Girl's Rule

ตอนที่ 1 : New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

"เธอดูหมกมุ่นกับการออกไปข้างนอกจังนะ" ชายหนุ่มกล่าว

 

แต่ตัวฉันเองกลับไม่อยากแม้แต่จะเหลือบมองหน้าของเขา

 

"ให้ตายสิ ถ้าเล่นเกมจ้องตาเธอแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะ" เขาเริ่มหัวเสียแล้วเดินออกจากห้องไป

 

. . . ส่วนฉัน

 

ได้แต่มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

 

โดยที่ไม่อยากรับรู้อะไร 

 

ไม่อยากจดจำอะไรกับเรื่องที่เคยพลั้งมือทำ

 

..............................................................................

 

/เมื่อวาน/

 

ท่อนไม้ ไฟ กลิ่นไหม้ของฟางและน้ำมันรถยนต์ ยังคละคลุ้งในความทรงจำของฉันไม่หาย

 

หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตาย การได้เริ่มต้นใหม่ในสภาพแวดล้อมดีๆ คือจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตของฉันนับแต่นั้นมา

 

ความเย็น และกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่ลอยฟุ้งอบอวลในรถลีมูซีนทำให้ฉันเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น 

 

ภาพวิวดอกไม้และแสงแดดกำลังเคลื่อนผ่านตัวฉันไปช้าๆ

 

มันอาจไม่น่าตื่นตาสำหรับฉันที่อาศัยในชนบทเท่าไหร่

 

แต่มันน่าสนใจสำหรับตัวฉันในชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

"คุณโอลิเวีย อีกสามร้อยเมตรเราก็จะถึงบ้านของเรากันแล้ว ตื่นเต้นไหม" ชายแก่สวมสูทสีดำคุยกับฉันอย่างเป็นมิตร

 

"ค่ะ

 

. . .บ้านของเรา" ฉันใจฟูเมื่อเอ่ยคำว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก

 

รถแล่นผ่านซุ้มประตูที่ทำจากต้นไม้สีดำประดับประดาด้วยเถาวัลย์และดอกไม้ 

 

มันทำให้คิดถึงตัวฉันเอง

 

รถแล่นผ่านเข้าไปในเวิ้งไม้ เผยให้เห็นคฤหาสน์โบราณสีเหลืองทอง

 

เมื่อรถหยุด บานประตูข้างหน้าถูกเปิดออกช้าๆ

 

หญิงสาวผมดำยาวสลวยค่อยๆเคลื่อนที่ออกมาข้างหน้าจนกระโปรงผ้ากำมะหยี่ของเธอพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน

 

เธอปรายตาผ่านหน้าม้าหนาเข้มแล้วส่งรอยยิ้มให้ฉัน

 

"อาจจะดูไม่ค่อยเป็นทางการถ้าฉันขอกล่าวว่ายินดีต้อนรับ" เธอยื่นมือมาทักทายและช่วยพยุงฉันออกจากรถ

 

"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูดอย่างเขินอาย

 

"เวลคัมดริ้ง" เธอยื่นแก้วรูปทรงสมมาตรที่ใส่น้ำสีน้ำตาลเข้มให้ฉัน

 

"ค่ะ" ฉันรับมันมา และดื่มมันไปหนึ่งจิบ 

 

โชคดีที่รสชาติของมันไม่ขมเหมือนแอลกอฮอล์แต่กลับหวานเปรี้ยวจนน่าตกใจ

 

"ทำมาจากแอปเปิลจ่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง" เธอเอื้อมมือเพื่อรับแก้วคืน "ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" มือของหญิงสาวเชยคางของฉันขึ้นแล้วมองสำรวจ

 

"คะ?"

 

ฉันไม่เข้าใจในเรื่องที่เธอถาม

 

ฉันไม่มีความทรงจำของอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วย

 

มีเพียงแต่ความรู้สึกแปลกในอกที่ไม่รู้ว่าคืออะไร 

 

และฉันเป็นใคร?

 

"จำไม่ได้เหรอ . . .

 

. . . ไม่เป็นไรนะ เรามาเริ่มใหม่กัน" เธอวางมือที่บ่าแล้วพาฉันเดินเข้าคฤหาสน์ไป

 

ตัวฉันเองที่พึ่งสังเกตถึงความจริงที่ว่า ฉันสูญเสียความทรงจำ 

 

เวลา สถานที่ ผู้คน 

 

ฉันจำเรื่องราวก่อนที่จะมาถึงที่นี่ไม่ได้เลย 

 

"เธอกลัวไหม" หญิงสาวหยุดเดินแล้วกระซิบที่ข้างๆหูของฉัน

 

"กลัวอะไรคะ" ฉันถามรุกเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ

 

"กลัวการเริ่มต้นใหม่ที่นี่" 

 

". . .ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"

 

ฉันตอบออกไปทั้งที่ในใจยังว่างเปล่า 

 

..............................................................................

 

เราเดินกันต่อไปบนโถงทางเดินที่มีกลิ่นไม้และกลิ่นปูนเก่า ลอยฟุ้งตลบอบอวลตลอดทาง

 

เมื่อเดินจนมาสุดทาง ฉันก็ได้พบกับบานประตูไม้แกะสลักรูปหญิงสาว

 

"นี่คือพี่น้องของเรา พวกเราสร้างปาฏิหาริย์กันที่นี่" 

 

หญิงสาวเอื้อมมือลูบไล้บนแผ่นไม้อย่างแผ่วเบา

 

"คนที่สร้างปาฏิหาริย์เท่านั้นเหรอคะที่มีสิทธิ์อยู่บนบานประตูนี้" ฉันถาม

 

ส่วนเธอเงียบไปชั่วขณะ

 

"ทุกคนสร้างปาฏิหาริย์ค่ะ" หญิงสาวพูดด้วยแววตาสั่นคลอ

 

ไม่ทันที่ฉันจะรู้สึกตัว ประตูถูกเปิดออก

 

เผยให้เห็นด้านในของห้องนอนอันโอ่อ่ากว้างขวางถูกตกแต่งด้วยภาพวาดและตุ๊กตากระเบื้องแต่งตัวสวยงาม 

 

"ที่นี่เรามีกฎเดียว คือเธอสามารถทำทุกอย่างตามที่ใจเธอต้องการ เพราะเราอยากจะเห็นศักยภาพของเธอเมื่อเธอได้ใช้เวลากับตัวเองมามากพอ 

 

. .   แต่เรามีข้อแม้เพียงอย่างเดียว  " เธอยื่นหน้ามากระซิบฉันอีกครั้ง

 

"อย่าพูดกับเขา 

 

เขา?

 

ฉันเผลอหันหลังกลับไปมองในห้องโดยไม่รู้ตัว 

 

ผู้ชาย!?

 

มีชายหนุ่มแต่งเครื่องแบบนักเรียนโบราณนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง

 

เขาส่งยิ้มให้ฉัน

 

และเมื่อหันหลังกลับมา

 

หญิงสาวก็หายไปเสียแล้ว . . .

 

ในห้องที่ตอนนี้มีเพียงฉันกับชายหนุ่มอยู่กันเพียงลำพัง

 

ความเงียบและความอึดอัดเข้ามาทักทายในบรรยากาศอันตึงเครียด

 

"เธอชื่ออะไร" เขาถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา 

 

ฉันไม่ตอบ ทั้งเพราะกฎหนึ่งข้อที่ผู้หญิงคนนั้นบอก และก็เพราะฉันจำอะไรไม่ได้เลย

 

เรายืนจ้องตากันไม่กะพริบ เปลือกตาของเขาไม่เคลื่อนลงมาปิดดวงตาสีเขียวเข้มเลยแม้แต่น้อย

 

ฉันกะพริบตา

 

"เธอแพ้" เขาพูดขึ้น และในขณะเดียวกันที่ตัวฉันได้ถูกทำให้ลอยสูงขึ้นอย่างช้าๆ 

 

ความรู้สึกเหมือนจมน้ำ ร่างกายด้านชา ไม่ยอมขยับตามจิตใต้สำนึกที่กำลังสั่งการอย่างตื่นกลัว

 

เรื่องที่เกิดขึ้นมันคืออะไร? ฉันลอยขึ้นได้อย่างไร? แล้วทำไมฉันหายใจไม่ออก!

 

"รู้จักวิธีรอดจากการจมน้ำหรือเปล่า . . ." เขาถามขณะมองช้อนเข้าไปใต้กระโปรงของฉัน

 

"คือการว่ายน้ำให้เป็นไงล่ะ" ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุข

 

ส่วนฉันกลับรู้สึกโมโหอย่างบอกไม่ถูก

 

แต่ความตาย ก็น่ากลัวเกินกว่าจะคิดเรื่องอื่นนอกจากการหาหนทางรอดจากสถานการณ์นี้

 

"สาวบ้านนอกนี่ชอบใส่กางเกงในแบบนี้เหรอ น่าสนใจดีนะ" มันยังคงยั่วโมโหฉันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ฉันโกรธ ฉันโมโห ที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องทนยอมรับชะตากรรมอันน่าเจ็บปวดนี้

 

'ชะตากรรมที่ถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า'

 

ฉันรู้สึกว่าตัวเองร่วงหล่นลงบนพื้นพรมหนานุ่มฟู

 

ฉันลืมตาและพยุงตัวขึ้นจากพื้น งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

 

'ฉันไม่ได้กำลังจะตายเหรอ? ฉันไม่ได้ลอยบนพื้นหรอกเหรอ?' คำถามมากมายอยู่ในหัวจนไม่ทันจะสังเกตเห็นประกายไฟที่กำลังโถมลุกโชนบนร่างของชายหนุ่ม

 

ร่างของมันถูกเผาด้วยไฟแบบเดียวกับที่ฉันเคยถูกกระทำ

 

เสียงปรบมือดังตามมาข้างหลัง จนดึงความสนใจของฉันออกจากร่างไหม้เกรียมตรงหน้า

 

และเจ้าของเสียงปรบมือ

 

คือหญิงสาวชุดดำ

 

"เธอทำได้เยี่ยมในการทดสอบ" 

 

ความสับสน และคำถามพุ่งมาหาฉันเหมือนฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์

 

"ฉันชื่อมิเกล กริฟฟิท . . .

 

และยินดีต้อนรับสู่ . . .Girl's republic "

 

to be continue ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น