ซ่อนเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,202 Views

  • 18 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22

    Overall
    5,202

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 รุกหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    28 ก.พ. 62



ซ่อนเล่ห์


โดย วาดรวี


บทที่ 7 รุกหนัก

 

ในวันต่อมาทันทีที่เลี้ยวรถเข้าจอดรถข้างทาง วิษณุก็เอนกายลงกับเบาะด้านหลัง ท่าทีแสนสบาย ทอดสายตามองลอดแว่นตาดำเก๋ไก๋ ไปอีกฟากของถนน ที่จอแจไปด้วยร้านรวงตลอดทาง ไหนจะ รถถีบ รถม้า รถประจำทางแล่นกันให้วุ่น เจริญไม่แพ้พระนครเลยทีเดียว รถยนต์โก้ๆ ก็มีหลายคันแล่นโฉบไปมา ให้สาวที่นี่มองตามจนเหลียวหลัง

เขามองป้ายร้านขายยาพื้นเมือง ที่ฝนหล้าหายเข้าไปอยู่เป็นนาน จากการติดตามเธอมา พบว่า เธอตระเวนหาร้านหมอมาเป็นร้านที่สามของวัน จริงอย่างที่อุ่นแก้วบอกคุณชายไม่มีผิด หลายครั้งที่เธอเกิดอาการลังเลไม่กล้าเข้าไป เห็นยืนอ้ำอึ้ง สุดท้ายก็เปลี่ยนร้าน จนมาหยุดที่ร้านพื้นบ้านแผนโบราณบริเวณลานน้ำพุใกล้สถานีรถไฟนี่

สาวๆ ที่ปั่นจักรยานผ่านหันมาส่งยิ้มให้วิษณุอยู่หลายคน ฝ่ายวิษณุก็เกรงความแตก ว่าตนแอบตามฝนหล้ามา จึงออกรถวนไปรอบๆ กลับมาอีกที เป้าหมายก็หายไปเสียแล้ว

เออแฮะ! ความหล่อเป็นเหตุจริงๆ เลย หายไปร้านไหนละทีนี้ แล้วแม่นี่มาทำอะไรกันนะ

วิษณุก้าวลงจากรถเมื่อหาที่จอดได้แล้ว เดินตรงเข้าไปในร้าน ทำทีว่าจะมาซื้อยา สายตาก็สอดส่ายมองจนแน่ใจว่าฝนหล้าไปแล้ว

ในตอนนั้นเจ้าของร้านก็เข้ามาต้อนรับด้วยภาษาไทยอย่างคนจีนอาลายๆ ไอ้หนุ่ม จะเอาขนานหนาย อั้วมีหมก

อ้าว ร้านคนจีนเอ่ยอย่างสงสัย ทั้งกวาดสายตาสำรวจรอบๆ อีกครั้ง ท่าทีไม่เคารพของวิษณุ คงทำให้เจ้าของร้านนึกเคือง

วะ! คงจีนแล้วไง ลื้อเอาอาลาย รักษาหายหมด ใกล้ซี้ไม่ซี้ยาอั้วลีเชียวนา เจียดไปสักหน่อยซี หน้าขาวเผือดแบบนี้ บำลุงเลือดไหม

วิษณุสั่นศีรษะ เอือมต่อโฆษณาชวนเชื่อ เกรงเจียดไป แล้วซี้แหงแก๋ปะไร

ผมไม่ได้ป่วยครับ มากับ เอ่อแฟน เธอว่าจะมาเจียดยาที่นี่ ที่สวมเสื้อขาว นุ่งผ้าซิ่น หน้าเศร้าๆ ถือห่อยาสีน้ำตาลนะอาแป๊ะ

ไอ้หยา! มากับอีหรือ ว้า! ไม่ลีแน่เลย ผู้หญิงอาราย ถือยาพิษเทียวไปไหนมาไหน อั้วไปอยากสนใจอีหรอกนา

ยาพิษ!วิษณุร้องออกมาอยากไม่อยากเชื่อ

ใช่ซี มาถามว่ายาบำรุงนี่ชื่ออารายจะสั่งเพิ่ม พออั้วไปดูเป็นยาพิษ เลยตะเพิดไล่อีไป ยาบำลุงอารายแบบนั้นจะฆ่าคนนะซี

เจ้าของร้านหน้าบอกบุญไม่รับ จากนั้นก็หันไปหยิบจัดยาหลายขนานที่อวดอ้างไปด้วย ทว่าสายตา คอยลอบมองวิษณุอย่างไม่เชื่อใจเป็นพักๆ จนวิษณุเอ่ยถามอีกหน

เอเธอบอกไหมว่าจะเอาไปให้ใคร

จะรู้อีหรือ ไปเลยไป๊! อั้วไม่อยากให้มีเรื่องเสนียดนา วันนี้ยิ่งขายไม่ลีด้วย ตั้งแต่โรงพยาบาลมาเปิด คลินิกเอย ร้านยาเอย ร้านหมอเกิดปานดอกเห็ด ที่นี่แทบไม่มีลูกค้าเลย มีอีกทีก็บ้าๆ บวมๆหมอยกมือขึ้นโบก ตัดรำคาญ

บ้าๆ บวมๆ หรือวะ คนดูดีเนี่ยนะไอ้จีนฮ้อ เรียกว่าบ้าๆ บวมๆ วิษณุกร่นว่าอยู่ในอก เขาอยากบอกว่าเนี่ย เป็นถึงนายตำรวจเชียวนะเว้ย

มารยาทเลวจริงๆ แบบนี้ไงถึงไม่มีคนเข้าร้าน ไอ้เจ๊กตื่นไฟ เอ๊ย!

คนถูกตะเพิดไล่ เดินหน้าตูมออกจากร้านด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด ที่ไม่สามารถตามฝนหล้าทัน ระหว่างที่หัวเสียอยู่นั้น เสียงทักทายแสนคุ้นเคยก็ร้องดังออกมา

อะไรกันคะ สุเจอคุณทีไรเห็นชอบทำท่าทางเปิ่นๆ ทุกทีเลยสุชาดาหยุดยืน ส่งยิ้มหวานหยาดมาให้คนที่เดินข้ามถนนมาฟากเดียวกัน

ผมทำท่าทางเปิ่นงั้นหรือครับ

ใช่สิคะ แยกเขี้ยวเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่นั่นแหละสุชาดาเอ่ยเป็นจริงเป็นจัง

วิษณุยิ้มเก้อก็เจ๊กตื่นไฟนี่ซี ว่าผมบ้าๆ บวมๆ แถมตะเพิดไล่ผมออกจากร้านอีก

ฟังแล้วสุชาดาหัวเราะคิก ยกมือปิดปากท่าทีมีจริต ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวานคุณไปทำหน้าบูดเน่าใส่เขานะสิคะ เขาถึงไล่ออกมา

ที่ไหนได้ล่ะ ผมออกจะเป็นคนอารมณ์ดีวิษณุ มองไปรอบกายเธอ แล้วนี่คุณมากับใครครับ มาทำอะไร แล้วทำไมแต่งตัวสวยแบบนี้

คนถูกถามได้แต่ยิ้มแป้นถามยาวเชียว ทำเหมือนไม่เคยเจอหน้ากัน

จริงนะซี ไม่ได้เจอคุณสักที อยากไปหาจะแย่ คุณชายให้ทำอะไรต่ออะไรเยอะจนผมไม่ว่างเลยนายตำรวจชอบใจ ที่เจอสาวคนสวยเข้า ทำให้หายหงุดหงิดลงบ้าง แล้วมาทำอะไรที่นี่ครับ

รถพังคะ คนรถของสุซ่อมอยู่ตรงโน้น มันชักเกๆ หลายครั้งแล้วแหละ สุเลยออกมาเดินเตร่อยู่นี่แทน

ผมไปส่งที่บ้านไหมล่ะครับ เจอคุณก็ว่างเลยทันทีวิษณุขันอาสาพาสุชาดาไปส่ง และตั้งใจไถลอยู่ทานของว่าง แล้วพาเธอเที่ยว อาจจะเลยไปถึงหนังมื้อดึกด้วย

ทันทีที่รถสีแดงเตะตาอย่างที่มองปราดเดียวก็รู้ ว่าเป็นของใคร แล่นจากไปพร้อมร่างอรชรของสุชาดา ฝนหล้าที่หลบอยู่ที่มุมหนึ่งของตัวตึก ก็กำห่อยาแน่น ได้แต่มองตามท้ายรถไปจนลับสายตา นึกหมั่นไส้ในความเจ้าชู้ของวิษณุ อุตส่าห์ทำตัวลับๆ ล่อๆ หลอกให้ตามมา แต่เขากลับไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้สาวกลับไปด้วย

ฝนหล้าใจไม่ดีเมื่อก้มลงมองยังห่อยาในมือ ที่แน่ใจชัดแล้วว่า มันเป็นยาพิษ ที่ออกฤทธิ์ให้คนทานถึงแก่ความตาย

สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมก็แล้วกัน

 

คุณชายกวีนิพนธ์มีอาการกระวนกระวายใจอย่างหนัก เมื่อไม่เห็นวี่แวววิษณุ ว่าจะเดินทางกลับบ้านสักที ทั้งที่เวลาล่วงเลยไปจนจะสี่โมงเย็นอยู่ทุกขณะ จนเสียงเอ่ยเสนอแนะเมนูอาหารของป้ามะยมดังขึ้น คุณชายถึงกับขนสันหลังลุกเกรียว

ใกล้จะพลบค่ำ ไม่เห็นคุณชายรับอะไร ให้ป้ายกข้าวต้ม ปลาเค็มขึ้นมาสักหน่อยท่าจะดีนะคะ

อย่าดีกว่าครับป้า

คุณชายยกมือขึ้นโบกไปมา สมองคิดหาทางออกให้กับตนเอง ที่จะไม่ต้องอยู่ทานอะไร ที่อาจเสี่ยงถูกวางยาที่บ้านอีก และทันทีที่เห็นอุ่นแก้วยกน้ำขึ้นมาบนเรือน ก็เกิดไอเดีย จึงเอ่ยรวบรัดออกไป

ผมว่าจะพาอุ่นออกไปปิกนิกข้างนอกพอดี

คะ

คนถูกลากเข้ามามีเอี่ยวด้วย เอ่ยถามอย่างงุนงง ขณะที่ป้ามะยมยังซักต่อไม่เลิก แม้จะไม่พอใจปานใดก็ตาม

จะปิกนิกหรือคะ ไม่เห็นสั่งป้าให้เตรียมตะกร้าเลย แล้วนี่จะเอาขนมปัง แยม น้ำผลไม้ ไปมากแค่ไหนดีคะ

อย่ายุ่งยากเลยครับป้า ผมเชื่อปิ่นโตที่บ้านมิสเตอร์เจมส์เอาไว้แล้ว ใจจริงอยากให้ป้าพักผ่อนกับเขาบ้าง มาลำปางทั้งที ออกไปทำบุญที่วัดที่วากับเขา อย่าให้ผมขัดบุญเลย ไปเถอะอุ่น จะให้ฉันรอไปจนถึงตอนไหนกัน

เอ่ยหาทางออกที่ละมุนละม่อมด้วยความชาญฉลาด แล้วหันไปตำหนิคนไม่รู้เรื่องอย่างอุ่นแก้วแทน ก่อนที่อุ่นแก้วจะได้เอ่ยอะไรออกไป ราชสกุลหนุ่ม ก็ชิงคว้ามือเรียวเสลาลากลงเรือน ตรงออกไปหารถถีบยังหน้าบ้าน เจอคันแรกผ่านตามาก็รีบขึ้นอย่างไม่รีรอ

และด้วยที่นั่งของรถถีบ มีพื้นที่คับแคบ ทั้งสองเลยจำต้องนั่งเบียดเสียดกันบนนั้น แขนยาวๆ แลดูเก้งก้างของคุณชายจึงแนบไปกับแขนสาว สร้างความเขินอายแก่หญิงสาว เลยเอาแต่ขยับยุกยิกไม่ได้หยุด ก่อนจะรีบเอ่ยเตือนคุณชายออกไป

คุณชาย ไหนว่าแม่หญิงผู้ชายไปไหนด้วยกันมันไม่งาม

หลังวัดเกาะวาลุการามคุณชายสั่งรถถีบ แล้วหันมาตำหนิคนอยู่ไม่สุข อยู่นิ่งๆ ก่อน สงสารลุงแกบ้าง คงปั่นลำบากน่าดู ถ้าจะโกรธหรือไม่พอใจในตัวฉัน ก็ขอให้ลงที่ฉัน อย่าทำกิริยาไม่งามให้ลำบากคนอื่น ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรเลย

จริงอย่างที่คุณชายว่า เธอพึ่งสังเกตเห็นคนปั่นสามล้อดูมีอายุมากแล้ว มีผู้โดยสารขึ้นมาทั้งคู่แบบนี้ คงลำบากแย่ แต่เธอก็ยังบ่นอุบอิบไป

คุณชายไม่น่าลากข้าเจ้าขึ้นมาตั้งแต่ต้น จะได้ไม่ต้องมาว่า

ว่าอะไร ที่ฉันพูดนี่สอนต่างหาก คนเราน้ำขุ่นให้ไว้ในน้ำใสให้ไว้นอก โกรธเกลียดแสดงออกมาหมดแบบนี้ คนเขาก็รู้กันทั้งบางสิ กิริยาแบบนี้มันทั้งไม่งาม และไม่ฉลาดเลย

อุ่นแก้วหันมามองคุณชายอย่างรู้สึกผิด แม้จะไม่พอใจแต่คุณชายพูดถูกทุกประการ ตลอดทางที่รถถีบเคลื่อนไป คุณชายไม่หันมาหาเธออีก เพียงแค่โอบเอวเอาไว้เกรงเจ้าหล่อนจะหล่นจากรถถีบ หลายครั้งคุณชายคุยกับคนปั่นรถถีบเรื่องค่าแรง เพราะกังวลเรื่องรถยนต์ รถประจำทาง ที่เริ่มมีมากขึ้นทุกที แม้ลำปางจะเป็นแหล่งผลิตรถม้ารถถีบเองหลายครัวเรือน ซ้ำยึดเป็นกิจการล่ำซำ แต่ไม่นานหรอกความเจริญจะทำให้หลายครัวเรือนต้องเปลี่ยนผันอาชีพแน่ ถ้าไม่อนุรักษ์รถถีบรถม้าของที่นี่เอาไว้ให้ดี

เมื่อมาถึงที่หมาย คุณชายก้าวลงไปก่อน แล้วยื่นมือส่งมาให้ รับเธอลงไปยืนเคียงข้าง ก่อนจะจ่ายเงินไปจำนวนหนึ่งบอกไม่ต้องทอน คนปั่นถึงกับยิ้ม อาสาจะรับกลับ คุณชายเลยบอกว่าอาจจะอยู่นาน นัดเจอกันอีกทีตอนหกโมงเย็น ลุงแกก็ยอม

เอาแล้วสิอุ่น ชายตลิ่งแถวนี้มีแต่ทราย จะหาที่นั่งตรงไหนได้บ้างล่ะ ตอนนี้ฉันหิวมากๆ เลย

เป็นครั้งแรกที่อุ่นแก้ว ได้ยินคุณชายเรียกชื่ออย่างสนิทสนม ทั้งเอ่ยขอความคิดเห็นจากเธออีกต่างหาก หญิงสาวได้แต่เอียงคอมองคนที่ลูบท้องป้อยๆ ราวกับเด็กชายตัวเล็ก อย่างสงสัย

หิวหรือคะ เมื่อครู่ป้ามะยมว่าจะจัดตะกร้าให้ อุ่นเห็นคุณชายรีบนึกว่ามีธุระเสียอีก ที่ไหนมาบ่นหิวอยู่นี่

มีใครบอกเธอบ้างไหม ว่าเธอนะบ่นเก่งที่หนึ่งเลย คนพึ่งหิว พามาโรแมนติกบ้างไม่ได้หรือไงคุณชายทำหน้าตูมใส่ ทั้งตำหนิเธออย่างแสนงอน

โรแมนติก!อุ่นแก้วขึ้นเสียงสูง หันมองคว้างไปรอบๆ ก่อนเอ่ยคล้ายจับผิด ไม่ยักทราบ ว่าคุณชายชอบวัด

เขาว่าที่นี่ตอนแข่งเรือคนเยอะ ใจจริงฉันก็อยากมาสักครั้ง แต่ไม่คิดจะมาดูเฉยๆ นะ จะมาแข่งกับเขาด้วย

คุณชายนี่หรือคะเอ่ยอย่างไม่เชื่อ

ใช่สิ ฉันเคยแข่งพายเรือนะ แถมเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยนะตอนที่เรียนที่โน่น เอะ! นั่นตรงสะพานข้ามไปวัดมีร้านอะไรตั้งอยู่ กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอมากเลยคุณชายชี้นิ้วบอกอุ่นแก้ว ทำให้หญิงสาวหลุดเสียงหัวเราะสดใสออกมา

คุณชายท่าทางจะหิวจริงๆ นั่นแหละค่ะ ไปค่ะ นั่นร้านก๋วยเตี๋ยวของยายชา อร่อยนะคะ อุ่นเคยมาทาน

อุ่นแก้วส่งเสียงหัวเราะคิกๆ จับจูงมือคุณชายเดินไปตามกลิ่นอาหาร แล้วหาทำเลที่นั่ง สั่งให้คุณชายคอยที่นั่น ก่อนจะเข้าไปสั่งก๋วยเตี๋ยวมาให้คนละชาม และเอาเสื่อมาปูสำหรับสองคน ก่อนจะเล่าประวัติร้านก๋วยเตี๋ยวให้ฟัง

เมื่อก่อนยายชาแกพายเรือขาย พอแก่ตัวจึงมาปักหลักที่นี่ อาศัยขายคนเขามาทำบุญที่นี่ ทีนี้พอคนมาวัดเยอะแกก็ว่าใส่หลวงพ่อว่า คนมาเพราะติดใจก๋วยเตี๋ยวหม้อของแก ถึงมาทำบุญที่นี่

คุณชายหัวเราะเรื่องขำขันเสียจนสำลัก อุ่นแก้วเลยเอาน้ำในแก้วยื่นส่งให้

ก็จริงนะก๋วยเตี๋ยวแกอร่อยดีคุณชายเอ่ยเออออ ยกหลังมือขึ้นซับเหงื่อไปด้วย เสียแต่เผ็ดไปหน่อย

คราวนี้อุ่นแก้วยิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้นอีก ก่อนเอ่ยออกไปเสียไม่ได้เผ็ดสิคะ ก็ฉันตักพริกใส่ให้คุณชายเยอะๆ

ฮ้า!คุณชายถึงกับร้องเสียงหลง หันมามองคนข้างกายที่เอาแต่ขำ แกล้งกันหรือ?”

ตอนแรกอุ่นแก้วก็ตั้งใจจะแกล้งคุณชายเล่น แต่เห็นหน้าหล่อใสของชุดชายแดงเถือก ทั้งปากก็ระเรื่อราวกับทาฉาน จึงรู้สึกผิดขึ้นมา เร่งค้นผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาซับเหงื่อให้ ทว่าคุณชายกลับยืดมือเธอเอาไว้เสียเฉยๆ ทั้งจ้องมองดวงหน้าเกลื่อนรอยยิ้มของเธอนิ่ง จ้องนานเข้าไม่มีท่าทีเลิกรา อุ่นแก้วเลยเอ่ยเสียงเบาหวิวออกไป

หายกันกับที่คุณชายว่าฉันต่อหน้าลุงรถถีบ หาว่าฉันไม่เห็นใจคน

เธอนี่รวนจริง ฉันว่าผิดที่ไหนล่ะ ยุกยิกเป็นลิงค่างถ้าไม่กอดเอาไว้คงโหนลงรถถีบไปแล้วก็ได้

ก็เพราะคุณชายนะสิคะ

หญิงสาวกล่าวโทษคุณชายดวงหน้าก็แดงปลั่งไปหมดทั้งพวง ทว่าเธอไม่ได้เผ็ดจนหน้าแดงอย่างคุณชาย แต่อายจนไม่สามารถระงับได้ต่างหากเล่า

ฉันนี่หรือคุณชายหน้าเหลอ แล้วชี้นิ้วเข้าหาตนเอง ทั้งขมวดคิ้วยุ่งอย่างสงสัย

ใช่! ฉันเห็นใจลุงรถถีบนะคะที่ต้องพาเราสองคนเดินทางมาไกลขนาดนี้ แต่ที่ต้องยุกยิกเป็นลิงเป็นค่าง เพราะรถมันแคบ ต้องนั่งเบียดกันจนตัวจะติดกันเป็นแฝดสยามอยู่แล้ว

เธอยอมรับง่ายๆ และปล่อยให้คุณชายกุมมือเอาไว้ชั่วครู่ เมื่อรับฟังแล้วคุณชายก็ยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างพอใจ จากนั้นก็ปล่อยมือเธอรับไว้เพียงแค่ผ้าเช็ดหน้า ซึ่งจำได้ว่าเป็นของตนที่เคยยื่นให้เธอไปตอนที่เธอร้องไห้ คุณชายไม่เคยคิด ว่าเธอจะเก็บมันเอาไว้ดีอย่างนี้ ขนาดพกติดตัวตลอดเวลา ซ้ำมีกลิ่นหอมติดชายผ้ามาเสียด้วย จนเผลอจรดปลายจมูกลงสูดดมไม่ได้

หอมจัง

คุณชายจะรับก๋วยเตี๋ยวเพิ่มอีกหรือคะ ฉันจะไปสั่งให้อีกชามอุ่นแก้วเอ่ยประสาซื่อ

ไม่ละอิ่มจนพุงกางแล้ว ไอ้ที่หอม อันนี้ต่างหากราชนิกุลหนุ่ม ชูผ้าเช็ดหน้าให้ดู กลิ่นหอม เย็นอย่างไทย ฉันไม่ได้กลิ่นแบบนี้นานแล้ว สาวๆ สมัยนี้เขาใช้น้ำหอมฝรั่งกันหมดแล้ว สั่งจากปีนังก็ได้ เอแต่เดี๋ยวนี้มีร้านนำเข้ามาขายด้วยนะ วันก่อนยังเห็นลงประกาศขายในหนังสือพิมพ์กันทีเดียว

พูดแล้วคุณชายก็นึกขำต่อโฆษณาขายน้ำหอมในหนังสือพิมพ์ ก่อนหลุบสายตาลงมองผ้าเช็ดหน้า และยิ้มละไมออกมา ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม

รู้ไหม เวลาฉันได้กลิ่นนี้ ฉันคิดถึงแม่

คุณชายว่าดิฉันแก่สิคะ แบบนี้หญิงสาวตัดพ้อ

เปล่า ฉันชอบต่างหาก กลิ่นไทยดี แล้วเขาเรียกว่าอะไรล่ะเจ้ากลิ่นนี้

น้ำอบปรุงค่ะ

คุณชายพยักหน้ารีบทราบขณะจรดผ้าเช็ดหน้าขึ้นสูดดมอีกรอบ และช้อนตาหยาดขึ้นมองคนนั่งด้วย ราวกับอยากดอมดมเธอเสียเต็มกำลัง ก่อนจะเอ่ยคำหวาน ที่ทำเอาคนฟังหัวใจสั่นไหว

ฉันชอบน้ำอบปรุงอย่างของเธอจัง ชอบภาษาเหนือเหมือนที่เธอพูด ชอบชอบไปหมดทุกสิ่งเลย

คุณชายจงใจลากเสียงพูดยาว ก่อนหยอดคำพูดหวานหูให้คนฟังระทึกเล่น ซึ่งพวงแก้มสาวก็ยิ่งแดงระเรื่อ ราวกับลูกตำลึงสุข อยู่ใกล้คุณชายคราวไหนอุ่นแก้วจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคราวนั้น ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาพราวพร่าง พูดไม่ออกไปนานหลายอึดใจ หลังจากนั้นทั้งสองก็เอาแต่เงียบ คุณชายชื่นชมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นจนพอใจ ก็พับเก็บเรียบร้อยยัดใส่กระเป๋าเสื้อให้อุ่นแก้ว แล้วทิ้งกายลงนอนรับลมยามเย็น ชมบรรยากาศรอบวัด

เมื่อก่อนคุณชายไม่เคยชอบยามอาทิตย์อัสดงเลย จนเมื่อมานั่งเคียงข้างอุ่นแก้ว พบว่าการชมพระอาทิตย์ตกกับใครสักคน มันมีความสุขอย่างประหลาด ไม่นานก็เผลอหลับ ทิ้งให้หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ

จนเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำ รถถีบของลุงแวะมารับในตอนเย็น หญิงสาวจึงปลุกคุณชาย แม้จะแสนเสียดายช่วงเวลาที่ได้นั่งเฝ้าก็ตาม ก่อนจะช่วยกันเก็บของไปคืนป้าร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วต่างขึ้นรถกลับ

 

สุชาดายกมือขึ้นอุดหูแทบไม่ทัน เมื่อเสียงกรีดร้องของวาดรวีดังลั่นบ้านศตายุ หลังจากอ่านจดหมายลับฉบับเล็กๆ จบ พร้อมขยำปาออกนอกบ้าน ก่อนหันมากระทืบเท้าเร่าๆ ไม่เกรงว่าเรือนจะพัง แต่เธอไม่รู้จะห้ามอย่างไร ร้อนคนเป็นแม่อย่างคุณหญิงส่องจันทร์ ที่ต้องเข้ามาโอบกอดปลอบลูกสาวเอาไว้

เกิดอะไรขึ้นลูก ใครขัดใจเข้าอีกล่ะ แม่จะจัดการให้ ใครล่ะ ฮื้อ! สุชาดา

คนถูกถามยกมือขึ้นทำความเคารพ สีหน้าเธอระอาต่อกิริยาของวาดรวียิ่งนัก ยังสงสัยว่าถ้าไม่มีพ่อเป็นพระยา ไม่มีแม่เป็นคุณหญิง จะมีใครที่ไหนมาทนมารยาทแบบนี้ได้บ้าง

กราบสวัสดีค่ะคุณหญิงส่องจันทร์

ว่าไงล่ะ ลูกสาวฉันเป็นอะไร เธอหรือเปล่าที่ขัดอกขัดใจลูกสาวฉัน ดูสิฉันจะไปฟ้องเจ้ากรมไฟฟ้า ให้ไล่พ่อเธอออกจากงานเสีย เสี้ยมสอนกันให้ไร้สกุลดีนัก

คุณหญิงหาสนใจมารยาทอันดีงามที่สุชาดาทำไม่ กลับเอ่ยดูถูกเดียดฉันท์คนสกุลต่ำกว่า เป็นวาดรวีเองที่หันมาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอันเครือสั่น

คุณแม่ขา ไม่ใช่สุหรอกค่ะ อย่าไปว่าสุเลย คุณชายกวีนิพนธ์ต่างหากล่ะที่ทำ

คุณชายคุณหญิงทวนคำพูดอย่างไม่เชื่อหู งุนงงอยู่ครู่ใหญ่ เอคุณชายทำอะไร ว่าแต่ลูกไปเจอคุณชายกวีนิพนธ์ตั้งแต่ตอนไหนกัน ทำไมแม่ไม่ยักทราบ

เมื่อมีโอกาส สุชาดาจึงรีบเอ่ยแทรกออกไปคุณชายขึ้นเหนือมาได้หลายวันแล้วค่ะคุณหญิง สุกับรวีไปเจอคุณชายที่สโมสร

วาดรวีเช็ดหน้าแรงๆ เข้าไปโอบกอดเอวของมารดาอย่างประจบ ก่อนจะเอ่ยออกไปมีคนเขาลือกันไปทั่ว ว่าคุณชายมีเมียเก็บเอาไว้ที่บ้าน

เหลวไหล คุณชายกวีนิพนธ์ ใครก็รู้ว่าถือตัวขนาดไหน ไม่เหมือนผู้พี่นะ รายนั้นไม่ถือตัว ทำสนิทสนมกับเขาไปทั่ว เห็นอกเห็นใจคนจนเกินงาม คนแบบนี้สิ จะได้เมียไร้สกุลรุนชาติ เพราะเกิดไปสงสารเขาเข้าคุณหญิงส่ายหน้าไม่เชื่อท่าเดียว แถมยกเหตุผลของเธอออกมาให้ลูกสาวสบายใจ สุชาดาก็รีบอธิบายปร๋อ

คุณชายกวีนิพนธ์ต่างหากล่ะคะคุณหญิง สุให้คนไปแอบดูมาแล้ว เขาว่ามีสาวเหนือพักอาศัยอยู่ที่นั่นจริง แล้วมาพักตั้งแต่คุณชายขึ้นเหนือมาจนตอนนี้

แบบนี้เหลวไหลไหมล่ะหญิงแม่ รวีอายเขาค่ะใครๆ เขาก็คิดว่ารวีต้องได้ดองกับคุณชายไม่คนพี่ก็คนน้อง แล้วดูสิคะ คุณชายเมินรวีหันไปคว้าเอาผู้หญิงต่ำๆ ที่ไหนก็ไม่ทราบวาดรวีตีโพยตีพายออกไป ขณะที่คุณหญิงแม่ยังนิ่ง ขมวดคิ้วยุ่ง ยังไม่เชื่อเสียทีเดียว

ใจเย็นก่อนสิลูก ไหนเล่ามา เรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อคุณหญิงส่องจันทร์เปิดปากถาม สุชาดาก็ขันอาสา เลยเล่าถึงเรื่องที่มีคนฝากจดหมายมาให้ที่บ้าน ไม่รู้ว่าใครส่ง บอกว่าคุณชายรับเมียบ้านป่าเอาไว้ พอส่งคนไปดูก็จริงจึงเร่งมาเตือนวาดรวีที่บ้านจนเกิดเรื่องเข้านี่แหละ

พุทโธ่! แค่นี้เองหรอกหรือ มาร้องห่มร้องไห้เสียบ้านจะพัง

คุณหญิงส่องจันทร์ทอดถอนหายใจ ยกมือลูบพวงผมลูกสาวอย่างปลอบใจ ไม่มีความกังวลใจสักนิดเดียวในสิ่งที่ได้ยิน

เมีย เมอ ที่ไหนกันเล่าลูก ก็อีแค่พวกเมียเล็กเมียเก็บ ไม่ใช่เมียตบเมียแต่งสักหน่อย ลูกจะสนใจไปทำไมกัน พอคุณชายแต่งงานเดี๋ยวก็เลิกสนใจมันไปเองนั่นแหละ

แต่ลูก ไม่ต้องการเป็นรองใครนี่คะหญิงแม่วาดรวีเอ่ยเสียงแข็ง เชิดหน้าหยิ่งยโส คุณชายทำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ครอบครัวเราสนิทกันมาก่อน พ่อแม่สนิทกับท่านป้านรีกระจ่าง อย่างน้อยถ้าคิดจะมีภรรยาจริง คุณชายน่าจะมองลูกก่อนใคร ทั้งเชื้อสาย สกุลเราก็ดีไม่น้อยหน้าใครที่ไหน เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงมาแต่ไหน

ลูกจะสนทำไมรวี แค่คุณชายมีเมียเล็กๆ ที่บรรดาญาติไม่รับรู้ แบบนั้นไม่นับว่าเป็นเมียหรอก ผู้ชายที่ไหนเขาก็มีกันทั้งนั้นนั่นแหละ ลูกแม่ไม่ได้ดูน่าอายน่าขายหน้าเลย ยังไงเสีย คุณชายวังคุณาคุณ ต้องแต่งกับลูกของแม่อย่างแน่นอน

ใช่ๆ ผู้หญิงแบบนั้นจะมาสู้อะไรลูกพระยา ขุนน้ำขุนนางเก่าสุชาดาเอ่ยเออออตามไปด้วย คุณหญิงก็สวนกลับมาเสียคนฟังหน้ามุ่ย ตั้งตัวไม่ทัน

มันต้องแน่อยู่แล้วซี ลูกสาวฉันไม่ใช่ตาสีตาสาอย่างเธอนี่

แต่ก็แอบเคืองคุณชายนะคะคุณหญิง ไม่ยอมมาหารวีจนตอนนี้ เจอหน้ากันก็แล้ว แต่หันไปคว้าเอาคนไร้สกุลไม่รู้จักชื่อมาแทน มันหยามกันชัดๆ รวีของเรา คนเขารู้กันทั่วลำปางว่าทั้งสวย เก่ง สกุลไม่น้อยหน้า การศึกษารึก็จบจากนอก เก๋ไก๋ทุกระเบียบสุชาดาเอ่ยยกยอปอปั้น หวังเอาหน้า คุณหญิงส่องจันทร์จึงจีบปากเอ่ย ท่าทีมั่นใจ

อุ๊ย! คุณชายคงยังไม่ว่างมั้ง ถ้าว่างคงรีบมาเลยหละ

สุชาดาฟังแล้วถึงกับเบะปากนิดๆ ก่อนจะฝืนยิ้มใส่สองแม่ลูกลืมไปว่ามีนัด เดี๋ยวไงสุขอลาเลยนะคะ

ยกมือขึ้นไหว้ คุณหญิงกลับเชิดหน้าใส่ไม่ไยดี ท่านไม่ค่อยชอบขี้หน้าคนไร้สกุลอยู่แล้วเป็นทุน แต่เพราะสุชาดาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของลูก จำต้องเจรจาปราสัยด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไปแล้วนะรวี

พ้นร่างของสุชาดา วาดรวีก็กรีดร้องขึ้นมาเสียงลั่นห้อง เธอลุกขึ้นปัดข้าวของล้มระเนระนาด มีคนรับใช้เข้ามาดู คุณหญิงก็ไล่ไปเสีย และกอดลูกสาวเอาไว้

โถๆ คนดี ท่าทีแบบนี้มันไม่งาม เดี๋ยวนังพวกบ่าวมันเอาไปพูดปากต่อปากนะลูก

วุ๊ย! ช่างปะไร แม่รู้หรือไงว่ายัยสุต้องแอบหัวเราะลับหลังลูก คงเอาไปพูดจนทั่ว ว่าคุณชายไม่แลลูกแม้แต่ตาเดียว แบบนี้ลูกจะเอาหน้าไปไว้ไหนกันคะ

ลือก็ชั่งสิคะ ไม่ใช่ความจริงเสียหน่อย คุณชายยังไม่แต่งงานนะลูก ยังโสด หม่อมป้านรีกระจ่างก็ยังไม่รับรู้อะไรกับเรื่องนี้ ลูกไปล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยสิ แล้วเราไปหาคุณชายกัน ถ้าเขาไม่มา เราก็ไปหาเขาเอง เอาขนมไปด้วย ถือว่าไปเยี่ยมเยียนระหว่างคนรู้จักชอบพอกัน จะเป็นไรไป จริงไหม

คุณหญิงเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกสาว อยู่ปลอบจนหยุดสะอื้นไห้ แล้วเลือกสรรเสื้อผ้าที่งามที่สุด พยายามเยินยอถึงความดูดี และชาติสกุลสูง จนลูกสาวใจร่มขึ้นมาได้ ปั้นหน้ายิ้มหวานชื่น เป็นวาดรวีคนงามทั้งหน้าตา และกิริยาต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น