ว่าตอนนี้เขามีความสุขมากขนาดไหน


แม้มันจะยังคงอยู่แค่ในใจก็ตามที...




------------------------




>>Talk

มาค่ะ เพิ่มมาสามปมในตอนเดี------- 

อวยพรให้ตะยองล่วงหน้ากันนะคะ /ผิช

ส่วนคุณพี่จินก็มีเรื่องจกุกให้กลับมาคิดต่ออีกละค่ะ 55555 อะไรกันน้อออ

ด้านคู่แทกุกไลน์นั้น...*เปิดเพลงเพื่อนสนิทวนไปค่ะ*


เย่เย่ กลับมาอัพต่อนะคะ เหมือนจะหายไปนานหลังจากหยุดปีใหม่ได้หมดไป 555555555 คือแว่บไปดูเรื่องอื่นด้วยน่ะค่ะ ซึ่งสองเรื่องยาวนั้นก็เข้าครึ่งหลังของเนื้อเรื่องแล้วทั้งคู่เลย พยายามจะเคี่ยวให้จบในปีนี้อยู่ค่ะ ฮือ 

ส่วนเรื่องนี้เราก็อยู่ด้วยกันต่อไปค่ะ ฮา ขอบคุณสำหรับเฟฟ คอมเมนท์แล้วก็คนที่แวะเวียนเข้ามาดูด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #287 mayupong-111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:36
    พี่จินนี่ถ้าเบ้าหน้าไม่ดูเป็นคนดีนี่จะเข้าหากุกยังไงล่ะเนี่ย555555555555565
    #287
    0
  2. #240 anajulianovela (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:01
    คู่เพื่อนนี่ก็แอบรักได้น่าเอ็นดู๊~~~~ ค่อยๆรักค่อยๆดูแลกันไปนะลูก

    แต่ๆๆๆ บ้านจกุกกี้มีดราม่าอะไรคะ แง ไม่นะ จกุกเด็กดีต้องมีแต่ความสุขสิ
    #240
    0
  3. #193 k_92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 15:55
    พี่จินนี่เคยคิดดีกับจองกุกบ้างมั้ยยยย แล้วใครไปบ้านจองกุก
    แบมแบมกับป๊อกแป๊ก น่ารักกก
    #193
    0
  4. #176 kyuri13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:12
    ใครกันที่มาที่บ้านกุก?? กุกอย่าคิดมากยุนกิก็แค่เพื่อนน
    #176
    0
  5. #160 rakprom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:22
    แทกุกไลนนนนนนนนนน์น่ารักจางงงงงง
    ส่วนอจ.มินคะ น้องกลัวหมดแล้ว ฮืออออออออออออออออ
    #160
    0
  6. #73 seris (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:55
    คนที่มาพ่อนกุกรึเปล่านะ?? ส่วนแบมลิซนี่น่าร้ากกกก ชอบๆ ส่วนอาจารย์ยังคงรักษาระดับความเป็นภัยสังคมอย่างต่อเนื่องนะคะ แต่ตอนนี้เสียใจด้วย ว้าย อะไรเอ่ยนก 555555555
    #73
    0
  7. #65 Pattranit-- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:31
    แงงง รอก้าวี~~
    #65
    0
  8. #50 geng_vayo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 09:09
    เเทกุกไลน์ อหหห มีความละมุนละม่อมจนต้องร้องขอชีวิต เราจิร้องไห้ 55555555 ไรท์สนใจเเต่งเเยกไหมคะ เเง้งงง ส่วนคู่หลัก โถ่จองกุก5555555
    #50
    1
    • #50-1 Tsukihana(จากตอนที่ 6)
      22 มกราคม 2560 / 12:19
      ดีใจที่ชอบนะคะะ //// แต่ไรต์กลัวว่าแยกแล้วจะแต่งไม่จบ 5555 คู่นี้อาจจะมีบทมากขึ้นในสเปก็ได้ค่ะแต่ก็ยังไม่แน่นอนเท่าไหร่ จะพยายามใส่ในเรื่องหลักมาเรื่อยๆนะคะ U U,,
      #50-1
  9. #46 tienin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 06:30
    รอก้าวีสุดๆ จินนี่น้าเกือบนกละอิอิ ใครมาหากุกกันน่ะ แบมกับลิซ่าน่ารัก
    #46
    1
    • #46-1 Tsukihana(จากตอนที่ 6)
      18 มกราคม 2560 / 04:49
      ก้าวีมาแน่ค่ะ 5555 คุงครูออกปากมาซะขนาดนี้แล้ว
      เราต้องให้คะแนนความพยายามของพี่จินนะคะ--
      U U แทกุกไลน์ตะมุตะมิสมวัยใสค่ะ ฮี่
      #46-1
  10. #40 Bs_Yng (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 00:02
    ขออนุญาตข้ามไปหวีดแทกุกไลน์แปปนะคะ แบบ โอ้วววววว เขินจนกรี๊ดไม่มีเสียงออกมาเลยค่ะ 555555555 มันแบบ ฮือออ น่ารักจัง
    กลับเข้าเรื่อง คู่หลักนี่ ครูคิมเขาดูจะเลือกเข้าทางคุณแม่ได้ดีเลยนะคะ แหม่ หนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะจองกุก 5555555 ส่วนคู่ก้าวีนี่.. คนน้องจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ 55555 เป็นห่วงจัง อย่าใจร้ายกับน้องนักเลยนะคะ
    #40
    1
    • #40-1 Tsukihana(จากตอนที่ 6)
      18 มกราคม 2560 / 04:53
      ตามสบายเลยค่า 55555 ตอนนั่งนึกโมเม้นก็แบบ อ๊าาาาา เหมือนกัน /__\,,
      อ.ซอกจินเป็นผู้มีความพยายามค่ะ จะไม่กลายพันธุ์เป็นสัตว์ปีกแน่นอ---
      ก้าวีอันนี้คงต้องลุ้นละค่ะว่าอ.กิจะเมตตาขนาดไหน (...)
      #40-1
  11. #39 bill-lion (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:41
    ตลกอ.ซอกจินอ่ะ คนอะไร นกเจอที่บ้านแต่อ.เค้าพยายามเหลือเกินค่ะ อย่างน้อยรับกลับก็ยังดี มีชมน้องด้วยอ่ะ เดี๋ยวน้องต้องเรียกพี่จินซักวันแหละค่ะ เป็นกำลังใจให้ *ตบบ่า* แล้วใครกันที่มาที่บ้านน้องกุก เค้ามาจีบคุณแม่น้องกุกหรือเปล่าคะ แทกุกไลน์น่าร้ากกกก น้องแบมดูแลลลิซดีมั่ก ใจเต้นไปสิ น้องวีก็ขอให้โชคดีนะลูก โดนจับตามองขนาดนั้น
    #39
    1
    • #39-1 Tsukihana(จากตอนที่ 6)
      18 มกราคม 2560 / 04:59
      ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก 55555 พี่จินแกยังมีอิมเมจคนดีไว้หลอกคนอื่---เอ๊ย ไว้เข้าหาค่ะ
      ส่วนแขกบ้านจกุกเดี๋ยวไม่นานก็น่าจะได้รู้กัน อะแหะ
      หนุ่มสาวสองคนนั่นโชโจไอสมวัยค่ะ 555 ใสใส
      ต่อไปก็มาอวยพรน้องแทกันนะคะ :'D
      #39-1
  12. #38 Nayhrp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:01
    อ.มินจะมาโหดใส่แทฮยองเด็กเนิร์ดไม่ได้นะคะะะ สงสาร กลัวช็อค5555 ส่วนอ.ซอกจินนี่รุกหนักมากเลยค่ะะ พยายามต่อไปนะคะะ นี่อยากรู้แล้วว่าใครกันที่กลับมาบ้านจองกุก ไรท์รีบกลับมาอัพต่อน้าาา~
    #38
    1
    • #38-1 Tsukihana(จากตอนที่ 6)
      18 มกราคม 2560 / 05:04
      อ.มินถือคติ คุยด้วยปากไม่รู้เรื่องก็คุยด้วยหมัดละกั---/มรั่ย อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้นะคะ 5555
      ส่วนคุณอ.ห้องพยาบาลนั้นนน รีบค่ะ เด็กน่ารักขนาดนี้ต้องรีบสอย(....)
      #38-1