Girl's Rule

ตอนที่ 2 : Faith

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

ฉันรู้สึกหนักที่เปลือกตา และคันยุกยิกเหมือนมีผีเสื้อกำลังทำรังอยู่บนนั้น

 

เมื่อลืมตาขึ้น ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป

 

แต่ภาพตรงหน้าทำให้ฉันหยุดครุ่นคิด

 

มันคือผีเสื้อสีม่วง

 

ปีกของมันกระพืออย่างแช่มช้า ออกแรงต้านแรงโน้มถ่วง พลางสะบัดละอองจากปีกคู่น้อยจนลอยฟ่อง 

 

เมื่อมองทะลุไปบนเพดาน

 

ฉันเห็นภาพวาดสีน้ำมันยุคเรเนซองส์ ภาพหญิงสาวมากมายเปลือยกายวิ่งหยอกล้อกัน

 

ศิลปิน มักสร้างผลงานจากมโนภาพและเล่ามันออกมาในรูปแบบของศิลปะ 

 

ฉันสงสัย ว่าศิลปินคนนี้จะเคยเห็นผู้หญิงเปลือยอก วิ่งเล่นเดินสวนกันไปมาบนทุ่งได้อย่างไร

 

เหตุผลทั้งหมดอาจจะเป็นแค่ความเสื่อมชราของสมอง จนสติของเขาฟั่นเฟือง

 

หรือไม่ก็เกิดจากจิตใต้สำนึกที่หมกมุ่นในกามของเขามันมีมากจนต้องหลั่งออกมาในรูปแบบของงานศิลป์ก็เท่านั้นเอง 

 

และเมื่อเหลือบมองลงมาฉันกลับเห็นชายคนหนึ่ง

 

เขากำลังก้มลงดมชายกระโปรงสีขาวที่ถูกสวมไว้บนหุ่นโชว์อย่างหื่นกระหาย

 

ผู้ชาย?

 

ไม่สิไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

 

ทำไมหมอนั่นถึงก้มลงไปดมเสื้อผ้าของฉันแบบนั้น

 

ว่าแล้วฉันก็. . .

 

"โผล่ะ!" เสียงหัวถูกบดละเอียด

 

เลือดของชายคนนั้นเปรอะกระจายไปทุกที่ 

 

เสียงปรบมือตามมาติดๆ

 

"ทำได้เยี่ยมค่ะคุณอีฟ" ผู้หญิงชุดดำเดินผ่านบานประตูที่ค่อยๆแง้มออก

 

หญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง เธอยิ้มจนแก้มปริและทำเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเรื่องปกติ

 

และทันทีที่เธอเดินเข้ามาฉันก็สังเกตเห็นบางสิ่ง 

 

ฉันเห็นเด็กผู้หญิงอีกคน

 

เธอกำลังยืนแอบอยู่ข้างหลังประตูไม้ฉลุบานนั้น 

 

เธอมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งใดนอกจาก 

 

ฉัน . . . 

 

..............................................................................

 

หลังจากเราเดินสำรวจกันทั่วทั้งคฤหาสน์ ก็ถึงเวลาทานของว่างและชายามบ่าย

 

เรานั่งกันอยู่ในสวน ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายที่คุณมิเกลดูภูมิใจในการนำเสนอให้ฉันรู้จักมากที่สุด 

 

แม้ว่าบรรยากาศจะเริ่มผ่อนคลาย แต่ฉันยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

และยังคงตกค้างความรู้สึกประหลาดจากเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไปไม่นาน 

 

"ชานี่ดีมากเลย ไว้ฉันจะฝากเพื่อนซื้อมาอีก เธอก็กินสิอีฟ" คุณมิเกลให้ฉันดื่มชา

 

สีของมันเหลืองทอง แถมกลิ่นยังนุ่มนวล

 

ซึ่งแตกต่างกับ . . .

 

ฉันคิดไม่ออก

 

อยู่ๆฉันก็พึ่งรู้สึกว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องที่เกิดขึ้นในห้อง

 

ราวกับว่าเมื่อฉันลืมตาดูโลก สิ่งที่ฉันทำเป็นอันดับแรกคือการบดหัวคนให้เละเป็นจุณ 

 

มันแปลก และมีลางสังหรที่ไม่ค่อยดีนัก

 

"คุณโอลิเวีย แนะนำตัวบ้างสิ จะได้สนิทกัน" เธอชื่อโอลิเวีย นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักกับชื่อของเด็กผู้หญิงคนนั้น

 

"สวัสดีโอลิเวีย ฉันชื่อ . . . "

 

ฉันลืมสนิท บ้าจริง! เกิดอะไรขึ้น

 

"อีฟ เธอชื่ออีฟ" โอลิเวียพูดกับฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

"อ๋อ ใช่ ขอบคุณนะ" โอลิเวียยังคงมองมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตา

 

"เสร็จจากมื้อนี้ก็พักผ่อนกันให้เยอะๆนะ หลังจากมื้อเย็นเราจะเริ่มกันอีกครั้ง" คุณมิเกลพูด พลางหยิบสับปะรดฝานบางให้ฉันหนึ่งชิ้น

 

"เริ่มอะไรเหรอคะ?" ฉันยังคงไม่เข้าใจกับเรื่องทั้งหมด

 

"เดี๋ยวเธอก็จะค่อยๆเข้าใจเหมือนคุณโอลิเวีย แต่เรื่องทั้งหมดที่เราต้องทำ . . .

 

เรารอไม่ได้อีกต่อไป"

 

เธอเน้นเสียงของประโยคหลัง ราวกับอยากให้ฉันรู้ใจจะขาด ว่ามันคืออะไร และสำคัญแค่ไหน

 

เมื่อหันไปมองโอลิเวีย เธอยังคงนั่งนิ่งมือประสานกันไว้ที่บนตัก มองมาที่ฉัน และไม่ดื่มชาจากคุณมิเกลซักหยด

 

ฉันหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ และหวังว่าในนี้คงไม่มียาพิษอย่างที่ฉันสังหรใจ

 

..............................................................................

 

ตลอดช่วงบ่ายฉันเดินสำรวจทั่วทั้งคฤหาสน์ และพยายามนึกถึงความทรงจำที่หายไป

 

แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าความทรงจำของที่นี่ก็ยิ่งทับถมความทรงจำของฉันราวกับกำลังถูกเขียนทับ

 

มันแปลก ที่ตัวฉันกลับไร้ซึ่งความกลัวถึงการหายไปของตัวตนในอดีต

 

บางทีฉันก็สงสัย หรือจะเป็นตัวฉันเองที่อยากทำให้มันหายไปกันนะ

 

"คุณอีฟ"

 

เสียงของเด็กสาวดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังหาวิธีเข้าไปในห้องที่ถูกล๊อคไว้

 

"สวัสดีโอลิเวีย" ฉันทักทายเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?"

 

"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่อยากเดินสำรวจรอบๆด้วยตัวเองอีกครั้งน่ะค่ะ"

 

"อ๋อ ค่ะ" โอลิเวียยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันอย่างใจเย็น

 

"คุณก็รู้กฎของที่นี่ คุณทำทุกอย่างที่คุณต้องการได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำมันโดยขาดความระมัดระวังนะ" โอลิเวียเดินตรงเข้ามาแล้วเอื้อมมือไปหยิบบางสิ่งออกมาจากข้างหลังของกลอนประตู

 

มันคือแมลงภู่*

 

"ถึงพิษไม่ทำให้ตายแต่ก็ทำให้เธอเจ็บได้นะ" เธอจับมันอย่างถนุถนอม

 

"เอ่อ ขอบคุณนะ" ฉันถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพบเจอกับเหตุการณ์ตรงหน้า 

 

โอลิเวียเล่นกับแมลงที่มีรูปร่างคล้ายกับต่อยักษ์อย่างเพลิดเพลิน

 

"แมลงภู่ เป็นสัตว์วิเศษ มักจะถูกใช้ทำเป็นเครื่องรางของราชินีและชนชั้นสูง

 

ความหมายของมัน สื่อถึงความแข็งแกร่ง โชคลาภ เกียรติยศ และยังใช้สำหรับ . . ." เธอหยุดเล่นกับมัน และหันมามองฉันด้วยสายตาซุกซน

 

"ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและมนต์ดำ

 

เธอเคลื่อนไหวนิ้วเรียวยาวของเธออย่างช้าๆโดยที่มีแมลงภู่เกาะอยู่บนนั้น

 

มันแวววาวเมื่อกระทบกับแสงแดดที่ขับให้ปีกสีฟ้าเข้มดูเปล่งประกายจนน่าหลงใหล

 

มันเชื่องและว่าง่าย ไร้ซึ่งความดุร้ายอย่างที่เธอกล่าวอ้าง

 

จากนั้นเธอก็. . . 

 

กินมัน

 

โอลิเวียเคี้ยวแมลงเปลือกแข็งปีกสีฟ้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

 

พลันเมื่อฉันมองเข้าไปในนั้น ฉันกลับรู้สึกว่ามันกำลังร้องอย่างทุกข์ทรมาณในปากของเธอ 

 

"ถ้าเธออยากจะเข้าไปในบ้าน เธอจะต้องกำจัดสุนัขเฝ้าบ้านของเขาก่อน" 

 

ประตูที่ถูกล๊อคไว้ถูกคลายกลอนราวกับเวทย์มนต์

 

บานไม้แง้มออก

 

เผยให้เห็นสิ่งที่หลบอยู่ในมุมมืด 

 

ฉันสะดุ้งตื่นและรู้ว่าสิ่งที่พึ่งพบเจอเป็นเพียงแค่ความฝัน

 

"คุณอีฟตื่นเร็ว" ฉันสะดุ้งจนตัวโยนเป็นครั้งที่สองของวัน

 

"คุณมิเกลเรียก" โอลิเวียเขย่าตัวฉันอย่างเบามือก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา

 

เธอเข้ามาได้ยังไง?

 

*ภาพแมลงภู่

sds

 

..............................................................................

 

กลางดึก ภายในคฤหาสน์ดูแตกต่างจากตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง 

 

ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า มีเพียงแสงสว่างจากเทียนไขและเตาผิง

 

และฉันก็พึ่งสังเกตว่าเรามีกันแค่สามคน 

 

เราเดินกันไปได้สักพัก คุณมิเกลกับโอลิเวียก็หยุดกันตรงที่ห้องเดิม

 

ห้องที่ฉันระเบิดหัวของผู้ชายคนนั้น

 

ฉันมองหน้าคุณมิเกลด้วยความสงสัย

 

"บททดสอบต่อไป อยู่ในห้องนี้" คุณมิเกลยิ้มให้อย่างเคย แต่มันกลับดูไม่น่าไว้ใจอย่างที่เคยรู้สึก

 

ประตูถูกเปิดออก

 

เผยให้เห็นร่างไร้วิญญาณที่ไร้ซึ่งศีรษะมันถูกจัดวางให้นั่งบนเก้าอี้ไม้สีดำราวกับยังมีชีวิต

 

กลิ่นเน่าเหม็นอบอวลในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยของสวยงาม

 

แมลงภู่บินว่อน เกาะ แทะร่างของชายผู้โชคร้ายอย่างน่าเวทนา 

 

น่าแปลก ทั้งที่พึ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ร่างกายของมนุษย์กลับเน่าเปื่อยได้ขนาดนี้

 

"สิ่งที่เธอต้องทำ คือการฝึกควบคุมการใช้ไฟ" คุณมิเกลบอกกับฉัน จากนั้นจึงหันไปมองที่ศพไร้หัวอย่างเรียบเฉย "เผามัน โดยที่ไม่ต้องใช้ไฟของโลกใบนี้"

 

ฉันสับสน ฉันไม่เข้าใจกับสถานการณ์นี้

 

ทำไมฉันต้องทำมัน

 

หรือจะทำมันได้อย่างไร

 

และตัวฉันเป็นใครกันแน่

 

ฉันได้แต่ยืนแข็งทื่อไม่ไหวติง

 

"มันอาจจะเร็วไปสำหรับคุณก็ได้อีฟ" มิเกลมองฉันอย่างผิดหวัง

 

"คุณโอลิเวียคะ ช่วยจัดการแทนคุณอีฟด้วยค่ะ

 

. . . ช่วยสาธิตให้เธอดูว่าต้องทำอย่างไร" มิเกลตบบ่าของโอลิเวียแล้วเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

 

พรึ่บ!

 

ไฟร้อนลุกโชนเผาไหม้ร่างของชายหนุ่มอย่างง่ายดาย โดยที่โอลิเวียไม่เคลื่อนไหวเข้าไปใกล้แม้แต่นิดเดียว 

 

"เธอทำได้ยังไง" ฉันทรุดลงกับพื้นเพราะความเหนื่อยล้า และสับสน แม้ว่าจะรู้สึกได้ถึงบางอย่างในตัวที่อาจจะทำได้อย่างเธอ

 

โอลิเวียปรายตามองมาที่ฉัน 

 

"คุณจะเริ่มจำทุกอย่างได้อย่างช้าๆ คุณจะจำมันได้ง่ายดายโดยปราศจากการนึกถึงความหลังอันเจ็บปวด . . .

 

คุณจะด้านชา อีฟ คุณจะยิ่งด้านชาไปเรื่อยๆนับจากนี้"

 

ภาพของเปลวไฟถูกสะท้อนในน้ำตาที่เคลือบอาบอยู่ในดวงตาของโอลิเวีย

 

"ฉันเป็นใคร" อยู่ๆฉันก็รู้สึกอุ่นบริเวณแก้ม

 

และภาพของเธอก็พร่ามัวลงทุกที

 

"เราเป็นสิ่งชั่วร้ายค่ะ" โอลิเวียก้มลงมาหาฉันและใช้นิ้วของเธอปาดน้ำตาออกให้ 

 

เธอคว้ามือของฉัน แล้วเดินไปที่ร่างไหม้เกรียมของชายหนุ่ม

 

เรานั่งลงแล้วจ้องไปที่สิ่งสุดท้ายของมนุษย์เมื่อจากโลกนี้ไป

 

ไม่มีใบหน้า ผิวหนัง เส้นเลือด มัดกล้ามเนื้อ ไม่เหลือแม้ความรู้สึกหรือชื่อให้จดจำ

 

"เราทำลายใครก็ได้ และเราก็สร้างเขาได้เช่นกัน" โอลิเวียประคองมือของฉันให้สัมผัสกับพื้นผิวอันอุ่นชื้นบนร่างกายของชายหนุ่ม 

 

เป็นความรู้สึกที่ประหลาด ฉันรู้สึกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ รู้สึกว่าเซลล์ของเขายังเคลื่อนที่และแลกเปลี่ยนพลังงาน

 

"ถ้าคุณรู้สึกถึงมัน แสดงว่าคุณสามารถทำมันได้" เธอพูดประโยคที่ฉันไม่มีวันเข้าใจความหมาย

 

"ฉันว่าเขายังไม่ตาย" ฉันพูดอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึก

 

"ค่ะ ไฟของเราทำได้แค่จองจำพวกเขาไว้ แค่คุณลองคิดถึงการมีชีวิต คิดถึงการเคลื่อนไหว ลองคิดถึงหน้าของเขาตามที่คุณรู้สึก" โอลิเวียแสดงสีหน้าจริงจัง

 

ฉันหลับตา และนึกภาพของเขา ชายหนุ่มคนที่ฉันได้มองหน้าแค่เพียงเสี้ยวนาที 

 

แต่แล้วเวทย์มนต์ก็เกิดขึ้น

 

มีบางอย่างขยับที่ฝ่ามือของฉัน 

 

เมื่อลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้ฉันประหลาดใจ 

 

ร่างของชายหนุ่มกลับมาเป็นปกติ มีผิวหนัง และมีสัญญาณของการมีชีวิตครบถ้วน

 

เขาหลับใหล และดูอ่อนวัยราวกับเด็กแรกเกิด 

 

ชายหนุ่มค่อยๆลืมตา

 

และจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโกรธแค้น 

 

"ฉันจะฆ่าแก"

 

เขาสบถต่อหน้าฉันและโอลิเวีย

 

to be continue . . . 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น