[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 10 : +9+ : Pure

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    5 มี.ค. 60


                โอเครึเปล่าครับจองกุก อย่าคิดมากนะ


ตากลมๆของเด็กหนุ่มวัยย่างสิบแปดมองข้อความในมือถือที่โชว์อยู่บนหน้าจอแล้วก็ถอนหายใจ มันถูกส่งมาจากชายผู้เป็นอาจารย์ห้องพยาบาลที่ชื่อคิมซอกจินคนนั้นตั้งแต่วันเสาร์หลังจากที่เขาให้อีกฝ่ายนั้นกลับบ้านไปก่อน


เขาเปิดมันดูอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ ซึ่งความจริงแล้วเขาก็รู้สึกผิดกับข้อความนั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพราะเขาไม่ได้ตอบอะไรไปเลย ไม่สิ เขาไม่เคยตอบข้อความของอีกฝ่ายอยู่แล้ว และดูเหมือนทางนั้นจะไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร


แบบนั้นจองกุกก็ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดี


วันนี้เขาก็เลยบอกกับเพื่อนๆก่อนจะลงไปกินมื้อเที่ยงว่า ตนจะไปส่งขนมเอง ท่ามกลางความสงสัยของบรรดาเพื่อนในกลุ่มกับท่าทีแปลกๆที่เจ้าตัวยังไม่ยอมอธิบายนี้ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ไป

เด็กหนุ่มถือขนมตรงไปยังตึกกลางที่มีห้องพยาบาลอยู่ชั้นล่างสุดพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ในใจ


...ถ้าเจอกันจะพูดอะไรนะ

...ไม่อยากมา


แต่เพราะว่าไม่ได้ตอบอะไรไปเลย เขาก็เลยแค่อยากจะมาให้เห็นหน้าอีกครั้งเพราะรู้สึกผิด


...นี่เรารู้สึกผิดไปกี่ครั้งแล้วนะ


ทันทีที่สิ้นเสียงร้องเรียกชื่ออาจารย์ที่อยู่ด้านในห้อง ร่างสูงของซอกจินก็มาปรากฏตรงหน้าอย่างรวดเร็วราวกับวาร์ป ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับจองกุกทุกครั้งที่เห็น สีหน้าที่ดูเต็มไปด้วยความปิติยินดีขนาดนั้นทำให้เด็กหนุ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อย


“นี่ของอาจารย์ครับ”

“ขอบใจมากนะ ... แล้วก็ ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะครับ”


จองกุกไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยักหน้าให้และยื่นมือไปรับเงินจากอีกฝ่าย แต่ในจังหวะที่ชักมือกลับนั้นมือของตนก็กลับถูกซอกจินใช้สองมือมากุมเอาไว้ ทำให้เด็กหนุ่มยืนนิ่งมองมือสลับกับใบหน้าของอาจารย์หนุ่มด้วยสายตาไม่เข้าใจปนระแวงหน่อยๆ


“จองกุก”


น้ำเสียงที่จู่ๆก็จริงจังขึ้นมาทำให้คนเด็กกว่าเผลอกลั้นหายใจเพราะลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป


“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย ผมอยากจะช่วยเธอนะ”


พอได้ยินคำถามแบบนี้ สีหน้าของจองกุกก็เปลี่ยนไป จากที่แววตาเจือความสงสัย กลายเป็นสีหน้าที่เศร้าหมองลงปนกับความอึดอัด เด็กหนุ่มหลุบหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะพยายามดึงมือกลับมา


“...อาจารย์....ช่วยผมไม่ได้หรอกครับ”

“แต่ผมไม่สบายใจที่เห็นเธอเป็นแบบนี้”


น้ำเสียงที่อ่อนโยนลงของซอกจินเผลอทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของจองกุกสงบลงเล็กน้อยจนตัวเองยังแอบประหลาดใจ และพอเผลอกลับมาสบตาก็ต้องเป็นอันหลบไปอย่างรวดเร็ว


...ไม่นะ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น


พอฝ่ายซอกจินเห็นจองกุกหลบตาไปก็ตกใจขึ้นมาหน่อยว่าตนเองเผลอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เอื้อมมือไปจับบ่าทั้งสองข้างของอีกฝ่ายแทนแล้วบีบเบาๆ


“ถึงเธอจะไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้ามีซักครั้งที่รู้สึกแย่ๆ นึกถึงผมไว้นะ แล้วผมจะอยู่กับเธอเอง”


...เหยด โคตรหล่อ โคตรน่าเชื่อถือสุดๆเลยกู ในใจคิมซอกจินกำหมัดแล้วร้องเยส


เด็กหนุ่มเหลือบตากลมๆมองกลับมาสู้หน้าอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินคำกล่าวด้วยความห่วงใย แต่ตนเองก็ทำได้แค่พยักหน้าแล้วก็ขอบคุณ


“ผมขอตัวก่อนนะครับ ผมจะไปกินข้าวแล้ว”

“ครับ กินให้อร่อย แล้วก็อย่าลืมที่ผมพูดเมื่อกี้นะ”


จองกุกยิ้มเล็กน้อยแล้วก็โค้งให้ก่อนจะหันหลังเดินออกไป แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองอีก พบว่าอาจารย์สุดหล่อยังคงยืนมองอยู่ตรงหน้าห้อง


แถมเจ้าตัวยังยกมือส่งจูบให้อีกด้วย


เจ้าหนุ่มกระต่ายถึงกับหันกลับมาข้างหน้าแทบไม่ทัน


แต่ทำไมกันนะ...ทำไมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะหุบยิ้มไม่ค่อยได้เลย






 

                “อาจารย์ซอกจินอยู่มั้ยครับ”


มื้อเที่ยงที่กำลังพร่องลงไปกว่าครึ่งกล่องก็เป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเรียกที่หน้าห้องที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่

พอเดินไปก็พบกับผู้ชายร่างเล็กในชุดวอร์ม ผมสีอ่อนและการยิ้มจนตาหยีแบบนั้นทำให้นึกออกทันทีแม้ว่าจะไม่ได้ค่อยได้คุยกันก็ตาม แต่ก็นับว่าเห็นในโรงเรียนบ่อยอยู่


“อ้าว อาจารย์จีมินมีอะไรเหรอครับ ต้องการให้ผมช่วยอะไรมั้ย”

“อ๋อ ผมมาเบิกยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อครับแล้วก็ผ้ายืดพันข้อด้วย”

“มีเด็กบาดเจ็บเหรอครับ พาเขามาพักที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอ”

“เห็นอาจารย์น่าจะยังกินมื้อเที่ยงอยู่ผมไม่อยากจะรบกวนเท่าไหร่”

“ไม่หรอกครับ หน้าที่ผมคือดูแลคนเจ็บคนไม่สบายอยู่แล้ว” ซอกจินพูดยิ้มๆอย่างสบายๆ ซึ่งจีมินก็ยิ้มตอบพลางมองเข้าไปข้างใน

“ว่าแต่อาจารย์อยู่คนเดียวเหรอครับวันนี้”

“รายนั้นเขาบ่นเบื่อๆนั่งที่นี่แล้วล่ะครับเลยออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ”


คุณอาจารย์พละตัวเล็กพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะขอตัวออกไปพานักเรียนที่สนามมาที่นี่ และระหว่างทางที่เดินกลับไปนั้นตนเองก็พลางคิดอะไรไปด้วย


ดูเหมือนฝั่งซอกจินจะไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ ก็คงไม่มีอะไรน่าสงสัยอย่างที่เด็กๆหลายคนว่ากันจริงๆ


แต่ตอนนี้เขาเริ่มจะสงสัยฝั่งของยุนกิมากกว่า เท่าที่เขาเคยแอบๆมองอยู่เหมือนจะมานั่งโรงอาหารเพราะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างเนี่ยล่ะ


...ฮึ ไหนๆก็เป็นอาจารย์ ควรจะรู้เรื่องเพื่อนร่วมงานเร็วกว่านักเรียนสิ
!

 




--------------------------------

 




                หากว่าดวงอาทิตย์สามารถส่องสว่างไปทั่วผืนฟ้าในยามกลางวันบนโลกใบนี้ได้แล้ว

รอยยิ้มของใครบางคนก็คงจะสามารถทำให้จิตใจคนรอบข้างนั้นสดใสขึ้นมาได้เช่นกัน


“ลูกแม็กหมดแล้วอะ เหมือนจะลืมเติมมา” นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่กำลังติดประกาศที่บอร์ดหน้าตึกปฏิบัติการเขย่าแม็กตัวใหญ่อย่างเซ็งๆที่ตนเองไม่รอบคอบพอ

“งั้นรอตรงนี้แป๊บนะ ฉันจะไปเอาจากที่ห้องสภามาให้”

“อื้อ รบกวนด้วยนะแทฮยอง”


เด็กหนุ่มผิวเข้มยิ้มกว้างให้เธอแล้วก็วิ่งทั่กๆเข้ามาในตึกและขึ้นบันไดไปชั้นบนที่ห้องสภานักเรียน และไม่นานเขาก็วิ่งลงมาพร้อมกับกล่องลูกแม็กกล่องใหม่ แล้วก็ยื่นให้อีกฝ่ายเอาไปเปลี่ยน


“ขอบใจมากๆนะ นี่ จริงๆคนเป็นประธานนักเรียนไม่เห็นต้องมาช่วยงานพวกนี้เลย”

“ก็มันไม่มีข้อห้ามว่าช่วยคนอื่นไม่ได้นี่”

“คิกๆ นายนี่ใจดีจัง เสียดายที่ปีหน้าพวกเราก็จบแล้ว ถ้าอยู่ต่อฉันจะเลือกนายเป็นประธานทุกปีเลย”

“โอ๊ย พอเถอะนายอน คนอื่นเบื่อหน้าฉันกันพอดี”


เด็กสาวหัวเราะก่อนจะยืนเช็คผลงานของตัวเองและขอตัวกลับ โดยที่แทฮยองบอกเดี๋ยวเขาจะเก็บอุปกรณ์พวกนี้เอง เขาปฏิบัติราวกับว่าตนเองทำหน้าที่เกินประธานไปเสียแล้ว


ความจริงเจ้าหนุ่มก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าหน้าที่ทั้งหมดของตัวเองมีอะไรบ้าง แต่ถ้าได้ช่วยเหลือคนอื่น แล้วก็ทำสิ่งดีๆ แค่นี้ก็คงพอล่ะมั้ง

อย่างวันที่เขาช่วยอาจารย์ถือของไปส่งที่ห้องพักครูบ่อยๆ จนตอนนี้อาจารย์แทบทุกคนในโรงเรียนจะสนิทกับเขาแล้ว

แล้วก็ช่วยเหลือเพื่อนๆนิดๆหน่อยๆ แม้ว่าบางคนอาจจะอยู่คนละห้องก็ตาม

เวลาที่มีคนเอ่ยขอบคุณแล้วก็ยิ้มตอบ มันทำให้เขารู้สึกหายเหนื่อยจริงๆ

ถ้าตนเองเป็นผู้หญิงก็คงประกวดนางงามได้แล้วล่ะ

แต่คิดอีกทีก็คงไม่เหมาะกับอะไรแบบนั้นหรอก...


“รุ่นพี่แทฮยองครับ!


เจ้าตัวหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่ามีเด็กจำนวนหนึ่งราวๆสี่ห้าคนวิ่งมาทางนี้ ซึ่งมีทั้งหญิงและชาย ดูจากจุดที่ปักปกเสื้อแล้วดูจะเป็นเด็กปีหนึ่งกันหมดเลย


“น้องมีอะไรให้พี่ช่วยรึเปล่า” เขาถามไถ่พร้อมยิ้มอย่างเป็นมิตร


สาวน้อยในกลุ่มกำมือถือของตัวเองอย่างเขินอาย จนโดนเพื่อนผู้ชายที่มาด้วยกันเอ่ยแทนว่าเธออยากจะเซลก้ากับพี่ประธานแต่ไม่กล้าขอก็เลยชวนพวกเขามา เลยโดนเธอตีหลังไปที ซึ่งแทฮยองก็หัวเราะแล้วตอบตกลง แถมยังถามอีกด้วยว่าอยากได้กี่รูป จนสุดท้ายก็ได้ถ่ายไปห้ารูป ก่อนจะโค้งขอบคุณแล้วพากันเดินจากไปโดยที่พี่โตสุดของโรงเรียนอย่างเขานั้นโบกมือลาพลางยิ้มออกมานิดหน่อย


“ฮอทจังเลยนะคุณประธาน”


เสียงเข้มติดง่วงที่ดังอยู่ข้างกายนั้นทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันที เพราะเขาจำได้เป็นอย่างดีเลยว่าเป็นเสียงของใคร


“จะไม่หันมาคุยกันหน่อยเหรอ หือ?”

“...ผม... ผมไม่รู้จะคุยอะไร”


อาจารย์ร่างเล็กเดินมาคว้าไหล่ข้างหนึ่งของแทฮยองเพื่อบังคับให้หันมาหา แรงบีบที่ไม่ยั้งมือทำให้เด็กหนุ่มเม้มปาก

ให้ตายเถอะ...นี่เพราะเขาสู้ไม่ได้จริงๆนะถึงเลือกที่จะไม่ต่อต้าน


“งั้นก็ไม่ต้องคุย ฉันแค่มาทักเฉยๆ”

“???”


จู่ๆอาจารย์ร่างเล็กก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระท่ามกลางความสงสัยของเจ้าตัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเดาความคิดจากสายตาของยุนกิไม่ออกเลยจริงๆ


“ไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”


แทฮยองมองหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมถอยหลังแล้วหันก้าวฉับๆเดินออกไปอย่างไม่ลังเล จนที่ตรงนั้นเหลือเพียงยุนกิคนเดียวที่มองตามพลางยกยิ้มมุมปาก


...เด็กนี่ตลกเป็นบ้า


แต่ท่าทางแบบนั้นมันก็เริ่มทำให้ตนเองเริ่มเกิดความลังเลขึ้นมาหน่อยๆ แต่ก็ยังไม่ปักใจอยู่ดี


...เอาเถอะ เด็กคนเดียวเราตามได้อยู่แล้ว

 





                เมื่อเก็บของทุกอย่างเรียบร้อยก็ลงมาจากห้องพักครูที่ยังมีบางคนนั่งทำงานอยู่บ้าง เขาเดินออกจากตึกเพื่อมาเจอกับหลานชายที่ยืนรอตนเองอยู่


“รอนานมั้ย”

“อ่า เปล่าครับ แป๊บเดียวเอง”


เด็กหนุ่มพูดพลางยิ้มน่ารักให้อีกฝ่ายสบายใจ เรียกความเอ็นดูจากคุณอาของตัวเองได้อย่างดีจนเขาอดที่จะเข้าไปยีหัวหลานรักไม่ได้ แต่พอกำลังจะถามไถ่อะไรต่อนั้นเขาเห็นเหมือนกับว่าแทฮยองมองหาอะไรอยู่ กับท่าทีที่เหมือนระแวงเล็กๆมันทำให้คิ้วสองข้างเผลอขมวดจนต้องออกปากถามออกไป


“อะ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่มองเฉยๆว่าคนอื่นกลับกันหมดแล้วเหรอ”

“ก็นะ เย็นแล้ว โรงเรียนเลิกแล้วไม่ค่อยมีใครจะอยู่นานกว่านี้แล้วล่ะ เราก็กลับกันบ้างเถอะ”


นัมจุนพูดพลางโอบไหล่แทฮยองแล้วพาไปขึ้นรถก่อนจะขับออกจากโรงเรียนกลับบ้านไปตามปกติ แต่ระหว่างทางนั้นตัวเขาก็ยังตงิดๆอยู่ในใจอยู่ดี เพราะวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลานตนจะมีกิริยาผิดปกติแบบนี้ เขาสังเกตเห็นว่าแทฮยองคล้ายกำลังมองหาหรือหวาดระแวงกับอะไรสักอย่าง แต่ทางนั้นก็ไม่เคยเล่าหรือพูดเปรยๆอะไรขึ้นมาให้ฟังเลย ทำให้เขาเริ่มจะเป็นกังวลขึ้นมาหน่อยๆแล้วว่ามีเรื่องที่ตนไม่รู้เกิดขึ้นหรือเปล่า


อาจารย์หนุ่มขับรถมาเรื่อยๆจนถึงซอยเข้าบ้านตัวเองก็ขับเข้าไปอย่างปกติ แต่เมื่อเขารู้แล้วว่าก่อนที่จะถึงบ้านของตนเองนั้นจะมีซอยห้องเช่าที่อาจารย์จองคนนั้นพักอยู่ พอขับรถผ่านมันก็ทำให้ต้องหันไปมองทุกที


และคราวนี้มันถึงกับทำให้นัมจุนเผลอหยุดรถ จนเด็กหนุ่มที่นั่งเบาะข้างคนขับนั้นร้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า จึงถูกชี้ให้หันไปดูด้วยกัน


ในสายตาของเขานั้นเห็นรถคันหรูจอดอยู่ตรงหน้าห้องเช่า โดยที่มีชายแต่งตัวดีมาก ใส่สูทราวกับทำงานอยู่ในบริษัทมีตำแหน่งแต่ก็ไม่แน่ใจนัก แต่คนคนนั้นกำลังยืนคุยอยู่กับโฮซอกแน่นอน


“เขาอาจจะมาขายประกันหรือขายตรงรึเปล่าครับ” แทฮยองถามออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

“...ไม่รู้สิ แต่ดูแล้วจะคุยกันจริงจังมากเลยนะ”


ทั้งสองคนซุ่มดูไปสักพักก็เห็นเหมือนโฮซอกจะมีท่าทีเกรี้ยวกราดขึ้นเล็กน้อยเพราะทำท่าเหมือนกำลังเค้นเสียงพูดอยู่ จากนั้นก็หันวิ่งกลับเข้าไปข้างในห้องเช่าทันที


“คุณอา...?”


เด็กหนุ่มหันไปเรียกคนข้างกายเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าของญาติตัวเองที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายทะเบียนรถเอาไว้


“เผื่ออาจะพอช่วยเขาได้บ้าง”


นั่นคือสิ่งที่นัมจุนพูดกับเจ้าหนุ่มหลังจากที่เก็บภาพนั้นเอาไว้ได้แล้ว ก่อนจะขับกลับไปถึงบ้านด้วยความคิดหลายเรื่องที่วนกันอยู่ในหัวโดยไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่

คนรอบข้างของตนนั้นดูน่าเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้แล้วสิ




 

--------------------------------- 





                ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงสามส่วนมอซอพร้อมนอนนั้นกำลังเหยียดกายตัวเองจนเต็มความยาวของโซฟา โดยที่เปิดโทรทัศน์ทิ้งเอาไว้ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของตัวเองเลย


เขานอนหนุนแขนตัวเองมองเพดานและเริ่มคิดถึงหลายวันที่ผ่านมาอีกครั้ง


หลายวันที่เขาคอยตามดูเจ้าเด็กประธานที่เหมือนจะมีความลับของตนอยู่ เพื่อจะคอยควบคุมและจับผิดว่าเด็กนั่นจะปากโป้งแพร่งพรายอะไรออกไปหรือไม่ เพราะเขาฝังใจว่าเจ้าพวกลิ่วล้อของฝ่ายปกครองน่ะมันคู่อริตลอดกาลสำหรับนักเรียนอย่างเขาในตอนนั้นเลย


แต่สิ่งที่ตนเองเห็นนั้นยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจขึ้นทุกวัน


ตั้งแต่ตนเห็นรูปถ่ายที่ดูจริงจังและท่าทางเอาการเอางาน จนกระทั่งเด็กนั่นเวลาอยู่กับเพื่อน ไปช่วยงานอาจารย์คนอื่น ทำกิจกรรม หรือแม้แต่เจอกับพวกรุ่นน้องหรือเพื่อนร่วมรุ่นที่เข้ามาคุยด้วย


คิมแทฮยองยังคงมีรอยยิ้มอยู่เสมอ


และถึงไม่อยากจะยอมรับลึกๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันไม่ใช่ยิ้มที่ประดิษฐ์ขึ้นมาครอบสีหน้าที่แท้จริงของตอนเองไว้

เพราะว่าความสดใสแบบนั้นมันไม่ปลอมเปลือก


...ให้ตายเถอะ

ทำไมเด็กนั่นถึงเป็นคนแบบนี้...


หรือว่าเขาควรจะวางใจแล้วก็ปล่อยแทฮยองไป โดยเลิกยุ่งเกี่ยวและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่รู้จักกันเลยดี

ยุนกิปิดเปลือกตาลงช้าๆเพื่อที่จะมองภาพในหัวเพื่อจะตัดสินใจให้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่เขามองเห็นในตอนนี้กลับทำให้ตัวเองย่นคิ้วขึ้นมา

ดวงตาใสซื่ออย่างจริงใจมันยังคงรบกวนตนเองอยู่


และอีกอย่าง....


.....


จะลองตามอีกหน่อยดีไหมนะ


ที่คิดแบบนี้ก็เพื่อให้มันชัวร์หรอก


...มินยุนกิ มึงจำไม่ได้เหรอว่ามึงโคตรเกลียดประธานนักเรียนที่โรงเรียนขนาดไหน 

เขาพยายามไซโคตัวเองและรีดเร้นความแค้นเมื่อสิบปีที่แล้วมาใหม่เพื่อจะบิลท์ตัวเองให้ฮึกเหิมห้าวหาญ ถึงแม้ว่าถ้าเพื่อนซี้ตนเองรู้คงจะด่าเขาว่าปัญญาอ่อนก็ตามที

เพราะว่าความจริงตอนนี้เขาไม่รู้จะเอาอะไรมาโกรธมาเกลียดเจ้าลูกหมาตัวใหญ่นี่ได้เลยน่ะสิ


“แม่ง...ทำไมกูหาเรื่องเกลียดมันไม่ได้วะ” ร่างเล็กขยี้ผมสีดำตัวเองอย่างขัดใจ


เอาเถอะ


สุดท้ายก็ตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะตามดูต่อไปจนกว่าตนเองจะมั่นใจจริงๆว่าเรื่องนี้จะไม่เข้าหูใครทั้งนั้น


แล้วก็...


เขารู้ดีว่าสีหน้าที่เด็กแทฮยองนั้นมอบให้เขามีแต่ความหวาดกลัวและตื่นตกใจ


เพราะอย่างนั้น


ตนก็เลยทำได้เพียงแค่แอบมองรอยยิ้มบริสุทธิ์นั่นอยู่ไกลๆ จากมุมไหนสักมุมหนึ่งที่เด็กคนนั้นจะไม่เห็นเขาในสายตา

 




-----------------------------------



 

                “รีบไปรีบมานะเว้ย”


เด็กหนุ่มร่างสูงที่ถือห่อขนมโบกมือลาเพื่อนๆก่อนจะวิ่งแยกไปทางตึกกลาง ส่วนพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่โรงอาหารเช่นเดิม

พอมีส่วนหนึ่งที่นั่งจองโต๊ะแล้วอีกส่วนลุกไปซื้ออาหาร คนที่อยู่ในโต๊ะก็คุยกันด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด


“จองกุก กูถามมึงจริงๆเหอะ มีเรื่องอะไรรึเปล่าวะ จันทร์ที่แล้วมึงไปหาเขา แต่วันต่อๆมาก็ไม่ไปอีกละ”


เจ้าตัวทำหน้าทำตาตกใจแบบเหวอๆที่อยู่ๆมินกยูก็ถามประเด็นนี้ขึ้นมา เขามองไปรอบๆเห็นเพื่อนที่เหลือเองก็หันหน้ามาพร้อมฟังคำตอบเช่นกัน


“เอ่อ.....คือ ไม่มีไร..กู..กูขี้เกีย—“

“ขี้เกียจพ่องอย่ามาโกหก เห็นเงียบๆกันจริงๆพวกกูเป็นห่วงมึงนะเว้ย”


พอเห็นท่าเพื่อนตัวสูงจะเอาจริงตัวเองก็เริ่มจะเหงื่อแตกเบาๆ พยายามจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแต่ดูเหมือนทุกคนจะคิดเหมือนมินกยูกันหมด เขาก็เลยถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาอย่างจำนน


“...แล้วกูจะเล่าให้ฟังบนห้อง”


เท่านั้นล่ะ พอยูคยอมเดินกลับมาที่โต๊ะก็โดนเร่งให้รีบๆกินให้เสร็จจะได้ขึ้นไปบนห้องเป็นกลุ่มแรกๆ หลังจากนั้นก็พาตัวเองขึ้นห้องอย่างรวดเร็วยกเว้นคู่หนุ่มสาวไทยนั่นเพราะว่าแบมแบมยังต้องช่วยดูลิซ่าอยู่แม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าเดินได้ดีขึ้นกว่าตอนแรกมากแล้วก็ตาม


“เอ้า มึงจะบอกได้ยัง”

“....พวกมึงทำเหมือนกูเป็นผู้ต้องหาค้ายาเลยนะ”


จองกุกมองไปรอบๆโต๊ะตัวเองที่ตอนนี้มีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มยืนล้อมอยู่ด้วยหน้าตาจริงจัง ส่วนสาวๆสองคนนั้นนั่งดูอยู่จากวงนอก

เห็นว่าท่าจะหนีไม่ได้แล้วก็เลยถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ


“กูกลัวเขาถามเรื่องแม่”

“ห๊ะ?”

“เดี๋ยวนะ มึงบอกว่ากลัวเขาถามเรื่องแม่ แล้วเขาไปรู้เรื่องแม่ได้ไง นี่สนิทกันถึงขั้นไหนวะเนี่ย”


...โอ้ ชิท

จอนจองกุกพลาดแล้วขรั่บ จะปิดปากตัวเองตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ก็เลยมีสภาพเหมือนลูกกระต่ายที่ยืนตัวสั่นพั่บๆๆอยู่ในดงหมาป่าใจเหี้ยมที่จ้องมาราวกับจะรอกระชากเนื้อหนังลงท้อง


“....เขามาบ้านกู”

“.......วอท??”

“....เขา...เขา..เขาเคยส่งกูที่บ้าน”

“....”


เสียงของเด็กหนุ่มเริ่มแผ่วลงแผ่วลงทุกทีพร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆก้มต่ำลงเรื่อยๆ


“แบบนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยว่าอาจารย์แกไปบ้านมันเนี่ย”

“เฮ้ย แล้วแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอวะ แล้วมีอะไรเพิ่มมั้ย”

“.......เขาส่งข้อความมาให้...”


.....


“กูรู้ว่าตอนนี้พวกมึงคิดเหมือนกู”


เด็กหนุ่มทั้งสี่คนพูดแทบจะพร้อมกันว่า เออ!


“แต่เหย แบบนี้ที่แกคบกับจารย์ยุนกิก็ไม่จริงอะดิ หรือแกจะนอกใจวะ”

“จะไปรู้มั้ยกูไม่ได้อยู่วงซุบซิบ แต่ย้ำเลยนะ ย้ำ มึง-ห้าม-แพล่ม-เรื่อง-นี้ กับใครไอ้จุนฮเว”

“โอ้โห ปากกูปิดสนิทกว่าถุงซิปล็อคอยู่ละ กลัวอะไร”

“ไม่รู้เว้ย เตือนไว้ก่อน แชยอง ดูมันด้วย ถ้ามันเริ่มจะเมาท์เมื่อไหร่ต่อยปากแม่งเลย”

“ตบก็พอมั้ยเพื่อน อย่าส่งเสริมให้ผู้หญิงใช้ความรุนแรงดิ”


จุนฮเวเบะปากพอหันไปเห็นแชยองกำลังกลั้นหัวเราะอยู่ เขาก็คิดนะว่าโดนตบก็พอแล้ว ยัยนี่มือหนักจะตายชัก

จองกุกที่นั่งดูเพื่อนคนอื่นหันไปคุยกันอยู่ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่รู้จะพูดยังไงต่อไปดี เพราะเหตุผลหลักๆที่เขาพยายามจะหลบหน้าก็เป็นเรื่องนั้นแหละ

ส่วนเรื่องอื่นเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...ถึงแม้ว่าซอกจินจะดูแปลกๆในบางทีก็ตาม


แต่ต่อให้เป็นคนดีพร้อมทุกอย่างจริงๆก็ไม่รู้ว่ามันจะสามารถ ช่วยเขาได้หรือเปล่า




---------------------------------




>>Talk

/อัพอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย--

ตอนนี้ขอตอนที่สงบสุขและเป็นคนปกติซักตอนค่ะ สาดมุกมาเยอะแล้------

อ.มินก็เห็นแล้วนะคะว่าเจ้าลูกหมาเขาไม่มีพิษภัย 555...แต่ก็ยังตามต่อ /หื้มมมม

ส่วนที่เหลือก็เริ่มมีหลายๆเรื่องที่น่าสงสัย(?)มาแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องนี้ไม่ม่าแรง เน้นสายฮา(...)


แล้วก็วันนี้กดบัตรแล้วนะคะ ปีนี้ไรต์บอกเลยว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ ไม่มีใครช่วยแล้ว 55555 ร่วมสาทุบุนให้เราด้วยนะคะ หวังว่าเราจะได้ไปคอนด้วยกันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #291 mayupong-111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:08
    ยุนกิม่างงงงคนซึนเฟร่ออออ อยากได้ยิ้มบริสุทธิ์จากแทแทล่ะสิ พี่จินนนนน ขนาดนี้แล้วนะคะ55555555
    #291
    0
  2. #253 anajulianovela (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 07:47
    จารย์พี่นัมจุนดูเป็นคนพึ่งพาได้จังค่ะ ดีงาม ผู้ชายดีๆควรมีบนโลกเยอะๆ
    #253
    0
  3. #197 k_92 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 12:51
    ยุนกินี่มีปมกับพวกประธานนักเรียนจริงๆสินะ 55555
    #197
    0
  4. #181 kyuri13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:55
    อ.มินชอบก็บอกว่าชอบซิโถ่ววว
    กุกลูกเพื่อนๆหนูยังดูออกเลยนะ55555
    #181
    0
  5. #164 rakprom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:28
    นี่ว่าอจ.มินไม่ใช่การกลัวเค้าไปเปิดเผยความลับแล้วอะค่ะ แอบถ้ำมองชัดๆ55555555555
    #164
    0
  6. #88 tienin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:54
    ยังไงกันล่ะเนี่ยกุก คุณมินคะมีการแอบดูเค้ายิ้มด้วย โถถถถถ
    #88
    1
    • #88-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      9 มีนาคม 2560 / 21:37
      เข้าใกล้แล้วน้องกลัวค่ะ :'D
      #88-1
  7. #87 Pattranit-- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 22:34
    อ.มินนน รอไม่ไหวแล้วว รุกหนักๆที------
    #87
    1
    • #87-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      9 มีนาคม 2560 / 21:37
      แค่นี้น้องแทก็กลัวจะแย่แล้วค่ะ 5555555555555555
      #87-1
  8. #86 mtuanna93 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 17:23
    จารย์มินปล้ำแทฮยองเลยค่ะ...
    #86
    1
    • #86-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      5 มีนาคม 2560 / 19:07
      กรี๊ด ใจเย็นนะคะ 555555555 เดี๋ยวเข้าคุกก่อนเพื่อน--
      #86-1
  9. #85 bill-lion (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 13:43
    โอ้โหอ.มินคะ ชอบน้องประธานแล้วก๋บอกเถอะค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อ.ซอกจินเหมือนจะดีนะคะแต่ตลกตรงที่แกชมตัวเองในใจนี่แหละคะ ถถถถถถ 
    #85
    1
    • #85-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      5 มีนาคม 2560 / 18:55
      อ.มินยังไม่ยอมรับตัวเองง่ายๆหรอกค่--------//แค่ก
      ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้องไม่ได้ยินที่อ.คิมคิด 555555555
      #85-1
  10. #84 seris (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 02:34
    กำลังจะชมว่าตอนนี้พี่จินหล่อมาก แต่พอเลื่อนมาเจอเสียงในใจแล้วเก็บคำชมคืนแทบไม่ทันเลยค่ะ 555555555 ทำไมเป็นคนแบบเนร้ 5555 ส่วนอ.จีมนี่เริ่มโครงการไร่เผือกแน่ๆ ขรรม อ.มินก็มีมาแอบมองรอยยิ้มน้อง แหมะ ทำมาเปงงงงง 55555555 อ.โฮปกับอ.ม่อนด้วย อยากรู้เรื่องสองคนนี้สุดเลย สุดท้าย น้องกุกลูก 555555555 ดีค่ะ เพิ่มจำนวนอัศวินพิทักษ์กระต่าย!
    #84
    1
    • #84-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      5 มีนาคม 2560 / 08:52
      เกือบจะดีแล้วเนอะคะ 555555 คิดซะว่าเป็นเสียงในใจ น้องไม่ได้ยิน(....)
      อ.จีมขุดไร่นี้รอไว้นานแล้วค่ะตอนนี้หัวเผือกกำลังได้ที่---
      ในส่วนอ.มินนั้นกลายเป็นสตอล์คเกอร์ //เดี๋ยว
      ม่อนฮปนี่มาเป็นเหตุการณ์น่าสงสัยก่อนค่ะฟฟฟ จะค่อยๆเฉลยออกมานะคะ
      #84-1
  11. #83 Nayhrp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 02:04
    ก่อนอื่นเลย อ.มิน ปล่อยแทฮยองไปเถอะค่ะะ สงสารแท55555 /ทำไมอ่านตอนนี้แล้วสงสารพี่จินจังเลยย เด็กกระต่ายดูไม่สนใจพี่จินเลยยยยอ่ะะ พี่จินจะนกม้ายยย5555
    #83
    1
    • #83-1 Tsukihana(จากตอนที่ 10)
      5 มีนาคม 2560 / 02:12
      ให้เขาได้สตอล์คต่อเถอะค่ะ ยังมีอะไรดีๆอีกเยอะ5555555555555
      เห แต่น้องเขาแอบยิ้มตอนคุงครูส่งจูบให้นะคะ!! /แต่ที่เหลือก็นั่นล่ะค่ะ ลุ้นต่อไป555
      #83-1