[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 26 : +25+ : Accept

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    26 ม.ค. 61



                ช่างบังเอิญเสียจริง ที่คาบการสอนเทอมนี้ของทั้งตัวเขาและยุนกินั้นว่างก่อนคาบชมรมในวันนี้


ซึ่งมันก็พอเหมาะกับที่หลังจากที่ตนได้คุยเรื่องสำคัญบนโต๊ะอาหารกับอีกฝ่ายไปแล้วเมื่อเย็นวานพอดี โดยที่เขาได้รับฟังจากปากของแทฮยองไปแล้วถึงเรื่องราวที่คนเป็นผู้ปกครองอย่างนัมจุนก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน


คือมันก็หมายถึง...หมายความว่า หลานชายของเขามีแฟนแล้วหรือนี่


ด้วยหัวอกคนเป็นอาที่เห็นเจ้าหนุ่มนี่มาตั้งแต่ยังเด็กๆ ตอนที่พี่ชายคนโตของเขาพาแทฮยองมาให้รู้จักเป็นครั้งแรกระหว่างที่เขากำลังจะขึ้นมัธยมปลาย เด็กน้อยวัยห้าขวบกับรอยยิ้มที่แสนสดใสต่างก็คว้าหัวใจใครต่อใครให้อดจะเอ็นดูไม่ได้


จนกระทั่งโตเป็นหนุ่มวัยใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัยจนชวนฉงนใจว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก และเจ้าตัวก็ยังคงเหมือนกับเจ้าเด็กที่เหมือนกับดวงอาทิตย์คนนั้นไม่มีเปลี่ยนแปลง


จนกระทั่ง...


“ใช่อาจารย์คิมที่สอนอังกฤษรึเปล่าคะ”


นัมจุนกะพริบตาปริบเมื่ออาจารย์สาวสวมแว่นที่นั่งอยู่ด้านในทักตนขึ้นมา


“ใช่ครับ ผมเอง..คือไม่ทราบว่า...อาจารย์มินไปไหนเหรอครับ คาบนี้เขาว่างไม่ใช่เหรอ”

“ไปห้องน้ำครับ ขอโทษที พอดีผมง่วงๆเลยลุกไปล้างหน้าล้างตานิดหน่อย”


เสียงที่ดังอยู่ด้านหลังอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ยทำให้ร่างสูงเกือบผงะจนสะดุดไปด้านหน้า แต่ก็ประคองสติตัวเองเอาไว้ได้ก่อนจึงค่อยหันไป ก็พบกับคนที่เขาได้กำลังตามหาอยู่พอดี


“คุณต้องการจะคุยกับผมเหรออาจารย์คิม”

“...อ่า ใช่ ผมอยากจะคุยกับคุณหน่อย ...เรื่องสำคัญ ที่เราคงต้อง...” นัมจุนยกนิ้วขึ้นมาถูจมูกพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้มากขึ้นรวมทั้งลดเสียงลง “เราต้องคุยกันแค่สองคน”

“ผมก็คิดว่าคุณต้องการแบบนั้น ไม่งั้นคงไม่มาถามหาผมถึงห้องพักครูหรอก” ยุนกิตอบกลับมาด้วยเสียงเบาลงเช่นกัน แล้วจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็พากันไปหาที่นั่งคุยกันเป็นส่วนตัว โดยสถานที่ที่เลือกนั้นคือห้องสมุดที่อยู่ใกล้กับโรงอาหาร


แม้ว่าจะขัดกับกฎระเบียบเรื่องที่ว่าห้ามใช้เสียงดังหรือคุยกัน แต่ในเมื่อตอนนี้ยังเป็นชั่วโมงเรียนแถมห้องสมุดก็โล่งและเงียบมาก ถ้าไม่นับอาจารย์บรรณารักษ์ก็คือไม่มีคนเลย มีแต่พวกเขาสองคนนี่ล่ะ

แต่เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีของเด็กนักเรียนทั้งคู่จึงไปเลือกนั่งด้านในๆของห้องสมุดแทน ซึ่งเป็นโต๊ะเตี้ยๆไว้นั่งอ่านกับพื้นปะปนกับโต๊ะใหญ่ที่นั่งเก้าอี้ที่วางไว้แบบรอบๆเผื่อไว้มานั่งทำงานด้วยกัน


“อาจารย์เริ่มเลยครับ ผมโอเคถ้าคุณจะเข้าประเด็นเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องเกริ่นอะไรยืดยาวหรอก”


เป็นฝ่ายร่างเล็กที่เอ่ยชี้นำทางเลือกให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้รู้สึกสะดวกใจมากยิ่งขึ้น ก็อย่างที่บอก ถ้าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆตนก็ไม่ชอบรอเท่าไหร่


“ครับ ขอบคุณนะครับอาจารย์มิน ที่ผมอยากจะคุยกับคุณวันนี้ตอนนี้ก็เพราะเรื่องของแทฮยอง”


คิ้วเข้มบนใบหน้าขาวเลิกขึ้นเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไป


“หลานชายของผมเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังแล้วล่ะครับ”

“คุณบังคับเขารึเปล่า”

“ไม่ ผมแค่ไม่อยากให้เขาอึดอัดใจ เลยถามแค่ว่ามีอะไรจะพูดออกมาบ้างมั้ย”

“แล้ว...เด็กคนนั้นพูดเรื่องของผมว่ายังไงบ้างเหรอครับ”


นัมจุนเหลือบมองใบหน้านิ่งสงบของยุนกิด้วยดวงตาเรียวคม ก่อนจะโคลงศีรษะเล็กน้อยเพราะต้องการดูเชิง


“คุณบอกผมมาก่อนได้มั้ย ว่าตอนนี้คุณมีความสัมพันธ์แบบไหนกับหลานชายผมกันแน่”


...

ห้องสมุดที่เงียบอยู่แล้วตอนนี้ก็พลันอบอวลไปด้วยบรรยากาศสุดเวิ้งว้างมากกว่าเดิม


สำหรับบุรุษที่เตรียมใจมาแล้วแม้กระทั่งอาจจะตายก่อนแก่อย่างมินยุนกินั้น แน่นอนว่าเรื่องนี้เองเขาก็คิดมาแล้วเช่นกัน...แต่ก็นับว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าความตายนิดหน่อย ตรงที่ถ้าหากว่าทุกอย่างมันเกินกำลังจะควบคุมจริงๆ ถึงเวลานั้นคงจำเป็นต้องตามใจในเมื่อตัวเขาไม่ได้คิดจะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว


มั่นใจว่าตัวเองก็ตัดสินใจไม่พลาดหรอกน่า...

อาจารย์สอนดนตรีประสานสายตากับคนตรงหน้าอีกครั้งที่รอคำตอบอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันพร้อมแล้วที่จะออกมาจากปากของตนเช่นเดียวกัน


“ตอนนี้ผมกำลังคบกับคิมแทฮยองหลานชายคุณ”

“....ครับ”


นัมจุนยิ้มรับอย่างใจเย็นแม้ว่าจะรู้สึกสะเทือนใจโดยไม่ทันตั้งตัวแบบว่าจู่ๆหลานชายในความดูแลก็ออกเรือนไปเฉยเสียอย่างนั้น ถึงจะไม่ได้เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยแต่ตลอดปีที่กลับเกาหลีมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็เหมือนกับช่วยเลี้ยงเจ้าเด็กน้อยนั่นให้เติบโตด้วยเช่นกัน


“คุณอยากรู้เรื่องไหนเพิ่มมั้ยล่ะครับ หรืออาจารย์คิมจะเล่าอะไรให้ฟังก่อน”

“ก็เปล่าหรอกครับ หลานชายผมก็บอกนี่ล่ะว่าเขาคบกับคุณ”


ยุนกิยิ้มออกมานิดหน่อย


“คุณสองคนนี่ดีจังเลยนะครับ เด็กคนนั้นก็ดูเชื่อใจคุณมาก และยังกล้าหาญมากอีกด้วย”

“คุณเองก็สามารถทำให้แทฮยองไว้ใจและยอมที่จะคบกับคุณได้ ผมก็คิดว่าคุณไม่ใช่คนที่แย่หรอกครับ”


“ฮะๆ...ต้องบอกว่าเพราะหลานคุณน่ะทำให้ผมพยายามทำตัวแย่ๆน้อยลงต่างหาก” เขาแค่นหัวเราะเสียงแหบออกมาไม่ดังมากนัก ความจริงชีวิตเขาไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงด้วยซ้ำ ครอบครัวพร้อมหน้า ฐานะทางบ้านพอใช้ค่อนไปทางเหลือเฟือหน่อยๆส่วนตัวเขาก็มีที่อยู่และงานการทำทั้งงานธรรมดาและรายได้เสริม ก็นับว่าความเป็นอยู่ไม่ได้ลำบากอะไรเลย


แต่นั่นแหละ คนที่มักจะแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนั้น...คนที่มักชอบเอาตัวเข้าไปยุ่งกับสถานการณ์อันตรายตั้งแต่เด็กจนโตแม้แต่กับเพื่อนก็ไม่ได้สนใจว่าคิดจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่หรือไม่ – ความจริงพยายามจะไม่คิดผูกพันมากเกินไปต่างหาก


จนสุดท้ายแล้ว ตัวเขานี่เองล่ะคือตัวสร้างปัญหาที่แท้จริง

กระทั่งเขาได้สัมผัสถึงตัวตนและหัวใจของคิมแทฮยองนั่นแหละ


นัมจุนที่มองท่าทีเครียดๆโดยไม่รู้ตัวของเพื่อนร่วมงานตัวเล็กก็รู้สึกได้ว่าทางนั้นคิดจริงจังและกังวลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


“ถ้าตอนนี้ชีวิตของอาจารย์มินและหลานของผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรแล้ว ผมก็คงไม่ต้องห่วงเขามากเกินความจำเป็นอีก”

“....อาจารย์คิม...”

“อีกไม่กี่ปีแทฮยองก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว การที่ให้เขาเริ่มใช้ชีวิตของตัวเอง ตัดสินใจเองทีละนิดละหน่อยมันก็เป็นก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตที่ผู้ปกครองอย่างผมหรือพ่อกับแม่ทำได้แค่คอยดูแลห่างๆแล้วก็แนะนำตามสมควรเท่านั้นล่ะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนแบบนี้”


ตอนแรกตัวอาจารย์มินก็ไม่ได้สนใจใส่ใจข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวคุณอาของเด็กนั่นมากนักแม้ว่าแทฮยองจะเคยเล่าให้ฟังมาบ้าง แต่พอได้คุยกันเองจริงจังก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหนุ่มน้อยแฟนเด็กของเขาถึงได้ไว้ใจที่จะบอกกล่าวเรื่องสำคัญกับผู้ชายคนนี้


“คุณรู้มั้ย คุณเป็นผู้ชายที่หาได้ยาก”

“อาจารย์มินก็พูดเกินไปแล้วครับ ก็คงมีอยู่เยอะแยะแต่เราไม่ได้รู้จักกับพวกเขาเท่านั้นเอง” เจ้าตัวยิ้มเขินจนแก้มบุ๋ม ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่ๆก็ถูกชมทั้งที่คนพูดก็พูดได้สีหน้าจริงจังเหลือเกิน

“นอกจากผมจะโชคดีที่ได้คบกับหลานของคุณ ก็เป็นการที่ได้นั่งคุยกับคุณนี่ล่ะอาจารย์คิม”



 

 

                “เนี่ย คุณโฮซอก อาจารย์มินเขาพูดกับผมแบบนี้ล่ะครับ”

“แล้วไงล่ะครับ คุณจะเอามาบอกผมทำไมกัน”

“คุณไม่รู้สึกโชคดีบ้างเหรอเวลาอยู่กับผม”

“เรื่องแบบนี้เขาไม่ได้รอให้อีกฝ่ายพูดออกมาเองหรอกเหรอคุณนัมจุน”


อาจารย์จองยิ้มหวานเย้าแหย่ให้กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมแผนกไปยันเพื่อนร่วมทางและเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเหลืออย่างเดียวแล้วที่ยังไม่ได้ร่วมกัน


“ก็...ผมตื่นเต้นนี่ หลายๆอย่าง...”

“เรื่องแทฮยองเรื่องสำคัญเลยนี่ครับ”

“คนในครอบครัวผมทั้งคน เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ จน...อ่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมีแฟน”


นัมจุนลูบหน้าด้วยสองมือแล้วก็เริ่มลงมือกินมื้อเที่ยงต่อ ซึ่งคราวนี้ทั้งสองคนไม่ได้ลงไปที่โรงอาหารอย่างเคยแต่กลับนั่งกินกันในห้องพักครูฝ่ายวิชาการที่อยู่อีกตึกแทนซึ่งคนละที่กับตึกสองที่เป็นตึกที่เอาไว้เรียนเกี่ยวกับพวกกิจกรรมเช่นดนตรี ศิลปะ


“นี่ขนาดเขาเป็นหลานคุณนะครับ ถ้าเป็นลูกสงสัยท่าทางจะแย่”

“เป็นหลานน่ะดีแล้วครับ ผมจะได้ คุย กับคุณได้สบายใจ”

“....คุณนี่มัน...” โฮซอกอยากจะเอาตะเกียบทิ่มหลังมือไม่ก็เอามาตีอีกฝ่ายเสียให้รู้แล้วรู้รอด


ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไม่รู้หรอกว่าคุณอาจารย์สอนภาษาอังกฤษคนนี้เขาคิดอย่างไรและต้องการอะไรจากเขา ก็นับว่าชัดเจนทีเดียว ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ก็อย่างที่บอก ตอนนั้นมันติดอยู่แค่เรื่องเดียวเองจริงๆ แต่ทุกอย่างมันก็เหมือนปลดแอกไปหมดแล้วในเมื่อนัมจุนเลือกที่จะเข้าใจแล้วก็อยู่ข้างๆตนเช่นนี้


มื้อกลางวันของอาจารย์จองหยุดชะงักลงอีกครั้งเมื่อมีสายเข้ามาในเวลานี้ และเมื่อหยิบมันขึ้นมาดูจนเห็นชื่อที่โชว์อยู่ก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาจนลังเลใจที่จะรับสาย


“รับเถอะครับ หากคุณไม่โอเค คุณก็มีสิทธิ์ที่จะวางเหมือนกัน”


คนตัวสูงที่เขยิบมาให้กำลังใจนั้นเอื้อมมือไปบีบข้อมือผอมของทางนั้น จนในที่สุดโฮซอกก็พยักหน้าเชิงขอตัวและเดินออกไปรับสายข้างนอกห้องโดยมีสายตาที่มองตามไปอย่างเป็นห่วง

 

 



                ย้อนเวลากลับไปที่เริ่มมื้อเที่ยงเล็กน้อย ถึงอาจารย์ห้องพยาบาลคนเหงาที่ยังคงเหงาเนื่องจากถูกเพื่อนทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบโดยการหนีไปนั่งมองเด็กของตัวเองนั่งกินข้าวจนอิ่มทั้งกายและใจ หึย มันน่านัก


แต่จะทำอย่างไรได้ ก็ความสุขของเพื่อน...อันที่จริงเห็นยุนกิเป็นแบบนี้เขาก็รู้สึกดีเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยมันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หมอนั่นน่ะมันเชื่อฟังแทฮยองมากกว่าเพื่อนซี้ร่วมสิบห้าปีอย่างเขาเสียอีก

แม้จะไม่กี่เดือนแต่ก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ...หมายความว่า เรื่องราวที่มันเกี่ยวข้องทั้งตัวเขาและคนรอบข้างแบบจริงจังชนิดที่ไม่เคยเจอมาก่อน


“อ...อาจารย์ ...อาจารย์ซอกจินอยู่มั้ยครับ”


น้ำเสียงที่ติดประหม่าที่ร้องเรียกชื่อเขาอยู่หน้าห้องพยาบาลทำให้เจ้าตัวที่กำลังกินมื้อเที่ยงอยู่ในห้องด้านในรีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้วิ่งปรู๊ดออกไปยังหน้าห้องทันที

ถ้าเป็นเสียงของจอนจองกุกน่ะ เขาจำได้แม่นอย่าบอกใครเลย (และไม่น่าจะมีใครอยากรู้)


“ครับ มีอะไรรึเปล่า เข้ามานั่งก่อนสิ”


ซอกจินกล่าวอย่างร่าเริงเหมือนอย่างเคยและเชื้อเชิญให้คนเด็กกว่าเข้ามาด้านในซึ่งอีกฝ่ายก็เดินตามมาโดยง่าย และพอสังเกตอีกทีเขาเห็นว่าในมือของเจ้ากระต่ายน้อยตัวใหญ่นี่มีกล่องข้าวมาด้วย


“อ่า... ผม... ผมขอนั่งกินข้าวกลางวันที่นี่ด้วยได้มั้ยครับ ที่นี่มีที่นั่งรึเปล่า”


เด็กหนุ่มถามพลางชะเง้อมองเข้าไปภายในห้องตาแป๋ว ท่าทีที่น่ารักน่าเอ็นดูทำให้คุณอาจารย์คิมรู้สึกอยากจะเปลี่ยนรสชาติของมื้อเที่ยงวันนี้เสียเดี๋ยวนี้แต่แน่นอนว่าอีกใจหนึ่งก็นับถึงถึงอินฟินิตี้รัวมากเช่นเดียวกัน


“อืม ถ้าเธอไม่รังเกียจห้องทำงานด้านในนั่นก็มีที่นั่งตรงนั้นที่เดียวล่ะครับ”

“ครับๆ ไปกินตรงนั้นก็ได้”


จองกุกค้อมศีรษะปะหลกๆแล้วรีบเดินงุดๆเข้าไปด้านในจนซอกจินแอบจินตนาการจนเห็นหูกระต่ายที่พับลู่บนศีรษะของอีกฝ่ายได้ชัดเจน เขาเดินตามกลับเข้าไปเพราะว่าตัวเองก็กินข้าวเที่ยงค้างเอาไว้อยู่ด้วย


“ดีใจที่เธอมานั่งกินข้าวที่นี่กับผมนะครับ”


คนตรงหน้ายังคงหันมองไปรอบๆสำรวจอย่างใคร่รู้ก่อนจะหันมาถามซื่อๆ


“เดี๋ยวนี้อาจารย์ไม่ได้นั่งกินกับอาจารย์มินแล้วเหรอครับ”

“ใช่ครับ มัน...เอ่อ เขาค้นพบที่ของตัวเองแล้วล่ะครับ คงกินอร่อยกว่านั่งมองหน้าเพื่อนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กอย่างผม” ซอกจินพูดอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะคีบอาหารเข้าปาก ในขณะที่จองกุกกำลังแกะกล่องข้าวและเตรียมตะเกียบอยู่พอดี


“ว่าแต่ทำไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะครับ ไม่ไปกินกับเพื่อนๆแล้วเหรอ”

“อะ..” น้องแอบตกใจทำตาโตเล็กน้อยก่อนจะเอาตะเกียบจิ้มๆที่ข้าว “พอดีว่า..ผม...ผมมีเรื่องจากจะคุยกับอาจารย์น่ะครับ”

“คุยกับผม??” ไม่ต้องบอกว่าตอนนี้ในใจของอาจารย์หนุ่มสุดหล่อลิงโลดเบิกบานจนเลือดลมสูบฉีดอย่างตื่นเต้นจนทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกายยามที่ทอดมองกลับไปยังตากลมใสที่แสนจะน่ารักของอีกฝ่าย “มาสิครับ ผมอยากฟังทุกเรื่องของเธอเลยนะ”


“คือว่า...ผม...คุยกับแม่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ เรื่องทั้งหมดทุกๆอย่าง” จองกุกอ้อมแอ้มเล่าออกมาพลางแอบหลบสายตานั้นไปด้วย

“คุณแม่โอเคสินะครับ”

“ครับ ผมก็ไม่ได้หวังให้แม่เข้าใจทุกๆอย่างของผมหรอก แค่เรื่องสำคัญบางเรื่องก็พอแล้วล่ะครับ ที่เหลือก็แค่อยากให้เขารู้”

“ดีแล้วล่ะครับ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเก็บมันเอาไว้คนเดียวอีกแล้วล่ะ”


“อ่า แล้วก็...อีกอย่าง” ใบหน้าน่ารักเผลอยู่ลงเล็กน้อยพร้อมกับปลายตะเกียบที่ยังคงจิ้มอยู่ในกล่องข้าว “ผมยัง....ยังไม่...ไม่ได้คุยกับผู้ชายคนนั้น...ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงกับเขาดี”

“คุณอีที่มาบ้านเธอบ่อยๆใช่มั้ยครับ”


จองกุกพยักหน้าตอบน้อยๆก่อนจะเริ่มคีบอาหารเข้าปากต่อหลังจากเผลอเหม่อไปเมื่อกี้


“ผมควรจะเริ่มคุยอะไรกับเขาก่อนดีครับอาจารย์...มัน..รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้”

“อืม....” ซอกจินนั่งกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อยู่แป๊บหนึ่งก่อนที่จะโน้มตัวเข้ามาหา “จองกุกลองเริ่มคุยจากเรื่องล่าสุดก่อนดีมั้ยครับ เรื่องที่จะไปเรียนต่อ ผมว่าน่าสนใจนะ” เขาเอ่ยปากออกไปแบบนั้นก็จริงแต่พูดถึงเรื่องนี้ทีไรก็ใจหายทุกที แต่ถ้ามันเป็นประโยชน์ของน้องเขาก็จะไม่รั้งเอาไว้หรอก (กัดฟันพูด)


“งั้นเหรอครับ...เรื่องเรียนต่อเหรอ.......” เด็กหนุ่มเงยหน้าเอียงคอนึกอะไรบางอย่างอยู่ก่อนจะค่อยๆกลับมาสบตาอีกฝ่ายอีกครั้ง “ความจริง...ผมเองก็อยากไปต่างประเทศนะครับ อยากไปมากๆเลยทีเดียวแหละ”

“...” อาจารย์สุดหล่อตอนนี้ในใจน้ำตารื้นแล้ว


“แต่ว่าไม่รู้สิครับ ผมเองก็ยังเป็นห่วงแม่ เงินที่บ้านก็ไม่ได้เยอะพอที่จะออกค่าใช้จ่ายต่างๆได้ อย่าหวังเรื่องค่าเทอมกับที่พักเลยครับ ตั๋วเครื่องบินก็ลำบากแล้ว อีกอย่าง...ผมก็ไม่ได้หัวดีขนาดจะสอบชิงทุนไปได้ด้วยนี่สิ” ประโยคท้ายนั้นน้ำเสียงน่าฟังค่อยๆแผ่วลงพร้อมกับสีหน้าที่กลายเป็นยิ้มเจื่อน ซอกจินเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งด้วยเพราะลำพังตนเองก็ไม่ได้เงินถุงเงินถังอะไรนักแค่อย่างน้อยก็ไม่เคยอดอยากหรือต้องพึ่งเมนูประหยัดอย่างบะหมี่ห่อเพราะเงินชนเดือน แต่ถ้าจะให้ช่วยส่งเสียให้ไปเรียนต่างประเทศเป็นล่ำเป็นสันนี่มีแต่ล้มละลายเท่านั้นแหละชีวิตเขา

ถ้าให้เขาช่วยเหลือจองกุกเรื่องอื่นน่ะก็พอจะทำได้อยู่แล้ว...อย่างน้อยตอนนี้ตนก็โตพอที่จะมีสติคิดถึงทั้งตัวเองแล้วก็ตัวน้องเขา มีความรักอย่างเดียวมันอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้เกิดมารวยเป็นทุนเดิม


“อ่า...เพราะแบบนั้นล่ะครับ ถ้าเธอมีโอกาสแล้วผมเองก็ไม่อยากให้ปฏิเสธไปหรอกนะ”


ใช่...เขาเข้าใจดีเลยล่ะ


“...แบบนั้นมันจะดีใช่มั้ยครับอาจารย์...”

“การรับความช่วยเหลือจากใครมันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่แย่หรอกครับแม้ว่ามันอาจจะมาจากคนที่เราไม่ได้ชอบ”

“...”

“จุดประสงค์ต่างหากที่สำคัญ คนที่เราเชื่อถือก็ส่วนนึง แต่เราวัดกันที่เจตนาของคนคนนั้นดีกว่านะครับจองกุก”


“อืมมมม......” หนุ่มน้อยหลับตาพิจารณาถึงคำแนะนำของอาจารย์ตรงหน้าอีกทีพลางกินไปด้วยแม้ว่ามัจจะเชื่องช้าจนอาหารในกล่องพร่องลงไปเพียงครึ่งเดียวก็ตาม

“ขอบคุณนะครับอาจารย์ แล้วก็...ขอโทษที่ทำให้ต้องมาลำบากกับผมตั้งหลายเรื่อง”

“ฮะๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็เคยบอกเธอแล้วไงครับว่าเพราะอะไร”


คำพูดตอกย้ำนั้นทำให้จองกุกหวนคิดไปถึงวันที่เขาเมา แม้ว่าช่วงที่นั่งคุยกับซอกจินจะเบลอๆไปบ้างแต่เขาว่าก็พอจะจำได้อยู่ถึงความหมายที่คนโตกว่าได้ให้ไว้

เพราะแบบนั้นเด็กหนุ่มก็เลยรู้สึกเหมือนแก้มจะร้อนวูบวาบขึ้นมาอีกแล้ว


“....อาจารย์ซอกจินครับ”

“หืม?


อาจารย์คิมเลิกคิ้วกับท่าทีที่จู่ๆก็เปลี่ยนไป จากสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนั้นกลายเป็นกิริยาเผยยิ้มน้อยๆอย่างขัดเขิน ดวงตากลมๆที่หลุกหลิกอยู่ไม่สุขเพราะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนก็กลับหลุบลงต่ำแต่ใบหูสีเรื่อนั่นมันก็ฟ้องอยู่ดี


...โอ้ยยยยจอนจองกุกหยุดน่ารักเถอะครับพี่ขอร้อง
!!! ซอกจินล่ะอยากจะออกไปกรี๊ดนอกหน้าต่างแล้ววิ่งกลับมาฟัดน้องให้จมเตียงห้องพยาบาลนัก


ซึ่งแน่นอนว่าไอ้ความมโนล้านแปดนั้นถูกกลบด้วยรอยยิ้มหล่อเนียนกริบอย่างไร้ที่ติ


“อ...อาจารย์...ชอบผมจริงๆเหรอครับ”


จองกุกพูดเสียงเบาลงทั้งที่ตรงนี้มีเพียงแค่สองคน แต่นั่นก็ทำให้คนตรงหน้านั้นถือโอกาสโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น


“ถามแบบนี้ แสดงว่าพร้อมจะฟังคำตอบแล้วใช่มั้ยครับ”


ทั้งสายตา และน้ำเสียงที่ดูเหมือนจริงจัง แต่ก็เหมือนกำลังหยอกเล่นทำให้เจ้าเด็กกระต่ายรู้สึกประหม่ามากขึ้นกว่าเดิม จึงได้แต่พยักหน้าเร็วๆตอบกลับไป


“ผมดีใจนะครับที่เธอถามตอนที่อยู่ที่นี่”

“...? ทำไมเหรอครับ?


ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นมากุมมือของจองกุกข้างที่ไม่ได้ถือตะเกียบเอาไว้อย่างหลวมๆ ทว่าก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นอย่างชัดเจน


“เพราะที่ห้องพยาบาลนี้...คือที่ที่ผมได้รู้จัก แล้วก็รู้สึกดีกับเธอเป็นครั้งแรกไงครับ”



-------------


>>Talk

มาค่ะ อัพต่อออ โบนัสเมื่อใกล้จบแล้ว (ฮา)

คิดว่าเรื่องนี้น่าจะจบภายในเดือนหน้าค่ะ! เดือนนี้จะอัพต่อไม่น่าจะทัน และโควตาต้องไปอัพเรื่องอื่นด้วย เพราะงั้นต้องกระจายเอเนอจี้ไปก่อน แต่ก็ใกล้จะถึงปลายทางกันแล้วล่ะค่ะทุกคน YvY อาาาา จะจากกันแล้วหรือนี่ ยังไงก็มาอยู่ด้วยกันไปจนจบเลยนะคะ ♥

ขอบคุณมากๆสำหรับเมนท์ แท็ก เฟฟ วิว หลายๆอย่างรวมทั้งการรอคอยรวมเล่มด้วยค่ะ มาแน่นอน >v<

ไว้เจอกันตอนหน้าที่น่าจะอัพต่อเดือนหน้านะคะ 5555 เย่ ซียูออล!


ปล.ยินดีกับหนุ่มๆสำหรับแดซังด้วยค่ะ บังทันเก่งมากอาร์มี่ก็สุดยอดมาก! เจ๋งไปเลย~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #379 kyuri13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 12:34
    เขินพี่จินทำไมเลี่ยนขนาดนี้ประโยคสุดท้ายจบฟิคฉันตาย
    #379
    0
  2. #378 seris (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:08
    กี๊ส อ.มินคนแมนของนุ กี๊ดๆๆๆ /โดนน้องแทหยิก ฮือ ผ่านด่านคุณอาแล้ว ดีใจด้วยค่าาา /เก็บปืนลูกซอง ชอบที่อ.มินบอกว่าน้องแททำให้อยากเป็นคนที่ดีขึ้นอ่ะ แบบแง เนี่ยเพื่อน้องพี่ยอมแร้ว เขินๆๆ /แทะผ้าห่ม ส่วนอ.นัมจุนนี่น่ารักมากค่ะ เห่อหลานเหมือนเห่อลูก 55555555 มีเอาไปเม้าท์กับอ.จองแล้วเต๊าะเค้าต่อได้อีกอ่ะคนเรา แหน๊ เอาตะเกียบจิ้มให้พรุนเลยค่ะอ.จอง 55555555 คู่นี้น่ารักมากเลยค่ะ มุมิมุ้งมิ้งมากๆ ฟฟฟฟฟฟ
    อ.คิมกับจกุกกกกกกก กี๊ดดดดดด ลูกแม่มาหาผู้ชายถึงห้อง(พยาบาล) สายรุกนะเราอ่ะ 55555555 แล้วมาทำหน้าเขินๆ หูแดงๆ อีก แง อยากจะฟัดๆๆๆ แล้วอ.คิมตอนนี้มันอะไรกันคะ เหมือนเพิ่งเจอพระเอกเป็นตอนแรก ตอนก่อนๆ คือตัวแสดงแทน แง เขินๆๆ เอ้อ เกียดความตีหน้ายิ้มกลบความมโนมากค่ะ โปรเฟสชั่นนอลอะไรขนาดนี้ อรี๊ 555555555555 ว่าแต่น้องจะไปตปท.จริงๆ เหรอคะ แง ใจหายเลย ; ^ ;
    #378
    1
    • #378-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      28 มกราคม 2561 / 23:05
      ปืนไม่ลั่นแล้วเนอะคะ 5555555555555555555 ผู้ใหญ่คุยกันละยิ่งโดยเฉพาะน้งแททำให้คูมคูพี่กิอยากเป็นคนที่ดีขึ้นด้วยแล้ว อิอิ UvU,,
      ความเต๊าะที่เป้าหมายเปิดช่องจะไม่ยอมให้โอกาสหลุดลอยค่ะ ก๊ากกกกกก
      55555555555555555555555555 เดี่ยวนะคะะะะะ วงวารอ.ห้องพยาบาล โธ่ ความพระเอกที่ไม่มีใครเห็น เปงไงล่าาา ปล่อยอัลติแล้วตะลึงกันละซี้---
      #378-1
  3. #372 Nayhrp (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 16:28
    โอยยยย เขินพี่จินนนนนน ตัวระเบิดตู้มไปพร้อมกะจองกุกกกกก คะคือแบ่บบบบบ ทำไมดูเป็นผู้นะ ทำไมดูอบอุ่นนน จองกุกคบกะอ.ไปเถอะลูกกก สงสารเขาาาาา5555 แล้วในส่วนของอ.มินนี่ทางสะดวกแล้วสินะะ อ.คิมก็ไม่ได้ว่าไร แถมยังเปิดทางให้ด้วยยย น่าอิจฉาจริงๆเลยยยย คู่ของอ.คิมกะอ.จองก็ดูจะไปได้ด้วยดี เหลือแต่อ.ห้องพยาบาลเนี่ยแหละ. . .แต่ดูท่าแล้ว คงอีกไม่นานแน่นอน ฮี่ฮี่ ส่วนอ.พัคคค เหงามั้ยคะะะ มามะะ เดี๋ยวเราจะดูแลหัวใจให้เอง----
    #372
    1
    • #372-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      26 มกราคม 2561 / 21:46
      เห็นมั้ยคะอ.คิมห้องพยาบาลเขาไนซ์กายจริงๆ UvU,, /เบลอความภัยตั่งต่าง---
      อ.มินตอนแรกมุมมองเขาแคร์คนอื่นจนไม่อยากผูกพันกับใคร แต่พอมีน้องแทเขาก็เปลี่ยนความคิดใหม่น่ะค่ะ เพราะแต่เดิมเจ้าตัวเขาก็รู้ตัวอยู่แล้ว แฮ่ พอได้นั่งคุยกันสไตล์ผู้ใหญ่ก็เลยเข้าใจกันได้ง่าย
      คู่อ.สอนภาษานี่พอหมดปัญหาตอนนี้ก็ได้เวลาหันหน้าเข้าหากันให้ใกล้ชิดกว่าเดิมละค่ะ <3

      ปล. อ.ป๊าคไม่เหงาหรอกค่ะมีเรื่องเพื่อนร่วมงานให้ศึกษาตลอดเวลา(.....)
      #372-1
  4. #371 k_92 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 08:56
    คุณอาอนุมัติผ่านแล้วววว อาจารย์ซอกจินนี่เก่งเนอะ เก็บอาการเก่ง 555 ทนไม่ฟัดน้องได้ไง
    #371
    1
    • #371-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      26 มกราคม 2561 / 21:10
      จริงๆเพราะคุณอายังไม่รู้ว่าอ.มินทำอะไรกับหลา-----------/ล้อเล่นค่ะ 555555 ไหนๆน้องแทจะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เลยปล่อยให้ตัดสินใจแล้วก็เรียนรู้ด้วยตัวเองจะเข้าใจชีวิตมากกว่า :)
      ส่วนอ.คิมจิน ไหนๆจะจบแล้วขอรักษาภาพพจน์หน่อยค่ะ เดี๋ยวลืมว่าเป็นพระเอก /แค่ก
      #371-1
  5. #370 mayupong-111 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 07:40
    โอย ตายๆๆๆ ทำไมผู้ชายเรื่องนี้มันดีแบบนี้ ฮือออออออ เขินนนนนน
    #370
    1
    • #370-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      26 มกราคม 2561 / 21:02
      อิอิอิอิ ถ้าตัดเสียงในใจของอ.คิมจินไปก็จะเพอร์เฟ็คแล้วค่ะ 55555555555555
      #370-1
  6. #369 tienin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 07:01
    นัมจุนไม่ห้ามอะไรเลยแฮะ ดีจัง ละนี่คือจีบอาจารย์จองไปด้วยใช่ป่ะคะ อิอิ จองกุกตัดสินใจแล้วสินะ แล้วถ้าน้อองไปเรียนต่างประทศอาจารย์ซอกจินจะทำยังไงล่ะเนี่ย
    #369
    1
    • #369-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      26 มกราคม 2561 / 10:58
      แฮ่ คุณอาถือว่าหลานกำลังจะเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ ตัวเองก็เลยทำได้แค่ดูห่างๆจนกว่าน้องแทจะขอคำปรึกษาเองอะไรแบบนี้
      ชั่ยค่ะ ไหนๆดีกันแล้วก็เนียนจีบด้ว---- /จริงๆเขาสนใจอ.จองนานแล้วค่ะ ฮา
      ส่วนเรื่องน้องจะไปนอกนั้น อันนี้เดี๋ยวตกลงกันได้แล้วทั้งคู่ก็จะได้ข้อสรุปเองค่ะ XD
      #369-1
  7. #368 RMJHyun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 03:53
    บอกรักแบบไม่มีคำว่ารักอ่ะ ฮือออออออออออออ อาจารย์คิมทำตัวโรแมนติกก็เป็นเหมือนกันนะเนี่ย ให้สิบบาท
    ดีใจกับอาจารย์มินด้วยนะคะ คุณอาโอเคกับหลานเขยแล้วก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรละมั้ง แต่อย่าดีใจจนน้องเฉานะ
    จารย์คอมสอนอิ๊งกับอาจารย์จองก็ดูโอเคแล้วเนาะ อีกหน่อยจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานแล้วใช่มั้ยนะ
    เดาไม่ถูกว่าทิศทางสองคนนี้จะเป็นยังไงเลยค่ะ หมายถึงการปฏิบัติต่อกัน ไม่อึดอัดแล้วแต่ก็ยังดูเขินๆ
    อ.คิมนี่ตัวดี 555555555 แต่อ.จองน่าจะเป็นดูในความซื่อบื้อนิดๆด้วยแหละเนาะ อ้อ ให้กำลังใจอ.จองนะคะ ;__;
    #368
    1
    • #368-1 Tsukihana(จากตอนที่ 26)
      26 มกราคม 2561 / 08:32
      ขำการให้สิบบาทค่ะ แง5555555555 คุงคุงคิมห้องพยาบาลก็ไม่ใช่เล่นๆค่า (แต่นานๆทีจะปล่อยอัลติ---)
      คุงอาโอเคล่ะค่ะ ถ้าอ.มินไม่ได้ทำอะไรให้มันแย่ลง ความสุขของหลานก็คือความสุขของอา /กัดผ้าเช็ดหน้า
      555555 อ.คิมอิ๊งน่าเอ็นดูอยู่แร้วค่ะ รออ.จองหลง //แค่กๆ
      #368-1