[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 22 : +21+ : Run

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 พ.ย. 60



                ประตูห้องคอนโดของคนตัวเล็กเปิดออกโดยคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นไม่ได้ทำให้ผิดคาดเท่าไหร่


“ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง ใช่สิ กูไม่ใช่เด็กมึงใช่มั้ยล่ะ”

“ถ้ามึงไม่อยากเข้าห้องกูก็บอกดีๆ”

“สัสกูล้อเล่นไม่ได้เลยนะ!!!” ซอกจินรีบเอามือยันประตูเอาไว้หลังจากที่เพื่อนรักทำท่าจะปิดประตูใส่ตนอย่างไม่มีเยื่อใยกันเลยแม้แต่น้อย


จนสุดท้ายทางนั้นก็เปิดให้เข้ามาพร้อมกับถอนหายใจใส่เฮือกใหญ่ โดยที่เพื่อนตัวสูงกว่าของตนนั้นเดินเข้าไปนั่งแปะบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ซึ่งเป็นที่ประจำที่พวกเขามักจะไว้นั่งคุยกันเสมอ


“เดี๋ยวนี้มึงคงไม่มีอะไรจะบ่นแล้วใช่มั้ย ท่าทาง”

“แน่ะ ดูออก สมกับเป็นเพื่อนรักของกู”


ซอกจินหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายเข้ามานั่งข้างๆแล้วเอ่ยถามเช่นนั้น ก็จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้เขาไม่ค่อยได้เข้ามาบ่นเรื่องของจองกุกเหมือนเคย ก็หลังจากที่พวกเขาได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เด็กคนนั้นจะเริ่มเปิดใจทีละน้อย ไม่ได้เอาแต่วิ่งหนีเหมือนกับเมื่อก่อนอีก


แค่ได้รับส่ง แค่ไปนั่งมองจองกุกวาดรูปหรือทำในสิ่งที่ตนเองชอบ แล้วก็โดนชวนไปกินข้าวที่บ้าน ก็รู้สึกดีเหมือนได้รับการเยียวยาทางจิตใจ ...ไม่นับความอกุศลที่ขยันมโนอยู่ทุกวันนะ


“แล้วไง ตกลงจีบติดแล้ว? หรือได้แล้ว?”

“ยังทั้งสองอย่างมั้ยล่ะ แต่คิดว่าในอนาคตก็ไม่แน่”


...กี่ปีพี่ก็รอได้เสมอ แหะๆ


“เออ สมกับเป็นมึง”

“แต่กูก็รักเขาจริงนะเว้ย ไม่ได้กะหวังฟันอย่างเดียว!

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร มึงรักจริงกูก็ดีใจกับเด็กนั่นด้วย”

“แล้วเรื่องของมึงกับแทฮยองล่ะ”

“...”


ยุนกิเงียบไปเมื่อเจอคำถามนี้ ความจริงเขาก็คิดอยู่แหละว่าไอ้เพื่อนนี่มันต้องถามเข้าสักวัน แต่ก็คือยังไม่ได้คิดสรุปคำตอบเป็นจริงเป็นจังเลยว่ามันอย่างไร จะเรียกว่าแค่คนสนิทมันก็ไม่ใช่แล้วเพราะการกระทำมันเลยเถิดกว่านั้นไปมาก


ทว่าทั้งตัวเขาและแทฮยองก็ยังไม่เคยพูดกันว่าเป็นแฟนเลย จะว่าต่างคนต่างเขินมันก็....ไม่สิ จริงๆถ้าเรียกว่าผัวเมียมันน่าเขินมากกว่าไหมโดยเฉพาะเด็กประธานนั่น เอาเป็นว่าไว้เขาจะลองถามดูก็แล้วกัน เพราะนึกดูแล้วเวลาเจ้าลูกหมานั่นเขินมันก็น่ารักไม่ใช่น้อย


“อะไร กูถามนิดเดียวมึงอึ้งไปเลยเหรอ ตกลงมันยังไง”

“...กูก็ไม่รู้ ไว้ชัวร์ก่อนแล้วจะบอกละกันนะ”

“ยุนกิ นี่มึง..........”

“อะไร”


ร่างเล็กขมวดคิ้วประหลาดใจเนื่องจากอยู่ๆเพื่อนตัวดีก็กลับจ้องหน้าเขาแบบจริงจังเสียเหลือเกิน


“คงไม่ได้เป็นเพราะกูยุใช่มั้ย ถ้ามึงจะรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา”


...โธ่ นึกว่าอะไร ไอ้เพื่อนโง่เอ๊ย


“หึ คำพูดมึงไม่ได้มีอิทธิพลกับกูขนาดนั้นหรอกนะไอ้จิน” ยุนกิหรี่ตายิ้มมุมปากเยาะๆ ยิ่งทำให้เพื่อนซี้สุดหล่อถึงกับทำหน้าเหม็นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“แต่สรุปสุดท้ายมึงก็แดกเด็กเหมือนกูปะวะ”

“เออ หุบปากน่า”


บาปกรรมนั้นมีจริง อะไรที่เคยครหาเพื่อนเอาไว้นี่เข้าตัวหมดเลย แถมน่าจะเร็วกว่าอีกซะล่ะมั้งเนี่ย

แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ ถ้าเด็กมันน่ารัก ก็สมควรที่จะรักและเอ็นดูถูกไหม อย่างน้อยข้อนี้เขาก็เข้าใจซอกจินแล้วล่ะ

 



-----------------------------



 

                เมื่อออดคาบสุกท้ายของวิชาในวันศุกร์ดังขึ้น จอนจองกุกรู้สึกว่านี่มันสัญญาณก่อนที่จะพาเขาเข้าลานประหารอย่างแท้จริง

บรรดาเพื่อนร่วมแก๊งนั้นเข้ามากอดและตบหัวลูบหลังให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหนุ่มนี่รู้สึกคลายกังวลมากที่ควร เดาจากยิ้มแห้งแบบพระเจ้าทอดทิ้งแล้วอาการน่าจะหนักพอดู


“เอาน่า นายอย่าคิดอะไรมากเลยนะ พยายามทำให้ดีที่สุดนั่นล่ะ” เป็นแทฮยองที่เข้ามาพูดพร้อมกับจับมือให้กำลังใจ ก่อนที่จะถึงคาบเรียนพิเศษซึ่งครั้งนี้ก็คือควิซประเมินผลการเรียนทั้งหมดที่ผ่านมานั่นเอง


คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสภาพในห้องเรียนตอนนั้นมันเป็นอย่างไร นี่เขายังหลอนไม่หายกระทั่งกลับมาบ้าน พอแม่ถามก็ไม่ค่อยอยากตอบเท่าไหร่แต่ก็คิดว่าเธอก็น่าจะเดาได้นั่นแหละ แต่จองกุกก็คิดว่าเขาก็พยายามแล้วนะ น่าจะออกมาโอเคล่ะน่า


แต่ก็นั่นแหละ...


มันก็ยังคงรบกวนจิตใจอยู่เนืองๆ จนวันต่อมาซึ่งเป็นวันหยุดที่ตนต้องออกไปวาดรูป ก็ยังไม่มีสมาธิพอเลยเพราะใจมันเอาแต่คิดกังวลต่างๆนาๆ ก็ยอมรับนะว่าถึงจะแค่เทอมแรก แต่นี่ก็มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว ถ้าคะแนนด้านนี้ออกมาไม่ดีมันอาจจะมีปัญหาเรื่องการสอบเข้าก็ได้


“อาจารย์...วันนี้ผมขอกลับก่อนนะครับ”

“อ้าว แต่นี่เพิ่งจะสี่โมงเองนะครับ เพิ่งวาดไปได้ไม่เท่าไหร่เอง”

“....วันนี้ผมไม่ค่อย....เอ่อ...ไม่ค่อยสบาย ไม่พร้อมเท่าไหร่น่ะครับ”


จองกุกพูดตะกุกตะกักด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้ซอกจินรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ความจริงเขาก็เห็นตั้งแต่ตอนมารับอีกฝ่ายที่บ้านแล้วว่าดูเหมือนเด็กหนุ่มจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่คิดไม่ตกอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ทักออกไป


คือดูเหมือนว่าจะเปิดใจแล้วก็จริง แต่ความจริงมันก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ซอกจินยังไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับจองกุกเท่าไหร่

ถึงอย่างนั้นก็ทำได้เพียงแค่แสดงออกให้รู้ว่าตนเองก็ห่วงเหมือนกันก้คือตามใจว่าน้องต้องการอะไรเขาก็จะให้

ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่ถึงได้เก็บของแล้วตรงกลับบ้านทั้งที่ฟ้ายังไม่มืดค่ำดังปกติ ทำให้คราวนี้ฮเยซองออกจะแปลกใจไม่น้อย


แต่จองกุกก็ให้เหตุผลเพียงแค่ว่ามันใกล้จะสอบไฟนอลแล้ว เขาก็ควรจะอ่านหนังสือมากกว่านี้ แล้วก็หลบเลี่ยงขึ้นห้องไปโดยซอกจินเองก็ขอตัวกลับเช่นกันเนื่องจากวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีธุระอะไรให้ตนอยู่ต่อ


เด็กหนุ่มโยนอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนเตียงแล้วก็ทิ้งตัวนอนพาดทั้งที่ขายังห้อยแตะพื้น ท่อนแขนแข็งแรงพาดอยู่บนหน้าผากที่ตอนนี้ผมหน้ายุ่งไปหมด ดวงตากลมโตเริ่มเหม่อมองบนเพดานครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆที่วุ่นวายยุ่งเหยิงอยู่ในหัวสมอง


...ที่ผ่านมาทำไมเหมือนทุกอย่างมันไร้ประโยชน์แบบนี้?


...ที่ผ่านมาเขาทำเพื่ออะไร


...ที่เลือกจะวาดรูปเป็นงานพิเศษเนี่ย คิดดีแล้วเหรอ...


...นี่คิดผิดหรือคิดถูกกันนะ


...แล้วจากนี้ไปล่ะ..?


จองกุกขมวดคิ้วและหลับตาให้ภาพในหัวมันชัดเจนกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นสิ่งที่พร่าเบลอยิ่งกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเห็นชัดที่สุดตอนนี้ก็คืออิมฮเยซอง แม่ของเขา...ที่ทำให้ตนนั้นทั้งมีความหวังแล้วก็สิ้นหวังได้พร้อมๆกัน


เขารักแม่มากนะ แต่พอคิดว่าถ้าทำอะไรสักอย่างให้ไม่ได้มันก็พาลจะหมดกำลังใจเอาดื้อๆ

จะมีใครที่ช่วยได้บ้าง... จะมีใครไหม


พอนึกถึงหน้าของเพื่อนๆในแก๊ง มันก็เกิดความเกรงอกเกรงใจขึ้นมาอีกแล้ว และคิดว่าพวกนั้นน่าจะยังไม่สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ เพราะงั้นการไปรบกวนมันก็ดูจะไม่ใช่ เขาไม่ได้ต้องการอะไรที่มากมายจากเพื่อนของเขาเลย


คุณเคยรู้สึกไหม เวลาเราต้องการที่จะระบาย ขอคำปรึกษาหรือจะทำอะไรสักอย่าง มันไม่ใช่เพื่อนหรือคนรอบกายเราทุกคนที่จะเหมาะสมกับทุกสถานการณ์ของเรา


และถึงใบหน้าของซอกจินก็รวมอยู่ในความคิดก็ตาม จองกุกก็ยังรู้สึกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้...


ริมฝีปากสวยสีเรื่อพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ส่วนความยุ่งเหยิงหายในหัวนั้นก็ค่อยๆปล่อยมันทิ้งไว้จนกลายเป็นตนนั้นได้ผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัวทั้งอย่างนั้น






 

                นาฬิกาตอนนี้บอกเวลาเกือบจะสองทุ่ม แต่เสียงเครื่องยนต์จากรถBMWคันหรูที่หน้าบ้านนั้นเรียกความสนใจของสาวใหญ่ที่กำลังยืนเก็บอุปกรณ์ทำเบเกอรี่อยู่ แล้วเหลือมื้อเย็นบนโต๊ะเอาไว้ให้จองกุกลงมากิน


แต่ก่อนที่จะเดินออกไปเปิดประตูรั้วนั้นเธอก็ส่องจากหน้าต่างในบ้านดูให้แน่ใจว่าใช่คนที่คิดหรือไม่ ซึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นคนคนนั้นจึงโล่งอกและเดินไปเปิดรั้วเพื่อให้อีกฝ่ายที่ลงจากรถมาแล้วหลังจากที่ดับเครื่องยนต์อะไรเรียบร้อย


“ขอโทษด้วยนะคุณฮเยซอง พอดีผมเลิกประชุมช้า แต่ผมก็พยายามรีบมาแล้วล่ะ”


ซังฮุนเอ่ยขอโทษพลางลูบผมหน้าที่ดูจะเสียทรงนิดหน่อยเพราะมูสที่แต่งทรงดูเหมือนจะหมดฤทธิ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเขาที่ตอนนี้อยู่ในชุดสูทเนื้อดีเรียบร้อยอย่างคนทำงานตำแหน่งสูงๆเช่นผู้บริหารนั้นดูภูมิฐานน้อยลงเลย หนำซ้ำ แค่เห็นหน้าของฮเยซองก็ดูเหมือนว่าความตึงเครียดจากที่ประชุมก็ค่อยๆบรรเทาลง


ก็เป็นแบบนี้ไง เขาถึงได้อย่างจะจริงจังกับเธอแม้ว่าจะไม่ใช่วัยหนุ่มสาวแล้วก็ตาม แต่การที่เขามีงานทำมีฐานะมั่นคงมันก็ดีกว่าแน่นอนอยู่แล้ว และมั่นใจว่าสามารถเลี้ยงดูลูกชายของอีกฝ่ายได้ดีพอๆกับที่ดูแลลูกแท้ๆของตนเองด้วย


“ว่าแต่จองกุกยังไม่กลับมาเหรอครับ เหมือนปกติเขาจะกลับมาช่วงนี้รึเปล่านะ”

“อ่า... วันนี้กลับเร็วค่ะ มาถึงตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว แต่ตอนนี้ยังอยู่บนห้องอยู่เลย”

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินมื้อเย็นสินะครับนี่ ให้ผมไปช่วยเรียกลงมามั้ย”

“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณอี คิดว่าอีกเดี๋ยวก็น่าจะลงมาเองแล้วค่ะ เด็กคนนั้นน่ะทนหิวได้ไม่นานหรอก” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงอ่อนโยนแสดงความเอ็นดูลูกชายคนเดียวของเธออย่างมาก

“งั้นเราก็มานั่งคุยกันรอจองกุกลงมาแล้วกันดีมั้ยครับ เรื่องที่คุณเคยโทรมาปรึกษาผมเมื่อคราวก่อน”


เมื่อชายวัยกลางคนทักเรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็มีปฏิกิริยาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแล้วเชื้อเชิญให้ซังฮุนนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเกี่ยวกับเรื่องที่เธอเคยเปรยๆกับทางนั้นเอาไว้หลังจากตัดสินใจอะไรบางอย่างได้


“จริงๆผมพร้อมเสมอนะครับเรื่องนี้ แต่ผมก็เป็นห่วงคุณเพราะมันอาจจะทำให้คุณต้องอยู่คนเดียวไปพักใหญ่ แต่มันก็จะให้ผลที่คุ้มค่ามากๆ”


ฮเยซองพยักหน้ารับฟังในสิ่งที่คนตรงหน้านั้นอธิบายอย่างจริงจัง


“แน่นอนความความหลากหลายในเรื่องวิชาเรียนก็จะมากขึ้นแถมได้เปิดหูเปิดตาในสังคมและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มหาวิทยาลัยดีๆแบบไม่ต้องชั้นนำก็มีอยู่ ซึ่งไว้ผมจะหาข้อมูลมาให้อีกทีนะครับ แต่ที่แน่ๆจองกุกก็อาจจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยช้ากว่าคนอื่นไปซักปี”

“ตรงนี้ฉันไม่คิดมากหรอกค่ะ ไม่เป็นไร”

“ครับ เพราะอย่างที่บอกก็ต้องเข้าโรงเรียนภาษาเพื่อปูพื้นฐานที่จำเป็นและที่สำคัญจะได้คุ้นเคยกับเพื่อนๆต่างชาติและกล้าใช้ภาษามากขึ้นด้วย”


หญิงวัยกลางคนพยักหน้าแสดงความเข้าใจอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะไม่เคยมีประสบการณ์หรือได้รับโอกาสเช่นนี้ก็ตาม แต่ก็พอจะรู้อยู่ว่ามันต้องฝึกภาษาให้แข็งแรงพอที่จะเรียนรู้บทเรียนระดับสูงด้วยภาษาที่ไม่ใช่ของตนเอง


“ฉันตกลงค่ะ ถ้าการไปเรียนต่างประเทศของจองกุกจะทำให้เขาได้รับโอกาสในชีวิตมากขึ้น ฉันก็ยินดี”


เธอกล่าวสนับสนุนออกไปอย่างแน่วแน่เนื่องจากการตัดสินใจที่เด็ดขาดมาแล้วว่าสิ่งนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาของลูกชายเธอได้


ทว่า...


“แม่!!!!


ทั้งสองคนรีบหันไปยังเสียงตะโกนดังลั่นที่มาจากทางบันได ก็พบร่างของเด็กหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่คล้ายจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ดวงตาโตนั้นยิ่งลุกโพลงมากกว่าเดิมด้วยอารมณ์โมโหที่ปะทุออกมา


“....จองกุก”

“ทำไมแม่ทำแบบนี้!!


ฮเยซองถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำถามที่เกรี้ยวกราดจากปากอีกฝ่าย...ทำไมกัน? มันผิดอย่างนั้นหรือที่เธอคิดว่าสิ่งนี้มันคือโอกาสดีๆที่ลูกชายสมควรจะได้รับ...


“แม่จะให้ผมไปเมืองนอก แม่ไม่เห็นถามผมเลยซักคำ!!!

“คุณแม่ของเธอพยายามให้เธอได้เจออะไรใหม่ๆที่ไม่ได้เป็นทุกคนที่จะได้นะ จะมาคุยกับฉันก็ได้” ซังฮุนเอ่ยปรามอย่างใจเย็นซึ่งเขาก็ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเช่นนั้น


“คุณ
!! คุณใช่มั้ย หึ ในที่สุดก็ล้างสมองแม่ผมสำเร็จแล้วล่ะสิ ถึงได้จะเขี่ยผมทิ้งไปไกลๆน่ะ!

“จองกุก หยุดนะ ทำไมลูกถึงหยาบคายกับคุณอีแบบนี้!

“แม่ไม่ต้องมาพูด! แม่คิดอะไรอยู่ถึงอยากให้ผมไปอยู่ที่อื่น แม่คิดอะไร!! เพราะเขาใช่มั้ย แม่ไม่เข็ดเหรอ ไม่เข็ดแบบตอนนั้นเหรอ!! แม่อยากโดนเขาหลอกอีกใช่มั้ย!!


“จองกุกอย่าก้าวร้าวกับแม่
!” ร่างบางปรี่เข้าไปเขย่าไหล่ของเด็กหนุ่มด้วยแรงน้อยนิดหากแต่ใบหน้าของเธอนั้นบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดจากคำพูดของแก้วตาดวงใจตน ที่กลับกลายเป็นคมแก้วกรีดลงที่ใจอย่างจัง


แต่แทนที่อะไรจะเบาลง กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อจองกุกนั้นออกแรงผลักฮเยซองออกไปให้พ้นตัว ซึ่งโชคดีที่ซังฮุนรีบลุกออกมาแล้วประคองเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเซล้มลงไปกับพื้น ดวงตาคู่งามเริ่มรื้นน้ำใสๆคลอเบ้าอย่างไม่เข้าใจ


เด็กหนุ่มเองก็ตกใจไปชั่วขณะที่เขาเผลอทำแบบนั้นกับแม่ของตัวเอง แต่แล้วความโกรธที่มีมากกว่าได้พาร่างของเจ้าตัววิ่งตึงตังขึ้นบันไดกลับเข้าไปในห้องตัวเอง แล้วก็วิ่งลงมาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าสตางค์และมือถือในมือก้าวข้ามผ่านทั้งคู่ออกไปข้างนอก


“จองกุก!! จองกุก จะไปไหน กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!


ฮเยซองร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกเนื่องจากไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ปกติลูกชายเธอเป็นเด็กดีและว่านอนสอนง่ายมากกว่านี้ แต่ครั้งนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ความดื้อรั้นที่แสดงออกมาผสมปนเปกับความโมโหจนยากที่จะหยุดยั้ง ฝ่ายชายวัยกลางคนนั้นรีบบอกกับตัวเธอและอาสาจะเป็นคนตามเด็กหนุ่มออกไปเอง แต่เมื่อวิ่งออกไปก็พบประตูรั้วที่เปิดทิ้งเอาไว้แต่ไม่มีร่างของจองกุกแล้ว จึงตามออกมาดูตรงกลางซอยก็พบแผ่นหลังที่เห็นอยู่ไวๆข้างหน้า


ซังฮุนเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ปล่อยตัวอะไร เขาก็ยังออกกำลังกายตามปกติแต่กำลังวังชาคงไม่เท่าเด็กสิบแปดแน่นอน แล้วเด็กที่ปกติก็ร่างกายแข็งแรงแถมยังเล่นกีฬาได้ดีอย่างจองกุกนั้นก็ยิ่งทำให้วิ่งตามไปได้ยากกว่าเดิมเพราะเด็กนั่นวิ่งเร็วเหลือเกิน


เขาเดินกลับมาที่หน้าบ้านก็พบฮเยซองนั่นยืนเกาะประตูรั้วมองตามด้วยสายตาที่คาดหวัง หากแต่ซังฮุนก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ


“ขอโทษนะครับที่ผมพาเขากลับมาตอนนี้ไม่ได้”

“ม...ไม่ค่ะ ความผิดของฉันเอง...เป็นความผิดของฉันเอง”

“ไม่เป็นไรคุณฮเยซอง มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่ใช่ความผิดของจองกุกด้วย”


ฝ่ามือใหญ่ลูบผมของหญิงในอ้อมกอดของตนอย่างเบามือ เรื่องแบบนี้ตัวเขาเองก็เพิ่งจะเคยเจอเพราะลูกชายตนก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่ไม่ใช่ว่าตัวเขาสมัยวัยหัวเลี้ยวหัวต่อจะไม่เคยเกเร ซึ่งทั้งหมดก็เพียงเพราะความไม่เข้าใจกัน


ความคิดที่เห็นต่าง ความรู้สึกที่สวนทางที่ไม่เคยได้รับการเปิดเผย บางทีมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แต่เพราะว่าไม่เคยรับรู้กันก็เลยคิดว่ามันจะแย่ไปก่อนแล้ว


“ฉันควรจะโทรไปหาใครดีคะ เขาจะไปที่ไหนได้”

“ผมเองก็ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นที่บ้านเพื่อนๆของเขาผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะไปถึงบ้านใครหรือยัง”

“เราต้องรอนานเท่าไหร่คะ เราต้องรออีกเหรอ”

“ใจเย็นๆนะครับ ผมคิดว่าจริงๆโทรไปตอนนี้จองกุกอาจจะไม่รับสายใครเลยด้วยซ้ำ แต่การที่เขาเอามือถือออกไปด้วยแสดงว่ายังไงถ้าหากเขาอารมณ์เย็นลงก็อาจจะโทรกลับมาเองก็ได้”

“....”

“บางทีเขาอาจจะต้องการเวลาสักหน่อย แต่เชื่อผมนะครับ เดี๋ยวเขาก็กลับมา จองกุกเขารักคุณมากคุณเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ”


ฮเยซองซุกใบหน้าเปื้อนน้ำตาเข้ากับอกอีกฝ่าย ก็ไม่ผิดเลยสักนิดเพราะเธอรู้ดีกว่าใคร แต่มันเหนือความคาดหมายมากเกินไปที่คราวนี้คนที่เป็นฝ่ายทอดทิ้งก็คือตัวเด็กคนนั้นเอง


และถ้าหากว่าจองกุกได้สติเมื่อไหร่ล่ะก็ คงต้องรู้สึกแย่มากๆแน่ๆ


แต่ตอนนี้ทั้งเธอและซังฮุนจำเป็นต้องไปตั้งหลักก่อนโดยเข้าไปนั่งรอข้างในบ้าน แม้ว่าหัวอกคนเป็นแม่ในใจจะร้อนรนเพียงใดก็ตาม ก็จะลองพยายามอดทนดูอีกสักครั้ง เพราะยอมรับว่าตนเองก็ไม่ได้รู้จักลูกชายในทุกๆด้านและทุกๆอย่าง


จองกุกน่ะไม่ได้เล่าอะไรๆให้ฟังทุกเรื่องหรอก ฮเยซองรู้ดี


มันยากอยู่แล้วเพราะเธอก็ไม่สามารถช่วยมันได้ทั้งหมด อย่างมากก็ได้แค่รับฟัง แต่เธอก็ไม่อยากกลายเป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกผิดพลาด จึงรอแค่ว่าจองกุกอยากจะเล่าอะไรให้เธอฟังก็พอ


แม้แต่ครั้งนี้ก็ด้วย...






 

                ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดลงมาจากรถแท็กซี่หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้วเรียบร้อย ตากลมโตสะท้อนภาพสถานที่ที่ตอนนี้ความจริงเขาควรจะยังไม่กลับหรือไม่ควรมาเป็นครั้งที่สองของวันเสียด้วยซ้ำ


...ใช่ ตอนนี้จอนจองกุกกลับมาที่ฮงแดอีกครั้ง ด้วยอารมณ์ที่ไม่มั่นคง นัยน์ตาเขายังสั่นไหวและสีแดงจางๆจากการที่เขาเผลอปล่อยน้ำตาให้มันไหลระหว่างที่นั่งอยู่บนแท็กซี่ รู้ตัวอีกทีมันก็แห้งจนเป็นคราบไปแล้ว


และเด็กหนุ่มก็ยังเพิกเฉยต่อมิสคอลที่เริ่มค้างคา เสียงเรียกเข้าที่เริ่มดังขึ้นเป็นระยะแต่ตนก็ไม่คิดจะกดรับมัน ไม่แม้จะดูด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนโทรมา


จองกุกเดินไปเรื่อยตามทางเดิน ยังมีคนอยู่ก็จริงเพราะมันยังไม่ดึกมาก แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงมันก็คงเริ่มน้อยลงไปแล้ว


ตอนที่บอกจุดหมายกับแท็กซี่ ตนก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องที่นี่ เพราะมันเป็นที่เดียวที่วูบเข้ามาในหัวเมื่อตอนนั้น แต่พอคิดไปคิดมา มันเป็นที่ที่เขาได้ใช้เวลากับมันมากที่สุดรองลงมาจากโรงเรียนและบ้าน


ที่ที่เขาได้อยู่กับ...


เขาหยิบไอโฟนสีแดงของตนที่สวมเคสเรียบร้อยขึ้นมาปัดแจ้งเตือนสายเข้าทั้งหมดทิ้งและเข้าหน้ารายชื่อที่บันทึกเอาไว้ นิ้วค่อยๆเลื่อนไปตามรายชื่อที่มีไม่ได้มากมายเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่ก็มีแต่เพื่อนร่วมแก๊ง เบอร์ที่บ้าน


แต่จองกุกเลือกกดเบอร์ของซอกจิน...


[จองกุกครับ มีอะไรรึเปล่า!?]


เสียงปลายสายดังขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่สัญญารอสายเพิ่งจะดังไปไม่กี่วิ


“...”


เจ้าหนุ่มกระต่ายเม้มปากแน่นและพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือได้


“อ...อาจารย์ครับ มารับผมที ตอนนี้ผมอยู่ที่ฮงแด” 


บ้าจริง...

ถ้าตอนนั้นเขาไม่กลับมาที่บ้านก็คงดี



----------------



>>Talk

มาค่ะ มาาาาาา ในที่สุดฝั่งจองกุกเองก็ถึงจุดหักเหแล้วค่ะ ฮือ น้องกลายเป็นกะตุ่ยก้าวร้าวไปแล้ว--

ทีนี้ก็จะได้เวลาพระเอกที่แท้ของเราออกโรงแล้วค่ะ 5555 แต่จะเป็นยังไงต่อไปต้องติดตามตอนหน้านะคะ! 

แล้วก็ๆ เรื่องนี้ตั้งใจว่าเต็มที่จะไม่เกิน30ตอนค่ะ เพราะงั้นตอนนี้มันก็เริ่มเข้าสู่ตอนที่จะใกล้จบแล้วนั่นเอง จะถึงเวลาที่เราต้องลาจากกันแล้วนะคะ ฮืออออ (แต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกค่ะไม่ต้องกลัว!)

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว แท็ก มากๆค่ะ งือออออ ดีใจที่ยังรอกันนะคะ จะพยายามมาอัพให้เร็วกว่านี้แม้จะใกล้เปิดเทอมแล้วก็ตาม :'D--

เจอกันตอนหน้าค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #374 seris (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 17:44
    อ.มินคะ เด็กมันกิ๊บก๊าวกรุบกรอบล่ะเซ่ น้องแทออกจะน่ารักน่าฟัดขนาดนั้น นี่ง่ะ ตามรอยเพื่อนไปติดๆ ไม่สิ นำหน้าเพื่อนไปแล้วด้วยค่ะ 555555555
    จองกุกลูกกกกกกกกก ฮือ อย่าก้าวร้าวกับคุงแม่เลยยยย เข้าใจคุณแม่แล้วก็เข้าใจจกุกด้วยนะคะ แต่อ่านแล้วเหมือนจะมีปมอะไรมาก่อนในอดีตเลยอ่ะ เกี่ยวกับคุณพ่อแน่เลย แต่เรื่องไม่ถามความเห็นก่อนนี่เอาจริงๆ ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยค่ะ อินๆ 55555555555
    นกุกลูกแม่ส่งตัวเองเข้าปากหมูแร้ว แต่แม่เชื่อว่าหมูจะเป็นพระเอก ปลอบน้องดีๆ นะพี่จิน เนี่ย โอกาสทำคะแนนมาแล้วค่ะ 5555555555
    #374
    0
  2. #321 RMJHyun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 14:39
    ว่าแล้วว่าจะพากันส่งน้องไปเรียนเมืองนอก คุยกับน้องกันก่อนสิคะฮือ เอาล่ะ โอกาสนี้แหละอาจารย์ซอกจิน ฉุด------
    #321
    0
  3. #320 Parkinson (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:53
    เข้าใจคุณแม่นะ แล้วก็เข้าใจยัยกุกด้วย แต่ก็น่าจะปรึกษากันก่อน ยัยกุกก็น่าจะใจเย็นๆฟังเหตุผลหน่อย ฮืออออ มันหน่วงมากๆ พี่จินมาปลอบยัยกุกที
    #320
    1
    • #320-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 20:51
      จริงๆเพราะคุณแม่เองก็นึกว่าลูกจะยอมด้วยค่ะ เลยไม่ได้ถามอะไรก่อน ;;-;; เลยเป็นแบบนี้เลย คราวนี้คุณพระเอกเราจะได้โจทย์หนักเลยล่ะค่ะ
      #320-1
  4. #319 Nayhrp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 11:53
    ดราม่าอย่างหนักหน่วงง แงงงง น้องต้องเคยเจออะไรที่ไม่ดีมามากแน่ๆเลย ถึงได้ไม่ไว้ใจคุณอีขนาดนั้น เห็นน้องเงียบๆมาถึงเรื่อง พอถึงคราวระเบิดก็น่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยนะคะ นี่ถึงขั้นหนีออกจากบ้านมาเลยย แงงง แต่ดีใจนะคะที่น้องเลือกที่จะโทรหาพี่จิน ความพยายามของพี่เป็นผลแล้วสินะ พ่อพระเอกต้องทำคะแนนให้เต็มที่แล้วนะคะคราวนี้!
    #319
    1
    • #319-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 20:57
      เด็กเงียบๆนี่ล่ะค่ะน่ากลัวสุด TT เพราะทุกอย่างบอกมานานแล้วว่าน้องเป็นคนคิดมากเรื่องครอบครัว
      ตอนนี้แต้มสนิทที่สะสมมาของทั้งคู่มากพอจะเกิดอีเวนท์สำคัญได้แล้วค่ะ รอดูกันนะคะว่าคราวนี้พี่เขาจะได้เท่มั้ย /หื้ม
      #319-1
  5. #318 Mookie95 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 09:52
    สงสรน้องงงงง พี่จินดูแลต้องดีๆนะ
    #318
    1
    • #318-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 20:59
      มาส่งยาดม เอ๊ย กำลังใจให้คุงครูคิมกันค่ะะะ
      #318-1
  6. #317 mukmina (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 09:17
    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ มาม่ารสต้มยำกุ้งเลยอ่ะฮือออออออออออ ทำไมมันมาม่าขนาดนี้แล้วตกลงอดีตฝังใจของจองกุกคืออะไรกันแน่อ่ะ
    #317
    1
    • #317-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 21:04
      ลิ้นบวมกันไปข้าง---- ฮือออ จริงๆปมน้องค่อยๆแง้มมาแต่แรกแล้วล่ะค่ะแต่ไม่ได้ระบุชี้ชัด (จริงๆจากความคิดมากของกุกก็ค่อนข้างชัดอยู่) ยังไงไว้ตามตอนหน้าได้นะคะ!
      #317-1
  7. #316 tienin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 06:54
    เด็กอ่ะนะ มาได้ยินแบบนี้เลยคิดไปแบบนั้นไง จินปลอบน้องเร็ววววววว
    #316
    1
    • #316-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 09:52
      เป้นเด็กที่ฝังใจเรื่องครอบครัวด้วยล่ะค่ะเลยเลยเถิด ฮือออออออ
      #316-1
  8. #315 mayupong-111 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:30
    น้องหนูก้าวร้าวได้น่ารักจัง//เอ๊ะ? ฮือออออ ค่อยๆคุยกันน้าาา
    #315
    1
    • #315-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 09:51
      เป็นกะตุ่ยงอแง ฮาาาา เดี๋ยวรอดูตอนหน้านะคะว่าจะอะไรยังไง
      #315-1
  9. #314 pharunya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:15
    ซอกจินนนนน ช่วยปลอบน้องด้วยนะะะ
    #314
    1
    • #314-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 09:50
      ได้เลยค่ะ พี่เขาเป็นผู้ถูกเลือกแล้ว 555555555
      #314-1
  10. #313 asd222 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:00
    เข้าใจทั้งสองฝ่ายอ่ะ คุณแม่ก็อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี ส่วนลูกก็กลัวโดนทิ้ง ติดว่าเค้าจะมาเอาแม่ตัวเองไป ฮืออออ นกุกของพี่ ใจเย็นๆให้พี่จินช่วยปลอบคงจะดีขึ้น

    #313
    1
    • #313-1 Tsukihana(จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 09:46
      ตอนนี้น้องกำลังโมโหกับสับสนสุดๆเลยค่ะ ฮืออออ เพราะว่าคิดว่าตัวเองจะโดนบังคับให้ไปไกลขนาดนั้นด้วย
      #313-1