[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 12 : +11+ : You are

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 มี.ค. 60



                บรรยากาศในห้องคอนโดตอนนี้กลับมีแต่ความอึมครึมโดยมาจากหนุ่มหล่อวัยยี่สิบเจ็ดปีที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ และข้างๆก็มีเจ้าของห้องที่เป็นเพื่อนรักตัวเล็กนั่งทำหน้าเซ็งปนสมเพช


“กูว่ามึงไม่ไหวแล้วนะ เลิกดีกว่ามั้ย ไปหาคนที่เขายอมมึงง่ายๆเหอะ”

“....แต่กูชอบเขา” เสียงแห้งไร้วิญญาณยังคงลอยออกมาจากปากคนข้างกาย

“เอาตรงๆนะ เด็กนั่นเพิ่งจะสิบเจ็ดสิบแปด อนาคตอีกไกล หน้าตาก็ดี ชอบผู้ชายรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเขาอยากให้มึงเป็นอนาคตของเขาจริงๆป่านนี้มันต้องยอมรับอะไรบ้างดิวะ”


ซอกจินนั่งเอาหัวพาดพนักโซฟาฟังอีกฝ่ายพูดเงียบๆ ดวงตายังคงเหม่อลอยมองเพดาน


“อายุก็จะสามสิบแล้ว มีงานมีการทำ ที่อยู่ก็มี รถก็มี หน้าตามึงก็ไม่ได้ขี้เหร่ จะหาคนวัยใกล้ๆกันที่เขาพร้อมเรื่องชีวิตคู่มันง่ายกว่าอีกนะเว้ย”


เขาพูดพลางหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงจะรู้สึกสมเพชขนาดไหนแต่ยังไงก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ก็ซอกจินน่ะเป็นเพื่อนสนิทมาร่วมสิบกว่าปีแม้ว่าไลฟ์สไตล์บางอย่างจะคนละขั้วเลยก็ตาม


“แล้วมึงพร้อมมั้ย”

“กูกลัวตัวเองตายเร็วกว่าแฟนกู”

“แต่มึงก็จะสามสิบแล้ว งานมึงก็มี คอนโดก็มี”

“แต่กูไม่มีรถ”

“กูขับให้”

“มึงจะเป็นคนขับรถให้กูกับแฟนกูเหรอ”

“เปล่า มึงก็มาแต่งงานกับกูไง”

“...”


ยุนกิหันมองคนข้างๆพลางหรี่ตามองเจ้าตัวที่พูดขึ้นมาแบบนี้แล้วก็ถอนหายใจออกมาพลางเอนตัวพิงโซฟาด้วยกัน


“...ถ้ามันเวิร์ค มันก็คงไม่มาเป็นแบบนี้หรอกมึง”


ซอกจินหัวเราะออกมาเบาๆกับสิ่งที่ตัวเองพูดเมื่อกี้นี้


เคยไหม ที่บางทีมีเพื่อนที่สนิทมากๆ มากเสียจนอยากจะอยู่กับคนคนนั้นตลอดไป...คนที่รู้ใจไปหมดทุกเรื่อง คนที่เข้าใจตัวตนของเรา คนที่สามารถยอมรับได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย คนที่แม้ว่าจะเคยด่าจนหาทางกลับบ้านไม่เจอแต่ก็ไม่เคยพูดเรื่องของเราในทางเสียหายกับคนอื่น


คนที่ไว้ใจจนสามารถมีความลับต่อกันได้


บางที ก็อยากให้เป็นคนคนเดียวกับคนที่จะเรียกว่า
คู่ชีวิตเหมือนกัน


แต่นั่นแหละ ถ้าจริงๆแล้วมันไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่...


เขาก็ต้องค้นหาส่วนที่ขาดหายของตัวเองต่อไป


“จิน พรุ่งนี้ไปดูหนังกับกูมั้ย”

“หือ?”

“เห็นสภาพมึงละรับไม่ได้ว่ะ ออกไปเดินห้างดูหนังหาไรกินข้างนอกบ้าง”


อาจารย์หนุ่มนั่งอึนอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นดีๆและพยักหน้าตอบอีกฝ่ายไป โดยที่ยุนกิเองก็พยักหน้าเช่นกัน ร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาไปรินน้ำจากขวดที่แช่ในตู้เย็นอยู่มาใส่แก้วและนำมาให้ซอกจินที่ยังดูห่อเหี่ยว


“ดื่มซะแล้วกลับห้องไปนอน แล้วก็ไม่ต้องคิดมาก กูก็แค่พูดเป็นทางเลือก”

“อืม...” เขารับน้ำมาดื่มไปอึกหนึ่งซึ่งน้ำเย็นๆก็พอจะทำให้สดชื่นได้บ้าง

“เด็กคนนั้นดูจะมีเรื่องอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ถ้ามึงตั้งใจจะช่วยเขาก็พยายามเข้าแล้วกัน ถ้าเขาเปิดใจให้มึงได้ ถึงตอนนั้นก็คงรู้แล้วล่ะว่าใช่หรือไม่ใช่”


ซอกจินวางแก้วไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะลุกขึ้นเข้าสวมกอดคุณเพื่อนตัวเล็กแน่น ซึ่งตอนแรกยุนกิก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็หลับตาลงแล้วถอนใจเบาๆพลางยกมือตบแผ่นหลังกว้างปุๆปลอบใจ


“ขอบใจมากนะ”

“เรื่องปกติของคนเป็นเพื่อนปะวะ”


ยุนกิพูดก่อนจะยกยิ้มบาง ทั้งสองคนผละจากกันแล้วซอกจินก็ขอตัวกลับห้องไป ก็เหลือเพียงเขาที่เก็บแก้วเก็บของ โดยที่ในหัวของตัวเองก็เริ่มที่จะคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะพูดกับเพื่อนไปเมื่อครู่นี้เช่นเดียวกัน


เพียงแต่ตัวเขานั้นแตกต่างกับซอกจินอย่างสิ้นเชิง เมื่อชีวิตตัวเองนั้นดูมีโอกาสไม่ได้แก่ตาย คงจะหวังอะไรไม่ได้มาก แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆหรอก เกิดมาแล้วไหนๆก็อยากจะใช้ชีวิตให้คุ้มกันทั้งนั้น


และดูเหมือนตอนนี้เขาจะมีเหตุผลที่อยากจะอยู่ให้นานขึ้นมาแล้วซะด้วยสิ





 

-------------------------------





 

                “จองกุก จองกุกลูก ตื่นได้แล้ว เก้าโมงแล้วนะ!


เด็กหนุ่มที่นอนซุกผ้าห่มอยู่นั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากแรงเขย่าของผู้เป็นแม่ ซึ่งเข้ามาปลุกในเช้าวันเสาร์นี้ โดยปกติเขาจะตั้งเวลาปลุกไว้ในมือถือแต่พอดีเจ้าโซนี่ของเขามันพังไปเรียบร้อยแล้ว ก็เลยต้องพึ่งระบบแมนนวลอย่างให้คุณแม่เข้ามาปลุกถึงเตียงแทน


“เดี๋ยวสิบครึ่งคุณอีจะมารับนะลูก ตื่นมาล้างหน้าล้างตากินข้าวให้เรียบร้อยซะนะ”

“....คร้าบ”


จองกุกพยักหน้ารับคำบอกทั้งที่ผมยังชี้โด่เด่ไม่เป็นทรง ทั้งตาก็ยังปรืออยู่ แต่เจ้าตัวก็ขยี้มันแล้วหาวแรงๆออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะบิดขี้เกียจแล้วกระดึ๊บตัวลงจากเตียงอย่างเกียจคร้าน


สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเลือกไปกับผู้ชายคนนั้น คนที่เขาเคยเจอเมื่อปีที่แล้วช่วงที่ขึ้นมัธยมปลายปีสองได้สักพัก รู้สึกว่าทางนั้นจะชื่อเต็มๆว่าอีซังฮุนอะไรสักอย่าง ส่วนหนึ่งเพราะเห็นแก่คุณแม่ของตนด้วย ซึ่งเขาก็ยังแอบเคืองอยู่ในใจว่าทำไมแม่ของเขาต้องตามใจกันขนาดนี้ ทำไมต้องทำเหมือนยอมรับซังฮุนเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวอยู่กลายๆโดยไม่ได้ถามความสมัครใจเขาสักคำ


เอาตามตรง ถ้าจองกุกเห็นฝ่ายนั้นโดยที่ไม่รู้จักอะไรกันมาก่อนก็ไม่ได้รู้สึกไม่ชอบใจหรอก

จนกระทั่งมายุ่มย่ามกับแม่ของเขานี่ล่ะ


ถึงจะยังรู้สึกดีอยู่บ้างที่คุณนายจอนยังคงเรียกแค่นามสกุล ซึ่งบ่งบอกว่ายังไม่ได้สนิทสนมอะไรขนาดนั้น แต่หลังๆการที่เธอเริ่มสนับสนุนการกระทำของผู้ชายคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้ตนรู้สึกตงิดอยู่ในใจเรื่อยมา


ความจริงทั้งฟิกเกอร์ไอรอนแมนที่เขาชอบ เนนโดรอยด์ที่อยากได้ รวมทั้งเครื่องเพลย์สเตชั่นสี่และโน้ตบุค(ที่เอาไว้ใช้เล่นเกมซะส่วนใหญ่) ซังฮุนก็เป็นคนซื้อให้ทั้งนั้นโดยที่ไม่ได้ร้องขอ


คือถึงจะแอบเคือง แต่ของฟรีมีใครจะไม่เอา


จองกุกเคยลองไปค้นประวัติของอีกฝ่ายดูเหมือนกันว่าเขาเป็นคนรวยมาจากไหนหรือเปล่า ซึ่งก็พบว่าผู้ชายคนนั้นเป็นถึงระดับของผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจการโรงแรม แต่เขามาดูแลในส่วนของพวกสปอร์ทคลับในเครือ เคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้งซึ่งภรรยาเก่าได้เสียชีวิตไป และมีลูกชายแท้ๆที่เกิดกับภรรยาเก่าคนหนึ่ง ซึ่งคนนี้จองกุกยังไม่เคยเจอเลย


ไม่รู้ว่าการที่ซังฮุนมาเทียวไล้เทียวขื่อแม่ของเขา ลูกของทางนั้นจะรู้หรือเปล่า...

คุณนายจอนก็หม้ายลูกติด...โดยที่ลูกชายก็คือเขานี่ไง


และแม่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็มีลูกแท้ๆของตัวเอง แต่ก็ยังไม่เคยเจอกันเช่นกัน นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จองกุกอดจะกังวลไม่ได้ เขาไม่รู้จักนิสัยใจคอของครอบครัวฝั่งนั้นสักคน แล้วถ้าสักวันคุณแม่ของเขาตกลงปลงใจขึ้นมาแต่ทางบ้านไม่ยอมรับนี่เขาไม่ซวยกันทั้งแม่ทั้งลูกหรือ


แต่นั่นล่ะ เขาไม่เคยถามอะไรซังฮุนเลย เพราะว่าไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยเท่าไหร่

ซึ่งต่อหน้าคุณนายจอนก็อาจจะต้องคุยบ้าง เพราะเขาไม่อยากจะโดนดุต่อหน้าคนที่ไม่ค่อยชอบนักหรอก


“เรามีมือถือรุ่นไหนที่อยากได้เป็นพิเศษมั้ย หืม”


ชายวัยกลางคนหันมาถามเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ โดยที่ตอนนี้รถกำลังติดไฟแดงอยู่


“...เอ่อ... ผมก็ไม่รู้ ยังไม่ได้คิดเลยครับ”

“เหรอ ถ้างั้นเอางี้ รุ่นไหนออกใหม่ล่าสุดก็เอาอันนั้นไปแล้วกัน ดีมั้ย”

“...ตามใจคุณอีละกันครับ”


จองกุกตอบเสียงค่อนข้างเบาแต่ก็ไม่ได้หันมามองคู่สนทนาแต่อย่างใด ซึ่งซังฮุนก็ไม่ได้ว่าอะไรในท่าทีแบบนี้ เพราะเขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่


ก็นะ ถ้าเขามาเจอคุณแม่ของทางนั้นเร็วกว่านี้ จองกุกอาจจะเข้ากับเขาได้ดีกว่านี้ก็ได้


แต่ว่า ตามข้อมูลที่เขาเคยให้คนสืบมา จอนฮเยซองเพิ่งจะเลิกรากับสามีเก่าไปเมื่อสามปีที่แล้ว นั่นก็หมายความว่าเป็นก่อนที่จองกุกจะเข้ามาต่อมัธยมปลายที่โซล


และดูเหมือนว่าจะจบกันไปไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ซึ่งเขายังไม่แน่ใจในรายละเอียดนัก


ตนเคยส่งรูปสองแม่ลูกคู่นี้ให้กับลูกชายตนเองดูไปเมื่อตอนปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งอีกฝ่ายดูจะชอบอกชอบใจมากทีเดียวโดยเฉพาะลูกติดของฮเยซอง ถึงกับบอกว่าอยากได้น้องชายน่ารักแบบนี้ ก็อย่างว่า ภรรยาเขาเสียชีวิตตั้งแต่ลูกยังเด็กๆ แถมยังมีคนเดียวก็ย่อมเหงาเป็นธรรมดา


แต่ตอนนี้เขาก็คงต้องพยายามต่อไป เพราะดูจองกุกจะยังใจแข็งอยู่พอสมควร ซังฮุนอยากจะคุยตรงๆกับเด็กคนนี้เหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าโอกาสไม่เคยได้อำนวยเท่าไหร่เลย


อ้อ แล้วก็อีกเรื่อง ผู้ชายผมชมพูคนนั้นที่ฮเยซองบอกว่าเป็นอาจารย์ห้องพยาบาลที่โรงเรียนของจองกุก ซึ่งเธอบอกว่าเขามาสั่งขนมด้วยบ่อยๆมันทำให้เขาตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย เพราะจะว่าไปแล้วทางนั้นดูอายุน้อยกว่าเขามากนัก แต่ก็เหมือนกับว่าพยายามจะเข้าทางจองกุกอยู่หรือเปล่านะ...

จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ตนมั่นใจว่าตัวเองมีทุกอย่างเหนือกว่าอาจารย์คนนั้นอย่างแน่นอน





 

 

                ตัวเลขบอกเวลาที่อยู่บนตั๋วหนังในวันนี้นั้นห่างไกลจากเวลาเที่ยงอยู่หน่อย ซึ่งอย่างน้อยก็มีเวลาไปกินข้าวและเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยได้อีกพอควร


ซึ่งสองหนุ่มคู่หูอาจารย์มัธยมนี้ก็ได้ใช้เวลาหลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันเรียบร้อยแล้วไปเดินย่อยก่อนที่หนังจะเข้าสักพัก โดยที่พวกเขาก็เดินกันไปเรื่อยซึ่งไม่ได้ลงไปไกลจากชั้นโรงหนังมากนัก โดยที่ตอนนี้พวกเขาแวะไปชั้นที่มีพวกอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์เนื่องจากยุนกิบอกว่ากะจะมาดูหูฟังใหม่สักหน่อย ซอกจินก็ดูอะไรพรรค์นี้ไม่ค่อยเป็นหรอก แต่ทำงานเกี่ยวกับดนตรีก็คงอยากได้ของดีๆเอาไว้ฟังเสียงชัดๆล่ะมั้ง


เขายืนดูเพื่อนตัวเล็กจับอันนู้นลองอันนี้ไปตามเรื่องตามราว บางยี่ห้อก็ราคาน่ากลัวเหลือเกิน บางรุ่นก็ราคายังพอจับต้องได้อยู่


แต่ในขณะที่เขายืนดูอยู่ตรงร้านที่ขายหูฟัง พอมองออกไปข้างนอกก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยสุดๆแม้ว่าจะระยะค่อนข้างไกล แต่เขาก็สามารถจำได้ในทันที


นั่น...จอนจองกุกไม่ผิดแน่ๆ


“ยุนกิ มึงมานี่เดี๋ยว” ชายหนุ่มดึงอีกฝ่ายในทันทีจนเจ้าตัวแทบจะวางหูฟังไม่ทัน ก่อนจะตีหน้าย่นนิดหน่อยว่ามันเรื่องอะไรทำไมต้องดึงกันมาขนาดนี้


ซอกจินพายุนกิเดินมายังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นร้านเฉพาะของบริษัทแอปเปิ้ลแหว่ง ซึ่งตัวร้านที่เป็นกระจกใสทั้งหมดนั้นทำให้สามารถเห็นผู้คนที่อยู่ข้างในได้เป็นอย่างดี


แน่นอนว่าเขาเห็นจองกุกได้ชัดเจนมากๆ พร้อมกับผู้ชายคนนั้นที่เขาเคยเจอที่บ้านเจ้าตัวด้วย

ฝ่ายยุนกิที่มองตามไปก็ร้องอ๋อเบาๆในใจ โอเค เพื่อนเขานี่ติดเรดาห์ไว้กับตัวเด็กนั่นหรืออย่างไร หรือว่าครั้งนี้จะบังเอิญเกินไปกันนะ


ทางด้านคุณอาจารย์ห้องพยาบาลที่ยืนมองอยู่นั้นเขาเห็นทุกอิริยาบถว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ เขาเห็นไอโฟนรุ่นพิเศษที่ออกสีแดงมากำลังอยู่ในมือของเจ้าหนุ่มกระต่ายนั่น จนกระทั่งเห็นว่าทั้งคู่ไปที่เคาท์เตอร์เพื่อจะจ่ายเงิน พอเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก


“...มึง ทำไมกูไม่เกิดมารวยวะ”

“นั่นสินะ ไม่รวยละยังเสือกกามอีก”

“ไอ้นี่นิเดี๋ยวปั๊ดเตะตกห้างเลย” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ซอกจินก็เอาเข่ากระทุ้งก้นอีกฝ่ายไปแล้ว


เขาก็คิดนะว่าถ้าจะให้เปย์มันก็พอจะได้อยู่ แต่นั่นก็หมายความว่าเดือนนี้เขาจะเป็นหนี้บัตรเครดิตยังไงล่ะ


เพราะมัวแต่คุยจุ๊กจิ๊กปะทะคารมกับเพื่อนตัวเองอยู่ ทำให้แทนที่จะรีบหลบฉากไปก่อนเพื่อที่อีกฝ่ายจะไม่เห็น แต่กลายเป็นว่าพอเงยหน้ามาอีกที สายตาสี่คู่ก็ประสานกันเสียแล้ว


“...สวัสดีครับ..”

“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ปกครองเขา พามาซื้อของน่ะครับอาจารย์” ซังฮุนตอบพลางยิ้มให้เล็กน้อย ซึ่งอีกฝ่ายเองก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นเดียวกัน

“บังเอิญจังเลยนะครับ ผมมาดูหนังกับเพื่อนพอดีเลย”


ด้านยุนกิพอถูกพาดพิงถึงก็ค้อมหัวให้ และแอบเหล่มองไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้าว่ามีปฏิกิริยาเช่นไร

ซึ่งจองกุกเองก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยืนมองพวกเขาสลับไปมาเท่านั้น


“มาดูหนังเหรอครับ ก็ดีนะผมว่ามาผ่อนคลายบ้าง แล้วนี่ดูรอบกี่โมงเหรอครับ”

“พวกผมดูรอบเกือบๆบ่ายสองน่ะครับ”

“โอ้ ใกล้เวลาแล้วนี่ครับอาจารย์ ไม่รีบเดี๋ยวจะเข้าโรงไม่ทันนะ” หนุ่มใหญ่พูดขึ้นเมื่อเขาพลิกดูนาฬิกาข้อมือเรือนแพงของตัวเอง ซึ่งพอซอกจินดูตามก็พบว่าอีกไม่กี่นาทีจริงๆด้วย


“ถ้างั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับคุณ...”

“อีซังฮุนครับ อาจารย์คิม”

“อ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ดูเหมือนคุณจะรู้จักผมอยู่แล้ว”


“ถ้าผมอยากจะรู้จักใครมันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงที่แอบข่มอยู่ในที ซึ่งทำให้คุณอาจารย์หนุ่มคิ้วกระตุกอยู่นิดๆ แต่ก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกไปมากกว่านั้น

“...คุณอี กลับกันเถอะครับ”


จองกุกที่ยืนเงียบมานานแล้วพูดขึ้นพลางยื่นมือไปเขย่าแขนของผู้ปกครองของตนเองในตอนนี้เบาๆพอให้รู้สึกตัว ซึ่งพออีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็หันไปพยักหน้ายิ้มๆให้เด็กหนุ่มแล้วกล่าวลาสองคนนั้น ก่อนจะพากันเดินออกไปโดยที่สองเพื่อนซี้ยังคงยืนมองตาม


“เฮอะ คิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ทุกอย่างเหรอ จองกุกของฉันเขาไม่ใช่เด็กเห็นแก่เงินหรอกนะ!


ซอกจินพูดไล่หลังไปพลางทำท่าเอานิ้วปาดคอประดุจแรปเปอร์ที่แรปข่มขวัญชาวบ้านได้ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ได้ยินกันอยู่แค่สองคนโดยมียุนกิยืนส่ายหัวอย่างอ่อนใจอยู่ข้างๆ


แต่คุณอาจารย์สุดหล่อก็แอบเสียศูนย์อยู่เบาๆเหมือนกัน เพราะเรื่องฐานะนั้นคงไปสู้ด้วยไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็มีปัจจัยที่จำเป็นต่อชีวิตครบแล้วกัน แถมอายุก็ยังไม่มาก และที่สำคัญเขาเชื่อว่าความรู้สึกของตัวเองน่ะยิ่งใหญ่และมั่นคงพอ เพราะเท่าที่สังเกตแล้ว จองกุกก็ดูไม่ได้ชอบซังฮุนเท่าไหร่ ก็ถือว่าเขายังมีโอกาสนั่นล่ะ

ยกนี้จะยอมให้ก่อนก็ได้ แต่เขาไม่ได้แพ้หรอกนะ แค่ขอไปตั้งหลักเท่านั้นเอง






 

                ระหว่างทางกลับบ้านซึ่งตอนนี้ยังเป็นเวลาที่ไม่เย็นนักทำให้รถบนถนนยังคงเคลื่อนตัวได้สะดวก

ชายวัยกลางคนเหลือบมองเด็กหนุ่มที่เบาะด้านข้างซึ่งบนตักมีกล่องสมาร์ทโฟนแอปเปิ้ลแหว่งใหม่เอี่ยมที่เพิ่งไปซื้อกันมาแล้วก็ยิ้มนิดหน่อย


“เหมือนแอปเปิ้ลรู้ใจเลยนะว่าเราชอบสีแดง ออกรุ่นนี้มาพอดี”


จองกุกพยักหน้ารับหน่อยๆ จะว่าตื่นเต้นก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี รู้สึกดีนิดหน่อยที่อย่างน้อยซังฮุนก็พอจะรู้บ้างว่าเขาชอบอะไร


ส่วนเรื่องที่ทางนั้นปฏิบัติตัวกับคุณแม่ของเขา หลายครั้งที่อีกฝ่ายพยายามจะชวนฮเยซองไปเที่ยวแต่ก็ถูกตัวเขานี่ล่ะห้ามไว้ตลอด จะไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศก็ไม่ยอมไป สุดท้ายตอนนี้ซังฮุนก็เลยทำได้แค่แวะมาเยี่ยมแล้วก็มารับขนมไปวางที่โรงแรมในเครือแล้วก็ซื้อฝากเลขาฯที่บริษัท แล้วก็ซื้อนั่นซื้อนี่ให้เขา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยมี...


ดีใจมันก็ดีใจ เพราะก่อนหน้านั้นครอบครัวของตัวเองก็มีฐานะปานกลาง ก็มีบ้างที่อยากจะมีบางอย่างเหมือนคนอื่นๆตามประสาแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก


ซึ่งตอนนั้นจองกุกก็รู้สึกว่าแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว


แต่ก็ไม่รู้ว่าความสุขพวกนั้นมันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่...


เด็กหนุ่มก้มหน้าจนเกือบซุกเข้ากับกล่องไอโฟนแล้วสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อจะไล่ความคิดเมื่อครู่นี้ออกไป


ไม่ชอบเลยสักนิดที่ตัวเองเป็นแบบนี้...


จองกุกนั่งเงียบๆมาตลอดทางจนถึงบ้าน ซึ่งก่อนที่เขาจะเข้าบ้านก็ไม่ลืมที่จะโค้งขอบคุณอีกฝ่ายที่ซื้อของแพงให้เขา แม้จะรู้ว่าสำหรับคนรวยระดับนั้นมันอาจจะเป็นแค่เศษเงินก็เถอะ แต่มันก็อดจะเกรงใจไม่ได้เลยจริงๆ โดยหวังว่าซังฮุนคงไม่มาทวงบุญคุณหรือทวงอะไรตามหลังหรอกใช่ไหม แบบนั้นเขาทำงานตลอดชีวิตจะใช้หมดรึเปล่ายังไม่รู้


“จองกุก” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนเรียกสติเด็กหนุ่มกลับมาอีกครั้ง

“คิดซะว่าที่อาซื้อให้ ก็ถือว่าให้ลูกให้หลานน่ะนะ”

“ค...ครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก ของจำเป็นด้วย ซื้อใหม่ทั้งทีก็เอาดีๆไปเลย”

“อ่าครับ ขอบคุณนะครับ”


ซังฮุนพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะขอตัวกลับไป เพราะดูเหมือนเขาจะเข้าบริษัทต่อพอเสร็จธุระก็เลยมาส่งจองกุกที่บ้านเลย  ซึ่งพอเขาเดินเข้าบ้าน คุณแม่ก็เอ่ยทักทันทีว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งลูกชายของเธอก็ชูกล่องมือถือใหม่เอี่ยมให้ดูแทนคำตอบ คุณนายจอนไม่รู้หรอกว่าของในนั้นมันมูลค่าเท่าไหร่ แต่พอเห็นว่าได้ของจำเป็นแล้วก็ค่อยหายห่วงไปได้บ้าง


จองกุกเดินขึ้นห้องไปพร้อมกับใจที่เต้นรัว โดยเมื่อเปิดประตูเขาไปก็วางเจ้ากล่องนี้ลงบนเตียงแล้วก็ลงมือแกะทันที เจ้าไอโฟนเจ็ดพลัสสีแดงสวยก็ปรากฏแก่สายตา


แบบนี้ต้องใส่เคสสินะ เคสเขาก็ซื้อมาแล้ว เหลือแต่ไปติดฟิล์มกันรอย ซึ่งตอนนี้จะพยายามระวังไม่ให้จอแตกแบบเครื่องเก่าอีก


เขาพยายามอ่านคู่มือศึกษานู่นนี่ไปด้วย ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่พอสมควรเลยกว่าจะเริ่มชินกับหลายๆอย่าง แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็สามารถเปิดเน็ตและโหลดแอพได้แล้ว ซึ่งรีบโหลดกาเกามาไว้ในเครื่องทันทีเพื่อที่จะบอกเพื่อนๆทุกคนว่าเขาได้มือถือใหม่และพร้อมจะแจกเบอร์


เด็กหนุ่มนั่งแชทกับเพื่อนๆอีกครั้งโดยต่างคนต่างก็ถามว่าเขาได้มือถือยี่ห้อไหน ซึ่งจองกุกก็บอกแค่ว่าเดี๋ยววันจันทร์จะเอาไปให้ดู


จนมองดูเวลาอีกที จากที่เล่นนั่นเล่นนี่จนเพลินก็เย็นย่ำเข้าไปแล้วรวมจากที่ชาร์จแบตตอนแรกไปด้วย โดยที่ตนเองขอตัวลงไปกินมื้อเย็นและอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะขึ้นมาเล่นเจ้าสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ต่อด้วยความเห่อ เขาจัดการย้ายข้อมูลเบอร์โทรจากเครื่องเก่ามาใส่ในนี้หมดแล้ว จนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับรายชื่อหนึ่ง


ครูคิมห้องพยาบาล


เหลือบมองเวลาอีกทีก็พบว่าสามทุ่มนิดๆ จะว่าไปก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายนั้นจะกลับมาจากห้างสรรพสินค้าหรือยัง จะไปต่อกับยุนกิที่ไหนอีกไหม

พอคิดว่าจะไปต่อกับคุณอาจารย์สอนดนตรีคนนั้นก็ทำให้รู้สึกทะแม่งๆขึ้นมาอีกครา แต่ว่าถ้าได้ยินไม่ผิด ทางนั้นบอกว่าเป็นเพื่อนกันนี่

สุดท้ายจองกุกก็ลองกดโทรออกไป ใบหูแนบกับมือถือด้วยความกระอักกระอ่วน จนกระทั่งได้ยินอีกฝ่ายรับสายและพูดตอบมา แต่ด้วยความที่ตื่นเต้นก็เลยเผลอเงียบไป


[ครับ นั่นใครพูด]

“...”

“...จ...จองกุกครับ จอนจองกุก”

[เอ๊ะ จองกุกจริงๆเหรอครับ!?]

“อ่าครับ...นี่เบอร์ใหม่ของผมเองครับอาจารย์”


เขาไม่รู้ว่าตอนนี้คนปลายสายจะทำหน้าอย่างไรอยู่ แต่เท่าที่สังเกตจากน้ำเสียงที่ดูร่าเริงขึ้นจนรู้สึกได้ชัดเจน ก็น่าจะยิ้มมั้ง

...มันน่าดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ กลายเป็นจองกุกที่ทำหน้าไม่ถูกซะเอง


“คือ...ก่อนหน้านั้น เครื่องเก่าผมมันพังไปแล้วน่ะครับ เพิ่งจะได้มาซื้อวันนี้เอง”

[อ๋อออออ แบบนี้นี่เอง พี่...เอ้อ.. ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว]

“แล้วก็...เมื่อวันก่อน ขอโทษนะครับที่วิ่งหนีไปแบบนั้น”

[ผมตกใจมากจริงๆนะ นึกว่าเธอเกลียดผมแล้วซะอีก]

“ม...ไม่ครับ”


ได้ยินแบบนี้เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกแล้ว นี่มันวงจรอุบาทว์หรืออะไรกันนะ


[วันหลังอย่าวิ่งหนีกันไปแบบนั้นอีกนะ ผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซักหน่อย]


น้ำเสียงที่ดูแอบตัดพ้อเล็กๆของคนโตกว่านั้นทำให้จองกุกเผลอยิ้มออกมานิดๆ


“ก็ผมตกใจนี่นา”

[ผมมาดีนะครับ เป็นมิตรออกขนาดนี้]


แต่บางจังหวะเขาก็ยังรู้สึกว่าซอกจินดูน่ากลัวอยู่ดี...ซึ่งอธิบายไม่ถูกอยู่เหมือนกันว่าทำไม


[อย่าหนีผมไปอีกเลยนะครับจองกุก เรื่องอะไรที่เธอไม่สบายใจผมจะไม่ถามแล้วล่ะ]

[แต่ถ้ามีอะไรอยากจะพูดออกมา ผมก็ยินดีรับฟังเสมอนะครับ ผมจะรอจนกว่าเธอจะพร้อมนะ]

“...”

“...อาจารย์รอผมได้เหรอครับ” เด็กหนุ่มกำมือถือแน่นขึ้นนิดหน่อย

[ทำไมจะรอไม่ได้ล่ะครับ]

.

.

[ก็จองกุกน่ะ...เป็นอนาคตของผมนี่นา]



--------------------------




>>Talk

อู้ย อู้หูยยยยยย อาจารย์ขาาาาา เอางี้เลยโนะ 5555555555555555

ตอนนี้ก็เป็นอีกตอนที่พักยกค่ะ แฮร่ พักขำด้วย(...) /ได้ข่าวว่าตอนนี้มีผู้ใหญ่เด๋อเข้าใจผิดอยู่สองคน---

แล้วก็ยกให้สตอรี่ที่บ้านของจกุกด้วยว่าจริงแท้แล้วเป็นยังไง คุณอีคนคูลคือใครกันแน่ 

เนื้อเรื่องต่อจากนี้ไปจะเจ้มจ้น(?)ขึ้นมาอีกหน่อยล่ะค่ะ ใครที่รอคู่ที่นอกเหนือจากนี้อดใจอีกนิดน้า มีคิวได้ออกแน่นอนค่ะ 

ขอบคุณมากๆสำหรับวิว เฟฟ เมนท์ ทุกๆอย่างนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ เจอกันตอนหน้านะ~


ปล. ไรต์ยังติดสอบค่ะ 55555555 แต่ช่วงนี้พักยกยาวนิดนึง แหะแหะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #417 คริสถึงเลย์ (@littleisdog) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 12:26
    คุณอีกับอาจารย์นี่ไปกันใหญ่แล้ว5555555555555
    #417
    0
  2. #293 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:00
    ตล๊กกก คุณอีกับครูคิมฟาดฟันกันผิดเรื่องแล้วค่ะ555555555555555 พี่จินรุกแรงมากกก หัวใจสั่นไหว แอบคิดว่าหรือจริงๆแล้วจองกุกก็คิดว่าพี่จินมาจีบแม่เหมือนกัน55555555555555
    #293
    0
  3. #256 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 08:27
    งุ้ย ประโยคสุดท้ายของอาจารย์นี่กู้ภาพจากความโรคจิตมาได้โขเลยค่ะ
    เขินอายแทนน้อง อายปากแทนอาจารย์ด้วย 55555
    #256
    0
  4. #199 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:33
    อ.คิมห้องพยาบาลตอนนี้ดูหล่อ ไม่หื่นแล้ว 5555
    #199
    0
  5. #183 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 10:49
    เฮ้ยยยยย อาจารย์คิมมมมมม อนาคตเลยนะพูดออกไปเลยนะ าก่กราสสกยะ
    #183
    0
  6. #166 kukk1kk (@rakprom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:30
    อาจารยยยยยยยยยย์!!!!!!!
    โอ้ยยย เขินนนนน หรงปๆ_พปกนมแับ อกรวมทบบ -/////-
    #166
    0
  7. #106 コーラ (@Bs_Yng) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:41
    โอ้โห ครูคะ โอ้โหหหหห จุดนี้ได้แค่โอ้โหค่ะ วอแว เอาจริงๆคุณอีเขาก็ดูโอเคนะคะ แต่ไม่แปลกที่จองกุกจะรู้สึกไม่ไว้ใจ เพราะฝั่งนั้นเขาเป็นฝ่ายรับรู้อย่างเดียว ไม่ได้ให้โอกาสฝั่งจองกุกได้เข้าไปรู้จักบ้างเลย ก็ไม่แปลกที่จองกุกจะระแวง เพราะเราก็ไม่รู้อะเนอะว่าเขาตะจริงใจกับแม่เราแค่ไหน แต่คุณอีเป็นคุณพ่อสายเปย์มากๆเลยค่ะ แล้วพี่ชายคือใครกันนะ อยากรู้จัง 55555 /ผิด จองกุกเป็นเด็กดีมากๆเลย น่ารัก ;-; พี่กิกับพี่จินนี่เขาสนิทกันมากๆจริงๆนะคะ พี่กิก็อย่าคิดแบบนั้นสิ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเท้าขนาดนั้นเลย 55555555 แถมตอนนี้ก็กำลังหลงเด็----- /โดนถีบ
    #106
    1
    • #106-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      28 มีนาคม 2560 / 12:51
      วันเอพิโซดมิราเคิล เปลี่ยนนกให้เป็นคน /เอ๊ะ
      ฮือ ใช่ค่ะ จกุกระแวงมั่ก จู่ๆก็มาเลยไม่รู้จะทำยังไง ;-; ส่วนคุณพี่ชายลูกติดคุณเขาตอนนี้อยู่ไกลค่ะ 555
      น้องกะตุ่ยน่ารักขนาดนี้คุงครูเลยโงหัวไม่ขึ้นแล้วไงคะ---
      ส่วนคู่หูอาจารย์นั่้นเราก็ชอบมิตรภาพของพวกเขาค่ะ งืด จริงๆไว้มีโอกาสคงเขียนสเปสองคนนี้ด้วย ฟฟฟ /แต่เอาน่ะค่ะเดี๋ยวพี่กิเขาก็กลับใจแล้เพราะเด็--
      #106-1
  8. #105 Ren (@seris) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:49
    ตอนนี้เป็นตอนกู้ภาพลักษณ์พระเอกเหรอคะ 55555555555 ฮือ ประโยคสุดท้ายแบบนอนอ่านอยู่บนเตียงนี่ถึงกับกลิ้งเลยนะคะ เอ้อ ครูคิมไม่ต้องแก้บนงดกามแล้วนะคะ //กระซิบ
    นกุกหนูน่ารักจังค่า น่ารักมาก น่าลัก(?)ด้วย ฮือ คนดีของพี่ ไม่มีคำไหนบรรยายความน่ารักของหนูดั้ย!
    ส่วนคุณอี เอาเป็นว่าตอนนี้เราเปิดไฟเขียวให้แล้วกันค่ะ คูลมาก คูลจนจะกรี๊ดคุณอีแทนพระเอกแล้วค่ะ 555555555555555
    #105
    1
    • #105-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      27 มีนาคม 2560 / 01:19
      ใช่ค่ะ ทั้งกากกามเด๋อมาหลายตอนแล้ว ถึงเวลาที่พี่เขาจะหล่อซะที---
      จกุกเป็นกะตุ่ยน้อยรักครอบครัวหวงคุณแม่ค่ะ ฮี่
      ฮือ5555555555 คุณอีเขารุ่นใหญ่ค่ะ อ.คิมจะไปงัดข้อต้องระวังแล้ว /ได้ข่าวจีบคนละคน
      #105-1
  9. #104 RattikanJandung (@RattikanJandung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 22:53
    โอ้ยยยยย ประโยคสุดท้ายนี้ ครูคิมทำฟินมากกกกกก แทนสรรพนามว่าพี่อีก โอ้ยยยย จองกุ๊กกกกก หนูโดนผู้ใหญ่เต๊าะแล้ว555 นี้รอฝั่งพี่ยุนกิเชียร์อยู่นะคร้าบบบ><
    #104
    1
    • #104-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      27 มีนาคม 2560 / 00:39
      ทำการใหญ่ใจต้องกล้าแล้วค่ะจุดนี้ 555555 จะไม่โบยบินอีกต่อไป--
      เดี๋ยวพี่กิได้ออกแน่ค่ะ รอดูต่อไปได้เลย > v O
      #104-1
  10. #103 ซิกแพ็ควอนโฮ (@mtuanna93) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:15
    ครูคิมอย่ามาหยอดจองกุกเรานะ!!!
    #103
    1
    • #103-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      26 มีนาคม 2560 / 13:38
      ขอโอกาสให้อ.แกบ้างค่ะ 5555555 นกมาเยอะแล้ว
      #103-1
  11. #102 BlIND001 (@BlIND001) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:42
    รู้สึกพวกผู้ใหญ่เขาขี้มโนกันจังเลยค่--- จารย์นี่ก็ขยันเต๊าะเด็กมากมาย ถถถ
    #102
    1
    • #102-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      26 มีนาคม 2560 / 11:19
      นั่นสินะคะ แถมมโนไปคนละทางด้วยค่ะ เห้อม 55555555555555
      อาจารย์จะสามสิบแล้ว มีโอกาสต้องรีบค่ะ----
      #102-1
  12. #101 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:00
    อ.คิมเต๊าะเบอร์แรงมากค่ะ คราวนี้จองกุกคงกลัวจริงๆแล้วแหละ55555
    #101
    1
    • #101-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      26 มีนาคม 2560 / 05:34
      แงงงง ที่ผ่านมาน่าจะกลัวพอแล้วนะคะ 5555 ให้อ.คิมหล่อมั่ง--
      #101-1
  13. #100 Obscura (@Pattranit--) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 19:03
    ว้ากกกกก ทำไม้ทำไมมมมมมมมม กล้าๆแบบนี้สิดี-----
    #100
    1
    • #100-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      25 มีนาคม 2560 / 23:22
      โดนหนีมาเยอะแล้วค่ะ ต้องรีบคว้าซะที 555555
      #100-1
  14. #99 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 12:20
    อ.คิมขี้เต๊าะจังค่ะ เขินแทนน้องกุกแล้วนะคะ คืออ.แกมโนเก่งมากเว่อร์คุณอีก็เช่นกันค่ะ ถถถถถถถถถถถ นี่อยากให้หนูกุกเปิดใจให้คุณอี เค้าดูไม่มีพิษภัยอะไรอ่ะ แล้วน้องกุกโทรหาอ.คิมนี่คิดไรป่ะคะ แซวๆๆๆๆ
    #99
    1
    • #99-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      25 มีนาคม 2560 / 12:46
      อิอิ ขอพื้นที่ให้ทำคะแนนนิดนึงค่ะ /แลจะไม่นิดแล้ว(?)
      มโนเก่งแต่ไปกันคนละทางเลยล่ะค่ะ 555555 :'D
      นี่ก็อยากให้น้องเปิดใจกับคุณเขาเร็วๆ แต่ติดปมก้อนใหญ่นี่สิคะ ฮือ
      คิดไม่คิดไม่รู้ แต่ก็ตั้งแต่ตอนที่แล้วละค่---/แค่ก
      #99-1
  15. #98 มินพีพี (@BMoo1208) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 12:11
    อาจารย์คิ๊มมมมมมมมม กล้าสุดอ่ะกรี้ด อนาคตอะไรก็ไม่รู้ เขินน ตอนนี้ฉันจิ้นจินก้าหนักมากค่ะ555555555555
    #98
    1
    • #98-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      25 มีนาคม 2560 / 12:36
      ////-//// อิอิ ขอโอกาสให้อ.คิมค่ะ กากมาหลายตอนแล้---
      แง จะบอกว่านี่ก็แอบกรี๊ดสองอ.นี่เหมือนกันค่ะ โฮววว /สุดท้ายเป็นได้เพียงเฟรนด์โซน (5555) อะไรที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ล่ะค่ะ YuY
      #98-1
  16. #97 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 07:28
    50 แต้มค่ะอาจารย์คิม. กล้าพูดดดดดดดดดดด. 5555555
    #97
    1
    • #97-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 12)
      25 มีนาคม 2560 / 07:38
      คุงครูเขาจะไม่กากแล้วค่ะ สงสาร55555555555555555555
      #97-1