คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 เงาไลลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ค. 52

 คาเรนรับหน้าที่ในการดูแลมาลาไคท์และเด็กๆ ส่วนอเมทิสต์ที่ปลีกตัวออกมาดูห้องเกิดเหตุพร้อมกับโยทะกาก็เกิดอาการหงุดหงิดอย่างช่วยไม่ได้

 จากภาพที่เห็นตรงหน้า แม่บ้านสาวที่คอยทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยห้องนายแบบหนุ่มต้องถูกทำร้ายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 ยังดีว่าสิ่งที่คนร้ายทำกับแม่บ้านนั้นมีเพียงการโปะยาสลบแล้วเข้ามารื้อค้นขว้างปาข้าวของในห้องเท่านั้น และดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงข้าวของของนายแบบหนุ่มกระจายเกลื่อนเต็มห้อง และสิ่งที่เพิ่มเติมจากที่เคยมี เช่น นิตยสารที่มีภาพของโยธินถูกกรีดเสียยับ ถ้อยคำข่มขู่จากการใช้ตัวหนังสือตามนิตยสารต่างๆ มาตัดแปะ ดูราวกับเป็นเรื่องของคนโรคจิตที่จ้องจะทำร้ายโยธิน

 ใบหน้าของแม่บ้านสาวยังคงดูงุนงงและสับสนไม่น้อย แม้ว่าตัวเธอเองจะเป็นคนโทรแจ้งถึงความผิดปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอก็ทำให้เธอสับสนเสียจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

 เมื่อทุกคนได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแล้ว ทำให้ทุกคนได้แต่เกิดอาการเคร่งเครียดไม่แพ้กัน และในท้ายที่สุดต่างพากันสงสารหญิงสาวตรงหน้ากันไม่น้อยที่ต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนไปอย่างนี้

 “คือหนูมาทำความสะอาดตามปกติค่ะ แต่ตอนที่หนูกำลังจะเปิดประตู อยู่ๆ ก็มีมือใครก็ไม่รู้ตะปบที่จมูกกับปากหนูแล้วหนูก็ไม่รู้สึกตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็นอนอยู่ที่พื้นตรงนี้ แล้วก็รีบโทรแจ้งหัวหน้าแม่บ้านทันทีเลยค่ะ”

 ใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยอาการเสียขวัญนั้นทำให้โยทะการู้สึกสงสารหญิงสาวตรงหน้าเหลือเกิน เป็นเพราะคนร้ายคนนั้นต้องการทำร้ายเธอ มันจึงไม่เลือกวิธีการและดูเหมือนว่าความถี่ที่จ้องจะเล่นงานเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 เริ่มตั้งแต่ขยับกระถางต้นไม้เพื่อให้ตกลงใส่ แอบบุกเข้าห้องยามวิกาล แล้วยังเมื่อช่วงเช้าที่เกิดอุบัติเหตุทำให้เธอเหยียบเศษแก้ว ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นเพราะแผนการของคนร้ายกันแน่ แต่ก็ไม่อาจวางใจที่จะให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปได้

 กระทั่งกลับมาจากการถ่ายทำก็ยังมาพบว่าห้องเธอถูกบุกได้สำเร็จ โดยอาศัยจังหวะที่แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด ซึ่งยังโชคดีที่คนร้ายไม่ได้หวังมุ่งเอาชีวิต ไม่อย่างนั้นโยทะกาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

 อีกทั้งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเธอนั้นถูกเก็บไว้ในห้องของจิรภา จึงไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในห้อง นอกเสียจากว่าเป็นห้องนายแบบที่เรียบร้อยมากก็เท่านั้น

 ด้วยความสงสารแม่บ้านสาวโยทะกาจึงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า เธอจับมือแม่บ้านไว้ด้วยอาการปลุกปลอบใจ

 “ผมต้องขอโทษด้วยที่เป็นต้นเหตุให้คุณต้องมารับเคราะห์เช่นนี้ คุณต้องการเรียกร้องอะไรไหม?”

 แม่บ้านสาวส่ายศีรษะไปมา เธอมองนายแบบหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาขอบคุณและซาบซึ้งใจ เพราะเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านายแบบหนุ่มตรงหน้าจะแสดงท่าทางกับเธอราวกับเธอเป็นคนสำคัญเช่นนี้

 ปกติแล้วแขกแทบจะทุกคนที่เข้าพักนั้นมักจะมองพวกเธอราวกับเป็นคนใช้ต่ำศักดิ์ ไร้ค่า ไม่คู่ควรต่อการเสวนา หรืออย่างดีที่สุดก็เพียงมองพวกเธอด้วยความสงสาร ผิดกับนายแบบหนุ่มตรงหน้าที่แสดงออกกับเธอเสมอกับเขา ทำให้เธอยิ่งชื่นชอบนายแบบหนุ่มเข้าไปใหญ่ ทั้งๆ ที่ชอบมากอยู่แล้ว

 ทุกครั้งที่แม่บ้านสาวเข้ามาทำความสะอาดห้องพักของโยธิน เธอจะพบว่าห้องพักเขานั้นจะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างเรียบร้อยมากอยู่แล้วและหากเธอบังเอิญเข้ามาพบเขาในห้องก็จะได้รับการทักทายอย่างอ่อนโยนและคำขอบคุณที่คอยดูแลห้องพักให้เขาเป็นอย่างดีเสมอมา

 “ไม่หรอกค่ะ หนูไม่ได้ถูกทำร้ายอะไร แค่คุณรู้สึกรับผิดชอบในสิ่งเกิดขึ้นกับหนูเท่านี้หนูก็ดีใจมากแล้วค่ะ”

 แม่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงความขอบคุณคนตรงหน้า

 โยทะกากล่าวขอบคุณแม่บ้านสาวอีกครั้ง เมื่อแม่บ้านสาวจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงคนในทีมงานและอเมทิสต์ คนทั้งหมดต่างจับจองหาที่นั่งแล้วสายตาเคร่งเครียดทุกคู่จึงทอดมองไปที่นายแบบหนุ่มเจ้าปัญหาทันที

 แต่โยทะกาหลุดออกไปจากความเป็นจริงเสียแล้ว เธออ่านหนังสือมามากและบ่อยครั้งที่สามีของเธอมักจะเล่าเรื่องความริษยาที่เกิดจากคนใกล้ตัวซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการฆาตกรรมกันอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอกล่าวออกมาลอยๆ แต่กลับทำให้หลายคนในที่นั้นพากันสะดุ้งตกใจ

 “ผมว่าคนที่จ้องจะทำร้ายผม ต้องเสียผลประโยชน์บางอย่างจากงานของผมแน่ๆ”

 โยทะกาทอดสายตาแน่วนิ่งไปที่ทินกร เมื่อเขาไม่มีคำตอบกลับมาจึงหันไปมองรชตที่หน้านิ่วคิ้วขมวดไม่แพ้กัน

 “เรื่องนี้ก็ตอบยากเหมือนกัน เพราะวันที่เราคัดเลือกแบบเพื่อมาถ่ายโฆษณาชิ้นนี้ เราแคสช์จากนายแบบหลายคนที่เข้าสมัคร เฉพาะโมเดลลิ่งของเราเองก็มีนาย พีทแล้วก็ทอมอีกคน”

 โยทะกาเริ่มลำดับความคิดหลายอย่าง เมื่อเธอหันไปมองหน้าจิรภาซึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมีใบหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้มไปแล้วนั้น ก็พบว่าดวงตาของเธอส่งความหมายในทำนองเดียวกัน

 ดังนั้นเมื่อทั้งหมดออกไปจากห้องโยทะกาจึงตามจิรภาไปคุยกันตามลำพังในห้องพักของจิรภา

 “คุณจีว่าไง”

 “เรื่องพีทน่ะหรือคะ?”

 “ผมเองก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อ แต่จะมีใครรู้การเคลื่อนไหวของผมได้ดีไปกว่าคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันล่ะ”

 “แต่ว่าพีทก็ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรกับเราเลยนี่คะ”

 “ก็เพราะว่าพีทไม่ได้เข้ามาวุ่นวายนี่น่ะสิที่ทำให้ฉันรู้สึกทะแม่งๆ”

 “ทำไมคะ?”

 “ก็คนเฟรนลี่อย่างพีทมีหรือจะพลาดที่จะมาแสดงอาการเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงานที่บังเอิญต้องมาผจญเวรผจญกรรมอย่างฉัน”

 “ก็”

 “แล้วอีกอย่างนะ ฉันกำลังนึกถึงคำพูดของคุณ”

 “อะไรคะ?”

 “ฉันกำลังคิดว่าพีทอาจจะรักพี่เค แล้วมาหึงหวงโย”

 “แต่ว่าเรื่องนี้ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าคุณกับพี่เคไม่มีอะไรกัน”

 “แต่พี่เคก็ยังคงดูแลฉะ... เอ้อ! โยอย่างใกล้ชิดสนิทสนม แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ใช่เชิงชู้สาวก็เถอะ”

 “แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่น่าจะถึงกับต้องมาฆ่าแกงกัน”

 “นั่นสิ ฉันถึงต้องคิดถึงความเป็นไปได้อย่างอื่นอีก”

 โยทะกาเดินไปมาด้วยความหงุดหงิด แต่แล้วเธอจึงเริ่มสร้างฉากละครขึ้นโดยกำหนดให้จิรภาเป็นผู้ตอบคำถาม

 “คุณจี”

 “คะ?”

 “ถ้าคุณเป็นนางแบบ”

 “สมมติอะไรหรือคะ?”

 “ฟังฉันก่อน อันนี้เป็นข้อสมมติฐานของฉันเอง เราต้องลองเดาความคิดของบรรดานายแบบ”

 “ค่ะ”

 “สมมติว่าคุณเป็นนางแบบ แล้วคุณจะตั้งเป้าหมายในการเป็นนางแบบของคุณอย่างไร”

 จิรภามีสีหน้าคิดหนักอยู่ไม่น้อย เมื่อเธอตัดข้อกังวลใจต่างๆ ไปแล้วจึงค่อยๆ พูดขึ้นตามลำดับ

 “ถ้าฉันเป็นนางแบบ สิ่งที่ฉันต้องการคือการยอมรับจากประชาชน เมื่อได้รับการยอมรับจากประชาชนในประเทศ เป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้วก็อยากจะไต่เต้าขึ้นมาให้อยู่ในระดับโลก”

 “แล้วอย่างออลิเกลนี่ถือเป็นนางแบบระดับแนวหน้าของโลกหรือยัง?”

 “โอ๊ย! อย่างออลิเกลนะคะ ถ้านายแบบโนเนมคนไหนได้ถ่ายแบบด้วยล่ะก็รับรองดังเป็นพลุ... แตก... ชั่วข้ามคืน”

 ดวงตาของจิรภาเบิกกว้างขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ คำพูดที่ออกจากปากของเธอนั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของโยทะกาที่มีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยธิน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความริษยาที่มีในหมู่นายแบบด้วยกันนั่นเอง

 “ว่าแต่ทำไมคุณโยถึงคิดว่าเป็นพีทล่ะคะ”

 “ยังหรอก ฉันยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นพีท คนที่มีโอกาสเข้าใกล้และทำร้ายโยยังมีอีกหลายคน แต่พีทนี่อยู่ใกล้ชิดกับโยที่สุด ยังไงก็ตัดเขาออกไปไม่ได้”

 
 ขณะที่ชยากรคนพี่กำลังไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้กับเหตุการณ์ร้ายแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้น ชยากรคนน้องกลับกำลังรู้สึกเป็นห่วงและกังวลกับพี่สาว เขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แม้ว่าจะยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันในสิ่งที่พี่สาวพยายามปิดบัง แต่เขารับรู้ได้ว่าเวลานี้เขาไม่ควรอยู่ห่างจากพี่สาว ดังนั้นเขาจึงรีบปรึกษาแพรวาแฟนสาวถึงความกังวลนี้

 “แพรว”

 “คะ”

 แพรวาละสายตาออกจากงานเอกสารตรงหน้าที่เธอนำกลับมาทำต่อที่บ้านสวน เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของโยธิน เธอถอดแว่นตาที่ทำให้เธอดูเหมือนนกฮูกทรงภูมิ แล้วทิ้งงานตรงหน้าตรงมาหาเขาทันที

 “มีอะไรคะโย”

 “ผมไม่สบายใจเลยแพรว”

 “ไม่สบายใจ... เรื่องอะไรคะ?”

 โยธินถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เขาพบดวงตาที่พร้อมรับฟังและร่วมหัวจมท้ายกับเขา ดวงตาซื่อตรงที่จ้องเป๋งมาที่เขา และกระตุ้นให้เขาพูดในสิ่งที่เป็นกังวลออกมา

 “แพรว ผมเป็นห่วงพี่โย”

 แพรวามีสีหน้าแสดงความประหลาดใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดโยธินจึงเกิดเป็นห่วงพี่สาวขึ้นมา เพราะโยทะกาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแออย่างแต่ก่อนอีกแล้ว และดูเหมือนว่าความเป็นตัวของตัวเองของเพื่อนสาวจะกลับมาสมบูรณ์แล้วเสียด้วยซ้ำจากการที่ได้คุยโทรศัพท์กันครั้งสุดท้าย แต่ดวงตาของโยธินยังคงเต็มไปด้วยเงามืดมัว หม่นหมองของคนที่คิดไม่ตก ดังนั้นเธอจึงไม่คิดว่าเรื่องที่เขากังวลนั้นจะเป็นเรื่องล่อเล่น อย่างไรเสียก็ต้องฟังก่อนว่า เพราะอะไรเขาจึงนึกเป็นห่วงพี่สาวขึ้นมา

 “ทำไมคะ? เท่าที่คุยกันล่าสุดก็ไม่มีอะไรนี่คะ”

 “คุณว่าอย่างนั้นหรือแพรว”

 “ค่ะ”

 แพรวาพยักหน้ารับทันที

 “แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในน้ำเสียงกับข้อความที่พี่สาวผมพูดนะ พี่เขาพูดถึงเรื่องน่าตกใจ แพรวว่าคนอย่างพี่นี่ยังจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ตกใจได้อีกรึเปล่า?”

 “ก็จริง แต่เพียงเท่านี้เองหรือคะ?”

 โยธินส่ายศีรษะช้าๆ เขามองตาแพรวาแน่วนิ่ง

 “เท่าที่ผมพอจะนึกออกนะแพรว อุบัติเหตุของผมมันยังไงๆ อยู่ แล้วพี่ก็บอกว่าพบเรื่องน่าตกใจเมื่อไปทำงานที่นั่น ผมเลยโทรไปเช็คที่โรงแรมดู”

 “เช็ค? เมื่อไรกัน”

 “ก็ตอนที่คุณกำลังวุ่นกับงานนั่นล่ะ”

 “แล้ว?”

 “ทางโน้นก็อึ้งไปนิดนึง แล้วก็พูดซะเร็วเหมือนกับกลัวว่าจะมีคนแย่งพูด บอกแต่ว่าไม่มีอะไรซ้ำๆ ถ้าไม่มีจริงพูดคำเดียวก็ได้ แต่นี่พูดปฏิเสธเป็นพัลวันเชียว ผมก็เลยสงสัย”

 “ฟังดูก็มีเหตุผล ว่าแต่ถ้าคุณจะลงไปกระบี่ แล้วคุณจะไปยังไงคะ คุณกับโยเหมือนกันออกขนาดนี้”
 
 สีหน้าของโยธินคงจะดูตลกไม่น้อยเมื่อพูดในสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ในใจ

 “แต่มาดามไลลาไม่เหมือนทั้งผม ทั้งพี่นี่นา”

 ใบหน้าของโยธินแดงก่ำเสียจนแพรวาแทบจะสัมผัสได้ถึงความร้อนได้เลยเชียว และเธอเองก็ประหลาดใจไม่น้อยว่าโยธินจะใจกล้าบ้าบิ่นทำในสิ่งที่เขาเพิ่งเสนอออกมาเอง

 “เอาจริงหรือคะโย”

 โยธินพยักหน้ารับ แม้ว่าจะไม่ค่อยมั่นใจนัก

 “ผมก็พอจำบุคลิกพี่ตอนเป็นมาดามมาได้อยู่หน่อยๆ เอาเป็นว่าแค่วางตัวนิ่งๆ หยิ่งๆ เข้าไว้คงไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วยหรอกมั๊ง”

 ในที่สุดแพรวาก็หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ เธอไม่นึกว่าผู้ชายอย่างโยธินที่ค่อนข้างหัวเก่าจะยอมลงทุนแต่งตัวเป็นผู้หญิงเต็มยศ เพื่อไปหาพี่สาว ยกเว้นว่าครั้งแรกนั้นมันจำเป็นจริงๆ ที่ต้องทำแล้วก็ทำเพียงประเดี๋ยวเดียว แต่ครั้งนี้มันยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด

 แล้วกระบวนการปลอมตัวจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

 “แน่ใจนะโย”

 “อืม”

 โยธินตอบรับแม้ว่าใบหน้าจะยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อยก็ตาม

 
 แพรวาจัดการดัดผมโยธินให้เหมือนกับโยทะกาโดยให้เหตุผลว่าเผื่อต้องกลับมาสวมบทบาทเป็นโยธินขณะอยู่ที่โน่น คนทางโน้นจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมเดี๋ยวผมหยิกเดี๋ยวผมตรง

 เมื่อแพรวาหันไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าที่จะเตรียมไปด้วย โยธินที่กลับพบกับของบางอย่างเข้า เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจจึงถือไปให้แพรวาดู

 “แพรว”

 “คะ?”

 “ไอ้นี่อะไร”

 ‘นี่’ ของโยธินมีลักษณะเป็นยางสีเนื้อนวล เป็นก้อนนุ่มนิ่มขนาดเหมาะมือ ซึ่งโยธินได้แต่ทำหน้าประหลาดใจว่ามันคืออะไร แล้วเอาไว้ใช้ทำอะไร

 ขณะที่แพรวาเห็นแล้วกลับหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง

 “หัวเราะอะไรน่ะแพรว”

 สีหน้าของโยธินดูราวกับเด็กเล็กๆ ถูกล้อเลียนเสียจนแพรวาต้องเข้ามาปลอบราวกับหลอกเด็ก

 “โอ๋ อย่างอนน่า แพรวแค่ขำเท่านั้นเอง”

 “นั่นแหละ ขำอะไร”

 “ก็ไอ้ของที่อยู่ในมือคุณไง คุณไม่เคยดูโฆษณาหรือ?”

 “ไม่เห็นรู้เรื่อง”

 “อะไรกัน เป็นนายแบบแท้ๆ ไม่เคยได้ยินสาวๆ เขาคุยกันเรื่องบราพวกนี้เลยหรือ?”

 “บรา... บราเซียร์น่ะ”

 “อื้ม”

 แพรวาพยักหน้ารับหงึกหงัก แล้วจับบราชิ้นหนึ่งปะกบไปบนแผ่นอกเรียบแบนของโยธิน ซึ่งเขาได้แต่มองด้วยความอัศจรรย์ใจว่ามันแปะอยู่ได้อย่างไร จึงไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อพบว่าแพรวาจัดการใส่บราให้เขาทั้งสองข้างแล้อ้อมไปด้านหลังเพื่อจัดการทรงให้เข้ารูปเข้ารอย

 “เอ่อ... แพรว”

 “คะ?”

 “คุณทำแบบนี้แล้ว...”

 “คะ?”

 แพรวาพูดเสียงอู้อี้เพราะขณะเธอสวมบราให้โยธินมันก็เหมือนกับเธอกอดเขากลายๆ แล้วเขาก็เป็นผู้ชายทั้งเนื้อทั้งตัว เมื่อมีผู้หญิงเข้ากอดรัดมีหรือที่จะไม่รู้สึกอะไร

 “คุณกำลังทำให้ผมลำบาก”

 “เรื่องอะไรกันคะ?”

 “ก็ที่คุณกำลังทำอยู่นี่ไง”

 แพรวาหยุดมือแล้วหันกลับมามองหน้าโยธิน สายตาที่เขาทอดมองเธออยู่นั้นมันบอกความหมายอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทำให้แพรวาเกิดอาการสะเทิ้นอายเสียจนใบหน้าแดงจัด แต่กว่าจะทันรู้ตัวก็ถูกโยธินขโมยจูบไปแล้วอย่างเนิ่นนาน หากไม่เป็นเพราะเธอเกิดอาการเข่าอ่อนขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ไม่แน่ว่าเขาจะหยุด

 เมื่อแพรวาสัมผัสถูกหน้าอกที่แต่งเติมด้วยบราชนิดพิเศษเข้าเธอจึงหัวเราะออกมาอย่างเห็นขันเต็มที ทั้งๆ ที่อยู่ในอ้อมกอดของแฟนหนุ่ม และเมื่อโยธินมองตามสายตาขบขันของแพรวาเขาก็พลอยขันไปด้วย

 “คุณเป็นเลสหรือ?”

 “อะไรนะคะ?”

 แพรวาฟังไม่ถนัดนัก

 “ผมถามว่าคุณเป็นเลสหรือถึงมืออารมณ์ตอนผมมีหน้าอกแบบนี้”

 แพรวาตบหน้าอกเขาเบาๆ ไม่ได้จริงจังอะไรนัก

 “คนบ้า ใครเริ่มก่อนกันแน่”

 โยธินและแพรวาหัวเราะไปด้วยกันและเมื่อโยธินเดินไปมองหน้ากระจกเขาจึงขมวดคิ้วขึ้นมาทันที และในที่สุดคำถามที่เขาสงสัยก็หลุดออกไปจนได้

 “แพรวไอ้นี่เนี่ยแพงไหม?”

 “ไม่หรอกค่ะ ราคามันก็พอๆ กับบราดีๆ สักตัว ถามทำไมหรือคะ?”

 “เปล่า ผมเพียงแต่สงสัย เพราะจำได้ว่าเคยเห็นนางแบบคนนึงอกแกน่ะไข่ดาวชัดๆ แต่พอออกงานกลับตูมขึ้นมา ที่แท้ก็มีผู้ช่วยแบบนี้นี่เอง”

 “ดูท่าคุณจะสนใจเจ้านี่มากเลยนะคะ”

 “อ้าว! มันก็สะดวกดีไม่ใช่หรือ ไม่ต้องไปผ่าตัดให้เจ็บตัว”

 “แต่สำหรับผู้หญิงเรา การมีเป็นสมบัติของตัวเองจะดีกว่านะคะ”

 “อย่างคุณน่ะผมว่าไม่ต้องไปเสริมหรอก”

 โยธินพูดออกมาลอยๆ แต่ก็ได้รับหมอนที่ปลิวข้ามห้องมาเป็นคำตอบ

 แล้วการแปลงร่างอย่างเต็มรูปแบบของโยธินก็เสร็จเรียบร้อย

 โยธินอยากจะรู้เหลือเกินว่าเขาเหมือนพี่เขาจริงๆ หรือเปล่า แม้ว่าแพรวาจะบอกแล้วว่าเขาเหมือนโยทะกาเมื่อครั้งเป็นมาดามไลลามากแล้วก็ตาม จึงคิดที่จะทดสอบดู

 โยธินเดินกรีดกรายลงจากห้องตรงไปหาชงโคที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา เขาเข้ากอดมารดาไว้หลวมๆ แล้ววางคางเกยไหล่ด้วยกิริยาที่โยทะกาชอบทำ เมื่อชงโคหันมาเห็นเข้าจึงอุทาน

 “พี่โยกลับมาแล้วหรือลูก เป็นไงบ้างเหนื่อยไหม เดี๋ยวแม่... เอ๊ะ น้องโย”

 ชงโคเกิดอาการวิงเวียนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเพียงวินาทีแรกที่เธอเห็นนั้น คนตรงหน้าคือโยทะกาอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่พอหญิงสาวตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรสักคำ ทำให้เธอฉุกใจคิดได้

 “ตายแล้วลูกฉัน นี่นึกยังไงถึงเอาชุดพี่เขามาใส่”

 “แล้วคุณแม่ว่าผมเหมือนพี่โยหรือเปล่า?”

 “เหมือนสิ เหมือนมากจนแม่คิดว่าเป็นพี่โยจริงๆ แล้วนี่ลูกลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้ทำไม”

 “ผมจะไปหาพี่โยฮะ”

 ชงโคพยักหน้าเข้าใจทันที เพราะเธอเองก็รู้เหมือนกันว่าขณะนี้โยทะกากำลังใช้ใบหน้าของตัวเองกับรูปร่างที่ใกล้เคียงกันช่วยงานน้องชายที่ต้องขายรูปร่างหน้าตาอยู่

 “แล้วหายดีแล้วหรือเรา”

 “ก็ค่อยยังชั่วเยอะแล้วฮะ ผมก็เลยว่าจะไปสลับตัวกับพี่เขาอีกที”

 “ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน”

 ระหว่างที่แม่ลูกกำลังคุยอยู่นั่นเอง ยศมินเปิดประตูห้องครัวเข้ามาก็พบโยธินในชุดโยทะกาเข้าจึงรีบเข้าสวมกอดเพราะเข้าใจว่าเป็นลูกสาวคนโปรด แต่พอกอดไปแล้วกลับพบแต่กล้ามเนื้อแข็งๆ ที่หลอกตาเข้า จึงเข้าทำนองเดียวกับชงโค

 เมื่อถามจนได้ความแล้วก็ได้แต่หัวเราะเสียงดัง

 “ดีนะนี่ที่สองคนนี้หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ แล้วยังไม่มีตำหนิด้วย ถึงเปลี่ยนตัวกันได้ ให้พ่อพูดตรงๆ นะโย พอแกแต่งตัวแบบนี้แล้ว พ่อชักอยากมีลูกสาวสองคนเสียแล้วสิ”

 “คุณคะ”

 “คุณพ่อน่ะ”

 สองคนแม่ลูกประสานเสียงกันขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าจะรู้ว่ายศมินพูดเล่นก็ตาม แต่ก็ทำให้โยธินอดงอนบิดาไม่ได้อยู่ดี

 “อีกละ ก็พ่อน่ะ ชอบเด็กผู้หญิง ยังดีพี่โยตัวโตเหมือนผม ถ้าพี่โยตัวเล็กๆ สงสัยผมคงเป็นหมาหัวเน่า”

 “อุว๊ะ ไอ้ลูกคนนี้ทำน้อยใจไปได้ ยังไงพ่อก็รักทั้งคู่นั่นล่ะ แต่เด็กผู้หญิงน่ะ มันช่างอ้อนนี่หว่า แกน่ะตั้งแต่เด็กมาเอาแต่อ้อนพี่สาว ไม่เห็นเคยอ้อนพ่อเลย พี่แกก็เหมือนกันนานๆ หรอกจึงจะอ้อนสักที ไอ้เรารึอยากให้ลูกๆ อ้อนจะตาย ไม่เห็นมีใครมาอ้อนเราสักคน”

 สุดท้ายกลับกลายเป็นยศมินที่บ่นอุบอิบไปเสีย

*****************************************************************************************************************************

67 ความคิดเห็น

  1. #9 คนรอ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 12:53
    อัพด่วนๆๆๆๆๆๆๆ
    #9
    0
  2. #7 รอรัก (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 16:34
    แล้วต่อไปเป็นงัยเหรอค่ะ มาต่อเร็วๆ น่ะ
    #7
    0