[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 30 : +29+ : Get well [End]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    22 มี.ค. 61


                เมษายน 2018

เด็กหนุ่มนั่งอ่านข้อความในเฟซและในกรุ๊ปแชทของตนเองที่เต็มไปด้วยข้อความอวยพร โดยเฉพาะของเพื่อนชาวไทยสองคนในกรุ๊ปนั้นที่ฝากข้อความทั้งแชทส่วนตัวและในอินบอกซ์เนื่องจากกลัวว่าตนจะไม่เห็นข้อความที่โพสไว้หน้าวอล


คำอวยพรที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่เป็นพิเศษ แต่เป็นพิเศษเมื่อมันมาจากเพื่อนที่เรารัก หรือใครสักคนที่รู้สึกดีด้วย ก็ทำให้สิ่งเล็กๆธรรมดานั้นยิ่งประเมินค่าไม่ได้


เขานั่งกินอาหารกลางวันในร้านอาหารบริเวณสนามบินหลังจากที่กินรองท้องมาจากบ้านแล้วโดยที่ข้างๆก็มีคุณแม่และคนที่เขามักจะเรียกว่าคุณอาก็นั่งอยู่ร่วมโต๊ะ พวกเขาคอยถามไถ่และเช็กข้าวของอีกครั้งว่าขาดเหลืออะไรอย่างไรบ้างทั้งที่มาถึงที่นี่แล้ว แต่บางอย่างก็ยังพอขับรถออกไปได้ทันถ้าเกิดว่าไม่พอในตอนนี้ เพราะเที่ยวบินไปบอสตันนั้นเป็นช่วงบ่ายสาม แต่พวกเขามาถึงตั้งแต่เกือบเที่ยงเพื่อจัดการอะไรให้เรียบร้อย


จองกุกยังคงจำได้ ประมาณสองวันก่อนหน้านั้นฮเยซองก็เกือบจะร้องไห้อยู่หลายครั้งเมื่อวันเดินทางใกล้เข้ามาเนื่องจากตนต้องไปเข้าโรงเรียนสอนภาษาในช่วงซัมเมอร์เพื่อเรียนให้เต็มคอร์สก่อนรวมทั้งปรับตัวในการใช้ชีวิตต่างๆ ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเต็มตัวที่นั่น ยอมรับว่าตื่นเต้นจนนอนหลับๆตื่นๆมาร่วมอาทิตย์แม้ว่าหลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วเรื่องเรียนต่อเมื่อปิดเทอมฤดูร้อนที่ผ่านมา หลังจากเข้าเทอมสองจองกุกก็ตัดสินใจแวะไปบ้านของแทฮยอง...หรือก็คือไปหานัมจุนให้เขาช่วยติวตัวต่อตัวให้ พร้อมกับรายชื่อซีรี่ส์ฝรั่งที่น่าดูในเน็ตฟลิกซ์ไว้ดูฝึกพวกการพูดและการฟังก่อนที่จะไปเจอในสังคมจริง ซึ่งนั่นก็ทำให้ระหว่างนั้นทั้งแทฮยองกับจองกุกก็ได้คุยกันมากขึ้นด้วยเพราะก่อนหน้าแม้ว่าจะมาอยู่กรุ๊ปเดียวกันก็ยังไม่ค่อยได้สนิทกันเท่าคนอื่นๆ


“เชี่ย ทันมั้ยวะๆๆ กี่โมงแล้วมึง”

“บ่ายครึ่งมั้ยสัส เขาไปบ่ายสามนู่น”

“ก็นั่นแหละ! กลัวมันกะทันหันไงงง กูเคยขึ้นเครื่องซะที่ไหน”

“พวกนายจะหยุดโวยวายกันได้รึยังฮึ ไม่อายคนอื่นก็เห็นแก่ฉันมั่งสิ!

“ยิ่งเธอพูดก็ยิ่งอยากทำให้อายกว่าเดิมอีก โอ๊ย!


จุนฮเวลูบไหล่ตัวเองหลังจากโดนเพื่อนหญิงในกลุ่มฟาดป้าบเข้าให้ พวกเขายังคงเหมือนเดิมแม้ว่าตอนนี้จะไปเข้ามหาวิทยาลัยกันคนละที่ หรือเรียนกันคนละคณะก็ตาม ถึงจะไม่ค่อยได้เจอกันมากแต่กรุ๊ปแชทก็ยังคงอยู่ รวมทั้งแบมแบมกับลลิสที่กลับไทยไปแล้วหลังจากจบมัธยมปลายเช่นกัน เนื่องจากทุนของพวกเขาสิ้นสุดแค่นี้และยังไม่มีแผนจะเรียนต่อที่เกาหลี แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝากข้อความอวยพรมาให้แล้วเรียบร้อย


“ฮะๆ นึกว่าพวกมึงจะไม่มาซะแล้ว”

“ก็ต้องมาดิ๊ ไหงพูดแบบนี้เล่า นัดกันไว้ดิบดีแล้วแท้ๆน่า”


จองกุกหัวเราะแล้วชกกำปั้นทักทาย(แม้กระทั่งกับแชยอง)เพื่อนๆที่พากันมาส่งเขาที่สนามบินวันนี้ ส่วนแทฮยองนั้นมาไม่ได้เพราะเวลาว่างไม่ตรงกัน แต่ก็ได้ฝากข้อความมาแล้ว


“ฮือ ไม่นึกเลยว่ามึงจะมีวันนี้ แต่เสียดายว่ะ อดดูอินฟินิตี้วอร์กับมึงเลย”

“เอาน่า เดี๋ยวกูดูเผื่อไง ช่วยไม่ได้กูต้องไปก่อน จะได้ทันเปิดคอร์สช่วงซัมเมอร์เดือนหน้าอะ”

“โห งี้มึงก็ว่างไปตั้งเดือนเลยดิ”

“ประมาณนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างนี่แหละ คงต้องให้พี่กูสอน”

“พี่มึง? ใช่ที่เล่าให้ฟังปะ ลูกชายของคนนั้นอะ”


เด็กหนุ่มพยักหน้า ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใกล้ครอบครัวของซังฮุนมากขึ้นอีกหน่อย คิดดูแล้วก็แอบเขินตอนที่วิดิโอคอลกับอีกฝ่าย เนื่องจากไม่เคยพบหน้ามาก่อนเลย แต่คนพี่นั้นก็ดูดีใจและตื่นเต้นที่จะได้พบกันมาก


“เดี๋ยวนะ พี่เขาอยู่นิวยอร์กแต่มึงไปบอสตัน?? ไม่ไกลเหรอวะน่ะ?”

“ไม่แน่ใจว่ะ แต่เขาเคลียร์คิวให้กูอาทิตย์นี้แล้วก็คงโอเคแหละ แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ”

“อ่ออออ ดีแล้วมีคนช่วยดูแล โพสอะไรลงโซเชียลบ้างนะ กรุ๊ปแชทก็แวะกลับมาเล่าอะไรให้พวกเราฟังบ้างก็ได้”

“อื้อ ไม่ลืมอยู่แล้วล่ะน่า”


“แล้ว....” ยูคยอมเข้ามาพูดใกล้ๆเพื่อนกระต่ายของตัวเองพลางลดเสียงลงเล็กน้อย “จารย์ซอกจินของมึงล่ะ ไม่มาเหรอ”


“เขาก็มีงานทำปะล่ะ วันธรรมดาแบบนี้จะลามาได้ไง”

“อยู่มหาลัยแล้วมึงยังโง่อยู่อีกเหรอวะยูคยอม”

หุบปากสัสมินกยู ก็ลืมอะ! แฟนจะไปนอกทั้งคนกูก็อยากเห็นฉากบอกลาแบบในหนังบ้าง”

“แหม ต่อให้เขามาก็ไม่จูบกันให้มึงเห็นหรอก ไอ้กุกมันขี้อายจะตายห่า”


พูดยังไม่ทันขาดคำตอนนี้หน้าของจองกุกก็เริ่มขึ้นสีแล้ว แต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น

และใช่...อย่างที่บอกว่าวันนี้ซอกจินไม่ได้มาส่งเขา เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดาและอีกฝ่ายต้องทำงาน ที่ห้องพยาบาลยังไม่มีครูผู้ช่วย ซอกจินก็เลยจำเป็นต้องอยู่ที่นั่นเพื่อคอยดูแลเด็กๆที่บาดเจ็บหรือไม่สบายมานอนพักที่ห้องพยาบาล แต่พวกเขาก็ได้กล่าวลากันแล้วเมื่อหัวค่ำของเมื่อวานที่ซอกจินแวะมาหาที่บ้านแล้วก็นั่งกินข้าวเย็นกันเหมือนอย่างเคย หลังจากที่ทั้งคู่ได้ค่อยๆก้าวเข้าหากันและตัวซอกจินเองก็เข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมาน้องต้องอยู่กับความรู้สึกแบบไหน


และจองกุกเองก็ยอมรับความรู้สึกของอาจารย์คิมห้องพยาบาลแล้วเช่นกัน และใช้เวลาที่เหลือหลังจากนั้นพยายามศึกษากันและกันเท่าที่ความสามารถตัวเองจะทำได้โดยไม่ฝืนหรือเร่งรีบจนเกินไป แม้ว่าบางเหตุการณ์ในขั้นต้นที่ต้องเผชิญเมื่อคราวนั้นอาจจะคล้ายเป็นตัวเร่ง แต่นั่นมันก็ทำให้จองกุกคิดว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปมากกว่า


ซอกจินทำให้เขาอยากจะขอบคุณ...ขอบคุณที่กล้าเข้าหาเขา ขอบคุณที่ช่วยทำให้เขาเปลี่ยนไป ไม่อย่างนั้นตนก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ และสามารถก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางแปลกใหม่ที่ตัวเองไม่เคยคิดจะลอง


แต่ถึงว่าที่ผ่านมาชีวิตเขาจะเปลี่ยน คนอื่นๆรอบข้างเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน อย่างเช่นตอนที่ไปบ้านแทฮยองเพื่อติวกับนัมจุนในวันหนึ่ง เขาเจอยุนกิที่แวะมาที่นี่ก็ตกใจว่ามาทำอะไร แต่พอได้คุยไปคุยมาก็เพิ่งจะรู้ว่าเพื่อนของเขานั้นกำลังคบกับอาจารย์สอนดนตรีผู้นี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งก็โดนทางนั้นแหย่กลับเรื่องตนกับซอกจินเหมือนกัน ก็ไม่แปลกหรอกที่ยุนกิจะรู้ก็เพราะว่าอย่างไรสองคนั้นก็เพื่อนสนิทกัน


ส่วนตอนพิธีจบการศึกษามัธยมปลายของตัวเอง อาจารย์โฮซอกเองก็มีเรื่องประกาศว่าเขาจะสอนที่นี่ต่ออีกเพียงเทอมเดียวก่อนจะลาออกไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการสานต่อความตั้งใจจากที่ตัวเองได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการสอน แม้จะไม่ได้มากมาย แต่มันก็ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และหวังว่าจะพบกันใหม่ในภายภาคหน้าที่มหาวิทยาลัยที่ไหนสักที่


“ไม่มีใครอายุมากเกินไปที่จะเรียนรู้ ขอแค่เรามีโอกาส รู้จักตัวเอง และความพร้อม ก็เริ่มต้นได้ทุกเมื่อครับ”


นั่นคือประโยคที่โฮซอกได้ฝากไว้แก่นักเรียนของเขาในวันจบการศึกษา เรียกเสียงปรบมือได้มากมายจากนักเรียนที่เรียนจบแล้วทั้งหอประชุม

แต่อาจารย์จองนั้นก็ไม่ได้ย้ายไปไหน เมื่อเขายังคงอยู่ที่ห้องเช่านั้นที่เดิม เนื่องจากมันใกล้กับบ้านนัมจุน ก็จนกว่าจะมีโปรแกรมไปแลกเปลี่ยนในที่ที่ไกลกว่า ถึงตอนนั้นก็คงได้คุยกันอีกที


“ได้เวลาเข้าไปรอในเกทแล้วจองกุก สำรวจที่ทางข้างในดีๆนะ ตามที่บอกมาจำได้ใช่มั้ยจ๊ะ”

“อะ จำได้ครับคุณแม่ ขอบคุณนะครับ” เด็กหนุ่มผละจากเพื่อนๆแล้วเข้าสวมกอดฮเยซองแนบแน่น รู้สึกใจหายที่จะต้องอยู่ห่างจากแม่ตัวเองไปหลายปีแน่ๆ แต่ก็หวังว่าทุกอย่างอาจจะดีขึ้นเองถ้าตนปรับตัวได้แล้ว

“ไปละ เดี๋ยวกูถึงนู่นแล้วจะบอกในแชทนะ”

“อื้อ เดินทางดีๆนะมึง อย่าโชว์เด๋อให้มาก ฮ่าๆๆๆ”

“ไอ้บ้า พี่กูจะต้องช่วยกูเว้ย!


จองกุกละอยากจะเข้าไปผลักศีรษะเจ้าเพื่อนตัวดีเรียงตัวจริงๆ แต่สิ่งที่เขาทำคือเข้าไปโดนเพื่อนทุกคนรุมกอดจนแทบหายใจไม่ออก จนกระทั่งแยกออกมาได้

เขาหันไปทางชายวัยกลางคนที่ยืนยิ้มบางอยู่ข้าง ๆคุณแม่ของเขาแล้วเอ่ยอย่างขัดเขินหน่อยๆ


“...ได้โปรด..ดูแลแม่ของผมด้วยนะครับคุณซังฮุน”

“ไม่ต้องห่วง อาสัญญาเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ” อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบศีรษะเจ้าหนุ่มนี่เบาๆพร้อมกับตบบ่าให้กำลังใจ ก่อนจะยืนดูจองกุกที่กำลังเดินเข้าเกทไปและหันกลับมามองคนที่อยู่ด้านนอกเป็นระยะ และหันกลับเข้าไปหลังประตูทางเข้าในที่สุด



 

                “วันนี้มึงจะกลับกับกูมั้ยเนี่ยยุนกิ” เสียงเบื่อๆที่ติดโวยวายแบบตาลุงนั้นกรอกลงปลายสายขณะที่ตัวเองเดินออกมาตามระเบียงทางเดินของอาคารเรียนเมื่อปิดห้องพยาบาลแล้วหลังจากที่เลิกเรียน


[ไม่ กูจะไปแดกมื้อเย็นกับแทฮยอง]

“แดกมื้อเย็นหรือแดกน้องเขาเป็นมื้อเย็นเอาดีๆ”

[กูเอาดีอยู่แล้วไม่ต้องมาห่วงหรอก]

“สัส! มึงจังไรกว่ากูแล้วนะรู้ตัวมั้ยยยยยย” แน่นอนว่าอิจฉา

[หึ มีใครเป็นขั้นกว่าด้วยเหรอวะ ศีลเสมอกันทั้งนั้น]


ซอกจินอยากจะว้ากอัดหูไอ้เพื่อนนี่จริงๆ อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำแต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ อย่างที่บอก ก็แค่อิจฉา แต่มันช่วยไม่ได้ เพราะเขาคิดมาตลอดว่าอย่างไรบริบทที่เขากับจองกุกได้พบกันจนสานสัมพันธ์มันไม่เหมือนกัน จะให้รีบเขมือบเลยมันก็ไม่ใช่ แค่เด็กคนนั้นเปิดใจและยอมรับตัวเขามันก็ดีมากแล้วในตอนนี้ ถึงเวลาที่จะอยู่ด้วยกันที่ผ่านมาจะไม่ได้นานก็ตาม


แถมวันนี้.....


อาจารย์หนุ่มหล่อก้มหน้าดูนาฬิกาของตนเองพบว่ามันเป็นเวลาสี่โมงเย็นกว่าขณะที่เขายืนอยู่ข้างรถตัวเอง พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีซึ่งมีแต่ก้อนเมฆอยู่บนนั้น


เขาไม่รู้เส้นทางเครื่องบินหรอกว่ามันผ่านแถวนี้ไหม ทว่าอย่างไรเสียอย่างน้อยเขาก็อยากมองมันให้แน่ใจ บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ที่จองกุกจะต้องไปเผชิญกับอนาคตที่เจ้าตัวได้เลือกแล้ว

คราวนี้ก็คงจะเป็นบททดสอบระหว่างพวกเขาอีกอย่างหนึ่งที่อัพเลเวลขึ้นไปอีกระดับ แต่ก็นะ เกมที่ยากขึ้น ถ้าพิชิตได้แล้ว รางวัลที่รออยู่มันก็คุ้มค่าใช่ไหมล่ะ


“อาจารย์ซอกจินครับ มองอะไรเหรอครับนั่น”


จีมินที่เดินผ่านมาจะไปขึ้นเวสป้าของตัวเองเอ่ยทักอย่างเป็นมิตรอย่างที่เคย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่แหงนหน้ามองฟ้าได้สักพักแล้ว

ซอกจินหันมาหาอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีภาคภูมิใจ


“วันนี้แฟนผมเขาไปเรียนต่อที่เมืองนอกแล้วล่ะครับ ผมคงคิดถึงเขามากแน่ๆ”


ณ จุดนี้ ... บอกได้เลยว่า คราวนี้จีมินพลาดครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว



+END+

*Thank you*



>>Talk

จุดพลุ!!! อวสานแล้วค่าาาาาาาา ในที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดด ;_______________; หลังจากอยู่กันมาปีกว่าใช่มั้ยคะ!!! 

แอบใจหายมากๆเลยค่ะที่มาถึงตอนนี้เข้าจนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีใจเหมือนกันค่ะ เราส่งพวกเขาไปถึงจุดหมายแล้ว และก็เขียนจบแล้วสำหรับเรื่องยาวเรื่องนี้ (ก็นับว่าเป็นเรื่องยาวเรื่องที่5เนอะ) ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆค่ะนอกจากขอบคุณ ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความรักที่มอบให้กับฟิคเรื่องนี้และตัวละครทุกคนนะคะ แอบตกใจไม่นึกว่าจะมีคนอ่านมากมายขนาดนี้ มาจนหมื่นวิวแถม600กว่าเฟฟแล้วก็คอมเมนท์อีก แง ดีใจจริงๆค่ะ 

จริงๆก็เหมือนฟิคชั่ววูบแต่ก็ไม่ใช่ 5555 พล็อตมาจากช็อตดราม่ารายการ360เลยค่ะ คือแบบมาเป็นฉากๆอะไรทำนองนี้ จนกระทั่งคิดไปคิดมา วางพล็อตแล้วก็อยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องโฟกัสการแก้ปัญหาเฉพาะของตัวละครดู แล้วก็เป็นเรื่องที่คู่เยอะมาก(.....) ใจอยากเขียนแบมลิสด้วยค่ะประเด็นเพราะแอบชิปอยู่เงียบๆ ส่วนคาร์ของพระเอกก็จะแบบ ฮือ55555555555555 ถ้านับในตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกที่เขียนพี่จินแกออกมาภัยขนาดนี้ แต่ไม่นึกเลยว่าเรื่องต่อๆมาหลังจากนั้นมันจะ-----แค่กๆ

และตอนนี้ก็ขอขอบคุณอีกทีนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่กันมาจนถึงตอนอวสาน ไม่ว่าจะตามตั้งแต่ตอนแรก หรือเพิ่งมาตามช่วงหลัง ขอบคุณจริงๆค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #407 RMJHyun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 01:20
    แงงงงงงงงงง จบจนได้ ฮึก ถือว่าแฮปปี้กันเนาะ (แฮปปี้สุดคงจะเป็นอ.มินกับน้งแท)
    คู่อื่นๆถึงจะแยกไปตามเส้นทางชีวิตของใครของมันแต่ยังไงก็จะได้กลับมาเจอกันอยู่ดีเนาะ
    แอบหวังว่าแบมลิสจะได้กลับมาเจอกันอีก รอตอนพิเศษในเล่มนะคะ อิอิ
    #407
    1
    • #407-1 (จากตอนที่ 30)
      23 มีนาคม 2561 / 11:18
      อิอิ ใช่ค่ะ แบบแฮปปี้ ทุกคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองควรจะทำและอยากทำกันหมดแล้ว พร้อมกับบทสรุปของเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำของแต่ละคนแล้วก็ตัวละครรอบข้าง ขอบคุณที่ติดตามกันมานานนะคะ <3
      #407-1
  2. #406 k_922 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 08:02
    จบที่จีมินนี่แหละ 555555
    #406
    1
    • #406-1 (จากตอนที่ 30)
      22 มีนาคม 2561 / 13:44
      เห็นมั้ยคะเขายังอยู่กับเรายันบทสุดท้าย (......)
      #406-1
  3. #405 ปงจี้ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 00:55
    จบแล้วก็ยังขำจารย์ปาร์คอยู่ดี จารย์แกดูเหงามากเลย 55555555555555555555656
    #405
    1
    • #405-1 (จากตอนที่ 30)
      22 มีนาคม 2561 / 01:58
      จารย์ป๊าคไม่เหงาหรอกค่ะเชื่อเราาาาาา มีอะไรให้ใส่ใจเยอะแยะ---
      #405-1
  4. #404 Jinpair (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:57
    จบแล้วอ่ะ แอบใจหายเหมือนกัน
    นะเนี้ย ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะค้าที่แต่งฟิคดีๆให้เราอ่าน สนุกมากๆเลยค่ะ
    #404
    1
    • #404-1 (จากตอนที่ 30)
      21 มีนาคม 2561 / 20:49
      ขอบคุณรี้ดเช่นกันที่เข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้นะคะ > #404-1
  5. #403 Janjawwwwwwwwww (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:37
    งื้อ จบแล้ว เป็นฟิคดีๆอีกฟิคนึงที่เราเคยอ่านเลยค่ะ ขอบคุณ writer ที่เขียนนิยายสนุกๆมาให้อ่านนะคะ💕
    #403
    1
    • #403-1 (จากตอนที่ 30)
      21 มีนาคม 2561 / 20:01
      ขอบคุณที่ให้ฟิคเรื่องนี้เป็นหนึ่งในฟิคดีๆของรี้ดนะคะ ////-//// ขอบคุณที่ตามมาจนจบด้วยค่าาาา
      #403-1
  6. #402 Jung Tien-In (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:29
    จองกุกไปตามความฝันแล้วรีบกลับมานะ ดีจังต่างคนต่างได้เดินไปในทางที่คคัวเองหวัง และเส้นทางนั้นวันนึงมันจะกลับมาบรรจบกันแน่นอน
    #402
    1
    • #402-1 (จากตอนที่ 30)
      21 มีนาคม 2561 / 19:41
      ใช่ค่ะ >v< อย่างน้อยเพราะว่าน้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและกล้าเปิดใจกับหลายๆอย่าง โอกาสก็เลยเข้าหาน้องได้ง่ายขึ้นนั่นเอง งานนี้ต้องขอบคุณคูมคูพี่จินเลยค่า /พระเอกที่เป้นพระเอกจริงๆซะที (ฮา) ส่วนคนอื่นๆเองก็มีอีเวนท์ในชีวิตแตกต่างกันไป ก็ล้วนพยายามทำให้บรรลุในแบบของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณที่เอาใจช่วยมาตลอดนะคะ!
      #402-1