คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 36 คุณครู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 พ.ย. 52

 โยทะกาเดินออกจากตัวปราสาทแล้ววกกลับเข้าสู่ส่วนของเรือนเพาะชำ ภายในห้องปรับอุณหภูมิยังคงเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ที่อวดดอกสวยให้เธอได้ชื่นใจ

 การกลับมาที่เรือนเพาะชำอีกครั้ง สร้างความขมขื่นใจให้โยทะกาไม่น้อย เมื่อนึกถึงครั้งที่เธอเกือบถูกล่วงละเมิดจากชายที่เป็นเพื่อนสนิทของสามี และเขาได้พรากเอาลูกน้อยของเธอไป

 “แม่กลับมาแล้ว”

 โยทะกาพูดได้ไม่เต็มเสียงนัก เธอเกือบจะร้องไห้อีกแล้ว ถ้าไม่เป็นเพราะเสียงดังฟ้าผ่าของชายชราคนหนึ่ง

 “เข้ามาทำไม บอกกี่หนแล้วว่าที่นี่ห้ามนักเรียนเข้ามา”

 เสียงนี้มีหรือที่โยทะกาจะลืม เฒ่าแบร์ หมีเฒ่าขี้บ่นแต่ปลูกต้นไม้ได้งามนัก คนสวนชราของเธอนั่นเอง

 โยทะกาหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหยาบกร้านของเขาก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

 ในนาทีแรกที่แบร์เห็นโยทะกาเขาคล้ายกับจะนึกออกว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ยังคงนึกไม่ออกอยู่นั่นเอง กระทั่งโยทะกายิ้ม นั่นเองที่ทำให้ชายร่างยักษ์ตัวหนาเป็นหมีกรีซลีย์ถึงกับอุทานออกมาคำหนึ่งแล้วกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ

 “มาดาม มาดามไลลา กลับมาแล้วหรือครับ โอย... ดีใจจริงๆ”

 โยทะกาที่เคยคุ้นกับการถูกกอดรัดด้วยความรักของแบร์มาตลอดหลายปีที่อยู่กับฌอนไม่แปลกใจเลยที่เขาจะโผเข้ากอดเธอเช่นนี้

 “โอย... เบาๆ ก็ได้จ๊ะ หนูมาแล้วจริงๆ สบายดีนะคะแบร์”

 “สบายอะไรได้ล่ะครับ ตั้งแต่มาดามให้ที่นี่เป็นโรงเรียนผมต้องรบกับเด็กๆ ไม่เว้นแต่ละวัน”

 “ทำไมหรือ?”

 แบร์ปล่อยตัวโยทะกาแล้ว แต่ยังไม่ปล่อยมือที่โอบกอดเธอกลายๆ คล้ายกับกลัวว่าเธอจะหนีหายเขาไป ทำให้เธอต้องยกแขนโอบรอบตัวเขาเหมือนที่เคยทำเสมอมา แต่ดูเหมือนว่าเขาตัวใหญ่ขึ้นมากจนเธอโอบไม่รอบเสียแล้ว

 “ก็เจ้าทโมนพวกนั้นน่ะ ชอบมาวุ่นวายกับผม ถามโน่นถามนี่เรื่อย บางทีก็มาขโมยเอาเมล็ดดอกไม้ไป”

 “ก็แล้วทำไมแบร์ไม่สอนเด็กๆ พวกนั้นให้หันมาปลูกต้นไม้แทนล่ะจ๊ะ”

 “ก็ที่นี่มันโรงเรียนศิลปะไม่ใช่หรือครับ”

 “อ้าว! ก็การปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามสวยได้อย่างของแบร์นี่ก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งเหมือนกัน แล้วทำไมแบร์ไม่สอนล่ะจ๊ะ”

 “โธ่มาดาม อย่ามาล้อคนแก่เล่นอย่างนี้สิครับ ผมมันเป็นคนไม่มีการศึกษาจะไปสอนใครเขาได้”

 “ใครบอก แบร์น่ะมีความรู้เรื่องต้นไม้ดีกว่าใครๆ ทั้งหมด ไม่มีใครปลูกต้นไม้ได้เก่งเท่าแบร์ ไม่มีใครรู้จักดอกไม้ต้นไม้ได้ดีเท่าแบร์ เท่านี้แบร์ก็สอนทุกคนได้แล้ว”

 “แล้วพวกนั้นจะเชื่อฟังที่ผมสอนหรือมาดาม”

 โยทะกายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ตาแบร์ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอแสดงสีหน้าเช่นนี้ แล้วเธอก็กวักมือเรียกเด็กๆ ที่เธอเห็นว่ากำลังแอบมองดูเธอกับแบร์อยู่อย่างไม่วางตา แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรเด็กๆ กลับชิงถามเสียก่อน

 “คุณเป็นลูกสาวปู่หรือฮะ”

 “เอ๋... ทำไมหรือจ๊ะ”

 แบร์ที่เตรียมจะตะโกนดุเด็กๆ ถูกโยทะกาดึงเสื้อเบาๆ ไม่ให้พูดจึงได้แต่เก็บงำคำพูดไว้

 “ก็ปู่น่ะขี้โมโห พวกเราไม่เคยเห็นปู่ดีใจแบบนี้เลย”

 “อย่างนั้นหรือจ๊ะ”

 เด็กๆ ทุกคนต่างพากันพยักหน้ารับ โยทะกาเองก็เลยมองคนตัวโตข้างๆ ที่แกล้งมองฟ้าด้วยใบหน้าแดงจัดก่อนจะหัวเราะออกมา

 “ก็อย่างนี้ล่ะ คุณปู่น่ะขี้หงุดหงิด แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ว่าแต่พวกเรามาเล่นแถวนี้ทำไมจ๊ะ ไม่ไปเรียนข้างในนั้นหรือ?”

 เด็กๆ ทำท่าทางอายๆ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดออกมา

 “พวกเราไม่ชอบวาดเขียนฮะ แม่อยากให้พวกเราเรียน พวกเราพยายามแล้ว แต่เราไม่ชอบ เราชอบมาดูปู่ปลูกต้นไม้มากกว่า”

 “ดูปู่ปลูกต้นไม้?”

 “ฮะ”

 เด็กๆ ทุกคนมีสีหน้าที่มีความหวัง และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด เด็กๆ เข้าใจไปว่าพี่สาวคนนี้จะช่วยพูดให้ปู่ได้จึงได้พูดสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ไม่กล้าบอกหมีเฒ่าด้วยตัวเอง

 “คือ... พวกเราเห็นปู่ชอบคุยกับต้นไม้ แล้วต้นไม้ที่ปู่ปลูกก็ออกดอกสวยๆ ทั้งนั้นเลย พวกเราอยากทำได้อย่างปู่ อยากปลูกต้นไม้สวยๆ ได้อย่างปู่ แม่ต้องดีใจมากๆ เชียวฮะ”

 “อย่างนั้นหรือ แต่ปู่บอกว่าปู่สอนไม่เป็น”

 “ไม่จริง ผมเคยเห็นปู่พูดกับคุณป้าแม่บ้านว่าต้นไม้น่ะเลี้ยงไม่ยากหรอก แค่พูดคุยกับมันทุกวันและก็คอยเอาใจใส่ ผมก็ลองไปทำตามบ้าง ต้นไม้ที่บ้านผมออกดอกสวยเชียวครับ แม่ยังชมเลย แต่ผมก็ยังทำไม่ได้ดีเท่าปู่เลยฮะ”

 เด็กชายหนึ่งในสี่พูดแทรกขึ้นมาบ้าง แล้วก็มีอีกหลายคำพูดที่ทำให้โยทะกาทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ กระทั่งในที่สุดเธอก็หันไปหาเฒ่าแบร์

 “ไงล่ะคุณปู่ เด็กๆ อยากให้เป็นคุณครูขนาดนี้ พร้อมจะสอนนักเรียนรุ่นแรกของปู่หรือยัง”

 เฒ่าแบร์ที่คอยฟังคำพูดของเด็กๆ ได้ตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่กล้าคาดเดาเลยว่าพ่อแม่เด็กๆ จะว่าอย่างไรถ้าเขาซึ่งเป็นคนไม่มีการศึกษาจะเป็นคนสอนเด็กๆ เหล่านี้

 และดูเหมือนว่าโยทะกาจะเข้าใจในความคิดของเฒ่าแบร์เธอจึงพูดขึ้นลอยๆ

 “เมื่อกี๊หนูไปดูที่ห้องเย็บปักถักร้อยมา ที่นั่นก็มีคุณครูที่เป็นแม่บ้านจากหมู่บ้านข้างล่างเหมือนกันนะคะ สอนเถอะค่ะ ในเมื่อมีคนต้องการที่จะเรียนกับเรา เราก็ควรให้ในสิ่งที่ดีที่สุดกับพวกเขา เด็กๆ พวกนี้จะสืบทอดวิชาความรู้ที่แบร์ได้มาจากประสบการณ์ทั้งชีวิตเชียวนะคะ มันจะเป็นบทเรียนที่มีค่า ที่เด็กๆ จะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นมรดกทางความรู้ที่จะได้รับการส่งต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด”

 “ครับมาดาม”

 คำตอบรับของแบร์สร้างความงุนงงให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก แต่ทุกคนมัวแต่ดีใจที่จะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนที่สุด จึงพากันหลงลืมและเรียกแบร์ว่าคุณปู่เสียงดัง ก่อนจะหายไปด้วยกันในสวนอันกว้างใหญ่

 “ดีจังนะคะมาดาม”

 โยทะกาหันตามเสียงเรียก มาร์ธา แม่บ้านของที่นี่ยืนยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งคู่สวมกอดกันด้วยความคิดถึง

 “หนูกลับมาแล้วค่ะ”

 “ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”

 “จ๊ะ”

 “แต่ว่าตอนนี้มีห้องเหลือให้ใช้แค่ห้องเดียวเองนะคะ”

 “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูจะพักที่นี่แค่คืนเดียว แล้วจากนั้นที่นี่จะเป็นโรงเรียนอย่างสมบูรณ์”
 
 “หมายความว่าอย่างไรคะ?”

 โยทะกาจูงมือมาร์ธาแล้วพากันหายเข้าไปในส่วนหลังของปราสาทที่สร้างยื่นออกมา ที่ส่วนนี้เป็นที่อยู่ของคนเก่าแก่ ที่ลงความเห็นว่า ในเมื่อปราสาทกลายเป็นโรงเรียน ห้องทั้งหมดที่ส่วนหน้าจึงกลายเป็นห้องเรียน แล้วพวกเขาก็ย้ายตัวเองมาพักที่ส่วนหลังของปราสาทแทน แม้จะเล็กกว่าส่วนหน้า แต่ก็สะอาดอบอุ่นสะดวกสบายดีทุกอย่าง

 “มาร์ธา หนูตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นโรงเรียน เท่าที่ดู ครูลอร่าก็ทำหน้าที่ได้ดี ครูคนอื่นๆ ก็สอนเด็กๆ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อย่างนี้หนูก็หมดห่วง”

 “ถ้าอย่างนั้นมาดามจะไม่มาที่นี่อีกแล้วหรือคะ?”

 “ไม่หรอกจ๊ะ หนูจะมาที่นี่อีกแน่นอน แต่ไม่จำเป็นต้องเหลือห้องบนตึกให้หนูหรอกนะคะ ถ้าหนูมาคราวหน้าหนูจะมานอนที่ส่วนหลังนี่เหมือนกัน เหลือห้องให้หนูไว้สักห้องก็พอค่ะ”

 “โถแม่คุณ ถ้าคุณผู้ชายรับรู้ได้ต้องเต้นแน่ๆ เชียวค่ะ”
 
 “ไม่หรอกค่ะ ฌอนเขารู้ดีว่าสิ่งที่หนูทำ หนูคิดและตัดสินใจมาดีแล้ว ว่าแต่ที่นี่มีห้องพักสำหรับคุณครูหรือยังคะ?”

 “ก็อย่างที่เห็นค่ะ คุณลอร่าไม่อยากเปลี่ยนแปลงที่นี่มากนัก ก็เลยยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม มีแต่พวกข้าวของเครื่องใช้น่ะค่ะ ที่ถูกขนย้ายไปเก็บรวมกัน คุณลอร่าบอกว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่นี่ก็ต้องเป็นคำสั่งจากคุณเท่านั้น”

 “อย่างนั้นหรอกหรือ แล้วที่นี่มีครูประจำกี่คนคะ”

 มาร์ธาบอกเล่าเรื่องราวภายในโรงเรียนให้โยทะกาฟังกระทั่งในที่สุดเธอก็จัดการร่างแผนการสำหรับโรงเรียนนี้สำเร็จลง

 

 ค่ำคืนเดียวดายในห้องที่เคยคุ้น แต่โยทะกากลับนอนไม่หลับ เธอเดินลงมาจากห้องพักก็พบว่าเด็กหลายคนนอนกลิ้งกันไปมาที่ห้องโถง โดยมีลอร่าคอยมองดูเด็กๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน

 “ยังไม่นอนหรือคะมาดาม”

 ลอร่าเกิดอาการเกร็งขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เธอได้รับรู้ว่าโยทะกาคือมาดามเอาเมื่อเวลาเย็นมากแล้ว และเป็นเวลาที่เธอกำลังนับจำนวนนักเรียนที่คืนนี้จะค้างที่ปราสาทเพื่อวาดรูปในเวลาเช้าตรู่ ซึ่งทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

 เพราะมาดามไลลาที่เห็นตรงหน้ากับที่ลอร่าเฝ้ามองดูในภาพวาดนั้นแตกต่างกันอย่างเหลือเกิน อย่างแรกก็เป็นทรงผม ต่อมาก็การแต่งตัวที่เธอไม่คิดว่าจะพบมาดามแต่งตัวได้เรียบเอามากๆ แต่สิ่งสุดท้ายที่ยืนยันให้เธอเชื่อว่าโยทะกาเป็นมาดามก็คงจะเป็นเครื่องหน้าที่แม้จะไม่ได้แต่งแต้มอย่างงดงามเช่นเดียวกับในภาพ แต่ก็เป็นเครื่องหน้าของคนๆ เดียวกันอย่างแน่นอน

 โยทะกายังไม่ได้บอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เธอคิด เธอบอกแต่เพียงว่าเธอจะมาพักที่นี่หนึ่งคืน แล้วจะไปจัดการธุระต่อ แต่เพียงเท่านี้เธอก็ได้ยินคำขอบคุณจากปากลอร่านับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งในท้ายที่สุดเธอก็พูดในสิ่งที่ทำให้ลอร่ายิ่งเทิดทูนและรักเธอมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

 “อย่าเห็นฉันผู้วิเศษลอร่า ฉันก็ไม่ได้ต่างไปจากเธอ ฉันเพียงหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้กับเธอ สมกับเจตนาที่สามีของฉันฝันไว้ สามีของฉันรู้ดีว่าการเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวนั้นเป็นอย่างไร และเขาต้องการช่วยเหลือเด็กที่เป็นเหมือนกับเขาด้วยการมอบโอกาสให้ เราแค่มอบโอกาสนั้นให้เธอ แต่ส่วนที่เหลือเธอเป็นคนทำให้ประสบความสำเร็จด้วยตัวเธอเอง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทำ แต่เป็นพลังของเธอ เธอเป็นคนสร้างทุกสิ่งด้วยมือของเธอเองลอร่า คนที่เธอควรรักและขอบคุณที่สุดควรจะเป็นตัวเธอเองลอร่า”

 

 เมื่อเช้าวันใหม่มาเยือนลอร่าพากลุ่มเด็กมาเขียนภาพภายในสวน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เด็กๆ มีโอกาสได้เขียนภาพที่ต้องใช้สมาธิและความว่องไวในการจดจำรายละเอียดและใส่แสงให้ทันกับพระอาทิตย์ที่เคลื่อนคล้อยตลอดเวลา

 ดังนั้นเด็กๆ ที่มีสมาธิแน่วแน่ทุกคนจึงไม่มีโอกาสได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เมื่อโยทะกายกขาตั้งและเฟรมขนาดใหญ่มาตั้งไม่ไกลนัก แล้วเธอจึงเริ่มลงมือเขียนภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

 แม้จะร้างรามานานกับการต้องเขียนภาพแข่งกับเวลาเช่นนี้ แต่โยทะกาก็ยังจดจำการเคลื่อนไหวของมือและดวงตาได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานของเธอไม่เกิดการติดขัดแม้แต่น้อย

 ลอร่ายืนยิ้มและค่อยๆ สอนการลงเส้นสายอย่างใจเย็นและมีความสุข เด็กๆ ต่างใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับภาพสวนสวยที่เปลี่ยนแปลงสีอยู่ตลอดเวลา ด้านหน้าของเด็กๆ เป็นสวนอังกฤษที่มีซุ้มไม้ ศาลาพักผ่อน ที่ตลอดสองข้างยังเต็มไปด้วยทิวสนยืนตืนแข็งแรงกันแรงลม

 มุมที่โยทะกาเลือกเขียนภาพนั้นเป็นมุมที่สามารถมองเห็นสีหน้าของทุกคนได้อย่างชัดเจน สีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และความสุข ทั้งตัวนักเรียนและคุณครู โยทะกาลงสีสุดท้ายเสร็จลงเมื่อนักเรียนคนสุดท้ายตะโกนออกมาด้วยความดีใจที่ตัวเองสามารถเขียนภาพได้อย่างใจ

 ลอร่าเองก็ชื่นชมเด็กๆ ทุกคน แต่แล้วเมื่อเหล่านักเรียนเดินมาถึงบริเวณที่โยทะกายืนอยู่ พวกเขารวมถึงลอร่าต่างพากันตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

 “โอ้โฮ! นี่พวกเราหรือคะ?”

 “ใช่จ๊ะ ภาพนี้จะอยู่ในห้องโถงใหญ่ เป็นภาพของคุณครูลอร่ากับพวกหนูทุกคน”

 “สวยจังค่ะ”

 “คุณเก่งจังเลย เขียนภาพพวกเราแป๊บเดียวเอง”

 และอีกสารพัดคำพูด แต่ลอร่ากลับกลายเป็นคนเดียวที่หน้าแดงจัด และในที่สุดเธอก็ร้องไห้ออกมา สร้างความสับสนและเป็นห่วงให้กับเด็กๆ ทันที

 “คุณครูเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ/ครับ”

 เสียงถามไถ่เซ็งแซ่ ทำให้ลอร่าหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

 “ครูไม่ได้เป็นอะไร ครูแค่ดีใจมากเท่านั้นเอง”

 ลอร่าสบนัยน์ตาโยทะกาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุด

 “ภาพนี้มีค่ามากเลยค่ะมาดาม”

 “ฉันตั้งใจจะมอบภาพนี้ให้ครูอยู่แล้ว”
 
 “ขอบคุณนะคะ”

 เมื่อลอร่าหันไปทางเด็กๆ ที่มองผู้ใหญ่พูดกันในที่สุดเธอก็ประกาศกับเด็กๆ ว่าคนที่เขียนภาพคนนี้คือคนที่พวกเด็กๆ อยากพบมากที่สุด

 “เอาล่ะเด็กๆ คุณคนนี้คือเจ้าของที่นี่ เป็นคนมอบทุนให้กับครูและสร้างโอกาสให้กับพวกเราจ๊ะ”

 “ถ้างั้น คุณคนนี้ก็คือมาดามไลลาหรือฮะ”

 “ใช่จริงๆ หรือคะ/ครับ”

 เด็กๆ พากันพิจารณาโยทะกาเช่นเดียวกับลอร่า แล้วพวกเขาก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาหลายคนโผเข้าสวมกอด บางคนวิจารย์เอาซึ่งหน้าว่าไม่เหมือนกับในภาพ แต่ทุกคนล้วนดีใจที่ได้พบโยทะกากันทั้งนั้น

 คำพูดปากต่อปากที่ว่ามาดามไลลากลับมาที่ปราสาทกลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกคนในโรงเรียน หลายคนนึกเสียดายที่ไม่ได้พบ แต่ในเมื่อมาดามปรากฏตัวแล้ว ทุกคนต่างมีความหวังว่าจะได้พบกับเธอสักครั้งหนึ่ง

 ผู้หญิงที่น่าสงสารแต่น่านับถือคนนั้น ผู้หญิงที่สร้างโอกาสให้กับพวกเขาทุกคนได้มีโอกาสเรียนในสิ่งที่ชอบ ที่โรงเรียนไม่สามารถจัดหาให้ได้คนนั้น

*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #36 august (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 10:32
    ตามอ่านจนทันแล้ว... บอกได้คำเดียว เรื่องนี้สวยงามมาก .... ภาษาเขียนเหมือนนักเขียนมืออาชีพเลยนะ



    รีบอัพนะ เข้ามาดูตั้งแต่เช้าแล้ว นะจ๊ะ
    #36
    0
  2. #31 WtfL_รอรัก (@nrpan76) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 / 19:47
    Sung mak mak ka. keep waiting for next chapters
    #31
    0