(ไม่จบ)The Twisted World [Fic:Tokyo ghoul & Attack on titan]

ตอนที่ 15 : special chapter 3: Levi & Kaneki(100%! มหัศจรรย์จริมๆ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

***ตอนพิเศษไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลัก แต่งขึ้นเพียงแทนคำขอบคุณเท่านั้นJ

**ไรท์ไม่เคยแต่งวายสามารถติชมได้ถ้ามีข้อผิดพลาด

*ตอนพิเศษนี้เป็นโลกปกติไม่มีกูลไททัน เป็นแบบไฮสคูลธรรมดา ฟีลกู้ด!

ที่สำคัญ ตัวละครคาเนกิใช้คาแรคเตอร์ของไฮเสะ!!!

Special Chapter 3: Levi & Kaneki

Distance doesn’t count if there is love in between.
ระยะทางไม่มีความหมายสำหรับคนที่มีความรัก

 

สีน้ำเงินเป็นตัวแทนแห่งความรักที่มั่นคง

                Kaneki talks

                .ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง

วันนี้วันดี เพราะผมกำลังจะได้ไปซื้อหนังสือที่รอเวลารวมเล่มมานานแสนนาน~~

ผมกำลังหาหนังสือนิยายที่แต่งโดยนักเขียนคนโปรดอย่างเพลินๆ หนังสือเป็นสิ่งที่ผมรักที่สุด เพราะมันช่วยคลายความเหงาให้กับผมได้ พอเดินมาถึงชั้นที่มีหนังสือเล่มที่ผมหมายปองตั้งอยู่มือก็ถูกส่งไปคว้าหนังสือเล่มนั้นทันที แต่ก็ต้องผงะเมื่อจู่ๆก็มีมืออีกมือมาแทรกจนมือของเราสัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจซะงั้น!?

                ผมมองตามมือหนานั้นไปก็เจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่สูงแค่ไหล่ผมถึงจะได้ ผมคงเผลอมองข้ามเขาไปเพราะมัวแต่สนใจหนังสือซึ่งเหลือเล่มเดียวในร้านนี้แล้วด้วย

                ผมรีบผละมือที่สัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจกลับมาก่อนจะเอาไปไพล่ไว้ข้างหลัง ดวงตาล่อกแล่กไปมาอย่างชั่งใจ ก็หนังสือเล่มนั้นผมรอมาตั้งนานแหนะ T_T จะยกให้ก็รู้สึกถึงความเสียดายอุตส่าห์เก็บตังค์จากการทำงานพิเศษเพื่อซื้อเล่มนี้แถมจะมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้!!

                แต่คาเนกิผู้นี้น่ะหรือจะสู้คน?

                “คุณจะเอาไปก็ได้นะ” ปากที่ไม่ตรงกับใจพลั้งพูดออกไปทั้งยังยิ้มบางๆให้กับคนแปลกหน้าอีกด้วย แต่ใครจะไปรู้ว่าใต้รอยยิ้มนั้นมีน้ำตาซ่อนอยู่ ฮรือ~ T0T

                ชายร่างเล็กแต่กำยำมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมยกยิ้มมุมปากแบบเหยียดๆ เป็นพวกผู้ดี? ไม่อยากรับของจากคนต่างระดับ? เอาจริงๆผมเดาใจเขาไม่ถูกหรอกแต่เดาจากเสื้อผ้าของเขาที่ดูเป็นคนมีเงินกับท่าทางหยิ่งๆนั่นก็พอเดาถูกว่าคงกำลังคิดอะไรประมาณนี้อยู่แน่ๆ

                “นักเรียนมหาลัยคามิสินะ คณะอะไรล่ะ” ใบหน้านิ่งเรียบมองสบตาผมนิ่งอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ ผมเกาหัวงงๆกับท่าทีของเขาแต่ก็ยอมตอบไปตามจริง

                “คณะอักษรฯ ปี 2 เอกภาษาญี่ปุ่นครับ เอ่อถามทำไมเหรอครับ”

                “ปล่าว ฉันก็จบจากที่นั่นแต่เรียนคนละคณะกับแก หนังสือนี่น่ะเอาไปเถอะ ท่าทางจะอยากได้มากไม่ใช่เหรอ” ไม่ว่าเปล่ามือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือที่ผมต้องการมาไว้ในมือพร้อมยื่นมาจ่อไว้ข้างหน้าผม

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมาซื้อเมื่อไหร่ก็ได้น่ะ” ผมปัดมือไปมาตรงหน้าอย่างเกรงใจ ก็ดวงตาเขาดูเหมือนจะเสียดายเล่มนี้อยู่เหมือนกันนี่นาแถมเหมือนจะไม่ใช่คนแถวนี้ด้วย แย่งของผู้ใหญ่มันไม่ดีด้วยสิ

                “ไม่เป็นไร ฉันก็มาซื้อเมื่อไหร่ก็ได้” เอ๋?! นี่เขาเป็นคนแถวนี้จริงๆหรือเนี่ย =0= ไม่เห็นคุ้นหน้าเลยนะ

                “คุณเป็นคนที่นี่หรอครับ” ผมถามออกไปเมื่อเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว

                “อืม แต่อยู่ไม่นานหรอก” เขาตอบมาเสียงเรียบ พร้อมยัดหนังสือมาไว้ในมือผมอย่างเอาแต่ใจ เดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่นี่ชอบยัดเยียดจริงๆนะครับ -*-

                “ครับ ขอบคุณนะครับ” ผมก้มหัวงามๆให้ทีหนึ่ง ถ้าลงกราบได้ก็จะกราบ หนังสือที่ผมรอมานานแสนนานกำลังจะได้เป็นของผมแล้ว~

ถึงจะปฏิเสธเขาพอได้จริงๆก็ดีใจ!

                “เดี๋ยว!” ขณะที่ผมกำลังจะเดินไปที่เค้าท์เตอร์อยู่นั้นเอง มือหนาก็รีบฉุดเข้าที่แขนของผมทันที นี่ถ้าจะเปลี่ยนใจเอาหนังสือคืน ผมไม่ให้แล้วนะ ให้แล้วให้เลยสิ!

                “ช่วยพาฉันไปที่คาเฟ่ต์ชื่อแปลกๆนี่ทีสิ ส่วนหนังสือฉันจ่ายให้” หา!? อยู่แถวนี้จริงป่ะเนี่ย ไม่รู้จักร้านคาเฟ่ต์ Re ที่ดังสุดๆในย่านนี้ได้ไง? ผมควรรับคำเขาไหมครับเนี่ย -_-

                “ครับรบกวนหน่อยนะครับ” ปากเจ้ากรรมหลุดตอบรับไปโดยไม่รอให้สมองคิด เฮ้อ~เข้าใจนะว่าขึ้นชื่อว่าของฟรีเป็นใครก็อยากได้ทั้งนั้น -_-++

 

                ตอนนี้ผมกำลังเดินนำชายแปลกหน้าร่างเล็กเพื่อพาเขาไปยังร้านคาเฟ่ต์ที่เขาต้องการ พอมาถึงปุ้บผมก็ผายมือเป็นนัยๆว่าเข้าไปเลยครับท่านประธานก่อนจะเดินกลับทางเดิมเพื่อกลับบ้านทันที ร้านเรแห่งนี้ผมไม่คิดเหยียบเข้าไปหรอก เพราะมีนางมารอาศัยอยู่ บรึ๋ย! แต่คนร่างเล็กก็ยังดักทางไม่ให้ผมกลับเสียทีนี่สิ

                “เอ่อนี่ไงครับร้านเร ผมขอกลับเลยได้ไหม” ผมพูดเชิงเรียกสติคนตรงหน้า แต่ชายคนนั้นกลับไม่หลบทั้งยังส่ายหน้าไปมาเหมือนจะปฏิเสธไม่ให้ผมกลับ คุณต้องการอะไรจากสังคม ตอบ!!

                “ให้ฉันเลี้ยงกาแฟสักแก้วก่อนสิ อุตส่าห์มาถึงแล้วเนี่ย” เขาพูดพร้อมดึงผมเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว นี่แรงคนหรือแรงช้างเนี่ยตัวแค่นี้ทำไมผมดึงมือไม่ออก ได้โปรดอย่าพาผมเข้าปายยยย ผมยังไม่อยากเจอคนในนั้นคร้าบบบ

                ผ่าง!

                เมื่อผมถูกดึงเข้าไปในร้าน อย่างแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ หญิงสาวร่างเล็กที่เรียนคณะเดียวกับผมแต่อยู่ปี 1 กำลังทำหน้าบูดบึ้งตรงเค้าท์เตอร์เมื่อเห็นหน้าผม เดี๋ยวก่อนเมื่อกี้ยังยิ้มหน้าบานอยู่เลยทำไมเห็นผมแล้วต้องเปลี่ยนโหมดด้วยล่ะครับ!

                “คาเนกิ เคน! ไหนนายบอกว่าจะมาช่วยร้าน!! นี่นายเรทมาตั้ง 2 ชั่วโมงแล้วนะยะ!” บอกว่าเธอเป็นรุ่นน้องผมแต่ผมกลับเหมือนเป็นขี้ข้าเธอมากกว่า งานพิเศษที่ว่าก็นี่ล่ะครับเป็นคนเสริฟอาหารที่ร้านเรครับ ที่จริงวันนี้ผมต้องมาช่วยงานคนที่ร้านหลังจากเรียนเสร็จแต่นี่มันเลยเวลามาแล้วผมก็ว่าจะโดดงานไปแล้วโทรมาบอกว่าผมติดธุระซะหน่อย!! โธ่เอ้ย! เพราะคุณคนเดียวเลย นายคนแปลกหน้า!

                “ข ขอโทษนะโทวกะจัง พอดีว่าฉันติดงานที่โรงเรียนนิดหน่อยเลยเลิกช้าน่ะ” อันนี้ผมพูดจริงแต่ผมก็ยังเจียดเวลาไปหาหนังสือไง! ก็ผมรักของผมอ่ะครับ U_U

                “นี่เห็นหัวฉันไหมเนี่ย” คุณผู้ชายมาดผู้ดีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นผมกับโทวกะจังคุยข้ามหัวของเขาไปมา

                “ขอโทษค่ะ คุณลูกค้าเชิญหาที่นั่งตามที่สะดวกเลยนะคะ เดี๋ยวดิฉันไปรับเมนูถึงโต๊ะเลยค่ะ” ใบหน้ายักษ์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นใบหน้านางฟ้าแทบทันทีที่เห็นลูกค้า เธอผายมือเข้าไปในตัวร้านอย่างต้อนรับก่อนจะเดินอ้อมหลังเค้าท์เตอร์มาหาผมถึงที่

                “ส่วนนาย! ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวนี้เรทเหรอยะ!! อยู่ปิดร้านเลยนะนายน่ะ” อื้อหือนี่เปลี่ยนอารมณ์หรือสับสวิตช์เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าเดอะแฟรช มือเรียวบางแบบผู้หญิงถูกส่งมารวบมือผมก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามเธอไปแต่ก็มีมือที่สาม? โผล่มาจับมืออีกข้างของผมไว้ เดี๋ยวๆบรรยากาศชักแปลกๆ

                “วันนี้ให้เขาลาไปเถอะ เรทมาตั้ง 2 ชั่วโมงแล้วไม่ใช่เหรออีกอย่างฉันพาเขามาเป็นเพื่อนนั่งดื่มกาแฟ” โทวกะได้ยินดังนั้นก็รีบปล่อยมือผมก่อนจะยืนประจันหน้าผมนิ่งๆ นู่นเขาพูดไม่ใช่โผม~

                “นายมี นัดเดท นี่เอง ทีหลังก็บอกก่อนนะ ร้านจะได้หาคนแทนนายทัน” ยืนกินจุด พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เธอเดินจากไปแล้วแต่ผมก็ยังยืนนิ่ง นี่เธอเข้าใจไปเป็นแบบนั้นได้ยังไงแค่ชื่อก็ยังไม่รู้เลยนะโทวกะจัง!

                “เอ้า! แกก็จะยืนบื้ออีกนานไหม! ฉันลางานให้แล้วนี่ไง” ผมหันขวับมายังต้นเสียงก่อนจะกุจีกุจอไปหาที่นั่งทันที ตอนคนๆนี้ตอนโกรธไม่ต่างอะไรกับนักฆ่ามากประสบการณ์ที่กำลังจะเชือดใครสักคนเลยครับ TT

 

                “ฉันรีไวล์ แอคเคอร์แมน แกชื่ออะไร” หลังจากที่สั่งอะไรมาทานเป็นที่เรียบร้อย คนตรงหน้าก็เริ่มแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นก็ที่มหาลัยผมก็มีดาวมหาลัยนามสกุลนี้อยู่เหมือนกัน!

                “คุณเป็นญาติกับมิคาสะ แอคเคอร์แมนเหรอครับ!” ผมถามอย่างตื่นเต้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอคนนั้นมีญาติตัวเล็กแบบนี้ด้วย ถ้าผมเป็นนักข่าวของม. ผมคงได้เจอคนสัมภาษณ์ดีๆแล้วล่ะ

                “อือ เป็นน้า แล้วนายชื่ออะไรอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง” ตาคมตวัดขึ้นมองผมอย่างเอาเรื่อง ผมยิ้มฝืดกับพฤติกรรมการเข้าสังคมติดลบของเขาสักพักก็แนะนำตัวเองไปตามมารยาท

                “ผมชื่อ คาเนกิ เคน ครับ” กล่าวจบความเงียบก็เข้าคลุมพื้นที่ทันที ผมก้มหน้าก้มตาดูดกาแฟในแก้วก่อนจะหยิบหนังสือเล่มใหม่ออกมาเปิดดูไปพลางๆโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าคนตรงข้ามนั้นจ้องจนตัวจะพลุนไปทั้งตัวแล้ว

                “ชอบหนังสือขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถามเมื่อเห็นผมนั่งอ่านหนังสือตาไม่กระพริบ ผมเหลียวมองคนตรงข้ามอย่างช่างใจก่อนจะตัดสินใจตอบไปตามจริง

                “ครับ”

                “เคยมีของที่ชอบมากกว่าหนังสือรึยัง” ผมนิ่งงันเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงชั่วโมง ผมปิดหนังสือลงก่อนจะเงยหน้ามองเขาแบบไม่เข้าใจ “ครับ???

                “ฉันถามว่ามีของที่ชอบมากกว่าหนังสือรึยัง” ผมส่ายหน้าไปมาเบาๆทำไมผมรู้สึกว่าวันนี้ผมหัวไม่ค่อยแล่นเลยนะ

                “งั้น

“ถ้าฉันจะทำให้นายชอบฉันมากกว่าหนังสือ นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่ผมชักจะอยู่ตรงนี้ไม่ไหวแล้วสิ หน้าผมร้อนผ่าวๆอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่รู้จะอายไปทำไมทั้งที่สิ่งที่เขาพูดอาจจะไม่ได้หมายถึงการขอจีบอะไรแบบนั้นก็ได้ แต่อาจจะแบบเพื่อนสนิท

                “พูดง่ายๆก็คือ ขอจีบได้ไหม” ผมสะดุ้งเฮือก นี่เอาจริงเหรอ!? เข้าใจนะว่าสังคมโลกนี้มันเปิดกว้างแต่จู่ๆก็มาขอจีบกับคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานแบบนี้นี่นะ!! บ้าไปแล้ว!!

                “อย่าลืมว่าฉันเป็นเด็กเก่าจากที่นั่น ฉันรู้จักนายมาได้สักพักแล้ว นายน่ะเป็นเดือนประจำคณะฉันเห็นรูปนายในเพจของม.” เขาอ่านใจออกหรือไง  -*-

                “ไม่ต้องทำหน้าอึ้งขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้อ่านใจออก แค่ฉันดูจากท่าทางของแกก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไร” ผมถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ ใช่แล้วล่ะครับขนาดเพื่อนสนิทอย่าง ฮิเดะก็พูดแบบนี้กับผมตอนที่ผมมองเขาแบบนั้น

                “เอาล่ะครับ ทำไมคุณถึงอยากจีบผม?” ผมถามน้ำเสียงจริงจัง ก็อย่างที่เขาบอก ผมเป็นเดือนคณะซึ่งแน่นอนมีคนขอคบบ่อยโดยเฉพาะผู้ชาย เพราะมีช่วงหนึ่งผมต้องแต่งหญิงทำกิจกรรมเพราะงั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมไม่โตกตากเวลาที่ถูกผู้ชายขอจีบแบบนี้(เหรอ)

                “ไม่รู้” เขาตอบออกมาแบบหน้าด้านๆ นี่เขาแค่อยากกวนผมรึเปล่า?

                “ขอดีๆได้ไหมครับ คือผมยังไม่เคยมีคนที่มาขอจีบกันโต้งๆแบบนี้แล้วจริงใจ” ว่าจบเขาก็มองหน้าผมนิ่งอีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้จะได้คำตอบที่ดีนะแต่เดี๋ยวก่อนทำไมผมต้องจริงจังขนาดนี้?

“การจะชอบใครสักคนจำเป็นต้องมีสาเหตุด้วยเหรอ?

                ผมถึงกับพูดไม่ออกไม่มีใครเคยให้เหตุผลผมแบบนี้แต่เดี๋ยวทำไมใจมันเต้นแปลกๆรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่รอบสนามฟุตบอล ปกติแล้วผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครนะยิ่งเพิ่งเจอหน้าด้วยยิ่งแล้วใหญ่

                “แต่อายุของเราน่าจะต่างกันมากเลยนะครับ” ผมพูดไปตามที่ใจคิดผมเพิ่งอายุ 20 เองเหมือนเขาจะเกือบๆ 30 แล้วนะจะไปกันรอดเหรอเฮ้ยๆยังไม่ได้คบเลยคิดไปไหนต่อไหนแล้วคาเนกิ!

                “ต่างกันแค่ 7 ปีเอง จะคิดมากทำไม? ความรักมันเกี่ยวกับอายุที่ไหนกัน” ผมไม่เคยเจรจากับใครแล้วจนมุมขนาดนี้เลยครับพูดตรงๆ~~

                “ถ้าไม่ไว้ใจกัน ฉันก็บอกแล้วไงว่าจะลองดูใจกันไปก่อนก็ได้

“ฉันจะรอ วันที่แกตัดสินใจ”

“แต่อย่านานนัก

“เพราะ ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดไป”

 

                หลังจากวันนั้นวันที่ผมมีเรียนผมก็จะได้เจอกับเขาทุกครั้งที่หน้าม.จนเกิดข่าวฉาวไปทั่ว พอกลับเขาก็จะมารอรับจนตอนนี้กลายเป็นว่าผมเจอหน้าเขาเป็นกิจวัตรไปแล้ว แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นผมกลับรู้สึกดีที่มีเขามาคอยอยู่เคียงข้างแบบนี้ ถึงหน้าเขาจะตายตลอดเวลาแต่กลับดูน่ามอง

                ผมรู้ตัวนะว่าชอบเขาเข้าแล้วแต่ไม่กล้าบอกออกไปไว้พร้อมก่อนค่อยบอกละกัน

                เวลาผ่านไปได้หนึ่งเดือน อยู่ๆมิคาสะหลานของรีไวล์ก็มาหาผมถึงที่คณะ สร้างเสียงฮือฮาให้กับตึกคณะของผมเป็นอย่างมาก

                “มีอะไรหรือเปล่า” ผมถามเมื่อเดินมาหลบอยู่ในที่ที่ปลอดคน มิคาสะมองผมนิ่งก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่ต้องการออกมา “ตัดสินใจได้รึยัง”

                “ฮะ!?” ผมโพล่งออกไปอย่างลืมตัว มิคาสะยังคงความนิ่งไว้ซึ่งไม่ต่างจากน้าของเธอเลยก่อนจะพูดต่อเพื่อคลายข้อสงสัยให้กับผม

                “ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วยังตัดสินใจไม่ได้อีกเหรอ ว่าจะเอายังไงกับเขา” เขาในที่นี้คงหมายถึงน้าของเธอสินะ

                “จะให้จีบจริงจัง คบกัน หรือไม่ต้องมายุ่งกันอีกช่วยชัดเจนหน่อยเถอะ น้าของฉันน่ะชอบนายมากนะไม่สิรักมากกว่า ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมแค่เห็นรูปในเพจแล้วถึงตกหลุมรักได้อ่ะนะแต่ฉันที่เป็นหลานของเขาไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกค้างคาก่อนจะไปจากที่นี่นัก” นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มิคาสะพูดเกิน 10 คำก็ได้นะเนี่ย แต่เดี๋ยวไปจากที่นี่งั้นเหรองั้นเหรอ? ผมขมวดคิ้วใส่เธอทันทีที่เริ่มสงสัย ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆทำไมรู้สึกหน่วงแปลกๆ

                “เฮ้อ เขาคงยังไม่บอกนายสินะว่าสิ้นเดือนนี้เขาจะต้องไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศ ถ้าเป็นไปได้อาจได้กลับมาแต่ในทางกลับกันเขาอาจจะต้องทำงานประจำที่นั่นไปเลยก็ได้” ผมรู้สึกว่าขามันอ่อนจนอยากจะทรุดลงไปซะเดี๋ยวนี้ นี่เขากำลังจะไป?แต่กลับไม่บอกผมสักคำ??

                “เขาไม่อยากให้นายคิดมากอยากให้นายค่อยๆคิด แต่ถ้ายังเก็บไว้เป็นความลับต่อไปฉันว่าไม่น้าก็นายจะต้องเสียใจหนักแน่ๆดังนั้นถึงรีบมาเร่งให้ตัดสินใจ” มิคาสะพูดทิ้งไว้เท่านั้นก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ผมยืนตัวแข็งคนเดียวอยู่อย่างนั้น

                ผมจมอยู่กับความคิดของตนเองอยู่นานแม้จะกลับห้องแล้วก็ยังไม่วายนั่งเหม่อในห้องเรียน…นี่เขามีผลต่อผมถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยยยย

 

                ตกเย็นรีไวล์ก็ยังยืนอยู่ตำแหน่งเดิมใบหน้าก็นิ่งเหมือนเดิมแต่เมื่อคิดว่าเดินออกมาแล้วจะไม่ได้เจอเขาอีกเหมือนทุกวันก็รู้สึกเศร้าเสียจนยิ้มไม่ออก

                “เป็นไรไปล่ะไม่สบาย??” เขาเดินมาใกล้มือก็อังหน้าผากผมแผ่วเบาหรือผมจะเจอเขาบ่อยเกินไปจนเสพติดต้องเจอทุกวันเท่านั้นถึงจะยิ้มได้?? “ตัวไม่เห็นร้อนนะ”

                “คุณจะไปจริงๆแล้วเหรอ? ไม่คิดจะบอกผมหน่อยเหรอ” ผมถามหน้าตาผมตอนนี้คงเหมือนหมาหงอย

                “เจ้าหลานตัวดีคงบอกไปแล้วล่ะสิเฮ้อ ไม่เชื่อฟังกันเอาซะเลยรู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่อยากให้นายหงอยแบบนี้ก็ยังจะบอก” เขาบ่นงึมงำคนเดียว ตัวผมที่ยืนฟังอยู่ยังเผลอหลุดยิ้มกับความน่ารักของครอบครัวนี้ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาผมว่าความรู้สึกที่ผมมีให้เขามันค่อนข้างชัดเจนล่ะนะแต่ต้องทำยังไงถึงจะพูดออกไปได้กันนะ

                “ต่อไปนี้ไม่สิ 1 เดือนสุดท้ายนี้” ผมคิดว่าผมตัดสินใจได้แล้วล่ะ แต่ขอทำใจก่อน

“ผมขอสร้างความทรงจำดีๆกับคุณให้มากที่สุดก่อนจะได้ไหม?

 

                หลังจากวันนั้นผมก็ย้ายของไปอยู่กับเขา ทุกวันหยุดจะไปเที่ยวด้วยกัน ส่วนงานพิเศษผมทำปกติแต่เพิ่มเติมตรงที่มีชายร่างเล็กแต่หนามานั่งในร้านทุกครั้ง การเรียนถ้าไม่เข้าใจเขาก็พร้อมแปลงกายเป็นครูมาสอนผมตลอด

                ทุกวันดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเหมือนโกหกในที่สุดก็ถึงวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่ที่นี่

                วันสุดท้ายที่ผมจะต้องพูดมันออกไปเสียที

                รีไวล์นั่งมองกระเป๋าที่บรรจุของใช้ทั้งหลายไว้นิ่ง ในใจรู้สึกทั้งอิ่มเอมที่ได้อยู่กับคนที่ชอบอย่างเต็มที่แต่อีกใจก็รู้สึกหน่วงๆที่จะต้องจากกันไปแม้จะมีความทรงจำดีๆด้วยกันมากแค่ไหนก็ไม่เคยพอ เขาอยากอยู่ที่นี่ต่อ อยากอยู่เคียงข้างคนรักไปเรื่อยๆแม้จะอยู่ด้วยสถานะที่ครุมเครือก็เหอะ

                “ผมไปส่งนะครับ” ผมพูดเสียงแผ่วไม่อยากจากกันเลย

                “มีเรียนไม่ใช่เหรอ??

                “ไม่เป็นไร ลาแล้ว”

                “อย่าไปส่งเลย ไปเรียนเถอะ”

                “” นั่นไงว่าแล้วว่าต้องพูดแบบนี้ อย่างงี้ผมควรจะหาอะไรมาต่อรองดีล่ะครับ ถ้าผมไม่ใช้โอกาสนี้ก็คงไม่ได้พูดมันออกไปแล้วแน่ๆ

                “ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของแกก่อนจะไป อีกอย่างเราวีดิโอคอลหากันได้ถ้าคิดถึงกันน่ะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแววตาของเขาก็ดูเศร้าอยู่ดีนั่นล่ะ หึ!ทำเหมือนทำใจได้แล้วอย่างงั้นแหละ

                “ไม่เห็นเป็นไรเลยก็ผมอยากอยู่กับคุณให้นานที่สุดนี่นาวีดิโอคอลก็เห็นได้แค่หน้าไม่ได้อยู่ใกล้กันแบบนี้สักหน่อย! ขอไปส่งเถอะนะ ผมมีเรื่องอยากบอกแต่ไม่กล้าด้วย” ผมเริ่มใช้ลูกอ้อนเสียงนี่ก็สั่นจัง! อย่าร้องไห้นะโว้ยยย

                “ผมจะไม่ร้องไห้ตอนคุณไป! สัญญาเลย”

 

                ผมจะไม่ร้อง จะไม่ร้อง จะไม่ร้อง ไม่ร้องเด็ดขาด!

                ถึงจะนั่งท่องเป็นกลอนขนาดไหนน้ำตาก็ยังคงมาคลออยู่ทุกขณะ ทำไงได้ก็มันเสียใจ?

                “บอกแล้วว่าไม่ต้องมา” เขาพูดเสียงเรียบ เดี๋ยวก็กระโดดถีบยอดหน้าซะนี่!! คนกำลังทำใจอยู่

                “ก็จะมา!!!” วันนี้ดูดื้อผิดปกตินะเราเพราะเขาแท้ๆทำให้เคยตัวซะได้

                “เฮ้อ” รีไวล์ถอนหายใจยาวเหยียด จนผมอดที่จะเบะปากมองบนใส่เขาไม่ได้ คนอะไรน่าหยิกขนาดนี้!! แถมยังทำให้ผมเป็นคนบ้ายิ้มทั้งที่เศร้าอีก!!!

                โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบิน xxx เที่ยวบินที่ ดีดี xxx พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ขอเชิญผู็้โดยสารขึ้นเครื่องได้ที่ประตูทางออกหมายเลข xx ขอบคุณค่ะ

                น้ำตาที่เก็บไว้อย่างดีกลับมาเอ่ออีกครั้งเมื่อรู้ว่าเขาจะต้องไปแล้วจริงๆ ผมมองเขาที่ลุกขึ้นเตรียมเดินจากไปก่อนจะก้มตัวลงหอมแก้มเขาครั้งแรก อยู่ด้วยกันมา 1 เดือนชายคนนี้ไม่เคยคิดที่จะฉวยโอกาสจากผมเลย ดังนั้นคิดซะว่าที่เป็นของแทนคำขอบคุณล่ะกัน

                เขาดูอึ้งไปเลยเมื่อผมทำแบบนั้น เขาคงคาดไม่ถึงนั่นล่ะ

                “ผมจะรอนะครับ ถ้าคุณไม่กลับมาผมเรียนจบผมก็จะไปหาคุณถึงที่” ผมเปิดเผยความในใจออกไป แม้จะทำใจมาก่อนแล้วแต่ทำไมพูดจริงๆแล้วถึงยังเศร้าอยู่ก็ไม่รู้ “แต่ถ้ากลับมาก็มาหาผมคนแรกนะครับ”

                “อืม” เขาตอบรับในลำคอปากกระตุกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินออกไป ไม่ได้จะไปตอนนี้ไม่ได้ผมยังไม่ได้บอกเขาเลย!

                ตอนนี้แหละคาเนกิ! บอกเขาไปซะ!! ไม่งั้นอาจจะไม่มีโอกาสแล้วนะ!

                “ชอบนะครับ!! ไม่สิรักนะครับ” ผมตะเบ็งเสียงออกไปจนเรากลายเป็นจุดสนใจ ไม่เป็นไรคนอื่นไม่เกี่ยวคนที่เราคุยด้วยคือคนที่กำลังเดินไปนี่ต่างหาก

                “ตลอด 2 เดือนที่เรารู้จักกันฮึก ผมชอบคุณมาตลอดเลยนะ แต่ไม่กล้าบอก ไม่กล้าขอคบ ไม่กล้าเข้าหา เพราะอายฮึก แต่ตอนนี้ผมกล้าขึ้นแล้วนะ!!” เผลอร้องไห้จนได้ ขอโทษนะครับ ผมผิดสัญญาซะแล้วTT

                “ถ้าไม่บอกตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้วใช่ไหมล่ะ! ดังนั้น” ขอไปคาเนกิ ขอไปเลย!!

“เป็นแฟนผมนะครับ!

 

                หลังจากวันนั้นมาก็ผ่านไป 4 ปีแล้ว วันนี้คือวันจบการศึกษาของผม หรือก็คือวันที่ผมรอคอยมาตลอด เพราะหลังจากนี้ไปผมก็สามารถไปหารีไวล์ได้มากเท่าที่ใจต้องการแล้ว(ถ้ามีเงินน่ะนะ)

                บอกเลยว่า 4 ปีที่ห่างกันเราติดต่อหากันน้อยมากเพราะ ผมติดเรียน เขาก็ติดงาน เวลาไม่ค่อยตรงกันด้วย ดังนั้นใจจะมาเขวก็คงเป็นช่วงนี้จริงไหม?

                ผมกังวลนะว่าเขาจะมีชู้ไหม จะถูกใครจีบรึปล่าวแต่ผมก็พยายามเชื่อใจเขาให้มากที่สุด!

                เพราะอะไรน่ะเหรอ

                หมับ!

                ผมสะดุ้งตัวโยนเมื่อจู่ๆก็มีมือของใครบางคนมากอดผมไว้จากด้านหลัง ใคร! ใครบังอาจมาแต๊ะอั๋งผมในวันจบการศึกษา! เดี๋ยวพ่อได้เตะยอดหน้าคนก็วันนี้ล่ะ -*-

                “ใคร” แต่พอผมหันหน้าไปมองก็ปรากฏเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ จนผมอึ้งไปเลย

                “อะไรกัน ก็บอกเองนี่ว่าถ้ากลับมาให้มาหาคนแรกน่ะ?

                “” รีไวล์

                “หึ เซอร์ไพรส์~ เรียนจบแล้วนี่ ยินดีด้วยนะคุณแฟน”

รีไวล์คุณนี่มันเป็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตาของผมจริงๆ

 

ก็อย่างที่พูดค้างไว้

ถึงเราจะอยู่ไกลกันแค่ไหนผมก็ไม่หวั่นเพราะ

ระยะทางไม่มีความหมายสำหรับคนที่มีความรัก

ยังไงล่ะครับ

Fin.

ช่วงทอร์ก(ลั้ลลาตามท้องเรื่อง)

อื้อหือเว่อวังอลังการดาวล้านดวง

ตอนนี้ยาวมากกกกกก

11 หน้าถ้วนเลยค่ะ ตอนพิเศษตอนนี้

ฟีลกู๊ดไหมเอ่ยยยย เราไม่อยากให้ตอนพิเศษเครียดอ่ะนะ เพราะตอนหลักมันเข้มข้นอยู่ละ-__-

ไรท์บอกเลยว่าตอนพิเศษนี้แต่งไว้นานมากแล้วแต่ไม่ได้แต่งต่อให้จบสักที

พอเห็นมีคนทวงตอนพิเศษ บวกกับ สงสารน้องๆหนูๆพี่ๆที่ค้างหนัก

เค้าเลยอุดหนุนสาววายด้วยตอนพิเศษฟีลกู๊ดไม่เครียด เพื่อให้ลดความค้างของตอนหลักลง...เหรอ

ตอนนี้ตอนพิเศษที่ค้างไว้เหลือแค่ 2 เรื่องแล้วค่ะ

ยังจำได้ไหมเอ่ยว่ามีอะไรบ้าง เอ้า!รายการมา!!!

1. malefactor : ฮินามิ, คาเนกิ (100%)

2. Preem : yaoi คู่ใดก็ได้ เพราะงั้นไรท์ให้คู่นี้ละกันจ้ะไม่ซ้ำคนอื่นด้วย ฮิเดะ, คาเนกิ (100%)

3. Matchima123 : รีไวล์, คาเนกิ (100%)

4. Matchima123 : เอลวิน, คาเนกิ (0%)

5. อี้ๆโว้วๆ : คาเนกิ, มิคาสะ (0%)

สายวายรอ สายนอมอลก็รอนาจา


สุดท้ายนี้ไรท์ก็ขอลาไปก่อน

เจอกันใหม่เสาร์หน้ากับตอนหลักที่กำลังมันส์หยด

ส่วนตอนพิเศษไว้เจอกันใหม่ตอนที่ไรท์ว่างปั่น ไม่ก็สงสารรีดหนักๆเหมือนวันนี้นะคะ

อย่าลืมมาปักธง สร้างป้อม สร้างบ้านหรืออะไรก็แล้วแต่ เอาที่สะดวกกันนะค้า 555

ด้วยรักจากไรท์ ม๊วฟๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #1066 KimTmmm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 13:12
    ลงเรือนี้นี่แหละค่ะ เขินแทนน้องแล้วตอนนี้
    #1,066
    0
  2. #1035 hinamiorhina (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 13:49

    กรี๊ด~ กำแก้วน้ำพลาสติกแตกเลยค่า~
    #1,035
    0
  3. #917 Asley♤♢ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 16:55
    อ๊ากกกกกกกก มันกร๊าวใจ
    #917
    1
    • #917-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      29 มีนาคม 2561 / 17:35
      Take it easy 555
      #917-1
  4. #555 _:RE (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:48
    กรีดร้องงงงง อ้ากกกกฟฟฟฟฟ
    #555
    0
  5. #541 KazukiRei (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:08
    รอค่ะรอ
    รอตอนหลักอย่างเดียวหละตอนนี้ รู้สึกค้าง
    #541
    1
    • #541-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:36
      555 ขอโทษนร้าา
      #541-1
  6. #540 draqonfly2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 14:08
    ไรท์ลงยัง
    #540
    0
  7. #538 อี้ๆโว้วๆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 17:59
    อู้ววว ไม่ไหวแล้ววว-.,-
    #538
    0
  8. #537 My dark side (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:25
    รู้สึกชอบอะ ถึงแม้จะอยู่คนละเรื่องแต่มาผสมกันอย่างเนียน ชอบๆ
    #537
    1
    • #537-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:35
      เน่วววว หล่อเลยค่า
      #537-1
  9. #536 tiPpy_c (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:45
    กรี๊ดดด
    ไรท์ค่ะ ตอนพิเศษนี้ เเต่งได้ดีมากๆค่ะ
    แต่งได้ดีจริงๆ ชอบมากๆ อยากอ่านต่อ งือออ ชอบอ่าา โครตดี หาคำบรรยายไม่ได้ น่ารักอะ โครตดี โครตชอบ โครตของโครต โห อยากเขียนโครตดีต่อ เเต่เมื่อยเเละ 55555
    รอให้ไรท์ เขียนวาย เรื่อง attack on titan
    #รออัพ #รอวาย #รอไรท์ #ไรท์fightingg#ชอบภาษาเขียนของไรท์#ชอบทุกอย่างของนิยายเรื่องนี้#รักคนเเต่ง#ฝันดีค่ะ#บัยยย<3
    #536
    1
    • #536-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:35
      อื้อหือ ยาวเชียวแต่ไรท์ก็อ่านจนจบนะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
      #536-1
  10. #535 deathnutty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 20:19
    ป๋าลีดูแก่(?)
    #535
    0
  11. #534 cozy ^0^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:29
    จะรอเอลวินคาเนกินะคะ~
    #534
    0
  12. #533 lamb_san (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    ....//ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นช้าๆ
    #533
    1
    • #533-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:34
      เป็นลม??? หายใจเข้าลึกๆนะ เฮื่อออ
      #533-1
  13. #532 draqonfly2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    ฟินมากค่าาาาาา
    #532
    0
  14. #531 w'wi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:26
    ฟินสิค่าาาาา กริ๊ดดดดดด รอมาต่อตอนหลักนะค่า
    #531
    0
  15. #530 tiprada vaniz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:47
    โธ่ สำอรมีความกินเด็ก
    #530
    0
  16. #529 Ing4869 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:32
    พิมพ์ผิดเยอะนะคะ เช่น เลท เดต เดอะแฟลช
    รวมๆก็สนุกดีค่ะ
    #529
    1
    • #529-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:34
      เอื้ออออ ขอบพระคุณที่เตือน บางคำไรท์เขียนไม่ถูกก็พึ่งรีดเตือนนี่ล่ะจ้า ขอบคุณนร้าาา
      #529-1
  17. #528 AK_OR (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    ไทโชวววว คุณพูดอะไรแบบนี้เป็นด้วยเรอะ!!!!!!
    #528
    0
  18. #527 Matchima123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:13
    ฟินมากกกกกกกกกก
    เฮียไวไฟมาก เจอตัวจริงไม่ถึงชั่วโมงก็จีบสะแล้ว
    #527
    1
    • #527-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:33
      เนาะๆ หลงรักจากในเพจเจอตัวจริงพุ่งชนซะเลย 55
      #527-1
  19. #526 malefactor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:03
    ????????????????????????
    #526
    0
  20. #525 malefactor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:03
    กรี้ดดดดดดดดดด รักมากกกกก ฟินนนนนนนนนนน
    ขอบคุณมากค่ะไรต์????????????????????????
    #525
    0
  21. #524 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:38
    กริ๊ตๆๆๆๆๆๆ อร้ายยยย !! พูดไม่ออกบอกไม่ถูกค่าาา
    #524
    1
    • #524-1 Toony03(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2560 / 20:33
      ขนาดน้านนนนนเลยยยยเหรออออ 555
      #524-1
  22. #523 C-Chinemon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:17
    คู่นี้เค้าน่ารักอ่าาา0////0~
    ปล.อายุห่างกันไม่หน่อยเล้ยยยย แค่ 7 ปีเอง
    ปล2.ถือว่าเฮียรีไวล์กินเด็ก...สินะ
    #523
    0
  23. #522 Ilusionnero (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:10
    กรี๊ดดดดดดด~ ยิ้มจนแก้มแทบฉีกแล้วโว้ยยยย
    #522
    0