[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 5 : +4+ : Who

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    3 ม.ค. 60


                วันสุดสัปดาห์วนมาอีกครั้งซึ่งจะว่าเร็วมันก็เร็วถ้าไม่ได้ใส่ใจในแต่ละวันและยอมให้เวลามันเดินไปเรื่อยๆ

โรงเรียนเลิกแล้ว บรรดานักเรียนก็พากันกลับบ้านอย่างพร้อมเพรียง อาจารย์ก็เช่นกัน


ชายหนุ่มทั้งสองเดินออกมายังลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้าของตึกเรียนเพื่อจะขึ้นรถกลับบ้าน และด้วยความที่วันนี้เป็นวันศุกร์ เขาคิดว่ารถน่าจะติดขึ้นมากกว่าเดิมนิดหน่อยแม้ว่าจะไม่ใช่ปลายเดือนก็ตาม แต่มันก็ใกล้แล้วล่ะ


และในขณะที่กำลังไขกุญแจรถอยู่นั้น ตาเขาก็มองไปยังตึกฝั่งขวาเมื่อมองจากมุมด้านหน้า ที่ส่วนใหญ่ประตูห้องจะปิดหมดแล้ว แต่เหลืออยู่ห้องหนึ่งที่ชั้นสองซึ่งยังมีไฟเปิดอยู่ แถมก็ดูท่าจะยังมีคนอยู่ในนั้นด้วย เขาจึงชี้ชวนให้เพื่อนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆดู


“บนตึกเขาทำไรกันวะ เด็กเลิกเรียนกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”

“กูจะรู้มั้ย ไม่ได้สอนอยู่ตึกนั้นนี่ ว่าแต่ตรงนั้นมันห้องของชั้นไหนน่ะ”

“ปีสามปะ ไม่แน่ใจวุ้ย กูไม่ได้เดินตามตึกด้วยดิ”


ในขณะที่เพื่อนซี้ทั้งสองกำลังแหงนมองด้วยความสงสัยอยู่นั้น อาจารย์หนุ่มตัวเล็กอีกคนที่เดินมาด้านหลังเพื่อจะไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเห็นทั้งคู่กำลังมองอะไรอยู่ก็สงสัยจึงร้องทัก


“อ้าว คุณยุนกิกับคุณซอกจินไม่ใช่เหรอครับนั่น”


แน่นอนว่าเขาจำได้แม้ว่าจะหันหลังอยู่ เพราะสีผมเด่นขนาดนั้น และคนที่อยู่ข้างๆซอกจินก็เป็นใครไม่ได้นอกจากยุนกิ

และเมื่อได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง ทั้งสองคนจึงหันกลับมาก็พบกับอาจารย์สอนพละศึกษาอย่างจีมินยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าสงสัยเช่นกัน


“อ่า ใช่ครับ คุณ..จีมิน”

“ครับผม ว่าแต่ดูอะไรกันอยู่เหรอครับ”

“ผมสงสัยน่ะครับว่าข้างบนเขาทำอะไรกัน” ซอกจินชี้มือไปยังห้องที่เปิดไฟ ซึ่งอีกฝ่ายก็ชะเง้อมองตาม

“อ๋ออออ เห็นว่าเป็นคลาสเรียนพิเศษภาษาอังกฤษของเด็กปีสามนะครับ เขาเรียนกันที่ห้องเอน่ะ”

“อะ อย่างนั้นเองเหรอครับ ขอบคุณมาก”

“ยินดีครับ ผมกลับบ้านก่อนล่ะเดี๋ยวรถติด ทั้งสองคนก็กลับดีๆนะครับ”


จีมินกล่าวลาพร้อมกับยิ้มให้จนแก้มกลมๆนั้นเห็นเด่นชัดกว่าเดิม ซึ่งสองคนนั้นก็โบกมือตอบโดยที่คนละฟิลลิ่งกันเลยในเมื่อซอกจินยิ้มแย้มอย่างปกติ แต่ยุนกิทำเพียงมองนิ่งๆแล้วก็โบกมือเล็กน้อยเท่านั้น

และพอเห็นว่าจีมินเดินออกไปแล้วซอกจินก็หันกลับมาหาเพื่อนพลางกำลังคิด


“เมื่อกี้เขาบอกว่าเป็นคลาสเด็กปีสามใช่มะ”

“ใช่ ทำไมเหรอ”

“มึงคิดว่าจองกุกจะเรียนด้วยปะวะ”

“....”


ยุนกิพ่นลมหายใจออกมาแรงๆเมื่อได้ยินข้อสันนิษฐานที่ไม่พ้นเจ้าเด็กกระต่ายปีสามคนนั้นอีกแล้ว


“ไม่รู้เว้ย”

“งั้นขึ้นไปดูกันเหอะ”

“อะไรนะ!?

“ไปดูไง มาเร็ว ไม่มีคนละ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราแอบขึ้นตึกมาหรอกน่า”


ตาเล็กๆของอาจารย์สอนดนตรีเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อแขนของเขาโดนเจ้าเพื่อนตัวดีจับลากแล้วเดินมุ่งกลับเข้าไปยังตึกเรียน จะว่างงก็งง แต่ก็ไม่อยากงงนานนักเพราะมันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องไปด้วยเนี่ย


เมื่อขายาวก้าวขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็จะพบกับห้องเอตรงหน้าพอดี และโชคดีที่ประตูเป็นแบบทึบและมีช่องกระจกนิดเดียวคล้ายประตูในห้องที่โรงพยาบาล ก็เลยไม่มีใครสังเกตเห็นได้ แต่ว่ากระจกที่ติดด้านนอกห้องเป็นแบบมัวจึงยากที่จะเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องบ้าง แต่กะคร่าวๆตามที่เห็นเป็นรูปร่างแล้วก็ดูเหมือนจะมีอยู่พอประมาณ


“ทำไมทำกระจกแบบนี้วะ มองไม่เห็น”

“เพราะมีคนแบบมึงอยู่ไงไอ้จิน”


ซอกจินตบหลังเพื่อนดังป้าบแทนคำตอบ ก่อนที่จะยืนคิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะเห็นข้างใน จนเขาตัดสินใจได้ว่าจะแอบๆแง้มประตูดูก็แล้วกัน

เมื่อเขาเข้าไปเกาะประตูและเอาหน้าแนบพลางค่อยๆเลื่อนประตูออก ซึ่งโชคดีที่เป็นประตูเลื่อน ทำให้ไม่ต้องหมุนลูกบิดให้เป็นที่สังเกต

พอแง้มออกได้ราวๆเซ็นต์สองเซ็นต์ ตัวเองก็ส่องเข้าไปมองด้านในอย่างตั้งใจทันที โดยมียุนกิยืนกอดอกทำหน้าเอือมอยู่ด้านหลังแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา


ฝ่ายอาจารย์ห้องพยาบาลสุดหล่อนั้นพยายามเพ่งมองเข้าไป ด้วยความที่มันเป็นประตูด้านหน้าห้องทำให้มีจุดอับสายตาด้านซ้ายจนทำให้อดที่จะจิ๊ปากอย่างขัดใจไม่ได้ แต่เมื่อกวาดมองอีกทีก็เจอใบหน้าที่คุ้นตานั่งอยู่เกือบริมขวาสุดที่แถวสองถัดจากด้านหน้าซึ่งไม่มีใครนั่ง

ตากลมๆที่ดูไร้เดียงสานั้นกำลังจ้องมองมาทางหน้าห้องอย่างตั้งใจ ซึ่งทำให้ซอกจินอดยิ้มตามไม่ได้


...จอนจองกุกทำไมน่ารักอย่างนี้ครับ ฮือๆ


เขาอยากโดนจ้องแบบนี้บ้าง แววตาสงสัยอย่างซื่อๆมันช่างน่าดึงดูดอะไรเช่นนี้

พอมองอยู่ได้สักพักจนกระทั่งรับรู้ว่ามีคนสะกิดอยู่ด้านหลัง หันไปก็เห็นเพื่อนตัวเล็กทำหน้าเซ็งไม่รู้จะเซ็งยังไงแล้ว


“กลับได้ยัง กูหิวแล้ว”

“เออๆ ไปก็ไป”


ซอกจินหันไปมองในห้องอย่างอาลัยอาวรณ์อีกครั้งก่อนจะค่อยๆเลื่อนประตูปิดตามเดิมแล้วก็พากันเดินลงจากตึกไปโดยไม่ให้เป็นที่สังเกต ซึ่งโชคดีว่าข้างล่างไม่ค่อยมีคนแล้ว โดยที่พอเดินมาถึงรถเจ้าตัวก็ยังไม่วายพูดขึ้นมาอีก


“หิวจังมึง”

“ก็มัวแต่โอ้เอ้ สมน้ำหน้า”

“ไม่ใช่ กูหิวน้อง”

“...”


ยุนกิเงียบไปรอบที่สองด้วยความอึ้ง นี่เพราะว่าเป็นเพื่อนกันอยู่กันสองคนหรือเปล่า ซอกจินถึงได้กล้าพูดอะไรที่มันดูคุกคามอย่างจริงใจขนาดนี้


“ได้ซักคำแล้วจะตั้งใจสอนเลย”

“มึงไม่ได้สอน!


เหมือนโดนเอาคืนจากที่โดนตบหลังไปบนตึก แต่กลายเป็นร่างเล็กตบหัวอีกฝ่ายไปแทน ซึ่งดีแล้วที่นักเรียนกลับกันไปหมดไม่อย่างนั้นคงเป็นภาพฉาวชนิดที่ดิสแพทก็ถ่ายไม่ได้แน่ๆ

ซอกจินเดินลูบหัวป้อยๆขึ้นรถแล้วก็ยู่ปากเป็นเด็กๆ แน่นอนว่าไม่ได้รับการเอ็นดูจากคนข้างๆแต่อย่างใด


จริงๆเมื่อกี้ก็พูดเล่นๆไปล่ะนะ


แต่ถ้าได้ก็ดีใช่ไหมล่ะ





 

                ในห้องเรียนคลาสพิเศษวันแรกนี้ไม่เคร่งเครียดอย่างที่คิด เป็นเพราะว่าข้างๆจองกุกมีเพื่อนร่วมชั้นอย่างคิมแทฮยองด้วยหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ แต่ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง เพราะอย่างน้อยก็ดีกว่านั่งข้างคนไม่รู้จักกันเลย

เด็กหนุ่มก้มหน้าเขียนแบบฝึกหัดตามที่ได้หัวข้อไปตามปกติ และโชคดีที่นักเรียนไม่ได้เยอะมาก อาจารย์นัมจุนก็เลยสามารถเดินดูเด็กทุกคนในห้องได้ และเมื่อเขาวนมาแถวที่จองกุกนั่งอยู่ และตรวจงานของแทฮยองไปแล้ว อาจารย์หนุ่มก็ยื่นหน้ามาดูงานของคนที่นั่งข้างๆหลานตัวเองบ้าง

และเมื่อจองกุกเขียนเสร็จแล้วหันไปเห็นพอดี เขาเลยส่งยิ้มเก้อๆพร้อมกับเลื่อนสมุดเรียนให้อีกคนได้ตรวจถนัดๆ ซึ่งพอนัมจุนรับมันมาดูแล้วคิ้วของเขาก็ค่อยๆขมวด

ลายมือของจองกุกไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาก็คือเจ้าภาษาอังกฤษที่อยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก

แกรมม่ายังมีผิดอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เห็นไม่ค่อยปกติก็แลว่าจะเป็นศัพท์คำหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจ


“เธอ จอนจองกุกใช่มั้ย คำนี้มันหมายความว่ายังไงนะ?”


พอตาแป๋วๆของเด็กหนุ่มมองสมุดก็ร้องอ๋อเบาๆแล้วก็ตอบอย่างมั่นใจ


“จูลี่ เดือนเจ็ดไม่ใช่เหรอครับอาจารย์”


นัมจุนติดสตันไปชั่วครู่พร้อมกับขยับแว่น เขาหยิบปากกาที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อออกมาแล้วจิ้มชี้ไปที่ศัพท์เดือนเจ็ดนั่น


“ถ้าเธอบอกว่านั่นคือเดือนเจ็ด มันต้องเป็นตัว L ไม่ใช่ I นะครับ”


หะ

จองกุกได้รับสมุดคืนมาพร้อมตัวอักษรที่มีเส้นแดงขีดไว้ เขามองมันอย่างหลากหลายความรู้สึก


“จองกุก” แทฮยองหันมาพูดเสียงเบาพลางป้องปากจนคล้ายกระซิบ

“หือ?”

“เดือนเจ็ด อ่านว่าจูลายนะ...”

...

...


08.25 PM July J : {พวกมึงงงงงงงงงงงงงงงงงงง}

08.25 PM : {ทำไมไม่มีใครแก้ให้กูเลยวะ!!!}

Gyeommy : {เป็นบ้าอะไรของมึ้ง} 08.27 PM

08.28 PM July J : {ชื่อแชทกูเนี่ยยย กูเขียน Juiy มาปีกว่าเลยนะโว้ย}

มิงมิง : {อ้าว กูนึกว่าจงใจ} 08.28 PM

08.29 PM July J : {จงใจกับผีอะไรเล่า กูอุตส่าห์จะตั้งชื่อคู่กับไอ้จุนฮเวมัน}

JUNE : {ส่งรูปภาพ} 08.30 PM

08.30 PM July J : {เชี่ยยยย นี่มึงแคปเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่}

JUNE : {นานละ ตั้งแต่มึงเปลี่ยนชื่อนั่นแหล่ะ} 08.31 PM


วินาทีนี้จองกุกรู้สึกหลังหักดังเป๊าะ ถ้าเพื่อนจะทรยศกันขนาดนี้


08.31 PM July J : {ละก็ไม่บอกกูเลยเนี่ยนะ!}

JUNE : {ทำไมต้องบอกวะ 55555555555555555555} 08.31 PM

Gyeommy : {มันอ่านว่าไรนะ} 08.32 PM

แบมแบมแบม : {จุ๋ย} 08.33 PM

Gyeommy : {จุ๋ย} 08.33 PM

มิงมิง : {จุ๋ย} 08.34 PM

JUNE : {จุ๋ย} 08.34 PM

08.35 PM July J : {สัสสสสส เกลียดพวกมึงงง}

08.35 PM : {**ย}

ROSE : {ย้า! จองกุก เบาๆหน่อยสิยะ เกรงใจสาวน้อยในห้องบ้างสิ!} 08.36 PM


เด็กหนุ่มคิดว่าถ้าเขาเก่งภาษาต่างประเทศมากกว่านี้ จะกรีดร้องมันทุกภาษาที่รู้เลย แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ก็นอนทุบหมอนอย่างคับแค้นใจไปก่อน หน้าแหกจากที่โรงเรียนไม่พอ โดนเพื่อนซ้ำเติมอีกต่างหาก

เขาว่าเขาเล่นเกมมาก็เยอะนะ มันต้องได้ภาษาบ้างสิ นี่ทำไมเหมือนไม่ได้อะไรเลย หรือเขาไม่จำกันนะ เฮ้อ

ดูเหมือนแค่คลาสพิเศษทุกศุกร์มันไม่เพียงพอแล้วละมั้งเนี่ย




 

----------------------------------





 

                แสงไฟหลากสีสาดส่องไปถ้วนทั่วบริเวณที่มองไปทางไหนก็มีแต่ผู้คน เคล้ากับเสียงอึกทึกของดนตรีที่กำลังบรรเลง จังหวะที่หนักหน่วงของมันกระตุ้นให้ร่างกายอยากจะลุกขึ้นมาขยับได้เป็นอย่างดี แล้วถ้ายิ่งกรึ่มๆได้ที่ด้วยแล้ว


มือขาวของชายหนุ่มกดจิ้มปุ่มเอฟเฟคเสียงแทรกอย่างชำนาญ พลางมิกซ์เพลงแดนซ์จังหวะแรงๆไปหลังจากที่วอร์มอัพมาระยะหนึ่งแล้ว พวกเขาเพลิดเพลินกับเสียงเพลงสนุกๆแบบนี้ไปพักใหญ่ๆจนกระทั่งเขาปรับจังหวะให้เบาลงมา จากนั้นก็เข้าช่วงเบรก

เขาถอดหูฟังราคาแพงแล้วห้อยคอไว้พลางเก็บของที่จำเป็น ในขณะเดียวกันชายคนหนึ่งที่อายุมากกว่าราวๆเกือบๆสิบปีก็เดินเข้ามาหาพร้อมตบบ่า


“วันนี้ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้นายคงกร่อยแน่”

“ผมสิต้องขอบคุณ พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ทำตรงนี้นานแล้วตั้งแต่เรียนจบแต่ก็ยังไว้ใจให้ผมมาช่วยเนี่ย”

“ก็มันนึกถึงคนอื่นไม่ออกแล้วนอกจากนายนี่ เป็นไปได้ก็ไม่อยากรบกวนคนใช้ชีวิตธรรมดาหรอก”


อีกฝ่ายหัวเราะออกมานิดหน่อยก่อนจะยกหูฟังที่คล้องคอตัวเองออกมาพันสายแล้วก็ยื่นคืนให้คนที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการผับแห่งนี้


“ค่าแรงฉันจะโอนเข้าบัญชีเดิมละกัน แล้วก็วันนี้กลับได้แล้วล่ะ พักผ่อนซะ ไว้เจอกันนะ”

“ครับพี่”


ชายหนุ่มค้อมหัวให้กับพี่ผู้จัดการแล้วก็ปลีกตัวเดินออกมา โดยเดินลงมายังโซนปกติที่มีผู้คนแออัดกันอยู่ และด้วยความที่คนเบียดกันขนาดนี้ มันต้องมีเหยียบกันบ้างเป็นธรรมดา ปัญหาเบสิค

ใช่ ปัญหาเบสิคที่บานปลายได้ยิ่งกว่าดอกไม้


“เฮ้ย ขอโทษกูเดี๋ยวนี้”


มือใหญ่คว้าคอเสื้อของชายที่บังอาจเดินเหยียบเท้าแล้วเดินผ่านไป ส่วนเจ้าตัวนั้นก็ทำเพียงแค่หันมามอง แล้วก็เลื่อนสายตาลงต่ำ


“ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ”

“จงใจกวนกูเหรอ”

“เปล่า ก็ขอโทษแล้วไง”


ชายที่โดนดึงคอเสื้อไว้เริ่มชักสีหน้าอย่างรำคาญ เลยยิ่งทำให้ร่างสูงนั่นที่กำลังเมาๆได้ที่ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม


“มึง!!


แต่ยังไม่ทันที่คนเมานั้นจะพูดจบ อีกฝ่ายก็ยื่นมือมาคว้าคอเสื้อไว้ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้แม้จะต้องเงยหน้าเล็กน้อยก็ตาม


“มีปัญหาก็ไปเจอกันหลังผับ”


หลังจากนั้นเขาก็เดินแทรกคนออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่ยังมีน้ำโหอยู่นั้นพยักหน้าเรียกการ์ดของตัวเองให้มาหาแล้วก็พากันเดินตามออกไป ซึ่งบรรยากาศภายนอกนั้นผิดกันลิบลับเมื่อมันค่อนข้างจะเงียบเพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว ชายฉกรรจ์ตัวโตราวๆห้าหกคนเดินอ้อมไปด้านหลังที่มีอีกฝ่ายยืนล้วงกระเป๋ารออยู่ก่อนแล้ว

พอตาคมๆนั้นปรายตามองคนที่ตามมานั้นก็ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกระชับหมวกแก๊ปสีดำที่ร้อยห่วงเงินเอาไว้ที่ปีกหมวก


“ระวังจะหาทางกลับบ้านไม่เจอล่ะเพื่อน”

 




--------------------------------------





 

                ประตูรถไฟใต้ดินเปิดออก เหล่าผู้คนที่ต่างก็มีจุดหมายปลายทางที่นี่ก็พากันเดินลงมา รวมทั้งเด็กหนุ่มผิวเข้มที่ก็มีจุดหมายลงที่สถานีนี้ด้วย


ย่านฮงแดกับเย็นวันเสาร์ก็เป็นอะไรที่ไม่เลว เขารู้ว่าถึงแม้คนจะเยอะ แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจให้ดูหลายๆอย่างเหมือนกัน อย่างพวกร้านขายของแฮนด์เมดที่มาตั้งขายกันช่วงเย็น นอกนั้นก็มีพวกเสื้อผ้า กระเป๋า แล้วก็ของจุกจิกหลายอย่างตามแบบฉบับย่านช็อปปิ้ง และที่นี่เด็กๆวัยรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกับเขาก็มาเดินกันเยอะด้วย


อย่างแทฮยอง ที่ทำการบ้านช่วงเช้าเสร็จแล้วก็ขอนัมจุนออกมาเดินเที่ยวเล่นที่นี่ ซึ่งตอนแรกคุณอาของเขาว่าจะขับรถมาส่ง แต่ตนก็บอกไปว่ามันไม่สะดวก อีกอย่างเผื่อทางนั้นต้องทำงานหรือไม่ก็พักผ่อนจากการสอนเมื่อวานอีก ก็เลยไม่อยากรบกวน และตัวเขาก็ใช่ว่าจะเดินทางขนส่งสาธารณะไม่เป็น สุดท้ายก็เลยมาเดินเที่ยวนี่ที่คนเดียว


พอมองไปมองมารอบๆตัว หลายๆคนเหมือนจะมากับกลุ่มเพื่อน ไม่ก็มาเป็นคู่ ทำให้ตัวเองถอนหายใจนิดหน่อยว่านี่ก็อยู่จนปีสามแล้วยังไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่เลย


แทฮยองก็คิดนะว่าตัวเองก็ไม่ได้เข้าถึงยากขนาดนั้น หรือว่าการที่เขาเป็นประธานนักเรียนทำให้มันมีเส้นบางๆกันอยู่หรือเปล่า ไหนจะมีญาติเป็นอาจารย์อีก


เขาก็อยากจะมีโมเม้นท์เอะอะกูมึงตบหัวเตะก้นกับเพื่อนบ้าง

ขนาดจองกุกที่นั่งเรียนข้างเขายังดูสุภาพเวลาคุยด้วยเลย หรือว่านั่นจะเป็นเรื่องที่ดีแล้ว


เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาดังฟู่วแล้วก็เดินตามทางดูนั่นดูนี่ มีหลายอย่างที่มันสวยๆงามๆจนรู้สึกอยากได้สักชิ้นเหมือนกันแต่สุดท้ายก็จบแค่เดินดู เพราะคิดๆดูแล้วบางอย่างก็ไม่รู้จะซื้อไปทำไม


พอท้องฟ้าเริ่มมืดลงอีกเขาก็ไปนั่งกินมือเย็นที่ร้านอาหารแถวๆนั้น แล้วเดินย่อยอีกแป๊บก็จะกลับแล้ว


เด็กหนุ่มเดินมาตามทางเรื่อยๆจนถึงบริเวณที่ผู้คนบางตาลงนิดหน่อย ก็ว่าจะหันหลังกลับแล้ว ถ้าสายตาไม่ไปเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่วิ่งหายเข้าไปในซอยที่อยู่ลึกเข้าไป ซึ่งทำให้เขาแอบสงสัยว่าพวกนั้นไปไหน ทำอะไรกัน


ขายาวๆก้าวเดินตามคนพวกนั้นไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าจะพาร่างตัวเองออกมาไกลคนเข้าไปทุกที จนทำให้เริ่มกลัวขึ้นมาว่าจะเดินต่อดีไหม แต่พอหยุดแล้วชั่งใจสักพัก ก็ได้ยินเสียงเอะอะแว่วมาจากตรอกข้างๆคล้ายกับคนกำลังทะเลาะกัน


ในใจมันบอกว่าอย่าไปยุ่ง แต่อีกใจก็คิดว่าถ้าเกิดมีคนบาดเจ็บขึ้นมาก็อาจจะช่วยโทรเรียกตำรวจหรือใครมาช่วยก็ได้มั้ง


เขาค่อยๆเดินเข้าใกล้ปากซอยนั้นขึ้นเรื่อยๆ และพอเห็นกลุ่มถังขยะถังใหญ่ที่วางอยู่ข้างกำแพงนั้นก็รีบเข้าไปหลบหลังถังขยะทันที และเหมือนจะโชคดีรึเปล่าไม่รู้ เพราะจากมุมตรงนี้เขาเห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าชัดเจนมาก


ซึ่งห่างจากเขาไปพอประมาณ กลุ่มคนที่เขาเห็นเป็นผู้ชายตัวค่อนข้างใหญ่ ใส่เสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์คล้ายๆกันเกือบหมดประมาณห้าหกคน กำลังยืนล้อมคนคนหนึ่งซึ่งใส่เสื้อฮู้ดตัวใหญ่สีดำเช่นกัน โดยที่ดึงฮู้ดนั้นคลุมหัว และจากที่คนนั้นยืนหันข้างก็เลยเห็นว่าใส่ผ้าปิดปากสีดำอยู่ด้วย

แถมที่สำคัญ คนที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ชายที่โดนล้อมอยู่ พอเทียบกับพวกนั้นแล้วตัวเล็กไปถนัดตาเลย


...อะไรอะ ไถเงินเหรอ?

...ทำไงดี เรียกตำรวจดีมั้ย


แทฮยองแอบดูตาแทบไม่กะพริบ และบทสนทนาที่ได้ยินมาคร่าวๆนั้นเหมือนกับว่าคนพวกนั้นจะมีเรื่องกับชายฮู้ดดำมาก่อนหน้านั้นแล้ว

และพอเพ่งมองดีๆ รู้สึกว่าร่างเล็กนั้นคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด


เมื่อสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ จากที่ยืนคุยนิ่งๆก็เริ่มจะขยับตัว และฉากที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อชายตัวโตคนหนึ่งเงื้อหมัดพุ่งเข้าไปหาชายร่างเล็กคนนั้นที่ยืนรออยู่เฉยๆ เด็กหนุ่มหลับตาปี๋เพราะไม่อยากเห็นคนถูกทำร้าย


พลั่ก


แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกที กลายเป็นผู้ชายตัวโตนั่นถูกถีบกระเด็นออกไปแทน


จากนั้นมันเลยกลายเป็นการตะลุมบอน โดยคนทั้งหมดวิ่งเข้าใส่ชายคนนั้นแทบจะพร้อมกัน แต่สิ่งที่ทำให้แทฮยองตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ แทนที่จะเห็นการรุมกระทืบอันน่าสยดสยอง กลับกลายเป็นร่างเล็กนั่นสามารถโยกตัวหลบการโจมตีของพวกนั้นได้อย่างคล่องแคล่ว จากคนที่หนึ่งไปหาคนที่สอง ฝากหมัดหนักๆเอาไว้พร้อมกระชากร่างของคนที่อยู่ใกล้กันมาแล้วจับดึงแขนลงจนใบหน้าทั้งสองคนชนกันอย่างแรง ก่อนที่จะยกเท้าถีบออกไปให้พ้นตัว


คนที่ฉวยโอกาสโจมตีด้านหลังแต่ก็ไม่ทันการ เมื่อโดนฟันศอกใส่กลางหน้าเข้าไปเต็มๆ ก่อนจะโดนจับแขนเหวี่ยงทุ่มจนกระแทกพื้นดังอั้ก ยิ่งทำให้แทฮยองตกใจว่าตัวเล็กขนาดนั้นทุ่มคนตัวโตได้ยังไง


ส่วนคนที่เหลือก็ถูกถีบและจับหัวโขกกำแพงบ้าง เขาเห็นหนึ่งในนั้นเอาเศษไม้มาจากไหนไม่รู้และทำท่าจะเข้ามาฟาดหัวจากด้านหลัง เด็กหนุ่มอยากจะร้องตะโกนออกมาแต่ก็รีบปิดปากตัวเองไว้ก่อน


ซึ่งดูเหมือนการร้องเตือนจะไม่จำเป็นแล้วเมื่อชายฮู้ดดำนั้นย่อตัวหลบได้ทันท่วงทีก่อนจะตวัดเตะตัดขาจนล้มคว่ำไป ก่อนกระชากเศษแผ่นไม้ในมือออกมาแล้วฟาดเข้าที่หน้าคนที่หงายหลังลมลงไปจนหน้าหัน ซึ่งโดนขนาดนั้นต้องสลบแน่นอน


ฉากบู๊อันน่าระทึกใจและไร้ความปรานียังดำเนินไปอย่างนั้นจนกระทั่งพวกกลุ่มคนพวกนั้นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ บ้างก็เดินโขยกเขยกไปลากเอาเพื่อนที่สลบไปแล้วขึ้นมาพยุง ก่อนที่ทั้งหมดจะสบถหยาบคายใส่คนตัวเล็กนั่นแล้วก็พากันวิ่งหนีออกไปโดยออกมาทางที่แทฮยองแอบอยู่นั่นล่ะ แต่โชคดีที่ไม่มีใครเห็น


เด็กหนุ่มอยากจะสูดหายใจลึกๆแต่ก็เหม็น จึงค่อยๆหายใจเข้าทีละนิดแล้วโผล่หัวขึ้นมามองอีกครั้งว่ายังมีใครอยู่ตรงนั้นไหม ซึ่งก็พบว่าผู้ชายคนนั้นยังอยู่ โดยที่ทำท่ายืดเส้นสายแล้วก็นวดมือของตัวเอง ส่วนฮู้ดที่คลุมอยู่ตอนแรกนั้นร่นลงจนเห็นผมสีดำ แต่อะไรก็ไม่พีคเท่าการที่ชายคนนั้นดึงผ้าปิดปากลงเพื่อจะหายใจได้ถนัดๆหลังจากออกแรงไป

วินาทีนั้นแทฮยองช็อคมาก ถึงตาจะไม่ได้โตเหมือนเพื่อนร่วมชั้น แต่ก็มั่นใจว่าตอนนี้ตาเขาโตกว่าปกติแน่นอน


...ไม่ผิดแน่


...ผู้ชายคนนั้น


มันอาจารย์ที่โรงเรียนเขาเองไม่ใช่เหรอ!!!?


และพอตาคมๆนั้นเหลือบมองมาทางนี้ แทฮยองก็รีบหดหัวลงแอบข้างถังขยะทันที เนื้อตัวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กๆหลังจากที่ก่อนหน้าเขาเหมือนยังช็อคอยู่


เด็กหนุ่มผิวเข้มนับหนึ่ง สอง สาม แล้วว่าจะคลานหนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ในตอนที่กำลังจะออกตัวนั้นเอง ก็มีเท้ากระแทกกำแพงตรงหน้าเขาอย่างแรงชนิดที่ว่าอีกนิดก็โดนเหยียบหน้าแล้ว


และพอหันกลับไปมอง ก็พบกับอีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมเอาเท้ายันกักตัวไว้ไม่ให้หนีไปไหนด้วย

...ชิหัยละ จะโดนอัดมั้ยเนี่ย


แทฮยองเริ่มเหงื่อแตกด้วยความตื่นกลัว เพราะใบหน้าที่จ้องมองมามันเต็มไปด้วยความดุดันเหมือนจะฆ่าแกงเขาให้ได้ มันน่ากลัวจนเขาเผลอหลุดปากออกมา


“อ..อาจารย์ครับ ย..อย่า”


คนตรงหน้าเขาเลิกคิ้ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยเมื่อได้ยินเด็กหนุ่มเรียกออกมาแบบนั้น เขาลดเท้าลงก่อนจะย่อตัวลงมามองเจ้าเด็กม.ปลายที่ยังนั่งขดตัวงออย่างหวาดกลัวอยู่ มือนั้นยื่นมาจับคางแทฮยองเอาไว้แรงจนเหมือนบีบพร้อมกับจ้องหน้าอย่างพิจารณาด้วยสายตาคาดคั้น


“หืม..? อ้อ จำได้แล้ว เด็กประธานนักเรียนที่ชื่อคิมแทฮยองใช่มั้ย”


เจ้าตัวพยักหน้ารัวเร็ว ซึ่งการยอมรับสถานะนั้นทำให้อีกฝ่ายจากที่จับหน้าตนอยู่กลายมาเป็นขยุ้มไหล่แล้วจับตรึงกับกำแพงจนเด็กหนุ่มนิ่วหน้า


“อย่าแม้แต่จะคิดไปบอกใคร เจ้าหนู”

“ม...ไม่ครับ ไม่บอก” ตอนนี้ทั้งเสียงทั้งตัวแทฮยองสั่นไปหมดแล้ว

“หึ ดี ไม่งั้นละก็...”


อาจารย์ร่างเล็กยกนิ้วโป้งขึ้นมาแล้วทำท่าปาดคอตัวเองโดยที่ยังจ้องมองคนเด็กกว่าเขม็ง นั่นยิ่งทำให้นักเรียนผู้โชคร้ายนั้นกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอด้วยความหวาดวิตกมากกว่าเดิม


“ไสหัวกลับบ้านไปได้แล้ว ไว้เจอกันที่โรงเรียน”


เขาปล่อยแทฮยองให้เป็นอิสระพร้อมบอกลาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมกับน้ำเสียงกดต่ำที่เย็นเยือก ทำให้เจ้าเด็กม.ปลายนั่นรีบลุกขึ้นก่อนจะโค้งให้ แล้วก็กุลีกุจอวิ่งหนีออกไปทันทีอย่างไม่คิดชีวิต


ส่วนคนที่มองตามไปก็พึมพำออกมาเบาๆ


“...ได้เห็นหน้ากันอีกนานแน่คุณประธานนักเรียน”




 

                ผู้คนมากมายที่ยืนเลือกของกันอยู่นั้นต่างก็ส่งสายตาตำหนิไปให้เด็กหนุ่มผิวเข้มที่จู่ๆก็วิ่งเข้ามาจนชนไปหลายคนและไม่ได้รับแม้แต่คำขอโทษ

เพราะว่าในใจของเด็กนี่นั้นกำลังปั่นป่วนไปหมด

เขาเคยเห็นเคยรับรู้อยู่บ้างว่ามินยุนกิเป็นอาจารย์สอนดนตรีที่ดูดุๆ น่าเกรงขาม

แต่พอมาสัมผัสจริงระดับโฟร์ดีแบบนี้แล้ว มันเลยคำว่าน่าเกรงขามและดุไปมาก เข้าขั้นอันตรายสุดๆ

และดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้อีกด้านของอาจารย์สอนดนตรีคนนี้แต่เพียงผู้เดียวซะด้วยสิ




----------------------




>>Talk

พี่จินยังคงคอนเซ็ปเจ้าพ่อนาคีเช่นเดิมเพิ่มเติมคือถ้ำมอง--- 

ส่วนน้องกุกลูกตั้งใจเรียนมากกว่านี้เถอะนะ 55555555

แล้วก็ แล้วก็ แล้วก็ ก้าวีเจอกันแล้วนะคะทุกทั่ลลล เจอกันแบบฮาร์ดคอร์ (....) หน่องแทจะหนีรอดหรือไม่ //เดี๋ยว


มาอัพส่งท้ายวันหยุดปีใหม่ค่ะ ฮา ความจริงนี่ไม่ได้พิมพ์ตอนสต็อกเอาไว้เลย รอว่างเท่านั้น ซึ่ง...เวลาว่างได้หมดลงแล้วค่ะ 5555 แล้วก็ต้องสลับไปอัพเรื่องอื่นที่หยุดพักไปเมื่อปีที่แล้ว(แลดูเหมือนนาน) เพราะงั้นเราจะได้พบกันอีกก็น่าจะอีกพักนึงแต่คงไม่นานแน่นอน 

ขอบคุณสำหรับเฟฟ วิว และคอมเมนท์มากค่ะ จะลงฟิคหรือติดแท็กไรต์ก็ดีใจแล้ว ชอบอ่านเมนท์นะคะ 555

เจอกันตอนหน้าค่ะ เลิ้บ จุ๊บ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #286 ปงจี้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:20
    คู่ซี้คิมมินนี่มันคนนึงโรคจิตคนนึงเ-้ยมโหด โอ๊ยยยยย ก็ว่าทำไมอยู่ด้วยกันได้55555555555555 แทแทขวัญเสียแล้วววว
    #286
    0
  2. #239 ana julia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 16:43
    โง้ย คีพแคแร็คเตอร์พี่กิพ่อทุกสถาบันมาเต็มมาก 55555
    ขำก็ขำสงสารก็สงสารน้องแท โถ..ลูก เด็กน้อยหอยสังข์ของป้า ความอยากรู้อยากเห็นของหนูนี่พาซวยแท้ๆ
    #239
    0
  3. #192 k_922 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 15:36
    พี่จินค่ะ ทำไมน่ากลัวขึเนทุกที พี่กิก็โหดไปไหนนนน
    #192
    0
  4. #175 minitis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:02
    พี่จินนี่เข้าข่ายโรคจิตเลย5555555 เอะอะจะกินๆ
    #175
    0
  5. #159 kukk1kk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:21
    ขำเวลาอจยุนกิด่าอจ.จิน555555555555555
    ว่าแต่อจ.ยุนกิกร๊าวใจมากเลยอะค่ะ -//////-
    #159
    0
  6. #72 Ren (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:54
    ลั่น 55555555555 อ่านแล้วลั่นแรงมากตั้งแต่กระจกแบบนี้มีเพราะคนแบบ-ไง 55555 แล้วยังมาจุ๋ยเจอีก โอ่ย หนูลูก ขำปวดแก้มปวดท้องไปหมด 55555555
    ก้าวีมาแล้วววววว พี่ก้าแบดบอยมาก น้องแทก็น่ารักมุมิมากลูกเอ๊ย เราสัมผัสได้ถึงความ sm โซ่แส้กุญแจมือมาก แถมผ้าดำคาดตาให้อาจารย์ด้วยเป็นกรณีพิเศษค่ะ เอ๊ะ
    #72
    0
  7. #64 Obscura (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:23
    ก้าวีมาแล้วววว กรี้สส(?)
    #64
    0
  8. #59 ซิกแพ็ควอนโฮ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:20
    จารย์มินอย่างเท่อ่ะ
    #59
    0
  9. #45 Jung Tien-In (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 06:16
    โอ้โหจินคะกล้าพูดดดดดด 555555 ยุนกิอย่างเท่อ่ะ
    #45
    0
  10. #37 NANEWKawaii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:43
    อาจารย์หมอจินก็ยังคงอยากติดคุกต่อไปเอะอะจะกินกุกท่าเดียว 55555+
    ส่วนอาจารย์ยุนกิเอาใจเค้าไปเลย อร๊ายยยยยยยยย >////<
    #37
    1
    • #37-1 (จากตอนที่ 5)
      18 มกราคม 2560 / 05:08
      เด็กน่ารักขนาดนี้ รู้ว่าเสี่ยง(คุก)แต่คงต้องขอลองละค่ะ
      อ.กิเขาคนจริง ปากว่ามือถึงพร้อมรบตลอดเวลา 555555
      #37-1
  11. #33 Don't Cry Baby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:24
    ขำจุ๋ยนานมาก555555555555555 พี่จินนี่ก็จะกินเขาลูกเดียวเลยย พี่ก้าเถื่อนมากก สมชื่อยุนกิพ่อทุกสถาบันจริงๆ แทแทกลัวเลยอ่ะ
    ชอบฟิคเรื่องนี้ง่า รอติดตามนะคะะะ
    #33
    1
    • #33-1 (จากตอนที่ 5)
      20 มกราคม 2560 / 16:11
      อย่างน้อยหลังจากนี้น้องก็ไม่ใช่จุ๋ยแล้วค่ะ555555555555555555555555555555
      ต้องเข้าใจคนแก่ค่ะ หญ้าอ่อนมันหอม (...)
      ส่วนพี่กิเป็นคนที่การกระทำดังกว่าคำพูดค่ะ ต่อยอย่างเดีย----
      #33-1
  12. #32 BMoo1208 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 23:27
    โอ้มายกาด.. คุณยุนกิแบบ ฮื่อ หล่อมาก เท่มาก ดิบเถื่อนสุด แบดมากมาย มันกร๊าวใจ ฮืออ ออมม่า หวาดเสียวระทึกใจแทนคิมแท ส่วนพี่จินนั้น ... เข้าใจค่ะว่าหิว ขอเถอะ อย่ากามสิ สถานที่ยังไม่ได้อ่ะ ทางนี้ก็อยากเห็นพี่จินกินเหมือนกันอ่------- ขอบคุณคอร์สเสริมอังกฤษนะคะที่ให้น้องจุ๋ยรู้ว่ามันอ่านจูลายไม่ใช่จูลี่ July ไม่ใช่ Juiy 55555555555555 *นั่งขำนานมาก*
    #32
    1
    • #32-1 (จากตอนที่ 5)
      4 มกราคม 2560 / 06:15
      ความระทึกที่รถไฟเหาะก็ทำไม่ได้ค่ะ /พนมมือ
      ส่วนอีทจินนั้น มาลุ้นกันนะคะว่าพี่แกจะได้กินหรือเข้าคุกก่อ--
      น้องจุ๋ยได้เกิดกระบวนการการเรียนรู้ละค่ะ 55555
      #32-1
  13. #31 • เขยตระกูลควอน • (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:22
    ทำไมมีความเกลียดความคิดของอาจารย์ซอกจินจังเลยคะ คุกด้วยนะนั่นน่ะ รอน้องก่อนค่ะ ใกล้สิบแปดแล้ว/เดี๋ยว
    ส่วนก้าวีวีก้านั้นเราไม่พูดอะไร รอตอนต่อไปค่ะ อยากเห็นความดิบ ฮือออออออออออออออออ
    #31
    1
    • #31-1 (จากตอนที่ 5)
      3 มกราคม 2560 / 14:46
      เนอะๆ เดือน9ก็อีทได้แล้--------
      ส่วนอาจารย์นักเรียนคู่นั้นนนนน ดูกันต่อไปค่ะว่าเขาจะไปกันท่าไหน /หะ
      #31-1
  14. #30 rikear_lope (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 13:53
    อ.ยุนกิโคตรเท่ // สมัครเป็น FC ค่ะ *ชูป้ายไฟ ตาน้องแทนี่เห็นดาร์คไซด์อ.เค้าแล้ว เป็นแฟนอ.เค้าเดี๋ยวนี้ //เอ๊ะ  น้องจุ๋ยเจของแม่ จะสงสารก็สงสารแต่ขำมากกว่า 55555555 เป็นกำลังใจให้ลูกเรียนอังกฤษนะจ๊ะ ส่วนคุณซอกจินนั้น มีช่วงที่จะคิดดีกับลูกเราไหมคะ อ.น่ากลัวม๊วกกกก
    #30
    1
    • #30-1 (จากตอนที่ 5)
      3 มกราคม 2560 / 14:33
      นั่นสินะคะ ไปเห็นสิ่งไม่ควร(?)เข้าแล้ว ต้องรีบแก้เคล็ดซะ---
      อย่างน้อยน้องจุ๋ยก็รู้แล้วนะคะว่าเดือน7อ่านว่าจูลาย 555555555555555555
      พี่จินเขาหิวค่ะต้องเข้าใจ //หราา
      #30-1
  15. #28 NCSJK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 11:43
    ตลกจังค่ะะะ5555555555555

    พี่จินยังคงหื่นเหมือนเดิมมม! น้องยังเด็กอนู่นะพี่จิน! ส่วนจองกุกหนูควรจะจริงจังกับภาษาอังกฤษของหนูได้แบ้วนะลูกกกก อ่านจูลายเป็น จูลี่ นี่ขำพรวดเลยยค่ะะ55555555

    อ.มิน ดิบ เถื่อน มากค่ะะะะะ กร๊าวใจจริงๆ สงสารแทฮยองสติกระเจิงไปหมดแล้ว5555555

    #28
    1
    • #28-1 (จากตอนที่ 5)
      3 มกราคม 2560 / 14:15
      พี่เขาอยากเป็นอมตะจะแย่ละค่ะ 5555555555 รอวันได้ Eat--
      น้องกุกนี่ต้องพาตัวเองให้รอดพ้นจากจุ๋ยก่อนค่ะ(...)
      ในส่วนอ.มินนั้นนนน ทำตะยองใจเต้นแรงเลยนะคะ #เดี๋ยว
      #28-1
  16. #27 _Neferu_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 10:06
    พี่จินจองกุกเป็นคนค่ะไม่ใช่ของกิน จะไลฟ์อีทจินที่รร.ไม่ได้นะคะ

    จุ๋ยก็มาค่ะงานนี้ 555555555555555555555

    กริ๊ด...บทนี้พี่ก้าแบดมากมายค่ะ พี่ก้าทำงานอะไรนอกจาครู แทแทชีวิตต่อไปนี้ของนายไม่สงบสุขแน่ๆซวยไปอีก

    สู้ๆนะคะรอตอนต่อไปปปป
    #27
    1
    • #27-1 (จากตอนที่ 5)
      3 มกราคม 2560 / 10:39
      นั่นสิคะ รร.คนเยอะด้วย ไลฟ์ไม่สะดวกแน่นอนค่--- //แค่กๆ
      ติดแท็ก ช่วยน้องจุ๋ยด้วยนะคะ 55555555555555555555555
      อิอิ งานพิเศษเฉพาะกิจค่ะ นานๆที แต่ก็ไม่เท่าดาร์คไซด์(??)ของคุณพี่เขาหรอกนะคะ อวยพรให้น้องแทด้วยค่ะ (....)
      #27-1