[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 13 : +12+ : Damned

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    1 เม.ย. 60


                ก็จองกุกน่ะ...เป็นอนาคตของผมนี่นา


แม้คำนี้จะผ่านไปวันหนึ่งแล้ว จอนจองกุกก็ยังคงครุ่นคิด


คนอย่างเขาสามารถเป็นอนาคตให้กับใครได้ด้วยหรือ เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆที่เรียนก็กลางๆ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แถมติดเกมอย่างเขาเนี่ยนะ


ซอกจินมีทุกอย่าง แต่เขาแม้แต่ครอบครัวก็ยังไม่สมบูรณ์เลย


เขาอยากจะให้อาจารย์ได้ทบทวนดูใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะอีกใจหนึ่งมันก็กลับรู้สึกดีใจ


ดีใจที่ยังมีคนคนหนึ่งที่เห็นค่าเขาขนาดนี้


แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะกลัวมาตลอด จึงเลือกที่จะปิดตัวเองแล้วอยู่อย่างโดดเดี่ยว ปฏิเสธทุกคนที่เข้าหาจนในที่สุดพวกนั้นก็ล่าถอยไปเอง ก็มีแต่คนนี้ล่ะที่พยายามจะปีนป่ายกำแพงเข้ามาให้ได้ ทำให้คิดว่าตนเองเป็นที่ต้องการของคนคนนั้นมากเลยหรือ


เป็นอาจารย์ที่แปลกคนจริงๆ


แต่จนกระทั่งเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ จองกุกก็ยังคงไม่ได้เอาขนมไปให้คุณอาจารย์ห้องพยาบาลด้วยตัวเองซะที ซึ่งคราวนี้เหตุผลมันแตกต่างออกไป

ก็ตอนนี้สิไม่รู้เป็นอะไร คิดถึงหน้าซอกจินทีไรรู้สึกหน้ามันจะร้อนๆขึ้นมานิดหน่อย แล้วก็เผลอจะยิ้มออกมาไม่รู้ตัวอีกด้วย


เขาไม่สบายใช่ไหมนะ





 

                ออดคาบสุดท้ายดังขึ้นซึ่งเป็นคาบชมรม ได้ยินดังนั้นเด็กๆในห้องก็ต่างพากันเก็บข้าวขอกแล้วทยอยกันเดินออกไปเพื่อจะกลับบ้าน รวมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาที่เข้ามาคุมเด็กในชมรมทุกวัน

แต่ก่อนที่อีแจฮวานจะเดินออกไปจากห้องนั้น เสียงเรียกของเด็กนักเรียนก็ทำให้เขาต้องหันมาหา ก็พบกับจองกุกที่ยืนเงอะงะสีหน้ากังวลอยู่นิดหน่อย


“อาจารย์ครับ ผมถามอะไรนิดนึงได้มั้ย”

“อ้าว ว่ามาสิ มีอะไรรึเปล่า”


เด็กหนุ่มเม้มปากอย่างชั่งใจก่อนจะพูดออกมา


“อาจารย์คิดว่า อย่างผมวาดรูปเป็นงานพิเศษได้มั้ยครับ”


แจฮวานเลิกคิ้วพลางมองหน้าลูกศิษย์ของตนเองที่ยังฉายแววไม่มั่นใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางออกมา


“ได้สิ ฝีมือของเธอไม่เลวเลยนะ ลองรับคอมมิชชั่นดูมั้ย”

“คอมมิชชั่น??”

“ถ้าพูดง่ายๆก็คือรับงานตามสั่งนั่นล่ะ ซึ่งคนที่มาขอคอมมิชชั่นจากเธอก็ต้องจ่ายเงินตามเรทราคาที่กำหนดน่ะ”

“แล้ว...แล้วผมจะต้องทำยังไงบ้างครับ”


อาจารย์หนุ่มอธิบายเพิ่มเติมว่าเดี๋ยวนี้การทำคอมมิชชั่นค่อนข้างจะเป็นที่นิยม มีนักวาดหลายคนที่หาเงินด้วยวิธีนี้ไม่ว่าจะเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริม โดยตอนแรกต้องกระจายผลงานของตัวเองให้เป็นที่รู้จักก่อนสักระยะเพื่อให้คนเห็นว่าเราถนัดงานแนวไหน มีสไตล์เป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้การแพร่ผลงานทางโซเชียลเป็นหนทางที่เร็วที่สุดที่คนอื่นจะได้รู้จัก


“เธอมีไอจี ทวิตเตอร์ ไม่ก็เพจในเฟซบ้างมั้ยล่ะ?”

“เอ่อ...ผมมีเฟซของตัวเอง มีทวิตเตอร์แต่ไม่ค่อยทวิต ไอจีไม่ได้สมัครครับ”

“นั่นล่ะ ไปสมัครแอคเคาท์ใหม่แยกก็ได้เอาไว้ลงงานของตัวเองโดยเฉพาะ เฟซบุคเธอก็สร้างเพจซะ อ้อ แล้วก็ถ้าสมัครdeviantartด้วยก็จะดีนะ เพราะนั่นแหล่งที่คนต่างชาติจะเยอะพอดู แต่ถ้าเธอจะรับคอมมิชจากคนต่างชาติ ก็ต้องสมัครpaypal เอาไว้ด้วย เขาจะได้เอาเงินเข้าให้เราได้”


เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักฟังอีกฝ่ายอธิบายอย่างตั้งใจพลางคิดไปด้วยว่าตัวเองพอจะวาดอะไรได้บ้าง


“ถ้าจะทำละก็ มาของานที่ส่งมากลับไปลงเป็นตัวอย่างก็ได้”

“ครับ แล้ว...ถ้านอกเหนือจากคอมมิชชั่นล่ะครับ”

“เธอก็อาจจะไปรับวาดรูปตามสถานที่ที่คนเยอะๆ แต่ตอนแรกๆอาจจะลำบากนิดหน่อยนะ ต้องอดทนพอดูเลยล่ะ”

“อ่า...ไม่เป็นไรครับ ผมจะลองดู ขอบคุณอาจารย์มากๆนะครับ”

“ไม่เป็นไรๆ มีอะไรก็มาถามมาปรึกษาได้ตลอดนะ แล้วก็กลับบ้านไปถ้าว่างๆก็ลองศึกษาเพิ่มก็ได้”

“ครับ ขอบคุณอาจารย์อีกทีนะครับ”


จองกุกโค้งให้กับแจฮวานที่ยิ้มอย่างเอ็นดู จริงๆเขาเองก็คิดอยู่ว่าเด็กคนนี้ก็มีฝีมือน่าจะลองรับงานเล็กๆน้อยๆบ้าง

ซึ่งพอคุยธุระกันเสร็จแล้วนั้นเด็กหนุ่มก็ขอตัวกลับบ้านไปว่าจะไปดูรายละเอียดทางนี้เพิ่มเติม แล้วก็กะว่าจะกลับไปเล่าให้คุณแม่ฟังด้วยว่าเขาพอจะค้นพบแล้วว่างานอะไรน่าจะเหมาะกับตนในตอนนี้มากที่สุด


เพราะเขาคิดมาพักใหญ่ๆแล้วว่า ตัวเองก็ควรจะเป็นที่พึ่งของคุณแม่ได้เหมือนกันบ้าง





 

                เสียงหอบหายใจหนักๆด้วยความเหนื่อยจากการที่วิ่งมาแทบจะสุดฝีเท้า เขาเอนตัวพิงกับกำแพงอย่างอ่อนแรงพลางกวาดตามองไปรอบๆอย่างหวาดวิตก


...ไม่มีใครตามมาแล้วใช่มั้ย


พอหันซ้ายขวามีแต่ความเงียบ ตนจึงเดินออกจากบริเวณมุมตึกที่ลับตาคนอย่างระมัดระวัง


“จะไปไหน มึงคิดเหรอว่าจะหนีพวกกูพ้น”

!!!


เขาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเหี้ยมเกรียมที่ดังอยู่ด้านหลังจนต้องค่อยๆหันกลับไปมอง ดวงตาเบิกโพลงตามมาด้วยอาการตกใจจนแทบจะลืมหายใจ ขาที่เตรียมจะก้าวหนีอีกครั้งแต่คราวนี้ก็ไม่พ้นเพราะว่าโดนกระชากคอเสื้อจากด้านหลังเอาไว้ด้วย และจากนั้น เบื้องหน้าของเขาก็มีผู้ชายอีกสามสี่คนที่ใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างแรง ซึ่งทำให้คนที่พยายามจะหนีนั้นยิ่งหน้าซีดตัวสั่นมากกว่าเดิม


“ผ...ผมยังไม่มี ขอร้องล่ะครับ อย่าทำอะไรผมเลย”

“มึงพูดแบบนี้มากี่รอบแล้ว!! กูปล่อยให้ถึงวันนี้ก็นับว่าใจดี มึงยังบอกว่าไม่มีเงินอีกเหรอ!!


หนึ่งในชายที่ดักหน้านั้นปรี่เข้ามากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วจ้องอย่างเกรี้ยวกราด


“ผม...ผมยังไม่มีจริงๆนะครับ ผมหามาไม่ทัน”

“อย่ามาตอแหล มึงคิดว่ามึงจะหลบไปได้ซักกี่น้ำ”


พอโดนข่มขู่กดดันเช่นนี้ ดวงตาที่กลอกไปมาอย่างหวาดกลัวก็เริ่มจะมีน้ำตาคลอขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกนั้นใจอ่อนลงแต่อย่างใด กลับยิ่งยั่วโมโหขึ้นอีกหลายเท่า


“กูให้โอกาสมึงถึงจันทร์หน้า ถ้าหาเงินมาไม่ได้ เตรียมตัวขายไตได้เลย”


ชายคนนั้นผลักอกของอีกฝ่ายอย่างแรงจนเซล้มลงไปนั่งกองกับพื้นก่อนจะพากันแยกย้ายเดินจากไป ทิ้งให้คนที่นั่งทรุดอยู่ตรงนั้นก้มหน้าพลางกำมือแน่น แววตาวูบไหวอย่างสับสนรุนแรงว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี


...เงิน....เงินเท่านั้นที่เขาต้องการ


เขาหลับตาลงและภาพภาพหนึ่งก็แว่บขึ้นมาในหัวจนเจ้าตัวต้องรีบลืมตา ก่อนจะหายใจแรงขึ้น


...ช...ใช่แล้ว


เงินนั่นไงล่ะ!!

 





                คืนนี้จองกุกไม่ได้เปิดเกมเล่นเหมือนอย่างเคย

เป็นเวลาพักใหญ่แล้วหลังจากทำการบ้านเสร็จ ที่เขาลองเปิดอินเตอร์เน็ตศึกษาเรื่องที่แจฮวานอธิบายมาเมื่อเย็นนี้ให้เข้าใจมากขึ้น ซึ่งพบว่ามันก็เป็นอะไรที่สะดวกดี ถ้ามีชื่อเสียงระดับหนึ่งก็จะมีคนมาคอมมิชเรื่อยๆด้วย เห็นทีจะต้องเปิดแอคเคาท์ใหม่ซะแล้ว


แต่แรกๆก็คงมีแต่งานมืองานดินสอ ดินสอสีอะไรแบบนี้ แต่เห็นทีดูเหมือนงานมือคงจะไม่พอ เพราะถ้าคิดไปถึงความสะดวกในการส่งแล้วคงจะไปนัดรับได้แค่ในโซลแล้วก็ย่านใกล้เคียงเท่านั้นเอง...แล้วถ้าเป็นงานดิจิตอลล่ะ


พอเสิร์ชอีกก็พบว่าเขาต้องหาอุปกรณ์เพิ่มอีก ซึ่งราคามันก็พอๆกับเงินทั้งหมดที่มีในบัญชีเขาตอนนี้เลย


...ถ้าได้คอมมิชชั่นเรื่อยๆก็คงมีพอซื้อมั้ง

...หรือไม่ก็...คงต้องไปนั่งวาดที่ไหนซักที่ก่อน


“เฮ้อ....”


เจ้าหนุ่มกระต่ายฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ความจริงการวาดรูปของตัวเองมันเป็นงานอดิเรกและความชอบแท้ๆ แต่พอคิดว่าจะเอามาใช้หากินก็รู้สึกกังวลขึ้นมา เพราะตอนที่เปิดๆดู พวกนักวาดที่เห็นงานในอินเตอร์เน็ตนั่นล้วนแต่งานสวยๆโหดๆกันทั้งนั้น แล้วเขาล่ะ ได้สักเศษเสี้ยวของนักวาดพวกนั้นบ้างไหมยังไม่รู้เลย


เขาหลับตาลงและถอนหายใจอีกครั้ง พลันก็นึกถึงตอนที่ตัวเองไปนั่งวาดรูปที่สวนฮโยชังแล้วซอกจินมารับ


“อย่างน้อยก็มั่นใจตัวเองหน่อยนะครับ เรามีความสามารถนะ”

“ผมบอกแล้วไงว่ามั่นใจตัวเองหน่อยสิ อย่างรูปเมื่อกี้ผมชอบมากเลยนะ ถ้ามันไม่ใช่งานส่งผมอาจจะขอเธอมาใส่กรอบติดที่ห้องแล้วล่ะ”


จองกุกเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองไปที่มือถือสีแดงของตนเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย ซึ่งวันนี้มันก็เงียบไม่มีสายเข้ามา ตนจึงเอื้อมมือไปหยิบมันแล้วกดเข้าเมนูรายชื่อจนเลื่อนไปถึงเบอร์ผู้ใหญ่ที่นอกเหนือจากครอบครัวของเขา


มือที่ถืออยู่นั้นกำเจ้าสมาร์ทโฟนแน่นขึ้นเล็กน้อยอย่างลังเลใจ เขามองมันอยู่นานสองนานจนสุดท้ายเขาก็วางมันลงเช่นเดิม


เขายังก้าวข้ามผ่านความกลัวไม่พ้นจริงๆ...

 



---------------------------




 

                “อืมมมม เงินที่ถอนมาวันนี้จะเอาไปใช้เรื่องนโยบายที่เรากำลังพัฒนาอยู่ใช่มั้ย”

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่จริงๆเราก็ต้องแบ่งไว้เผื่อจัดกิจกรรมอื่นๆด้วยอะนะ”

“เหลืออยู่แล้วล่ะน่าถ้าไม่ได้เอาไปทำอะไรชุดใหญ่ไฟกะพริบเยอะแยะ”


คุณประธานนักเรียนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหัวเราะเล็กน้อยกับคำพูดของหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนที่ทักขึ้นมาพลางมองซองเงินหลักล้านวอนในมือ เขาก็ไม่อยากจะถือเงินสดเยอะขนาดนี้หรอกมันเสี่ยงเกินไป แต่เพราะรองประธานนักเรียนเสนอมาว่าถอนมาช่วงนี้จะแบ่งใช้สะดวกกว่าและคนอื่นส่วนใหญ่ก็ดูจะเห็นด้วย เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องใช้อยู่แล้ว


แต่ในขณะที่กำลังประชุมอยู่นั้นมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งเลื่อนเปิดประตูแล้วชะโงกหน้ามาบอกให้แทฮยองไปคุยกับอาจารย์ตอนเลิกประชุมด้วย ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าตกลง


“โอ๊ะ แทฮยอง เดี๋ยวฉันขอตัวกลับก่อนได้มั้ย พอดีแม่ตามตัวกลับบ้านน่ะ ไม่รู้มีเรื่องอะไร”

“งั้นเหรอ ได้ๆ ประชุมวันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกนายกลับไปก่อนได้เลยมินแจ”


เจ้าตัวลุกขึ้นแล้วคว้ากระเป๋า ก่อนจะโบกมือให้เพื่อนๆในห้องสภานักเรียนทุกคนแล้วก็เดินออกไป และจากนั้นทั้งหมดก็นั่งคุยกันต่ออีกสักพักก็เลิกประชุมให้ทุกคนกลับบ้านได้ ส่วนแทฮยองก็จะแวะไปคุยกับอาจารย์ที่เรียกตัวเขาแป๊บหนึ่งก่อนจะกลับมาตรวจความเรียบร้อยแล้วปิดห้องตามปกติ


ซึ่งภาพที่เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องไปนั้นก็อยู่ในสายตาของอาจารย์สอนดนตรีตัวเล็กที่ยืนแอบอยู่ใกล้ๆ ซึ่งก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่เขามาแอบตามแทฮยองอย่างวันอื่นๆ


ถึงจะดูคล้ายสตอล์กเกอร์แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรน่ากลัวมากกว่านั้นหรอก เขาไม่ได้เข้าไปยั่วโมโหหรือคุยอะไรกับเด็กคนนั้นได้สองสามวันแล้ว


แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินลงจากตึกไปเช่นเดียวกัน หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กนักเรียนอีกคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเลยถอยหลังเข้าไปแอบหลบมุมเช่นเดิมเพื่อดูว่าเด็กคนนั้นจะสังเกตเห็นเขาไหม แต่ดูท่าทางแล้วเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจการมีอยู่ของยุนกิเลย


เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปในห้องสภานักเรียนแป๊บหนึ่งแล้วก็วิ่งออกมาพลางลงจากตึกไปอย่างรีบร้อน ซึ่งท่าทีมีพิรุธแบบนั้นทำให้ยุนกิรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่รู้จะคิดเชื่อมโยงไปหาอะไร ได้แต่เก็บไว้ในใจก่อน จนกระทั่งไม่นานนักแทฮยองก็กลับมาและไปปิดห้องอย่างเคย


แต่คราวนี้ชายหนุ่มเห็นว่าเด็กประธานคนนั้นเข้าไปนานผิดปกติ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปหาดีหรือไม่ และยิ่งรู้สึกสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกกับอะไรสักอย่าง แทฮยองหันซ้ายหันขวาเหมือนกับคนกำลังทำอะไรไม่ถูก แล้วก็วิ่งลงจากตึกเรียนไป ตอนนี้ยุนกิจึงได้ตัดสินใจลงจากตึกตามไปห่างๆ


เขาเห็นแทฮยองเดินไปขึ้นรถนัมจุนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่เห็นแว่บๆ ตนไม่รู้ว่าอาหลานคู่นั้นคุยอะไรกันหรือไม่เพราะตรงนี้ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงคนคุยกัน


แต่สีหน้ากระวนกระวายอย่างนั้น ทำให้ยุนกิรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมา


...เกิดอะไรขึ้นกันแน่

 




---------------------------




 

                วันรุ่งขึ้น เด็กหนุ่มประธานนักเรียนมาถึงโรงเรียนแต่เช้า เขาเข้าไปนั่งเงียบอยู่ในห้องเรียนว่างเปล่าด้วยความคิดที่อัดแน่นไปด้วยความสับสนวุ่นวาย


...เงินกองกลางหายไปไหน???


เขาอยากจะลงโทษตัวเองเหลือเกินที่ประมาทไม่ได้ดูแลให้ดีก่อนจะออกไปทำธุระ ใครจะไปคิดว่าบนตึกที่ไม่มีคนแล้วของจะโดนขโมยไปได้

แล้วเงินจำนวนมากขนาดนั้น...เขาจะทำยังไง

ตนเป็นคนรับผิดชอบเรื่องเก็บเงิน แต่ทำเงินหาย


...คิดสิแทฮยอง คิด นายเห็นคนที่ไม่น่าไว้ใจหรือเปล่า


แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย เมื่อวานที่กลับไปเขายังไม่กล้าคุยกับนัมจุน นอนก็นอนไม่ค่อยจะหลับ ตอนนี้เขาดูนาฬิกาข้อมือทุกๆห้านาทีเหมือนคนเสียสติ รอจนถึงเวลาที่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะมาถึงโรงเรียนแล้ว เขาก็รีบออกไปจากห้องเรียนตัวเองตรงไปยังห้องกระจายเสียงทันที ก่อนจะขอให้เด็กที่ประจำอยู่ห้องนั้นช่วยประกาศเรียกสมาชิกสภานักเรียนทุกคนมารวมกับที่ห้องสภาด้วย


และเมื่อทุกคนมาถึง แทฮยองก็บอกทันทีว่าตอนนี้เงินที่จะต้องใช้นั้นหายไป


“อะไรนะ!! หมายความว่าเงินทั้งหมดที่เราถอนออกมาน่ะเหรอ”

“ใช่ มันเป็นความผิดของฉันเองที่ประมาทเกินไป”

“ฉันว่าเรื่องนี้แจ้งอาจารย์ด้วยเถอะ เราคงจัดการกันเองไม่ไหวแน่”


สมาชิกทุกคนมีสีหน้ากังวลจนเห็นได้ชัด เพราะนี่มันเรื่องใหญ่พอสมควร และเงินก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และเมื่อพวกเขาไปแจ้งที่ห้องผู้อำนวยการ เขาก็แจ้งอาจารย์ที่เกี่ยวข้องพร้อมการสอบสวนในห้องปกครองทันที


แทฮยองบอกกับคนอื่นๆว่าเขาเก็บเงินไว้ที่โต๊ะทำงานของประธานนักเรียนซึ่งลิ้นชักไม่มีกุญแจล็อค และเขายินดีถูกตำหนิเรื่องความไม่รอบคอบของตนเอง แน่นอนว่าถูกอาจารย์และผู้อำนวยการพูดมายาวเหมือนกัน แต่ในเมื่อมันหายไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือมันหายไปได้อย่างไร และใครเอาไป


“จะว่าไป นายอยู่คนสุดท้ายของห้องทุกวันเลยไม่ใช่เหรอ”

“เอ๊ะ?”


เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อมีคนทักแบบนี้ขึ้นมา และก็ถูกเหล่าอาจารย์ถามว่าเป็นความจริงหรือไม่


“จริงๆห้องสภานักเรียน นอกจากภารโรงแล้วก็มีแทฮยองน่ะครับที่มีกุญแจติดตัว”

“เดี๋ยว นายคงไม่คิดว่า...”

“แทฮยอง”


ตอนนี้สายตาทุกคู่พุ่งมาที่คุณประธานนักเรียนอย่างสงสัย ซึ่งพอเจ้าตัวเห็นอย่างนั้นก็รีบส่ายหัววืดทันที


“ไม่....ไม่ใช่ผม ผมจะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะ!

“แต่คนที่อยู่กับเงินคนสุดท้ายคือนายนะ”

“แต่ฉันเป็นคนเรียกพวกนายมาพูดเรื่องนี้กันไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันขโมยจริงๆจะมาพูดให้ตัวเองโดนสงสัยทำไม”

“ไม่รู้เหรอ คดีฆาตกรรมหลายเคสที่คนเห็นศพคนแรกน่ะเป็นคนร้ายซะเอง”

“แต่มันไม่ใช่เรื่องนี้นะโซฮเย เธออย่าพูดให้คนอื่นหลงประเด็นสิ”


ตอนนี้ในห้องปกครองเสียงเริ่มดังขึ้นด้วยการเถียงกันไปมาระหว่างสมาชิกคนอื่นๆของสภานักเรียนและตัวประธาน ซึ่งทำให้อาจารย์คนอื่นและผู้อำนวยการที่นั่งอยู่ด้วยเริ่มจะเห็นว่าเรื่องนี้ไปกันใหญ่แล้ว


“พวกเธอ เงียบเดี๋ยวนี้!


สิ้นเสียงตบโต๊ะของคนมีอำนาจที่สุดในโรงเรียน ทุกอย่างก็หยุดชะงักและตกอยู่ในความเงียบทันที


“สรุปก็คือเงินหายเพราะความสะเพร่าของเธอแทฮยอง แต่ทุกวันเธอเป็นคนที่อยู่ห้องคนสุดท้ายใช่มั้ย”

“...ใช่ครับ”

“เพราะงั้นตอนนี้เธอคือคนที่ใกล้ชิดเงินพวกนั้นที่สุดแล้ว นั่นเป็นเรื่องที่เธอปฏิเสธไม่ได้”

“...ครับ” ตอนนี้เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอมาก

“พวกเธอทุกคนออกไปก่อน พวกเราจะคุยกับคิมแทฮยองต่อเอง”


อาจารย์ฝ่ายปกครองคนหนึ่งเอ่ยขึ้นและให้สัญญาณเด็กๆเดินออกไปได้ โดยที่แทฮยองยังคงนั่งอยู่ในห้องนั้นพร้อมกับการสอบสวนที่ดำเนินต่อเนื่อง พร้อมทั้งอาจจะคุยเรื่องอื่นๆด้วย


ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดก็กินเวลาไปเกือบๆจะพักเที่ยงเลยทีเดียว แทฮยองเดินออกมาจากห้องปกครองด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก

แต่ถ้าจะให้บรรยายว่าเปื่อยกว่าหมูตุ๋นก็ดูจะไม่เข้ากับสถานการณ์และบรรยากาศตอนนี้เท่าไหร่


เขาเดินขึ้นตึกมาเหมือนคนไม่มีสติ ตรงไปยังห้องเรียนของตัวเองซึ่งตอนนี้ยังไม่หมดคาบ และเมื่อเขาเลื่อนประตูเปิดเข้าไป ทุกคนก็หันมามองที่ร่างสูงอย่างสงสัย ซึ่งทำให้เจ้าตัวเผลอสะดุ้งแล้วรีบเดินเข้ามานั่งโดยที่ไม่ได้พูดอะไร พอเพื่อนที่นั่งข้างกันถาม แทฮยองก็ส่ายหน้าพลางบอกว่าไม่มีอะไร แล้วก็ไม่ได้พูดต่ออีก จนถึงเวลาพักเที่ยง ทุกคนลงจากตึกไปกินข้าวกันหมด เหลือเพียงเขาที่ยังคงนั่งอยู่บนห้อง


ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกหิวอะไรแล้ว ไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ...

 





                “แทฮยอง อาได้ยินครูคนอื่นเขาพูดกันมา”

“...คุณอาเชื่อรึเปล่าล่ะครับ”


นัมจุนที่ขับรถอยู่ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง จริงๆเขาเชื่อว่าหลานตัวเองจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน พวกเขาอยู่บ้านเดียวกันใช้ชีวิตด้วยกันก็ต้องย่อมรู้นิสัยกันและกันอยู่แล้ว เพียงแต่...


“อาไม่เชื่อหรอก และตอนนี้อายังไม่เชื่อใครทั้งนั้น”

“...รวมทั้งผมด้วยใช่มั้ยครับ”


ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบทันที มีเพียงเด็กหนุ่มผิวเข้มที่นั่งนิ่งตามองตรงไปข้างหน้า แต่ใบหน้าหล่อคมของเขากลับเผยรอยยิ้มที่เจ็บปวดออกมา


และแม้แต่มื้อเย็นวันนี้ เขาก็ไม่กิน


พอถึงบ้านแทฮยองก็เดินขึ้นบ้านไปอาบน้ำและเข้าห้องทันทีโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกให้มากินข้าวของคุณอา ซึ่งฝ่ายนัมจุนพอเห็นหลานเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่ได้ตามไปเซ้าซี้ เพราะตนเองก็ยังสับสนปนสงสัยอยู่หน่อยๆเหมือนกัน และคิดว่าแทฮยองก็อาจจะอยากอยู่กับตัวเองมากกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย


จนเช้าวันต่อมา คราวนี้นัมจุนต้องบังคับให้หลานกินมื้อเช้าให้ได้ ซึ่งเด็กหนุ่มก็กินเพียงแค่นมกล่องเดียวโดยที่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขารู้แต่ตอนนี้หลานน่าจะเครียดมาก


คิมแทฮยองน่ะเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยมีประวัติเสียหายเลยนี่นา แถมยังเป็นประธานนักเรียนอีก


พอมันกลายเป็นแบบนี้ ก็เลยเหมือนกับเด็กคนนั้นต้องแบกอะไรไว้หลายอย่าง ทั้งหน้าที่และความคาดหวังจากคนรอบข้าง

ทันทีที่เขาลงจากรถนัมจุนและกำลังจะเดินไปขึ้นตึก แทฮยองสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆหลายคู่ที่มองมาทางเขา บ้างก็หันมามองแล้วกระซิบกระซาบ บ้างก็มองมาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจและผิดหวัง ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากได้เลยแม้แต่น้อย


นัมจุนบีบบ่าหลานตัวเองก่อนจะเดินไปส่งที่หน้าตึก เขาเดินขึ้นไปอย่างเงียบๆและเดินเข้าห้องโดยก้มหน้าลงเล็กน้อยเพราะว่าไม่อยากจะพูดกับใคร แต่ก็ยังไม่วายมีเพื่อนในห้องคนหนึ่งเดินเข้ามาทักด้วยท่าทีกวนๆ


“ว่าไงแทฮยอง ได้ข่าวว่าเงินกองกลางที่สภามันเยอะมากเลยใช่ม้า นี่เป็นฉันฉันก็อยากได้เหมือนกัน ฮ่าๆๆ”

“...ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ได้ทำ”


เด็กหนุ่มหันไปปฏิเสธพร้อมกับมองตาขวาง ก่อนจะเดินเลี่ยงไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

ป่านนี้เรื่องนั้นคนในโรงเรียนคงรู้กันหมดแล้วแน่ๆ


แทฮยองนั่งเงียบๆคนเดียวไม่สุงสิงกับใครจนกระทั่งเริ่มคาบแรกซึ่งเป็นวิชาที่โฮซอกสอน อาจารย์หนุ่มกล่าวทักทายนักเรียนในห้องด้วยรอยยิ้มตามปกติ แต่เมื่อเขามองไปทางที่นั่งหน้าสุดที่มีแทฮยองนั่งอยู่ก็อดจะเป็นห่วงไม่ได้ เขาพอจะได้ยินมาบ้างแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขากลับเชื่อสุดใจว่านั่นไม่ใช่ฝีมือของเด็กคนนี้แน่นอน เพราะเท่าที่รู้จักกันมาอีกฝ่ายไม่ใช่คนแบบนั้น และตนก็เอ็นดูแทฮยองอยู่มาก


แต่ถ้าเป็นแบบนี้ คนเป็นอาของเด็กนั่นจะรู้สึกอย่างไรกัน...


แม้จะรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาเมื่อคิดถึงอาจารย์สอนภาษาอังกฤษร่างสูงคนนั้น เขาไม่เคยคิดจะอยากไปเสวนาด้วยไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม แต่เห็นทีครั้งนี้คงมีเรื่องให้ต้องยกเว้นแล้ว


เจ้าหนุ่มประธานนั่งเรียนด้วยอาการซังกะตายและเหม่อลอย ไม่ได้รู้สึกว่าบทเรียนใดๆเข้าหัวเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าจะพยายามไม่คิดและจดจ่ออยู่กับการสอนของอาจารย์ แต่พอคิดถึงสายตาของคนอื่นที่มองมามันทำให้เขารู้สึกแย่จริงๆ


...ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้กับเราด้วย


และพักเที่ยง เขาคิดว่าจะตัดสินใจลงไปกินมื้อกลางวันเพราะว่าตอนนี้เริ่มจะแสบท้อง เพราะนับตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้เขากินนมไปกล่องเดียวซึ่งมันไม่พอแน่นอน ก็เลยจำใจต้องลงไปยังโรงอาหารและพยายามไม่สนใจทุกคน


แทฮยองถือจานข้าวไปหาที่หลบมุมนั่งกินเงียบๆคนเดียว พยายามตั้งหน้าตั้งตากินให้มันหมดๆไป แต่ก็เผลอเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบๆอีกจนได้

แม้จะรู้ว่า สิ่งที่เขาจะได้เห็น ก็คือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด


เด็กหนุ่มกำตะเกียบแน่น เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาจนกินต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงคว้าขวดน้ำข้างจานขึ้นมาเปิดดื่มแล้วรีบลุกเอาจานไปเก็บ ก่อนจะรีบสาวเท้ายาวๆเดินออกจากโรงอาหารทันทีโดยพยายามไม่รับรู้ถึงเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ที่โรงอาหารซึ่งไม่รู้ว่ามีเรื่องเขาอยู่ด้วยไหม

ตนมุ่งไปยังห้องน้ำแล้วเปิดก๊อกน้ำวักล้างหน้าแรงๆ หวังว่าน้ำเย็นๆจะช่วยให้ความรู้สึกเขาดีขึ้นมาบ้าง


“ดังใหญ่แล้วนะคุณประธาน”


ร่างสูงหันขวับไปยังต้นเสียงทันที พบว่ามาจากบุคคลที่เขารู้จักเป็นอย่างที่ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำชายอยู่ ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาของมินยุนกิก็เป็นสิ่งที่แทฮยองไม่อยากจะเห็นในตอนนี้ด้วยเช่นกัน


“ไม่ใช่ผม ผมไม่ได้ขโมย”


คนอายุน้อยกว่ากัดฟันพูดอย่างใจเย็น แต่อีกฝ่ายกลับเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับหรี่ตามองคล้ายจะจับผิด


“นายนี่มีเรื่องให้ปฏิเสธเยอะดีนะ คราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไรดีล่ะ?”


พอได้ยินอาจารย์ตัวเล็กพูดแบบนั้น ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อก มือทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่นน้อยๆ


“...ใช่สิครับ ก็ผมน่ะ...”

“?”


แทฮยองเงยหน้าขึ้นมา เผยสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวังให้ยุนกิชะงัก แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เด็กตรงหน้าก็ตะคอกขึ้นเสียงใส่อย่างเหลืออด


“สะใจรึยัง! ผมเป็นเด็กขี้โกหกสมใจอาจารย์แล้วไง!!!

“...”


เด็กหนุ่มรีบจ้ำฝีเท้าเดินออกจากห้องน้ำไปทันทีหลังจากความรู้สึกแย่ๆที่พยายามกดไว้มันระเบิดออกมา ทิ้งให้คนเป็นอาจารย์ยืนนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิมกับท่าทีเกรี้ยวกราดที่คาดไม่ถึงของอีกฝ่าย


และเมื่อรู้สึกตัวและหันมองออกไปข้างนอกก็ไม่พบร่างของแทฮยองอีกแล้ว

ยุนกิถอนหายใจออกมาแรงๆเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ...จริงๆเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย


เพราะความปากไวของตัวเองแท้ๆ ไปเล่าให้ซอกจินฟังก็คงโดนด่าตามระเบียบ

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกสังหรณ์อะไรบางอย่างขึ้นมา ...อะไรบางอย่างที่ต้องทบทวนให้แน่ใจ


แถมท่าทางคราวนี้ คงให้คนอื่นเข้ามายุ่งไม่ได้แม้แต่เพื่อนรักของตัวเองซะด้วยสิ




-----------------------------------------




>>Talk

เย่เย่ อัพฉลอง1เมษาค่ะ แต่อันนี้อัพจริงไม่มีหลอกนะคะ XD

อ่านจบตอนนี้รี้ดคงอยากเตะไรต์แล้ว ทำไมตอนนี้เครียด!! ตอนนี้ฟิคป่วยครูกลายเป็นซีรี่ส์ฮอร์โมนไปแล้วค่------

ไม่ต้องห่วงนะคะเดี๋ยวตอนหน้าจะซอฟท์กว่าแน่นอน 55555555


ขอบคุณสำหรับเฟฟ เมนท์ วิว และแท็กมากๆเลยนะคะ เดือนนี้ก็เข้ามาเยี่ยมมาเมนท์กันเยอะๆน้า เจอกันตอนหน้าค่ะ またね~~~

ปล. อาจจะได้กลับมาอัพอีกทีหลังสอบเสร็จนะคะ ฮือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #294 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:26
    สงสารแทอ่าาา ฮือออออ อยากจะพุ่งตัวไปตบปากอ.มินจริงๆ แต่เดี๋ยวโดนฆ่าตายซะก่อน จะไม่ทำ5555555
    #294
    0
  2. #257 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 08:35
    จารย์มินมา-ไรตอนนี้คะ ไปค่ะ ไปจัดการให้น้อง ฮึ่มๆ
    #257
    0
  3. #200 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:55
    ประธานคนดี อ.จัดการให้น้องเลยยย
    #200
    0
  4. #184 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 11:02
    อ.มินไปตามล่าจัดการเลย เด็กอ.มินเสียหายนะ55555
    #184
    0
  5. #167 kukk1kk (@rakprom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:32
    อจมิน ได้เวลาโชว์ความเป็นพระเอกแล้วค่ะะะะะ!!!!
    #167
    0
  6. #118 Ren (@seris) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:20
    ฝากอ.มินตามตื๊บนังเด็กคนนั้นหน่อยค่ะ โกรธมาก!!! มาทำกับน้องแทของเราแบบนี้ได้ยังไงกันคะ ถ้าเจอจะต่อยปากกระทืบซ้ำแล้วทำให้-นั่นใช้งานไม่ได้เลยคอยดู! //เกรี้ยวกราด
    ส่วนนกุกหนูโดนอ.คิมปักธงแล้วสินะคะ //ซับน้ำตา คือเค้าน่ารักกันมากนะคะ แต่เราก็หวงน้องด้วย อยากแจ้งตำรวจจับอ.คิมเลยค่ะ... ไม่รู้ว่าฉันอิจฉาหรือว่าสุขใจ~ ร้องเพลงค่ะ 5555555
    #118
    1
    • #118-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      5 เมษายน 2560 / 09:30
      55555 เดี๋ยวได้เจอกันแน่ค่ะ ใครทำอะไรไว้ จักได้รับการตอบแทนอย่างคุ้มราคาแน่นวล-- /แต่จะเป็นแบบไหนนั้นโปรดติดตาม
      ตอนนี้เป็นปฏิบัติการทวงคืนบทพระเอกให้อ.คิมห้องพยาบาลค่ะ สงสารเขา 5555555
      #118-1
  7. #117 RattikanJandung (@RattikanJandung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 23:07
    ใครเอาเงินไป!!!! สงสารแทฮยองงงงง ฮือออออ เขาเป็นคนดีตลอดเลยนะ ใครมันช่างกล้าเอาไป ยุนกิก็เห็นนิ!!!! ย่าส์!!! หัวร้อนนนน โดนกดดันจากคนอื่น คงจะเจ็บปวดมาก ฮือ ยุนกิช่วยน้องด้วยยยย

    ปล.พิมพ์เยอะมั่ก55555 เค้ามาอ่านแล้วววว คิดถึงกันไหม55555 //โดนตบ
    #117
    1
    • #117-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 00:23
      ฮรือออ ตอนนี้ฝากความหวังไว้ที่อ.มินแล้วค่ะ แต่ก่อนหน้าดันว่าน้องไปซะแล้ว ;-;
      เย้เย้ ยินดีต้อนรับกลับค่า 5555 คิดถึงงงงง เราจำได้นะ!
      #117-1
  8. #116 ซิกแพ็ควอนโฮ (@mtuanna93) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 15:58
    ใครเอาเงินไป
    #116
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #116-2 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 00:19
      ตอนหน้าเดี๋ยวรู้เลยค่ะ 5555
      #116-2
  9. #115 Obscura (@Pattranit--) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:44
    แง่ สงสารแตยองงงงง ฮื่ออ มากอดที---- ครูกิอ่าา
    #115
    1
    • #115-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      3 เมษายน 2560 / 00:32
      ให้ตีครูกิเต็มที่เลยค่ะ 55555 /ปากไวนัก
      ส่วนตะยองนี่ มารอดูตอนต่อไปกันนะคะ
      #115-1
  10. #113 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 11:24
    แทฮยองงงงง สงสารน้องอ่ะ โดนกดดันจากทุกคนเลย แล้วน้องกุกก็สู้ๆนะ หนูทำได้ลูก
    #113
    1
    • #113-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      2 เมษายน 2560 / 16:48
      ช่วงนี้เป็นช่วงซีรี่ส์ฮอร์โมนค่ะ ปัญหาวัยรุ่--
      ส่วนจกุกนี่มีหลายเรื่องให้พยายามเหมือนกัน มาเอาใจช่วยเด็กๆกันนะคะ
      #113-1
  11. #112 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 22:40
    จองกุกกก เริ่มชอบอ.ซอกจิยแล้วสินะะ นี่ถ้าอ.รู้ว่าจองกุกเกือบจะโทรมาหาแล้วคงดีใจแน่ๆ5555 /อ.ยุนกินี่ก็ยังปากไวเหมือนเดิมเลย เจ้าเด็กเลยโมโหเลยนี่! แต่อ.เห็นเหตุการณ์อ.ต้องบอกคนอื่นๆนะคะ สงสารเจ้าแทอ่ะ ฮื่อออ
    #112
    1
    • #112-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      2 เมษายน 2560 / 00:00
      เป็นความรู้สึกดีๆด้านกำลังใจของน้องเขาค่ะ ฮี่ ตอนนี้ให้คุงครูคิมสมบทพระเอกก่อนนะคะ (555555555)
      อ.มินนี่ยังมีพลาดค่ะ น้องแทโกรธเลย ;;;;; แต่ต่อไปจะเป็นไงนั้นมาร่วมลุ้นกันค่ะ
      #112-1
  12. #111 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 14:08
    โถถถถถถถแทลูก อดทนหน่อยนะ ยุนกิแกเห็นไงนึกให้ออก รีบเรียบเรียงเรื่องราวเร็วเข้า
    #111
    1
    • #111-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2560 / 23:55
      ช่วงนี้น้องแทต้องสตรองเลยค่ะ TvT จะได้ก้าวผ่านไปให้ได้
      ส่วนยุนกิจะฉุกคิดอะไรได้ขึ้นมาเดี่ยวได้รู้กันค่ะ
      #111-1
  13. #110 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 13:20
    แทแทอ่าาา สงสารรร
    #110
    1
    • #110-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2560 / 13:39
      งือออ มาเอาใจช่วยน้องกันค่ะ
      #110-1
  14. #109 コーラ (@Bs_Yng) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 11:06
    จองกู๊กกก ป่วยก็ต้องไปห้องพยาบาลสินาย ไปหาครูพี่จินเค้าเลยยยย /ผิด สงสารน้องแทจับใจเลยค่ะ อยากจะโอบกอดเขา ฮือ เด็กน้อยของแม่ หนูไม่ได้เอาเงินไป แม่รู้ แล้วพี่กิยังมาแกล้งว่าแบบนั่นอีก แม่จะไปจัดการให้ลูก !! เจ้าเด็กนั่น(?) นายต้องขายไตแล้วล่ะ
    #109
    1
    • #109-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2560 / 12:59
      ถ้าไปหาครูคิมห้องพยาบาล เกรงว่าอาจจะเป็นหนักขึ้นก็ได้นะคะ /หื้มมมม
      ;;-;; ตอนนี้น้องแทแย่แล้วค่ะ ฮือ อ.มินปากไวทำร้ายจิตใจหมาน้อยไปอีก
      #109-1
  15. #108 มินพีพี (@BMoo1208) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 09:36
    แทฮยองงง กดดันแน่ๆ T T อ.มินก็ปากไว(หมา)5555555 คิมแตเสียใจไปหมดแล้วนะคะ ฮือ ;____;
    #108
    1
    • #108-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2560 / 10:40
      ;;;; น้องแตเป็นเด็กดีที่แบกหลายอย่างเลยเครียดค่ะ ส่วนอ.มินนี่อนุญาตให้ตี (55555555)
      #108-1
  16. #107 Reangpha (@reangpha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 08:54
    รอนะคะรอๆๆๆๆๆๆๆๆ นอก้าวีมากๆเลย ฮืออออ สงสารแททท สู้ๆนะคะไรท์ รออยู่ตลอดน้าาาสา
    #107
    1
    • #107-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 13)
      1 เมษายน 2560 / 10:34
      จะได้เห็นก้าวีไปอีกซักตอนสองตอนเลยค่ะ ประมาณนี้ ฟฟฟ อาจกลับมาอัพต่อหลังสอบเสร็จค่ะ YvY
      #107-1