[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 25 : +24+ : Known

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    23 ม.ค. 61



                ....อย่างที่คิดจริงๆ


จองกุกที่บัดนี้เขานั่งปั้นหน้าไม่ถูกเมื่ออยู่ระหว่างวงล้อมของผองเพื่อนที่พากันเข้ามารุมล้อมเอาไว้หลังจากที่เขาเหยียบย่างเข้าห้องเรียนในตอนเช้าวันแรกของสัปดาห์


“เชี่ยกุก พวกกูใจหายหมดเลยนะเว้ย แม่งเอ๊ย ทีหลังทำไรคิดหน่อยดิวะ”

“เออ ทำกูแตกตื่นทั้งบ้านเลยไอห่า เกือบแจ้งตำรวจแล้ว”

“ทุกคนเป็นห่วงนะมึง อย่าลืมดิแม่มึงก็ยังอยู่ อย่างน้อยคิดถึงเขาบ้าง”

“.....รู้แล้ว กูกลับมาแล้วไง กูไม่เป็นไรหรอกน่า”


เด็กหนุ่มที่เพิ่งได้จังหวะเปิดปากโต้ตอบเพื่อนก็เอ่ยแย้งเสียงอ่อย แต่ตอนนั้นมันไม่ทันคิดจริงๆ มีแต่อารมณ์ร้อนที่เดือดปุดจนให้ตัดสินใจชั่ววูบไปแบบนั้น...แต่แค่นั้นเขาก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว จนกระทั่งกลับบ้านได้ไปนั่งคุยกับคุณแม่ก็เผลอร้องไห้ออกมาอีก แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจแล้วแม้ว่าสภาพจะดูไม่ได้เลยก็ตาม


เขาจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกับอีกฝ่ายเสียทีโดยเฉพาะเรื่องสำคัญและเรื่องที่ตัวเองกังวลติดค้างอยู่ในใจมาตลอด


ตั้งแต่จองกุกเริ่มเห็นพ่อกับแม่ตัวเองมีปากเสียงกันแม้ว่าจะปิดเป็นความลับมาตลอดแต่ตนก็เริ่มสังเกตเมื่อบรรยากาศที่โต๊ะอาหารนั้นไม่เหมือนเดิม ท่าทีที่ทั้งสองปฏิบัติต่อกัน มันช่างอึดอัดอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน


จนกระทั่งวันที่ทั้งสองคนนั้นถึงคราวแตกหัก วันที่ฮเยซองถูกสามีของเธอบังคับให้หย่า เห็นได้ชัดเจนว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย เธอไม่เคยเข้าใจว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ทั้งที่พวกเขาแต่งงานอยู่กินกันจนมีลูกชายโตจะเข้ามัธยมปลายได้อยู่แล้ว


แต่สุดท้ายฮเยซองและลูกชายก็เป็นฝ่ายถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลังโดยที่ผู้ชายคนนั้นเดินหน้าต่อไป


จนมันทำให้ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นภายในใจของจองกุก

ความรักที่เคยคิดว่ายืนยาวมันกลับไม่มีอยู่จริง?

สิ่งที่คิดว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานกลายเป็นของแปลกหน้า?


ช่างเอาใจยากเหลือเกิน...

ถ้าอย่างนั้นไม่ควรจะมีมันเสียแต่แรกเลยน่าจะดีกว่า


ทว่าเหมือนยิ่งหนีมันเท่าไหร่ พอได้เผชิญหน้าจริงๆแล้วกลับทำไม่ได้


“...จองกุก อย่าให้เรื่องของแม่มาปิดกั้นความรู้สึกของลูกเลยนะ”

“แต่ว่า....”

“ความรักมันไม่ใช่สิ่งที่สวยงามก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรอกจ้ะ”

“...”

“มันก็คล้ายความรู้สึกทั่วไปของคนเรานั่นแหละ เพียงแต่ว่าการรักษามันเอาไว้ได้ยาวนานเท่าไหร่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับทั้งเราแล้วก็อีกฝ่ายน่ะ”

“ครับ...”

“แม่เชื่อว่าลูกโตพอที่จะทำความเข้าใจกับมันได้แล้ว อย่ากังวลไปเลยนะ”


คำบอกกล่าวของคุณแม่ทำให้จองกุกรู้สึกสับสนอีกครั้งกับการก้าวเดินไปในทิศทางที่ไม่คุ้นเคยต่อจากนี้


“แล้วตอนนั้นมึงไปอยู่ไหนมาวะ ตอนที่มึงไม่ได้กลับไปบ้านอะ”

“นั่นดิ ไปนอนที่โรงพัก?

“จะบ้าเหรอ แบบนั้นตำรวจก็ส่งกูกลับบ้านแล้วปะ”

“ก็ใช่ไง ตกลงมึงไปค้างไหนมา”

“........ก็...”


เจ้ากระต่ายหนุ่มน้อยหลุบหน้าลงหลังจากที่ถูกถามถึงประเด็นนี้หลังจากที่เสียงเพื่อนๆของเขาได้ดึงตัวเองกลับมาจากความคิดในใจที่คุยกับแม่ของตัวเองไปในวันนั้น


“...กู....ก็ไปอยู่ที่...” เขาลดเสียงลง “....กูไปค้างห้องอาจารย์ซอกจินที่คอนโดเขา”


--ชิ้ง--

ทั้งกลุ่มตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ก่อนที่จะรุมคาดคั้นด้วยสายตา


“...จองกุก...ถามจริง ตกลงมึงยังไงกับจารย์เขาวะ”


เป็นแบมแบมที่ถามขึ้นคนแรกหลังจากหายอึ้งไปก่อน และด้วยเหตุที่เขาเป็นคนที่รู้เรื่องระหว่างเพื่อนตัวเองกับอาจารย์คิมห้องพยาบาลมากกว่าคนอื่นๆในกลุ่มด้วย


“...เอ่อ..ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ะ ไม่รู้ดิ กูสรุปไม่ถูก แต่รวมๆก็....กูคิดว่า...กูค่อนข้างจะโอเคกับเขาแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มลูบต้นคอด้านหลังตัวเองหลังจากที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงความขัดเขินเล็กน้อย

“จริงดิ แสดงว่าเขาดูแลมึงดีดิงี้ ...สรุปว่าเรื่องที่เขาคบกับอาจารย์ยุนกินี่ก็ไม่จริงสินะ”


จุนฮเวเขยิบเข้ามาใกล้แล้วถามถึงสิ่งที่คาใจตัวเองมาเนิ่นนาน


“เขาเป็นเพื่อนสนิทกัน อาจารย์เขาเล่าให้กูฟังว่าเขาเป็นเพื่อนกับอาจารย์มินมาตั้งแต่ม.ต้นนู่น”

“ออหอ ไม่ทำดาว่ะ แสดงว่าคุยกันหลายเรื่องเลยสิท่า”

“ก็เขาไม่อยากให้กูคิดมากเลยชวนคุยนั่นคุยนี่อะ”


พอเหล่าผองเพื่อนได้ยินดังนั้นก็แอบอมยิ้มกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายเป็นห่วงจนได้


“ฮือออ ใจหายว่ะ ไอ้กุกมันจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว” ยูคยอมทำท่ายกมือปาดน้ำตาสะเทือนใจอย่างโอเวอร์

“มึงแน่ใจแล้วใช่ปะว่าอาจารย์เขา...เอ่อ...เขาเอามึงแน่ๆ”

“นายจะไปถามให้จองกุกเขารู้สึกอึดอัดทำไมเล่า” แชยองที่เสริมขึ้นมาเอาศอกถองมินกยูไปที

“เอ้า ก็อยากรู้นี่ มันก็แป๊บเดียวเองไม่ใช่เหรอ เอาจริงกูยังไม่รู้เลยว่าจารย์แกปิ๊งเพื่อนกูตอนไหน”

“นั่นดิ เขาบอกมึงเรื้องนี้ปะ”


จองกุกส่ายหน้า อย่าว่าแต่ทางนั้นบอกเลย ให้ถามตัวเองก็ยังไม่กล้าถาม...ใครจะไปกล้าล่ะก็มันเขิน


“ไว้เขาจะบอกเมื่อไหร่เดี๋ยวก็คงบอกเองล่ะน่า อีกอย่างกูก็ยังไม่ได้อะไรกับเขามาก ไม่เป็นไรหรอก”

“แน่นา...”

“เออ ขอบใจที่เป็นห่วงแต่เรื่องนี้กูระวังอยู่แล้วล่ะน่า แล้วก็ห้ามเอาไปพูดให้คนอื่นได้ยินเลยนะเว้ย”


เขาเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าติดเซ็งอยู่หน่อยๆ ก็เข้าใจในความหวังดีของเพื่อนๆอยู่แหละเพราะตัวเองก็คุยปรึกษากับพวกเขาเมื่อก่อนหน้านี้ในกรุ๊ปแชทถึงความรู้สึกต่างๆ และอย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่าคุณอาจารย์ห้องพยาบาลนั้นโสด ไม่ได้เข้าไปเป็นมือที่สามให้ครอบครัวเขาร้าวฉานและสร้างตราบาปให้ตัวเองแต่อย่างใด


แต่สิ่งที่จองกุกยังไม่รู้เลยในตอนนี้ก็คือว่า...เด็กหนุ่มเพื่อนในแก๊งใหม่สดอย่างคิมแทฮยองซึ่งนั่งฟังเงียบๆอยู่วงนอกนั้นคือคนที่รับรองได้อย่างดีที่สุดว่าซอกจินน่ะไม่มีทางไปมีซัมติงวรองอะไรกับยุนกิอย่างแน่นอน


และทั้งหมดนั่น...ก็คือสิ่งที่แทฮยองได้เห็นได้ยินมาตั้งแต่เช้า เขายังไม่ได้สนิทสนมกับจองกุกมากเท่าไหร่เลยยังไม่มีความเห็นร่วมในส่วนนี้ ทว่าเห็นทีอีกไม่นานเขาก็อาจจะ...อาจจะได้คุยกันสักวันหนึ่ง คิดว่านะ


อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าตอนที่ตนเองลงไปกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารจะไม่รู้สึกอะไรหรอกนะว่ามีคนมอง ใช่ เขารู้ว่ายุนกิมักจะมากินข้าวที่นี่เสมอไม่ใช่ห้องพยาบาลอีกต่อไปแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่พบเจอได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอะไร แต่สำหรับวันนี้มันไม่ใช่


แทฮยองเห็น...นัมจุนคุณอาของเขาเองที่มองมาจากข้างหลังของยุนกิอีกที


พร้อมกับท่าทีที่ทำเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างพูดกับเขามาตลอดตอนที่นั่งรถกลับบ้านด้วยกัน แต่ว่าตอนนั้นมีโฮซอกที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าซึ่งทำให้เบี่ยงเบนความสนใจไปได้บ้างเพราะว่าอาจารย์จองนั้นยังไม่ได้เอ่ยถึงประเด็นของยุนกิแต่อย่างใด ก็คงเพราะว่าน่าจะไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันเท่าไรนักจึงยังไม่กล้าที่จะถามเรื่องที่อาจจะดูส่วนตัวก็ได้ นับว่าดีแล้ว


แต่เมื่อตอนที่ส่งอาจารย์จองที่ห้องเช่านั้นแล้วถอยรถเข้าบ้าน จนกำลังเตรียมตัวกินมื้อเย็นนี่สิ เด็กหนุ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆตลอดเวลาทั้งที่ไม่รู้จะรู้สึกเช่นนั้นไปทำไม


เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่...ใช่ไหมนะ

เพราะอย่างนั้นถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่ควรจะสำนึกผิดหรือเปล่า...แต่ว่าก่อนหน้าเขาก็เคยโกหกนัมจุนเอาไว้นี่


คุณประธานนักเรียนคิมคิดหนักขณะที่คีบเอามื้อเย็นเข้าปากไปด้วย ทำให้กลายเป็นเผลอกัดแทะตะเกียบอยู่อย่างนั้นแทนจนในที่สุดคนที่กำลังกินอยู่ตรงหน้าก็ถามขึ้นจนได้


“แทฮยอง วันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปฮงแดเหรอ”


เด็กหนุ่มแทบจะกัดตะเกียบหักเสียเดี๋ยวนั้น


“...เอ่อ..ครับ ใช่ครับ”


นัมจุนที่ได้ยินคำตอบด้วยน้ำเสียงอึกอักเช่นนั้นจึงถามต่อ


“แล้วไปกับ...อาจารย์ยุนกิ?

“...”

“...ครับ ใช่ ผมไปกับเขา”


ผู้เป็นหลานตอบออกมาในที่สุดหลังจากชะงักจนตาโตกว่าปกติเล็กน้อยและเงียบไปชั่วอึดใจ ในขณะที่คุณอาหนุ่มนั้นยังคงไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรในทางลบให้เห็น


“ไปเจอกันยังไงล่ะ? แล้วสนิทกันหรอกเหรอ อาไม่เห็นรู้เลย”

“..................เอ่อ..............”


อันนี้แทฮยองตอบไม่ถูกอย่างจริงจัง ความสับสนในใจเริ่มตีรวนกันไปหมด ทั้งที่พวกเนื้อหาการเรียนอะไรพวกนี้เขาเคยอธิบายและทำสรุปช่วยเพื่อนๆให้เข้าใจง่ายมาตลอดแต่ทว่าเรื่องของตัวเองกลับไม่รู้จะเรียบเรียงมันออกมาอย่างไร


“แทฮยอง มีอะไรอยากจะบอกให้อารู้รึเปล่า”


นัมจุนพูดอย่างสงบอีกครั้งโดยไม่มีท่าทีคาดคั้นที่ทำให้กลัว เพราะใจจริงเขาก็เชื่อมั่นว่าหลานตัวเองน่ะมีเหตุผลพอ หรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ และไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะพยายามรับฟังทุกอย่างทุกเรื่องที่เด็กคนนั้นเล่าออกมาแน่นอนอยู่แล้ว

เมื่อหนุ่มน้อยผิวเข้มได้ยินอย่างนั้นก็เม้มปากแล้ววางตะเกียบลง

ความลับมันไม่มีในโลกจริงๆนั่นแหละ


“คุณอาครับ...เรื่องที่ผมไปเรียนเปียโนทุกวันเสาร์น่ะ”

“หืม?


ดวงตานั้นหลุกหลิกไปมาก่อนจะกลับมาสบเข้ากับอีกฝ่ายพร้อมกับคำตอบ


“...คนที่สอนเปียโนผมคืออาจารย์ยุนกิเองแหละครับ”

“อะ....อย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมไม่บอกอาแต่แรก”

“คุณอาน่าจะรู้เรื่องที่อาจารย์ยุนกิถูกพักการสอนเพราะทะเลาะวิวาทใช่มั้ยล่ะครับ แล้วก็...การที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะเอาเงินคืนมาให้สภานักเรียนที่ถูกขโมยไป”

“อืม” นัมจุนพยักหน้าให้หลานเล่าต่อ

“แล้วก็..ผม...ผมไม่รู้ว่าจริงๆคุณอาจะมองเขายังไงน่ะครับ ผมกลัวว่าคุณอาจะคิดว่าอาจารย์เขา..เอ่อ..เป็นคนไม่ดี เป็นนักเลงน่ากลัว แต่จริงๆแล้วอาจารย์ยุนกิใจดีมากๆนะครับ เขาใจเย็นมากด้วย ผมที่เล่นเปียโนไม่เป็น ทำพลาดไปหลายครั้งเขายังไม่ดุผมเลยครับ แล้วก็ช่วยอธิบายตั้งเยอะ”


แม้ว่าบางทีการอธิบายจะถึงเนื้อถึงตัวไปสักหน่อยเช่นการสอนวางมือก็มายืนซ้อนด้านหลัง และหลังๆหลังจากที่พวกเขาได้ตกลงเผยความรู้สึกบางอย่างต่อกันดูเหมือนจะได้รางวัลแปลกๆอย่างกอดบ้าง ไม่ก็ขโมยหอมแก้มอะไรแบบนี้หลังจากที่แทฮยองทำได้ดี แน่นอนว่าตนเลือกจะไม่เล่ารายละเอียดตรงนี้ออกไปเด็ดๆ เพราะไม่รู้ระหว่างคุณอาเขาจะช็อคก่อนหรือชะตาอาจารย์สอนดนตรีผู้นี้จะขาดก่อนกัน


“เห็นแบบนั้นเขาไม่ใช่คนแข็งกระด้างน่ากลัวหรอกนะครับคุณอา เขาก็แค่ไม่ได้แสดงออกอย่างที่คนอื่นแสดงให้เห็นเท่านั้นเองแหละครับ”

“...ท่าทางเราจะสนิทกับเขามากกว่าที่อาคิดซะอีกนะ”

“อะ....”


แทฮยองเบิกตาอีกครั้งเมื่อถูกนัมจุนทักขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบาง ซึ่งปกติแล้วคนอย่างหลานชายนั้นจะสนิทกับพวกบุคลากรในโรงเรียนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่ก็ไม่ได้นึกถึงพวกอาจารย์ในสาขาอื่นมาก่อนเลยอย่างเช่นพวกที่สอนศิลปะหรือดนตรี แล้วยิ่งเป็นอาจารย์มินคนนี้ก็ยิ่งเหลือเชื่อ ความจริงเขารู้สึกประหลาดใจตั้งแต่แทฮยองได้เล่าว่ามินยุนกิคนนั้นลงทุนไปต่อยตีกับพวกอันธพาลเหล่านั้นเพื่อนำเงินของสภานักเรียนมาคืนให้พร้อมกับแก้ต่างว่าหลานของเขานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ มันแปลกเกินไปที่ถ้าคนไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมอะไรกันมากมายจะกล้าเอาตัวไปเสี่ยงขนาดนี้


ไหนจะการที่เขาจับสังเกตกิริยาอาการของเด็กหนุ่มผู้เป็นญาติที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่ ที่ตอนนี้คงไม่รู้ตัวว่าแววตานั้นมันเป็นประกายวิบวับน่าเอ็นดูขนาดไหน


แต่เอาจริงๆถ้าให้ลองคิดดู แม้ว่าตนจะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ปีกว่า และทางนั้นก็ทำงานมานานกว่าเขา นัมจุนก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวหรือชื่อเสียงอะไรที่ไม่ดีของอาจารย์มินเลย โดยเฉพาะการที่ข่าวในโซเชียลไปไวเช่นนี้ ก็เพิ่งจะมารู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนี่ล่ะ


“แทฮยอง”

“ค..ครับ?

“มีอะไรอยากจะบอกอาอีกมั้ย”

“...”


เด็กหนุ่มเหมือนถูกเรียกให้คืนสติอีกครั้งก่อนจะเม้มปากอย่างลังเล และคิดว่าเมื่อกี้คุณอาของตนอาจจะเริ่มจับสังเกตอะไรได้แล้วแน่ๆ


“...คุณอาไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรกับอาจารย์ยุนกิใช่มั้ยครับ” เขาถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง

“ไม่นี่ เราก็รู้ว่าอาไม่เคยมองใครด้วยอคติแล้วก็ด่วนตัดสินทั้งที่ยังไม่รู้จักดีอยู่แล้ว”


เมื่อได้ยินคำรับรองเช่นนี้เจ้าตัวก็เริ่มที่จะเบาใจและหายใจได้เป็นปกติหลังจากที่ตื่นเต้นจนหายใจติดขัดเป็นระยะ จริงๆเขาก็เข้าใจนัมจุนเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นก็เคยใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ น่าจะมีความคิดหรือทัศนคติที่กว้างไกลยืดหยุ่นพอควรอยู่


ถ้าหากว่าเขาจะพูดมันออกไปในท้ายที่สุด ก็เพราะว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อผู้ปกครองของเขานั้นมีผลอย่างมาก


“คุณอาครับ...ความจริงแล้ว....”

?

“....ผม....ผมกับอาจารย์ยุนกิ...เรากำลังคบกันอยู่ครับ”


 

--


 

                11.45 P.M.


สาวน้อยยังคงนอนไม่หลับเท่าใดนัก ได้แต่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงพลางนึกอะไรไปเรื่อย ตั้งแต่เรื่องที่โรงเรียนวันนี้เช่นเพื่อนในกลุ่มของเธออย่างจองกุกที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มไปได้ดีกับอาจารย์ห้องพยาบาลสุดหล่อคนนั้น


...คิดแล้วก็ดูน่าอิจฉาจังเลยแฮะ


ลิซ่ายิ้มออกมาตามประสาหญิงสาวทั่วไปที่มองเรื่องความรักเป็นอะไรที่ดูน่าตื่นเต้น มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นสไตล์การ์ตูนผู้หญิงที่เป็นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กของความรักในโรงเรียน


เธอนอนคิดอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่วดวงตากลมโตคู่สวยเหลือบไปเห็นกระบอกโปสเตอร์ที่พิงอยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือภายในห้องนอนก็ทำให้นึกอะไรขึ้นมาอีกได้ ความจริงตั้งแต่เอากลับมาด้วยจากวันนั้นก็ยังไม่ได้เปิดดูอีกเลยเพราะตนต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวที่จะสอบไฟนอลที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าแล้ว แต่วาไหนๆตอนนี้ก็ว่างเว้นจากการอ่านหนังสือก็เกิดรู้สึกอยากดูขึ้นมาอีก


จะว่าก็ว่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลยที่จู่ๆแบมแบมก็ไปให้เพื่อนของเธอวาดรูปมาให้โดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรก่อนหน้านี้เลย

ทำไมต้องดูเป็นความลับขนาดนั้น?


เด็กสาวลุกขึ้นจากเตียงแล้วลงไปหยิบกระบอกโปสเตอร์นั้นออกมาอีกครั้งพลางเปิดฝาแล้วเทม้วนภาพออกมาคลี่ดูภาพด้านใน มันเป็นภาพที่วาดด้วยดินสอลงสีทับด้วยดินสอสีขนาดประมาณเอสี่สองแผ่นต่อกัน ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป กำลังดีเลยทีเดียว


“...อยากติดจังน้า ติดดีมั้ย” ริมฝีปากน่ารักพึมพำออกมาขณะดูที่ภาพวาดของตัวเองพลางคิดไปด้วยว่าอยากติดที่ข้างฝาตามวิธีติดที่ไม่ต้องใช้กาวกับผนัง


แต่พอคิดไปคิดมาถ้าจะติดภาพตัวเองไว้ในห้องมันก็แอบเขินอยู่เล็กน้อย และอีกอย่าง ลิซ่าก็จะอยู่ที่นี่อีกแค่เทอมเดียวแล้วก็กลับไทยแล้วด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นสู้ม้วนเก็บไว้แล้วกลับไปติดที่ห้องนอนที่บ้านประเทศตัวเองทีเดียวเลยน่าจะดีกว่า


พอคิดอย่างนั้นได้แล้วเธอก็เลยม้วนมันกลับแล้วใส่ลงไปในกระบอกโปสเตอร์เช่นเดิม แต่ว่าตอนที่ใส่ลงไปนั้นเหมือนมันติดอะไรสักอย่างจนใส่ไม่ลงเสียที เลยคว่ำแล้วเขย่าๆให้สิ่งแปลกปลอมด้านในมันหล่นออกมาอย่างสงสัย


จนกระทั่งมีกระดาษพับชิ้นเล็กร่วงลงมาจากในกระบอกลงมาที่พื้นใกล้ๆเท้า ลิซ่าจึงย่อตัวไปเก็บมันขึ้นมาคลี่ออกอ่านหลังจากที่เก็บภาพลงไปในกระบอกเรียบร้อยแล้ว


และกระดาษสมุดแผ่นนั้นเอง...ที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าภาพที่ได้มาเสียอีก



---------------



>>Talk

เย่ะะะ มาต่อแล้วค่าาาาา ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงท้ายของเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ! หมายความว่ามันจะใกล้จบแล้วนั่นเอง ฮรุกกกกก

วันนี้ขอทอล์คสั้นหน่อยเพราะเดี๋ยวรต.ต้องออกไปข้างนอกแล้วค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ ขอบคุณสำหรับเฟฟ เมนท์ วิว แท็ก เช่นเดิมค่า หงุงงงงง

อ้อๆ แล้วก็เรื่องรวมเล่มนะคะ ตอนนี้วางแผนเอาไว้ว่าอาจจะเปิดพรีช่วงปลายมีนา หรือาจจะเลทกว่านั้นไปนิดนึงค่ะ แฮ่ ยังไงก็ช่วยรอกันด้วยนะคะ ♥♥ /หยอดกระปุกไว้ตั้งแต่วันนี้-----

เจอกันตอนหน้าค่ะ จู๊บ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #377 Ren (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 21:54
    น้องกุกลูกแม่เหมือนมีพ่อแม่อีกหลายคนเลยอ่ะ 55555555555 น่ารัก ใครๆ ก็เอ็นดูหนู 5555555555
    ส่วนคู่ก้าวี เอาแหล่วๆ อ.มินจะอยู่รอดปลอดภัยรึมั่ย โปรดติดตาม 555555 แต่น้องแทน่ารักมากเลยค่ะ น่ารักมากกก ตาเป็นประกายวิบวับๆ ตอนพูดถึงพี่ยุนกิ นี่มันเจ้าลูกหมา ฮ้อย /หอมหัว แต่อ.มินนี่ลวนลามน้องตลอดอ่ะ เอะอะหอมเอะอะจับมือ แหมๆๆๆ น้องน่ารักล่ะซี้ /หรี่ตามอง
    อ.สอนภาษาเค้าไปรับไปส่งกันด้วยค่ะ กี๊ส ไม่ธรรมดา ขนาดนี้ย้ายมาอยู่ด้วยกันไปเร้ย------
    ส่วนแบมลิซ ในที่สุดลิซก็จะเห็นจดหมายน้อยของแบมแล้ว ลุ้นๆๆๆ
    #377
    0
  2. #367 k_922 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 08:57
    ลุ้นตัวเกร็งไปกับแทแล้วอ่ะ
    #367
    1
    • #367-1 (จากตอนที่ 25)
      24 มกราคม 2561 / 19:31
      หายใจลึกลึกกกก คาล์มดาวนะคะ คุณอาไม่น่ากลัวหรอกค่าาา 55555 /รอดูตอนหน้า
      #367-1
  3. #366 WORLDMAS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:00
    ลุ้นนนนนก้าวี คุณอานัมจุนต้องให้ผ่านนะคะ ไม่งั้นแทแทเสียใจแน่เลยย
    #366
    1
    • #366-1 (จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2561 / 21:47
      โฮวววว จะผ่านด่านคุณอาพินัมได้มั้ยนั้นมาเก็บไว้ลุ้นตอนหน้ากันนะคะะ
      #366-1
  4. #365 Reaniar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:22
    โอ๊ยยย ลุ้นอ่าาาา คุณอานัมจุนจะพูดยังไงเนี่ยยย
    #365
    1
    • #365-1 (จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2561 / 21:29
      คุงอาไม่พูดแต่เช็ดลูกซองรอแล้-----/ไม่ใช่สิ55555
      จะเป็นไงต่อต้องรอชมตอนต่อไปนะคะ
      #365-1
  5. #364 Jung Tien-In (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:46
    แทแทบอกนัมจุนแล้วคุณอาจะว่ายังไงบ้างเนี่ย
    #364
    1
    • #364-1 (จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2561 / 19:46
      555 เดี๋ยวได้รู้กันแน่นอนค่า คุงอาจะไม่ปล่อยผ่านแน่นวล--
      #364-1
  6. #363 ปงจี้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 15:15
    ลุ้นคู่ก้าวีมาก กรี๊ดดดดด
    #363
    1
    • #363-1 (จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2561 / 16:03
      เก็บไว้ลุ้นต่อตอนหน้าค่ะ 55555
      #363-1
  7. #362 RMJHyun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 14:23
    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอ๊าคหวาดแปลกๆตอนอาหลานเค้าคุยกัน
    ไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่ารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงแก๊สระเบิดตัง ตู้ม!!!!





    แต่ระเบิดอยู่บนหัวอาจารย์มินนะ
    #362
    1
    • #362-1 (จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2561 / 14:52
      โดนระเบิดส่งต่อกันเป็นทอดๆค่ะ กรอบ 555555555555555 /แต่ลงหนักสุดก็จารย์มิน
      มาร่วมเอาใจช่วยคุณเขากันนะคะ เอ๊ะรึเป็นกำลังใจให้คุณอา---
      #362-1