คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 26 ลักพาตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ส.ค. 52

 โยทะกา โยธินและแพรวาต่างไปปราฏกตัวในงานเลี้ยงปิดกล้องภาพยนตร์โฆษณาที่เปิดโอกาสให้ทุกคนในโรงแรมมีส่วนเข้ามาสนุกด้วยในฐานะที่แตกต่างกัน

 โยธินกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง และแสดงความรักต่อแพรวาอย่างเปิดเผย แม้ว่าเคจะคอยมองดูอยู่ก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้ว ตรงข้ามเขากลับรู้สึกสนิทใจกับเคมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 “หวัดดีครับพี่เค”

 “หวัดดี ท่าทางอารมณ์ดีเชียว”

 “ครับ ก็แพรวอยู่ด้วยนี่ครับ”

 เพียงเท่านี้เคก็สามารถตัดใจได้อย่างแท้จริงแล้ว เขารู้ตัวมานานแล้วว่าไม่สามารถขึ้นไปเทียบกับแม่สาวแว่นคนนี้ได้ แต่ก็ได้พยายามและแม้จะถูกปฏิเสธแต่ก็เป็นความพ่ายแพ้ที่สมศักดิ์ศรี ความรักไม่ใช่การครอบครองอย่างที่คิด ยิ่งได้เห็นความสุขบนใบหน้าของโยธินในเวลานี้ เขากลับยิ่งเชื่อมั่นในคำพูดนั้นจริงๆ

 แพรวาที่พอทราบเรื่องระหว่างเคและโยธินอยู่บ้างก็ไม่ได้แสดงท่าทางเง้างอดอะไรแม้แต่น้อย ตรงข้ามเธอกับแสดงไมตรีที่ดีต่อเค ในฐานะพี่ชายร่วมวงการที่ทำงานเก่งและเอ็นดูคู่หมั้นของเธอ ซึ่งสิ่งที่เธอได้ทำนั้นเองที่ทำให้เคมองเธอด้วยสายตาที่เต็มตามากขึ้น และพร้อมที่จะยอมรับเธอในฐานะคนรักของคนที่เขารักอย่างเต็มใจ

 ผิดกับโยทะกาซึ่งในเวลานี้ได้กลายร่างเป็นนางหงส์ที่มีหงส์จีนงดงามประดับบนแผ่นหลัง ท่วงท่าการเดินผิดกับที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ทั้งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจอย่างเต็มที่ เธอไม่ได้มองใครอย่างพิจารณาสักคนเดียว

 ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การมองผู้คนด้วยสายตากวาดไปทั่วนั้นเป็นการประเมินสถานการณ์ของตัวเองว่าจะต้องตีบทบาทสักเท่าไร จึงจะทำให้เหยื่อของเธอเกิดอาการสติแตกและพร้อมที่จะเปิดเผยตัวจริงออกมา เธอมั่นใจว่าคนที่อยู่ที่นี่จะต้องมีคนที่มุ่งหวังที่จะจัดการกับน้องชายของเธออย่างแน่นอน แต่เธอยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอคิดว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่คนร้ายคนเดียวอย่างที่คิดไว้ แต่มันอาจจะมีมากกว่านั้น แต่เธอก็ไม่อาจบอกได้ว่าความรู้สึกของเธอนั้นถูกต้องหรือไม่


 อเมทิสต์ที่ตลอดเวลาหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากโยทะกาเขาได้แต่จ้องมองภาพหน้ามอนิเตอร์ในห้องพักส่วนตัวเป็นเวลานาน กระทั่งในที่สุดเขาตัดสินใจให้เอซมารับช่วงงานต่อ จึงได้มีโอกาสปลีกตัวเพื่อที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ ซึ่งทินกรเป็นคนออกปากเชิญเขาด้วยตัวเอง ซึ่งตรงกับใจเขามากที่สุด

 แต่อเมทิสต์ยังไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากห้องพักเลย เมื่อพบว่ามาลาไคท์ที่เคยนอนเล่นอยู่ในห้องนอนใหญ่ของเขานั้นไม่อยู่ที่ห้องพักเสียแล้ว ด้วยความร้อนใจเขาจึงติดต่อหาคาเรน

 “คาเรน มาร์หายไปไหนก็ไม่รู้”

 “แหม... คุณนี่ล่ะก็ ลูกไปบอกว่าจะมาหาฉันไงคะ จำไม่ได้หรือ?”

 “จริงหรือ?”

 “จริงสิคะ ตอนนี้แกกำลังเล่นกับเจมีแล้วก็อาเบลอยู่ ได้ยินไหมคะ?”

 อเมทิสต์ได้ยินเสียงเด็กๆ เล่นกัน ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดชอบใจก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายลงไปได้มาก แต่ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกผิดต่อลูกชายไม่น้อยที่ปล่อยปละละเลย

 ดูเหมือนว่าเสียงทอดถอนหายใจของเขาจะดังไปจนถึงอีกฝั่ง คาเรนจึงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ซึ่งเขาเคยได้ยินเสมอเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ช่วยกันเลี้ยงมาลาไคท์ที่กำลังหัดเดินหรือหัดพูด

 “ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดีว่าความรักมันเป็นยังไง แล้วก็ไม่ต้องห่วงคืนนี้ฉันจะดูแลมาร์ให้เอง คุณเองก็ไปจัดการหัวใจให้เรียบร้อยนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมว่าถ้าคุณเอาชนะหัวใจเธอได้แล้ว ยังต้องพบกับด่านสำคัญอีกด่านที่ฉันไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเลย เพราะฉันรู้ดีว่าคุณคงต้องเลือกมาร์ก่อนหัวใจคุณแน่ๆ”

 “คุณรู้จักผมดีจริงๆ คาเรน แต่ผมก็เป็นห่วงคุณนะ เด็กๆ แต่ละคนซนเหลือเกิน”

 “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันยังมีเคนอยู่ทั้งคน แล้วเขาก็รับมือกับเด็กๆ ได้ เมซคะ”

 “อืมห์”

 “ระวังตัวนะคะ”

 “ขอบใจนะ”

 สิ้นสุดบทสนทนา อเมทิสต์ก็จัดการพาตัวเองออกเดินไปตามทางที่ใจร่ำร้องหา และเมื่อเขาก้าวเท้าเข้าสู่ห้องสีมรกตอันลือชื่อของโรงแรม เขาไม่จำเป็นต้องกวาดตามองเลยด้วยซ้ำไป เมื่อแผ่นหลังนวลเนียนนั้นปรากฏอยู่ตรงหน้าในกลุ่มผู้คนที่เฝ้าจับตามอง

 
 ภายในห้องที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นพร้อมกับเสียงอื้ออึงดังไปทั่วทั้งห้อง ทุกสายตาจับจ้องเธอด้วยความคาดไม่ถึง เมื่อได้เห็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นตัวตนของเธอ ‘มาดามไลลา’

 บนแผ่นหลังนวลเนียนที่เปิดเผยต่อสายตานั้นมีรอยสลักด้วยฝีมือจิตรกรระดับโลก รอยสลักรูปหงส์ฟ้าแบบจีนที่ผสมผสานสีแดง ชมพู เขียวและทองอย่างอ่อนช้อยงดงาม รวมถึงลายเซ็นกำกับบริเวณบั้นเอวด้านขวา ‘ฌอน ไลลา’ จิตรกรหนุ่มผู้มีชื่อเสียงและเป็นสามีผู้วายชนม์ของหญิงที่มีผลงานของเขาประดับกาย

 ‘มาดามไลลา’ ชื่อที่ใครต่อใครในวงการสีรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นม่ายสาวของฌอน ไลลา จิตรกรผู้สิ้นชีพขณะรุ่งโรจน์ในงานเขียนของตน

 มาดามไลลาหายหน้าไปจากงานรื่นเริงต่างๆ ร่วม 6 ปี นับตั้งแต่วันที่สามีของเธอจากไปแต่ในวันนี้กลับมาปรากฏตัวที่โรงแรมแห่งนี้โดยไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไร สร้างความตื่นตะลึงและคาดไม่ถึงไปทั่ว

 ขณะที่ใครต่อใครต่างพากันตะลึงกับการปรากฏตัวของมาดามไลลา กลับมีชายคนหนึ่งยืนยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง เขาเห็นเธอนับตั้งแต่วินาทีที่เธอเดินเข้ามาภายในห้องและดวงตาของเขาก็สถิตอยู่ที่ใบหน้าสวยหวานนั้นไม่วางตาคล้ายพยายามสลักใบหน้านั้นประทับไว้ในเสี้ยวแห่งความทรงจำให้ยาวนานที่สุด

 อเมทิสต์ ลูวโคเดินออกจากที่กำบังตรงไปยังทิศที่มาดามไลลากำลังจะเดินไป เขาเข้าไปแนะนำตัวเองด้วยความมั่นใจ ในดวงตาของเขาบอกความนัยมากมายเช่นเดียวกับคำพูดของเขา

 “ในที่สุดคุณก็ยอมปรากฏตัวมาดาม”

 หญิงสาวยิ้มด้วยรอยยิ้มซุกซน แม้กระทั่งดวงตาของเธอก็ปรากฏความรื่นรมย์ในดวงตาเช่นกัน และเป็นประกายที่ลูวโคไม่สามารถถอนสายตาจากไปได้เลย

 “คุณทราบ”

 “ผมเฝ้าติดตามดูคุณมาเนิ่นนานนักที่รัก”

 “ขอบคุณ แต่วันนี้ไม่ใช่วันที่เราจะมาทักทายกัน ฉันยังมีงานที่ต้องทำ”

 “ถ้าอย่างนั้นก็อย่ากังวล ผมจะคอยคุ้มครองคุณอยู่ตรงนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่มีอะไรมาทำอันตรายคุณได้อีก”

 “ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอบคุณคุณอีกครั้ง คุณลูวโค”

 “ได้โปรดอย่าทำห่างเหิน เรียกผมว่าอเมทิสต์”

 “ค่ะ อเมทิสต์”

 หญิงสาวทอดรอยยิ้มยั่วเย้าอย่างไม่ได้ตั้งใจสักนิด แต่มันก็ทำให้หัวใจของชายหนุ่มร้อนรุ่มขึ้นมาในทันที หากไม่ติดที่ ‘งาน’ ของเธอแล้วล่ะก็เขายินดีจะขายความเป็นสุภาพบุรุษทิ้งไปเพื่อทำให้เธอมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาเวลานี้ให้ได้

 “ผมหวังว่าคืนนี้จะเป็นคืนแรกและคืนสุดท้ายที่นี่ที่คุณจะเปลือยแผ่นหลังให้ใครได้เห็น”

 อเมทิสต์เฝ้าจับตามองแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่มีสัญลักษณ์บอกความเป็นมาดามไลลาอย่างไม่คลาดสายตา

 

 หากแม้ว่าสายตาของอเมทิสต์จะเป็นดังโซ่ตรวนที่ทำให้โยทะการู้สึกสะท้านสะเทือน สายตาของใครอีกคนที่เกาะติดทุกก้าวย่างของเธอก็เป็นดังไฟร้อนแนบแผดเผาที่เธออยากรู้เหลือเกินว่าเป็นสายตาของใคร

 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสายตาที่ทอดมองมาให้ความรู้สึกรุกเรืองราวกับเปลวไฟนั้นไม่ใช่สายตาของอเมทิสต์หรือแม้แต่พีทที่โยทะกาเข้าใจว่าเขาจะต้องเสนอตัวเข้ามาคอยให้การช่วยเหลืออย่างที่คิด แต่เธอก็ยังไม่อาจจับได้อยู่นั่นเองว่าสายตาเร่าร้อนนั้นเป็นของใคร ซึ่งก่อความกระวนกระวายใจให้เธอเป็นอย่างมาก

 
 ในเงามืดมิดนั้นพลซึ่งแฝงตัวอยู่และคอยสอดส่ายสายตาหาใครคนหนึ่งแต่หาอย่างไรก็ไม่พบเสียที เขาจึงรีบติดต่อไปหาเอซทันที

 “เกิดเรื่องแล้วเอซ”

 “ว่าไง”

 “ก็คนที่เราสงสัยกันน่ะสิ สงสัยว่าจะมีมากกว่าหนึ่ง”

 “ผมก็ว่างั้น”

 “คุณรู้อะไรมา?”

 พลถามออกไปด้วยความร้อนรน เวลานี้เขายืนอยู่หน้าห้องพักของจิรภาซึ่งอยู่ระหว่างห้องของโยธินและรชต เขาอยากบุกเข้าดูอะไรบางอย่าง ซึ่งดูเหมือนว่าห้องนี้จะไม่มีคน แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจคิด ด้วยว่ามีคืนนี้มีคนเดินพลุกพล่านเหลือเกิน

 “ภาพจากกล้องวงจรปิด คุณลูวโคให้เราตรวจดูภาพของคนที่สะกดรอยตามคุณโย แต่ดูยังไงก็ไม่ใช่นายพีท”

 “แน่ใจนะ”

 น้ำเสียงร้อนรนเกือบเป็นตะคอกนั้นไม่ได้ทำให้เอซรู้สึกสั่นไหวแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มความสนใจมากขึ้น เพราะถ้าถึงกับทำให้นายตำรวจที่มีท่าทางกวนประสาทคนนี้เกิดอาการร้อนรนได้ล่ะก็เขาคงจะพบอะไรบางอย่างแล้วเป็นแน่ อยู่ที่ว่าเขาจะบอกเมื่อไรเท่านั้นเอง

 “ใช่ ก็ตัวเล็กกว่าตั้งเยอะ”

 “แล้วเป็นใครกันล่ะ?”

 “อันนี้ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าใส่ฮูดปิดไว้ แต่ที่แน่ๆ เราว่าเป็นผู้หญิง”

 “ผู้หญิง!?!”

 พลตอบกลับมาเสียงสูงด้วยความตกใจ เวลานี้ในหัวของเขามีแต่ภาพของจิรภาเต็มไปหมด รอยยิ้มอ่อนหวานหมดจด ที่มีร่องรอยของความมีแง่งอนเมื่อยามที่เขาบุกเข้าไปขอพักในห้องพักของเธอ แล้วยังการแสดงน้ำใจต่อเขาไม่ให้เขาต้องนอนหนาวอยู่บนพื้นแข็งๆ นั่นอีก แทบจะทำให้เขาไม่เชื่อในสิ่งที่สมองเพิ่งจะประมวลออกมาได้เลยแม้แต่น้อย

 “ทำไมนายต้องตกใจขนาดนั้น”

 “ก็ไม่ให้ตกใจได้ยังไงกัน คนของเราทางกรุงเทพเพิ่งโทรมาบอกเดี๋ยวนี้เองว่าพบหลักฐานยืนยันได้ว่าคนที่จ้องทำร้ายโยธินอาจจะเป็นผู้หญิงแต่ยังระบุตัวบุคคลไม่ได้”

 “...”

 ไม่มีการตอบรับกลับมาจากเอซ มีแต่เพียงความเงียบงันเท่านั้นที่ถ่ายทอดถึงบรรยากาศกดดันซึ่งกันและกัน

 “แล้วนายคิดว่าเธอเป็นใคร?”

 “น่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขานั่นล่ะ”

 “เหตุผลจูงใจล่ะ?”

 “ไม่รู้ รู้แต่ว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ ถ้าเป็นยายนั่นจริงล่ะก็ เรื่องนี้ก็ผิดปกติมากเกินไปแล้ว”

 “ทำไม?”

 “ก็เรื่องที่เคยเล่าให้ฟังไง วันนั้นที่นายทิ้งเราแล้วเราไปพักกับหล่อนน่ะ”
 
 “อ๋อ นายไม่รู้จักมารยาหญิงหรือไง?”

 “ก็ไม่ได้คิดอะไรนี่ ว่าแต่จะลงมาช่วยกันได้ยัง ตอนนี้เรามีคนที่ต้องคอยจับตาดูตั้งสองคน เราคนเดียวไม่ไหวหรอก”

 “โอเค จะรีบไปเดี๋ยวนี้ แล้วพบกัน”

 “ตกลง”

 
 โยทะกาที่เดินร่อนไปมาเสียจนทั่วงานยังไม่ทันได้ยั่วยวนคนที่เธอตั้งใจไว้สักนิด ก็พบว่าตัวเองได้ยืนเคียงกับแพรวาและจิรภาเรียบร้อยแล้ว และระหว่างที่กำลังพูดคุยด้วยเรื่องทั่วๆ ไป บ่อยครั้งโยทะกาก็จะส่งสายตาให้จิรภาด้วยความอ่อนโยนเพื่อให้เธอไม่ต้องเป็นกังวล โดยไม่ได้รับรู้ถึงกระแสสายตาบางอย่างที่จิรภาคอยมองติดตามเธอแม้แต่น้อย

 ทุกครั้งที่โยทะกาเผลอจิรภาจะคอยมองเธอด้วยสายตาเชื่อมหวานอ่อนโยนขึ้น และทุกครั้งที่เธอทอดสายตาบอกให้ไม่ต้องเป็นห่วงก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้จิรภาคิดเข้าข้างตนเองว่าโยทะกาต้องรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์ที่ก่อเกิดขึ้นระหว่างกัน

 เมื่อเวลาเลยผ่านไป กระทั่งความระมัดระวังตัวของโยทะกาและใครหลายคนเริ่มจะหย่อนลงด้วยคลายใจว่าในคืนนี้คงจะไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น นั่นเอง

 “ไลลาไปห้องน้ำกันไหม?”

 แพรวาชวนโยทะกาด้วยท่าทางสนิทสนม ซึ่งโยทะกาเพียงแต่ก้มศีรษะลงเพียงเล็กน้อยยอมรับในสิ่งที่แพรวาเสนอมาและจิรภาก็ไม่รีรอที่จะติดตามไปด้วย

 “ดีค่ะ ฉันก็อยากไปอยู่เหมือนกัน”

 ดังนั้นทั้งสามสาวจึงเร้นกายออกจากงานไปได้อย่างแนบเนียน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับพลและเอซเข้ามาสมทบในงาน

 พีทที่คอยจับตามองดูสามสาวอยู่ตลอดเวลาด้วยความเคร่งเครียดก็พาตัวเองออกติดตามไป โดยไม่มีใครจับได้เช่นกัน ซึ่งกว่าคนอื่นๆ จะทันรู้ตัวว่าพีทหายไปก็กินเวลาไปนานโขแล้ว

 แม้ว่าพีทจะกรุ่นโกรธและอิจฉาโยธินเพียงใด เขาก็ไม่เคยคิดที่จะให้โยธินถึงขั้นตายจากไปเลยสักครั้ง เพราะความเป็นกันเองและน่ารักของโยธินนั่นเอง แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาอยากยืนอยู่ในตำแหน่งที่โยธินยืน แต่เมื่อเช้านี้เขาเพิ่งได้รับข้อเสนอจากจิรภาให้ทำลายโยธินผ่านทางแพรวา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เกินไปสำหรับเขาซึ่งทำให้เขาเครียดมาก แม้จะชิงชังพียงใด เขาก็ไม่คิดที่จะทำร้ายคนอื่นเพื่อให้โยธินเจ็บปวด แม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้โยธินเจ็บมากกว่ากระทำกับเจ้าตัวโดยตรงก็ตาม

 ความรู้สึกผิดทำให้พีทเริ่มหวั่นไหวในแผนการที่จิรภาเสนอให้เขาทำ เขาอยากเลิก แม้จะรู้ดีว่าเขาเดินมาไกลเกินไปแล้วก็ตาม

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเสียจนโยทะกาที่เตรียมตัวมาแล้วก็ยังพลาด

*****************************************************************************************************************************

67 ความคิดเห็น

  1. #19 WtfL_รอรัก (@nrpan76) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2552 / 20:11
    oh no!!!! what next pls do not keep us waiting for long time
    #19
    0