(ไม่จบ)The Twisted World [Fic:Tokyo ghoul & Attack on titan]

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 9 ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย(100%)+ตอนพิเศษHide Kaneki (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    9 พ.ค. 60

ตอนที่ 9 ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย

“ไททันมหึมาบุกแล้ว!!!

                ว่าจบลำแขนขนาดยักษ์ที่ไร้ผิวหนังนั้นก็ฟาดขึ้นมาบนกำแพง มันจ้องที่จะทำลายปืนใหญ่อย่างจงใจ เท้าของมันยกขึ้นสูงส่งแรงไปเตะกำแพงอย่างแรงจนกำแพงเป็นรูขนาดใหญ่พอที่ไททันข้างนอกจะเข้ามาได้

มันมีสติปัญญา!’

ทุกคนบนกำแพงรีบวิ่งหนีตายลงกำแพงก่อนจะยิงสลิงเกาะกับกำแพงไว้ได้ เกือบ ทุกคนยกเว้นคนๆหนึ่ง หัวของคนๆนั้นโชกไปด้วยเลือดสติเลอะเลือน ทิ้งตัวหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างเยี่ยงร่างไร้วิญญาณ

                “ซามูเอล!!!!!” โคนี่ตะโกนขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นเพื่อนร่วมรุ่นของตนกำลังล่วงหล่นสู่พื้นที่สูงกว่า 50 เมตร คาเนกิตาเบิกโพลงสมองพลันขาวโพลนรีบทิ้งตัวดิ่งลงไปช่วยทันที “คาเนกิ!

                การสูญเสียเป็นสิ่งที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตของเขาแต่ถ้าเลือกได้เขาก็ขอเลือกที่จะปกป้องทุกคนไว้ ความเร็วของคนสองคนที่ล่วงหล่นลงไปตามแรงโน้มถ่วง ถ้าตัวคาเนกิมีแรงส่งอีกน่าจะลงไปรับทันแต่ตอนนี้ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางทัน เพื่อนร่วมรุ่นของเขาตัวกำลังจะถึงพื้นในเวลาไม่ถึงนาที!

                ฟิ้ว~~  ฉึก!

                เสียงสลิงดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเหล็กที่เจาะทะลุเนื้อ คาเนกิตัดสินใจใช้สลิงยิงเจาะน่องและเกี่ยวตัวเขาไว้ไม่ให้หล่นสู่พื้นเบื้องล่าง ถึงจะต้องเจ็บตัวแต่ก็ยังไม่ตาย

                “ซามูเอล! ห้ามขยับตัวนะ” ชายหนุ่มหัวขาวตะโกนเรียกสติพลางตักเตือนเพื่อนที่ห้อยต่องแต่งอยู่เบื้องล่าง ถ้าเขาดิ้นขึ้นมาได้ตกไปเจอจุดจบข้างล่างแน่ๆ

                ดวงตาสีขี้เถ้าถูกเลื่อนจากเพื่อนร่วมรุ่นไปยังกำแพงตามตำแหน่งที่เกิดเสียงระเบิด เมื่อเห็นสภาพกำแพงหน้าที่ซีดอยู่แล้วก็ซีดกว่าเดิมเป็นเท่าตัว กำแพงที่ถูกเจาะเป็นรูนั้นปรากฏกลุ่มคนในเสื้อคลุมสีดำนับ 10 คน มันกำลังวิ่งเข้ามาในกำแพงอย่างกับฝูงมดรุมอาหาร แล้วก็วิ่งลัดเลาะตามบ้านเรือนเข้าไปในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้จะไม่สร้างความแปลกใจให้คนในกำแพงเลยถ้าพวกมันไม่ได้มาจาก นอกกำแพง

หลังจากฉันกลับมานายก็ต้องเข้าทีมสำรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งเวลานั้นนายเตรียม ข้ออ้าง ไว้ให้ดีล่ะกันนะ…’

                คำพูดเมื่อเช้าถูกฉายซ้ำ ชายหนุ่มหัวขาวเริ่มจะเข้าใจประเด็นที่ผู้บัญชาการสุดเนี๊ยบนั่นถามเขาแล้ว แต่ปัญหาคือเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย หนำซ้ำเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนกลุ่มนั้นคือใคร

                “คาเนกิ! นายกลับขึ้นไปบนกำแพงก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะดูแลซามูเอลต่อเอง” เสียงเล็กของหญิงสาวบ้าหัวมันดังขึ้นจากเบื้องล่าง เขาเพิ่งจะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอตามลงมาด้วย

                “เมื่อกี้เธอเห็นคนชุดดำไหม” คาเนกิตะโกนถามกลับไปพร้อมดึงสลิงออกจากขาของเพื่อนหนุ่ม บางทีเขาอาจจะตาฝาดไปคนเดียวก็ได้ที่เห็นอะไรแบบนั้น

                “เห็นสิ! คนเยอะขนาดนั้นเราต้องรีบไปแจ้งศูนย์บัญชาการเดี๋ยวนี้!! จะมาชักช้าไม่ได้แล้ว นายเองก็ขึ้นไปช่วยเอเรนด่วน!” หญิงสาวพูดอย่างจริงจังก่อนจะพาเพื่อนผู้เคราะห์ร้ายกลับไปพร้อมกับเหตุร้าย คาเนกิได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบขึ้นไปบนกำแพงทันที

                ฟืด~~~~~       ฟุ่บ!

            การขึ้นที่รวดเร็วนั้นส่งผลให้ชายหนุ่มตัวลอยขึ้นไปจนพ้นขอบกำแพงสูง ดวงตาสีเทาเห็นเอเรนที่พุ่งไปหวังเฉือนก้านคอไททันแต่ก็ต้องหยุดเมื่อไททันมหึมานั้นปล่อยไอร้อนออกมาจนตัวปลิว คาเนกิยกมือขึ้นป้องหน้าสองขาเกร็งไม่ให้ตัวเองปลิวไปตามแรงดัน ผ่านไปไม่นานไอร้อนก็หายไปทิ้งเพียงควันที่ลอยคว้างในอากาศบดบังทัศนียภาพ

            แกร๊ง

                “เอเรน!” คาเนกิรีบวิ่งไปตามเสียงของสลิงทันที หัวสีขาวชะโงกลงมองภาพเบื้องล่างกำแพงเพื่อมองหาเพื่อนรักผิวสีแทน ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองไม่ได้รับอันตราย

                “มันหายไปคาเนกิก็เห็นใช่ไหม?” เอเรนพูดขึ้นอย่างสับสนเสียงดูสั่นนิดๆ ก่อนจะหันมาขอความเห็นจากพยานรับรู้ คาเนกิไม่ตอบอะไรให้มากความแค่พยักเชิงเห็นด้วยเบาๆ

                “นี่พวกนายก็อย่ามัวแต่พล่ามกันสิ! กำแพงถูกทำลายไปแล้วถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างเดี๋ยวไททันก็ได้แห่เข้ามาหรอก” โคนี่พูดอย่างหัวเสียเหงื่อไหลเต็มใบหน้าไปหมด

                “อย่าว่าแต่ไททันเลย! เมื่อกี้ก็มีคนท่าทางแปลกๆวิ่งกรูเข้ามาในกำแพงเต็มเลย ซาช่าก็เพิ่งออกไปส่งข่าวเมื่อกี้เอง!” โทมัสเข้ามาร่วมสนทนาสีหน้าก็ดูซีดไม่แพ้โคนี่ก่อนจะมีเสียงทุ้มดังขัดขึ้น

                “ทำอะไรกันอยู่! แผนการรับมือตอนที่ไททันมหึมาบุกได้เริ่มขึ้นแล้ว กลับไปประจำตำแหน่งตัวเองเดี๋ยวนี้หรือถ้าเจอมันให้รีบแจ้งกองบัญชาการด้วย!” ทหารกองรักษาการณ์ขึ้นมาตักเตือนเด็กใหม่อย่างเร่งรีบก่อนจะเน้นประโยคหลังช้าๆเน้นๆและปล่อยให้ทหารหน้าใหม่ไปทำหน้าที่

“แต่ถ้าเจอคนชุดดำให้จับเป็น’…ถ้าทำไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งซะ!

 

                “พวกนายได้จบหลักสูตรการฝึกทั้งหมดและได้เป็นทหารเต็มตัวแล้ว พวกเราหวังว่าพวกนายจะทำหน้าที่ได้อย่างสุดความสามารถ!” ตอนนี้ทุกคนกำลังรวมตัวกันเติมแก๊สและใบมีดกันเพื่อเตรียมออกรบ ทุกคนในที่นี้มีทั้งที่กระตือรือร้นจะทำหน้าที่และขวัญเสียปนๆกันแต่น้ำหนักจะเทมาอย่างที่สองมากกว่า

                “นายไหวไหมอาร์มิน” คำถามถูกส่งมาจากปากของเอเรน เมื่อเห็นมือที่สั่นและปากที่พร่ำพูดตัดเพ้อไม่หยุด คาเนกิมองอาร์มินที่กำลังจะเสียสติอยู่รอมร่อแล้วก็เหมือนกำลังส่องกระจกดูตัวเองในอดีต อดีตที่แสนอ่อนแอและคอยแต่หลบหลังคนอื่น ถึงตอนนี้จะไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วก็เถอะ

                “ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะรีบซ่อมให้เสร็จแต่ว่าไม่ดีแน่! เพราะว่าเรายังไม่มีเทคโนโลยีที่จะสามารถอุดช่องโหว่ขนาด 8 เมตรได้ในทันที หินก้อนใหญ่ที่เตรียมใช้อุดช่องโหว่ พวกเราก็ไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ ถ้าเราอุดช่องโหว่นั้นไม่ได้ เราก็ต้องทิ้งเมืองนี้! ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะว่ากำแพงโรเซ่จะถูกทำลายเมื่อไหร่ถ้าเป็นแบบนี้ มนุษยชาติอาจจะถูกพวกมันล้างเผ่าพันธุ์ได้ทุกเมื่อเลยนะ! ไหนจะคนชุดดำคนพวกนั้นอาจจะเป็นไททันด้วยก็ได้มนุษยชาติหมดสิ้นแล้ว!!

                “มีสติหน่อยอาร์มิน! นายทำนายอนาคตได้รึไงว่าจะเกิดอะไรขึ้นน่ะ!? ไอเทคโนโลยีนั่นก็ด้วยนายรู้ได้ไงว่าไม่มี! บางทีมันอาจจะยังมีวิธีอยู่ก็ได้ จะตีตนไปก่อนไข้ให้ขวัญเสียไปเพื่ออะไร ฮะ!” ด้วยความเครียดทำให้ความอดทนลดต่ำลง คาเนกิที่ทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงเผลอตะโกนว่าอาร์มินเสียงดังลั่นจนคนรอบๆชะงักไปอย่างอึ้งๆไม่มีใครเคยเห็นด้านนี้ของเขานอกจากด้านที่สุขุมและเย็นชา

                “ขอโทษนะอาร์มินฉันแค่” คาเนกิรีบหันมากู้สถานการณ์ทันทีแต่ยังไม่ทันให้เหตุผล เพื่อนหนุ่มก็เอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน

                “ผมสิที่ต้องขอโทษ ขอบคุณนะที่ช่วยเรียกสติของผม” เสียงที่เคยสั่นเครือนิ่งลงจนกลายเป็นปกติ ตอนนี้เขาสามารถสงบสติอารมณ์ตัวเองได้แล้ว อาร์มินจัดการซ่อมถังแก๊สของตัวเองจากนั้นก็ติดไว้ที่เดิม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเสียงเรียกรวมตัวก็ดังขึ้นส่งผลให้ทุกคนต้องหยุดทุกอย่างแล้ววิ่งไปตั้งแถวในลานกว้างเตรียมรับคำสั่ง

               

“เราจะแบ่งกำลังพลไปอยู่ตามทางเดินและจุดต่างๆอย่างที่เราเคยซ้อม แล้วดำเนินการสนับสนุนเรื่องการขนเสบียงแจ้งข่าวสารรวมถึงขับไล่ไททัน” ทหารหนวดเฟิ้มเอ่ยประกาศเสียงดังให้ได้ยินอย่างทั่วถึง ทุกคนที่ได้ยินต่างหน้าซีดกันเป็นแถบๆไม่มีใครคิดว่าจะต้องออกศึกตั้งแต่ยังไม่ได้บรรจุเข้ากองทหารที่ต้องการ

“แต่ครั้งนี้พวกนายจะต้องคอยระวังเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง! นั่นก็คือคนชุดดำที่มาจากนอกกำแพง ถ้าพบให้จับเป็น!แต่ถ้าทำไม่ได้ให้ฆ่าทิ้งไปซะ!! ใครคิดว่าไม่สามารถต่อสู้ได้ก็รีบส่งคนมาแจ้งความเคลื่อนไหวที่ศูนย์บรรชาการ!” เขาว่าจบก็หยุดพักหายใจสักพักก่อนจะประกาศเรื่องต่อไปต่ออย่างไม่เว้นช่วงให้หายใจ

“ทัพหน้าก็คือกองทหารรักษาการณ์ต่อมาทัพกลางก็จะเป็นทหารฝึกหัดอย่างพวกนาย ทัพหลังคือทหารหัวกะทิ แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้รับสาน์สว่า ทัพหน้าของพวกเรานั้นได้แตกพ่ายไปแล้ว!แต่กลับไม่มีใครพบคนชุดดำเลยแม้แต่คนเดียว ประตูหน้าเมืองถูกพังไปแล้วทำให้ไททันสามารถเข้ามาเพิ่มได้เรื่อยๆ!” ทุกคนได้ยินดังนั้นก็แปลงร่างเป็นศพทันใด ปากก็พูดอะไรต่อมิอะไรออกมาจนกลบเสียงประกาศ

ในขณะที่คนอื่นๆกำลังขวัญเสียกลับมีคาเนกิที่ยังคงความเย็นชาไว้ แม้ว่าภายในจะเต็มไปด้วยบรรดาโทสะเมื่อสังเกตเห็นความไม่เท่าเทียมในการออกศึกครั้งนี้ก็เหอะ

“ทั้งหมดเงียบ!” ทหารคนนั้นปรามเสียงดังทำให้ทหารหลายๆนายกลับมาได้สติและตั้งใจฟังต่ออีกครั้ง

“พวกเราจะต้องสู้อย่างสุดกำลัง เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือการซื้อเวลา! จนกว่าการเคลื่อนย้ายประชากรในกำแพงโรเซ่จะหมดสิ้น แล้วพึงสำนึกไว้ด้วยว่าการหนีจากแนวหน้ามีโทษประหารชีวิต ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม!...

“เลิกแถว!

เมื่อได้รับคำสั่งทุกคนก็ขานรับเสียงดังก่อนจะวิ่งกระจายไปยังจุดต่างๆที่เตรียมไว้ บางคนที่รับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ก็ทรุดตัวลงอาเจียนบ้าง ร้องห่มร้องไห้อย่างเสียสติบ้าง มองไปทางไหนก็เจอแต่คนสิ้นหวังรอวันตาย บรรยากาศชวนพะอืดพะอมแต่ก็ดูปกติในสายตาของคาเนกิเหลือเกิน

คาเนกิเดินผ่านคนพวกนั้นไปพร้อมกับมิคาสะ เพราะทั้งคู่จะต้องประจำตำแหน่งเดียวกันถึงในใจลึกๆจะอยากอยู่กับพวกเอเรนมากกว่าไปคอยคุมข้างหลัง แต่ในเมื่อขัดคำสั่งใครไม่ได้เขาก็ทำได้แค่เดินตามคำสั่งนั้นไปก็เท่านั้น

“ทำไมเขาถึงไม่กระจายทหารหัวกะทิให้ประจำอยู่ทัพกลางบ้าง? ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าทหารหน้าใหม่ไร้ประสบการณ์อย่างพวกนั้นน่ะสู้ไททันไม่ได้เป็นได้แค่อาหาร ไม่นานมันก็บุกเข้ามาถึงข้างในแท้ๆ” คาเนกิพูดเปรยเบาๆ มิคาสะพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะพูดต่อ

“นั่นสิ ให้ทหารหัวกะทิคอยดูแลประชากรกับทหารคนอื่นนี่นะ? ทั้งๆที่ทหารอย่างพวกเขาน่ะคอยคุมประชากรก็อยู่แล้วแต่ไททันน่ะพวกนั้นจะไปคุมอยู่ได้ยังไง” พูดจบคิ้วก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ สองเท้าที่เดินอยู่ลงน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเกิดเสียง ตึกตึก ดังชัดเจน

นายคงเตรียมพร้อมเป็นอาหารให้กับไททันแล้วล่ะสิ แต่ฉันไม่! ทั้งๆที่พรุ่งนี้ฉันก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายในกำแพงชั้นในแล้วแท้ๆ” เสียงโวยวายดังขึ้นข้างหลังของทั้งคู่จนต้องหยุดชะงักการเดิน มิคาสะหันกลับมาก่อนจะวิ่งไปปรามคู่กัดให้หยุดทะเลาะกันทันที คาเนกิเห็นดังนั้นก็เดินเร็วๆไปหาทั้งคู่อย่างนึกหงุดหงิด

เวลาแบบนี้มันใช่เวลาทะเลาะกันไหมเนี่ย??’

“ใจเย็นๆสิแจน!” เอเรนพูดพร้อมจับแขนใหญ่ของเพื่อนหน้าม้าที่กำลังรวบเสื้อของเขาอย่างเอาเรื่อง แจนทำท่าฮึดฮัดสักพักก็เถียงต่ออย่างไม่ยอม มิคาสะเข้าไปขัดแล้วแต่ก็ยังทำเมินเฉย

“แจนพอ…//คิดว่าตัวเองเป็นลูกกตัญญูรึไงฟะ!” ดูเหมือนทำกล่าวหานี้จะสะกิดต่อมไม่น้อยทำให้เอเรนเริ่มออกแรงดันแจนจนชิดเสาก่อนจะพูดเสียงแข็งเชิงต่อว่ากรายๆว่า “ไม่ใช่เฟ้ย!

“นายจำได้ไหม ในการฝึกตลอดสามปีที่ผ่านมาเราต้องลำบากขนาดไหนแต่เราก็ผ่านมันมาได้ไม่ใช่เหรอ? พรุ่งนี้ก็จะได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายแล้วแค่นี้ทนไม่ได้เหรอ!!” เมื่อว่าจบเอเรนก็ผละออกจากแจนทันที ตัวคนหน้าม้าที่เพิ่งกลับมาได้สติตีหน้ายักษ์เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เถียงต่อจึงเดินจากไปอย่างเงียบๆ

คาเนกิเดินมาหามิคาสะก่อนจะขอตัวเดินไปประจำตำแหน่งก่อน เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรแล้ว อีกอย่างตัวเขาไม่อยากมาเป็นก้างขวางคอมิคาสะกับเอเรนสักเท่าไหร่ด้วย ให้พวกเขาได้สวีทนิดสวีทหน่อยก็ยังดี

ระหว่างทางเดินไปประจำตำแหน่งคาเนกิก็คิดถึงเรื่องที่ได้เรียนมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไททันไม่สามารถจับสัญญาณชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นได้นอกจากมนุษย์ยาวมาถึงเรื่องคนชุดดำ เขาอยากเจอคนพวกนั้นแต่คอยหลบอยู่ภายในแบบนี้จะได้เจอรึเปล่าก็ไม่รู้

ถ้าคนพวกนั้นมาดีก็ดีสินะ

 

การขนย้ายประชากรดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ผู้คนที่กำลังเกรงกลัวพวกนั้นยิ่งทำให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างลำบาก คาเนกิยืนมองประชาชนจากบนหลังคาบ้านดวงตาสีเทากดต่ำมองสำรวจผู้คนหลายร้อยชีวิตที่รอการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในกำแพงชั้นใน

เขากวาดสายตาสำรวจหาผู้คนที่แปลกแยกแต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน คนในที่นี้มีแต่ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกทั้งนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะมีกลุ่มคนชุดดำหลงมาอยู่ด้วยเลยสักคนเดียว

แอด แอด

เสียงที่เกวียนดังขึ้นโดยมีม้าลากมาและผู้ชายตัวอ้วนตุ๊ต๊ะหัวล้านล้อมรอบด้วยชายร่างใหญ่เป็นคนเดินนำขบวนอย่างน่าเกรงขาม เขาสัมผัสได้ถึงความวุ่นวายจากคนๆนี้จึงทิ้งตัวลงเบื้องล่างและตรงไปหาชายคนนั้นเพื่อตักเตือนทันที

“นี่คุณสัมภาระนี่มันใหญ่เกินไป ผ่านประตูไปไม่ได้หรอกทิ้งมันไว้ซะแล้วเอาของที่จำเป็นไปอย่างเดียว” คาเนกิพูดเสียงเรียบ ชายคนนั้นเมินคำพูดนั้นก่อนจะออกคำสั่งให้เข็นเสบียงเข้าไปและก็เป็นอย่างที่คิดเสบียงนั้นมันติดแหง็กอยู่หน้าประตูจนคนที่เหลืออพยพเข้าไปไม่ได้

“คุณ!!!เอาสัมภาระนั่นออกไปเดี๋ยวนี้! คุณไม่เข้าใจสถานการณ์นี้รึไงครับ” คาเนกิพูดอย่างหัวร้อนใบหน้าบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์ คนที่รออพยพลุกขึ้นโวยวายตามจนคนๆนั้นต้องสำแดงฤทธิ์

“ก็เพราะว่าเข้าใจสถานการณ์ดียังไงล่ะถึงได้ทำแบบนี้! ทหารอย่างแกน่ะไม่รู้หรอกว่าสัมภาระพวกนี้มันมีค่าแค่ไหน? ถ้าอยากรอดก็มาช่วยดันมันเข้าไปซะ!!” ประชาชนเริ่มโวยวายหนักขึ้นจนคาเนกิเริ่มข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เขาอยากสอยคนตรงหน้านี่เต็มแก่แล้วเนี่ย!!! พอจะมีอะไรมาระบายอารมณ์บ้างไหม???!

ตึงๆๆๆ

ดั่งเสียงนรกเพรียกหา ไททันที่น่าจะถูกยับยั้งไว้นั้นวิ่งตรงมาหากลุ่มคนอย่างบ้าครั่ง มีทหารหลายนายไล่ฆ่ามันแต่ก็ไม่มีใครตามมันทันเลย กรรมจึงมาตกอยู่ที่ชายหนุ่มหัวขาวไปโดยปริยาย

คาเนกิผละออกจากคนเห็นแก่ตัวเมื่อครู่ก่อนจะยิงสลิงและพุ่งไปหาไททันตัวนั้นอย่างรวดเร็ว เขาคิดไว้แล้วล่ะถ้าเขาไม่ลงความโกรธที่นี่จะต้องเผลอทำร้ายคนกลุ่มนั้นแน่ๆ มิคาสะที่กำลังตามมาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์นั้นหยุดการเคลื่อนไหวไปทันทีเมื่อเห็นคาเนกิพุ่งมาทางไททัน แววตานั้นสงบนิ่งแต่ก็แฝงความกระหายเลือดจนหน้าแปลกใจ ทหารที่เหลือที่ตามมิคาสะมาก็พากันหยุดตามๆกันแล้วยืนมองหนังสดกันเงียบๆ

ฉึก

เสียงใบมีดคมเฉือนท้ายทอยไททันนั้นจนขาดสะบั้นในเวลาเพียงไม่กี่วิ ความลึกที่เฉือนเข้าไปนั้นลึกมากจนเกือบทำให้ไททันหัวหลุดจากบ่าแต่ก็แลกมากับใบมีดที่หักเป็นสองท่อน เลือดสาดกระเซ็นเปรอะตามตัวของชายหนุ่มร่างเล็กแต่ใช้เวลาไม่กี่นาทีมันก็ระเหยไปจนหมด แววตาอาฆาตนั้นตวัดขึ้นมองชายรูปร่างอ้วนที่ยังคงหยิ่งผยองอย่างเอาเรื่อง

“เก่งนี่! ฉันจะแบ่งสมบัติให้แกกึ่งหนึ่งเลยเป็นไงล่ะ!!” ชายวัยกลางคนคนนั้นพูดขึ้นอย่างปลื้มปิติแต่กลับทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง คาเนกิไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตอนนี้ได้อีกแล้วถ้ายังไม่ได้ทำให้ชายตรงหน้าเขาสำนึก คาเนกิเริ่มร่ายยาวดวงตาจ้องคนอ้วนนั้นไม่วางตา

นิ้วโป้งยกขึ้นขัดนิ้วชี้พร้อมกดลงมาจนเกิดเสียงกร๊อบดังลั่น ไม่มีใครเคยเห็นด้านนี้ของเขาแม้กระทั่งมิคาสะ

“เพราะการขนย้ายประชากรยังไม่เรียบร้อยผมจึงไปช่วยเพื่อนๆของผมไม่ได้การที่ไททันมันหลุดมาถึงที่นี่นั่นก็หมายความว่าเพื่อนของผมจะต้องพ่ายแพ้ให้กับมันแล้วอย่างแน่นอนแต่คุณกลับมายืนอวดรวยป่าวประกาศให้คนมาช่วยเข็นสัมภาระพวกนี้ให้คุณ? ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ?

“ก็ถูกแล้วนี่นา ทหารก็ควรจะสละชีวิตเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนไม่ใช่เหรอ??” เขายอกย้อนกลับมาทำให้คาเนกิที่ยืนนิ่งๆเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ ทหารที่อยู่เบื้องหลังคอยห้ามปรามไม่ให้มีเรื่องแต่เขาก็ไม่ฟังยังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ

“เพราะเห็นการตายของคนอื่นเป็นเรื่องสมควรงั้นเหรอ? งั้นถ้าสละชีวิตคุณชีวิตเดียวแล้วทุกคนรอดล่ะก็ผมจะฆ่าคุณก็ไม่ผิดสิครับ” การ์ดหนุ่มทั้งสองเริ่มเดินมาขวางผู้เป็นนายเมื่อเห็นท่าไม่ดี ทหารนายอื่นรวมถึงมิคาสะค่อนข้างเห็นด้วยกับชายหนุ่มแต่ก็ยังคอยเรียกสติชายหนุ่มอยู่ทุกขณะ

“กแก! จะทำอะไรน่ะ”

“คุณลองคิดดูสิ เพียงเพราะคุณคนเดียวกลับทำให้คนอื่นต้องเสี่ยงไปด้วย อย่างงี้มันน่าปกป้องไหมล่ะ?” เอ่ยเสียงเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดัน สองเท้าที่ขยับเข้าไปใกล้คู่สนทนาเรื่อยๆนั้นกำลังทำให้ผู้คนข้างๆหวั่นใจขาสั่นพั่บๆอย่างควบคุมไม่ได้ นี่สรุปไททันยังน่ากลัวน้อยกว่าคนเสียอีก

“ผมบอกเลยถ้าที่ตรงนี้ไม่มีประชาชนอยู่ล่ะก็ผมจะยืนมองก้อนเนื้อเน่าๆอย่างคุณที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆอยู่ตรงนี้ ผมจะนั่งฟังเสียงโหยหวนและเฝ้ามองการตายของคุณโดยไม่คิดแม้แต่จะยื่นมือไปช่วยให้เปลืองแรงด้วย” การ์ดผู้ดูแลที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเริ่มสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตรายอย่างไร้สาเหตุจนตัวสั่น สองมือยกขึ้นเตรียมตอบโต้แต่กลับไม่อาจออกหมัดต่อยคนตรงหน้าได้ เหมือนกับถูกสะกดจิต

“คาเนกิ! ใจเย็นๆนะห้ามไปมีเรื่องกับประชาชนเด็ดขาด!” มิคาสะวิ่งมาจับแขนพร้อมกระชากคาเนกิออกห่างการ์ดสองคนนั้น แต่คาเนกิกลับสะบัดมือนั้นทิ้งแล้วเดินหน้าต่อ

“มิคาสะถ้าไม่ทำแบบนี้ เรื่องก็ไม่จบหรอก ขยะแบบมันควรได้รับการสั่งสอน” มิคาสะชะงักไปพร้อมก้มหน้าลงเหมือนเข้าใจและไม่คิดเดินมาขัดอีก แค่นี้คนพวกนั้นก็ไร้คนช่วยขัดไปหนึ่ง

“แกเรียกใครว่าขยะไอเด็กเวร!” สิ้นเสียงชายคนนั้น การ์ดทั้งสองก็พุ่งเข้ามาทันที คาเนกิมองคนร่างใหญ่สองคนนั้นที่พุ่งมาก่อนจะยัดดาบเข้าที่เดิม เอื้อมมือทั้งสองจับหัวคนสองคนนั้นแล้วเอาหัวโหม่งกันจนหัวแตกหมดสติล่วงลงพื้นในคราเดียว

“ก็ลองดูสิ! ฉันรู้จักหัวหน้าของพวกแกมานานแล้ว แค่ฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพวกแกก็จบแล้ว!!” เมื่อใช้กำลังไม่ได้จึงเอาอำนาจมาต่อรองอีกครั้ง คาเนกิต่างไปจากเมื่อครู่พอสมควรจึงทำให้คนตรงหน้าเดาใจไม่ถูกได้แต่ขู่ฝ่อๆอย่างจนมุมเท่านั้น

“อ้อเหรอ~~ แต่ผมยังไม่เคยเห็นศพที่ไหนพูดได้มาก่อนเลยนะครับ” เมื่อตัวอยู่ในระยะประชิดมือประดับเล็บสีดำก็ถูกยกขึ้นกำกรามคนตรงหน้าแน่น ปากก็พูดกวนประสาทพร้อมยิ้มเยาะอย่างได้ใจ หมูอ้วนตรงหน้ายืนขาสั่นพั่บๆดวงตาเริ่มมีน้ำตาเอ่อไหล

“หรือไม่ต้องเป็นศพแค่กรามแตกละเอียดก็ไม่น่าพูดได้แล้วเนาะ” พูดจบมือก็ออกแรงบีบกรามมากขึ้นจนชายวัยกลางคนนั้นต้องยอมแพ้ไปอย่างช่วยไม่ได้ น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มจนเละเทะ

“อ้าก~~~ ขะ เข้าใจแล้ว! เอาเกวียนออกไป!!

 

เปาะ       แปะ

หยาดน้ำใสๆค่อยๆตกจากฟ้าสู่พื้นดินคล้ายกำลังร่ำไห้ให้กับโลกใบนี้ ใจรู้สึกหวาดหวั่นคล้ายกับกำลังเตือนภัยว่าถ้ายังจะย่างก้าวต่อไปในเส้นทางสายนี้เจ้าของหัวใจดวงนี้จะต้องบอบช้ำ

ปัญหาเมื่อครู่ถูกเครียไป(เกือบ)ดี ผู้คนที่ค้างคาตรงนี้ก็ได้หนีออกไปอย่างปลอดภัย(เกือบ)ทุกคน คาเนกิที่ยืนอยู่บนหลังคากับมิคาสะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆครั้งหนึ่งก่อนจะทิ้งใบมีดที่หักเหลือครึ่งเดียวแล้วเปลี่ยนใหม่ในทันที

“มีดหักด้วยการโจมตีในครั้งเดียวแบบนี้ทีหลังห้ามทำแบบนั้นนะ!” มิคาสะพูดตักเตือนอย่างเป็นห่วง คาเนกิเห็นดังนั้นก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นแตะผ้าปิดตาชื้นน้ำฝนแล้วขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

เมื่อกี้ตาเราเปลี่ยนเป็นคาคุกันถ้าไม่มีผ้าปิดตาผืนนี้อยู่ล่ะก็…’

“คาเนกิเราอพยพคนเสร็จแล้ว เพราะงั้นไปเอาชุดกันฝนแล้วไปดูทัพกลางกันหน่อยเถอะ!” เสียงใสเอ่ยชักชวนอย่างเป็นกังวลเพราะเวลานี้ในความเป็นจริงทุกคนที่อยู่ทัพกลางจะต้องถอยทัพกลับกำแพงแล้วแต่นี่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลย ชายหนุ่มหัวขาวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะตามเธอไปติดๆในใจเฝ้าภาวนาขอให้พักพวกปลอดภัย

 

ฟืด~~~           เคร้ง!

ตอนนี้เครื่องเคลื่อนย้ายสามมิติได้ย้ายตำแหน่งของมิคาสะกับคาเนกิมาถึงตำแหน่งของทัพกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ความกังวลก็ยังไม่คลายไปเมื่อผู้คนที่น่าจะกลับเข้ากำแพงนั้นกลับยังนั่งจิตตกกันบนหลังคาไม่มีทีท่าว่าจะต่อสู้ เหมือนกับร่างไร้วิญญาณที่รอเวลาบุบสลาย

“พวกเขาน่าจะได้ยินเสียงระฆังให้ถอยทัพแล้วนี่ ทำไมทุกคนถึง” มิคาสะพูดเปรยเบาๆก่อนจะมองหาหน่วยของเอเรนไปทั่ว เธอหวังว่าทั้งเอเรนและอาร์มินจะไม่มีใครได้รับอันตรายระหว่างที่เธอไม่อยู่รวมถึงตัวคาเนกิเองด้วย

“ฐฐานบัญชาการมัน” มิคาสะเบิกตาโพลงพร้อมมองตรงไปที่ฐานบัญชาการตาไม่กะพริบ คาเนกิที่มองตามไปก็ได้แต่อึ้งเมื่อเห็นสภาพ ฐานบัญชาการที่เป็นทั้งที่เติมแก๊สและใบมีดตอนนี้มีแต่ไททันล้อมเต็มไปหมด ดังนั้นคนในพื้นที่นี้จึงบุกเข้าไปเติมแก๊สไม่ได้จนต้องนั่งจุ้มปุ้กอยู่ที่นี่หมดโอกาสกลับเข้ากำแพงโดยสิ้นเชิง

“ช่างมันก่อนเถอะเวลานี้เราต้องหาเอเรนกับอาร์มินให้เจอก่อนไปกันเถอะ!” เมื่อดึงสติกลับมาได้ก็หันไปสะกิดเพื่อนสาวต่อ มิคาสะไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าแล้วออกตัวตามหาคนที่เหลืออย่างเร่งรีบ

ตลอดทางนอกจากคราบเลือดและเศษเนื้อที่กระจัดกระจายแล้ว ก็ยังเจอแต่คนที่นั่งใจลอยตามบ้านเรือน แววตาที่ไร้ประกายชีวิตนั้นรู้ได้ทันทีว่าเจอกับอะไรมาบ้าง ตัวคาเนกิที่เคยคิดว่าตั้งแต่ร่างกายเปลี่ยนไปก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เขารู้สึกสงสารได้ เพราะไม่มีใครมีชีวิตที่น่ารันทดเท่าเขาอีกแต่ตอนนี้น่าจะมีแล้วล่ะ

“นั่นพวกแอนนี่!ไปถามเธอกัน” มิคาสะตะโกนบอกก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางตรงไปทางหญิงสาวตัวเล็กทันที คาเนกิก็ไม่รอช้ารีบตามไปติดๆ

“แอนนี่!! เธอเห็นหน่วยของเอเรนบ้างรึเปล่า?” มิคาสะที่รีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปหาแอนนี่รีบถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไปทันที

คาเนกิที่ตามมาทีหลังไม่ได้ตรงเข้าไปถามแต่มองไปรอบๆก่อนสายตาจะมาสะดุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างเล็กที่นั่งคุดคู้จนตัวเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกับกำแพง รังศีความสิ้นหวังแผ่ออกมาอย่างหนักจนตัวคาเนกิที่รู้จักความรู้สึกนั้นดีถึงกับจิตตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อในหัวเริ่มเดาสถานการณ์ออกตั้งแต่เห็นใบหน้าของเพื่อนหนุ่ม

“ไม่เห็นนะ แต่เห็นอาร์มินนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ” แอนนี่ตอบพร้อมชี้ไปที่ชายหัวเหลืองผู้สิ้นหวัง

“อาร์มิน! …นายปลอดภัยดีใช่ไหม?” มิคาสะถามไปอย่างกล้าๆกลัวๆเมื่อเดินมาใกล้ชายหนุ่ม ส่วนอาร์มินก็แค่พยักหน้าขึ้นลงดวงตาเลื่อนลอยไปอย่างไร้จุดหมาย

“แล้วเอเรนล่ะ?” มิคาสะถามเสียงสั่นเธอพอจะรู้แล้วล่ะว่าสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดน่ะ มันได้เกิดขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังไม่อยากรับรู้ความจริงอยู่ดี อาร์มินได้ยินดังนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเงยหน้าสบตามิคาสะทั้งที่น้ำตาก็ยังไม่หมดไปทั้งยังไหลเพิ่มเรื่อยๆ

สิ่งที่อาร์มินเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตัวคาเนกิที่เคยแต่สร้างความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้คนอื่นต้องตายเลยแม้แต่น้อยดังนั้นเวลานี้คาเนกิไม่จำเป็นต้องถามเพื่อยืนยันอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างมันแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งจนเห็นได้ชัดเสียขนาดนี้จะทำใจรอก็คงไม่ผิดสินะ

“พวกเราทหารฝึกหัดหน่วยที่ 34 โทมัส วอนเนอร์ เดกทิสต์ เนเรียส เซมุสกี้ นีน่า แคโลไลน่า” อาร์มินป่าวประกาศเสียงดังน้ำตาที่ยังคงรินไหลนั้นตกเผาะแผะบนกระเบื้องหลังคาอย่างน่าเวทนา เพื่อนๆร่วมรุ่นฟังแล้วก็ขวัญหายไม่แพ้มิคาสะเลยแม้แต่น้อยแต่คนสุดท้ายมันช่างไม่ต่างอะไรกับเอามีดมาเสียบกลางใจจนแทบจะทรุดลงนั่ง ณ.ตรงนี้

สูญเสียมาก็เยอะ เจ็บตัวมาก็ไม่น้อย…’

เอเรน เยเกอร์

แต่พอกับเรื่องแบบนี้ทีไร…’

“ทั้งห้าคนนี้ได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญแล้วเสียชีวิตไปแล้วครับ!!

เจอสักกี่ครั้งก็ไม่เคยชิน

เหตุการณ์ในวันนี้ช่างไม่ต่างอะไรกับฉายหนังซ้ำ



***ตอนพิเศษไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลัก แต่งขึ้นเพียงแทนคำขอบคุณเท่านั้นJ

**ไรท์ไม่เคยแต่งวายสามารถติชมได้ถ้ามีข้อผิดพลาด

*ตอนพิเศษนี้อยู่ในเมืองโตเกียวเนื้อเรื่องตั้งแต่กิยังไม่เป็นกูลค่า!

Special Chapter 2: Hide & Kaneki

To the world you may be one person, but to one person you may be the world.
เธออาจจะเป็นแค่คนนึงในโลกนี้ แต่ในทางกลับกัน เธออาจจะเป็นโลกทั้งใบสำหรับใครบางคน

 

สีฟ้าเป็นตัวแทนแห่งความรักที่จริงใจ


                “นี่นายชื่ออะไรงั้นเหรอ?

เอ่อคาเนกิ เคนครับ”

                “อ้อ!คาเนกิสินะ!! ฉันชื่อ นางาจิกะ ฮิเดโยชิ นะ!

“คะครับ

“จากนี้ไปเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ!

                Hide talks

                ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมานานมากแล้วสิ

                ผมน่ะนะไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าจะได้มีเพื่อนสนิทเป็นหนอนหนังสือ แถมยังเป็นคนที่มนุษย์สัมพันธ์ติดลบไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่างจากผมลิบลับด้วย!

                ครั้งแรกที่ผมเห็นคาเนกิผมยังนึกว่าเป็นซอมบี้อยู่เลย ตัวขาวซีดๆเงียบๆไม่สุงสิงกับใครดูเศร้าๆด้วย แต่เพราะเป็นคนประเภทนั้นน่ะแหละถึงชอบโดนแกล้งเป็นประจำ ไอผมก็ดี๊ดีคอยช่วยเหลือเขาตลอดจนกลายเป็นว่าผมอยากรู้จักเขามากขึ้นซะงั้นเลยเป็นฝ่ายเข้าไปตีสนิทด้วย

               

                คาเนกิเป็นคนเงียบๆแต่ชอบรับฟังคนอื่น เป็นที่ระบายอารมณ์ที่ดีมากเลยล่ะ! ไม่เก่งกีฬาแต่ผมไม่ถือแค่คุยกันรู้เรื่องก็โอเค เขาชอบหนังสือแต่ผมเกลียด เพราะมันน่าเบื่อสำหรับคนที่ชอบอะไรท้าทายอย่างผม แต่เขากลับมีความสามารถที่จะเปลี่ยนผมให้กลายเป็นหนอนหนังสือชั่วคราวได้! ดังนั้นปัญหาความแตกต่างนี้จึงไม่มีผลให้เราแตกคอกันจนมาถึงปัจจุบัน

                พอได้สนิทกันและได้เล่นด้วยกันบ่อยๆ ความคิดของผมที่มีต่อเพื่อนหนุ่มก็ดูเปลี่ยนไปทีละนิดจนรู้สึกอีกทีก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปแล้ว! เดี๋ยวผมจะแยกเป็นข้อๆให้เข้าใจง่ายๆเลยนะครับ

                1.จากที่เห็นเป็นคนผอมกะหร่อมตัวขาวซีดอย่างกับผีดิบ ตอนนี้กลับมองเป็นน่าเอ็นดูน่ารักก็ไม่เชิง

                2.จากที่เห็นเป็นคนน่าเบื่อวันๆอยู่กับหนังสือ ตอนนี้กลับมองเป็นคนอบอุ่น

                3.จากตอนแรกแค่อยากรู้จักให้มากขึ้น ตอนนี้กลับชอบที่จะอยู่ใกล้ๆตลอด

                4.จากมองเป็นเพื่อน ตอนนี้กลับมองเลยไปแล้วครับ

                5.อันนี้ชัดสุดแล้วครับ ผมกลายเป็นคนเสพติด รอยยิ้ม ไปแล้ว!!! เพราะเขาคนเดียวเลย!

ใครเป็นเหมือนกันจะเข้าใจความรู้สึกผมตอนนี้ที่สุด เวลาอยู่ใกล้ระริกระรี้อยู่ห่างห่อเหี่ยวซึ่งตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมรู้สึกเหมือนจิตใจขาดน้ำ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้ผมไม่ได้เจอคาเนกิเลยตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ย่างบ่ายโมงแล้ว

ข้อความเอย นัดเที่ยวเอย ไม่มีเลย~~นี่เขาเป็นคนหรือหุ่นยนต์ไร้สีสันและอยู่ในกรอบสุดๆ ถ้าไม่ใช่เหตุฉุกเฉินนะไม่เคยเลยที่จะทักมาหาผมส่วนเรื่องเที่ยวเนี่ยผมเป็นคนชวนตลอด(ชวนทุกอาทิตย์ด้วยไม่อยากจะโม้) วันนี้ผีบ้าที่ไหนเข้าสิงไม่รู้อยากเห็นเจ้าคาเนกิเป็นคนชวนบ้างแต่ผลก็กลายเป็นงี้อ่ะ ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเงาข้อความเลยครับผม T^T

ถอนหายใจวนไปสิครับ แม่ไม่อยู่ไม่ต้องเกรงใจอยากถอนหายใจเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีคนทัก อื้อ!ผมบอกยังว่าคาเนกิอยู่หอพักคนเดียวด้วย ตั้งแต่แม่เสียแล้วมาอยู่กับน้าสักพักน่ะนะเขาก็ถูกย้ายให้มาอยู่คนเดียวเฉยเลย รู้สึกจะถูกบีบให้ห่างออกมาเรื่อยๆตั้งแต่ให้อาหารลดลงจนถึงลดค่าขนมเรื่อยๆด้วย! คิดแล้วก็อยากเห็นหน้าอ่ะ เปิดโทรศัพท์สิครับ ไม่รงไม่รอมันแล้วนัดด่วนจี๋~~

ตึ๊ง!

ตาผมเบิกโพลงอย่างประหลาดใจทันทีที่ได้เห็นข้อความถูกส่งมาหาในโปรแกรมไลน์ตัดหน้าผม แต่จะไม่แปลกใจเลยถ้าคนที่ส่งมาไม่ใช่คาเนกิ! ว้าก~~สมแก่การรอคอยมากฮิเดโยชิโว้ย!!!

ผมรีบเปิดข้อความอ่านโดยไวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ เจ้าตัวจะรู้ไหมนะว่าทำให้ผมดีใจแค่ไหนกับแค่ข้อความนี้อันเดียว

คาเนกิ: สวัสดี

ดูสิครับแค่ชื่อโปรไฟล์ยังโครตเชย 555 ไม่มีลูกเล่นเลยคาเนกิลูกพ่อ~~~ ผมอ่านข้อความทักทายนั้นเสร็จก็แอบยิ้มมุมปากอย่างสุขใจรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกองเลยครับ!

ว่าไงเพื่อน! มีไรป่าวถึงทักมา? : =v[vjvp8oojkiyd (อ่านออกให้จีบ)

ชื่อผมเฟี๊ยวไหมล่ะไม่บอกหรอกว่าเขียนว่าอะไรน่ะ ขนาดคาเนกิผมยังไม่บอกเลยเพราะงั้นทุกท่านก็ไม่ต้องรู้หรอกครับผม~~~(ที่จริงอายครับเลยไม่กล้าบอก)

คาเนกิ: ถามจริงๆเถอะครับ ชื่อโปรไฟล์ของนายนี่

อ่านว่าอะไรกันแน่? นี่ผมสงสัยจริงๆนะ

อะไรๆอยากจีบเราอ่อ : =v[vjvp8oojkiyd (อ่านออกให้จีบ)

คาเนกิ: เปล่าครับ ผมแค่สงสัยจริงๆ

หรอ~งั้นไม่บอกหรอกสงสัยต่อไปละกัน:P : =v[vjvp8oojkiyd (อ่านออกให้จีบ)

คาเนกิ: ครับไม่บอกก็ไม่บอก

                ระหว่างที่พิมพ์ผมรู้สึกเหมือนปากจะฉีกยังไงก็ไม่รู้ คือแบบหุบยิ้มไม่อยู่ครับ ยิ่งเจอเด็กซื่อๆอย่างคาเนกิเข้าไปนี่แบบอยากเจอหน้าเร็วๆแล้วอ่า นี่ถ้าอยู่ตรงนั้นนะจะหยิกแก้มย้วยๆนั่นให้ห้อยเลยคอยดู!หมั่นไส้!!

นี่~~ไลน์มาแค่อยากคุยเล่นเองหรอ : =v[vjvp8oojkiyd (อ่านออกให้จีบ)

                ผมส่งข้อความไปจิก?คาเนกิ ผมรู้คนอย่างเขาน่ะไม่มีคำว่าคุยเล่นในหัวหรอก เต็มที่ต้องมีจุดมุ่งหมายในการไลน์มาแน่นอน! หึๆอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วไอ้น้อง!

คาเนกิ: ก็ตอนแรกอยากจะชวนไปเที่ยวน่ะครับ

เห็นปกตินายจะชวนผมก่อนตลอด

                แต่วันนี้นายเงียบ ผมก็เลยคิดว่านายไม่ว่าง

                อ๋อ ก็รอนายชวนน่ะแหละ : =v[vjvp8oojkiyd (อ่านออกให้จีบ)

ตอนแรกนึกว่าจะไม่ยอมชวนแล้วซะอีก                                                                       

ดีใจนะเนี่ย~~                                                                      

เพราะงั้นที่ห้างAนะเจอกันในอีก 30 นาที                                                                   

                อ่อยเบาๆ…-////- กลายเป็นผมนัดเวลาซะได้ โด่ววว ก็ช่วยไม่ได้นี่นา คาเนกิเล่นอ่านแล้วเงียบไปไม่ตอบเลยอ่ะผมเลยสรุปให้ไปแล้วเดินไปแต่งตัวเลย พอผมแต่งหล่อ?เสร็จก็เดินมาดูแชทอีกรอบปรากฏเป็นความว่างเปล่า ตั้งใจจะไม่ตอบจริงเหรอเนี่ย~~~ อึ้งอะไรปานนั้นแต่ก็เพราะด้านนี้ของเขาล่ะนะที่ทำให้ผมมองเขาข้ามคำว่าเพื่อนไป

 

                ตอนนี้ผมกำลังยืนรออยู่หน้าห้างAในโตเกียวตามที่นัดไว้กับเพื่อนหนุ่มผมอยากเปลี่ยนสถานะตัวเองนะแต่ไม่กล้ารุกเขาอ่าครับ หน้าตาใสซื่อนั่นมันค้ำคอครับ ฮือๆๆ และอีกอย่างผมกลัวว่าถ้าเขารู้ว่าผมคิดยังไงกับเขาแล้วเขาจะหนีผมไปในที่สุดมิตรภาพที่เราสร้างด้วยกันมาตลอด 10 ปีก็จะพังทลายลง

                เพราะแบบนั้นผมเลยรอคอยโอกาสที่จะได้บอกความในใจออกไป

                วันแล้ววันเล่า

                แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่ผมจะกล้าบอกT_T

                แต่ผมเชื่อว่าสักวันผมก็จะได้บอกเขาซึ่งอาจจะเป็นวันนี้ก็ได้~

                ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปทั่วเพื่อหาเพื่อนสนิท(ที่ตนคิดไม่ซื่อ)อย่างร้อนรน ตอนนี้เวลาได้ดำเนินจากบ่ายโมงเป็นบ่าย 2 โมงครึ่งแล้วปกติเพื่อนของเขาไม่ค่อยผิดนัดหรอกนะ

                “มัวแต่ทำอะไรอยู่นะ” ปากก็บ่นอุบอิบคิ้วก็ขมวดวุ่นอย่างหงุดหงิด เพราะอากาศที่ร้อนจึงทำให้เขาใจร้อนกว่าปกติเท่าตัว เมื่อยืนได้ประมาณ 10 นาทีในที่สุดคนที่เขารอคอยก็มาถึงซะที

                ดวงตากลมโตสีขี้เถ้ากับผมสีดำเงาสะท้อนแสงตัดกับผิวสีขาวอย่างลงตัว ใบหน้าเลิ่กลั่กดูไม่กล้าแสดงออกนั้นเผลอเรียกรอยยิ้มให้คนมองโดยไม่ตั้งใจ วันนี้คนเยอะดังนั้นตัวคาเนกิจะมองไม่เห็นผมก็ไม่แปลกส่วนผมเนี่ยเพราะในสายตาผมมีคาเนกิคนเดียวไงก็เลยเห็น(กริ๊วๆ)

                เสื้อผ้าของคาเนกิวันนี้เป็นเสื้อฮู้ดสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ขายาวสีดำรองเท้าผ้าใบสีเขียว สะพายเป้ไว้ข้างหน้าด้วยแฮะมาแปลกปกติมาตัวเปล่านี่นา ส่วนผมน่ะหรอก็เสื้อยืดสีดำคลุมด้วยเสื้อแขนยาวสีส้มแขนดำกางเกงขาสามส่วนสีเขียวรองเท้าผ้าใบคือชุดนี้ผมใส่แล้วเท่สุดแล้วครับ

                “ต๊ะเอ๋!” ผมเดินผ่านผู้คนอ้อมไปอยู่ข้างหลังเพื่อนหัวดำเสร็จแล้วก็พุ่งเกาะจากข้างหลังเชิงหยอกเล่น ส่วนหัวก็แอบซุกที่หลังเล็กแต่อุ่นอย่างเนียนๆปากก็พูดทักทายเสียงดังจนเพื่อนตกใจแอ่นหลังไปข้างหน้าแขนกางออกเหมือนกำลังจะบิน 555 ผมไม่ค่อยได้แกล้งเขาแบบนี้เท่าไหร่หรอกถ้าไม่คิดถึงจริงๆน่ะ-3-

                “ฮฮิเดะ!ทำอะไรเนี่ย?? นี่ที่ห้างนะครับ” คาเนกิโอดครวญทันทีที่เห็นหน้าผม แหมๆเขินอ่ะดิ๊

                “ก็ช่วยไม่ได้มาผิดนัดเอง แล้วนี่ทำไมไม่ตอบแชทอ่ะอ่านอย่างเดียวเอง” ผมก็ไม่น้อยหน้าเถียงทันควันทั้งยังหยิบเรื่องเมื่อตอนบ่ายมาจับผิดอีกต่างหาก

                “ก็ผมขี้เกียจนี่ เอ้อ!! ฮิเดะไปสวนสาธารณะกันไหมคือผมเบื่อห้างน่ะ” ฮั่นแน่มีเขินนะตะเอง เปลี่ยนเรื่องด้วยแสดงว่าเอาเป้มานี่คิดจะเปลี่ยนสถานที่ตั้งแต่ต้นแล้วน่ะสิ แต่ไม่ไปเด็ดขาดน่าเบื่อจะตาย

                “ไม่เอาอ่ะ ที่นั่นน่าเบื่อ” ผมปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าไปมาจนหัวเกือบหลุดจากบ่า

                “ผมเป็นคนนัดนะ ผมจะให้ไปไหนก็ไปเถอะ” เจ้าตัวบ่นปอดแปดโดยยกข้ออ้างเรื่องนัดมาดักคอผม ที่เขายกข้อนี้มาใช้ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมใช้ข้ออ้างนี้มาดักคอเขาเหมือนกัน เอิ่มพูดง่ายๆโดนเอาคืนนั่นล่ะ

                “อ่าๆ ที่นั่นอากาศไม่ร้อนชะ” ในที่สุดผมก็ต้องยอมรับข้อเสนอนั้นอย่างเซ็งๆเคยปฏิเสธได้ที่ไหน ผมเป็นคนขี้ร้อนด้วย เพราะงั้นถ้าที่ไหนร้อนแล้วไม่มีแอร์ ผมไม่แตะเลยครับ

                “อื้ม ไปกันเลยนะอยู่ใกล้ๆนี่เอง” ตอบไม่คิดเลยน้า~~~ ผมก็พอรู้น่ะแหละว่าคาเนกิชอบอะไรที่สงบๆไม่วุ่นวายแต่ไม่คิดเลยว่าจะโหยหาขนาดนั้น โหยหาขนาดที่ต้องบีบให้ผมไปด้วยเนี่ย!-*-

 

                เงียบมาก~~~~ ผมคิดถูกใช่ไหมที่ยอมมาสวนสาธารณะ

อากาศมันเย็นจริงๆนั่นล่ะมีลมพัดตลอด ที่ๆผมนั่งก็คือใต้ต้นไม้ติดกับบ่อน้ำด้วยแต่คนชวนดันแค่ชวนมานั่งดูเจ้าตัวอ่านหนังสือนี่นะ ฮรือ~อยากจิร้องไห้

                แต่มองอีกมุมหนึ่งได้นั่งมองเขาอ่านหนังสือเงียบๆก็ดีเหมือนกัน เวลาคาเนกิอ่านหนังสือนะจะมีสมาธิมาก ตาที่จ้องตัวหนังสือไม่กะพริบดูแล้วก็เหมือนนั่งมองเด็กตาแป๋วๆอ่ะ

ว่าแล้วก็หันไปมองคนข้างๆทันใด

ฟุ่บ

อะจะอะ! อยู่ๆหัวประดับผมสีดำของคนข้างๆก็ล่วงมาหนุนไหล่ผมเฉยเลย 0///0 นี่เขาอ่านยังไงให้ง่วงจนเผลอหลับล่ะเนี่ย หัวใจเกือบวายเลยนะรู้ไหม!?

ผมมองตาที่หลับพริ้มสลับกับมือที่เล็กกว่าผมนิดหนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ถ้าวันหนึ่งเขาไปทำแบบนี้ใส่ใครที่ไหนผมคงหวงแย่เลยนะเนี่ย

มือนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

แต่เพราะคำว่า เพื่อน มันกั้นไว้ไม่ให้ขยับเข้าไปอีก

 

ผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมงได้ เจ้าขี้เซาจึงจะเริ่มลืมตาตื่น เมื่อเขาตื่นมาเจอตัวเองที่นอนอิงไหล่ผมแล้วเขาก็รีบลุกขึ้นนั่งหลังเหยียดตรงทันที คงจะตกใจที่ตัวเองเผลอมาหลับในที่ๆไม่ควรล่ะมั้ง

“ขขอโทษนะ เผลอหลับซะได้” เขาขอโทษขอโพยอย่างลุกลี้ลุกลนใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยแต่ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก อยากจะขอบคุณมากกว่าด้วยซ้ำ

“ฉันไม่ว่าอะไรหรอกน่า แล้วนี่จะอ่านหนังสือต่อไหมน่ะ จะได้อยู่เป็นเพื่อน” คนถูกถามหลับตาคิดสักพักก็พยักหน้าเบาๆ

“แต่นายจะกลับก่อนก็ได้นะ ผมรู้ว่านายเบื่อ” ผมส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา แหมๆอยากให้กลับแต่ดันเอามือแตะคาง? หึๆพี่จับไต๋ได้ไอ้น้อง

“ไม่หรอก ฉันรู้ว่านายเหงา” พูดจบอีกฝ่ายก็ตีหน้าขึงใส่ทันที

“เปล่าซะหน่อย แค่เกรงใจ” เอ้าๆลูบๆคลำๆเข้าไปคางนั่นน่ะ โกหกไม่เนียนเล๊ย~~

“ถ้าไม่เหงาแล้วจะชวนฉันมานั่งด้วยทำไมล่ะ”

เงียบเลยครับ 555 เถียงไม่ออกหน้าแดงด้วย กริ๊วๆ เหอๆเรื่องเถียงนี่ขอให้บอกเจ้าตัวไม่ค่อยจะเถียงผมชนะหรอกคร้าบ~ เผลอๆตามที่ผมพูดทันอ่ะเปล่าก็ไม่รู้

“อยากอยู่ก็อยู่ไปละกัน” คาเนกิพูดพร้อมยกหนังสือที่วางแอ้งแม้งคาขาเขามาราวๆครึ่งชั่วโมงขึ้นอ่าน ผมเห็นดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจแล้วบทสนทนาก็หมดลงไปทันที

อย่างที่บอกผมชอบมองคาเนกิอ่านหนังสือแต่สงสัยผมจะจ้องนานไปหน่อยคนถูกมองเลยยกหนังสือขึ้นบังหน้าแอบเห็นแวบนึงด้วยว่ามีริ้วแดงๆขึ้นข้างแก้มตั้ลล้ากกก

                “มมองอะไร เสียสมาธิ! อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย!” มีบ่นครับทุกท่าน แต่เอ๊ะ?ถ้าไม่มีสมาธิแสดงว่าเปิดมันผ่านๆไปเพื่อกันเขินอ้ะเด๊ะ -///-

                “ทำไมอ่ะ?ก็ไม่มีอะไรทำอ่ะ นายมัวแต่อ่านหนังสือนิ” ผมก็บ่นตอบกลับไป เจ้าตัวได้ยินก็ลดหนังสือลงก่อนจะมองหน้าผมนิ่งๆอย่างเคืองๆ ผมทำอะไรให้เขาโกรธครับทุกท่าน 0_o?

                “เห็นไหมบอกแล้วว่าจะกลับไปก็ได้ หรือยังไม่อยากกลับ? นู่นไปโดดน้ำเล่นก็ได้” อื้อหือ!คาเนกิคุงเดี๋ยวนี้เป็นคนแบบนี้หรา~ แต่พอเห็นเจ้าตัวหงุดหงิดแล้วก็อดแกล้งไม่ได้(โรคจิตนิดๆ)

                “โห คาเนกิเดี๋ยวนี้มีไล่นะ หวงหนังสือขนาดนั้นเลย” ได้ยินดังนั้นคาเนกิก็คิ้วขมวดมากกว่าเดิมก่อนจะเถียงกลับมาเสียงแข็ง เห็นแล้วก็นึกถึงเด็กอารมณ์บูดเวลาไม่ได้กินขนมอ่ะครับเหมือนกันเลย!

                “เปล่า! แต่หวงหน้าตัวเองมากกว่า จ้องจนจะพลุนหมดแล้วครับ!” นี่เขาไปพัฒนาการพูดมาจากไหนเนี่ย เล่นเอาผมค้างงันเลยครับ แบบนี้คงต้องแกล้งมากขึ้นแล้วสิ!

                “อะไรกันอ่ะ ก็หน้าคาเนกิเวลาอ่านหนังสือมันน่ารักนี่นา เลยชอบจ้องอ่ะ” ผมพูดแซะพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่ คาเนกิได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีก่อนจะหลบหน้าไปทางอื่นอย่างเร็ว

                “เพื่อนที่ไหนเขาชมกันว่าน่ารัก” ผมได้ยินเสียงคาเนกิพึมพำเบาๆก็อดยิ้มบางๆไม่ได้ นี่ดูไม่รู้จริงๆหรอว่าผมกำลังทำอะไรขนาดรุกหนักกว่าทุกวันนะเนี่ย!! -_-++

                “ก็เพื่อนที่นั่งหัวโด่ตรงนี้ไงล่ะ” ผมพูดพร้อมใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเอง ขนาดหยอดแค่นี้เขายังเป็นหนักขนาดไม่ยอมมองหน้าถ้าในอนาคตผมคิดจะตามจีบเขาจริงจังเขาจะหลบหน้าผมทั้งวันไหมเนี่ย “นี่ไม่ชอบหรอ หลบหน้าไม่หยุดเลยอ่ะ”

                ผมพูดก่อนจะพยายามขยับตัวเข้าใกล้แล้วชะเง้อมองหน้าอีกฝ่าย คาเนกิสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันกลับมามองผมอย่างเร็วทำให้ปลายจมูกเราชนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ 0///0

                ปุ้ง!

                เหมือนได้ยินเสียงระเบิดเล็กๆจากหัวของอีกฝ่าย หน้าของคาเนกิแดงมากจนลามไปถึงใบหูเลยล่ะครับ ก็จะไม่ให้เขินได้ไงจมูกชนกันนี่เนอะ อิ้อิ้(ฟินเบาๆ)

                “คาเนกินายโอเคเปล่า หน้าโครตของโครตแดงอ่ะ 55” ผมทักพร้อมกลั้วหัวเราะ หน้าของเขาตอนนี้นี่แบบฮามากครับ ผมนี่นึกว่าตอนหันหน้าหนีเมื่อกี้นี้แอบเอาสีมามาร์กหน้าเลยครับแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศซะอีก

                “อ โอโอเคผมผมขอไปเอ่อไม่มีอะไร” งงสิครับพูดอะไรของเขา 555 คาเนกิพูดติดอ่างก่อนจะก้มหน้าเอามือปิดหน้าทั้งสองข้าง นี่นายจมูกชนกันเองนะแหมๆ(ว่าไปนั่นตัวเองก็หน้าร้อนไม่แพ้เขาหร้อก =///=)

                จะว่าไปแล้วบรรยากาศ สถานที่ ปฏิกิริยาที่ดูมาหลายปี

ผมว่าในที่แห่งนี้เวลานี้มันดูเป็นใจให้ผมสารภาพมากผมควรจะทิ้งโอกาสอีกครั้งงั้นเหรอ? เฮอะ! นั่นไม่ใช่ฮิเดะหรอก!! ผมตัดสินใจได้แล้วล่ะว่าผมจะต้องเริ่มจีบเขาอย่างจริงจังสักที ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆแบบนี้ ให้ความสัมพันธ์มันครุมเครืออยู่แบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ จริงไหมล่ะครับ?

                “คาเนกิ ฉันจะบอกวิธีอ่านชื่อโปรไฟล์ของฉันให้ไหมล่ะ” ผมพูดขึ้น พออีกคนจับใจความสิ่งที่ผมพูดออกไปได้ก็ได้สติ เงยหน้ามาจ้องหน้าผมนิ่งๆเป็นนัยๆว่าสงสัยอารมณ์ของผมคนนี้เต็มทน

                “แต่ถ้านายรู้แล้ว ฉันไม่ให้นายจีบหรอกนะ” ผมพูดเสียงหนักแน่นจริงจังแต่คาเนกิกลับมาหน้าแดงอีกครั้ง มองกี่ครั้งก็น่ารักวุ้ย >[]<

“เพราะฉันจะจีบนายเอง โอเค๊”

พอพูดจบคาเนกิก็เงียบไปจนผมกลัวว่าเขาจะไม่ตอบรับผม แต่ผ่านไปได้ประมาณ 15 นาทีเขาก็ดูเหมือนได้สติอีกครั้ง(คิดนานมาก) เขาเงยหน้าสบตาผมแต่แก้มก็ยังแดงอยู่นิดๆก่อนจะค่อยๆพยักหน้าขึ้นลงเป็นเชิงตอบรับข้อเสนอ!

ยิ้มหน้าบานเป็นจานข้าวหมาเลยครับโผม~~ หลังจากที่รวบรวมความกล้ากับคอยดูปฏิกิริยาตอนรุกใส่มานานนับปีในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ผมได้สารภาพความในใจออกไปแถม

ไม่นกด้วย!!!

ยิ้มได้ไม่นานผมก็ค่อยๆหุบยิ้มลงจนเหลือแค่ยิ้มบางๆแต่งแต้มใบหน้า คาเนกิเห็นก็รีบหลบตาไปทางอื่นก่อนจะเร่งให้ผมพูดเร็วๆแหมอยากให้ผมจีบเร็วๆก็ไม่บอกJ

                แต่ไม่เอาอ่ะให้กลับไปดูเองที่บ้านดีกว่า เพราะผมจะได้มีเวลาเตรียมมุกจีบเพิ่มอีกก่อนจะได้เริ่มจีบเพื่อนรักตัวเองอย่างจริงจังยังไงล่ะครับ!

“นายกลับบ้านไปเปิดคอมนะ เสร็จก็เปลี่ยนแป้นเป็นภาษาไทยแล้วพิมพ์ตัวอักษรตามชื่อโปรไฟล์ฉัน

“เพราะงั้น ไลน์มาบอกด้วยว่าชื่อโปรไฟล์ฉันตั้งไว้ว่าอะไร”

                “ทำไมไม่บอกเลยตอนนี้ล่ะครับ? แล้วทำไมผมต้องไลน์บอกด้วย” คาเนกิเอียงคอสงสัยพลางถามอย่างงงๆ ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะตอบไปตามจริงให้เจ้าตัวเขินเล่น ฮุฮิ

                “ก็นายไลน์มาตอนไหนฉันก็จะถือว่านับตั้งแต่ตอนนั้นนายอนุญาตให้ฉันจีบแล้วไง ทำไมอยากให้ฉันเริ่มจีบตอนนี้เลยเหรอ หืม?” คาเนกิส่ายหน้าพรืดจนผมเผลอหลุดขำออกไปเบาๆ อ้อ!ผมลืมบอกไปอีกอย่างหนึ่งล่ะ

“คาเนกิ” ผมเรียกชื่อคนข้างๆให้หันมาสนใจก่อนจะสูดใจเข้าลึกๆ นายต้องสตรอง!บอกเขาไปโว้ยยย

“ในสายตาของฉันน่ะมีนายน่ารักคนเดียวนะ

 

21:30 นาฬิกา

ตึ๊ง

ผมรีบกุจีกุจอมาเปิดไลน์ทันทีแล้วก็ปรากฏเป็นกล่องข้อความที่ผมไม่คิดว่ามันจะมาเร็วติดจรวจขนาดนี้!

คาเนกิ: ชื่อโปรไฟล์ของนายชื่อ ************

แหม~ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาจะเก็บไว้พิจารณาหลายๆวันซะอีก

กลับกลายเป็นว่า

เขารีบซะเหลือเกิน!

ถึงเขาจะโครตไร้ตัวตน

แต่สำหรับผมเขาคือ โลกทั้งใบ

เพราะงั้น ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่

ผมจะคอย มอบความรักที่เต็มไปด้วยความจริงใจนี้ กับเขาเสมอ

จากเพื่อนรักที่รักเพื่อน

Fin.

ช่วงทอร์ก(สอบถาม)

ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวที่สุดล้าววววววว

ตอนหลักปาไปตั้ง 12 หน้าแหนะ!

ตอนพิเศษอีก 11 หน้า!!! อื้อหือยาวที่สุดในประวัติศาสตร์

รวมกัน 23 หน้า อ้ากกก นี่เราแต่งไปได้ไง 555

เราว่าตอนนี้เราแต่งวายถ้าจะรุ่งอ่ะ ทุกคนว่างั้นไหม 555

คำถามคือ เราแต่งวายแล้วเป็นยังไงบ้าง นี่เราแต่งครั้งแรกเลยนาพอถูไถได้เปล่า

               รูปที่เราวาดเป็นไงบ้างอ่ะ นี่ใช้ดินสอนะเพราะไรท์ไม่ถนัดเม้าท์หนู ไม่เชิงไม่ถนัดหรอกยังไม่เคยลองเลย 555

               สุดท้ายชื่อโปรไฟล์ฮิเดะชื่อไรจ้ะ อ่านแล้วฟินไหม 55

ส่วนเจ้าฮิเดะเราชอบแบบบ๊องๆงี้แหละเลยแต่งเน้นความรู้สึกตัวนิดนึง

เพราะไหนๆก็ไม่ได้โผล่...แอร๊ก


วันที่ 15 ไรท์ก็เปิดเรียนละน้าาาาา มีใครเปิดวันนี้บ้างยกมือสูงๆๆๆๆ

อีกหน่อยไรท์ก็แทบไม่มีเวลามาปั่นแล้วสิเฮ้อออออ

แต่รีดก็คงไม่มีเวลามาอ่านเหมือนกัน ฮา!(หรือปล่าว)

แต่ไม่เป็นไรไรท์จะพยายามปั่นวันละนิด เรื่องนี้จะได้ไม่ร้างเนาะ

ส่วนตอนต่อไปอืม~~~

รอปาย ไรท์ยังกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เริ่มเขียนเลยจ้า!!

ด้วยรักจากไรท์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #1065 KimTmmm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 12:54
    เขินอ่ะ เอาหน้ามุดดินล่ะ
    #1,065
    0
  2. #1047 PwachS (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 13:24
    'ชอบอ่อยคนน่ารัก' 5555
    #1,047
    0
  3. #840 KuhakuX (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 00:30
    ฉากนี้ดูกี่ทีก็ปวดตับ
    #840
    0
  4. #458 khemika2727 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 08:46
    ตอนพิเศษฟินมากค่าาาาาา!!!
    เขินแทนเลยอะ งุ้ยๆๆๆ
    #458
    1
    • #458-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      8 กรกฎาคม 2560 / 12:42
      จริงอ่ะอย่างงี้ต้องวางแพลนเรื่องวายๆต่อสินะ 55
      #458-1
  5. #416 คนธรรมดา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 11:55
    ดีใจจังเจ้าคะ ที่ตอนพิเศษไม่มาม่า เนื้อเรื่องก็ยังน่าติดตามเหมือนเดิม แล้วคนชุดดำเนี้ยเป็นใครกันเจ้าค่ะ พวกวี? หรือพวกเคนกันเจ้าค่ะ? แต่อยากให้เป็นอันเทคุมากกว่าอ่ะ คิดถึงคุณกระต่ายขาว ยังไงก็ยังติดตามเหมือนเดิมน่ะเจ้าค่ะ อัพบ่อยๆล่ะไรท์
    #416
    1
    • #416-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      4 มิถุนายน 2560 / 22:15
      555 ขอให้เป็นดังใจปราถนานะจ้ะ จุ้บุ
      #416-1
  6. #374 Acnologia0109 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 08:52
    อยากให้หนูมิโชพาว์ฟาดไททันพร้อมคาเนกิแต่เอ~~ชุดดำเนี่ยใช่คนที่มาจากอีกโลกหรือเปล่าน้าาคิดถึงโทวกะจางง
    ปล.แค่ไรต์แต่งธรรมดายังรุ่งถ้าไรต์แต่งได้ทุกอย่างไม่พุ่งทะลุจักรวาลเลยหรอสุดยอดไปแย้วขนาดเราไม่ค่อยอ่านวายยังฟินเลย\*^*/
    #374
    1
    • #374-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:48
      แต่เอ~จะมีฉากนั้นตอนไหนนะ? โทวกะจังจะโผล่เมื่อไหร่นะ?(ค่าตัวแพง)
      ปล.ทะลุจักรวาล?อ้ากกกก 555
      #374-1
  7. #373 w'wi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 06:54
    ชอบอ่อยคนน่ารัก หมายถึงคาเนกิชิมิ คู่นี้อ่านแล้วฟินเฟอร์
    #373
    1
    • #373-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:47
      ชอบอ่อยคนน่ารัก+คาเนกิน่ารัก=ชอบอ่อยคาเนกิ
      ฮิเดะคนจริงค่ะ! 55
      #373-1
  8. #372 Hikari Yuu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 02:26
    เราเปิด29ล่ะ('-')~//หลบสหะบาทาที่พร้อมใจกันลอยมา
    #372
    1
    • #372-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:46
      ตัวเรียนหญิงล้วนเหรอ ซิกๆเราเปิด 15 อ่าเดี๋ยวก็ไม่มีเวลาแต่งแล้ว แงงง
      #372-1
  9. #371 Fxena (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:37
    แต่งวายรุ่งแน่555555
    #371
    1
    • #371-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:45
      โอ้วววว จริงหราาาา เพราะงั้นเรื่องนี้จบไรท์จะวางวายต่อเลยล่ะกัน ฮุฮิ
      #371-1
  10. #370 ChubbyOwl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:33
    แนะนำให้ตัดตอนพิเศษต่างๆขึ้นตอนใหม่ค่ะ
    ตอนนึงยาวๆก็อ่านจุใจอยู่หรอก แต่ลำบากมากๆๆๆๆ ฮือ
    #370
    2
    • #370-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:44
      ถถถ ขอโทษน้าาา แต่ไรท์ไม่อยากให้มันเปลืองหน้าตอนด้วยไงเพราะงั้น ไรท์จะพยายามแยกออกจากกันให้เห็นชัดขึ้นเนาะ
      #370-1
  11. #369 mikazu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:33
    ชื่อฮิเดะแม่ง...สุดๆไปเลยนะไรต์
    =v[vjvp8oojkiyd เท่ากับ ชอบอ่อยคนน่ารัก(ใช่ม่ะ!?)
    #369
    1
    • #369-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:43
      ช่าย~~~
      น่ารักไหมล่าาาา 555 คาเนกิน่ารัก=ชอบอ่อยคาเนกิ(กริ๊วๆ)
      #369-1
  12. #368 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:04
    ตอนพิเศษน่ารักมากค่ะ ชอบบบบ~>///<
    #368
    1
    • #368-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:41
      งื้ออออ ดีจายอย่างนี้ต้องเก็บวายไว้ในแคตตาล๊อกแล้วสิ
      #368-1
  13. #367 Eye1704 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    โอ้ยยย ไรท์ขาาาา แต่งวายก็อ่านค่ะ แต่งได้ดีมากเลย เราชอบ จะแต่งวายก็ได้นะ เราอยากอ่าน55555
    #367
    1
    • #367-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2560 / 10:41
      จริงเหรอเนี่ย! ฮรือ~~ ไว้เรื่องนี้จบเมื่อไหร่เราจะลองพิจารณาดูนะว่าจะมีวายมาให้รีดเสพต่ออ่ะเปล่า
      #367-1
  14. #366 sei4115 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:16
    รออออออ~ ????
    #366
    0
  15. #365 lonelinessgirl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 15:01
    เราก็เปิด15
    #365
    0
  16. #363 ฝน-คุง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:40
    ไรท์ไม่มีเวลาแต่ง...แต่เรามีเวลาอ่านค่ะ!!!สู้ๆนะ เราเองก็เขียนเหมือนกัน ส่งกำลังใจให้เสมอนะ สู้ต่อไปค่ะ😘
    #363
    1
    • #363-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:58
      เอิ่ม...จะพยายามเจียดเวลามาให้น้า~~เราก็อยากแต่งให้อ่านเหมือนกันจ้า
      #363-1
  17. #362 lamb_san (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    ซ้ำรอยนะคะไม่ใช่ซ้ำลอย เผอิญพึ่งเห็นค่ะ มัวแต่กรี้ดกร้าดน้องกิหัวร้อน5555555 แล้วก็อาจจะช้าไป(มากๆ) เอเลนเขียนด้วยล.ลิงนะคะ แหะๆ แต่ถ้าไรท์ไม่สะดวกจะเปลี่ยน พิมพ์เป็นเอเรนก็ได้ค่ะ รอตอนต่อไปค่าาาา
    #362
    1
    • #362-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:57
      จริงด้วย เขียนชื่อตอนผิดนี่นา ขอบคุณค่าไม่ทันมองเลยค่ะ
      #362-1
  18. #361 Sweetfox (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 01:07
    รอต่อไปค่าาาา~//สู่ๆยะคะ
    #361
    2
    • #361-2 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:56
      พิมพ์ช้าๆก็ได้ลูก 555
      #361-2
  19. #360 KazukiRei (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    ลุ้นกันต่อไป ว่าแต่พระเอกของเรื่องจะออกมาเมื่อไหร่นะ55555555
    #360
    0
  20. #359 Preem (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:18
    ลุ้นและรอต่อไปค่ะ สู้ๆนะคะ เปิด15เหมือนกันค่ะ อิอิ
    #359
    0
  21. #358 Karen_zaza(Renny) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:53
    เปิด 15 เหมือนกานนนน
    #อัปปรีย์มาก
    #ยังหยุดไม่เต็มที่เลยอ่ะ แง~
    #358
    1
    • #358-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:56
      555 แต่เราว่าเต็มที่แล้วนะ ตอนนี้คิดถึงเพื่อนแล้ว
      #358-1
  22. #357 Fxena (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:39
    เราก็เปิด15เหมือนกานนนนน
    และค้างมากตอนนี้5555
    #357
    1
    • #357-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:56
      ใจเย็นตอนพิเศษยังไม่ได้ลงเลย -_-
      #357-1
  23. #356 chontikam2546 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:32
    โอ้ยหน่วง มาต่อเร็วๆน่ะ
    #356
    0
  24. #355 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:20
    ไรท์ก็เปิดเทอมวันเดียวกันเลยยยย
    ปล.ชายชุดดำที่มียาให้กลายเป็นเด็กใช่ป่ะ?#ผิด
    #355
    1
    • #355-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:55
      จริงอ่ะ ดีจุง! เปิดวันเดียวกันเลย
      #355-1
  25. #354 Hikari Yuu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:07
    คนชุดดำนั่นพวกตัวตลกรึเปล่า หรืออาโอกิริ แต่อันเทคุก็เป็นไปได้!!!

    #ตอนนี้เดาจนมั่วไปหมดแล้ว

    งื้ออ มาต่อนะคะ~~

    ปล. อยากเห็นคาเนชั่น(?)ฟิวล์ขาด
    #354
    1
    • #354-1 Toony03(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2560 / 22:55
      ไม่นานเกินรอแน่ๆ มีแพลนในหัวแล้ว!
      #354-1