คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 37 ประชุม : นักเรียนทุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ธ.ค. 52

 โยทะกาจากปราสาทมาด้วยความรู้สึกเอิบอิ่มในหัวใจ เธอรู้แล้วว่าเธอจะจัดการกับทรัพย์สินชิ้นใหญ่นี้อย่างไรดี และเธอจะจัดการอย่างไรกับทุนไลลาที่สามีเธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

 ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่ฌอนสร้างไว้ให้นั้นมีมากมาย แต่หากขาดการจัดการที่ดีแล้วล่ะก็ มันก็คงจะหมดไปอย่างไร้ค่า

 ทันทีที่โยทะกากลับมาถึงบ้านพักของไทเกอร์เธอจึงได้รับรายงานว่าทุกคนที่ได้รับทุนไลลายินดีที่จะเข้าร่วมประชุมกับเธออย่างพร้อมเพรียงกันในวันเสาร์ที่กำลังจะมาถึง

 “ดีจริง ถ้าอย่างนั้นต้องรีบแล้ว”

 โยทะกาถูมือไปมาด้วยท่าทางที่ไทเกอร์ไม่ได้เห็นมานาน มันเป็นท่าทางที่เขาต้องเตรียมตัวรับงานหนัก ซึ่งไม่ผิดจากที่คิดแม้แต่น้อย

 “ตาเฒ่าเอาบัญชีสินทรัพย์ทั้งหมดของฌอนมาให้หนูหน่อยนะคะ”

 ‘นั่นไง แล้วมันจะอ่านวันเดียวหมดได้ไงกัน แค่คนที่ทำบัญชีมันก็ตั้งสามคนเข้าไปแล้ว’

 ไทเกอร์ไม่มีเวลาได้คิดอะไรมากนัก เพราะโยทะกาจัดการสั่งเสียเรียบร้อย

 “แหมไม่ต้องมาทำค้อนเลย รู้หรอกน่าว่าวันเสาร์น่ะมันอีกสองวัน แต่วันนี้ก็น่าจะตามสมุห์บัญชีมาได้ไม่ใช่หรือคะ ตามมาหมดนั่นล่ะทั้งสามคน แล้วก็จูเนียร์ด้วยวันนี้เรามาประชุมเรื่องทรัพย์สินของฌอนก่อน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาร่างเอกสารสำหรับวันเสาร์กัน”

 “มาดามจะไม่บอกผมสักหน่อยหรือครับว่าคุณคิดจะทำอะไร”

 โยทะกาเอนกายพิงพนักเก้าอี้แล้วจึงพูดในสิ่งที่เสือเฒ่าได้คาดการไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำยืนยันเท่านั้นเอง
 
 “หนูจะจัดการให้ทุนของฌอนยังคงอยู่ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีมาดามไลลาแล้วก็ตาม แล้วปราสาทหลังนั้นหนูก็จะจัดทำเป็นโรงเรียนที่ไม่หวังผลกำไร หนูไปดูมาแล้วครูที่นั่นยอดเยี่ยมจริงๆ แล้วหนูก็วางตัวคนที่จะเป็นครูใหญ่ไว้แล้วด้วย”

 “เอาจริงหรือครับ”

 “จ๊ะ”

 “แล้วมาดามไม่เก็บ... เอ่อ...”

 “ไม่หรอกตาเฒ่า แค่ที่ฌอนกันไว้ในส่วนของหนูก็มากมายจนชาตินี้หนูก็ใช้ไม่หมด แล้วแทนที่จะให้หนูไปถลุงเล่นสู้ให้หนูสร้างโอกาสให้กับคนอื่นๆ ต่อไปไม่ดีกว่าหรือคะ”

 “คุณนี่ช่างเหมือนคุณผู้ชายไม่มีผิด”

 “หนูถือว่านั่นเป็นคำชมนะคะ”

 ไม่ผิดเลยกับคำพูดที่ไทเกอร์กล่าวไว้กับโยทะกา เธอมีความคิดเหมือนกับฌอน ในเมื่อเวลานี้เธอได้กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับที่ฌอนเป็น

 ฌอนไม่ได้มีดีแค่เพียงเป็นจิตรกรระดับต้นๆ เท่านั้น หากแต่เขายังเป็นนักบริหารที่ดี เขานำเงินที่ได้จากงานเขียนไปลงทุนในด้านต่างๆ เขาซื้อหุ้นและพันธบัตรไว้อย่างมากมายและมันสร้างผลกำไรให้กับเขาอย่างมหาศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มีในตัวโยทะกาเช่นกัน

 ดังนั้นเมื่อบรรดาหุ้นและพันธบัตรเหล่านั้นส่วนหนึ่งได้โอนให้กลายเป็นของโยทะกาไปแล้ว และเธอได้จัดการอย่างเป็นระบบจนอยู่ตัวก่อนที่เธอจะเสียสติไปพักหนึ่ง จึงไม่ทำให้เธอเดือดร้อน เมื่อมาตรวจสอบดูอีกครั้งทรัพย์สินของเธอรวมกับมรดกจากสามีจึงมีมหาศาลจนโยทะกาไม่คิดจะเก็บไว้เพียงคนเดียว

 โยทะกาไม่จำเป็นต้องจัดการแบ่งทรัพย์สินของเธอให้กับครอบครัว เพราะทุกคนต่างก็ไม่ต้องการ สิ่งที่พวกเขาต้องการมีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเธอเท่านั้น ดังนั้นการที่จะเรียกความเชื่อมั่น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเธอให้กลับคืนมาจึงต้องเริ่มต้นจากการให้ครั้งยิ่งใหญ่นี้

 ซึ่งโยทะกาไม่คิดว่าการบริจาคจะเป็นทางออกที่ดี ในเมื่อเธออยากจะเห็นความคงอยู่และถาวรที่สร้างให้คนทุกคนสามารถไขว่คว้าและสร้างโอกาสให้กับตัวเองได้มากกว่ารอการหยิบยื่นให้ เธอจึงเลือกใช้เส้นทางนี้

 เมื่อโยทะกาได้มีโอกาสพบกับสมุห์บัญชีที่ทำหน้าที่จัดการทรัพย์สินของฌอนครบทั้งสามคนอันได้แก่ หลุยส์ สมุห์บัญชีเก่าแก่ที่เธอเคยพบมาแล้ว แต่อีกสองคนเป็นคนที่เธอไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งทั้งสองคนต่างก็มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูเช่นเดียวกับที่ทุกคนมอง

 สมุห์บัญชีอีกสองคนนี้อายุน่าจะน้อยกว่าคนแรกมากโขอยู่ ซึ่งก็จัดอยู่ในรุ่นใกล้ๆ กับฌอน ทั้งคู่มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูและชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง หากแต่สายตานั้นไม่ได้แสดงอาการจาบจ้วงหยาบคายแต่อย่างใด มันเป็นสายตาของคนที่คอยเฝ้าจับตามองคนๆ หนึ่ง และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นคนตรงหน้านี้อีกครั้ง

 โยทะกาไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำไปว่าคนทั้งคู่นี้เคยพบกับเธอมาก่อนในช่วงที่ยังมีฌอนอยู่ เพราะในเวลานั้นความทรงจำของเธอกับผู้ชายอื่นนั้นแทบจะไม่สามารถทำให้เธอจดจำได้ ดังนั้นเมื่อเธอได้รับการแนะนำกับสมุห์บัญชีหนุ่มครั้งนี้เธอจึงรู้สึกราวกับเพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรก

 “สวัสดีค่ะทอม นิก”

 “สวัสดีครับ”

 ทั้งสองคนตอบรับเธออย่างพร้อมเพรียงกัน

 ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นไทเกอร์เป็นคนแนะนำให้โยทะกาได้รู้ว่าทั้งสองคนนี้ก็คือคนที่ได้รับทุนจากฌอนในช่วงแรกๆ ก่อนที่จะได้พบกับเธอและคนทั้งคู่รู้จักเธอเป็นอย่างดีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งที่ได้ฟังทำให้โยทะกาเกิดความเขินอายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 “ฉันนี่แย่จริง บอกตามตรงนะคะ ฉันไม่รู้จักหน้าตาของนักเรียนทุนไลลาสักคนเดียว”

 “เรื่องนั้นไม่แปลกหรอกครับ”

 ทอมเป็นคนพูดและส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ มันเหมือนกับพี่ชายที่มองว่าน้องสาวเล็กๆ ของเขากำลังทำเรื่องเปิ่นๆ แต่ก็ทำให้ทั้งทอมและนิกยิ่งชอบโยทะกามากขึ้น

 เมื่อความเก้อกระดากในนาทีแรกผ่านพ้นไป โยทะกาก็ได้ออกปาบอกวัตถุประสงค์ที่ได้เรียกตัวทุกคนมาคร่าวๆ ซึ่งทุกคนต่างพากันมองหน้าเธอด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงจนเธอต้องหัวเราะออกมา

 “อย่ามองฉันอย่างนั้นน่า ฉันไม่ได้เสียสติสักหน่อย”

 “แต่สิ่งที่คุณกำลังบอกพวกเราคือการทำทรัพย์สินของคุณให้กลายเป็นของสาธารณะนะครับ”

 นิกแย้งขึ้น และมีความรู้สึกว่าสามีภรรยาคู่นี้ช่างเหมือนกันเหลือเกิน เคยมีใครคิดจะทำอะไรเพื่อคนอื่นได้มากมายขนาดนี้หรือ

 “อืม... มันก็จริง แต่มันก็ไม่สาธารณะขนาดนั้นสักหน่อย เราจะจัดทำเป็นมูลนิธิที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แล้วก็ทำให้คนอื่นๆ มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่ดีต่อเนื่องกันไป”

 “มาดามเอาจริงหรือครับ”

 ทอมถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 “จริงสิ ฉันน่ะปล่อยให้เวลามันเดินไปแบบไร้ค่ามานานแล้ว ทีนี้ฉันก็จะจัดการให้ถูกต้องเสียที แล้วถ้าฌอนยังอยู่เขาก็จะต้องสนับสนุนความคิดนี้อย่างแน่นอน”

 โยทะกาไม่รู้เลยว่าสายตาที่ชายทั้งสามมองดูเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม แน่นอนว่าคนทั้งสามรู้ดีที่สุดว่าจำนวนสินทรัพย์นั้นมันเป็นจำนวนเท่าไร แต่เธอกลับไม่คิดที่จะเก็บไว้เพียงคนเดียว หากแต่ได้ร่างแผนการเพื่อคนอื่นอย่างรอบคอบรัดกุมและเหมาะสม

 มาถึงนาทีนี้พวกเขาทุกคนล้วนไม่แปลกใจสักนิดว่าเพราะเหตุใดผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจึงเป็นที่รักของฌอน ไลลาอย่างเหลือเกิน

 “เอาล่ะมาเริ่มกันเลยดีกว่า”

 โยทะกาบอกกับเหล่าสมุห์บัญชีรวมถึงไทเกอร์และจูเนียร์ลูกชายของไทเกอร์ และไม่นานทุกคนก็ต้องคร่ำเคร่งกับบัญชีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเสียจนโยทะกาต้องออกปากบ่น

 “ทำไมมันเยอะขนาดนี้ แล้ววันนี้จะเสร็จไหมเนี่ย”

 เกิดเสียงหัวเราะที่พยายามเก็บซ่อนแต่ไม่สำเร็จขึ้นทันที ซึ่งทำให้โยทะกาได้แต่มองหน้าทุกคนที่พยายามซ่อนรอยยิ้มไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยสายตาหาเรื่อง ซึ่งดวงตาของเธอยิ่งทำให้ผู้ชายห้าคนที่นั่งมองเธอนั้นยิ่งหัวเราะหนักมากขึ้นไปกว่าเดิม เพราะเธอเริ่มพยศเหมือนเด็กดื้อรั้น ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยได้เห็นกันมาก่อน

 “ทำไมต้องหัวเราะกันด้วยล่ะคะ”

 “ก็มีอย่างที่ไหน ใครๆ เขาก็อยากจะมีอย่างมาดามกันทั้งนั้น แต่นี่มาดามกลับมานั่งบ่นแบบนี้”

 ทอมที่พยายามพูดอย่างยากเย็น เขาเพิ่งจะมีโอกาสได้พบกับโยทะกาเป็นครั้งแรก แต่รู้สึกได้เลยว่าเด็กคนนี้จะเป็นคนที่สามารถเรียกร้องรอยยิ้มจากทุกคนได้ไม่ยาก เพราะเธอช่างไม่มีจริตมารยาอะไรเลย คิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ทำให้คนอยู่ใกล้ชิดเกิดความสบายใจ แบบนี้แล้วจะไม่ให้รักก็คงจะไม่ได้

 “อ้าว! ก็ไม่จริงหรือฉันก็รู้อยู่หรอกนะว่าทรัพย์สินของฌอนน่ะมีเยอะ ถึงต้องมีสมุห์บัญชีตั้งสามคนแบบนี้ แล้วยังต้องมีทนายอีกสอง แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะยุบยับขนาดนี้ แล้วแบบนี้วันนี้จะจัดการหมดหรือนี่”

 โยทะกาทำหน้ายุ่งขึ้นมาทันที แต่แล้วความคิดหนึ่งก็เกิดประกายขึ้น สีหน้ายุ่งๆ จึงแจ่มใสขึ้นทันตา แล้วก็เลยหันมามองสมุห์บัญชีทั้งสามที่มองเธอเป็นตาเดียวกัน

 “เอาอย่างนี้ดีกว่า เรื่องการตรวจสอบฉันเชื่อใจว่าพวกคุณทุกคนทำงานมาเป็นอย่าอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าไอ้พวกนี้พอจะจัดแบ่งเป็นกลุ่มคร่าวๆ ได้แก่อะไรบ้าง มีผลกำไรอย่างไร แล้วเราก็มาจัดหมวดหมู่เพื่อจะใช้ในการสร้างเป็นมูลนิธิไลลากับเป็นหน่วยสนับสนุนโรงเรียน พวกคุณว่าแบบนี้ดีไหม?”

 สีหน้าของโยทะกานั้นเป็นแบบที่เรียกได้ว่ากำลังรอคำตอบจากบรรดาผู้ใหญ่จึงทำให้ดูเหมือนกับว่าเธอตื่นเต้นอย่างเหลือเกิน ซึ่งเป็นสีหน้าที่ชายทั้งห้าต่างก็อยากจะประทับไว้ในความทรงจำจึงได้แต่มองเพลิน กระทั่งเธอต้องเร่งร้อนขอคำตอบ

 “คะ แบบนี้ดีไหมคะ?”

 “ครับ”

 แล้วทุกคนก็พูดในรายละเอียดที่ตัวเองเป็นคนดูแล โดยมีไทเกอร์จูเนียร์เป็นคนจดบันทึก กว่าจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาไปจนดึก

 “แย่จริง แล้วอย่างนี้ครอบครัวพวกคุณไม่เป็นห่วงกันแย่แล้วหรือคะ”

 โยทะกามีสีหน้าแสดงความกังวลใจอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ลงความเห็นว่า เด็กคนนี้ทำงานเก่งเหลือเกิน แล้วที่สำคัญเธอยังมีน้ำใจเป็นห่วงเป็นใยถึงครอบครัวของพวกเขาอีกด้วย

 “โทรบอกคนที่บ้านกันแล้วหรือยังคะ?”

 เสียงหัวเราะเกิดขึ้นได้เสมอจริงๆ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ โยทะกาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเธอแสดงออกกับพวกเขาราวกับพวกเขาเป็นญาติมากกว่าจะเป็นลูกน้องที่รับเงินเดือนจากเธอ

 “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับมาดาม พวกเราไม่ใช่เด็กเล็กๆ กันแล้ว”

 โยทะกาหน้าแดงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ เธอก็เป็นแบบนี้เอง ชอบเอาเรื่องที่บ้านมาผูกเข้ากับเรื่องของคนอื่น ลองถ้าเป็นเธอหายหน้าไปทั้งวันแล้วไม่ยอมติดต่อกลับจนครึ่งคืนอย่างนี้ได้มีการตามตัวกันแล้ว แต่นี่ไม่มีเสียงโทรศัพท์ของใครมารบกวนเลยแม้แต่น้อย
 
 เมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงโยทะกา ไทเกอร์และจูเนียร์ บ้านก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

 “ไทเกอร์”

 “ครับมาดาม”

 “พวกเขาทำงานให้ฌอนนานแล้วยัง?”

 “นานแล้วครับ ก็ตั้งแต่เรียนจบกันใหม่ๆ จนตอนนี้ต่างก็มีบริษัทเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น”

 “อย่างนั้นหรือคะ? แล้วครอบครัวพวกเขาล่ะ”

 ไทเกอร์อดไม่ได้ที่จะสังเกตดูสีหน้าของโยทะกา เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงถามเรื่องนี้ออกมา

 “ก็เท่าที่ทราบ ทอมเพิ่งจะแต่งงานเมื่อไม่นานมานี้เอง ส่วนนิกรู้สึกว่าจะไม่ยอมใจอ่อนเสียที เห็นมีสาวๆ มาติดพันหลายคน”

 โยทะกาพยักหน้ารับพอเข้าใจ แต่มันกลับทำให้เฒ่าไทเกอร์อดเป็นกังวลไม่ได้ เขากลัวเหลือเกินว่าเธออาจจะสนใจชายหนุ่มหนึ่งในสองถึงได้ถามมาเช่นนี้ แต่โยทะกากลับพูดด้วยท่าทางสบายใจคล้ายพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศขึ้นมาเสียเฉยๆ

 “อย่างน้อยๆ พวกเขาก็มีความสุขในแบบของเขานะคะ แบบนี้ฌอนก็คงจะดีใจแน่ๆ”

 การคาดเดาของเสือเฒ่าผิดพลาดอย่างที่สุด เมื่อในสายตาของโยทะกาเห็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีมากทั้งสองคนเป็นเพียงนักเรียนทุนของสามี

 “ครับมาดาม”

 เมื่อวันเสาร์มาเยือน โยทะกาก็ได้พบกับสมาชิกทุกคนที่เธอต้องการตัว อันได้แก่ เหล่านักเรียนทุนไลลาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุดที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยการแพทย์

 ภายในห้องรับรองที่ถูกปรับให้กลายเป็นห้องประชุมมีสมาชิกรวมแล้วถึง14 คน

 เริ่มจากประธานคือโยทะกา ฝั่งซ้ายมือคือลอร่า คริสตินา แซลมัว โจอี้ สตีฟ เดวิด และอลันนั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ ส่วนฝั่งทางขวามือคือไทเกอร์ จูเนียร์ หลุยส์ จอห์น นิก และทอม
 
 นักเรียนทุนไลลาทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในช่วงเป็นกำลังสำคัญทั้งสิ้น เริ่มจาก

 นักเรียนทุนคนที่ 1 อลัน เรียนทางด้านการบริหารจัดการ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการบริษัทแฟชั่นดีไซน์ชื่อดัง

 นักเรียนทุนคนที่ 2 ทอม เรียนด้านบัญชีและการจัดการ ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทบัญชีและสมุห์บัญชีของฌอน

 นักเรียนทุนคนที่ 3 นิก เรียนด้านบัญชี ปัจจุบันทำงานเป็นนักบัญชีอิสระและสมุห์บัญชีของฌอน

 นักเรียนทุนคนที่ 4 จอห์น เรียนด้านกฎหมาย ปัจจุบันเป็นทนายความคดีแพ่งให้กับศาลเขตรวมถึงเป็นทนายและเอเจนซี่งานเขียนส่วนตัวของโยทะกา

 นักเรียนทุนคนที่ 5 ลอร่า เรียนด้านศิลปะ ปัจจุบันเป็นครูสอนศิลปะที่ปราสาทของโยทะกา

 นักเรียนทุนคนที่ 6 เดวิด เรียนด้านวิศวะกรรมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของเวปไซด์ศิลปะที่มีผู้ชมมากเป็นอันดับต้นๆ และยังสร้างสรรค์ผลงานด้านโฆษณาได้อย่างหลากหลาย รวมถึงเป็นโปรแกรมเมอร์ที่กำลังเป็นที่จับตามอง

 นักเรียนทุนคนที่ 7 สตีฟ กำลังเรียนอยู่ปี 4 คณะรัฐศาสตร์และการเมือง ทำงานนอกเวลาที่ศาลเขต

 นักเรียนทุนคนที่ 8 โจอี้ กำลังเรียนอยู่ปี 3 คณะศิลปะประยุกต์ เอกแฟชั่นดีไซน์ และเป็นเด็กฝึกงานให้กับห้องเสื้อหรูแห่งหนึ่ง

 นักเรียนทุนคนที่ 9 คริสตินา กำลังเรียนปี 2 คณะศิลปะศาสตร์ เอกภาษาต่างประเทศ รับงานแปลทั่วไป

 และนักเรียนทุนคนสุดท้าย แซมมัว นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่ง และเป็นผู้ช่วยสัตวแพทย์ที่คลินิกสัตว์เลี้ยงใกล้บ้าน

 

 โยทะกากวาดสายตามองดูทุกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งทุกคนต่างก็ยิ้มตอบเธอด้วยไมตรีจิตอันดี แม้จะมีอาการเกร็งบ้างสำหรับนักเรียนทุนที่ยังเป็นนักศึกษา แต่เมื่อได้รับรอยยิ้มจากเธอ พวกเขาก็ค่อยคลายความเครียดขึงลงไปได้

 หลังจากพยายามจดจำใบหน้าของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนทุนไลลาทั้งหมดแล้ว โยทะกาจึงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง หากแต่ทุกคำพูดของเธอได้ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นตัวขึ้นและพร้อมที่จะตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอปรารถนาให้สำเร็จ

 “อย่างที่ทราบกันดีว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้มาพบกันอย่างจริงจัง ฉันในฐานะภรรยาของฌอน อยากจะจัดทำมูลนิธิไลลาขึ้นเพื่อให้ความฝันของสามีฉันเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยคณะผู้จัดการในมูลนิธินี้ฉันได้ให้สิทธิ์แก่พวกคุณทุกคนที่เป็นนักเรียนทุนของสามีฉัน ฉันมั่นใจว่าพวกคุณจะไม่มีวันทำให้ทุนนี้ต้องผิดไปจากเจตนารมณ์ของเขาอย่างแน่นอน”

 ทั้งน้ำเสียงที่แสดงออกรวมถึงความเชื่อมั่นของเธอ ทั้งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ทำให้ทุกคนมองเห็นโอกาสแห่งความเป็นไปได้ ด้วยทุนที่โยทะกามีบวกกับความรู้ความสามารถของพวกเขาทุกคน ทุกคนคิดว่าสิ่งที่เธอคิดจะทำจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 อลันมองโยทะกาด้วยสายตาทึ่งจัด เขาจัดได้ว่าเป็นนักเรียนทุนที่อาวุโสที่สุด รวมถึงวัยวุฒิของเขาเองก็มากกว่านักเรียนทุนคนอื่นๆ อยู่หลายปี หรือพูดง่ายๆ ว่าในห้องนี้ถ้าไม่รวมโยทะกานักเรียนทุนไลลาและไทเกอร์จูเนียร์แล้ว เขาก็อาวุโสรองจากเสือเฒ่าทั้งสองที่เป็นคนเก่าแก่ของฌอนเลยทีเดียว

 อลันรู้จักโยทะกามาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเพียงเพื่อนสาวของฌอนเสียด้วยซ้ำ เขาที่เป็นทั้งนักเรียนทุนและเป็นเพื่อนของฌอนอดคิดสงสัยในความรักของโยทะกาอยู่ไม่คลาย จนกระทั่งเขาได้มาพบตัวจริงของเธอในงานเปิดแสดงภาพเขียนของเธอ แต่ก็ไม่ได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการเสียที จึงเพียงแต่ผ่านกันไปมาเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เขาคลายใจได้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ทำให้ฌอนผิดหวังเสียใจก็คงเป็นเพราะสายตาคู่นั้น สายตาที่บอกกับทุกคนว่าเธอรักฌอนเพียงใด

 ดังนั้นเมื่อมาถึงวันนี้ วันที่อลันได้มาพบโยทะกาอย่างเป็นทางการ และได้รู้ถึงความต้องการของเธอเขาก็หมดข้อสงสัยที่อาจจะยังคงมีอยู่ในใจ และคิดว่าถ้าเพื่อความปรารถนาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งเพื่อนและผู้ให้โอกาสที่ดีนี้ เขาจะต้องทำในสิ่งที่คนทั้งคู่คาดหวังให้สำเร็จให้ได้


*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #42 august (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 16:17
    น่ารักจังเลย ....มีจิตสาธารณะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ ในโลกใบนี้จริงๆๆๆ



    เป็นกำลังใจให้นะ ...จะอัพตอนเดียวรึ....รีบอัพตอนต่อไปนะ จะรออ่าน
    #42
    0