คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 เม.ย. 52

 จิรภาเริ่มรู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องของทั้งโยทะกาและโยธินไม่น้อย เพราะดูเหมือนว่าหลังจากที่โยทะกากลับมาทำหน้าที่แทนโยธินจะเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวโยทะกาอยู่ตลอดเวลา

 ทั้งเรื่องข้าวของเครื่องใช้ในห้องแต่งตัวที่กระจัดกระจายหรือฉีกขาดเสียจนแทบจะใช้งานไม่ได้ เครื่องมือแต่งหน้าส่วนตัวของโยธินที่ถูกหักทำลายเสียจนใช้การไม่ได้ รวมถึงนิตยสารต่างๆ ที่มีภาพของโยธินถูกกรีดเสียจนยับ

 แต่ดูเหมือนว่าโยทะกาจะไม่รู้สึกสะเทือนกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

 โยทะกายังคงทำงานตามปกติ อะไรที่แตกหักเสียหายเธอก็แค่มองดูด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกแล้วก็ซื้ออันใหม่มาทดแทน แม้ว่าช่างแต่งหน้าหลายคนจะพากันบ่นถึงการกระทำของคนร้ายอย่างไรเธอก็เพียงแต่มองดูด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ชวนให้หลายคนถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง

 “ช่างเถอะ ถ้าทำร้ายข้าวของพวกนี้แล้วอารมณ์รุนแรงลดลงก็ปล่อยเขาไป อย่าแหลมเข้ามาใกล้ก็แล้วกันเป็นได้เห็นดีกันแน่”

 ดวงตาที่ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านของโยทะกานี่เองที่ทำให้เพื่อนนายแบบหลายคนรวมทั้งคนที่เคยใกล้ชิดโยธินมาก่อนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โยธินได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง


 ระหว่างที่โยทะกาแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายภาพนิ่งร่วมกับนักเต้นรำระดับเหรียญทองระดับประเทศ เธอไม่ได้สนใจสายตาที่มองเธอราวกับจะกลืนกินของบรรดาทีมสต๊าฟแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความขบขันกลับกลายเป็นสายตาของจิรภาที่ทอดมองเธอ

 จิรภาเพิ่งจะเข้าใจความหมายของทินกรที่พูดกับเธอก่อนหน้านี้ที่เธอได้เข้าไปต่อว่าเขามาแล้วที่ต้องการให้โยทะกาถ่ายภาพคู่กับดารา

 “คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือคะที่จะให้คุณโยทำแบบนั้น”

 “ผมไม่ได้เสียสติหรอกน่าคุณจี ไม่เชื่อคุณลองดูต่อไปก็แล้วกัน โยคนนี้มีอะไรที่คุณยังไม่รู้อีกมากนัก”

 ดวงตาไหวระริกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของทินกรทำให้ทั้งจิรภาและรชตได้แต่นิ่งงันไม่กล้ากล่าวคำใดออกมา ในเมื่อทั้งคู่ทำงานร่วมกับทินการมานานจนรู้ใจกันดีแล้วว่าอะไรที่เขาคิดทำนั้นจะไม่มีคำว่าผิดพลาด แต่ครั้งนี้จิรภาอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเธอยอมรับว่าเธอไม่เคยรู้จักโยทะกามาก่อนและตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนั้น โยทะกาไม่เคยเล่าเรื่องใดให้เธอฟังแม้แต่น้อย

 “คอยดูต่อไปน่าคุณจี ผมบอกได้เลยว่าคุณโยของคุณน่ะไม่ทำให้เราผิดหวังหรอก”

 จิรภาจำแววตาของรชตได้เป็นอย่างดี แววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เจ้าตัวพยายามปิดบังซ่อนเร้น และเป็นแววดาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนก่อนที่เขาจะพยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

 และเมื่อจิรภาได้เข้ามาในสตูดิโอเธอได้พบว่ารชตได้ติดตามเธอมาห่างๆ ด้วยเช่นกัน

 จิรภาแทบจะไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียว เมื่อได้เห็นโยทะกาอยู่ในชุดที่มองเป็นผู้ชายทั้งเนื้อทั้งตัวเช่นนี้แล้วไม่สามารถบ่งบอกลักษณะเพศที่แท้จริงของเธอออกมา

 โยทะกายืนหันข้างให้กับเหล่าทีมงานในชุดเสื้อขนแมวสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กประดับเลื่อมเข้ารูปที่ทำให้รูปร่างของเธอกลายเป็นรูปตัววี สแล็คสีดำเข้ารูปเนื้อผ้าหนาหนักและพลิ้วไหวกับรองเท้าขัดมัน ที่สำคัญสิ่งที่ทำให้จิรภาได้แต่ยืนจ้องตะลึงมองด้วยความหล่อเหลาของโยทะกาก็คงเป็นเพราะเส้นผมหยิกเข้ารูปนั้นได้รับการจัดแต่งด้วยน้ำมันจัดแต่งทรงผมให้แนบลู่ไปกับศีรษะทุยสวยของเธอ ทำให้ดวงหน้าได้รูปที่แม้จะดูเรียบๆ นั้นเกิดมิติและกลายเป็นใบหน้าที่ดึงดูดสายตาได้โดยง่าย

 เมื่อโยทะกาหันมาพบเข้ากับสายตาและสีหน้าของจิรภาเข้าเธอจึงเกิดอาการขบขันและโผเข้ากอดรัดจิรภาด้วยความมันเขี้ยวไม่ได้

 “ไงคุณจี มองตาค้างเชียว”

 จิรภาที่อยู่ในอ้อมกอดของโยทะกาเงยศีรษะขึ้นมองใบหน้าโยทะกาด้วยสายตาสับสนแต่ใบหน้ากลับแดงจัดด้วยความสะเทิ้นอาย

 “ก็คุณหล่อมากเลยนี่คะ”

 โยทะกาหัวเราะเสียงดัง เธอหมุนตัวจิรภาออกห่างก่อนจะกระตุกให้กลับเข้าสู่อ้อมกอดเธออีกครั้งอย่างชำนาญ

 “คุณเต้นรำเป็นด้วยหรือคะ?”

 โยทะกาไม่ทันได้ตอบรับคำถามนั้น เพราะมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 “เมื่อไรจะถ่ายเสียทีฉันจะได้รีบกลับ”

 ดารา อัญมณีนักกีฬาลีลาศที่ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ทำให้ทั้งโยทะกาและจิรภาพากันหยุดนิ่งอยู่กับที่แล้วหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ยังอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ซึ่งเป็นภาพที่ชวนให้หลายๆ คนพากันเข้าใจผิดได้ไม่ยากนัก

 ใบหน้าสวยหวานของดาราเกิดริ้วรอยแสดงความไม่พอใจอย่างออกนอกหน้าในขณะเดียวกันก็มีดวงตาที่กำลังประเมินจิรภา

 ริมฝีปากของดาราหยักยิ้มขึ้นด้วยท่าทางคล้ายกับการเย้ยหยันเมื่อเห็นว่าใบหน้าเรียบๆ ของจิรภาสู้เธอไม่ได้ แต่ที่ทำให้เธอเกิดอาการขัดใจอย่างที่สุดกลับเป็นลักษณะการโอบประคองของโยทะกาที่ทะนุถนอมจิรภาอย่างสุภาพนั่นเอง

 เพราะการที่เป็นนักเต้นรำชั้นนำมีหรือที่เธอจะไม่รู้ว่าอาการโอบประคองของโยทะกานั้นอยู่ในระดับใด

 วินาทีแรกที่ดารารับรู้ว่าเธอจะต้องมาเต้นรำคู่กับนายแบบหนุ่มขายดี เธอได้ประเมินความสามารถของเขามาในระดับต่ำมาก เพราะไม่คิดว่าคนอย่างโยธินจะสามารถเต้นรำได้เท่าเทียมกับความสามารถของเธอ แต่เท่าที่เห็นเวลานี้มันบอกเธอว่า นายแบบตรงหน้านี้ไม่ใช่มือสมัครเล่นอย่างที่คิดเสียแล้ว

 โยทะกาเดินตรงมาหาดาราทั้งๆ ที่ยังคงโอบเอวจิรภาและแนะนำตัวด้วยสีหน้าที่สาวๆ หลายคนหากได้เห็นก็คงจะแข้งขาสั่นได้ไม่ยากนัก

 “สวัสดีครับ ผมโยธิน ชยากร”

 ดารายื่นมือให้โยทะกาด้วยท่าทางที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
 
 “ดารา อัญมณีค่ะ”

 แม้ว่าในอ้อมกอดจะมีร่างของจิรภาที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่แต่โยทะกาก็ไม่คิดที่จะปล่อยเธอออกแถมยังใช้มือที่ว่างประคองมือของดาราขึ้นจุมพิตด้วยท่าทางเกี้ยวพา ซึ่งถ้าเป็นโยธินคงไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 ดาราเห็นท่าทางที่โยทะกาแสดงต่อเธอแล้วนอกจากจะไม่ทำให้เธอโกรธแล้วกลับทำให้เธอเกิดอาการขบขันขึ้นเสียแทน ดังนั้นจากน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจในนาทีแรกนั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกลั้วหัวเราะเสียแทน

 “คุณคงต้องเลือกเอาสักอย่างเสียแล้วล่ะค่ะ”

 “ผมก็ว่างั้น ขอโทษนะคุณจี”

 โยทะกากล่าวกับจิรภาเบาๆ และจิรภาที่หน้าตาแดงเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้วนั้นก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเร้นกายหลบมาอยู่ใกล้กำแพงแทน ซึ่งเธอก็ได้รับการล้อเลียนจากเหล่าทีมงานทันที

 “อะไรกัน ทำงานกับโยมาก็ตั้งนานแล้วยังจะหน้าแดงอีก”

 “ก็โยวันนี้หล่อมากเลยนี่นา”

 จิรภากล่าวแก้ต่างให้กับตัวเอง ซึ่งคนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้ารับ และเมื่อได้เห็นท่าทางที่โยทะกาแสดงต่อดาราด้วยแล้วทุกคนต่างพากันยิ้ม

 “เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าโยมันก็เจ้าชู้เหมือนกัน”

 “ไม่หรอกมั๊ง เมื่อก่อนไม่เห็นเคยทำอะไรแบบนี้เลยนี่”

 ทีมงานหลายคนที่จับกลุ่มมองดูการทำงานของโยทะกาต่างพากันพูดขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ

 “หรือเป็นเพราะไอ้เรื่องพวกนั้น”

 เสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังกลุ่มทีมงาน เสียงนั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากพล ทีมงานคนใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมงานด้วยไม่นาน ซึ่งเหล่าทีมงานที่ได้ยินต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความเป็นไปได้สูง เพราะก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุโยธินออกจะเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเองกับผู้หญิงมาก

 เคที่เฝ้าดูกิริยาของโยทะกาเกิดอาการปวดแปลบในใจ เขาไม่เคยเห็นโยธินในลักษณะนี้และไม่เคยคิดมาก่อนเสียด้วยซ้ำไปว่าโยธินที่เป็นสุภาพบุรุษจนเกือบจะถูกผู้หญิงหลายคนบอกว่าเป็นคนซื่อนั้น จะมีอีกบุคลิกเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ขนาดนี้

 ขณะเดียวกันภายในห้องนั้นโยทะการับรู้ได้ถึงสายตาแสดงความไม่เป็นมิตรและเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่พุ่งตรงมายังเธอ แต่นอกจากเธอจะไม่สนใจแล้วยังยิ่งยั่วให้คนในเงามืดนั้นหมันไส้เธอยิ่งไปอีก

 “คุณดาราครับ”

 “คะ”

 “คุณอยากโพสท่านิ่งเฉยๆ หรือว่าเราจะเต้นรำด้วยกันแล้วให้พี่เคเก็บภาพดี”

 ดารา หัวเราะด้วยความพอใจ เธอเองก็ไม่คุ้นชินกับการยืนนิ่งๆ เช่นกัน จึงเห็นดีด้วยกับสิ่งที่โยทะกาเสนอและเมื่อบอกความต้องการให้กับเคและได้รับการตอบรับ เสียงเพลงในจังหวะอ่อนหวานจึงดังขึ้นทั่วทั้งสตูดิโอ

 แล้วทุกคนที่อยู่ด้วยต่างพากันลืมหายใจเมื่อได้เห็นท่วงท่าสง่างาม พลิ้วไหว เรียบลื่นกับจังหวะการย่างก้าวที่เต็มไปด้วยพลังของทั้งคู่ สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองที่โยทะกาและดาราอย่างไม่วางตา

 การถ่ายทำที่เคยร่างตารางเวลาไว้ว่าจะเป็นการถ่ายภาพที่ใช้เวลาไม่นานนักพลันเปลี่ยนเป็นหลายชั่วโมง เพราะชุดที่ต้องการถ่ายภาพออกมานั้นมีอยู่หลายชุดและหลายท่วงทำนองจนคนที่รายล้อมทั้งหมดต่างคิดว่าได้มาดูการแสดงของดารา อัญมณี

 เมื่อจบการถ่ายภาพนิ่งทั้งโยทะกาและดาราต่างทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยอาการของคนหมดเรี่ยวแรง

 “สมกับเป็นแชมป์จริงๆ”

 “ขอบคุณ คุณเองก็เก่งมาก สนใจจะมาเป็นคู่เต้นของฉันไหม?”

 “ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ ผมชอบงานของผมมากกว่า”

 ทั้งโยทะกาและดาราต่างเอนซบไหล่ซึ่งกันและกันด้วยความรู้สึกของเพื่อนที่เริ่มจะรู้จักรู้ใจกัน

 “ผมดีใจที่ได้รู้จักคุณ”

 “ฉันก็เหมือนกัน ทีแรกฉันโมโหมากเลยนะที่ต้องมาถ่ายแบบกับคุณ แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ คุณเก่งมากเลย”

 “ขอบคุณอีกครั้งครับ”

 ระหว่างที่โยทะกายังนั่งพิงดาราอยู่นั้นอยู่ๆ ดาราก็เอนตัวไปด้านหลังทำให้โยทะกาที่พิงอยู่เอียงตัวตามและกลายเป็นว่าเธอได้เอนตัวลงนอนหนุนตักดาราเสียแล้ว

 “โอ๊ะ!”

 ดาราหัวราะกับเสียงอุทานของโยทะกาเธอส่งยิ้มอ่อนหวานให้โยทะกา

 “ฉันชักจะชอบคุณเสียแล้วสิ”

 โยทะกาที่พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง กลับถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน เมื่อดาราจุมพิตริมฝีปากของเธอได้อย่างถนัดถนี่ เมื่อดาราถอนริมฝีปากออกจึงได้พบกับสายตาแน่วนิ่งของโยทะกาที่ทำให้เธอต้องหัวเราะออกมา

 “ไม่ต้องห่วงฉันจะไม่ตื้อคุณหรอก แค่อยากบอกให้คุณรู้ไว้ว่าฉันชอบคุณ”

 โยทะกาลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ดหรือสัมผัสริมฝีปากตัวเอง เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งแต่หนักแน่น

 “ขอบคุณที่คุณชอบผม แต่ผมมีคนรักแล้วและไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปรักใครอีก”

 คำพูดของโยทะกามีผลต่อหลายคนที่ดูเหตุการณ์นั้นอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเค แม้จะพยายามทำใจมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้เขาได้ยินจากปากของชายที่เขาหลงใหล แม้จะไม่ได้ตั้งใจให้เขาได้ยิน แต่จากน้ำเสียงและแววตาที่ทอดอ่อนโยนขึ้นของโยทะกาก็ทำให้ความเจ็บปวดที่มากกว่าที่เคยเกิดขึ้นกับเขาจนได้

 “เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอกคุณโย ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าฉันชอบคุณก็เท่านั้น”

 โยทะกาหันมองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มของดารา ดวงตาของเธอแน่วนิ่งและมั่นคง

 “ขอบคุณ”

 “ไม่ต้องทำหน้าตาน่ากลัวอย่างนั้นก็ได้ แค่อยากบอกว่าฉันชอบคุณก็เท่านั้นเอง”

 ดาราเป็นฝ่ายที่โบยบินจากโยทะกาไปอย่างง่ายดาย เหมือนกับคำพูดว่าชอบของเธอที่ออกจากปากเธอมาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

 โยทะการู้ได้ในทันทีว่าดาราเป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่ได้รักใคร่ใครอย่างจริงจัง เธอเหมือนผีเสื้อที่พร้อมจะโผบินไปยังที่ที่เธอพอใจ และในเวลานี้โยทะกาได้กลายเป็นดอกไม้ที่เธอชื่นชอบ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ลึกซึ้งอย่างแน่นอน


 หลังจากผ่านการถ่ายภาพนิ่งที่ทำให้เคต้องออกแรงมากกว่าที่เคย นอกจากจะทำให้เขาได้เห็นความสามารถที่เขาไม่เคยได้รับรู้มาก่อนของโยทะกาแล้วเขายังได้รู้ในสิ่งที่เขาไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไปและเป็นอันเด็ดขาดในครั้งนี้ที่เขาจำเป็นจะต้องตัดใจจากโยธินเสียที

 แต่แล้วเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องพักผ่อนด้านหลังและได้พบว่าโยทะกานอนหลับสนิทบนเก้าอี้นวมหนาตัวประจำ เขาได้ทรุดตัวลงนั่งและสัมผัสปอยผมที่ถูกเจ้าของยีจนฟูเหมือนเดิมออกจากใบหน้าอย่างอ่อนโยน

 โยทะกาที่รับรู้ได้ถึงน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงนั่งของเค ลืมตาตื่นขึ้นก็พบเข้ากับดวงตาและสัมผัสอันอ่อนโยนของเขา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของเธอทั้งนั้น มีเพียงสายตาที่แสดงความสงสัยกับความใกล้ชิดที่เคสร้างขึ้นเท่านั้น

 “ขอโทษเถอะนะโย แต่พี่ไม่อยากปิดบังเธออีกแล้ว”

 “ครับ?”

 “พี่รักเธอ”

 “...”

 โยทะกาไม่ได้ตอบรับคำพูดของเค คำพูดที่พี่ช่างแต่งหน้าเคยพูดกับเธอทำให้เธอพูดไม่ออก สายตาแสดงความอ่อนไหวทำให้เธอเกิดความรู้สึกสงสารจนไม่รู้จะกล่าวคำใดออกมา

 “น่าสมเพศนะ รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ใช่เกย์ แต่พี่ก็อดไม่ได้...”

 “ผม”

 “ช่างเถอะ วันนี้เป็นครั้งแรกนะที่พี่ได้ยินจากปากเธอถึงคนที่เธอรัก”

 เคหันมองหน้าโยทะกาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานใจ

 “แค่ได้เห็นสีหน้า ได้ยินเสียงของเธอพี่ก็รู้แล้วว่าเธอรักเขามาก”

 ดวงตาของเคบอกกับโยทะกาว่าเขาต้องการคำยืนยันในคำพูดนั้นเธอจึงพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ซึ่งในที่สุดเธอได้นั่งเคียงกับเค สองมือกอบกุมมือของตัวเองไว้และก้มหน้านิ่งเธอไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เคสบายใจขึ้น แต่ในที่สุดเธอก็พูดในสิ่งที่คิดออกไป

 “ผมขอบคุณที่พี่เครักผม ผมเองก็รักพี่เหมือนกัน พี่เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดที่ผมมี”

 เสียงหัวเราะแผ่วเบากับอุ้งมือใหญ่ที่วางลงบนศีรษะโยทะกาทำให้เธอต้องหันไปมองเสี้ยวหน้าของเค

 “ขอบใจ พี่รู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอคิดอย่างไรกับพี่ ไม่ต้องห่วงพี่เคยเป็นพี่ที่ดีกับเธอยังไงก็จะคงเป็นอย่างนั้นตลอดไป”

 โยทะกาหันกลับมามองเท้าตัวเองอีกครั้งแล้วพูดขอโทษเคเบาๆ

 “ขอโทษครับ”

 เคหัวเราะดึงโยทะกาซบลงที่ไหล่ตัวเองแล้วตบบ่าเธอเบาๆ

 “เอาล่ะ ไปทำงานดีกว่า”

 “ฮะ”

 เมื่อทั้งคู่มองหน้ากันจึงมีรอยยิ้มให้แก่กัน

 เคซึ่งเก็บแผลไว้นานเสียจนกลัดหนองได้รับการเยียวยาแล้วจากความเสมอต้นเสมอปลายของโยธินและโยทะกา เขาไม่ได้ต้องการความเป็นเจ้าของ เขารู้จุดยืนของตัวเองที่จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป

 
 เมื่อโยทะกาได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังอีกครั้งเธอนั่งมองบานประตูที่เคเพิ่งเดินจากออกไปด้วยสายตาเลื่อนลอย แต่แล้วอยู่ๆ เธอก็รับรู้ได้ถึงน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงมาข้างๆ เมื่อหันไปมองจึงพบว่ารชตได้นั่งอยู่ข้างๆ เธอนั่นเอง

 “พี่รัช”

 “เป็นไง”

 “ก็... บอกไม่ถูก”

 “สงสารเขางั้นหรือ?”

 “อื้อ”

 โยทะกายอมรับออกไปในที่สุด เธอหันไปพบเข้ากับสายตานิ่งๆ จริงจังของรชตเข้าก็ถึงกับสะดุดลมหายใจของตัวเอง

 ‘อะไรทำไมวันนี้มีแต่คนมองหน้าเราด้วยสายตาแบบนี้ พี่เคก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเข้าใจว่าเราเป็นเค แต่พี่รัชเขารู้อยู่แล้วนี่นาว่าเราเป็นใคร’

 โยทะกามัวแต่คิดจึงไม่ทันได้ฟังสิ่งที่รชตพูดและเมื่อเขาถามเธอจึงเกิดอาการสับสน ทำให้รชตหลุดหัวเราะออกมา

 “นี่คุณไม่ได้ฟังผมเลย”

 “แล้วพี่พูดว่าอะไรล่ะฮะ”

 “ช่างเถอะ”

 แต่เมื่อรชตมองดวงตาที่ต้องการคำตอบของโยทะกาเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ที่ทำให้โยทะกาตกใจ

 “ผมคิดว่าผมชอบคุณ”

 “ขอบคุณ”

 คำพูดเพียงคำเดียวที่โยทะกาสามารถพูดออกไปได้ เธอไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาพบกับคำสารภาพรักพร้อมกันถึงสามครั้งในเวลาเดียวกันอย่างนี้จริงๆ แม้ว่าสองในนั้นจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือโยธินน้องชายฝาแฝดของเธอก็ตาม

 รชตไม่ได้พูดอะไรอีกเขาเพียงแต่ลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเงียบเชียบเท่านั้น แต่คนที่เกิดความสับสนกลับกลายเป็นโยทะกาด้วยไม่รู้ว่าจะจัดการกับตัวเองได้อย่างไร

*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

67 ความคิดเห็น