[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 24 : +23+ : Trust

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60



                ‘RRRRRRRRRRRRRRRRRR’


มือถือตัวเองที่จู่ๆก็แผดเสียงร้องขึ้นมาตอนสามทุ่มทำให้ร่างเล็กที่กำลังจะเคลิ้มหลับคาโซฟาในห้องตัวเองนั้นต้องเด้งตัวขึ้นมาใหม่ด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีกจนเหยียดริมฝีปากตัวเองเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาตอนนี้นั้นคือเพิ่ลซี้ปานจะกลืนกินลำแข้งกันและกันอย่างซอกจินนี่เอง


“ไรมึง” น้ำเสียงง่วงปนเซ็งของยุนกิแสดงออกไปอย่างไม่มีปิดบัง

[ยุนกิ มึงอยู่คอนโดแล้วใช่มั้ย]

“เออ กลับมาตอนทุ่มกว่า”

[มึง! มา! ห้อง! กู! เดี๋ยว! นี้!]


...อ้าว ไอสัส วันนี้มาแปลก

น้ำเสียงร้อนรนบ่งบอกถึงความร้อนอกร้อนใจของเพื่อนนั้นตนเองไม่ได้ยินเสียนานจนนึกแปลกใจนักว่ามันเกิดอะไรขึ้น


“เป็นไรวะนั่น เสียงมึงไม่โอเค”

[มาหากูก่อนแล้วจะบอก เดี๋ยวนี้เลย กูขอใช้โควต้าไม่ให้มึงนอน!]


พอได้ยินแบบนี้แล้วก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากกว่าเดิมเพราะปกติจะสนิทกันจนทำอะไรเปิดเผยจริงใจไม่ค่อยเหนียมอาย ยกเว้นเรื่องการนอนเวลาง่วงของตนนี่ล่ะที่ซอกจินจะไม่ยุ่ง แต่คราวนี้ขนาดหมอนั่นถึงกับไม่ให้เขาได้พักผ่อนอย่างเป็นสุขแสดงว่าท่าทางจะมีเรื่องไม่ธรรมดาจริงๆ


ยุนกิจึงยืดเส้นสายเล็กน้อยก่อนจะลุกจากโซฟา ปิดโทรทัศน์ หยิบกุญแจห้องแล้วล็อคประตูก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่ห้องของเพื่อนอยู่ ความจริงพวกเขาอาจจะอยู่ห้องเดียวกันได้นั่นแหละ แต่ด้วยความที่คิดไปคิดมาและคุยกันแล้วว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวกันบ้างก็เลยตัดสินใจที่จะอยู่กันคนละห้องแล้วมีอะไรก็ค่อยแวะไปนั่งๆนอนๆตามแต่ใจอยากก็แล้วกัน


ร่างเล็กมาหยุดอยู่หน้าห้องแล้วก็เคาะประตูเรียก ซึ่งไม่กี่อึดใจประตูก็ถูกกระชากเปิดออกทันทีราวกับว่าเจ้าของห้องนั้นมารออยู่แล้ว

และสิ่งที่อาจารย์มินเห็นนั้นก็คือซอกจินที่อยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำสีชมพูที่ดูเหมือนยังเช็ดผมไม่แห้งดีด้วยซ้ำ


??????????????????


แต่ยังไม่ทันจะได้ถามว่าเรื่องเป็นไงมาไง เพื่อนสนิทของตนก็ดึงตัวเข้ามาในห้องและปิดประตูอย่างเรียบร้อย ก่อนจะลากแขนยุนกิตรงไปยังประตูห้องนอนโดยที่อีกมือที่ว่างอยู่นั้นก็เปิดประตูเข้าไปทันที จนทำให้ผู้ถูกเรียกนั้นถึงกับผงะมากกว่าเดิม


เด็กหนุ่มมัธยมปลายที่เขาจำได้ดีเนื่องจากรับรู้ว่าซอกจินเพ้อหาทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้กลับมานอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยอกและมีผ้าห่มคลุมท่อนล่างเอาไว้ และที่ท่อนแขนจนตลอดถึงมือมีสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อหรืออะไรนี่ล่ะพันมัดเอาไว้อยู่


“ไอ้จิน! นี่มึงถึงขั้นเล่นBDSMกับเด็กเลยเหรอวะ!!!แม่งเอ๊ยกูยังไม่ได้ลองกับแทฮยองเลย...เอ๊ย ไม่สิ..

“พ่อมึงสิไอ้บ้า! กูทำเพื่อความปลอดภัยของน้องเว้ย!” อาจารย์คิมก็เถียงสวนกลับมาทันควัน

“ทำเพื่อความปลอดภัยของเด็กนี่มึงต้องมัดตัวเองไม่ใช่ไปมัดเขา! ไอ้เพื่อนโง่!

“ก็ตอนแรกน้องเหมือนจะปล้ำกูแต่ดันทำให้กูอยากปล้ำเขาแต่กูยังไม่อยากทำ”


....ห๊ะ ยุนกิขมวดคิ้วอ้าปากหวออีกรอบกับเนื้อความที่มันชอบกล


“............ช้าๆดิ๊ไอ้จิน มึงค่อยๆพูด........”

“เอ่อ....เอาเป็นว่าตอนนี้กูทำอะไรไม่ถูกเลยมึง...กูอยากมีซีนแต่ไม่เอาซีนในจังหวะบัดซบแบบนี้ เข้าใจปะ”


ซอกจินยกมือเสยผมตัวเองอย่างว้าวุ่นพลางไม่กล้าเบนสายตาไปมองจองกุกที่ตอนนี้หลับไปแล้วด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ และน่าจะหลับสนิทจนไม่มีทางมาได้ยินบทสนทนาแบบนี้แน่นอน


จนสุดท้ายทั้งคู่เลยต้องย้ายร่างออกไปข้างนอกอีกครั้งซึ่งก็เป็นที่โซฟาบริเวณโซนนั่งเล่นเพื่อที่จะให้ตัวคุณอาจารย์ห้องพยาบาลนั้นสงบสติอารมณ์และค่อยๆเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ก็ตั้งแต่ไปรับจองกุกมาจากฮงแด แล้วก็แอบมาดอยโซจูตัวเองไปกินจนเมาแล้วก็นั่งรับฟังปัญหาชีวิตของทางนั้น จนกระทั่งเรื่องมันเกิดจะสุ่มเสี่ยงไปในสถานการณ์ล่อแหลมเอามากๆ


และซอกจินจึงตัดสินใจรวบรวมสามัญสำนึกด้านดีที่ยังไม่ตาย เค้นพลังเฮือกสุดท้ายก่อนดาร์คไซด์จะครอบงำถอดเสื้อตัวเองรีบมัดที่มือจองกุกอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันน้องจะมือซนไม่เข้าท่ากับร่างกายเขาในตอนนี้ แล้วก็ทิ้งไว้แบบนั้นโดยที่ตนเองเผ่นออกจากห้องนอนเลี้ยวเข้าห้องน้ำจัดการสะสางความวุ่นวายให้มันเรียบร้อย หลังจากนั้นก็ดับความร้อนรุ่มที่ตกค้างด้วยน้ำจากฝักบัวจนคิดว่าทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะควบคุมได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังระทึกใจไม่หายอยู่ดีจนต้องโทรไปหายุนกิเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง


“มึงแต่งตัวแล้วนอนข้างนอก เช้าแล้วค่อยเข้าไปดู”

“...เอางั้นเหรอ”

“ถ้าไม่เอาแบบนี้เดี๋ยวมึงก็หน้ามืดไปเอาเขา”

“...”


ซอกจินหน้าหงอยลงทันที เพราะถ้ามันเกิดผิดที่ผิดทางเขาก็ไม่ได้ฟินนักหรอก


“กูจะเข้าไปเอาเสื้อผ้าให้”

“หยุด! กูไปเอง น้องเขานอนอยู่”

“หวงไม่เข้าเรื่อง กูไม่แอบดูหรอกโว้ย!

“งั้นก็เข้าไปด้วยกัน”


ยุนกิเหลือบตามองบนอย่างเหนื่อยใจ แต่เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่คิดมากสุดท้ายก็เลยเข้าไปในห้องนอนนั้นด้วยกันทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง และก่อนที่จะออกมา คุณอาจารย์คิมก็ไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของกระต่ายน้อยที่เมาหลับไปแล้วให้โผล่มาแต่ศีรษะ เพราะถึงกำลังจะเข้าหน้าร้อนแต่อากาศโดยรวมในตอนกลางคืนก็กลับเย็นกว่าค่อนข้างมาก การปล่อยไว้ทั้งที่ไม่ได้ใส่เสื้อเดี๋ยวจะไม่สบายอีกเอาได้ ยิ่งภาพตอนที่จองกุกเป็นไข้นั้นเขายังคงจำมันได้ดี


เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้พบกันในวันนั้น

ซึ่งสุดท้ายแล้วซอกจินก็ต้องนอนที่โซฟาด้านนอกตามคำแนะนำของเพื่อนตัวเล็ก ซึ่งมันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

ตนสัญญากับคุณนายจอนเอาไว้แล้วด้วยนี่นะ ว่าจะพาลูกเขาไปคืนในสภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง...


...เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าก้าวพลาดล่ะก็พังแน่อย่างไม่ต้องสงสัย

 


--


 

                ...อา....ปวดหัวชะมัด

ร่างเด็กหนุ่มที่นอนซุกผ้าห่มอยู่นั้นขยับยุกยิกอย่างเชื่องช้าเพราะสัมผัสได้ถึงอาการของตัวเองที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะตอนนี้ที่รู้สึกว่าหัวสมองมันทึบตื้บไปหมดจนไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลย


ทั้งศีรษะที่หน่วงๆหนึบๆจนน่ารำคาญ ไหนจะรู้สึกร้อนๆหนาวๆแต่ก็ไม่ใช่อาการของไข้ มันเหมือนกับว่าตัวเองนั้นอยู่ในสภาพใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นกว่าที่ควรจะเป็น


...เอ๊ะ...?


พอพยายามลืมตาขึ้นมาในที่สุดก็พบว่าตอนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติเพราะถ้าอย่างไรไม่ใช่อากาศในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ได้ใส่เสื้ออยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่การที่เขาไม่ได้ใส่กางเกงด้วยแบบนี้สิ
!!!!


คือหมายถึง...ใส่บ็อกเซอร์ที่มันมีสถานะเป็นกางเกงในน่ะ นี่เขาใส่กางเกงในตัวเดียวนอนเรอะ
!!!??

แล้ว...แล้วรอยแดงๆตรงแขนนี่มันคืออะไร?


แม้ว่าอาการยังไม่ค่อยดี ทว่าสติที่เริ่มคืนมาทีละน้อยทำให้เขายันกายลุกขึ้นมาอย่างตกใจ เนื่องจากรอบๆตัวนั้นมันไม่ใช่ที่ที่เขาคุ้นเคย ไม่ใช่ห้องของตัวเอง ไม่ใช่ห้องนอนของเพื่อน


ที่นี่ที่ไหน

แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้กับที่ที่ตัวเองไม่รู้จัก


“...เชี่ย” ฉิบหายแล้วจอนจองกุก


จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องนอนนั้นเปิดออก เจ้าตัวก็หันขวับไปตามทิศทางเสียงอัตโนมัติพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองไว้ทันที


“โอ๊ะ.. เอ่อ ตื่นแล้วเหรอครับ”

“อ...อาจารย์!?

“ครับ ผมเอง”


ซอกจินที่ตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดแต่งตัวลำลองสบายๆยกมือขึ้นเล็กน้อยประมาณว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายตื่นตกใจเขามากไปกว่านี้ เนื่องจากสายตาที่จองกุกมองมาตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความสับสนและลนลานอยู่ในที


“นี่มันเกิด...อุ๊บ.... “ เสียงของเด็กหนุ่มขาดช่วงไปเนื่องจากความปวดตุบที่ศีรษะเล่นงานขึ้นมาฉับพลัน ทำให้อีกฝ่ายที่เข้ามาทีหลังนั้นรีบรี่เข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง (จากใจจริง) หากแต่ร่างนั้นก็ยังถอยร่นไปด้านหลังเนื่องจากยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่นัก เอาง่ายๆก็คือตอนนี้เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยว่าทำไมถึงมาลงเอยอีหรอบนี้


“จองกุกใจเย็นๆก่อนนะครับ คือ...เมื่อคืนเธอกินโซจูของผมจนเมามาก”

“ห...ห๊ะ ผมเนี่ยนะกินโซจู?”

“ใช่ครับ เธอเอามามาสองขวดแถมดื่มซะเกือบหมด...”

“...ไม่....ไม่จริงน่า”


เจ้าหนุ่มกระต่ายตกใจจนหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม ถ้าหากเรื่องนี้ถึงหูคุณแม่ล่ะก็ต้องโดนว่าแน่ๆ เพราะเขายังไม่บรรลุนิติภาวะเลย

แต่พอนึกถึงใบหน้าของฮเยซอง นั่นก็เหมือนทริกเกอร์ที่ให้จองกุกเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวขึ้นมาได้ในที่สุด

อาจารย์หนุ่มก็เลยใช้จังหวะที่เด็กนี่กำลังครุ่นคิดอยู่เดินเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง จนเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของน้องไม่ได้ดีขึ้นเลยเมื่อคิดถึงแม่ของเขา


“เธอหนีออกจากบ้านมา จำได้ใช่มั้ย”

“.............ผม.......คือ...” เหมือนก้อนอะไรสักอย่างมาจุกอยูที่คอจนพูดไม่ออก

“แล้วเธอก็โทรเรียกผมให้รับมาที่นี่ ก็คือนี่คอนโดผมเองครับ”


จองกุกหน้าตาตื่นยิ่งกว่าเดิมพลางก้มมองที่ตัวเองตอนนี้ซึ่งไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าสบตาอาจารย์คิมห้องพยาบาลอย่างยากลำบาก


“...ล...แล้ว...แล้วหลังจาก....”

“อ๋อ คนเมาปกติก็ต้องคลายเสื้อผ้าให้สบายตัวเวลาพักผ่อนแบบนี้อยู่แล้วล่ะครับ ไม่งั้นอึดอัดแย่”

“งั้นเหรอครับ...”


ซอกจินพยักหน้ารับรองอีกครั้งหนึ่งพลางยิ้มตบท้ายให้ดูเป็นปกติที่สุด จะไม่เล่าและรื้อฟื้นเป็นอันขาดว่าก่อนหน้านั้นมันวินาศสันตะโรมากแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้เป็นความลับตลอดไป


“ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างมั้ย?”

“...อ่า ผม... ยังปวดหัวอยู่ครับ แต่ก็หิวจัง....”

“งั้นเดี๋ยวแป๊บนึงนะ ผมไปอุ่นนมมาให้ก่อน กินเสร็จก็นอนพักต่อจนกว่าจะดีขึ้นก็ได้”

“มันไม่รบกวนอาจารย์เหรอครับ”

“ไม่หรอกครับจองกุก อย่าคิดมาก ยกเว้นว่าตอนนี้เธออยากจะกลับบ้านแล้ว”


พอพูดถึงบ้าน เด็กหนุ่มก็หลุบหน้าลงอีกครั้งด้วยแววตาเศร้าๆ


“ผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย....แม่คง...คงผิดหวังในตัวผมมาก”

“ไม่หรอกครับ ผมว่าคุณแม่ของเธอต้องเข้าใจนะ”

“...แม่จะไปเข้าใจผมได้ยังไง” จองกุกท้วงออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นไหวอีกครั้งพลางมือก็กำผ้าห่มไว้แน่น “...ในเมื่อ...ในเมื่อผมไม่เคยบอกให้แม่รู้เลยซักเรื่อง........”

“...ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะต้องบอกให้เขารู้แล้วนะครับ”


หนุ่มน้อยเบิกตาโตขึ้นชั่ววูบจากการที่เห็นอีกคนเอื้อมมือมากุมมือตนที่กำลังกำผ้าห่มเอาไว้อยู่ พอคิดถึงการที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้าแล้วก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีก


“ไม่ต้องกลัวนะครับ ความจริง...ผมบอกคุณแม่เธอให้แล้วล่ะว่าเธออยู่กับผม แต่ว่าผมจะส่งกลับก็ต่อเมื่อเธออยากกลับเท่านั้น”

“...อาจารย์”


เด็กหนุ่มเกือบจะร้องไห้ออกมาอีกแล้วเมื่อได้ยินแบบนี้ เขาก็คิดนะว่าจริงๆแล้วตัวเองไม่ใช่เด็กบ่อน้ำตาตื้นสักหน่อยนี่ และตนก็เป็นผู้ชายแมนๆไม่ร้องไห้ยามอ่อนแอด้วย เขาก็แค่อยากจะเข้มแข็งเพื่อที่จะดูแลคุณแม่ได้


แต่ว่าตอนนี้ จอนจองกุกก็กลับเป็นแค่เด็กขี้แยคนหนึ่งต่อหน้าคิมซอกจินเท่านั้น....


ก็เป็นเสียแบบนี้ คุณอาจารย์ห้องพยาบาลคิมจะปล่อยให้เผชิญเรื่องแย่ๆตามลำพังได้อย่างไรกันล่ะ





 

                เสียงรถยนต์ที่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านสีฟ้าหลังเล็กยามบ่ายแก่ฉุดเรียกความสนใจให้กับคนในบ้านได้แทบจะทันที ร่างบางรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปเปิดประตูโดยมีชายวัยกลางคนที่นั่งด้วยกันอยู่ก่อนแล้วนั้นตามออกไปด้วย

และทันทีที่เห็นว่าใครเปิดประตูรั้วกลับเข้ามานั้น เธอก็แทบจะทรุดร้องไห้ตรงนั้นอีกรอบ


“จองกุก...!


เด็กหนุ่มค่อยๆผละจากประตูรั้วและเดินเข้ามาประคองร่างของผู้เป็นแม่ โดยที่มีอาจารย์หนุ่มเดินตามเข้ามามองอย่างเงียบๆ


“...แม่ ...ผม......ขอโทษครับ”

“เข้าไปข้างในก่อนนะ แล้วเราค่อยคุยกัน กินอะไรมารึยัง นี่นมกล้วยแพ็คใหม่แช่เย็นอยู่ในตู้เย็นแล้วนะ แล้วก็ขนมที่ลูกชอบแม่ก็ทำเตรียมไว้ให้แล้ว แต่มันเย็นไปแล้วเดี๋ยวแม่อุ่นใหม่ได้จ้ะ”


จองกุกที่ได้ยินฮเยซองพูดเช่นนั้นก็พาลจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกครั้ง

ทั้งที่คุณแม่ทั้งรักและเป็นห่วงตนมากขนาดนี้ แต่สิ่งที่ตัวเองทำออกไปเมื่อวานนั่นมัน...ช่างโง่เขลานัก

เขาปล่อยให้อคติตัวเองบดบังทุกอย่างจนคิดกังวลเลยเถิดไปได้อย่างไรกัน


สองแม่ลูกเดินเข้าไปข้างในอย่างเงียบๆโดยที่เด็กหนุ่มนั้นยังเอาแต่ก้มหน้าไม่มองใคร โดยแม้แต่ซังฮุนเขาก็ไม่ได้ทักทาย และกับซอกจินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ได้ไปไหนหากแต่ยังคงยืนอยู่ตรงประตูรั้วพร้อมกับผู้ชายคนนั้นเองก็ไม่ได้เข้าไปในบ้านเช่นกัน ราวกับเข้าใจว่าตอนนี้พวกเขาต้องการเวลาที่จะปรับความเข้าใจกันเอง


ซังฮุนจึงหันมาคุยกับชายที่ตัวเองนั้นสงสัยอยู่ลึกๆ คนที่ทำให้ลูกชายของฮเยซองให้ความไว้ใจมากกว่าเพื่อนตัวเองในเวลาแบบนี้


“....อาจารย์คิมครับ ได้ข่าวว่าจองกุกไปอยู่กับคุณเมื่อคืน”

“เอ่อ ใช่ครับ ผมดูแลเขาไว้เอง”

“คุณหาเขาเจอเหรอ?

“....เปล่าหรอกครับ เขาโทรหาผม”


ใบหน้าของชายวัยกลางคนแสดงถึงสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินซอกจินพูดออกมาอย่างนั้น เขาพอจะรู้เรื่องที่ทางนั้นชอบมารับจองกุกออกไปทำงานพิเศษด้วยกัน และเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนของเด็กคนนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีความสนิทสนมถึงขั้นนี้


“จองกุกสนิทกับคุณแค่ไหนครับ อาจารย์คิม”

“...” คนที่ถูกถามนั้นนิ่งไปเนื่องจากรู้สึกว่าเหมือนมันเป็นคำถามอารมณ์พ่อของแฟนถามถึงผู้ชายที่ลูกอ้างว่าเป็นเพื่อนชายเพื่อที่จะพาเข้าบ้านได้ในตอนแรก กับรวมทั้งที่ความรู้สึกตัวเองตอนนี้ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจริงๆแล้วจองกุกให้แต้มความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าตัวนั้นไว้เท่าไหนกันแน่


แต่ถ้าหากทางนั้นเลือกที่จะพึ่งพาเขาในช่วงที่มีความยากลำบากอะไรสักอย่าง ก็น่าจะถือว่าสนิทระดับหนึ่งแล้วมั้ง

ส่วนซังฮุนก็ยังคงมองหน้าเพื่อรอคำตอบอย่างใจจดจ่อ


“จริงๆ ถ้าให้เรื่องนี้ผมเป็นคนพูด ผมคงตอบไม่ได้เยอะหรอกครับ เพราะผมอยากเป็นคนเริ่มกับเขาเอง”


อีกฝ่ายเงียบไปบ้างหลังจากได้ฟังประโยคแรก

เนื่องจากว่ามันคล้ายกันเหลือเกิน....


“คุณเองน่าจะเข้าใจนะครับ ...พวกเราไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่”


ซอกจินตอบกลับมาพร้อมกับส่งยิ้มกระอักกระอ่วนไปให้ เนื่องจากตอนนี้เขารู้จากปากจองกุกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของครอบครัวจอนก่อนหน้านี้ และก็เชื่อว่าระดับคนตรงหน้าน่ะอย่างไรก็ต้องรู้อยู่แล้วเช่นกัน ถึงไม่ใช่จากการถามไถ่จากตัวฮเยซอง แต่ระดับซังฮุนแล้วข้อมูลพวกนี้ก็สั่งลูกน้องไปช่วยหาให้ได้สบายๆ


ถึงจะแตกต่างกันอย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนก็เหมือนเริ่มต้นจากศูนย์เพื่อที่จะก้าวเข้าไปในชีวิตของใครคนหนึ่ง

ส่วนตัวชายวัยกลางคนเองนั้นก็ยิ้มออกมาเช่นกัน


“ความไว้ใจและเชื่อใจน่ะ เป็นสิ่งมีค่ามากกว่าความรักที่มีต่อกันนะครับอาจารย์คิม เพราะมันไม่จำเป็นต้องมีความรักเป็นตัวยึดเหนี่ยวก็ได้ แต่ถ้าหากคนรักกันไม่ไว้ใจกันเมื่อไหร่ ตอนนั้นทุกอย่างก็จบลงได้ทันทีอย่างไม่มีข้อแม้แล้วล่ะครับ”


...นี่สินะ ความคิดของคนที่ผ่านประสบการณ์การมีครอบครัวมาแล้ว ซอกจินยืนรับฟังพลางคิดตาม

ถึงภายนอกมันจะดูมีหลายๆปัจจัยเข้ามาเอี่ยว แต่ถ้ามองลึกลงไปในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน มันก็มีแค่นี้จริงๆ


 

--


 

                สิ้นสุดเสียงออดคาบสุดท้ายของช่วงเช้า ทั้งอาจารย์และนักเรียนต่างก็เหมือนได้กดพอสหน้าที่ประจำวันธรรมดาชั่วคราวเพื่อพักผ่อนและลงไปกินมื้อเที่ยงกันที่โรงอาหาร


และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา สิ่งที่เพื่อนร่วมงานและนักเรียนคนอื่นๆเห็นนั้นไม่ใช่ท่าทีเมินเฉยเย็นชาของอาจารย์สองภาษาทั้งสองคนอีกต่อไป กลับเป็นภาพที่พวกเขาลงไปนั่งกินข้าวด้วยกันทุกวันจนเริ่มจะชินตา และไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังรู้สึกว่าสองคนนี้จะสนิทสนมกันมากขึ้นด้วยซ้ำ


ก็นับว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ดี เพราะต่อจากนี้ไปก็หมายความว่าจะไม่มีใครต้องอึดอัดกับกำแพงพวกนั้นอีกแล้ว


“อ๊ะ ตรงนี้มีที่ว่างพอดี ถ้าไม่รบกวนผมขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ” น้ำเสียงร่าเริงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังขึ้นอย่างสดใสตามสไตล์อาจารย์พละตัวเล็ก ซึ่งโฮซอกและนัมจุนก็เห็นว่ามีที่ว่างพอที่จะมานั่งได้อีกคนก็พยักหน้ายิ้มๆเป็นเชิงอนุญาตให้มานั่งด้วยได้


“บางทีเลิกพร้อมนักเรียนก็ไม่ดีเลยนะครับเนี่ย โรงอาหารแน่นมากๆเลย จะเอาออกไปกินข้างนอกก็ไม่ได้ซะด้วย”

“อาจารย์ปาร์คไม่ลองเอาข้าวกล่องมากินเองดูล่ะครับ ผมว่ามันก็ช่วยได้นะ ไม่ต้องไปแย่งกับเด็กแล้วก็มองหาที่นั่งให้ลำบากด้วย”

“อูย ถ้าผมทำอาหารอร่อยผมก็จะทำแบบนั้นล่ะครับอาจารย์โฮซอก แต่สงสัยก็คงต้องทำล่ะครับ แถวที่พักผมมีร้านอาหารอยู่ สงสัยจะได้ลองแล้วก็ตอนนี้”


โฮซอกกับจีมินนั่งคุยกันไปโดยที่นัมจุนนั่งฟังอยู่เงียบๆถ้าหากเป็นท็อปปิคที่ตนไม่ได้มีส่วนร่วม แต่ว่าดูเหมือนคุณอาจารย์ตัวเล็กก็จะไม่ได้ปล่อยให้เขาทิ้งช่วงเงียบนานนัก โต๊ะนี้ก็เลยมีความครื้นเครงมากขึ้นกว่าเดิม


จนกระทั่งคุณอาจารย์ภาษาอังกฤษได้มองออกไปด้านหน้าตนอีกครั้ง ก็เผลอมองค้างจนจีมินที่หันมาว่าจะทักก็ต้องมองตามไปด้วย รวมทั้งประเด็นที่ว่าจะถามความเห็นอีกฝ่ายก็ถูกสับเปลี่ยนในหัวไปในทันทีด้วยความเร็วระดับ
*SSD ขนาด 1TB


“อา...จริงสิอาจารย์นัมจุน หายากจริงๆนะครับเด็กนักเรียนที่สนิทกับอาจารย์จนเกือบจะทั้งโรงเรียนเนี่ย”

“ครับ?” ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วใส่กับเนื้อความที่จู่ๆก็เปลี่ยนไป

“ผมหมายถึง.. เอ่อ ไม่ได้หมายความในเชิงไม่ดีนะครับ ผมว่าเด็กที่เข้ากับผู้ใหญ่ง่ายๆน่ะน่ารักมากๆเลยล่ะ คุณนี่โชคดีนะครับมีหลานชายดีๆแบบนี้ ขนาดกับอาจารย์ยุนกิที่ว่าดุเขายังดูสนิทขนาดออกไปด้วยกันในวันหยุดได้เลย”

“............เหรอครับ”


นัมจุนพยักหน้าเบาๆอย่างคนปกติที่กำลังแสดงให้เห็นว่าตั้งใจฟังในสิ่งที่คู่สนทนากำลังพูด ทว่าตอนนี้สายตาเขามันไม่ได้อยู่ที่จีมิน แต่กลับมองไปข้างหน้าอีกครั้ง


เขาเห็นหลานชายของเขา --ใช่ คิมแทฮยองนั่นแหละ กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับกลุ่มแก๊งค์เพื่อนๆและคุยกันอย่างออกรส

โดยที่โต๊ะข้างหน้าเยื้องไปอีกเล็กน้อยของเด็กคนนั้นมีผู้ชายร่างเล็กผมดำที่แต่งตัวดังเช่นปกติที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงแสล็คสีดำสุภาพและรองเท้าหนังแบบloafer นั่งหันหลังให้กับนัมจุนอยู่


แต่อาจารย์หนุ่มก็รู้...ว่าทิศทางของศีรษะรวมทั้งสายตานั้นมันกำลังให้ความสนใจกับอะไร



--------------

*SSD = Solid state drive เป็นฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ของคอมพิวเตอร์ที่ประสิทธิภาพดีกว่า HDD เดิมที่เป็นแบบจานหมุน 


>>Talk

ฮึๆๆๆ ยังค่ะยัง พระเอกเราจะได้กินอะไรรวดเร็วขนาดนั้น ไม่-มี-ท้าง! วะห้าห้า *หัวเราะชั่วรั้ย* ทำการใหญ่ใจต้องนิ่งค่ะ 

แต่อย่างน้อยตอนนี้คุงคูคิมห้องพยาบาลก็เข้าใจสถานการณ์ของทางบ้านน้องแล้วโนะ จริงๆนับว่าเคลียร์กำแพงชั้นแรกไปได้แล้วด้วยค่ะสำหรับจกุก ต่อไปก็คือความกล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคขั้นสุดท้ายของปมเจ้าตัวซึ่งเป็นลาสบอส-- ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่จินนะคะ อิอิ

ส่วนด้านน้องแทนั้ล จริงๆก็เหมือนจะราบรื่นแล้วถ้าทุกท่านไม่ลืม.... ใช่ค่ะ อย่าลืมคุณอา 55555555555555555 และหลังจากนี้ก็จะเข้าเนื้อเรื่องช่วงสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เย้ ในที่สุดก็จะเดินทางมาถึงปลายทางแล้วนะคะ มาค่ะปรบมือกัน (แต่ก็ไม่ใช่จบในตอนสองตอนนี้หรอกค่ะ ฮา)

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว แท็ก เช่นเคยค่ะ ดีใจจริงๆ มีความสุขมากเลยค่ะที่ได้อ่านฟี้ดแบ็ค T T ♥ อยู่ด้วยกันไปนานๆยันจบเลยน้า เจอกันตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #376 seris (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:26
    พี่จินทำถูกแล้วค่ะ จะทำการณ์ใหญ่ใจต้องนิ่ง! ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามนะคะ กู๊ดจ๊อบ! ส่วนอ.มินคะ อยากลอง BDSM กับน้องแทเหรอคะ (อยากเห็นแฟนอาร์ตจังเล----- แค่กๆๆๆ) โอ่ย น้องกุกตื่นมาจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เป็นพวกเมาแล้วดับเครื่องชนมากลูกเอ๊ย แต่ตื่นมาจำวีรกรรมไม่ได้สักอย่าง 55555555555 น้องคงคิดว่าเสียตัวแล้วแน่ๆ อ่ะ ตลก 55555555 เกียดความคนเมาก็ต้องคลาบผ้านี่แหละครับ นอนสบายๆ เกี๊ยด คิดว่าเป็นอ.ห้องพยาบาลแล้วจะแถไงก็ได้เร้อ 5555555555555
    น้องกุกกลับบ้านแล้วเคลียร์กับคุณแม่ดีๆ นะลูก เก็บไว้กับตัวเองทุกอย่างมันก็ไม่ดีหรอก พี่เคยเป็นมาแร้ว /กอด ส่วนคุณคนนั้นกับพี่จินนี่แหม มีให้คำแนะนำกันด้วยค่ะ ฟฟฟฟฟ ชอบที่พี่ตรงไปตรงมานะคะ จะบวกคะแนนเพิ่มให้ก็ได้ สิริรวมตอนนี้ศูนย์แต้มจากติดลบ------ /วิ่งหนี
    อ.ปาร์ค 55555555555555555 บอกสิคะว่าโต๊ะเต็มจริงๆ ไม่ได้อยากใส่ใจ----- เกลียดการทิ้งระเบิดตู้มไว้มากค่ะ กลับมาก๊อน อ.มินลำบากแล้วนะคะ 5555555555 ตอนนี้อ.นัมจุนก็ได้รู้แร้วว่าอ.มินแอบมองหลานตัวเองอยู่ แหม ขอมอบเพลงให้---- แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย แอบขัดปืนเตรียมไว้นิดๆ แต่ดูเธอช่างเฉยเมย เอาล่ะเตรียมใจไว้หน่อย เต่าจะถูกยิงมั้ยต้องเสี่ยงกัน เย๊อิเยอิเย /เต้นท่าบิดหัวเต่า
    #376
    0
  2. #356 mayupong-111 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 00:45
    พี่จินนน น้องประทับใจ นี่หาฟิคพระเอกเป็นคนดียากมากในเรื่องแบบนี้นะ55555555555 อาจุนเริ่มตะหงิดๆใจแร้ววววว จารจีมนี่ขี้เสี้ยมเหมือนกันนะเนี่ย55555555
    #356
    1
    • #356-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      25 ธันวาคม 2560 / 01:06
      แต่กว่าจะเป็นคนดีได้นั้นยากลำบากแสนสาหัสมากเลยนะคะ 55555555555555555555 สติสามารถขาดได้ทุกเวลา---
      แง อ.ปั๊คไม่ได้ขี้เสี้ยมค่า เขาไม่รู้ววววว นึกว่าคุงอารู้แร้วววว /นี่คือการผิดคิวขั้นร้ายแรง
      #356-1
  3. #355 asd222 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 21:35
    ดีใจที่พี่จินไม่ทำอะไรน้องงงง โล่งงงง ส่วนพี่ก้านี่ โอ้ยยย คิดจะทำอะไรแบบนั้นกับน้องแทสินะ 555 เราจะรอวันนั้นนะคะ

    คู่จกุกพี่จินก็ค่อยๆดีขึ้น ส่วนคู่ก้าวี ถ้าพี่ปาร์คไม่บอกว่าเห็นเค้าไปเดินด้วยกัน คุณอาจะรู้ไหมเนี่ยยย เก็บความลับกันเก่งจริงๆ รอดูว่าคุณอาเค้าจะกีดกัน(?)เลเวลไหน รอนะคะ สู้ๆค่าาา
    #355
    1
    • #355-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 22:00
      ปรบมือให้คุงคูคนเก่งกันค่า 555555 บททดสอบนี้ช่างน่ากลัวนัก // ฮือ ครูมินอยากลองแต่น้องจะกลัวรึเปล่านี่สิคะ---/แค่กๆ
      อ.ปั๊คมาพร้อมกับข้อมูลใหม่ๆค่ะ จมิงรู้จมิงเห็น(....) แก้ตัวที่ตัวเองพลาดเรื่องอ.สอนภาษาไป 555 แต่กลายเป้นทิ้งระเบิดให้เพื่อนร่วมงานแทน
      #355-1
  4. #354 Pattranit-- (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:51
    อ.คิมนี่สุดยอดไปเลย นับถือใจ เปงคนที่ดีและให้เกียรติกุกด้วย ฮือ เอากุกไป *ถวายใส่พาน---*

    อ.มินนี่ใจบาปไปแล้ว! อ.คิมเรียกให้มาช่วยแต่ดันไปเข้าใจผิด แถมยังคิดอะไรแบบนั้นอีก อะไรคะ ยังไม่ได้ลองอะไร แงแง ใจบางเหลือเกิน55555555
    #354
    1
    • #354-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 19:10
      แม้ว่าอ.จะภัยสังคม(กับน้องกุก) ขนาดไหน แต่ถ้าน้องไม่พร้อมไม่ยินยอมฮีก็ไม่กล้าค่ะ ; ^ ; ไหนจะสัญญากับคุงแม่ไว้แล้วด้วย
      555555555555555555555 อ.มินจะเมมไว้ลองกับน้องแทคราวหน้า-----
      #354-1
  5. #353 Nayhrp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 13:32
    โหหห ภูมิใจในตัวอ.คิมจังค่ะะ เห็นเพ้อถึงน้องมาตลอดแต่ก็คุมสติอยู่ด้วยยยย สุภาพบุรุษเว่ออออ *ปรบมือสองแปด* นี่ว่าจองกุก.จะเริ่มสนใจอ.คิมมากขึ้นแล้วแหละค่ะ คนดีแบบนี้ ฮื่อออออ แต่คู่น้องแทนี่. . .ดูเหมือนอ.นัมจุนจะเริ่มสงสัยแล้วนะคะะะ ระวังตัวเด้ออ.มินนน
    #353
    1
    • #353-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 15:25
      มาถึงขนาดนี้จะไม่ยอมพลาดค่ะ :'D แต่กว่าจะผ่านมาได้นั้นช่างยากลำบาก /.......
      อ.มินไม่ต้องกลัวนะคะ อ.คิมนัมใจดีค่ะ 555555 *ซ่อนลูกซองไว้ข้างหลัง* #ผิช
      #353-1
  6. #352 RMJHyun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:19
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ /มือทาบอก ขอบคุณที่อ.คิมยังมีสติแล้วยังไม่ได้ทำอะไรน้อง
    ไม่งั้นนึกไม่ออกเลยค่ะว่านกุกจะตื่นมาแล้วคุยกันยังไง เพราะน้องจำอะไรไม่ได้เลย.....
    ถ้าคุณว่าที่พ่อตาเข้าใจความรู้สึกคุณว่าที่ลูกเขยแล้วอะไรๆก็น่าจะง่ายขึ้นนะคะ
    เหลือแต่จะบอกคุณแม่ยังไงดี /เอ๊ะ ถามน้องกุกรึยัง
    อ.นัมจุนดีกับอ.โฮซอกแล้วดีจังเลยน้าาา ไม่อึดอัดใส่กันแล้ว แต่ตอนกินข้าวแค่เห็นอาจารย์ปาร์คเดินเข้ามานี่ก็ขำแล้วค่ะ
    ครูขี้เผือก 5555555 เหมือนไปทิ้งระเบิดใส่อ.นัมจุนเลยค่ะ แต่คิดว่าตอนนี้คนที่น่าจะโดนระเบิดคนต่อไปคงจะเป็นอ.มินแล้วล่ะ...
    #352
    1
    • #352-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 15:19
      เป็นแบบทดสอบวัดใจอันยิ่งใหญ่ของอ.คิมค่ะ 5555 อย่างน้อยตอนนี้ก็ผ่านมันมาได้แล้ว~
      ส่วนคุณว่าที่พ่อตานั้นมันทริกเกอร์แบบคนหัวอกเดียวกันค่ะ ฮีเลยเข้าใจ อย่างน้อยตอนนี้ก็เหลือแต่คูมแม่ /หื้ม
      อ.ภาษาทั้งสองคนตอนนี้แฮปปี้ค่า ที่พักก็อยู่ใกล้กันด้วย 5555 โตๆกันแล้วก็เลยคุยกันง่ายค่ะ ประกอบกับอ.จองโดยพื้นฐานก็ไม่ได้ไม่ชอบอ.คิมนัมอยู่แล้วด้วย UvU /แต่ในส่วนอ.ปั๊คนั้นนนน ฮีไม่รู้ค่ะว่าเผลอไปโยนระเบิดใส่เพื่อนร่วมงานแร้ว(..........)
      #352-1
  7. #351 kyuri13 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:08
    อาจารย์คิมแมนมากค่ะปรบมืออออ
    #351
    1
    • #351-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 14:38
      ตอนนี้สอนให้รู้ว่าคนเราต้องมีสติอยู่เสมอค่ะ 5555 //ปรบมือออออ
      #351-1
  8. #350 k_92 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 09:56
    ตวามพระเอกของซอกจิน เดี๋ยวนี้อาจารย์ยุนกิไม่ไปกินข้าวห้องพยาบาลแล้วหรอคะ
    #350
    1
    • #350-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 11:20
      จริงๆต้องบอกความกลัวนอนคุก--- //5555555 ไม่ได้ไปละค่าา มองเด็กกินข้าวอร่อยกว่า /แค่กๆ
      #350-1
  9. #349 เมนจีม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 08:48
    ชอบมากเลย ถึงซอกจินจะหื่นกาม(5555)แต่ก็ยังให้เกียรติน้องตลอด น่ารักง้าาาา
    #349
    1
    • #349-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 11:18
      5555 เป็นการทดสอบจิตใจค่ะว่าคุณคือเดอะเฟซหรือไม่ พิแกเลยพยายามรอน้องยินยอมเองดีกว่าค่ะ แฮ่
      #349-1
  10. #348 tienin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 06:55
    ถึงกับโทรเรียกเพื่อน 5555555 ดีแล้วๆแบบนี้เด็กจะได้ไว้ใจอิอิ ส่วนยุนกินั้นเหมือนงานจะเข้าละนะ
    #348
    1
    • #348-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 11:14
      เป็นที่พึ่งพายามยากค่ะ 5555555 /เข้าไปกอดแบบโดเรม่อ----/มั่ย
      แต่ต่อไปนายมินก็ไม่รู้จะขอให้เพิ่ลรักช่วยเรื่องตัวเองได้รึเปล่านี่สิคะ(....)
      #348-1
  11. #347 pharunya (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 04:16
    เกือบไปแล้วนะคะ อาจารย์ เกือบแล้ววว555555 เอาใจช่วยอาจารย์ สู้ๆ
    #347
    1
    • #347-1 Tsukihana(จากตอนที่ 24)
      24 ธันวาคม 2560 / 04:37
      พอดีกลัวว่าเรื่องจะจบเพราะพระเอกนอนคุกก่อนค่ะ จารย์คิมเลยระลึกได้ 5555555555555 การทดสอบจะทำให้คนเราแข็งแกร่งขึ้นนะคะ!
      #347-1