ซ่อนเล่ห์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,198 Views

  • 18 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    5,198

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 นางนกต่อ หรือว่า นางนกหลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 ก.พ. 62



ซ่อนเล่ห์

โดย วาดรวี


บทที่ 2 นางนกต่อ หรือว่า นางนกหลง

 

 

ลำปาง

แม่หญิง ใช่นางรำที่นัดไว้ไหมครับ” ชายร่างกะทัดรัดแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบออกสีกากี หน้าตาสะอาดสะอ้าน เอ่ยถามอย่างสุภาพ

คนฟังที่รีบร้อนออกมาจากร้าน ‘ขวัญคม’ ในชุดสวมเสื้อแขนกระบอกสีชมพู มีผ้าแถบสีเหลืองพันรอบอก สวมผ้าซิ่น ยังไม่ได้ตอบคำถาม เอาแต่มองเลิ่กลั่กซ้ายขวา สะดุ้งตกใจเมื่อเสียงเก้าอี้ล้ม ของหล่น คนร้องโวย ดังมาจากข้างในร้าน

ชายคนเดิมก็เอ่ยซ้ำมาอีก “มีคนให้ผมมารับแม่หญิง บอกว่านัดไว้แล้ว เป็นหม่อมราชวงศ์…”

หม่อมราชวงศ์วรรณศิลป์หรือเปล่าเจ้า

อุ่นแก้วถามกลับอย่างร้อนใจ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยจบ ใจชื้นขึ้นมาเมื่อเห็นผู้ชายในชุดราชการยืนรออยู่หน้าร้านพร้อมรถยนต์ที่ทั่วลำปางนับคันได้ เขาต้องเป็นตำรวจคนที่พี่สาวบอกให้มาพบ ดูจากแถวนี้ก็มีเขาคนเดียวที่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนของประชาชน

เอ่อ… อ่อ… ครับ

ได้รับคำตอบแล้วอุ่นแก้วก็ก้าวขึ้นนั่งยังเบาะหลัง เรียบร้อยแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไปตามถนนเมืองลำปาง ท่าทีเป็นกังวลกับสถานการณ์ของร้านที่ตนจากมา คิดเข้าข้างตนเองอย่างประสาซื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา รถที่โดยสารก็ลอดผ่านซุ้มไม้ประดับเข้าไปจอดยังหน้าเรือน คนขับก้าวลงไปเปิดประตูรถคอย

เอ่อ… คุณพอทราบเรื่องจับกุมบาร์ขวัญคมไหมเจ้า จะร้ายแรงเท่าใด” สำเนียงเหนือแสนเพราะพริ้งไม่อาจปกปิดความกังวลไปได้เลย

อันนี้ผมบ่ทราบครับ ผมเป็นพนักงานของบริษัทเบอร์ฮาเบอร์ นายฝรั่งสั่งมาให้ไปรับแม่หญิงแค่นั้น

อ้าว! ก็บ่ใจ่ตำรวจสิ

บ่ใจ่ครับ

ฟังแล้วงงตาแตก ก้าวลงจากรถได้ก็แหงนมองรอบบ้าน บอกตัวเองว่า ไม่น่าเอ๋อ เซ่อจนไม่สอบถามเขาให้ดีเสียก่อนก้าวขึ้นรถ เห็นชุดกากีๆ ก็เดาดะว่าเป็นตำรวจ

เอาน่าหมอราชวงศ์ ทั่วลำปางจะมีสักกี่คนกันเชียว

อุ่นแก้วหันไปหาคนขับรถแล้วถามย้ำให้ชัดเจนอีกหนจะได้ไม่พลาดซ้ำสอง

แล้วนี่ใช่บ้านหม่อมราชวงศ์วรรณศิลป์หรือเปล่าล่ะเจ้า

เอ… บ่แน่ไจ๋ว่า วรรณศิลป์ หรือ กวีนิพนธ์ ยังไงแม่หญิงย่ำเรือนขึ้นไปถามดู ผมต้องรีบเอารถกลับไปคืนนาย ขืนช้าจะถูกหักตังค์เอา ขอตัวนะครับ

หญิงสาวฟังคำตอบไม่แน่ใจแล้วถอนหายใจ พลาดเรื่องตำรวจมาหน คราวนี้เรื่องหม่อมราชวงศ์คงไม่พลาดซ้ำอีก ไหนๆ มาแล้วก็ขึ้นไปตามให้สิ้นเรื่อง

หม่อมบ้าอะไรจะผุดขึ้นเยอะปานดอกเห็ด แถมกระจายไปทั่วประเทศ มันต้องคนนี้แหละหม่อมราชวงศ์ที่เธอจะไปหา

ความร้อนใจเรื่องการบุกจับกุมบาร์ขวัญคมของครอบครัวทำให้อุ่นแก้วเร่งรีบขึ้นเรือนเพื่อจะสอบถามให้กระจ่างชัดจะได้สบายใจสักเปาะ แม้จะแค่เปาะเดียวก็ยังดีกว่าไม่มีข่าวอะไรเลย ให้ทนรอแบบไร้จุดหมายไปแบบนี้ก็มีแต่อกจะแตกเท่านั้น

บนเรือนมีชายร่างงามสง่านั่งอยู่บนตั่งไม้สักเนื้อดี เขาผินหน้าไปอีกด้าน ข้างๆ เป็นสาวใช้คอยรินน้ำใส่แก้วให้อย่างมีสัมมาคารวะ ก่อนเสียงไม่พอใจของป้าร่างอวบจะร้องแทรกมา

นั่นมันเหล้านะฝนหล้า คุณชายจะรับจริงหรือ

ไหนๆ มิสเตอร์เจมส์เขาก็ฝากมาให้แล้ว ไม่อยากให้เสียน้ำใจ” ชายหนุ่มเอ่ยอารมณ์ดี จิบน้ำในแก้วไปพลางๆ

มิสเตอร์เจมส์เอามาให้ตอนไหน ป้าไม่เห็นรู้

ก็วันนี้ผมวานฝนหล้าไปส่งจดหมายให้มิสเตอร์เจมส์ที่อาคารรับรองสำหรับดำเนินธุรกิจสัมปทานป่าไม้มา เขาเลยฝากเหล้าให้ กะจะลองสักหน่อย” หยอดเสียงอ่อนเสียงหวาน ทั้งฉีกยิ้มมีเสน่ห์สำทับมาให้คนแก่อีก

แหมพอจะอ้อนดื่มเหล้านี่ ยิ้มหวานประจบเชียว แล้วดื่มเนี่ยข้าวปลาตกถึงท้องก็ยังคะ เดี๋ยวได้เมากันพอดี

เสียงสนทนาทั้งหมดเงียบลงเท่านั้น ทั้งสามคนบนเรือนเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ อุ่นแก้วเลยก้าวพาเอวบางร่างน้อยที่ยืนหน้าซีด ตัวสั่น เพราะลมหนาวเข้าไปใกล้ทั้งสาม ก่อนเอ่ยถาม

เอ่อ… นี่บ้านของหม่อมราชวงศ์วรรณศิลป์หรือเปล่าเจ้า

คำว่า ‘วรรณศิลป์’ ทำให้คนที่พึ่งจิบเหล้าอุ่นๆ ลงคอ ขมวดคิ้วจนหัวคิ้วชน ก่อนจะยืดกายสง่าขึ้นจากตั่งนั่ง สำรวจแขกยามวิกาลอย่างเอาจริงเอาจัง ซักถามให้แน่ใจว่าไม่ได้มาหาหม่อมราชวงศ์ผิดคน

มาหาหม่อมราชวงศ์ วรรณศิลป์ คุณาคุณ ที่เป็นคุณหมอใช่ไหม

เจ้า

อุ่นแก้วขานรับไม่เต็มเสียง และปฏิกิริยาของทุกคนบนเรือนก็ต่างดูไม่พอใจ ก่อนหญิงร่างอวบจะร้องปฏิเสธออกมาเสียงเขียว

มาผิดที่แล้วค่ะคุณ นี่ไม่ใช่บ้าน…”

ไม่ต้องหรอก ทางนี้ผมจะจัดการเอง ป้าพาฝนหล้าลงไปก่อน” เสียงเข้มเอ่ยแทรกมา ผู้หญิงร่างอ้วนที่เอ่ยยังไม่เอ่ยยังไม่จบก็ถามย้อนกลับมา

จะไว้ใจได้หรือคะ

ก็ต้องคุยดูก่อน นางรำผิวขาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม เขาคงไม่พก ปืนผา หน้าไม้ ใต้ชุดรำหรอกน่า มากสุดคงพกแค่เล็บฟ้อนไว้ใต้เอวอ้อนแอ้น เชื่อเถอะผมรับมืออยู่” คนพูดเหมือนสนุก กวาดสายตาขึ้นลงสำรวจคนถูกพาดพิง

เห็นแล้วอุ่นแก้วเม้มปากแน่น เจอพวกเจ้าชู้ไก่แจ้ที่ร้านยังต้องมาเจอะหม่อมราชวงศ์เจ้าชู้อีก พวกผู้ชายเป็นแบบนี้ทุกคนหรือไงนะ

สูดหายใจลึกสงบจิตใจ แลเห็นแม่บ้านที่อ้าปากค้างถูกเจ้านายส่งสายตาดุมาสำทับ จึงรีบโกยอ้าวลงเรือนไปพร้อมบ่าวอีกคน เธอจึงเปิดปากถาม

ว่าแต่ คุณคือหม่อมราชวงศ์วรรณศิลป์ หรือเปล่า

เมื่ออยู่ลำพังอุ่นแก้วก็เอ่ยถามเป็นภาษากลาง มือสองข้างกำแน่นอย่างไม่มั่นใจ ส่วนเจ้าบ้านร่างสูงสมาร์ตที่ยืดกายตรง สีหน้าเคร่งขรึม

เธอเป็นนางรำหรือ” ไม่ได้ตอบคำถามแต่สร้างคำถามใหม่สวนกลับมา

เจ้า เอ่อ… คุณเป็นคุณหมอใช่ไหม” ถามอย่างไม่มั่นใจ ดวงหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมา เมื่อเห็นเขาจ้องมองมาตาพราวระยับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งกอดอกวางท่าทีประเมินอยู่เงียบๆ

อุ่นแก้วจึงเชิดหน้าสวยขึ้น สูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ เรียกความมั่นใจกลับมา แม้ออกจะครั่นเนื้อครั่นตัวกับสายตาวาบหวามของชายแปลกหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรอยู่บ้างก็ตาม

พี่สาวฉันบอกว่าให้มาหาคุณ เอ่อ… คุณชายจะช่วยได้

คุณชายเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงอย่างสงสัย “ช่วยหรือนั่งก่อนสิ แล้วเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันถึงจะช่วยถูก

เมื่อได้รับคำตอบ อุ่นแก้วจึงก้าวเดินเนิบๆ ไปนั่งบนตั่งที่คุณชายพึ่งลุกขึ้น พร้อมรับแก้วน้ำที่ถูกยัดใส่มือมา อายและขัดเขินกับสายตาพราวระยับนั่น แต่เพราะความกระหายทำให้เธอยกกระดกรวดเดียวจนหมด ก่อนจะสำลักพรวด เมื่อสัมผัสความอุ่นจนร้อนที่ไหลบ่าลงลำคอ แผดเผาลงไปถึงท้องน้อย

ละ… เหล้านี่เจ้า” พอเผลอตัวก็ตกสำเนียงเหนือมาอย่างเคยชิน

งั้นรึ! โทษที

คุณชายหลุดยิ้มขันออกมากับท่าทีตื่นตกใจของแขกนิรนามนางนี้ เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่เห็นว่าเจ้าหล่อนหน้าซีด ตัวสั่น เพราะความหนาว จึงอยากทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นด้วยแอลกอฮอล์สักนิด ไม่คิดว่าเจ้าหล่อนจะดื่มพรวดๆ เหมือนน้ำเปล่าจนสำลัก ตอนนี้ก็เอ่ยเสียงอ้อแอ้ แถมชี้นิ้วใส่หน้าเขาอีก

คุณยิ้ม! แปลว่าจงใจที่จะเอาเหล้ามามอมกัน หรือกึ๊ดจะทำมิดีมิร้าย

เปล่านะๆ ฉันไม่ได้คิดจะมอมเหล้าเธอ ก็เห็นว่าหนาวจนตัวสั่นงกๆ เลยเอาเหล้าให้ดื่ม ระบบไหลเวียนเลือดจะได้ดีขึ้น เห็นผู้หญิงฝรั่งเขานิยมจิบกันพอให้เป็นยาแก้หนาว ขืนจิบเยอะก็เมาเอา” คุณชายรีบแก้ตัวพัลวัน แต่ก็หยุดยิ้มไม่ได้ เพราะท่าทีตาปรือ เสียงไม่มั่นคงของเจ้าหล่อนที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน สวยและเซ็กซีไม่หยอก

แล้วเท่าแก้วนี้ เยอะไหมล่ะเจ้า

คุณชายส่ายหน้า เอ่ยกลัวเสียงหัวเราะ “ไม่หรอก กำลังดี ไหนบอกมาสิว่าเธอต้องการพบหม่อมราชวงศ์วรรณศิลป์ทำไม

ข้าเจ้าข้าเจ้าท่าทางจะเมา

คนที่ตั้งใจเอ่ยเท้าความถึงที่มาที่ไปของตนต้องโคลงหัวไปมาหลายที เมื่อรับรู้ถึงอาการโงนเงน หัวเหมือนจะหมุนติ้วๆ ตาก็พร่าลาย ด้วยความตกใจว่าตนเองคงถูกมอมเหล้าจากผู้ชายแปลกหน้าที่คอยแค่ยิ้มหวานกรุ้มกริ่ม เธอจึงผุดลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะลงจากเรือนหลังนี้ ทว่าแข้งขาก็อ่อนเปลี้ยเสียหลักเซจนหน้าแทบทิ่ม ดีที่คุณชายปราดเข้าไปคว้าเอวอรชรเอาไว้ได้ก่อน คุณชายเลยได้สัมผัสว่าเนื้อกายสาวอุ่นนิ่ม และหอมจรุงมากขนาดไหน

คุณชายมอมเหล้าข้าเจ้า

เหล้าแค่ค่อนแก้วไม่น่าจะเมาเร็วแบบนี้ ไม่เคยดื่มเลยหรือไง

คุณชายรำพึง แล้วก็พอจะทราบคำตอบ ว่าสาวนางรำผิวขาวราวกับหยวกกล้วยคนนี้ ไม่เคยดื่มมาก่อนแน่ๆ เพราะตอนนี้ดวงหน้านวลซีดลงราวกับกระดาษ ดวงตาคู่สวยปรือจะปิดแหล่มิปิดแหล่ มองแล้วร้อนใจต้องรีบช้อนอุ้มเธอขึ้นในวงแขน มองหาที่ให้เอนหลังให้สร่างเมา จะได้สอบถามที่มาที่ไปต่อ

ต้องทราบให้ได้ว่าคุณชายวรรณศิลป์มาทำอะไรที่นี่

คุณชายพาคนเมาไม่มีสติตรงไปที่ห้องพักของตนที่อยู่ไม่ไกลนัก ทอดวางร่างคนเมาลงบนเตียงนอนที่มีผ้าคลุมสีขาวสะอ้านรองรับ ดึงผ้าขึ้นคลุมร่างอรชร ตั้งใจจะไปตามสาวใช้มาเช็ดเนื้อตัวให้ ทว่าตอนที่ขยับกายจะยืนขึ้น ก็รู้สึกตาพร่ามัว เหมือนมีม่านหมอกมาบดบัง เหล้าที่จิบไปตั้งนานพึ่งมาออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการมึนเมาขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน พอยืดกายขึ้นอีก คราวนี้ร่างก็เอียงจนหน้าทิ่ม ทาบทับลำตัวล่ำสัน ไปกับร่างอรชรของหญิงสาวจนหมดมิด หลับแน่นิ่งไปในนาทีต่อมา

 

เสียงพื้นไม้กระดานลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด ตามจังหวะปลายเท้าที่ก้าวเดิน ก่อนประตูไม้หนาหนัก จะถูกผลักเข้ามาอย่างแผ่วเบา ปรากฏร่างหนึ่งอยู่ตรงประตูเป็นเงาตะคุ่มๆ ที่ก้าวเข้าไปในห้องนอนของหม่อมราชวงศ์กวีนิพนธ์ ซึ่งบัดนี้มีเพียงความมืดมิดเท่านั้นปกคลุม แต่นั่น ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนบุกรุกแม้แต่น้อย เมื่อมีแสงจากสายฟ้า ที่ฟาดพาอยู่เบื้องนอก เป็นไฟกระทบนำทาง

ผู้มาใหม่หรี่ไฟในตะเกียงเจ้าพายุขึ้นนิดๆ เพิ่มแสงนวลกระจายไปทั่วทั้งห้อง แล้วตรงมาที่ข้างเตียงนอน ซึ่งบัดนี้มีสองร่างทาบทับจับจองอยู่ ก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเพราะในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าของห้องอย่างที่คิด แต่มีคนอื่นอยู่ด้วย ผู้บุกรุกถึงกับส่ายหน้าไปมา ระหว่างหย่อนกายลงนั่งบนเตียง เมื่อเห็นชัดว่าคนแปลกหน้าข้างกายคุณชายเป็นนางรำ

นางรำหรือ?”

ฝ่ามือกร้านเคลือบความเย็นของอากาศหนาว ลูบไล้ลงบนหน้านวลไร้ราคี พลันเห็นภาพสะท้อนตนบนร่างสาวน้อยนางนี้ รู้สึกเสียดายในความงดงาม และความอ่อนเดียงสา ได้แต่เอ่ยสลับเสียงสะอื้นออกมาเป็นระยะ

แม่หนูเอ๊ย! เชื่อเถอะว่าไม่นานเธอก็จะเป็นเหมือนดอกไม้ริมทาง ที่ถูกเขาเด็ดใส่แจกันรอชม พอไร้กลิ่นหอม ไม่มีสีสวย แถมเหี่ยวเฉา ก็ถูกเขาโยนทิ้ง เหมือนที่ฉันเคยเป็น

ราวกับภาพเดิมๆ เมื่อครั้งวันวานผุดขึ้นมาในสมอง เป็นภาพสาวนางรำสาวสวยเป็นที่เลื่องลือ ยอมทอดกายให้ชายสูงศักดิ์เหมือนเธอคนนี้

ความเศร้ามันกัดกร่อนหัวใจผู้บุกรุกจนร้องไห้อย่างหนัก พอหนำใจก็สูดลมหายใจเข้าแรงๆ เหยียดยิ้มแข็งๆ ออกมา

คงยังไม่ถึงเวลาตายของแกสินะ เอาเถอะ! ฉันจะต่อเวลาให้อีกหน่อยก็แล้วกัน ถือว่าเป็นของขวัญจากฉัน ที่ไม่เคยได้ให้อะไรที่ดีและวิเศษกับแกเลย ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขเถอะนะลูก

ผู้บุกรุกรำพันอยู่ในอก ขณะก้าวเดินเสียงแผ่วเบาลงจากเรือนไปด้านหลัง จึงไม่ทันเห็นว่าทางด้านบันไดหน้าบ้าน มีใครบางคนพึ่งกลับมา และหยุดปลายเท้าหนาหนักในรองเท้ามันแปลบเอาไว้ คอยแอบดูอย่างตั้งใจ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาบนหน้า มองตามร่างคนที่พึ่งออกจากห้องของคุณชายจนหายลับไป

 

คุณชาย!” เสียงอุทานปนเสียงเครือสั่นคล้ายสะอื้นไห้ของคนทึ่งตื่น มือสั่นๆ คอยดึงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย ให้เข้าที่เข้าทาง

พูดว่าบ่ได้มอมเหล้าข้าเจ้า แล้วนี่อะไร คนขี้จุ๊ ตื่นมาคุยกันเดี๋ยวนี้เลย

ทางด้านคุณชายที่ผุดลุกขึ้นนั่งกลางเตียงอย่างงุนงง ก้มมองตนเอง ที่มีสภาพไม่เรียบร้อย เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแลดูยุ่งเหยิง ถ้าอยู่บนเตียงในสภาพนี้คนเดียวคงไม่ดูพิลึกอะไรเลย แต่นี่อยู่กับ ‘นางรำ

ข้าเจ้าหนีร้อนมาพึ่งเย็นหวังพึ่งพาคุณชายแท้ๆ ทำไมคุณชายทำแบบนี้ล่ะเจ้า” อุ่นแก้วต่อว่าต่อขานคุณชายเสียงสะอื้น ก้าวลงจากเตียงไปยืนกลางห้อง หน้าแดงซ่านเมื่อเอ่ยประโยคถัดมา

คุณชายมาพรากความสาวของข้าเจ้าไป

เดี๋ยวก่อนๆ ฟังก่อน

คุณชายร้องบอกตอนที่เร่งแต่งตัวให้เรียบร้อย หันมาเผชิญหน้ากับคนน้ำตาฉ่ำหน้า รู้สึกเสียใจและละอายใจกับเสียงสะอื้นไห้ของแม่สาวตรงหน้า

คุณชายก็ก้าวถอยไปทิ้งกายนั่งยังเบื้องหลัง ระหว่างนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังปนกระหืดกระหอบมาจากด้านนอก

คุณชายครับ คุณชาย วันนี้ทำไมทุกคนตื่นสายจัง ไม่มีใครเตรียมสำรับเช้าเลยหรือ ผมหิวจะแย่แล้ว

เป็นวิษณุที่โผนกายขึ้นมาตามบันได ก่อนเดินรี่ตรงมาถือวิสาสะเปิดประตูห้องของคุณชายโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเหมือนถูกสาป เมื่อเห็นชัดว่าคุณชายไม่ได้อยู่ลำพัง ในห้องนั้นยังมีสาวน้อยตาคมอีกหนึ่งนางยืนตัวสั่นงันงกอยู่ ขณะที่คุณชายนั่งอยู่ที่ขอบเตียงด้วยสีหน้าเครียดขรึม

ซวยแล้วไหมล่ะกู” นายตำรวจหนุ่ม ยกมือขึ้นปิดตาแทบไม่ทัน ทำท่าจะหมุนกายหันกลับ แต่เสียงของคุณชาย เอ่ยรั้งเอาไว้เสียก่อน

พึ่งกลับหรือวิษณุ

'เอ้า! นี่ยังจะมีอารมณ์ชวนคุยอีกวิษณุค่อนขอดคุณชายอยู่ในอก ก่อนตอบรับ “คะ… ครับคุณชาย แต่ไม่เห็นใครตั้งสำรับรอ แถมนี่มันก็สายมากแล้ว เลย…”

คนยกมือปิดตาทำท่าจะถอยกลับไปทางเดิมทั้งอย่างนั้น แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงทั้งร่าง เมื่อได้ยินเสียงร้องทักทายของป้ามะยม ที่พึ่งขึ้นเรือนมาพร้อมกาแฟสำหรับคุณชาย

ซึ่งนี่แหละความซวยของแท้

อ้าว! นั่นเราพึ่งกลับมาหรือวิษณุหายหน้าหายตาไปทั้งคืน แล้วทานอะไรมาหรือยังล่ะ รอสักครู่ก่อนนะวันนี้ป้าตื่นสายมากเลย พึ่งเข้าครัวหุงหาอาหารเมื่อกี้นี้เอง สงสัยที่นี่อากาศดี ถึงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย แล้วนี่มาทำหน้าจืดอะไรที่หน้าห้องคุณชาย…”

คำพูดต่อจากนั้นขาดหายไปจากปากของป้ามะยม เมื่อเห็นชัดว่าคุณชายมิได้อยู่ลำพังในห้องนอน ตามด้วยเสียงร้องตกอกตกใจดังออกมา

ตาเถรกับยายชี!

ตาเถรยายชีที่ไหนกันครับป้า ผมเห็นแต่คุณชายกับหล่อน

วิษณุชี้นิ้วไปยังคนแปลกหน้าที่ยืนนิ่ง ท่าทางอึดอัด ป้ามะยมจึงหันมาดุเขาทีเล่นทีจริง ไม่ต้องบอกเลยว่าคำว่าแย่แล้ว และซวยแล้ว ของวิษณุนั้นมัน แย่และซวยมากเท่าไหร่ เพราะตอนนี้คุณชายเริ่มจะทำหน้าไม่ดี และที่หน้าเสียหนักเลยก็นางรำตัวจ้อยแสนสวยคนนั้น

วะ! เจ้าเด็กคนนี้ ยังมีอารมณ์จะมาเล่นอีก

เล่นที่ไหนครับ ก็ตาเถรยายชีไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ” วิษณุยอกย้อนไม่เลิก แถมยิ้มทะเล้นใส่ คนแก่เลยค้อนให้เสียตาคว่ำ ก่อนหันไปหาคุณชายที่นั่งทำหน้าขรึมไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ออกจะสุขุมมากๆ ชนิดที่อุ่นแก้วมองแล้วเกิดอาการฉุน

ต๊ายๆ คุณชายทำเป็นแบบนี้ ถ้าหม่อมเจ้าดำรงเกียรติทรงทราบเข้าอิฉันแย่แน่ๆ ท่านชายยิ่งทรงฝากฝังให้อิฉันดูแลคุณชายเสียดิบดี นี่กลับเชิญนางรำเข้าห้องเล่นผีผ้าห่มกันสองต่อสอง ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ค่อยงาม

งาม! แถมงามหยดย้อยเลย

วิษณุบ่นอุบ เห็นคุณชายขึงหน้าดุใส่บอกเป็นนัยๆ ว่า ‘นี่ของหวงไม่ใช่ของหลวง’ จึงหลบตา เสหันไปมองสาวน้อยหน้าซีดแทน เฝ้าพิจารณาเธออย่างจริงจัง ผิวขาวปานหยวกกล้วย ดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เอวบางร่างน้อย อรชรไปหมดทุกส่วน ยิ่งมองก็ยิ่งงาม

ไม่พาเข้าห้องนี่สิแปลก

คิดแล้วก็เลิกคิ้วสูง เมื่อคนสวยจัดเอ่ยปนเสียงร่ำไห้ออกมา

คุณชายคุณนั่นแหละ มอมเหล้า แล้วพาข้าเจ้าเข้าห้อง คนไม่ดี!

คนไม่ดีถึงกับหลุดยิ้มขำพรืดออกมา ถูกด่าว่ามาก็เยอะ แต่กับเสียงแง้วๆ เหมือนแมวตัวเล็ก ที่ด่าสุดพลังความโกรธ ว่า ‘คนไม่ดี’ มันช่างน่ารัก น่ากอดจริงๆ

ทว่าความคิดไม่ซื่อของคุณชายก็ชะงักอยู่แค่นั้น แถมสำลักลมหายใจตนเองกับคำพูดของป้ามะยม

โอ้ย! คุณชายฉันไม่ใช่คนเหลวไหลแบบนั้นหรอกนะ ท่านเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ไม่ลดเกียรติมาทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด

แค่กๆ

มีพิรุธ” นายตำรวจเริ่มจับผิด ทั้งยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่หน้าคุณชายที่เคารพ

แต่คนมีส่วนผิดนั้นกลับทำหน้านิ่ง ก่อนทบทวนเรื่องเมื่อคืนอยู่ในอก ก็มั่นใจว่าตนไม่ได้ล่วงเกินหล่อน และมั่นใจว่าตนเองไม่ได้เมามายขนาดหลับไม่รู้เรื่อง เพราะจิบไปแค่นิดเดียวเท่านั้นก่อนจะเอาให้แม่สาวนี่จิบต่อ แต่กลับหลับพับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แถมตื่นมาพบว่าตนเองนอนนัวเนียชิดใกล้แม่สาวปริศนานางนี้เข้าอีก

คิดๆ ไปแล้ว หล่อนนี่ก็น่าสงสัยนะทะเล่อทะล่ามาถามหาคุณชายวรรณ วางแผนอะไรเอาหรือเล่าก็ไม่รู้ มิน่าเล่าฉันถึงนอนไม่รู้ตื่น” ป้ามะยมยังจับผิดนางรำไม่เลิก ทั้งหน้าดำหน้าเครียดไม่พอใจ

วิษณุจึงเยี่ยมหน้าเข้ามาเย้าหยอกคนแก่แก้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี่ แทนคุณชาย

นอนไม่รู้ตื่น นั่นเพราะป้าขี้เซาหรือเปล่า

อย่า อย่ามาแหย่น่ะเจ้าวิษ” ป้ามะยมหันมาทำตาดุตาเขียวเข้าใส่คนขี้เล่น ที่ทำเหมือนสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องขำขัน นายตำรวจหนุ่มเลยยกมือทั้งสองข้างขึ้นบอกยอมแพ้ แต่ปากก็ยังเอ่ยแย้งไม่หยุด

ไม่แหย่แล้วครับๆ ผมจะหุบปากให้นิ่งเลย แต่ผมเป็นตำรวจนะป้าจากรูปการดูก็รู้ว่าเธอไม่มีพิรุธ แต่คนมีนะคุณชายของป้าโน้น!

คุณชายที่ถูกพาดพิงถึง ชายตามองคนสนิทแวบหนึ่ง

ป้าเลี้ยงคุณชายมา ทำไมจะไม่รู้ใจ คุณชายไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น ถ้าไม่ใช่แม่นี่

อย่าดูถูกคนเพราะชาติกำเนิดสิ ข้าเจ้าเป็นคนจน บ่มีเชื้อบ่อมีสายก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนบ่ดีเสมอไป คนที่เสียหายจากการกระทำวันนี้คือข้าเจ้า” อุ่นแก้วเชิดหน้าขึ้นมองมะยมอย่างไม่ยอมแพ้

ฉันไม่ได้มองคนแค่เชื้อสายหรอก ดูการกระทำเสียมากกว่า ผู้หญิงดีๆ ที่ไหน เขาจะวิ่งแร่มาหาผู้ชายย่ำค่ำแบบนี้ ดูก็รู้ว่ามันไม่งาม แล้วจะมาร้องห่มร้องไห้เสียใจ ใครจะไปเห็นใจด้วย ต้องโทษตัวเองนั่น ที่ไม่เคยทำให้คนเขามองว่าดี แล้วยังมาดึงคุณชายของฉันให้ตกต่ำลงไปอีก

อุ่นแก้วถึงกับหน้าเผือดสีต่อคำสั่งสอน รู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถเอ่ยค้านคุณป้าตรงหน้าได้ ได้แต่หันไปมองคุณชายตาเขียว ซึ่งคนที่ทำทีเป็นนิ่งก็ผวาเฮือก รีบยืดกายขึ้นประหนึ่งร้อนตัวเพราะสายตาของสาวเจ้า

พอเถอะป้า หยุดดูถูกหล่อนได้แล้ว เรื่องไม่ใช่อย่างที่ป้าคิดหรอก แล้วถ้าผิดจริงคงมีใครผิดไม่ได้นอกจากผม” คุณชายแก้ตัวให้คนตัวเล็ก ขณะย้ำว่าที่ทำเนี่ยไม่ใช้อาการกลัวเมีย เพราะยังไม่ได้เป็นเมีย เขาเรียกว่าอาการแก้ต่าง

อะไรคะ ยังไม่ทันไรก็เข้าข้างกันแล้ว” ป้ามะยมตาขวางใส่ทันที

ไม่ได้เข้าข้าง หรือกลัวเมี… เอ่อ เขาเรียกว่าแก้ต่างให้เท่านั้นแหละครับ ว่า แล้วช่วยพาหล่อนออกไปก่อน ผมจะคุยกับวิษณุสักประเดี๋ยว

คุยกับผม!” วิษณุเอ่ยเสียงสูง ชี้นิ้วเข้าหาตนเองหน้าตาเหลอ “ทำไมไม่คุยกับคู่กรณีล่ะครับคุณชาย ผมไม่ได้ทำอะไรด้วยสักหน่อย” ถึงอยากทำด้วยก็หมดสิทธิ์ ดูสายตาคุณชายสิ

คุณชายไม่ฟังคำพูดตีโพยตีพายของวิษณุ ยกมือขึ้นโบกไวๆ ทว่าสายตาคนไล่ส่งกลับเอาแต่มองตามแผ่นหลังบอบบางของคนที่จำต้องเดินตามป้ามะยมออกจากห้อง มองจนลับสายตา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

0 ความคิดเห็น