คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FanFic-BTS] Hot Summer [Rapmonster x You]

โดย

เพราะอากาศร้อน ทำให้เขากับคุณมาเจอกัน

ยอดวิวรวม

1,025

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,025

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


29
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ก.ค. 59 / 14:10 น.
นิยาย [FanFic-BTS] Hot Summer [Rapmonster x You]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เฮลโหล ไรต์โคริเองค่ะ ยังไม่ทิ้งเรื่องยาวนะคะ แต่ขอนอกใจแว้บนึง 

เรื่องนี้มีเค้าโครงมาจาก "ความฝัน" ของไรต์เองค่ะ ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด ไรต์ฝันถึงม่อนค่ะ555

แล้วก็เอาไปคุยให้เพื่อนฟังต่อยอดนิดหน่อย แล้วก็วูบบบ ออกมาเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้ (ใช้คำว่าวูบถูกแล้ว ฮาาา)

เพราะฉะนั้นตัวเอกก็เลยเป็นคุณนั่นเอง

เอาล่ะ ไปคลายร้อนกันดีกว่านะคะ ฮิ้ว

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ก.ค. 59 / 14:10


   

             วันนี้ก็เป็นอีกวันในฤดูร้อนที่อากาศร้อนสุดๆ

ขนาดนี่มันเป็นเวลายังไม่เที่ยงดีนัก แต่ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุจากดวงอาทิตย์ที่แผ่ซ่านเผื่อแผ่ลงมายังพื้นโลกทุกหัวระแหง ให้ตายเถอะนี่มันร้อนจริงๆ


ฉันที่นั่งดูทีวีอยู่ในบ้านชั้นล่าง ด้วยความที่ไม่อาจเปิดแอร์ได้ทั้งวัน ก็เลยต้องเปิดพัดลมแทน แต่ดูเหมือนพัดลมเองก็จะเป่าไอร้อนออกมา ทำให้รู้สึกทรมานมากกว่าเดิม เหงื่อที่ซึมออกมาตามผิวหนังจนทำให้เสื้อยืดเก่าๆย้วยๆที่ใส่นอนเมื่อคืนนั้นชื้นไปหมด ฉันดึงเสื้อแล้วกระพือให้ลมเข้าแต่ก็ไม่ค่อยจะช่วยอะไรเท่าไหร่นัก


พ่อแม่ของฉันออกไปทำงานนอกบ้านแต่เช้าแล้ว ส่วนฉันที่ปิดเทอมหน้าร้อนอยู่ก็ไม่มีอะไรทำไปกว่านั่งดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต กิน แล้วก็นอน ดูเป็นชีวิตที่จืดชืดดีใช่มั้ยล่ะ


ตัวเองยันกายลุกขึ้นแล้วเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยไปยังตู้เย็นที่อยู่ในครัว เผื่อว่าจะมีอะไรเย็นๆพอกินให้หายร้อนได้บ้าง แต่เมื่อเปิดช่องฟรีซดู ก็ต้องพบกับความผิดหวังระดับสิบ


อะไรเนี่ย ไอศกรีมยี่ห้อโปรดที่ซื้อมาคราวก่อนหมดซะแล้วเหรอ


คงเป็นเพราะความกระหายสูงสุดของฉันเองด้วยละมั้ง ที่กินเข้าไปสองสามแท่งในวันเดียว เลยหมดเร็วแบบนี้ ก็ใครใช้ให้มันร้อนแบบนี้เล่า

และเพราว่าเป็นวันหยุดหน้าร้อน ก็เลยรู้สึกขี้เกียจมากกว่าเดิม อา.. แค่คิดว่าต้องตากแดดออกไปร้านสะดวกซื้อข้างนอกก็อยากจะเป็นลมแล้ว แย่จริงๆ

แต่ว่าถ้าจะนอนแห้งตายอยู่ที่บ้านโดยไม่มีไอศกรีมช่วยชีวิตซักแท่งมันก็ไม่โอเคเหมือนกัน ฉันจึงจำใจต้องเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองสบายๆ แล้วก็หยิบกระเป๋าสตางค์ พ่อกับแม่ฉันน่ะให้เงินไว้เสมอเผื่อว่าจะออกไปซื้ออะไรกินนอกบ้านตอนที่พวกเขาไม่อยู่ แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอก


และสิ่งที่ขาดไม่ได้ต่อการออกไปข้างนอกแล้วเจอแดดแบบนี้ก็คือร่มไงล่ะ ร่มยูวีที่พอจะปกป้องเราได้บ้างโดยไม่ให้โดนแสงอัลตร้าไวโอเล็ตแผดเผาซะโดยตรงซะก่อน

เมื่อจัดการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างหมดแล้วจึงเดินออกมาล็อกประตูด้านใน แล้วก็ออกไปล็อกประตูรั้วให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มต้นเดินออกไป บ้านของฉันอยู่กลางซอย ส่วนร้านสะดวกซื้อนั่นอยู่ปากซอยตรงหัวมุมพอดี จึงไม่มีปัญหาถ้าจะเดินไป


พอเดินจนถึงที่หมาย ฉันตรงเข้าไปที่จุดวางตะกร้าแล้วก็คว้ามันขึ้นมาทันที ด้วยความที่เตรียมเงินมาไม่มากเท่าไหร่จึงสามารถซื้อได้แค่ของประเภทเดียว ดังนั้น ฉันจึงตรงไปที่ตู้ไอศกรีมเพื่อหายี่ห้องโปรดของฉันทันที


และดูเหมือนไอศกรีมยี่ห้อที่ฉันชอบมันจะเป็นยี่ห้อโปรดของคนอื่นด้วย เพราะดูจากจำนวนที่เหลือติดตู้ค่อนข้างน้อย แน่ล่ะ ก็มันอร่อยแถมยังเย็นสดชื่นเหมือนกินน้ำแข็งไส ใครจะไม่อยากซื้อไปกิน

พอเห็นว่ายังพอมีอยู่ฉันจึงเริ่มหยิบห่อพวกนั้นขึ้นมาโดยพยายามขุดคุ้ยออกมาให้ได้มากที่สุด จนกระทั่ง..


หมั่บ


“อ๊ะ”


ฉันชะงักไปทันทีเมื่อรู้สึกเหมือนมีมือใครบางคนทาบทับมาบนมือของฉันที่จับห่อไอศกรีมอยู่ แต่จังหวะนั้นฉันมัวแต่อึ้งก็เลยยังไม่ได้ปล่อยมือไป

พอเงยหน้าขึ้นมาฉันก็พบผู้ชายคนหนึ่ง เขาตัวสูง ตาเรียวๆนั้นมองมาทางฉันแล้วเขาก็ยกยิ้มมาทางนี้จนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ผมสีสว่างของเขามันทำให้บุคลิกดูโดดเด่นและดูมั่นใจ ทำให้ฉันยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่เพราะเขาเป็นคนที่ดูดี และฉันก็ไม่เคยเจอเขามาก่อน แต่ท่าทางที่เป็นมิตรแบบนั้นทำให้ฉันคิดว่าคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง


เขาละมือใหญ่ออกจากมือของฉันแล้วก็ผายมือให้อย่างสุภาพ ดูเขาก็อยากได้มันเหมือนกันแต่ว่าฉันเป็นคนหยิบได้ก่อนนี่นะ ถึงการแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงที่ไม่รู้จักกันมันจะแปลกๆแต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีซักหน่อย แถมยังเสียสละไอศกรีมห่อนี้ให้ฉันอีก ฉันจึงได้แต่ค้อมหัวตอบรับแล้วก็ส่งยิ้มให้เป็นการขอบคุณแต่ก็รู้สึกผิดอยู่หน่อยๆเหมือนกัน


แต่วันนี้ฉันก็ได้ของกลับไปบ้านสมใจอยากล่ะนะ


 

                ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน หน้าร้อนก็ยังคงเป็นหน้าร้อน ฉันกับบรรยากาศเดิมๆ นั่งดูทีวีโปรแกรมช่วงสายกับอากาศร้อนเป็นเพื่อน วันก่อนๆที่ซื้อไอศกรีมไปมันก็พอช่วยต่อชีวิตของฉันในหน้าร้อนให้ยืนยาวขึ้นอีกนิด

ฉันลุกจากห้องนั่งเล่นเดินไปหาตู้เย็นในครัวอีกครั้ง แล้วก็เหมือนภาพจะรีรันกลับมาเหมือนเดิม ความว่างเปล่าในช่องฟรีซที่ประจักษ์แก่สายตามันทำให้ฉันต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ


ยอมรับก็ได้ว่าของที่ซื้อมาคราวนั้นฉันก็เผลอกินจนหมดอย่างรวดเร็วไปอีก


แล้วก็เหมือนเดิม ฉันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ปิดไฟปิดบ้าน แล้วก็ออกไปร้านสะดวกซื้อ


แต่แว่บนึงฉันก็เผลอคิดถึงผู้ชายคนที่เจอเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมา


ครั้งนี้จะเจอกันอีกมั้ยนะ


พอรู้สึกตัวอีกทีฉันก็มาอยู่หน้าตู้ไอศกรีมแล้ว สายตาของฉันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นร่างของคนที่คุ้นเคย จริงๆก็แอบคิดอยู่หรอกว่านั่นมันคงจะบังเอิญล่ะมั้ง การจะเจอกันอีกในที่แบบนี้มันอาจจะเหลือเชื่อเกินไปก็ได้


แต่ฉันก็ยังรอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรอไปทำไมกัน


ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเสียดายนิดหน่อยก่อนที่จะเปิดตู้ไอศกรีมแล้วหยิบยี่ห้อโปรดมาฝังกลบรวมกันโดยเอาห่อของยี่ห้ออื่นบังไว้
แล้วก็คิดอย่างซื่อๆว่าแบบนี้คงจะไม่มีใครเห็นแล้วก็เอาไปได้ล่ะมั้ง ก่อนที่ฉันจะหยิบเอายี่ห้ออื่นใส่ตะกร้าไปแทนแล้วก็เดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์


---------------------


                ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่กันนะ

ตอนสายๆ แดดก็ร้อน อากาศก็ร้อน ไอศกรีมในตู้เย็นก็ยังไม่หมดเพราะว่าเพิ่งซื้อไป แต่ฉันก็เดินออกจากบ้านเพื่อไปที่ร้านสะดวกซื้อเวลาเดิม

ไอศกรีมทุกแท่งนั้นยังอยู่ดีราวกับว่าไม่มีใครเห็นมัน


นี่ฉันซ่อนดีเกินไปอย่างนั้นเหรอ?


หรือว่าเขาจะไปซื้อที่อื่นแล้วกันนะ


คิดๆดูมันก็บ้าบอยังไงไม่รู้ ความบังเอิญมันก็คือความบังเอิญ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้นแหล่ะ


                แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ทำแบบนี้อยู่หลายวัน...

จนในที่สุดฉันก็ตัดสินใจแล้ว ในเมื่อความปรารถนาของฉันมันไม่ส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น ก็คงต้องขอรับมันไปแล้วล่ะ


“นี่ ถ้าไม่มาละก็จะซื้อไปล่ะนะ”


ฉันพูดกับตัวเองเบาๆพลางก้มหน้าก้มตาขุดไอศกรีมยี่ห้ออื่นเพื่อหาขุมทรัพย์ที่ตัวเองฝังมันเอาไว้ จนรู้สึกว่าเหมือนมีคนมายืนอยู่ข้างๆ จึงหยุดการกระทำทุกอย่างลงแล้วก็ค่อยๆหันไปมอง

พระเจ้า

มันต้องเป็นความบังเอิญที่บังเอิญอีกครั้งแน่ๆ


“ซ่อนอยู่ตรงนี้เองหรอกเหรอ”


ผู้ชายคนนั้นที่เคยแย่ง(?)ไอศกรีมกับฉันพูดขึ้นพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ส่วนตัวฉันเองก็ได้แต่ส่งยิ้มเขินๆไปให้พลางหลีกทางให้เขามาหยิบไปได้สะดวก


“คราวนี้เป็นของคุณแล้วนะ ตาคุณซื้อแล้วค่ะ”

“ขอบคุณนะครับ”


ชายคนนั้นเดินเข้ามาหยิบห่อไอศกรีมแท่งลงตะกร้าโดยที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้ว่าจะยืนทำไม มันจะดูเสียมารยาทรึเปล่านะ แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นขามันก็ไม่ขยับไปไหนเลยน่ะสิ

และจู่ๆ ห่อไอศกรีมแท่งนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของฉัน


“เอ๊ะ?”

“ผมให้”


ฉันมองรอยยิ้มบางๆนั้นอย่างงุนงง


“แต่ครั้งนี้ตาคุณซื้อนะคะ ไม่ต้องให้ฉันหรอก”

“อืม..ไม่รู้สิ เผื่อว่าจะได้เจอกันอีกละมั้ง”


....ตึกตัก..

อะไรกัน จู่ๆเจ้าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันก็เต้นแรงขึ้น

ความคิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้ อย่าเกิดขึ้นอีกได้มั้ย อายจัง...

แต่ฉันก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนออกไป


“ไว้ครั้งหน้าค่อยเอามาให้ฉันแล้วกันค่ะ ส่วนตอนนี้คุณซื้อไปเถอะ”


พอเขาได้ยินฉันพูดอย่างนั้นก็ค้อมหัวนิดๆให้แล้วก็เอาเจ้าไอศกรีมแท่งนั้นใส่ลงในตะกร้าของตนเองแล้วบอกขอบคุณฉันอีกครั้ง ซึ่งฉันก็ทำได้แค่ยิ้มรับ แล้วก็มองร่างสูงของชายคนนั้นเดินไปที่แคชเชียร์

 


                หลังๆมานี่ฉันไม่ได้ซื้อไอศกรีมไปทีละเยอะๆอีก เพราะว่าบางทีเงินที่พ่อกับแม่ให้ไว้มันก็ไม่พอที่จะซื้อของได้ฟุ่มเฟือยมากเท่าไหร่ เลยต้องหยิบไปทีละแท่งสองแท่งเท่านั้นเอง

แต่นั่นมันก็ทำให้ฉันได้มาที่ร้านสะดวกซื้อนี่บ่อยมากขึ้น


และทุกครั้งที่ฉันมาที่ตู้ไอศกรีมนี้ การมองหาร่างของผู้ชายตัวสูงผมสีสว่าง เจ้าของลักยิ้มน่ามองนั้นก็ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ไปแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเลยซักนิด


ตอนแรกฉันก็แค่มาซื้อไอศกรีมแท้ๆเชียว


และก่อนที่จะคิดอะไรไปมากกว่านั้น ฉันก็เปิดตู้แล้วใช้มือขุดๆคุ้ยๆหาไอศกรีมยี่ห้อเดิมที่ฉันมาซื้อประจำไปอย่างเช่นเคย แต่ว่าดูเหมือนวันนี้จะเป็นโชคร้ายของฉัน เพราะดูเหมือนว่า ไม่ว่าจะคุ้ยตรงมุมไหน พลิกหาเท่าไหร่มันก็ไม่เจอ คงไม่ต้องบอกอะไรให้มากความในเมื่อมันก็เห็นๆกันอยู่ว่า หมด..

อ่า...มาไม่ทันเหรอเนี่ย หรือว่าจะลืมเอาของมาลงกันนะ

เท่าที่ดูฉันก็ออกมาซื้อเวลาเดิมตลอด ช่วงสายก่อนเที่ยง


“วันนี้ซ่อนไว้ที่ไหนเหรอครับ”


เสียงทุ้มคุ้นหูที่ฉันได้ยินนั้นทำให้ต้องหันกลับไปมองทีเดียว


ใช่แล้ว ผู้ชายคนนั้นยังไงล่ะ


ตอนนี้เขายืนอยู่ข้างหลังฉัน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วก็ชะโงกมาดูของในตู้ ส่วนฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งกลับไป


“ดูเหมือนวันนี้จะหมดน่ะค่ะ”

“สมบัติถูกขโมยไปซะแล้วสินะ”


ชายคนนั้นพูดติดตลก ทำให้รอยยิ้มของฉันดูดีขึ้น จริงๆก็ไม่ได้เศร้าอะไรขนาดนั้นหรอก แค่ไอศกรีมหมดเอง เพียงแต่มันเป็นความผิดหวังเล็กๆน่ะ

แต่ดูอีกฝ่ายไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมา เขามองที่ตู้ไอศกรีมสลับกับฉันแล้วเงียบไปซักพัก ฉันเองก็รอฟังอยู่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา


“ถ้าอย่างนั้น ไปหาร้านนั่งกินกันดีมั้ยครับ”


เอ่... ฉันคงไม่ได้หูเพี้ยนไปใช่มั้ย

ฉันไม่รู้ว่าเขาชวนตามมารยาทหรือว่ามีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า อีกอย่างเราก็ไม่ได้รู้จักกันขนาดนั้นด้วย ก็เลยลองเชิงตอบกลับไป


 “จะชวนคนไม่รู้จักกันไปไหนมาไหนด้วยอย่างนั้นเหรอคะ”


ชายคนนั้นยิ้มออกมาอีกครั้ง ราวกับจะรู้ว่าฉันชอบลักยิ้มที่สองข้างแก้มนั้นของเขา


“ถ้าอย่างนั้นเราสองคนมารู้จักกันก่อนแล้วกันนะ ผมคิม นัมจุน”


ฉันพยักหน้ารับคำแนะนำตัวของเขา ในที่สุดก็ไม่ต้องเรียกเขาด้วยสรรพนามบุรุษที่2อีกแล้ว ฉันเงยหน้ามองนัมจุนแล้วก็เอ่ยปากบอกชื่อของตัวเองออกไปให้ทางนั้นได้รับรู้บ้าง มันก็เขินเหมือนกันนะ จู่ๆมาแนะนำตัวกับคนที่เจอกันในสถานการณ์ที่ค่อนข้างแปลกดี


“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ทีนี้เราก็ไม่ได้เป็นคนอื่นกันแล้วเนอะ”


ฉันหัวเราะกับบทสนทนานั้นและความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นมาจากสิ่งเล็กๆที่ไม่น่าเชื่อ


หน้าร้อนก็มีเรื่องดีๆเหมือนกันนะ



--End--

(26/4/59)



>>Talk

/ทอล์คอะไรกันนักหนา55 อย่างที่บอกไว้ข้างต้นค่ะว่าเรื่องนี้มาจากความฝันไรต์เอง

แต่ในฝันมันเป็นรถขายไอติมน่ะค่ะ ซึ่งเกาหลีคงไม่น่ามี ถถถ เราก็เลยเอามาขัดๆให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น บวกกับประสบการณ์จริงจากการตามล่าไอติมยี่ห้อโปรดของตัวเอง ดีใจนักที่แต่งจบก่อนหมดหน้าร้อน 5555555

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ แล้วก็ฝากติดตามเรื่องอื่นๆของเราด้วยน้า XD 

ผลงานอื่นๆ ของ 氷

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 เมษายน 2560 / 22:21
    ชอบอ่าา
    #3
    0
  2. #2 KHUN9JUNG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 01:23
    พล็อตเรื่องน่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วยิ้มตาม ^^
    #2
    0
  3. วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 08:36
    มาๆๆๆๆ อัพๆๆๆๆๆ
    #1
    0