คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มี.ค. 52

 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่โยทะกาเริ่มคิดถึงคนอื่นๆ ที่รักเธอ คนในครอบครัวที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอ ถึงแม้ว่าช่วงเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมาเธอจะอยู่มาได้ด้วยการทุ่มเทให้กับงานเพื่อเชื่อมโยงความรักความคิดถึงที่มีต่อสามี แต่ในเวลานี้เธอกำลังจะเสียคนที่เธอรักไปอีก ทำให้เธอเริ่มได้สติว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอได้ทำร้านคนที่รักเธอไปมากมายเพียงใด

 พอกันเสียทีกับการเอาแต่ใจตัวเอง โยทะกาตัดสินใจที่ปล่อยให้อดีตกลายเป็นความทรงจำที่ดี เธอจะไม่ยึดติดกับความรักความหลังอีกในเมื่อเธอยังมีคนที่รักเธออีกมากและในเวลานี้น้องชายคนเดียวของเธอ ส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ กำลังต้องการเธออย่างที่สุด

 ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะชั่วไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพี่รับรู้ได้ถึงความหนักหน่วงที่อัดแน่นในช่องอกและความหวาดหวั่นใจได้เกาะกินหัวใจโยทะกาเสียจนเกิดภาพมากมายในความฝัน

 ความทรงจำเมื่อวัยเยาว์หวนคืนกลับมาเป็นภาพซ้อนย้อนหลังกลับไป นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็นเพียงเด็กเล็กๆ กับคำถามที่ใครต่อใครมักจะถามครอบครัวของเธอเสมอมา

 “ต๊าย! น่ารักจริง แฝดผู้หญิงหรือคะ?”

 “ไม่ใช่ค่ะ ชายคนหญิงคนค่ะ”

 นั่นเป็นคำถามและคำตอบที่โยทะกาได้ยินมาตลอดในช่วงวัยเยาว์ จนกระทั่งเมื่อเธอและน้องชายเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นคำถามจากคนแปลกหน้ายังคงมีอยู่เหมือนเช่นเดิม หากแต่กลายเป็นว่า

 “แหม~ หล่อเหลาทั้งคู่เชียวนะคะ”

 แต่เมื่อมารดาได้รับคำถามนี้กลับไม่มีคำตอบกลับ มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่พยายามเก็บกลั้นอารมณ์ขันไว้อย่างเหนียวแน่น

 เมื่อแฝดทั้งคู่เข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมปลาย ทั้งคู่ต่างเลือกเรียนโรงเรียนที่ตัวเองชอบ ดังนั้นคนที่รู้ว่าโยทะกาและโยธินเป็นฝาแฝดกันจึงมีน้อยลง กระทั่งในที่สุดทั้งสองก็มีเพื่อนคนละกลุ่มไป

 โยธินหรือน้องโยชื่นชอบคอมพิวเตอร์หันเหตัวเองเรียนอย่างหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ ในขณะที่โยทะกาหรือหนูโยชื่นชอบงานในด้านศิลปะเลือกเรียนโรงเรียนศิลปะ ซึ่งในช่วงเวลานี้เองที่เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างชยากรพี่น้อง

 แม้ว่าทั้งคู่จะมีใบหน้าราวกับเป็นพิมพ์เดียวกัน หากแต่มีส่วนที่สามารถแบ่งแยกได้ว่าใครคือหนูโยและใครคือน้องโยได้อย่างง่ายดาย

 โยทะกาแฝดพี่ได้เส้นผมหยิกเป็นลอนสวยจากบิดาส่วนโยธินได้เส้นผมเหยียดตรงสีอ่อนจากมารดา ทั้งคู่มีความสูงพอๆ กัน รูปร่างใกล้เคียงกัน หากแต่งตัวด้วยชุดที่เหมือนกันก็จะเหมือนกันอย่างแยกไม่ออก แต่ความจริงแล้วทั้งคู่ก็ยังคงลักษณะในเพศของตนอย่างชัดเจน เว้นเสียแต่ว่าโยทะกาเป็นพวกอกไข่ดาวซึ่งเป็นที่ถูกใจของเธออย่างมาก ดังนั้นเธอจึงสามารถปิดบังรูปร่างของตัวเองและบิดเบือนเพศของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จเว้นแต่เวลาแต่งกายด้วยชุดนักเรียนเท่านั้น

 บ่อยครั้งที่โยทะกามักจะถูกใครต่อใครทักว่าเป็นโยธิน เธอก็มักจะอำกลับจนโยธินต้องมาบ่นเอากับเธอเสมอๆ ว่าถูกเพื่อนๆ หาว่าเป็นคนสองบุคลิก

 และเมื่อโยทะกาได้พบกับฌอนพร้อมๆ กับสร้างฝันร่วมกันโยทะกาจึงเริ่มห่างจากน้องชายออกไป แต่ทั้งคู่ก็ยังคงมีความรักใคร่ห่วงใยให้แก่กันเสมอมา ดังนั้นเมื่อถึงวันที่โยทะกาต้องสูญเสียสามีไป โยธินจึงเป็นหลักยึดให้กับหัวใจเธอ

 เมื่อกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง โยธินซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนายแบบหนุ่มเนื้อหอมที่ขายดีที่สุด และโยทะกาที่ใช้เวลาในช่วงกลางวันเป็นเวลาหลับนอน จึงไม่ค่อยมีคนรู้ว่าโยธินมีพี่สาวที่เหมือนเขาราวกับพิมพ์

 เช่นเดียวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโยทะกาส่วนใหญ่จะไม่รู้จักโยธินหรือแม้กระทั่งตัวเธอเองก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับทุกคน เพราะการงานของเธอเป็นการติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ทและโทรศัพท์เสียมากจึงไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครนัก

 
 โยทะกาที่นอนหลับฝันวุ่นวายกระโดดสับสนไปมาในช่วงวันเวลาต่างๆ สะดุ้งตื่นเต็มที่เมื่อได้ยินเสียงที่มีร่องรอยของความขัดใจแทรกผ่านเข้ามาในโสตประสาท

 เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาติดผนังก็พบว่าเป็นเวลาเช้ามืดแล้ว ซึ่งปกติจะเป็นเวลาที่เธอใช้ทบทวนดูผลงานของตัวเองและเช็คเมล์ต่างๆ ก่อนที่จะเตรียมตัวเข้านอนในช่วงสายจัดของวัน ดังนั้นความง่วงงุนที่ยังคงมีอยู่จึงทำให้เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

 ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยจิรภากำลังทะเลาะกับชายอีกสองคนอย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วยสาเหตุมาจากอาการบาดเจ็บของโยธิน

 “แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดีล่ะคุณจี โยเล่นมานอนแบ๊บอยู่อย่างนี้”

 ทินกรหัวเสียอย่างมากที่ได้รับรู้ว่าโยธินได้รับอุบัติเหตุ แม้จะเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องบ่นออกมา

 “ฉันก็ทำดีที่สุดแล้วนะคะคุณกร แต่ทำยังไงได้ล่ะ โยต้องพักอย่างน้อยๆ ก็ตั้งเดือนหนึ่ง”

 “นานเกินไป แล้วงานที่รับมาในเดือนนี้ยังเหลืออีกตั้ง 2 ชิ้น ถ้ายกเลิกล่ะก็เราเสียหายไม่น้อยทีเดียว”

 “...”

 เสียงเบาๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยนั้นทำให้โยทะการู้สึกรำคาญจนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ จึงเดินลากเสาน้ำเกลือออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวกับใบหน้ายุ่งๆ และผมฟูไร้ระเบียบ

 “นี่พวกคุณถ้าจะทะเลาะอะไรกันก็ไปคุยกันที่อื่นได้ไหม ฉันต้องการพักผ่อน”

 คำพูดสั้นๆ กับร่างกายใหญ่โตที่อยู่ในเครื่องแบบโรงพยาบาลยังไม่ทำให้ชายแปลกหน้าอีกคนตกตะลึงเท่ากับใบหน้าที่ แม้จะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็ยังคงเห็นได้ชัดว่าเหมือนโยธินราวกับพิมพ์เดียวกัน รวมถึงรูปร่างที่เกือบจะเท่ากันกับโยธินเพียงแต่บางกว่า และนั่นก็ชวนให้เขาได้แต่ยืนนิ่งตะลึงมองโยทะกาไม่วางตา

 “นี่ใคร?”

 ทินกรพูดออกไปทันที โดยที่ไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกไว้ได้ แม้ว่าโยทะกาจะดูบอบบางกว่าโยธิน แต่ทั่งคู่น่าจะมีความสูงเท่ากัน แม้ว่าโยธินจะสูงถึง 178 cm ก็ตาม

 “คุณนี่เสียมารยาทจริงๆ”

 โยทะกาดุทินกรเสียงเขียว ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องไปด้วยท่าทางที่ไม่มั่นคงนัก

 
 ทินกรรีบเดินตามโยทะกาเข้าไปติดๆ และแสดงอาการสนใจท่วงท่าการเดินของเธออย่างไม่ปิดบัง แม้ว่าจะดูอ่อนเพลีย แต่ลักษณะการเดินของเธอนั้น พูดได้ว่าช่างเหมือนกับแมวจริงๆ ทั้งเรียบ เบาและลื่นไหลเหลือเกิน

 แม้จะต่างกับการเดินของโยธินที่มั่นคงหนักแน่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่โยทะกาก็เดินได้ชวนมองแม้จะสวมชุดของโรงพยาบาลอยู่ก็ตาม

 โยทะกาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไปว่าจะมีคนติดตามเธอเข้ามาหรือไม่ เธอจึงเดินไปทิ้งตัวลงนอนที่เตียงอีกครั้ง แต่เธอยังไม่ทันได้หลับตาก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากเตียงใกล้เคียง

 โยทะกาไม่รอช้า เธอรีบลงจากเตียงอีกครั้งและมานั่งใกล้ๆ โยธิน และจับมือเขาไว้

 สิ่งที่ทุกคนเห็นนั้นใกล้เคียงกับภาพลวงตามากในความรู้สึก เพราะโยทะกาที่เห็นเวลานี้กับที่อยู่หน้าห้องช่างแตกต่างกันเหลือเกิน จากภาพที่ดูดุดันไม่พอใจกลับกลายเป็นอ่อนโยนอย่างที่สุด และมันทำให้ทุกคนได้แต่มองราวกับถูกสะกด

 “โย ตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บมากไหม? เอาอะไรไหม?”

 โยธินได้แต่มองหน้าพี่สาวนิ่งด้วยแววตารักใคร่ดุจเดียวกัน เขาบีบมือพี่สาวและส่งยิ้มให้พี่สาว เพื่อให้มั่นใจว่าเขายังมีเรี่ยวแรงและจะไม่หนีหายไปไหน คำมั่นสัญญานั้นสิงสถิตอยู่ในดวงตาทั้งคู่ของเขา

 โยทะกายิ้มแต่ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรมากนัก เพราะทินกรขัดขึ้นเสียก่อน

 “สวัสดีโย เป็นไงบ้าง?”

 โยธินที่เพิ่งจะสังเกตเห็นทินกร จิรภา และรชต จึงได้แต่ยิ้มแก้เก้อ ที่เขาได้แสดงสิ่งที่ปิดบังซ่อนเร้นมาตลอด ความอ่อนโยนที่เขาสงวนไว้กับพี่สาวและคนที่เขารัก ดังนั้นเมื่อเขาตอบไปจึงมีร่องรอยของความขัดเขินไม่น้อย

 “ครับ ขอโทษนะครับที่ผมมาเป็นแบบนี้”

 “เรื่องนั้นช่างเถอะ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ว่าเธอซ่าจนเป็นแบบนี้เสียหน่อย”

 ระหว่างที่ทินกรกำลังพูดกับโยธิน สายตาของเขากลับกวาดสำรวจโยทะกาอย่างพินิจพิจารณาได้อย่างเต็มที่ เพราะเธอไม่ได้สนใจอะไรเขาแม้แต่น้อย สายตาของเธอได้แต่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของโยธินเท่านั้น

 ทินกรใช้ช่วงเวลานั้นคิดและประมวลผลอย่างรวดเร็ว และความคิดนั้นคงจะแสดงออกทางดวงตาและสีหน้าของเขาก็เป็นได้ ทำให้โยธินออกปากในที่สุด

 “พี่กรกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับ?”

 โยธินไม่กล้าออกปากไปตรงๆ ด้วยเกรงว่าคนที่อยู่ข้างๆ เขาเวลานี้จะเกิดอาการฟิวส์ขาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่เมื่อออกปากไปแล้วก็พบว่าเขาคิดถูก

 “จะว่าอะไรไหม ถ้างานโฆษณาอีก 2 ชิ้นพี่จะให้พี่เธอมาเป็นแบบ”

 แม้ปากจะตอบโยธิน แต่ดวงตาของเขากลับยังสถิตอยู่ที่โยทะกาอยู่นั่นเอง

 โยทะกาได้ยินการพาดพิงถึงตัวเองจึงตวัดสายตาตรงไปที่ทินกร ดวงตาที่เธอใช้มองเขานั้น ทำให้ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความรู้สึกสั่นไหว เขาไม่เคยเจอดวงตาที่เยียบเย็นและสะกดนิ่งคล้ายตางูได้เท่านี้มาก่อนเลย และมันทำให้เขารู้สึกสนใจเธอมากยิ่งขึ้น

 โยทะกาเอื้อมหยิบแว่นตากรอบดำรุ่นโบราณบนโต๊ะหัวเตียงมาสวมเพื่อมองหน้าคนที่กำลังพูดด้วยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เธอพูดด้วยน้ำเสียงดุดันขึ้น เสยผมด้วยท่าทางหงุดหงิด แต่กลับเป็นภาพที่ดึงดูดและชวนมองโดยที่เธอไม่รู้ตัว

 “พูดอะไรของคุณ งานของโย จะมาโบ้ยให้กันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”

 “มันจำเป็นนะคุณ ถ้าไม่มีแบบมาถ่ายงาน 2 ชิ้นนี้ แล้วคนที่ดูสูสีพอสู้กับโยได้น่ะหายากจะตาย”

 “มันก็จริง แล้วนึกยังไงถึงจะมาให้ฉันทำ ฉันทำไม่เป็นหรอกนะ ไอ้มายืนเก๊ก บิดไปบิดมา ทำตัวเหมือนหุ่นน่ะ”

 โยธินหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด ยิ่งเมื่อได้เห็นหน้าตาของพี่สาวที่ตอบไป พร้อมๆ กับยกนิ้วชี้ขึ้นดันไม่ให้แว่นตาเลื่อนหล่นลงที่ปลายจมูกด้วยแล้วก็ยิ่งขำ

 “ขำอะไรน่ะโย”

 โยทะกาดุน้องไม่จริงจังนัก เพราะเมื่อเห็นโยธินหัวเราะได้แบบนี้คนเป็นพี่ก็เบาใจขึ้น แม้ว่าเสียงนั้นจะฟังดูแหบโหยอยู่มากก็ตาม

 “ก็พี่น่ะสิครับ โอย... หัวเราะแล้วเจ็บแผลจัง”

 “ถ้าอย่างนั้นก็หยุดหัวเราะเสียสิ”

 โยทะกาดุน้องไม่จริงจังนักแล้วพลอยยิ้มไปกับน้องด้วย

 “พี่โยล่ะก็ เป็นแบบให้พี่กรหน่อยเถอะครับ ถือว่าผมขอร้อง จริงๆ แล้วงานนี้มันก็งานผม ผมไม่อยากให้ใครได้งานนี้ไปหรอกนะครับ แต่ถ้าได้พี่มาแทนล่ะก็... เยี่ยมเลย”

 “โย... เธอพูดง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน เธอก็รู้ว่าพี่ไม่ถนัด แล้วที่สำคัญ นี่มันเป็นงานของเธอ จะมาให้พี่ไปทำแทนได้ยังไงกัน ถึงเราจะหน้าตาเหมือนกัน แต่ให้พี่แทนตัวเธอนานๆ ต้องมีใครสักคนจับได้แน่ๆ”

 “โธ! พี่โย ทำอย่างกับพี่ไม่เคยสวมบทเป็นตัวผมอย่างงั้นนี่”

 “มันก็จริง แต่นี่เป็นงานเธอ แล้วพี่ก็ไม่ถนัด ประสบการณ์มันต่างกัน แล้วพี่จะไม่ทำให้เธอเสียหรือ? พี่ถนัดแต่ออกคำสั่งนะ ไม่ใช่รับคำสั่ง”

 “แต่ผมเชื่อว่าพี่ต้องทำได้ อย่างพี่โยน่ะไม่มีอะไรที่ผมทำได้แล้วพี่ทำไม่ได้หรอกครับ”

 โยธินพูดด้วยความมั่นใจและมองพี่สาวด้วยสายตาขอร้องและเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจ ซึ่งทำให้เธอเริ่มหนักใจ

 ทินกรยุติข้อต่อเถียงที่ดูท่าจะยืดเยื้อระหว่างพี่น้องก่อนที่โยธินจะต้องตอบคำถามที่ดูท่าทางว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดของโยทะกา ด้วยการพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการมากขึ้น เขาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโยทะกา ขณะเดียวกันก็มองเธอตรงๆ

 “ผมว่าคุณต้องทำความเข้าใจกับงานของโยธินก่อนดีกว่า”

 โยทะกาตวัดสายตามองทินกรด้วยสายที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก แต่ก็ยอมรับฟังโดยดี

 “งานของโยธินเป็นงานที่มีการแข่งขันสูงและเมื่อมีการวางตัวแล้วก็แทบจะเรียกได้ว่าตายตัว แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้แบบไม่สามารถทำงานได้อย่างกรณีของโยธิน เราก็สามารถมองหาคนที่อิมเมจตรงกับงานให้ได้มากที่สุด เหมือนกับการคัดเลือกแบบใหม่อีกครั้ง”

 โยทะกาพยักหน้ารับช้าๆ แต่ก็ไม่สิ้นข้อสงสัยเสียในทีเดียว

 “แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะ คนอื่นก็มีอีกถมไป”

 “ก็แล้วผมยังจะต้องไปคัดเลือกคนอื่นให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณไปทำไมกัน ในเมื่อคุณก็มีหน้าตาเหมือนกับโยออกอย่างนี้ และผมคิดว่าอย่างคุณคงก็คงจะทำได้ดีพอๆ กับโยแน่”

 โยธินพยักหน้ารับ และเปิดรอยยิ้มขึ้น

 “ใช่ครับ แล้วก็ถ้าเป็นพี่โยล่ะก็ ผมรับรองเลยว่าไม่มีใครจับได้หรอก แต่ว่าพวกพี่ต้องช่วยกันดูแลพี่สาวผมด้วยนะครับ”

 “นี่คุณทั้งสองอย่าพูดเองเออเองสิ ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเสียหน่อย”

 โยทะกากอดอกมองหน้าน้องชายด้วยสายตาที่มีแววเง้างอดอย่างเด็ก ทำให้โยธินอยากหัวเราะด้วยความยินดีเสียนัก นานแล้วที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของพี่สาว

 “โธ่! พี่โยก็... รับปากพี่กรเถอะครับ ถือว่าทำเพื่อผมก็ได้ ผมไม่อยากให้งานนี้ไปตกอยู่กับคนอื่น กว่าจะสู้มาได้ก็แทบแย่”

 โยทะกาได้แต่มองหน้าน้องชายนิ่ง ด้วยสายตาของพี่สาวที่รักน้องอย่างที่สุด แม้จะยังเจ็บอยู่มาก แต่ก็พูดมากได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน ทำให้พี่สาวเผลอยิ้มออกมาและจับจมูกเขาโยกไปมาด้วยความมันเขี้ยวเอ็นดู

 “ก็ได้ แค่ 2 งานนี้เท่านั้นนะ”

 “ขอบคุณครับ”

 แม้จะยังเจ็บตัวอยู่ไม่น้อย แต่โยธินก็อดไม่ได้ เขาคว้าพี่สาวมากอดและจูบเธอต่อหน้าคนทั้งหมด แต่ที่สุดก็ได้แต่โอดโอยด้วยความเจ็บแผล

 “ดูทำเข้า”

 โยทะกาดุไม่จริงจังนัก และได้แต่ส่ายหน้ากับความทะเล้นของโยธิน ที่แม้จะเจ็บตัวมากมายก็ยังทะเล้นออก

 ในระหว่างที่โยทะกาเจรจากับทินกรอยู่นั้น เธอสามารถรับรู้ได้ถึงสายตาของชายอีกคนที่ได้แต่นิ่งเงียบมาโดยตลอด แต่เธอสามารถสัมผัสได้ถึงสายตาของเขาได้อย่างชัดเจน

 รชตไม่ได้พูดแทรกอะไรแม้สักคำเดียว แต่สายตาของเขาจับจ้องทุกกิริยาอาการของโยทะกาไม่วางตาด้วยสายตาพินิจพิจารณา เขาคิดว่ายิ่งมองนานๆ ยิ่งรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนอ่อนหวานที่ถูกซุกซ่อนเก็บงำไว้อย่างแนบเนียน


 เช้าแรกในโรงพยาบาลจึงเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยข้อถกเถียงมากมาย ซึ่งกว่าจะจบลงได้ก็ทำให้โยทะกาและทินกรปะทะคารมกันอย่างดุเดือด แต่ดูเหมือนว่าโยธินจะไม่เดือดร้อนมากนัก เขากลับมองดูคนทั้งคู่ทะเลาะกันด้วยสีหน้าแสดงความเบิกบานใจ

 “นี่โยไม่คิดจะช่วยอะไรพี่สาวคุณหน่อยหรือ? ดูสิถูกคุณกรตลบซ้ายขวาถ้าจะแย่เสียแล้ว”

 “ไม่ต้องหรอกครับคุณจี ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้น่ะดีแล้ว เพราะพี่สาวผมต้องให้ชัดเจนทุกอย่าง ถ้าพี่กรแก้ข้อสงสัยต่างๆ ไม่ได้ รับรองเลยว่าพี่สาวผมไม่เล่นด้วยแน่ๆ”

 “คุณโยเป็นคนรั้นอย่างนั้นหรือคะ?”

 “ไม่ใช่หรอกครับ แค่เป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง”

 จิรภาและรชตจึงได้แต่มองดูทินกรและโยทะกาทุ่มเถียงกันด้วยสายตาที่แตกต่างกัน

 เมื่อแพทย์เจ้าของไข้เข้ามาตรวจอาการของโยธินและโยทะกาในเวลาสายและพบว่าในห้องมีแขกอยู่จึงแจ้งอาการให้ทราบเพื่อให้ทั้งหมดคลายความกังวลใจ ระหว่างนั้นเองทินกรก็ถามแพทย์อาวุโสอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 “หมอครับ”

 “ครับ”

 แพทย์อาวุโสหยุดมือจากการตรวจดูอาการของโยธิน มองหน้าทินกรที่คิ้วขมวดมุ่นด้วยความเครียด

 “นอกจากหมอและพยาบาลคนนี้แล้วมีใครดูแลพี่น้องคู่นี้อีกหรือเปล่าครับ?”

 ทุกสายตาต่างพากันจับจ้องทินกรเป็นตาเดียวกัน ด้วยไม่รู้ความหมายของคำพูดนั้น เว้นเสียแต่ว่าดวงตาของแพทย์อาวุโสกลับมีแววของความฉลาดล้ำเท่าทันคน ทันความคิดของทินกรและได้พูดดักขึ้นมาเสียก่อน

 “นอกจากผม ก็มีพยาบาลคนนี้เท่านั้นล่ะครับที่ให้การดูแลคนไข้ห้องนี้ รวมถึงการกรอกประวัติด้วย”

 “ถ้าอย่างนั้นก็มีแค่คุณหมอกับคุณพยาบาลที่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง”

 แพทย์อาวุโสพยักหน้ารับช้าๆ และเขียนอะไรลงไปในชาร์ตปลายเตียงอย่างไม่สนใจทินกรนัก ก่อนจะยืดตัวตรงมองหน้าทินกรนิ่ง

 “อะไรที่คุณคิดจะทำ ผมขอเตือนว่าให้ดูแลแม่หนูคนนี้ให้ดี”

 “ครับ ขอบคุณครับ”

 แพทย์อาวุโสยิ้มอย่างใจดี ก่อนจะย้ำกับพยาบาลสาวให้เก็บความลับของคนไข้ ซึ่งเธอรับปากอย่างเป็นมั่นเหมาะ และปล่อยให้เพื่อนๆ เข้าใจว่าคนที่เข้ามาเยี่ยมโยธินนั้นเป็นผู้ชายต่อไป

 หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไป โยทะกาก็ได้เวลาจัดการกับตัวเอง เมื่อได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอก็ทำให้เธอสดชื่นขึ้นและรับรู้ถึงความสกปรกของตัวเองไม่น้อย ดังนั้นเมื่อโยธินหลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยาเธอจึงมีเวลาจัดการกับตัวเอง

 โยทะกาหายเข้าไปในห้องน้ำเป็นเวลานาน แต่ในระหว่างนั้นเธอได้ยินเสียงประตูเปิดออกก็คิดไปว่าเป็นพยาบาลเข้ามาดูแลน้องจึงยังคงอาบน้ำต่อ แต่แล้วเธอกลับได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของพยาบาลในเวลาไม่นาน

 “ช่วยด้วย! มีคนร้าย”

 โยทะกาได้ยินดังนั้นก็รีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำแล้ววิ่งออกมาทันที พบว่าน้องชายยังคงนอนหลับอยู่อย่างเดิม ส่วนนางพยาบาลที่คอยให้การดูแลพวกเธอนั้นล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอยู่ที่พื้น เธอรีบดูที่เตียงน้องชายทันที

 “เขายังไม่ได้ทำอะไรค่ะ พอดีดิฉันเข้ามาเห็นเขากำลังเอาหมอนปิดหน้าคุณโยค่ะ”

 คำตอบของพยาบาลทำให้โยทะกาทะลึ่งพรวดออกนอกห้องไปตามทางเดิน แต่มองไม่เห็นใครสักคนเดียวเธอจึงกลับมาช่วยพยาบาลร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน

 พยาบาลสาวรีบตรวจดูอาการของโยธินแล้วรีบแจ้ง รปภ. ของโรงพยาบาลให้ตามหาตัวคนร้าย เธอหันมองโยทะกาที่ยืนมองน้องชายด้วยสายตาที่ทำให้เธอแข้งขาอ่อนด้วยความกลัว

 โยทะกาเห็นอาการของพยาบาลสาวแล้วก็ต้องรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าพลางขอโทษขอโพยเสียเป็นการใหญ่ นานแล้วที่เธอไม่เคยรับรู้ถึงความโกรธและความโกรธครั้งนี้มันมีพลังมากพอที่จะทำให้ผู้หญิงที่เคยจมอยู่กับอดีตแสนเศร้าตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ในรอบหลายปี

 “ขอโทษเถอะนะคุณ ฉันแค่โกรธน่ะ”

 “ค่ะ เป็นฉันก็โกรธ”

 โยทะกาไม่ทันได้รู้สึกตัวสักนิดว่าเวลานี้เธออยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนักจนได้รับการทักท้วงจากนางพยาบาล

 “เอ่อ... ฉันว่าคุณไปแต่งตัวเสียก่อนดีกว่านะคะ ขืนอยู่อย่างนี้นานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายอีกนะคะ”

 โยทะกาจึงได้สติว่าเธออยู่ในสภาพที่รุ่มร่ามเพียงใด ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำสั้นเต่อห่อหุ้มร่างกายสูงใหญ่เพียงชิ้นเดียว เธอเพียงแต่ยักไหล่เท่านั้น

 “ขอบใจนะ”

 โยทะกาหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งเพื่อแต่งตัว แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่ก็ช่วยให้โยทะกาคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาด้วยความรู้สึกกังขา

 “ใครกันที่คิดทำร้ายโย?”

 โยทะกาออกจากห้องน้ำและรีบติดต่อจิรภาทันที

 
 จิรภาได้ยินเรื่องราวต่างๆ จากโยทะกาก็ตกใจ แต่แล้วเหมือนเธอจะคิดอะไรออก จึงรีบโทรหาเคช่างภาพ

 จิรภาคุยกับเคไม่นานเมื่อวางสายแล้วก็ยังมีร่องรอยแสดงความกังวลอย่างไม่ปิดบัง เธอทอดถอนใจเสียยาวเหยียดแล้วมองโยทะกาที่จ้องเธอตาไม่กระพริบด้วยต้องการคำตอบ

 “จริงอย่างที่คุณว่าค่ะคุณโย”

 “ฉันถามเคแล้ว เคให้เพื่อนที่เป็นตำรวจเข้ามาดูสถานที่เกิดเหตุ เขาบอกว่าเรื่องทีเกิดไม่ใช่อุบัติเหตุค่ะ แต่โยถูกทำร้าย มีคนแอบเอาแผงไฟที่เก็บไปแล้วหลังการอัดเทปรายการมาใส่ใหม่ แต่ไม่ได้ขันน็อตแค่เอาเชือกผูกไว้ พอเชือกรับน้ำหนักไม่ไหวก็...”

 จิรภามองหน้าโยทะกาด้วยดวงตาตื่นตระหนก เธอคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่เมื่อได้รับแจ้งจากโยทะกาและได้รับการยืนยันจากเคก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 “ฉันว่าคุณถอนตัวเสียเถอะค่ะ ฉันจะบอกเหตุผลกับคุณกรเอง”

 แต่เวลานี้ใบหน้าของโยทะกากลับเต็มไปด้วยความโกรธและเป็นความโกรธที่ไม่มีทีท่าว่าจะเลือนหายไปได้โดยง่าย

 จิรภาจึงได้ยินเสียงที่ฟังแล้วชวนเสียวสันหลังอย่างช่วยไม่ได้

 “ยิ่งเป็นแบบนี้ฉันยิ่งต้องทำใหญ่เลยคุณจี คุณต้องช่วยฉันนะ”

 “แต่ว่า”

 “ไม่มีแต่ค่ะ ใครก็ตามที่บังอาจทำให้น้องชายของฉันเป็นแบบนี้ฉันไม่มีวันยอมปล่อยมันไปแน่ๆ แต่อย่าบอกเรื่องนี้ให้โยรู้นะคะ”

 น้ำเสียงและแววตาของโยทะกาดุกระด้างเสียจนทำให้จิรภาเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วโยทะกาเป็นผู้หญิงจริงๆ

 ความโกรธเป็นแรงผลักดันให้โยทะกาลุกขึ้นมาเป็นมาดามไลลาอีกครั้ง มาดามไลลาที่มีทั้งความอ่อนหวาน เปรี้ยวปราดเปรียวและพิษร้ายกาจที่ฌอนเป็นคนสร้างขึ้น

 ฌอนชอบมองเวลาที่ภรรยาของเขารับมือกับบรรดานักข่าวหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามารุมล้อมเธอ บางคนแสนจะหยาบคาย แต่โยทะกาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้จนเขาเองมักจะได้รับเสียงออดจากเธอเอาบ่อยๆ

 “คุณใจร้าย ปล่อยให้โยเผชิญกับแร้งกาพวกนั้นตามลำพังได้ยังไงกันคะ”

 “ผมไม่อยากเห็นคุณอ่อนแอ วันหนึ่งเมื่อผมไม่อยู่เจ้าพวกนี้ล่ะที่จะคอยจิกทึ้งคุณ ทำให้คุณเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นมาดามไลลาของผมต้องเข้มแข็งและรับมือกับเจ้าพวกนี้ได้”

 “โธ่! ฌอน”

ดังนั้นบางครั้งเมื่อครั้งที่ยังเป็นมาดามไลลาอยู่นั้นเธอจึงขึ้นชื่อมากในเรื่องเอาแต่ใจที่ใครๆ ต้องจัดการให้เป็นไปตามในสิ่งที่เธอต้องการและเวลานี้นิสัยดั้งเดิมที่ถูกเก็บซ่อนไว้กำลังกลับมาอีกครั้ง

*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

67 ความคิดเห็น