[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 11 : +10+ : Choose

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    11 มี.ค. 60



                มือถือสมาร์ทโฟนโซนี่รุ่นเก่าที่จอร้าวแม้จะติดฟิล์มแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดีกำลังแสดงหน้าต่างแชทของแอพลิเคชั่นสื่อสารอย่างกาเกาอย่างเป็นปกติตามที่ตัวเองเคยเข้าไปแชทกับเพื่อนๆบ่อยๆ


จากเมื่อวานที่เด็กหนุ่มโดนเพื่อนๆสอบสวนเรื่องของเขากับอาจารย์ห้องพยาบาลคนนั้นไปก็ดูเหมือนในห้องกรุ๊ปรวมจะมีประเด็นต่อๆมากันไม่หยุดหย่อน จนมันทำให้เขาได้คิดอะไรอยู่หลายๆอย่าง


เขาไม่แน่ใจความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายกับคุณอาจารย์ตัวเล็กนั่นหรอก เจ้าตัวก็ไม่เคยบอกด้วย แต่ถ้าจะถามมันก็ดูเผือกเกินไปหรือเปล่าไม่รู้


พร้อมกับตนเองก็แน่ใจแน่ๆแล้วว่าซอกจินน่ะคิดอย่างไรกับเขา แต่ก็นั่นแหละ มันมีข้อจำกัดอยู่ ทั้งเรื่องครอบครัว และเรื่องของตนเองด้วย


และเพราะว่าเรื่องของครอบครัวตัวเองนี่ล่ะ ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้


จะว่าขี้ขลาดก็ได้ แต่คนอื่นไม่มาเป็นเขาก็คงไม่เข้าใจหรอก


จริงๆก็ยังแอบไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าทำไมถึงไม่ปฏิเสธอาจารย์เขาไปกันนะ


ไม่สิ เขาก็พยายามหนีแล้ว แต่ดูเหมือนทางนั้นจะหาเรื่องมาเจอเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ


“เฮ้อออออ”


จองกุกถอนหายใจหนักๆใส่มือถือในมืออีกทีจากความคิดที่ดูดราม่าของตัวเองเมื่อกี้ เขายิ้มให้ข้อความในจอที่เพื่อนพิมพ์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเนื้อความนั้นแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจนว่า ถ้าจองกุกไม่ไหว พวกเขาจะช่วยกันออกไปเอง


บางทีแต้มบุญที่เขามีก็มาในรูปแบบของมิตรสหายนี่ล่ะ


เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวไปกดปุ่มกดน้ำก่อนจะยัดมือถือลงในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ลืมบอกไปว่าเขาติดพันแชทมาตั้งแต่กลับบ้านจนเข้าบ้าน แล้วเข้าห้องน้ำก็ยังไม่ยอมวางเลย


เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นดึงกางเกงใส่กลับเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะดึงแรงเกินไปหน่อยเพราะความเคยชินหรืออะไรไม่อาจทราบได้ ทำให้มีเสียงราวกับวัตถุตกลงไปในน้ำดังขึ้นมาจากด้านหลังจนเจ้าตัวที่กำลังรูดซิปนั้นถึงกับชะงัก


หลังจากที่พอตั้งสติได้เขารีบตะปบกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง แต่พอสัมผัสได้เพียงแค่ลมในเนื้อผ้า จองกุกเลยกลั้นใจหันไปมองด้านหลังตัวเองอย่างทำใจลำบากเหลือเกิน


“เหี้*****!!!!!!


มนุษย์ลงไปเล่นน้ำในสระได้ฉันใด โทรศัพท์มือถือก็ลงไปนอนแช่อยู่ในชักโครกได้ฉันนั้น


...แกคิดว่าแกดำน้ำอยู่เกาะสุลาเวสีเหรอวะ!!!!


พ่อหนุ่มถึงกับน้ำตารื้นทันทีกับภาพน่าสลดใจตรงหน้า ก่อนที่จะเอื้อมมือลงไปหยิบมือถือขึ้นมาจากคอห่าน ซึ่งอย่างน้อยก็พอจะมองโลกในแง่ดีว่าตัวเองกดน้ำไปแล้ว...ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆถ้ามันร่วงลงไปก่อนหน้านี้


จองกุกรีบถอดแบตและเอามันไปล้างในอ่างล้างหน้าแถมยังฟอกสบู่อีกด้วย หน้าจอที่ดำมืดไปเมื่อกี้มันทำให้รู้สึกใจคอไม่ดีเอาซะเลย ซึ่งพอล้างจนคิดว่าสะอาดแล้วก็เช็ดจนแห้งและพยายามเปิดมันขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเนื่องจากมันเหมือนจะเปิดได้แต่ก็ดับใหม่ ติดๆดับๆแบบนี้ไปเรื่อยกระทั่งมันเปิดได้ แต่ดูเหมือนหน้าจอจะรวนไปแล้วเห็นได้จากตอนที่ตัวเองเอานิ้วไปจิ้มเข้าแอพแต่ดันเปิดไม่ติด ลองเข้าเมนูอื่นๆก็เข้าไม่ได้


และเขาดันเช็ดไม่หมดหรืออย่างไรนี่ล่ะ จากที่ลองๆเทสกดนู่นกดนี่อยู่เครื่องก็ดับไปเลยเฉยๆ เขาเลยถอดฝาหลังเอาแบตออกมาอีกครั้ง พอสะบัดๆแล้วก็ยังมีน้ำกระเด็นออกมาทำให้เจ้าตัวตบหน้าผากตัวเองดังเพียะ


ลืมไปซะสนิทเลยว่าถ้าน้ำยังออกจากเครื่องไม่หมดก็ห้ามเปิด ไม่อย่างนั้นมันจะช็อต

และตอนนี้มันก็คงช็อตแล้วเรียบร้อย ใครจะไปจำได้เล่าในเมื่อร้อยวันพันปีไม่เคยทำมันตกน้ำเลย แล้วตกน้ำที่ไหนไม่ตก ตกส้วมซะงั้น


จอนจองกุกว่าตอนนี้แต้มบุญเขาหมดแล้วล่ะ


เด็กหนุ่มเลยเดินเคว้งคว้างออกจากห้องน้ำแล้วเข้าห้องนอนไปโยนมือถือลงที่เตียงตัวเอง ก่อนจะเดินอย่างสำรวมเจี๋ยมเจี้ยมลงไปข้างล่างซึ่งคุณแม่ของเขากำลังจัดโต๊ะมื้อเย็นอยู่


“.....แม่”


คุณนายจอนที่ได้ยินเสียงอ่อยๆของลูกชายก็หันมาหาอย่างสงสัย ก็เห็นท่าทางที่เหมือนกระต่ายหูลู่ของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงตีนบันได


“คือ...มือถือผมเสียอะ กลัวว่าช่วงนี้แม่อาจจะโทรหาผมไม่ติด”

“อ้าวเหรอ งั้นเดี๋ยวซื้อเครื่องใหม่มั้ย”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมลองเอาไปซ่อมก่อนดีกว่า”


เขาพยักหน้าเพื่อรับรองคำพูดตัวเองและเผื่อว่าให้อีกคนสบายใจ ซึ่งคุณแม่ของเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ จองกุกก็เลยไปกินมื้อเย็นตามปกติก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง


สมาร์ทโฟนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนั้นสะท้อนอยู่ในดวงตากลมๆ เขามองมันแล้วถอนหายใจอีกที จองกุกตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสือตัวเองแล้วหยิบเอาสมุดบัญชีออกมาจากลิ้นชักเพื่อจะเช็คดูว่าเงินพอที่จะเอาไปซ่อมหรือไม่ เขาก็จำไม่ค่อยได้นักหรอกว่าตอนนั้นซื้อมาเครื่องเท่าไหร่แต่ก็แพงพอประมาณสำหรับสมาร์ทโฟนสมัยนั้น ซึ่งตอนนี้เงินในบัญชีของเขามีราวๆแสนกว่าวอนนิดๆเท่านั้นเอง


...เอาเถอะ ลองถอนไปก่อนแล้วกัน


ในขณะที่จองกุกกำลังกลุ้มใจเรื่องเงินค่าซ่อมมือถือของตัวเอง อีกด้านหนึ่งยังมีคนที่ร้อนใจเนื่องจากปัญหาการสื่อสารที่ปลายทางไม่ได้ตอบสนอง


ก็อาจารย์คิมซอกจินไงจะใครล่ะ


ตอนนี้เขากำลังว้าวุ่นคุกรุ่นอยู่ในอกเบาๆเนื่องจากเมื่อกี้นี้เขาพยายามจะโทรไปหาเด็กกระต่ายนั่นแต่สิ่งที่เขาได้ยินคือเสียงตอบรับอัตโนมัติว่าปิดเครื่อง


...หรือว่าจองกุกจะเล่นเกมเลยไม่อยากให้ใครมากวน

...หรือจะทำการบ้าน

...หรือว่าแบตจะหมดแล้วลืมชาร์จ


ต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งสักอย่างนี่ล่ะ จองกุกคงไม่ได้ตั้งใจปิดเครื่องหนีเขาหรอกน่า มองโลกในแง่ดี เพราะถึงความคิดเขาจะภัยสังคมขนาดไหนแต่ตราบใดที่ยังไม่โป๊ะแตกจนกระต่ายตื่นเขาก็คงไม่โดนแบนและถูกเตะเข้าตะรางง่ายๆหรอก


พอวันนี้ไม่ได้คุยกับเด็กนั่นตามที่ตั้งใจไว้ก็เลยได้มีโอกาสมานั่งคิดทบทวนอีกครั้ง


เขาชอบจองกุกจริงๆนะ ยอมรับก็ได้ว่าตนเองสะดุดตกหลุมเพราะว่าหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักของอีกฝ่ายตั้งแต่แรกพบเลย ซึ่งมันก็คงจะเหมือนๆกับที่เขาชอบเด็กน่ารักๆตามปกตินั่นแหละ แต่หลังจากที่เขาได้ลองไปเยี่ยมครั้งนึงแล้วมันก็เกิดความรู้สึกที่อยากจะจริงจังขึ้นมา ไม่ใช่เพราะว่าอยากจะเอาชนะเพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น


แล้วยิ่งเห็นว่าเหมือนเด็กคนนั้นจะมีอะไรในใจหรือปมอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถบอกใครได้มันก็เลยกังวลไปด้วย พร้อมกับความที่อยากจะช่วยให้จองกุกสบายใจมากขึ้น ถ้าเขาสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ อีกฝ่ายก็น่าจะรู้สึกดีกับเขาบ้างล่ะน่า ถึงจะไม่ชัวร์รสนิยมของทางนั้นก็เถอะ แต่เขาค่อนข้างจะมั่นใจตัวเองอยู่นะ ว่าถ้าเป็นคนที่ใจมันบอกว่าใช่จริงๆ จะเป็นหญิงหรือชายก็โอเค


ส่วนถ้าถามถึงเพื่อนรักขาโหดนั่นก็ไม่ต่างจากตัวซอกจินมากนักหรอก เพียงแต่หมอนั่นไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนั้นจริงจังเท่าไหร่ตราบใดที่ยังติดพันกับการต่อยตีถ้ามีโอกาส


“ถ้าเขาอยู่กับกูแล้วแป๊บๆกูตายขึ้นมาคงไม่คุ้มค่าจีบอะ”


ยุนกิเคยให้เหตุผลไว้แบบนี้ ซึ่งก็สมกับเป็นเจ้าตัวดี

ซอกจินทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งก่อนจะพลิกตัวเอื้อมมือไปชาร์จแบตมือถือที่หัวเตียงและจัดการดับโคมไฟเพื่อเตรียมจะนอน เพราะไหนๆคืนนี้ก็ไม่ได้ยินเสียงหวานๆแล้ว รีบๆข่มตาหลับไปเลยก็แล้วกัน

 




-------------------





 

                วันต่อมา ทันทีที่ออดเลิกคาบสุดท้ายที่เป็นคาบชมรมดังขึ้น เด็กหนุ่มก็เก็บกระดาษและเครื่องเขียนเข้ากล่องใส่ดินสอทันที ส่วนเพื่อนสนิทที่อยู่ชมรมเดียวกันแน่นอนว่าออกไปก่อนหน้านั้นราวๆห้านาทีแล้วก็เป็นปกติของเจ้าตัว


เขาเดินลงมาจากตึกกลางและพยายามไม่เฉียดเข้าไปใกล้ห้องพยาบาลที่อยู่ชั้นแรกของตึก โชคดีหน่อยที่ห้องไม่ได้ติดกับบันได ก็เลยไม่มีทางจะเจอกันง่ายๆถ้าไม่ได้ออกมายืนอยู่หน้าห้องตรงระเบียงทางเดิน


วันนี้จองกุกบอกกับคุณแม่ของเขาไว้ก่อนที่จะออกมาตอนเช้าแล้วว่าวันนี้อาจจะกลับมาเย็นกว่าปกตินิดหน่อยเพราะต้องแวะไปหาร้านซ่อม ซึ่งเขาก็เลือกที่จะไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะได้ไม่เสียเวลามากนัก


ซึ่งเมื่อใช้เวลาไม่นานตามคาด ตนก็ดูแผนที่ว่าชั้นที่เกี่ยวข้องกับพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ตรงไหนก็ขึ้นไปชั้นนั้น ซึ่งในใจก็แอบคิดหวั่นๆอยู่ว่าเครื่องที่เขาใช้มันก็ออกมาพอสมควรแล้ว ไม่รู้ยังจะสามารถหาอะไหล่หรือซ่อมอะไรได้ไหมนี่สิ


และพอเลือกร้านได้เขาก็รีบเอาไปให้พนักงานดูทันทีพร้อมกับบอกว่ามันตกน้ำมา ซึ่งพอทางนั้นรับไปดูและหายไปพักหนึ่งก็กลับออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เหมือนกับจะบอกว่าหมอไม่สามารถช่วยอะไรคนไข้ได้แล้ว


“วงจรมันช็อตไปแล้ว จอก็แตกขนาดนี้ พี่ว่าถ้าเปลี่ยนชิ้นส่วนหลักๆมันก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่นะ เพิ่มเงินอีกหน่อยก็ซื้อเครื่องใหม่ได้เลย น้องซื้อเครื่องใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”

“เอ่อ...มันแพงขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“อืม เปลี่ยนแผงวงจรมันก็เหมือนกับซื้อเครื่องใหม่น่ะ ซื้อใหม่จริงๆไปเลยเถอะ”

“ง...งั้นเหรอครับ ขอบคุณมากนะครับ”


จองกุกเก็บเจ้าโซนี่เอ็กซ์พีเรียเอ็มที่ตอนนี้ไม่อาจชุบชีวิตได้อีกแล้วลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านอย่างหงอยๆ เขาหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วก็ถอนหายใจ เงินแค่นี้เขาเอาไปซื้อเครื่องใหม่ไม่ได้หรอก จะซื้อแบบมือถือกิ๊กก๊อกราคาถูกไปก่อนก็จะเสียเงินใช่เหตุ สู้เก็บไปซื้อสมาร์ทโฟนใช้ทีเดียวอย่างเดิมเลยดีกว่า แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็น่าจะอีกนาน


...หรือว่าเราควรจะหางานพิเศษทำดีนะ


เด็กหนุ่มคิดเรื่องหาเงินมาตลอดทางกลับบ้านจนกระทั่งกลับมาถึง เขาเห็นคุณนายจอนยังคงรอที่จะมาทานมื้อเย็นด้วยกันอยู่เพราะว่ายังไม่มืดค่ำมากนัก


“จองกุก มือถือเป็นยังไงบ้าง ซ่อมได้รึเปล่า” คำแรกที่เธอเอ่ยถามก็เล่นเอาอีกฝ่ายทำหน้าลำบากใจ

“...ย...ยัง..ยังไม่ได้ซ่อมครับ”

“เหรอ แม่ว่าซื้อเครื่องใหม่เลยดีมั้ย เครื่องนั้นลูกก็ใช้มาหลายปีแล้วนี่”

“ถ้างั้น ผมว่าผมเก็บเงินไปเรื่อยๆละกันครับ ระยะนี้อาจจะติดต่อกันไม่ได้ แต่ผมจะพยายามกลับมาเร็วๆนะ”


จองกุกยิ้มแหยให้คุณแม่ของเขาแต่ก็พยายามยืนยันจุดยืนของตัวเอง โดยในใจก็ว่าจะลองหางานพิเศษสักอย่างทำดูแม้จะยังนึกไม่ออกก็ตามว่าจะทำอะไร แต่ตนก็ไม่อยากรบกวนขอเงินก้อนจากบุพการีมาซื้อใหม่แน่ๆแม้ว่ามันจะจำเป็นก็เถอะ


และในเมื่อมันไม่มีทางซ่อมได้อีกวันรุ่งขึ้นเขาจึงตัดสินใจบอกเพื่อนๆว่ามือถือตายในหน้าที่ไปแล้ว โดยไม่ได้เล่าความจริงเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่มันพังแต่อย่างใด


“เออ มึงจะได้ซื้อเครื่องใหม่เลยไง โอกาสแล้วนะเว้ย”

“โอกาสไรล่ะ กูไม่มีตังเว้ย พวกมึงจะซื้อให้กูมั้ยล่ะห๊ะ”

“โธ่ สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้มันก็ไม่ค่อยแพงแล้ว แข่งกันออกมาเกลื่อนขนาดนี้ราคาตกไวจะตาย ยกเว้นมึงจะอยากได้ระดับยี่ห้อแอปเปิ้ลแหว่งนู่น”


ยูคยอมกอดอกเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางเหยียดขาจนเกือบจะเกยบนตักกระต่ายเพื่อนรักได้อยู่แล้ว จองกุกก็คิดนะว่าถ้าจะขนาดนี้เอาขามาพาดคอกันเลยดีกว่า


“ก...ก็รู้ แต่เงินมันยังไม่พอนี่ บัญชีกูมีแสนกว่าวอนเอง”

“ทำงานพิเศษไง เฮ้ย มินกยู บ้านมึงขายจาจังมยอนนี่ เอามันไปทำงานด้วยดิ๊” จุนฮเวที่นั่งเท้าคางใกล้จะหลับเต็มที่โพล่งขึ้นมาหลังจากนึกได้ว่าเพื่อนตัวสูงอีกคนมีกิจการที่บ้าน

“กรรม ให้มันมาทำอะไรวะ เด็กเสิร์ฟกูเต็มแล้ว”

“ก็ไล่ออกไปซักคน”

“สัส จะให้กูโดนแม่ด่าเหรอ”

“มึงจะไม่ช่วยเพื่อนทั้งคนเลยเหรอวะ บ้านกูก็ทำไรไม่ได้ โฮสไม่ได้ขายของ ลิซ่าก็ด้วย” แบมแบมโบกมือปฏิเสธในขณะที่ลิซ่าเองก็ยิ้มแห้งๆเพราะเธอไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง

“ก็อยากช่วยยย แต่มันไม่มีตำแหน่งแล้วโว้ย” มินกยูแทบจะทึ้งหัวตัวเองอยู่แล้ว

“แชยอง แถวบ้านเธอมีที่ไหนรับเด็กพาร์ทไทม์มะ” สุดท้ายยูคยอมก็ต้องวนมาถามอีกหนึ่งสาวในกลุ่มจนได้

“เอ นึกก่อนนะ ว่าแต่แถวบ้านฉันกับบ้านจองกุกมันคนละทางนี่ มันจะไม่ไกลเหรอ”

“เอ่อ...ทุกคนไม่ต้องลำบากก็ได้ เดี๋ยวกูไปหาเองดีกว่า...”


จองกุกที่หันมองเพื่อนๆกำลังปรึกษาหารือเรื่องของเขาอยู่ก็อดที่จะเกรงใจขึ้นมาไม่ได้ และขณะเดียวกันก็อดที่จะซาบซึ้งใจไปด้วยไม่ได้เช่นกัน ดีใจที่เขายังคงมีเพื่อนที่ดีแบบนี้อยู่ข้างๆแม้ว่าอาจจะไม่ได้คบกันมาตั้งแต่มัธยมต้นก็ตาม


“แน่ใจนา เอางี้ มึงก็ลองไปหาก่อน เดี๋ยวว่างๆพวกกูจะลองช่วยหาด้วยละกัน เคมะ”

“ขอบใจมากๆ พวกมึงอยากกินขนมอะไรเดี๋ยวกูเลี้ยงเลย”

“ไม่เอา เก็บขนมแม่มึงไว้ขายเหอะน่า” เพื่อนตัวสูงที่นั่งข้างๆเจ้าหนุ่มกระต่ายยกมือยีผมสีน้ำตาลของเจ้าตัวพลางหัวเราะไปด้วย ซึ่งจองกุกเองก็หัวเราะด้วยเช่นกัน


บางทีนะ...บางที การที่ได้อยู่กับเพื่อนๆแบบนี้มันก็คงดีที่สุดแล้วก็ได้ละมั้ง

แต่ก็นั่นแหละ เหมือนจองกุกจะมัวแต่คิดถึงเรื่องเงินและงานพิเศษกับโทรศัพท์ใหม่อยู่ ก็เลยลืมว่ายังมีใครบางคนที่พยายามจะติดต่อหาอยู่เพราะไม่ได้เจอหน้ามาหลายวันแล้ว


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...


นี่คงเป็นเสียงตอบรับรอบที่สิบเห็นจะได้


“จองกุก เปิดเครื่องเถอะ พี่เหงา” น้ำเสียงแสนเศร้าเหงาหงอยของชายวัยยี่สิบเจ็ดปีบ่งบอกถึงความชี้ช้ำระทมในจิตใจตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ตอนกลางวันอุตส่าห์ยอมอดทนจะไม่เจอแล้วแต่จะมาขอชดเชยตอนกลางคืนก็ยังไม่ได้เลยหรือไง


“ถ้าโทรติดแล้วพี่จะงดกามสามวัน”


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...


“....เจ็ดวัน”


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...


“เลิกกามเดือนนึงก็ได้!!


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...


ให้เขาบวชตลอดชีวิตเลยไหมอะไรยังไงหื๊อ!!!


สุดท้ายก็ยอมกดปุ่มแดงตัดสายเมื่อโทรไปก็ยังได้ยินแต่ประโยคเดิมๆเสียงเดิมๆ แล้วก็ลงนอนกลิ้งอยู่บนเตียงด้วยอาการคิดไม่ตก ถ้าถึงขั้นปิดเครื่องหนีเขาขนาดนี้แล้วแบบนี้เห็นทีตัวเองจะได้กำเนิดใหม่เป็นฟินิกซ์แล้วสินะ


ไม่สิ ยัง ยังไม่หมดหวังทีเดียวหรอกน่า


พอคิดให้กำลังใจตัวเองดังนี้แล้ว เย็นวันถัดมาซึ่งเป็นวันศุกร์ซึ่งเด็กมัธยมปลายปีสามจะมีคลาสเรียนพิเศษภาษาอังกฤษซึ่งเลิกเรียนเย็นกว่าปกติ เจ้าตัวก็เลยตัดสินใจยืนรอโดยพ่วงคุณเพื่อนตัวเล็กที่นั่งหน้าเซ็งๆอยู่ด้วยกัน


“กะอีแค่เด็กนั่นปิดเครื่องวันสองวันทำจะเป็นจะตาย”

“ก็กูไม่ได้เจอหน้าเขาหลายวันก็อยากได้ยินเสียงเขามั่งเด้ นี่ไม่มีห่าอะไรมาช่วยเยียวยากูเลย ฮือ”

“ก็เลยมานั่งรอเขาเลิกเรียนเนี่ยนะ”

“อือ มึงง่วงมึงก็กลับห้องไปนอนก่อนก็ได้”

“เรื่อง กูไม่เสียเงินค่ารถหรอก”


ซอกจินเบะปากเมื่อได้ยินคำตอบที่แสนจะจริงใจจากอีกฝ่าย แต่ก็หันกลับไปชะเง้อมองที่บริเวณหน้าตึกด้านล่างจากลานจอดรถพลางสลับกับมองนาฬิกาข้อมือตัวเองไปด้วย จนกระทั่งเขารู้สึกว่าได้ยินเสียงนักเรียนจากบนตึกด้านบนซึ่งก็หมายความว่าคลาสวันนี้คงจะเลิกแล้ว


“ถ้านายไม่เข้าใจตรงไหนจะให้ฉันช่วยดูให้ก็ได้นะจองกุก”

“จะดีเหรอ เอ่อ..งานนายก็ดูจะเยอะฉันไม่ค่อยอยากจะรบกวน”

“ไม่หรอกไม่เป็นไร ไหนๆก็นั่งเรียนด้วยกันแล้ว ช่วยๆกันดีกว่า”


เด็กหนุ่มผิวเข้มยิ้มกว้างให้กับเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนร่วมคลาสพิเศษที่คุณอาของเขาเป็นคนสอนในวันนี้ ความจริงตอนแรกก็ไม่ได้คุยกับจองกุกเท่าไหร่ตั้งแต่ขึ้นปีหนึ่งมาเพราะนั่งกันคนละที่ ก็เพิ่งจะมาได้รู้จักจริงๆจังๆตอนนั่งเรียนด้วยกันนี่ล่ะ จนเขาพบว่าภาษาอังกฤษของเพื่อนค่อนข้างจะน่าเป็นห่วงก็เลยอดที่จะอาสาช่วยเหลือไม่ได้

แต่ในขณะที่กำลังคุยอยู่นั้นเขาก็เห็นอีกฝ่ายจู่ๆก็หยุดแล้วยืนมองไปทางลานจอดรถหน้าตึก โดยที่สีหน้าเหมือนกับกำลังตกใจอะไรสักอย่างเห็นได้จากตาที่โตขึ้นกว่าเดิม


“แทฮยอง ฉันกลับบ้านก่อนนะ โชคดี เจอกันวันจันทร์”

“ห๊ะ เอ่อ.. อือ เจอกัน กลับบ้านดีๆนะ”


แม้ว่าแทฮยองจะรู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อยที่จู่ๆจองกุกก็หุนหันจะกลับบ้าน แต่ก็อาจจะเพราะกลัวรถติดก็ได้

ก็เกือบจะคิดแบบนั้นแล้วล่ะถ้าไม่ได้เห็นอาจารย์ผมชมพูที่วิ่งตามเพื่อนตัวเองไปเสียก่อน



 

                “จองกุกครับ จองกุก!


ร่างสูงเร่งฝีเท้าพลางร้องเรียกเด็กม.ปลายที่วิ่งอยู่ข้างหน้า เขาก็ไม่อยากจะเรียกดังกว่านี้หรอกเพราะไม่อยากจะเป็นจุดสนใจ แต่จะให้วิ่งตามเฉยๆก็คงไม่ทันการ


แต่ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะหยุด ตะโกนเรียกดังแค่ไหนก็คงไม่เป็นผล


เขาวิ่งตามมาจนถึงหน้าประตูโรงเรียนที่มีเด็กจำนวนเล็กน้อยยืนรอขนส่งสาธารณะอยู่ ซึ่งเด็กพวกนั้นก็มีเหลือบมามองนิดหน่อยแต่โชคดีเพราะไม่น่าจะใช่กลุ่มซุบซิบประจำโรงเรียน เนื่องจากท่าทีที่ดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่


จองกุกหันมามองเขาด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้สึกผิดอยู่กลายๆ ก่อนจะยกมือเรียกแท็กซี่ซึ่งมีรถว่างแล่นมาทางนี้พอดี พอเขาจะวิ่งไปหา เด็กคนนั้นก็ย้ายตัวเองขึ้นรถไปอย่างรวดเร็วปานกำลังถ่ายทำฉากแอ็คชั่นคนร้ายหนีตำรวจ ทำให้สุดท้ายซอกจินต้องยืนมองแท็กซี่คันนั้นวิ่งจากไปตาละห้อย


...เอาน่ะ ถ้าคุยกันตรงนี้จองกุกอาจจะไม่สะดวกใจก็ได้

...ต...แต่ก็ไม่เห็นจะต้องวิ่งหนีไปแบบนี้เลยนี่!!


ที่เรียกไว้ก็แค่อยากจะถามว่าโทรศัพท์เป็นอะไรหรือเปล่าเท่านั้นเอง นี่วิ่งหนีเหมือนเขาจะมาไล่ปล้ำอย่างนั้นแหละ

คุณอาจารย์สุดหล่อยืนมึนอยู่ที่ทางเดินหน้าโรงเรียนมองรถผ่านไปผ่านมาอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินคอตกกลับเข้าไปข้างในโรงเรียนอีกครั้ง


โดยไม่ได้ทันสังเกตเห็นเวสป้าสีขาวที่จอดอยู่ใกล้ๆอีกฟากหนึ่งของประตูโรงเรียน ซึ่งมีอาจารย์หนุ่มตัวเล็กที่กำลังเคี้ยวต๊อกหงับๆอยู่นั้นได้มองไปทางทิศทางที่ซอกจินเดินกลับเข้าไปด้วยสายตาใคร่รู้

 



                เมื่อจองกุกเพื่อนของเขาวิ่ง(?)กลับไปแล้วก็เหลือเขายืนรอคุณอาเก็บของ ซึ่งก็เป็นเวลาไม่นานนัก ความจริงเขาอาจจะอยู่ช่วยนัมจุนแต่ก็ถูกไล่กลายๆว่าให้ลงมารอข้างล่างก่อนเลย

และเพราะการที่เหลือเขาอยู่คนเดียวแบบนี้ไง ทำให้ต้องเจอกับอะไรที่ไม่อยากจะเจอที่สุด


“เรียนคลาสเย็นกับเขาด้วยเหรอคุณประธาน”


 ยุนกิที่เดินมาจากรถตรงลานจอดนั้นกำลังส่งยิ้มมาให้ แม้ว่าปากจะยกยิ้มแต่ตาก็กลับจ้องเขม็งราวกับจะใช้สายตาปาดคอแทฮยองให้ตายมันตรงนั้นเลย แต่เด็กหนุ่มก็ทำเพียงแค่หันหน้าหนีเท่านั้น


“ผู้ใหญ่คุยด้วยไม่คุย? โตป่านนี้แล้วยังต้องให้ถามหามารยาทอีกเหรอ”

“...อาจารย์จะเอาอะไรกับผมอีกครับ”

“เปล่า ฉันมาทักเฉยๆไม่ได้ไง?”


คราวนี้แทฮยองหันมาสบตาอีกฝ่ายแล้วเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยอย่างปิดไม่มิด ก็คงเห็นว่าผิดวิสัยหรือว่ากินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าแหงๆ

ส่วนยุนกิที่ยืนมองตอบอยู่แล้วก็หรี่ตาลงนิดหน่อย


...ขนาดยังไม่ได้เลี้ยงยังท่าทางเชื่องขนาดนี้เลยนะ...


อาจารย์ร่างเล็กยกมือขึ้นโดยเอื้อมมือไปจะแตะที่ศีรษะอีกฝ่าย เหมือนกับตอนนี้เขาไม่ค่อยจะมีสติเท่าไหร่


...


“แทฮยอง กลับบ้านกัน”

“...”


ทั้งยุนกิและแทฮยองชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่เรียกอยู่จากด้านในตึก โดยที่คนโตกว่ารีบชักมือกลับไปยืนกอดอกหลวมๆตามเดิมแล้วมองเข้าไป ก็พบกับผู้ชายร่างสูงใส่แว่นอีกคนท่าทางภูมิฐานเดินตรงมาที่ทั้งคู่ยืนอยู่ ซึ่งทางนั้นเองก็มองตอบกลับมายังคุณอาจารย์สอนดนตรีเช่นกัน


“คุณคืออาจารย์มินที่สอนดนตรีใช่มั้ยครับ”

“...ใช่ครับ คุณคืออาจารย์สอนภาษาที่เข้ามาใหม่รึเปล่านะ?”

“ครับ ผมคิมนัมจุน สอนภาษาอังกฤษน่ะ แล้วนี่คิมแทฮยองหลานของผมเอง” นัมจุนยิ้มจนแก้มบุ๋มพลางตบๆศีรษะเด็กหนุ่มปุๆ ซึ่งยุนกิก็ยิ้มน้อยๆเหมือนยิ้มตามมารยาทให้มากกว่า


แต่ถ้าแทฮยองไม่ได้รู้สึกไปเอง เหมือนว่าระหว่างอาจารย์ตัวเล็กกับคุณอาของเขามีลมหมุนลูกย่อมๆพัดวนอยู่รอบๆบางๆ

และเป็นฝ่ายยุนกิที่ละสายตาไปก่อนเมื่อเขาเห็นซอกจินเดินมาโน่นแล้ว เขาจึงกล่าวลาทั้งคู่แล้วเดินกลับไปรอที่รถของเพื่อนสนิทตัวเอง แต่ก่อนที่จะเดินออกไปนั้นเขาก็ยังหันกลับมาพูดต่อนิดหน่อย


“คุณนัมจุนจะเรียกชื่อผมก็ได้นะครับ มินยุนกิ ยินดีที่ได้รู้จัก”


สองหนุ่มอาหลานยืนมองร่างเล็กที่เดินห่างออกไปด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน ในขณะที่แทฮยองโล่งใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นัมจุนกลับรู้สึกเคลือบแคลงหน่อยๆที่หลานไปรู้จักมักจี่กับอาจารย์ที่ไม่ได้สอนภาควิชาการจนดูเหมือนจะสนิทกัน แต่คิดอีกทีมันคงจะไม่มีอะไร อาจเป็นการทักทายตามประสาอาจารย์ลูกศิษย์ก็ได้


เพราะเขารู้ดีว่าเจ้าหลานคนนี้เป็นที่รักของอาจารย์หลายๆคนขนาดไหน


แต่ในฐานะญาติแล้วเขาก็ต้องดูแลให้มากกว่าคนอื่นๆล่ะนะ




 

------------------------





 

                ประตูบ้านด้านข้างฝั่งที่ติดกับห้องน้ำด้านในตัวบ้านเปิดออกช้าๆและปิดด้วยแรงที่บ่งบอกถึงความเพลียของคนที่กลับมาถึงบ้าน ซึ่งการที่เขาเข้ามาทางนี้นั้นทำให้หญิงวัยกลางคนหมาดๆที่ถือโทรศัพท์บ้านไร้สายไว้ในมือมองมาด้วยความประหลาดใจ


“กลับมาแล้วเหรอจองกุก ทำไมเข้าทางนั้นล่ะ”


เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบแต่กลับมองไปที่มือของคุณนายจอนซึ่งถือโทรศัพท์เอาไว้


“อะ จองกุกกลับมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ ยังไงก็ขอบคุณจริงๆค่ะ”

“แม่คุยกับใคร”


อีกฝ่ายกดวางสายพลางย่นคิ้วกับน้ำเสียงที่ดูแข็งกระด้างขึ้นของลูกชาย แต่ก็ยังไม่ถึงกับก้าวร้าวนัก


“พรุ่งนี้คุณอีจะมารับลูกไปซื้อโทรศัพท์ใหม่นะ”

“...นี่แม่บอกเขาเหรอ!

“มันเป็นของจำเป็นนะจองกุก แม่รอเรากลับมาบ้านโดยไม่รู้ข่าวคราวทุกวันๆไม่ได้หรอก”

“ต...แต่ผมเก็บเงินซื้อเองได้ ผมจะทำงานพิเศษ!


คุณนายจอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอวางโทรศัพท์ไร้สายก่อนจะเดินเข้ามาจับบ่าทั้งสองข้างของลูกชายที่รักยิ่งพร้อมกับเอ่ยเสียงที่จริงจังมากกว่าเดิม


“ฟังนะจองกุก บางเรื่องถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า เราก็ควรจะเลือกทางที่มั่นคงเป็นหลักยึดไว้ก่อน”

“...”

“ลูกจะทำงานพิเศษก็ได้แม่ไม่ว่า แต่ตัวลูกเองน่ะพร้อมแล้วเหรอ”

“...”


จองกุกหลุบหน้าลงพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด คุณนายจอนเห็นอย่างนั้นก็ดึงร่างค่อนข้างหนาของลูกชายมากอดไว้พลางลูบแปะๆที่แผ่นหลังเบาๆ


กระทั่งผ่านไปสักพักก็เป็นฝ่ายเด็กหนุ่มที่ขอผละออกจากอ้อมกอดนี้ออกไปเงียบๆ ก่อนจะก้มหยิบกระเป๋านักเรียนบนพื้นแล้วถือขึ้นห้องไปด้วยสีหน้าที่ยังไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก


จริงๆถึงปากจะบอกว่าจะทำงานพิเศษ แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าควรจะทำอะไรดี

และอีกอย่างก็เริ่มจะลังเลขึ้นมาแล้วด้วย ระหว่างต้นทุนที่ต้องสร้างเองจากศูนย์ กับการมีอาวุธพร้อมลุยได้ทุกเวลาที่ต้องการ


เจ้าหนุ่มกระต่ายยกสองมือยีหัวตัวเองอย่างขัดใจกับความคิดตัวเลือกอันวุ่นวายเช่นนี้ เห็นเขาว่าวัยนี้มันวัยหัวเลี้ยวหัวต่อก็ท่าจะจริง หลายโค้งไม่พอทางเลือกยังมากมายอีกด้วย


จองกุกหลับตาอย่างเบื่อหน่าย


“ถ้ามีซักครั้งที่รู้สึกแย่ๆ นึกถึงผมไว้นะ แล้วผมจะอยู่กับเธอเอง”


เสียงนุ่มน่าฟังของคุณอาจารย์ห้องพยาบาลดังขึ้นมาในหัวแต่เหมือนมาจากที่ไกลๆที่ไหนสักที่ ทำให้เขาปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาลุกจากพื้นห้องเดินไปหยิบซากโซนี่ของตัวเองบนโต๊ะมาดู ลวดลายแตกระแหงยิ่งว่าพื้นหน้าแล้งบนจอสมาร์ทโฟนมีใบหน้าของใครบางคนซ้อนทับขึ้นมา


“...อาจารย์นี่มักน้อยจังนะครับ”


ที่บอกให้เขาคิดถึงแค่ช่วงเวลาแบบนั้นน่ะนะ...




------------------------




>>Talk

แว มาอัพค่ะ รอบนี้แอบมึนเพราะไม่ได้นอน---

ตอนนี้รู้สึกสงสารจกุกยังไงก็ไม่รู้ค่ะ 5555555555555 พรี่ขอโทษ ส่วนบัญชีน้องที่มีอยู่แสนกว่าวอน เป็นเงินไทยก็ราวๆสามพันกว่าบาทเองค่ะ(...)

ช่วงนี้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านทีละคู่แล้วนะคะ ซึ่งอาจจะเน้นที่สองคู่หลักมากหน่อย แต่ก็จะมีคู่ฟีทมาคลอๆด้วยค่ะ


ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ เฟฟ วิว มากๆนะคะ แล้วก็จะทวิตติดแท็กกันเยอะๆด้วยก็ได้น้า XD ซียาาาาาาห์

ปล. รี้ดคนไหนไม่นกบัตรก็ยินดีด้วยนะคะ ถ้าใครไปวันอาทิตย์หลุมบีเราอาจจะได้เจอกัน 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #409 ไมน'รูม (@icez-icecream) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:06
    จีมมมมม โอ้ยยย สะดุดที่เธอตลอดดดด 555555
    #409
    0
  2. วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:19
    จีมินนี่สายเผือกหรอลูก ฮา---
    #394
    1
    • #394-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      15 มีนาคม 2561 / 05:55
      สายเก็บข้อมูลไว้บันเทิงค่ะ ฮาาาาา
      #394-1
  3. #292 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:40
    เอาแล้วครูมิน อาเค้ามาเองแล้ว555555555 ทำไมแต่งให้พี่จินเป็นพญานกแบบนี้คะ5555555555555
    #292
    0
  4. #255 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 08:06
    ตามติดชีวิตทั้งอาจารย์ทั้งนักเรียนในเรื่องอยู่ พอเจอจารย์พละเท่านั้นแหละ เลิกเครียดตามจกุกกี้เลย 5555
    #255
    0
  5. #198 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:14
    สงสารโทรไม่ติดไม่พอน้องยังวิ่งหนีอีก แล้วอ.ยุนกินี่เริ่มเอ็นดูน้องแทแล้วใช่มั้ยยย ว่าแต่อ.ปาร์คจะโผล่ทุกที่เลยเนอะ 55555
    #198
    0
  6. #165 kukk1kk (@rakprom) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:29
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยย น้องมีคิดถึงอจแล้วนะคะ ถ้าอจรู้นี่มีเฮแน่นอน นาฃคงจุดพลุฉลอง55555555555
    #165
    0
  7. #96 RattikanJandung (@RattikanJandung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:41
    จองกุกกี้ของพี่จิน มีเรื่องอะไร หืมมม คุณอีคือใคร!!!! ถ้าคุณจินจะบวชเนี่ย ดูทุ่มเมเพื่อน้องมาก5555555 ฉันไม่รู้ แค่เห็นว่าคู่กิแทนี้มัน ฟินมั่กๆ,-, ใจไม่ดีค่ะ ฟินมากกกก
    #96
    1
    • #96-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      25 มีนาคม 2560 / 06:32
      เฉลยออกมา80%ในตอนล่าสุดแล้วค่ะ XD ส่วนกิแทเดี๋ยวจะได้มีฟินกันต่อแน่นวลลลล
      #96-1
  8. #95 ซิกแพ็ควอนโฮ (@mtuanna93) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:42
    คุณอีคือใครว่ะ!
    #95
    1
    • #95-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      25 มีนาคม 2560 / 06:30
      ได้ทราบทั่วกันแล้วค่า 5555
      #95-1
  9. #94 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 19:21
    รออ.คิมบวชนะคะ เดี๋ยวก็ติดต่อน้องได้แล้วค่ะ ตลกที่อ.วิ่งตามจองกุก อ.ต้องเข้าใจนะคะว่าแก่แล้ววิ่งตามเด็กให้ทันมันยาก //ตบบ่า ตกลงแม่น้องกุกกับซัมวันนี่คืออะไรยังไงกันคะ 
    #94
    1
    • #94-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 20:16
      นั่งทางในเอาสินะคะ 55555555 ถึงจะวิ่งไม่ทันแต่ถ้าให้บินตามอาจจะทันก้ได้นะคะ /ไม่ได้แซะเล้ย--
      ในส่วนคุณนายจอนกับคุณคนนั้นเดี๋ยวตอนหน้าน่าจะได้รู้กันค่ะ ฟฟฟ
      #94-1
  10. #93 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 14:38
    จองกุกโทรศัพท์พังอาจารย์คิมจะคลั่งล้าววว
    #93
    1
    • #93-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 18:56
      555555555555 คนแก่ระทมค่ะเด็กหาย--
      #93-1
  11. #92 コーラ (@Bs_Yng) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 08:51
    คุณอีนี่เป็นใครกันนะ 55555555 ฮึก ชอบเดอะแก๊งจังเลยค่ะ เด็กๆรักกันดีมากๆเลย โชคดีจังเลยนะจองกุกที่มีเพื่อนแบบนี้ แต่ว่าเด็กน้อยจอนจองกุกเหมือนจะเจอเรื่องหลายเรื่องเยอะแยะไปหมดเลยนะ สู้เค้านะเจ้ากระต่าย อย่าลืมคิดถึงอาจารย์คิมนะ 5555
    คู่ครูกิกับน้องประธานนี่น่ารักจังเลยค่ะ ฮือ ความคุกคามของพี่เขาช่าง.. 555555 เด็กมันกลัวหมดแล้วนะ เดี๋ยวน้องก็ไม่ชอบเอาหรอก แถมตอนนี้คุณอาเค้าก็ดูจะระแวงๆด้วยสิ 555555
    อ่า ชอบคนนี้เป็นพิเศษเลยค่ะ อาจารย์จีมิน.. เป็นคนที่รอบรู้มากๆเลยค่ะ ฮือ ชอบ 5555555555555
    #92
    1
    • #92-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 12:41
      เดี๋ยวอาจจะตอนต่อไปน่าจะได้รู้จักคุณอีมากขึ้นแล้วค่ะ ฮาาา
      ส่วนจกุกตอนนี้ประสบเคราะห์กรรมไปก่อน(...) อย่างน้อยตอนนี้ก็เริ่มคิดถึงครูคิมแล้วนะคะ! //แม้จะยังวิ่งหนีก็ตาม--
      ตอนนี้ในสายตาอาจารย์มิน น้องแทเป็นหมาน้อยไปละค่ะ 55555 แต่ผปค.น้องหมาแอบดุ //หืม
      สุดท้ายเรามาอยู่ทีมอ.ปาร์คกันค่ะ ขุดไร่เผือก 555555555
      #92-1
  12. #91 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 00:43
    สงสารอ.ซอกจินจังเลยค่ะะะ เศร้าใหญ่แล้วนั่นนน ส่วนจองกุกกก ทำไมหนูเพิ่งมาคิดถึงเขาล่ะลูกกก เห้อออ ไปคุยกับอ.เขาได้แล้วววว
    #91
    1
    • #91-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 01:21
      ฮืออออ เด็กเขามีปมค่ะ ;;;;;; คนเข้าหาต้องอดทน
      #91-1
  13. #90 Ren (@seris) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 23:33
    //ชูป้ายไฟอ.จีม เคี้ยวต๊อกน่ารักแน่เลยค่า มาบีบแก้มที #เดี๋ยว
    อ่านแล้วสงสารนกุก ฮือ เด็กดีอะไรขนาดนี้คะ น่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ต้องการเลี้ยงดูมาก แง หนูอยากได้โทรศัพท์ใหม่แค่บอกพี่พี่จะซื้อให้เลยค่ะ แอปเปิ้ลแหว่งเลยก็ได้ ชี้ที่หนูชอบ
    อ.จินนี่เลียนแบบการบนของเราเหรอคะ งดกามอ่ะ 55555 แต่แล้วไงคะ เป็นฟีนิกซ์แล้ว วั้ยๆๆๆ เอาจริงๆ พี่แกดูเหมือนจะหล่อแล้วนะคะ แต่ก็ยังไม่หล่อสักทีไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...55555
    อ.มินก็ยังหาเรื่องไปแกล้งเด็กอีก มีมาลูบหงลูบหัวด้วยนะ แหม๊ แล้วที่เหมือนมีพายุระหว่างอ.ม่อนกับอ.มินนี่เพราะโดนขัดจังหวะรึเปล่าคะ 55555 //โดนถีบ
    ปล.1 คิดถึงอ.จอง(แฟนเรา)มากๆๆๆ นะคะ 55
    ปล.2 คุณอีนี่พ่อที่หย่ากับแม่หรือคนที่อยากมาเป็นพ่อใหม่คะ 55555
    #90
    1
    • #90-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 00:11
      /อ.จีมแก้มกลมๆกับต๊อกรสเผือก---------
      กุกเป็นกะตุ่ยยอดกตัญญูค่ะ โฮวววว เพื่อมะม้า และแด่มือถือที่จากไป(...)
      คิดว่าพิจินแกคงต้องสะสมความหล่อแบบสแตมป์เซเว่นค่ะ 5555555555555 แลกได้รางวัลใหญ่ครั้งนึงก็หล่อทีนึง /ฟังดูอนาถ
      อ.มินเขาอยากเล่นกับเจ้าหมาน่อย แต่เจ้าของน้องหมาค่อนข้างดุไปนิด--
      อ.จองเดี๋ยวจะได้ออกแน่ๆค่ะแต่ช่วงนี้อาจจะยังไม่ค่อยโผล่ TT //ส่วนคุณอีนี่ ไม่นานเกินรอจะได้รู้แล้วค่ะว่าเขามาทำไม 555

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มีนาคม 2560 / 00:12
      #90-1
  14. #89 มินพีพี (@BMoo1208) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 23:32
    โทรศัพท์น้องจอนตายแล้วอาจารย์คิมถึงกับคิดจะงดกามเพื่อให้โทรติดเลยนะคะ บวชเลย บวชเล้ยยย (?) อาจารย์เคี้ยวแป้งต็อกนี่จีมินใช่มั้ยคะ มาใคร่รงใคร่รู้ แหมมมมมมมม #ทีมอาจารย์ปาร์ค แล้วกันค่ะ---- ส่วนอาจารย์มินนี่เอ็นดูแทฮยองจากลุคร้ายๆใช่มั้ยคะ มีการเผลอจะลูบหัว (?) แล้วมาป๊ะกับคิมนัมจุนเฉ๊ย แล้วก็น้องจอนคะะ มามัดนงมาน้อยอาร้ายยยคิดถึงจารย์คิมมากไม่ได้นะคะนั่นตาแก่ขี้กามอ่---- แค่ก
    #89
    1
    • #89-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 11)
      12 มีนาคม 2560 / 00:02
      บนไว้เผื่อจะได้ค่ะ 5555555555555555555 แงงงงถ้าพิแกบวชเกรงว่าอยู่ได้ไม่นานหรอกค่ะ ถือsinขนาดนี้---
      ใช่ค่ะ อ.ปาร์คเคี้ยวตัวเอง //เอ๊ะ จมิงรู้จมิงเห็น ___
      จารย์มินเริ่มจะมองน้องแทเป็นลูกหมาละค่ะ 555 อยากจะทัชแต่อ้าวคุณอามาพอดี
      น้องจอนเขากำลังอยู่ในช่วงหวั่นไหว(??) เริ่มเห็นใจคนนกๆขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ 5555
      #89-1