คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 44 หวาดหวั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 มี.ค. 53

ในท้ายที่สุดแล้วกลับกลายเป็นว่าแหวนที่ทั้งสองวงที่ประดับอยู่ที่นิ้วมือของอเมทิสต์และโยทะกา มาร์ลาไคล์เป็นคนเลือกให้และเลือกได้อย่างถูกใจทั้งสองคน

แหวนเกลี้ยงๆ ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กฝังอยู่ในตัวเรือน วงที่โยทะกาสวมอยู่บางกว่าวงที่อเมทิสต์สวมเพียงเล็กน้อย

โยทะกาในชุดนอนปาจามาสีเขียวครามยืนทอดสายตาอยู่ที่ริมระเบียงนอกห้องนอน เธอได้แต่คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต

ทั้งเรื่องที่เธอได้มาพบกับผู้ชายที่แสนดี คนที่หยิบยื่นโอกาสและความฝัน คนที่ประคับประคองเธอให้สามารถเป็นเธออย่างทุกวันนี้

วันนั้นเมื่อฌอนจากไป หัวใจของโยทะกาแหลกสลายไปแล้วครั้งหนึ่ง พาให้ร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยและแทบเสียสติไป แต่เธอก็กลับคืนมาด้วยความรักจากน้องชาย ครอบครัวและเพื่อนรัก

มาเวลานี้โยทะกามายืนอยู่ที่คฤหาสน์ลูวโค ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอีกครั้ง

ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเงียบขรึมและเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังของทั้งอังกฤษและกระบี่ เขาแสดงออกถึงความรักลึกซึ้งที่มีต่อเธอมาเนิ่นนาน

โยทะกาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะโชคดีที่ได้รับความรักที่พิสุทธิ์เช่นนี้ถึงสองครั้ง และรักครั้งนี้ของเธอ เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายเป็นอันขาด เพราะเธอรู้ดีว่าเธอคงทนไม่ได้หากต้องจากชายผู้เงียบขรึมคนนี้ไป

อเมทิสต์เดินตามหาโยทะกาหลังจากจัดการกับกองเอกสารในห้องทำงานใกล้ๆ สำเร็จเรียบร้อย เขาเดินไปดูที่ห้องมาร์ลาไคล์แล้วก็พบแต่ความว่างเปล่า ความหวั่นใจมีมาก เขาไม่เคยสงบใจได้สักครั้งหากเดินเข้าห้องนอนแล้วไม่พบโยทะกา และครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น ถ้าหากว่าสายตาของเขาจะไม่ปะทะเข้ากับชายเสื้อนอนที่ปลิวไสวอยู่นอกประตูฝรั่งเศษที่กั้นห้องนอนกับระเบียงไว้เสียก่อน

อเมทิสต์ถอนใจยาวด้วยความโล่งใจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่อาจนับได้ ด้วยความคิดที่ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในห้วงฝันที่เป็นจริง เขาหลงรักผู้หญิงตัวสูงโย่งคนนี้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบในงานจัดแสดงผลงานนักเรียนศิลปะที่หอศิลป์ ผู้หญิงที่ไม่ได้สวยบาดตาสักนิด ติดจะดูธรรมดามากๆ เสียด้วยซ้ำ แต่รอยยิ้มของเธอกลับสะกดให้เขาหลงใหลและรู้สึกมีความสุขไปด้วยกับรอยยิ้มนั้น

เป็นความจริงเมื่ออเมทิสต์บอกโยทะกาไปว่าหากเขาไม่เห็นว่าเธอรักฌอนมากมายขนาดนั้นล่ะก็ เขาคงจะแย่งชิงตัวเธอมาจากฌอนนานแล้ว

อเมทิสต์ต้องตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความทุกข์ทุกครั้งที่เห็นฌอนสัมผัสเธอ ได้แต่เก็บกดความรู้สึกเอาไว้ ดังนั้นในวันที่เขาได้รับรู้ถึงการเสียชีวิตของฌอน เขารู้สึกดีใจอย่างมากแต่ก็ทำได้เพียงเก็บอัดความรู้สึกเอาไว้ เพราะเวลานั้นเขามีคาเรนอยู่แล้วทั้งคน

กระทั่งพิธีฝังศพเขาก็ไปและได้เห็นดวงตาที่สะท้อนความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าง ดวงตาที่บ่งบอกถึงผู้เป็นเจ้าของว่าเวลานี้หัวใจของเธอได้แหลกสลายไปพร้อมกับคนที่นอนอยู่ใต้ผืนดินเย็นเฉียบคนนั้น

อเมทิสต์พยายามเฝ้าติดตามหาโยทะกาทันทีหลังจากที่เขาเป็นอิสระ เขาตกใจและเสียใจไปกับเธอที่ได้รับรู้ว่าเธอต้องมาแท้งลูกด้วยสาเหตุที่ยังคงเป็นปริศนา และทุกข์ใจกับข่าวลือที่ว่าเธอกำลังเสียสติ เพราะการสูญเสีย แต่เมื่อเขาตัดสินใจที่จะไปรับเธอก็ช้าเกินไป เธอจากไปแล้ว

เวลานั้นอเมทิสต์เกือบจะไม่เป็นผู้เป็นคนเช่นกัน เขาส่งคนออกติดตามหาไปทั่วอังกฤษ ไปตามที่ต่างๆ ที่โยทะกาเคยไป แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง คือไม่สามารถติดตามหาได้

ถ้าหากช่วงเวลาเหล่านั้นอเมทิสต์ไม่มีมาร์ลาไคล์เขาเองก็อาจจะเสียสติไปแล้วเช่นกัน ความรักที่เขามีให้ต่อโยทะกามันรุนแรงเสียจนบางครั้งเขาเองต้องมานั่งหัวเราะกับความรู้สึกของตัวเอง

กระทั่งได้มาพบกันอีกครั้ง แม้ว่าโยทะกาจะไม่รู้ว่าอเมทิสต์เป็นใคร แต่เขารับรู้ได้ในทันทีว่านายแบบหนุ่มที่เห็นตรงหน้านี้คือเธออย่างไม่ต้องสงสัย ผู้หญิงที่เขาเฝ้าฝันถึงมาโดยตลอดปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในฐานะนายแบบหนุ่ม เขาพยายามที่จะเก็บอาการดีใจที่ได้พบ และพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใดเธอจึงปรากฏตัวเช่นนี้

แต่ชั่วเวลาไม่นานที่ได้ใกล้ชิดกันกลับยิ่งทำให้อเมทิสต์รักโยทะกามากขึ้นไปกว่าเดิมจนไม่อาจปิดบังความรู้สึกไว้ได้ และในวันสุดท้ายนั้นเองที่เขาได้เปิดเผยใจด้วยท่าทีที่แสดงออก และโยทะกาเองก็ตอบรับไมตรีของเขา แต่เธอกลับจากเขามาอย่างเลือดเย็นเหลือเกิน

เวลานั้นอเมทิสต์มีแต่ความหวั่นเกรงว่าชีวิตนี้เขาจะไม่ได้พบกับเธออีก ก็พอดีกับที่มาร์ลาไคล์มาป่วยเขาจึงเอาเวลาทั้งหมดมาดูแลลูกชายเพื่อว่าจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดถึงแต่โยทะกา คือเธอที่ปรารถนา คนนั้น

แต่แล้วโยทะกากลับมาปรากฏตัวตรงหน้าด้วยความเข้าใจผิดอเมทิสต์จึงหนีเธอ แต่เธอก็มาง้องอนเขาและนับจากนั้นมาเตียงของเขาก็อุ่นอยู่เสมอ แต่เขาไม่ได้ต้องการเพียงเท่านี้ เขาต้องการที่จะผูกพันเธอไว้เพื่อให้จิตวิญญาณของเขามั่นคง ความรักที่มีให้กับเธอ ทำให้เขากลัวไปเสียทุกครั้งว่าเธอจะหนีหายไปอีก แต่ดูเหมือนว่าเวลานี้เธอกำลังใช้ความคิดอยู่จึงออกมายืนรับลมเงียบๆ เพียงลำพังเช่นนี้

อเมทิสต์วางเสื้อคลุมบนบ่าโยทะกาอย่างอ่อนโยน เขากอดเธอไว้และกระชับอ้อมกอดให้แน่นเข้า ถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเสียหนึ่งครั้งก่อนจะวางหน้าผากลงบนไหล่ของเธอที่ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ไม่หนี แต่ก็ไม่ตอบโต้

“คุณทำผมตกใจนะโย”

“คุณยังไม่เลิกคิดว่าโยจะหนีคุณอีกหรือคะ?”

เสียงที่ถามเป็นเพียงประโยคบอกเล่าคล้ายกับรำพึงรำพันถึงลมฟ้าอากาศอ่อนเบา ไม่ได้คาดคั้น และไม่ได้โกรธที่อเมทิสต์ไม่ไว้เธอ คำตอบรับมีเพียงแรงสัมผัสที่บ่าที่เขาพยักหน้ารับเงียบๆ ก่อนจะจุมพิตบ่าและแก้มเธอแล้วซบใบหน้าลงที่บ่าของเธออีกครั้ง

โยทะกาถอนหายใจเสียงเบา เธอยกมือขึ้นสัมผัสแก้มอเมทิสต์ เพียงแค่เธอขยับตัวเขาก็คลายอ้อมกอดเพียงเล็กน้อยแล้วก็พบว่าโยทะกาหันมามองเขาด้วยสายตาจริงจัง ไม่ดุกระด้างสักนิดมีแต่ร่องรอยของความอ่อนโยน สองมือของเธอสัมผัสสองข้างแก้มของเขาขณะที่ตัวเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา

“ฉันยังยืนยันคำเดิมค่ะอเมทิสต์ ฉันจะไม่จากคุณไปไหนเว้นเสียแต่ความตายจะมาพรากเราไปค่ะ”

คำสัตย์ที่ได้ยินในโบสถ์ถูกเอ่ยออกมาเพื่อย้ำให้อเมทิสต์มั่นใจอีกครั้ง แม้ว่าทั้งคู่จะยังไม่ได้ให้คำสัตย์ต่อกัน แต่ความรู้สึกของทั้งคู่เวลานี้ก็ผูกพันกันเหนียวแน่นเสียยิ่งกว่าคำสัตย์เสียแล้ว

“ผมรู้ แต่ผมก็อดไม่ได้ เข้ามาในห้องแล้วไม่พบคุณ ผมใจไม่ดีเลย”

“อเมทิสต์คะ คุณต้องมั่นใจในตัวฉันให้มากกว่านี้สิคะ ฉันรู้ว่าใจคุณเป็นอย่างไร ฉันเข้าใจค่ะ แล้วเราจะช่วยกันเยียวยาจิตใจของคุณ”

อเมทิสต์พยักหน้ารับ เขาอยากจะบอกว่าตั้งแต่มีโยทะกาในชีวิตในช่วงไม่กี่วันมานี้ หัวใจที่เคยด้านชามานานมันกลับมีความรู้สึกอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงตรงหน้านี้ทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน เธอเข้าอกเข้าใจในความเป็นตัวเขา และพร้อมที่จะเผชิญทุกสิ่งไปกับเขา ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาอยากอยู้ใกล้เธอตลอดเวลา

โยทะกาหัวเราะเสียงเบา เวลานี้เธอเปลี่ยนมากอดอเมทิสต์แล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจึงกระซิบเสียงเบากับอเมทิสต์ ซึ่งทำให้เขาถึงกับหน้าแดง

“สงสัยคุณคงเป็นโรคโยซินโดรมเสียล่ะมังคะ?”

น้ำเสียงหยอกเย้าที่กระซิบใกล้หูช่างเป็นอะไรที่ทำให้อเมทิสต์อดใจไว้ไม่อยู่ เขากอดเธอแน่นๆ อย่างรวดเร็วแล้วอุ้มเธอก้าวเดินเข้าห้อง ใช้เพียงไหล่หนาเปิดและปิดประตู เขาก้าวยาวๆ ไปที่เตียงนอนวางโยทะกาลงกับเตียงไม่เบานักตามด้วยตัวเขากับน้ำเสียงหยอกเย้าไม่แพ้กัน

“ถ้าอย่างนั้นก็มารักษาเสียดีๆ”

โยทะกาหัวเราะไปกับอารมณ์และความรู้สึกที่อเมทิสต์แสดงออกได้ไม่นานก็ต้องรับมือกับรักที่เขาเต็มใจมอบให้จนหลับใหลไปด้วยกันอีกครั้ง

การทำงานของโยทะกาคืบหน้าไปได้ด้วยดี แม้ว่าเธอจะกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกวันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเธอสั่นคลอนแม้แต่น้อย

แต่คนที่รู้สึกหวั่นใจกับข่าวของเธอกลับกลายเป็นคนที่อยู่อีกซีกหนึ่งของโลก

“แพรว่าไอ้คนพวกนี้มันจะเล่นงานพี่ผมไหมเนี่ย”

“อย่างโยน่ะ รับรองจัดการได้อยู่แล้ว ยิ่งเวลานี้มีสติครบถ้วนใครหน้าไหนก็ทำอะไรพี่คุณไม่ได้หรอก ที่สำคัญคุณคิดว่าคุณลูวโคจะยอมให้ใครมาทำอะไรพี่คุณงั้นหรือไง”

โยธินนั่งมองข่าวในอินเตอร์เน็ทด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล แต่นับตั้งแต่ที่พี่สาวเขาหายตัวไปวันนั้นแล้วส่งข่าวมาบอกเพียงแค่ว่าจะไปจัดการเรื่องทรัพย์สินให้เรียบร้อย เขาไม่เคยมีอาการจิตใจหวั่นไหวแบบไม่มีสาเหตุอีกเลย มีแต่บางครั้งที่เขามักจะรู้สึกเต็มตื้นไปด้วยความสุขอย่างไม่รู้สาเหตุ เมื่อปรึกษากับแพรวาทั้งคู่จึงสรุปว่าเวลานี้โยทะกากำลังมีความสุขมากเสียจนมันสามารถถ่ายทอดมายังเขาที่ฝาแฝดได้

แต่ถึงจะมีความรู้สึกเป็นสุขอยู่ โยธินก็ยังอดเป็นห่วงพี่สาวไม่ได้ ในเมื่ออเมทิสต์ต่างจากฌอนเหลือเกิน

ฌอนที่เขารู้จักเป็นผู้ชายที่เปิดเผยร่าเริง แม้จะมีปมในใจ แต่เขาก็ข้ามผ่านมันมาแล้วอย่างงดงาม

แต่กับอเมทิสต์ โยธินยอมรับว่าดูผู้ชายคนนี้ไม่ออกเลย เพราะเขาช่างเงียบขรึม ไม่เคยพูดอะไรเกินความจำเป็น สุภาพและห่างเหิน ไม่ทำตัวสนิทสนมกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายของคนที่เขารักเลยสักครั้ง ซึ่งผิดกับฌอนที่ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ แล้วอย่างนี้จะทำให้พี่เขามีความสุขได้อย่างไรกัน

นั่งคิดไปๆ มาๆ ก็วนอยู่ที่เดิม โยธินที่คอยเฝ้ามองแพรวาที่เดินวนไปมาอยู่ในครัวจึงตะโกนพูดสิ่งที่คิดออกไป

“ต้นเดือนหน้าไปอังกฤษกันเถอะแพรว ผมคิดถึงพี่ จะไปดูหน้าว่าที่พี่เขยด้วยว่าดูแลพี่โยดีหรือเปล่า”

แพรวาไม่ตอบ เธอเพียงแต่หัวเราะกับตัวเองเบาๆ

“คราวนี้เธอแพ้นะโย น้องเธอนี่มันเด็กติดพี่ชัดๆ”

“เห็นข่าวตัวน่ะ เป็นห่วงก็เลยโทรหาสบายดีนะ”

“โอ๊ย! ดีสิ ตอนนี้นะอย่างกับเจ้าหญิง ยิ่งอยู่กับอเมทิสต์ด้วยนะ เขาตามใจเรายิ่งกว่าฌอนอีก”

“ขนาดนั้นเชียว”

“อื้อ... ไม่ใช่แค่นั้นนะเขายังเป็นกังวลกับเรื่องของเราจนเกินกว่าเหตุเสียอีก ขนาดหนังสือพิมพ์ยังไม่ค่อยอยากจะให้เราอ่านเลยกลัวเราคิดมาก”

“แหม... น่าอิจฉาตัวนะ มีคนรักแต่ละคน”

“อ๊ะๆ อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะ คนรักของเธอน่ะน้องชายเรานะ”

“อ้าว เรายังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เราแค่บอกว่าอิจฉาที่เธอมีโอกาสได้พบกับผู้ชายดีๆ ถึงสองคน แต่เราน่ะเราอยากมีแค่โยคนเดียวนะ”

“พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ว่าแต่พ่อน้องชายเราเป็นไงบ้าง”

“ก็เห็นพยายามเก็กอยู่น่ะนะ แต่เราว่าคงคิดถึงตัวแย่แล้ว”

“งั้นหรือ”

“นี่โย”

“ฮึ”

“มาพนันกันไหม?”

“พนัน? อะไร?”

“ก็ตัวว่าโยจะอดทนที่จะไม่ไปหาตัวได้นานเท่าไร”

โยทะกาหัวเราะออกมาในที่สุดกับคำถามของเพื่อนสาว

“ก็จนกว่าจะหมดคิวงาน หมอนั่นมันบ้างานจะตายไป ขนาดเจ็บๆ มันยังให้เราไปแทนได้เลย”

“แต่เราว่าไม่เกินอาทิตย์นี้หรอก”

“งั้นเชียว”

“ไม่เชื่อคอยดู ถ้าเราชนะพนันเธอต้องเลี้ยงกับข้าวฝีมือตัวนะ”

“ก็ได้ แต่ถ้าเราชนะพนันล่ะ”

“ก็อยากได้อะไรล่ะ”

“อืม... อยากได้เพื่อนเจ้าสาวสวยๆ ที่ควบตำแหน่งน้องสะใภ้น่ะ ได้ไหม?”

“แบบนี้ก็สบาย ถึงไม่ขอเราก็เต็มใจอยู่แล้ว”

แล้วสองสาวก็พากันประสานเสียงหัวเราะเสียจนผู้ชายที่อยู่ห้องข้างๆ ทั้งสองฝั่งต้องตะโกนถามกันว่าหัวเราะเรื่องอะไรกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างพากันบิดเบือนข้อมูลเพื่อไม่ให้รู้ว่าทั้งสองคนติดต่อกันอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่สองสาวทำกันมานานแล้ว ความลับระหว่างเพื่อนสาวกับการพนันเล็กๆ น้อยๆ ที่ต่างฝ่ายต่างเต็มใจที่จะทำตามอยู่แล้ว


*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #55 august (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 20:27
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ขอให้ทั้งคู่รักกันมากๆๆ คนอ่านก็มีความสุขไปด้วย



    ขอบคุณระที่อัพให้อ่าน
    #55
    0