(ไม่จบ)The Twisted World [Fic:Tokyo ghoul & Attack on titan]

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8 การปรากฏกายอีกครั้ง!(100%)+ตอนพิเศษ Kaneki Hinami (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    3 พ.ค. 60

ตอนที่ 8 การปรากฏกายอีกครั้ง

“เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ”

                ชายหนุ่มหัวขาวเจ้าของมือประดับเล็บสีดำที่กุมแก้วกาแฟไว้นิ่งๆเอ่ยขึ้นลอยๆ คนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารทั้งสามได้ยินดังนั้นก็หันมามองที่ชายหนุ่มเป็นตาเดียวเชิงสงสัย

                “ก็ผมมาอยู่ที่นี่แป๊บเดียวก็จบการศึกษาซะแล้ว” คาเนกิเอ่ยต่อโดยไม่ต้องรอให้ทั้งสามถาม ทุกช่วงเวลาที่ผันผ่านไปช่างเร็วในสายตาของเขาจริงๆหรืออาจเป็นเพราะเขาอยากอยู่แบบนี้นานๆก็เลยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกันแน่

                “อืมก็จริงนะ วันนี้จบการศึกษาพรุ่งนี้ก็บรรจุแล้ว” เอเรนเอ่ยพร้อมเงยหน้ามองเพดานโรงอาหาร มิคาสะที่นั่งข้างๆพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะพูดต่อ “คาเนกินี่ดีจัง ได้เรียนแค่ 3 เดือนก็ได้บรรจุแล้ว”

                “แต่ก็ต้องเก่งด้วยนะ ไม่งั้นคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ” อาร์มินพูดยอคาเนกิพร้อมตักซุปเข้าปาก คาเนกิยิ้มมุมปากอย่างนึกขำขันเพื่อนตัวเอง การใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์เป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริงๆ ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องฆ่าฟันใคร ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากมีชีวิตแบบนี้ต่อไปอีกนานๆแต่คงเป็นได้แค่ฝัน เพราะในวันพรุ่งนี้ทุกคนก็จะไม่ได้อยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้แล้ว

                ตลอดสามเดือนที่ผ่านมานอกจากการฝึกที่แสนเหน็ดเหนื่อยแล้ว มิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างคาเนกิกับพวกพ้องก็เพิ่มขึ้นมากด้วย การที่เขาได้อยู่ที่นี่ยิ่งนานก็ยิ่งผูกพันธ์ถึงใจหนึ่งจะยังมีห่วงกับคนทางฝั่งนั้นแต่ตอนนี้กลับอยากอยู่ปกป้องคนทางนี้มากกว่า ฟังดูน่าน้อยใจเนอะ

                “พวกเรากินกันเสร็จแล้วล่ะ ไปกันเถอะ” เอเรนเอ่ยพร้อมลุกขึ้นเดินนำไปเก็บจานอย่างเร่งรีบ เพราะคืนนี้จะเป็นคืนที่ได้รู้ผลการเรียนทั้งยังได้เลือกว่าอยากจะบรรจุทหารกองไหนทุกคนจึงต้องรีบมากเป็นพิเศษ

 

“วันทยาหัตถ์!!!

                เสียงแหบๆของครูฝึกดังขึ้น ตอนนี้ทหารฝึกหัดทุกคนได้รู้ผลคะแนนหมดแล้วและกำลังตั้งแถวรอครูฝึกเอ่ยต่ออย่างตั้งใจ โดยทุกคนที่ติด 1 ใน 10 ของรุ่นจะได้เข้าแถวอยู่หน้าสุดของแถวเหมือนเป็นการประกาศตัวเอง

                “วันนี้พวกเธอจบการเป็นทหารฝึกหัดแล้วนะ มีทางเลือกสามทางให้พวกเธอ คือ เสริมใยเหล็กให้กำแพงและปกป้องเมืองกับกองรักษาการณ์ เตรียมใจที่จะสละชีวิตและต่อสู้กับไททันที่อยู่นอกกำแพงกับทีมสำรวจ และสุดท้ายถวายอารักขาองค์ราชาพิทักษ์สันติราษฎร์กับกองทหารสารวัตร”

                “ซึ่งแน่นอนว่าทหารที่ฝึกจบใหม่จะได้เข้าร่วมกองสารวัตรทหารมีเพียง 10 นายเท่านั้น แต่ปีนี้จะพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เพราะปีนี้จะมีคนมีสิทธิ์เข้ากองสารวัตรถึง 11 คนเนื่องจากมีที่ 1 ของรุ่นถึง 2 คน!

                “เข้าใจแล้วก็เตรียมตัวแยกย้าย! ในวันพรุ่งนี้พวกเธอจะต้องเลือกหน่วยที่ตนเองจะบรรจุได้ ทราบ!

                “ทราบ!

                “แยกย้ายได้”

                อย่างที่ได้ทราบไปปีนี้มีคนได้ที่ 1 ของรุ่นถึง 2 คนซึ่งก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของทุกคนนั่นก็คือ มิคาสะ แอคเคอร์แมน กับ คาเนกิ เคนนั่นเอง

                หลังจากที่ถูกสั่งให้แยกย้ายทุกคนก็มารวมตัวกันที่โรงอาหาร คนบางส่วนก็มาฉลองบางส่วนก็มาคุยกันเฉยๆ คาเนกิที่กินอะไรไม่ได้อยู่แล้วจึงยืนคุยรวมอยู่กับเอเรน อาร์มินและมิคาสะ โดยมีคนอื่นมาร่วมแจมด้วยเป็นครั้งคราว ส่วนประเด็นที่คุยกันก็หนีไม่พ้นกับเรื่องเลือกหน่วยที่จะบรรจุ

                “ไม่เข้ากองสารวัตรทหารอย่างนั้นเหรอ? ล้อเล่นรึเปล่า พวกนายอุตส่าห์ติดหนึ่งในสิบแล้วเชียวนะ!” โทมัสชายหนุ่มหัวเหลืองเอ่ยพร้อมทำหน้าอึ้งใส่เอเรนกับคาเนกิทันทีที่รู้ว่าจะอยู่หน่วยไหน

                “ก็ครอบครัวผมอยู่ทีมสำรวจนี่ครับ อีกอย่างผมถูกส่งมาฝึกก็เพื่อให้ได้บรรจุทีมสำรวจอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว” คาเนกิเอ่ยบอกเหตุผลไม่มีใครนึกสงสัยเหตุผลนี้จึงเบี่ยงความสนใจไปหาเอเรนแทน

                “แล้วนายล่ะเอเรน ได้โอกาสเข้ากองสารวัตรทำไมไม่เข้าล่ะ?” โทมัสเจ้าเก่ายังยืนกรานที่จะเอาเหตุผลจากเอเรนให้ได้ สำหรับคนที่สนิทกับเอเรนอย่างมิคาสะ อาร์มิน คาเนกิจะรู้เหตุผลนี้อยู่แล้วแต่สำหรับคนอื่นถึงจะรู้ก็ยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเขา

                “ฉันตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้ว ฉันไม่ได้ฝึกมาเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองชั้นในแต่เพื่อสู้กับพวกไททันต่างหาก” โทมัสได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าอึ้งอีกครั้งก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นสิ้นหวังแทบจะทันที

“ชนะไม่ได้หรอกนะ!” เขาตะเบงเสียงออกมาดังลั่นอย่างลืมตัว คนในโรงอาหารจึงหันมาให้ความสนใจกับเจ้าของเสียงกันหมด แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นโทมัสก็ยังคงเอ่ยต่ออย่างไม่ยอมแพ้ “นายรู้รึเปล่าว่ามีมนุษย์ลงท้องมันไปเท่าไหร? คำตอบคือเราต้องเสียประชากรไปถึงร้อยละ 20!! มนุษยชาติน่ะชนะมันไม่ได้หรอก!

คาเนกิได้ยินดังนั้นก็ถึงกับผงะไปน้อยๆดวงตาสั่นระริก ขนาดไททันที่ไม่ได้กินมนุษย์เป็นอาหารแถมยังมีจุดอ่อนที่คนที่นี่หาทางต่อกรได้ยังกลัวกันถึงขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าเขาเป็นตัวอะไรจะรังเกียจถึงขนาดไหนกันนะ?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เผลอคิดแบบนั้นแต่เป็นทุกครั้งที่ได้ยินเพื่อนๆคุยเรื่องไททันปะทะกับมนุษย์ ฟังๆดูมันช่างคล้ายคลึงกับการต่อสู้ของกูลกับมนุษย์ซะเหลือเกิน เขาไม่ได้อยากคิดให้ปวดจิตเล่นแต่นิสัยคิดมากของเขาก็ก่อเรื่องทุกที

“คาเนกินายโอเครึเปล่า?” มิคาสะเอ่ยพร้อมแตะบ่าเขาเบาๆเชิงเรียกสติ นี่เขาเผลอเหม่อจนเธอจับสังเกตได้เชียวเหรอ? ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่นี่จะมีผลกระทบต่อจิตใจเขาถึงขนาดนี้ “อืม”

“แล้วไงล่ะจะตัดสินใจว่ายังไงก็ไม่ชนะงั้นเหรอ?” หลังจากที่โรงอาหารตกอยู่ในความเงียบได้ไม่นานเอเรนก็เริ่มเปิดปากเอ่ยสิ่งที่ค้างคาจิตใจเขาออกมาจนได้ คนในเหตุการณ์ได้ยินดังนั้นก็ทำท่าทางอึกอักอย่างเถียงไม่ออกบางคนก็ก้มหัวยอมรับชะตากรรม?

“ที่พวกเราแพ้ให้มันมาตลอดก็เพราะว่าพวกเราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับไททันเลย ที่คนจำนวนมากทำสงครามและแพ้ให้กับพวกมันก็สมควรแล้ว! แต่ถึงจะแพ้สิ่งที่เราได้มาจะต้องให้ความหวังใหม่กับพวกเราแน่นอน แต่ถ้าความกลัวมันจะทำให้เราต้องเลิกสืบสานการต่อสู้และกลายเป็นอาหารของไททันโดยที่ไม่ทำอะไรเลยน่ะมันไม่ตลกเลยนะ!!

“ฉันน่ะจะขับไล่พวกมันให้หมด! และออกจากกำแพงนี่ให้ได้เลย! เพราะมันเป็นความฝันของฉันไม่ว่ายังไงมนุษย์ก็จะไม่แพ้ราบคาบ!” เมื่อเอ่ยจบดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นก็ร้อนผ่าวจนเริ่มมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอบริเวณขอบตา

ทุกคนมองเอเรนนิ่งๆไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยจนกระทั่งความอึดอัดก็ผลักดันให้เอเรนเป็นฝ่ายวิ่งออกมาเสียเอง มิคาสะ อาร์มินไม่รอช้ารีบวิ่งตามไปทันทีในขณะเดียวกันคาเนกิกลับยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ไม่ต่างกับกลุ่มคนร่วมสนทนาที่เหลือเลย

ความมุ่งมั่นนั่นถ้าวันหนึ่งฉันต้องเป็นหนึ่งในศัตรูของพวกเขาพวกเขาจะมุ่งมั่นที่จะไล่ล่าฉันเหมือนคนที่โลกนั้นทำไหมนะ?...พวกเราจะยังใช้ชีวิตร่วมกันได้อยู่รึเปล่าหรือว่าตัวประหลาดอย่างฉันจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไปอีกแล้ว?’ ความรู้สึกเศร้าผุดขึ้นในใจลึกๆเมื่อรู้สึกว่าสิ่งชีวิตอย่างเขามีโอกาสที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์น้อยเหลือเกิน

บางทีฉันอาจจะคิดผิดที่คิดเสี่ยงลองอยู่กับมนุษย์

 

สองเท้าก้าวช้าๆออกจากโรงอาหาร เพื่อมาสูดอากาศแต่กลับเจอกับคนที่ทำให้เขาคิดมากซะได้ ชายหนุ่มหัวขาวไม่ได้ตั้งใจจะหนีออกจากงานเลี้ยงแล้วมาเจอแก๊งสามหน่ออย่างเอเรน อาร์มิน มิคาสะหรอกนะ!

“นายช่วยเล่าเรื่องความฝันให้ฟังหน่อยสิ” ตัวคาเนกิที่กำลังจะเดินหนีชะงักงันเมื่อได้ยินสิ่งที่สะกิดต่อมอยากรู้ ตัวเขาหยุดยืนนิ่งๆอยากเดินเข้าไปแต่ใจหนึ่งก็อยากอยู่ห่างกันสักพัก

“คาเนกิ? มานั่งด้วยกันสิ” สมองยังไม่ทันได้ตัดสินใจหญิงสาวที่นั่งอยู่บนบันไดขั้นบนสุดก็หันมาทักเสียก่อน ตัวเขาก็เป็นคนที่ปฏิเสธใครไม่เก่งจึงยอมพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งฟังด้วยกันแต่โดยดี “ต่อเลยเอเรน”

“ความฝันเหรอฉันได้มาจากอาร์มินน่ะ การออกไปนอกกำแพงแล้วพบเจอโลกภายนอก” พูดจบอาร์มินที่เป็นคนถามก็ตีหน้าเศร้าหันหน้าหนีไปอีกทางทันที เอเรนเห็นดังนั้นก็เอ่ยปากถามสมาชิกใหม่บ้าง “ใช่แล้ว! เรายังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับนายเลยนี่คาเนกิ”

“ความฝันของนายคืออะไรงั้นเหรอ” คาเนกิที่กลายเป็นเป้านิ่งให้ทุกสายตาจ้องมองหลุบตาลงคิดสักพัก ถ้าให้พูดตามตรงตัวเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยตั้งแต่ร่างกายตัวเองเปลี่ยนไป

“ความสงบสุข” ปากบางเอ่ยแผ่วเบาแต่ด้วยความเงียบทำให้ได้ยินเสียงคำพูดนั้นชัดเจน ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกจนคาเนกิต้องเอ่ยต่อแบบไม่ต้องเปิดโอกาสถามให้เสียเวลา

“ฉันอยากสร้างโลกที่มีความเท่าเทียม ทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตเยี่ยง ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” เอ่ยจบความเงียบก็เข้าปกคลุมทันที ในสายตาทุกคนอาจจะไม่มีใครเข้าใจเขาแต่คาเนกิก็พูดได้เพียงเท่านั้น

“ปลาใหญ่กินปลาเล็กงั้นเหรอ นั่นสินะถ้าเรากำจัดปลาใหญ่นั่นหมดไปเมื่อไหร่ ความฝันนั่นคงใกล้แค่เอื้อมแน่ๆ” อาร์มินเอ่ยในความเข้าใจของเขาคงคิดว่าปลาใหญ่เป็นไททันส่วนปลาเล็กเป็นมนุษย์แน่ๆ ถึงจะเข้าใจผิดไปเป็นแบบนั้นแต่คาเนกิก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรต่อ เพราะอธิบายไปก็ไม่มีทางเข้าใจ

การใช้ชีวิตระหว่างเขาในโลกนั้นกับคนที่นี่ถึงจะคล้ายกันที่ต้องมีชีวิตอยู่กับการต่อสู้เพื่ออยู่รอดต่อไปแต่จุดประสงค์ในการอยู่รอดนั้นต่างกัน โลกนี้ต้องการอิสระ โลกของเขาต้องการที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่ใครๆก็ทำอะไรเขากับพวกพ้องไม่ได้

“ผมก็จะเข้าทีมสำรวจล่ะ!” อาร์มินเอ่ยเสียงใสอย่างมุ่งมั่นมั่นใจ เอเรนอึ้งจนพูดขัดแทบไม่ทัน “อาร์มิน! เอาจริงเหรอ ครูฝึกบอกว่านายถนัดใช้สมองมากกว่ากำลังกายนะ”

“ถึงตายผมก็จะไม่ขอเป็นตัวถ่วงคนอื่น” สายตาที่ฉายความมุ่งมั่นแม้ไม่ได้สบตานั้นทำให้เอเรนนิ่งไปพักหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้ว่าอาร์มินต่อมิคาสะก็เอ่ยขัดขึ้นทันที “ฉันก็จะเข้าทีมสำรวจเหมือนกัน”

“หา! เธอก็ทอปรุ่นนี่ ไปเข้ากองสารวัตรเถอะ” คาเนกิที่นั่งข้างๆมิคาสะนั่งเท้าคางฟังเพื่อนทั้งสามทะเลาะกันในหัวก็คิดไปเรื่อยเปื่อยไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงด้วย จนมาสะดุดกับคำพูดของมิคาสะที่ว่า “ถ้านายเข้ากองสารวัตรฉันก็จะเข้ากองสารวัตรแต่ถ้านายเข้าทีมสำรวจฉันก็จะเข้าทีมสำรวจด้วยเหมือนกัน

“ก็ถ้าเอเรนไม่มีฉันเดี๋ยวก็ได้ตายเร็วกันพอดี” มือประดับเล็บสีดำถูกย้ายจากคางมาไว้ที่ปากพร้อมส่งเสียงหัวเราะเบาๆ เอเรนผู้ถูกกระทำหน้าแดงขึ้นมาก่อนจะหลบหน้าไปอีกทางทันที

“ฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอมาห่วงสักหน่อย” ถึงพูดแบบนั้นแต่ในใจก็คงแอบดีใจแบบตัวเอกซึนๆที่อยู่ในนิยายรักหวานฉ่ำซึ่งไม่ใช่แนวที่คาเนกิอ่านสักนิด แต่พอเจอกับตัวอย่างกับหนังสดก็อดจิ้นทั้งคู่ไม่ได้

“ฉันไม่อยากจะเสียใครไปอีกแล้ว” มิคาสะเอ่ยขึ้นลอยๆใบหน้าก้มลงบดบังสายตาที่แสดงความเสียใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด คาเนกิที่นั่งข้างๆหุบยิ้มทันที ส่วนเอเรนได้ยินดังนั้นก็หยุดพูดแล้วเงยหน้ามองดาวไป

“ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นนะ ไม่ต้องเสียใจไปหรอกเธอเก่งแบบนี้ต้องปกป้องทุกคนไว้ได้แน่ๆ” ชายหนุ่มหัวขาวพูดเสียงอ่อนเชิงปลอบใจ ปากก็ฉีกยิ้มบางๆ เอเรนหันขวับมามองมิคาสะที่ท่าทางจะซึ้งกับคำพูดเมื่อครู่พอสมควร

“แหม~~หวานซะไม่มี” เอเรนพูดเหมือนหยอกล้อแต่ใบหน้ากลับแฝงความหงุดหงิด

“หึง?” คำถามสั้นๆกะทัดรัดได้ใจความถูกเอ่ยออกมาจากปากของคาเนกิ ดวงตาสีขี้เถ้ามองจับผิดคนตรงหน้าแบบไม่ปิดบัง นี่เขามีมุมแบบนี้ด้วยหรือ!!!!

“เปล่าว้อยยยย” พวงแก้มทั้งสองแดงขึ้นอย่างรวดเร็วปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งและดัง ใบหน้าหันหนีไปมองดาวตามเดิม คราวนี้ไม่มีใครชวนคุยเพิ่มแต่เงยหน้ามองดาวกันหมดสักพักก็เกิดดาวตก คาเนกิเห็นก็แทบจะอธิษฐานไม่ทัน เพราะมันมาเร็วไปเร็ว

ขอให้ความฝันของผมเป็นจริง

 

“นายจะไม่เข้าไปทักทายพวกเขาหน่อยเหรอ?

เช้าที่แสนสดใสของวันนี้ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของชายหนุ่มหัวขาว เมื่อตัวเขาถูกลากมาดูการเคลื่อนขบวนของทีมสำรวจที่แสนน่าหมั่นไส้ เสียงหวานแบบผู้หญิงเอ่ยถามลองเชิงเมื่อพวกเขาพยายามให้คาเนกิไปพบผู้เป็น พ่อ เท่าไหร่ก็ปฏิเสธท่าเดียว

“ไม่” เอ่ยสั้นๆไร้เหตุผล ฟังดูเอาแต่ใจจนเพื่อนทั้งสามถึงกับต้องถอนหายใจกันยกใหญ่ “จะบีบให้ผมไปหาเขาทำไม? เขากำลังจะออกนอกกำแพงนี่”

“ก็เพราะแบบนี้ไงนายถึงควรโผล่ไปให้กำลังใจเขาน่ะ!!! นี่นายเป็นลูกเขาจริงไหมเนี่ย! ไม่เจอหน้ากันเป็นเดือนไม่คิดไปทักทายหน่อยหรือไงเล่า คาเนกิ!” เอเรนว่าคาเนกิเป็นชุดพร้อมใช้มือเขย่าตัวเพื่อนรักหัวเผือกไปมาอย่างขัดใจ เขาอยากจะบอกเหลือเกิ๊น~ว่าเจ้าคิ้วปลิงมันปั้นน้ำเป็นตัว!!!

“ผมเป็นแค่ ลูกบุญธรรม” เน้นแล้วเน้นอีกแต่เจ้าพวกนี้ก็ยังยัดได้ยัดดี

“ก็ลูกป่าวล่ะ ไป! ไม่ถามความเห็นแล้ว ไปหาเขาเลยไอลูกขี้น้อยใจ~~~” เอเรนพูดหยอกล้อพร้อมผลักตัวคาเนกิให้มายืนหัวแถว โดยมีเจ้าสองตัวที่เหลือช่วยสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง สรุปเจ้าพวกนี้เห็นคาเนกิเป็นลูกน้อยขี้น้อยใจไม่กล้าเจอหน้าพ่อเพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆไปแล้ว?

“ก็บอกว่าไม่ก็คือไม่ไงพวกนาย!!?? และอีกอย่างผมไม่ได้น้อยใจนะ!” คาเนกิเริ่มหัวเสียถึงขั้นสุด เขาตวาดว่าเสียงดังจนคนรอบๆหันมามองเป็นตาเดียวเชิงตักเตือนให้เบาเสียงลง

“ทำเป็นไม่ชอบหัวหน้าเอลวิลไปได้”

เออ ก็ใช่ไง! ดูไม่ออก???’

คำพูดสารพัดจุกอยู่ที่คอพร้อมถูกปลดปล่อยทุกเมื่อแต่ก็ต้องถูกกลืนลงท้องไป เมื่อมีเสียงเกือกม้ากระทบพื้นปูนดังมาแว่วๆผู้คนที่มุงดูรอบๆก็เริ่มส่งเสียงทักทายผู้มาเยือนเป็นสัญญาณว่ากลุ่มคนที่พวกเขารอคอยได้มาถึงแล้ว

คนที่นำขบวนก็ไม่ใช่ใครอื่น คนๆนั้นก็คือ เอลวิล ผู้บัญชาการทีมสำรวจผู้มากด้วยความสามารถ(ในการแถ) ส่วนคนที่บังคับม้ามาติดๆก็เป็นพวกทหารหัวกะทิของทีมและยังเป็นแก๊งเดียวกับวันที่คาเนกิถูกจับเข้ามาในกำแพงเมื่อ 3 เดือนก่อน

คาเนกิพยายามเดินหลบหลังคนตัวใหญ่มือก็คอยกุมหัวไม่ให้ผมสีขาวเด่นสะดุดตาพลิ้วไสวจนถูกจับได้ ต้องขอบคุณความตัวใหญ่ของคนที่นี่ทำให้เขาหาที่หลบได้ไม่ยาก แต่เพื่อนทั้งสามช่างไม่ให้ความร่วมมือเอาซะเลย พวกเขาคอยขอทางให้คนข้างหน้าแหวกพื้นที่ให้จนเผยร่างคาเนกิที่กำลังยืนโก้งโค้งพร้อมกุมหัวเหมือนนักโทษแหกคุก

แสบนักนะ -*-’

“เอ้าเคน มาหาฉันเหรอ?” เอลวินเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตากลับไม่เรียบเหมือนแววตา เขายกมือขึ้นเป็นเชิงให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนขบวน เรียกเสียงฮือฮาให้กับชาวบ้านไม่น้อยเมื่อผู้บรรชาการค่อยๆลงจากม้าแล้วเดินมาหาถึงที่เพียงเพราะอยากคุยกับทหารฝึกเพิ่งจบอย่างคาเนกิ

“ถึงกับต้องหยุดขบวนเลยหรือ?”   “เขาเป็นใครกัน”   “ดูสีผมนั่นสิ เด็กเผือกเหรอ?

“คุณไม่จำเป็นต้องหยุดขบวนเพื่อเดินมาขู่ถึงที่ก็ได้ครับ คุณสมิท” คาเนกิเอ่ยเสียงเบาดวงตาฉายแววไม่พอใจ เพื่อนทั้งสามผละไปจากเขาตั้งแต่ที่เอลวิลเดินมาหาเขาแล้วดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงละครน้ำเน่าให้มากความ เอลวินที่เดินเข้ามาใกล้ก้มกระซิบข้างหูก่อนจะเอ่ยอย่างเป็นกันเอง

“ตอนนี้นายต้องแกล้งเป็นลูกฉันไม่ใช่รึไง เรียกฉันว่าเอลวิน ไม่ก็ พ่อ น่าจะดีกว่านะ” เมื่อกล่าวจบตัวก็กลับมายืดตรงอีกครั้ง ดวงตาที่หลุบต่ำมองคนร่างเล็กเหมือนกดดันจ้องเขม็งมาทางคาเนกิไม่วางตา บรรยากาศช่างต่างไปจากเมื่อกี้นิ้ลิบลับ

“หลังจากฉันกลับมานายก็ต้องเข้าทีมสำรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งเวลานั้นนายเตรียม ข้ออ้าง ไว้ให้ดีล่ะกันนะ” คาเนกิขมวดคิ้ววุ่นเมื่อเอลวินพูดจาแปลกๆ เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ชายร่างยักษ์นี่ต้องการจะเอ่ยเลยสักนิด

“ข้ออ้าง?” คาเนกิเอ่ยดวงตาข้างที่ไม่ถูกปิดหรี่ลงอย่างสงสัย เอลวินไม่ตอบแต่เดินกลับขึ้นไปบนม้าก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาด้วยเสียงที่ดังพอให้คนรอบๆได้ยินได้

“นายน่าจะรู้ตัวนายดี เคน”

 

เป็นไปไม่ได้ พวกเขาไม่น่าจะรู้นี่

ตอนนี้ทุกคนอยู่บนกำแพงที่สูงกว่า 50 เมตรเพื่อทำความสะอาดปืนใหญ่ แต่ละคนตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองยกเว้นชายหนุ่มผมขาวที่ใช้ผ้าถูอยู่กับที่จนปืนใหญ่เงาแล้วเงาอีกเพราะ มัวแต่เหม่อคิดเรื่องเมื่อตอนเช้าอย่างลืมตัว

“คาเนกิ

ผ่านไป 3 เดือน ฉันกิน 3 ครั้ง แต่ละครั้งก็อยู่ในป่าหลังค่ายไม่ได้ออกไปไหนแล้วเขาจะจับได้ยังไง หรือถ้าเขาจับได้เขาก็ต้องจับฉันไปตั้งแต่ที่จับได้แล้วสิหรือว่าเขาไม่ใด้หมายถึงเรื่องนี้กัน…’

“โฮ่ย!!! ขัดจนสีจะลอกแล้ว เจ้าเผือก!

เจ้าของเสียงตะโกนข้างหูอย่างเหลืออด คาเนกิสะดุ้งตัวโยนก่อนจะเผยยิ้มแหยๆให้กับเพื่อนร่างเล็กสมองทึบ ที่นั่งถูปืนใหญ่อยู่ข้างๆ

“เหม่ออยู่ได้ ทำไม? เพิ่งมาคิดเป็นห่วงเขาตอนที่เขาไปแล้วล่ะสิ เฮ้อ~~นายนี่นะ” คนหัวโล้นเอ่ยพร้อมส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา คาเนกินั่งฟังนิ่งๆก่อนจะเอ่ยขอโทษขอโพยให้เล็กน้อย “ฮะๆ โทษที”

“ฉันได้ยินมาว่ามีคนเข้าทีมสำรวจเพิ่ม เพราะเรื่องที่เอเรนพูดเมื่อวานด้วยล่ะ” นีน่าหญิงสาวตัวเล็กผมสีดำผูกแกะต่ำๆไว้ข้างคอเอ่ยขึ้น เธอเดินมาข้างๆเอเรนก่อนจะเอ่ยต่อ “เอ~~รู้สึกหนึ่งในนั้นจะมีโคนี่ด้วยนะ”

“หนวกหูน่า เรื่องที่ฉันเข้าทีมสำรวจน่ะฉันตัดสินใจเอง!” เขาเงยหน้าขึ้นเถียงใบหน้าเกิดริ้วสีแดงขึ้นน้อยๆ ก่อนที่โทมัสจะมาร่วมวงสนทนาด้วย

“อย่าอายไปเลยน่า ไม่ใช่นายคนเดียวหรอก” เอเรนผู้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากเปลี่ยนใจ ส่งสายตาซึ้งใส่ทุกคนรอบกายเมื่อทุกคนเริ่มกลับไปสนใจงานเหมือนเดิม เขาก็ยืนหันหน้าเข้าหาเมืองไปพร้อมกับกำลังใจที่พุ่งเต็มพิกัด คาเนกิเห็นแบบนั้นจึงหันมาสนใจทำความสะอาดปืนใหญ่ต่อ

ผ่านมาแล้ว 5 ปี ไม่ว่ายังไงมนุษยชาติก็จะต้องได้รับเกียรติยศกลับคืนมาการต่อสู้มันหลังจากนี้ต่างหาก!! คิดจบแววตาที่มุ่งมั่นนั้นก็หันกลับมาสนใจงานต่อ แต่สนใจได้ไม่นานนักก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมกับใบหน้าใหญ่ยักษ์ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่ว

“ไททันมหึมาบุกมาแล้ว!!

การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว



***ตอนพิเศษไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลัก แต่งขึ้นเพียงแทนคำขอบคุณเท่านั้นJ

Special Chapter 1: Hinami & Kaneki

When love is in your heart you’re happy doing the simple chores of life.
เมื่อคุณมีรักในหัวใจ แม้เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันก็สามารถทำให้คุณมีความสุขได้

 

สีชมพูเป็นตัวแทนแห่งความรักที่น่าทะนุถนอม

                Hinami talks

                หลายวันแล้วสินะที่ฉันไม่ได้คุยกับพี่ชายเลย

ฉัน ฟูเองุจิ ฮินามิ ไม่ได้เป็นพี่น้องทางสายเลือดของพี่ชายหรือ คาเนกิ เคน แต่อย่างใด แต่เพราะความสนิทและความรู้สึกตอนฉันอยู่กับเขานั้นอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว ฉันจึงเรียกเขาแบบนั้นแทนที่จะเรียกชื่อเขาตรงๆ

                หลังจากพี่ชายกลับจากภารกิจครั้งล่าสุดเขาก็ดูซึมเศร้าและเหม่อตลอดเวลา ด้วยประสาทการรับเสียงที่ดีมากของฉันจึงทำให้ฉันเผลอได้ยินบทสนทนาของคุณทสึกิยาม่าเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากที่ฉันฟังจับใจความมาได้ก็คือพี่ชายไปบุกฐานของคาโน่มาและเผลอไปทำร้ายคุณบันโจโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงเป็นเหตุให้พี่ชายซึมแบบนี้

                ตัวเขาได้เลือกเดินในเส้นทางสีเลือดที่มีแต่การฆ่าฟันไปแล้ว จะทำอย่างไรก็ทำให้เขากลับมาไม่ได้แล้ว ในส่วนนี้ฉันรู้ดีแต่อย่างน้อยแค่ได้ปลอบประโลม ได้คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆเขาก็ยังดี

และนี่จึงเป็นเหตุให้สองเท้านำพาตัวฉันมายังหน้าประตู

ประตูที่เป็นห้องนอนชั้นบนของพี่ชาย ฉันหายใจเข้าลึกๆวันนี้จะเป็นวันแรกในรอบหลายวันที่ฉันจะคุยกับเขาและฉันก็จะทำให้เขาหายเศร้าให้ได้เลย!

แอด

สิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังบานประตูช่างผิดคาด พี่ชายที่เศร้าหมองกำลังนั่งอ่านหนังสือบนเตียง มุมปากยกขึ้นนิดๆเหมือนกำลังสนุก เมื่อเห็นว่าบรรยากาศไม่น่าอึดอัดฉันจึงตัดสินใจเรียกพี่ชายด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างทุกครั้ง ส่งผลให้เขาเงยหน้าจากหนังสือในมือแล้วมองฉันทันที

“ฮินามิจัง” เขาเรียกชื่อฉันพร้อมกับปิดหนังสือทันที ใบหน้าที่ประดับยิ้มอ่อนๆนั้นทำให้ใจฉันชื้นขึ้นเป็นกองหลังจากที่แห้งเหี่ยวมานานหลายวัน พอดวงตาฉันเหลือบไปเห็นปกหนังสือปุ๊บก็อดอุทานออกมาไม่ได้นั่นมัน! หนังสือของทาคัตสึกิ เซ็น!!! “โอ้ว!!!!!!

“อ่านเล่มนั้นอยู่เหรอคะ?! ชายกลับหัวแห่งมากุ?...” ฉันที่เริ่มเปิดประเด็นพูดคุยเรื่องหนังสือชะงักไปน้อยๆเมื่อเจอคำที่ไม่คุ้น พี่ชายยิ้มบางๆอย่างขำขันก่อนจะอ่านคำๆนั้นให้ฟัง “แม็คกัฟฟิน”

 “แม็คกัฟฟิน คืออะไรหรือคะ?” ฉันถามต่อเมื่อคำที่พี่ชายเอ่ยมาเป็นคำที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาหลับตาลงนึกสักพักก่อนจะแปลออกมาอย่างง่ายๆพร้อมยกตัวอย่างให้ฉันฟังต่อทันที “มันเป็นอุปกรณ์เล็กๆที่ใช้ดักฟังน่ะ เช่น เวลาโจรจะไปขโมยของจากตู้นิรภัยหรือเวลาสายลับดักฟังข้อมูลจากกองทัพน่ะ”

ถ้าให้พูดตามความจริงสาเหตุอีกข้อที่ฉันชอบอยู่กับพี่ชาย ก็เพราะว่าเขาเป็นคนชอบหนังสือ รู้คำศัพท์เยอะเหมือนกูเกิ้ลแปลภาษาประจำตัวแถมสอนเข้าใจง่ายด้วยล่ะ!

“เห็นว่ามีงานแจกลายเซ็นด้วยคนขียนจะเป็นคนแบบไหนกันนะ” ฉันพูดขึ้นมาลอยๆ พี่ชายหลุบตาลงต่ำรอยยิ้มหายไป นี่ฉันไปพูดแทงใจดำเขาเข้ารึเปล่าเนี่ย!ต้องรีบกู้สถานการณ์ด่วน! “อะเอ่อพี่

“อยากจะไปไหมล่ะ?” คำถามของพี่ชายพุ่งขึ้นขัดคำพูดของฉัน เมื่อฉันจับใจความได้ก็ตาเบิกโพลงอย่างดีใจบวกกับแปลกใจ นี่พี่ชายกำลังจะพาฉันไปข้างนอกงั้นเหรอ? เดี๋ยวๆนี่ฉันควรมาทำให้เขาสบายใจขึ้นนะไม่ใช่ให้มาดูแลเด็กอย่างเธอ ฮินามิ! “ตะ แต่พี่ชาย

“ฉันอยากจะไปเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยน่ะจะไปด้วยกันไหม?” สรุปพี่ชายคิดจะดักทางฉันสินะ โอเคๆงั้นไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว!!! ตอบรับทันควัน

“อื้อ!!

 

ตอนนี้ฉันกำลังเดินไปงานแจกลายเซ็นของนักเขียนนามว่า ทาคัตสึกิ เซ็น ฉันดีใจมากๆเลยแต่ก็ไม่เท่ากับที่ได้ออกมาเดินกับพี่ชายหรอกนะ!

ฉันเดินขนาบข้างเขาส่วนสูงของฉันอยู่แค่ประมาณไหล่เขาเองล่ะ ฮือ~รู้สึกเตี้ยจังค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะไหล่กว้างๆนั่นกับความเป็นมิตรที่เขามีให้กับฉันก็ได้ จึงทำให้ฉันไม่รู้สึกอึดอัดที่จะอยู่กับเขาสองต่อสอง ทั้งยังอยากอยู่ใกล้ๆตลอดด้วย

“นานแล้วนะคะที่เราไม่ได้ออกมาเดินเล่นด้วยกันแบบนี้” ฉันพูดพลางนึกถึงวันเก่าๆที่อันเทกุ ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่ชายคนนั้นจะเป็นคนเดียวกับคนข้างฉันตอนนี้

“อา” เขาตอบสั้นๆ มือที่แกว่งไปแกว่งมาข้างๆตัวเขามันทั้งใหญ่และดูอบอุ่นสุดๆ ถ้าฉันขอจับมันเขาจะว่าไหมนะ? คนที่นี่ก็ค่อนข้างเยอะเขาคงไม่คิดมากหรอก

“พี่ชาย” ฉันตัดสินใจใช้ความกล้าทั้งหมดเรียกให้เขาหันมาสนใจ เขาขานรับในลำคอเบาๆพร้อมกับหันหน้ามามองฉันด้วยท่าทางสงสัย

“ขอจับมือหน่อยได้ไหมคะพอดีว่าคนมันเยอะน่ะ” ระหว่างถามรู้สึกหน้าร้อนๆยังไงก็ไม่รู้แต่พอเห็นมือใหญ่ที่ยื่นมาข้างหน้าพร้อมกับใบหน้าของพี่ชายที่ยิ้มระรื่นแล้ว ความกังวลเมื่อกี้ก็หายไปหมดมือของฉันรีบคว้ามือตรงหน้าไว้แล้วออกตัวเดินต่อทันที

วันนี้ฉันมีความสุขจริงๆ

มีความสุขจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ไปนานๆเลยล่ะค่ะ!

 

เพราะ พลังแห่งความสุขรึเปล่านะที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ามาถึงที่นี่เร็วกว่าที่คิด ในงานแจกลายเซ็นมีคนมากหน้าหลายตาอยู่ในงานแต่กลับถือหนังสือเล่มเดียวกันหมดจนฉันอดสงสัยไม่ได้ แต่ความสงสัยที่อยากรู้เรื่องนักเขียนมีมากกว่าจึงตัสินใจถามพี่ชายออกไป

“นี่พี่ชาย คุณทาคัตสึกิ นี่เป็นคนยังไงเหรอคะ”

“ก็~ฉันเคยเห็นคอลัมนิตยสารของเธอ เธอเป็นคนที่สวยมากเลยล่ะ” พูดถึงตรงนี้พี่ชายก็เว้นช่วงไป อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่าฉันกำมือเขาแน่นขึ้นก็ได้

ไม่ชอบ

ไม่ชอบที่พี่ชายชมผู้หญิงอื่นเลย

“ถึงคนบางส่วนจะชอบที่หน้าตาของเธอแต่ส่วนตัวแล้ว ฉันชอบที่หนังสือของเธอมากกว่า” พูดจบมือที่กำแน่นก็คลายลงอย่างน่าประหลาด ฉันรู้สึกว่าไฟที่เคยครุกกรุ่นในอกกำลังมอดลง

“สายแล้วๆ” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆที่วิ่งผ่านตัวฉันกับพี่ชายไปอย่างเร่งรีบ เธอนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมพนมมือกล่าวขอโทษแฟนๆอย่างเหนื่อยๆ

หัวของเธอกระเซอะกระเซิงเหมือนไม่เคยได้สระ แต่ก็ดูติสเมื่อมันอยู่บนหัวของเธอ ส่วนหน้าตาของเธอก็สวยจริงๆนั่นล่ะ อย่างที่พี่ชายบอกเลย

ระหว่างที่ฉันกับพี่กำลังนั่งรอคิวเข้าขอลายเซ็นจากนักเขียน ด้วยเก้าอี้ที่เหลือน้อยและไม่มีเหลือว่างแบบเป็นคู่พี่ชายเลยอนุญาตให้ฉันนั่งบนตักเขาได้บอกเลยอายแรงค่ะ -///-

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ที่ฉันต้องนั่งบนตักของเขา ฉันรู้สึกเกรงใจเขานะแต่เขาคงไม่ยอมให้ฉันห่างสายตาเขาแน่ๆเดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหาซะเปล่า จึงยอมทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง

“คนต่อไปเชิญค่า~” เมื่อถูกเรียกพี่ชายและฉันก็เดินจูงมือกันเข้าไป นักเขียนหน้าสวยมองมาที่เราสองคนอย่างจับผิดก่อนจะพูดทักเสียงหวานจ๋อย

“เป็นคู่ที่น่ารักนะแต่ฉันสัมผัสได้ถึง กลิ่นอันตราย จากพวกเธอ” อื้อหือหน้าร้อนเลยค่ะ นี่เธอกำลังคิดว่าเราเป็นแฟนกันด้วยล่ะ รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปเลย

“อ่ะ ไม่ใช่หรอกครับเราไม่ใช่แฟนกัน” พี่ชายพูดตามมารยาทแต่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ นี่สินะที่เขาพูดกันว่า เพื่อน พูดเบาๆก็เจ็บอะไรนั่นน่ะ อย่างน้อยพี่ชายบ้าจี้เล่นตามเขาบ้างก็ได้ TT

“ชื่อล่ะ จะให้ฉันเขียนถึงใคร”

“เอ่อฟุยฮินามิค่ะ” ฉันตอบอย่างเก้ๆกังๆ ฉันไม่เคยมางานแบบนี้มาก่อนเลยตื่นเต้น เกือบหลุดพูดชื่อเต็มแล้วไหมล่ะ

“ฟุยฮินามิ?” เขาทวนชื่อที่ฉันบอกไปเมื่อชื่อมันค่อนข้างแปลก

“ฮฮินามิค่ะ”

“ฮินามิจังอายุเท่าไหร่เหรอ” เธอเริ่มชวนคุย

14 ค่ะ”

“ว้าว ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันมีแฟนหนังสืออายุน้อยขนาดนี้”

“มแม่ชอบอ่านน่ะค่ะ แหะๆ” โอ้ยควบคุมให้พูดแบบไม่สั่นไม่ได้เลยค่า

“แล้วคุณพี่ชายล่ะ” ก่อนที่เวลาจะหมดเธอก็หันไปสนใจพี่ชายต่อ

“คาเนะ จากวันศุกร์แล้วก็กิ จากวันพฤหัสน่ะครับ คาเนกิ” พี่ชายพูดอย่างคล่องแคล่ว สงสัยจะมางานแบบนี้บ่อยแฮะ

“แล้วนั่นย้อมผมเหรอ!!??” เธอตะโกนถามพี่ชายอย่างตกใจเมื่อเหลือบมาเห็นเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์ของเขา ฉันล่ะใจหายเลยนึกว่าเรื่องใหญ่อะไร -*-

“ปล่าว มันเป็นเองอ่ะครับคือ” พี่ชายพยายามหาข้ออ้างมาพูด แต่ท่าทางเงอะๆงะๆนั่นทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้เลยล่ะ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ชายมีสกิลการโกหกติดลบขนาดนี้

“ฮ้า!!! เป็นเอง??!!!” คุณนักเขียนตกใจใหญ่ แหมๆพี่ชายถ้าพี่ยอมอือออตามนางเรื่องก็จบแล้วค่ะ

“เอ่อจะว่าไงดีล่ะ…555” พี่ชายเปลี่ยนมาเป็นหัวเราะแห้งเมื่อนึกหาคำพูดมาหักล้างความคิดเธอไม่ได้ คุณทาคัตสึกิเห็นท่าไม่ดีจึงเปลี่ยนเรื่องไปทันที

“นี่เริ่มอ่านหนังสือของฉันตั้งแต่เล่มไหนเหรอ”

“ก็ตั้งแต่เล่มแรกน่ะครับ แด่คัฟฟาที่รัก น่ะครับ ผมยังอ่านนิยายสั้นทุกเรื่องของคุณด้วยนะครับ” พี่ชายตอบท่าทางดูสดใสสุดๆไปเลยล่ะ เหมือนเขาจะคุยถูกคอกับนักเขียนน่าดูหาเรื่องคุยยาวเหยียดจนฉันมึนเลยค่ะ จับใจความไม่ทันนี่พี่ชายอ่านหนังสือเล่มเดียวกับฉันหรือเปล่า ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยอ่ะ

แต่พอเห็นท่าทางกำลังสนุกของเขาแล้ว

ก็ไม่กล้าเข้าไปขัด

 

เมื่อเวลาในการพูดคุยกับแฟนๆจบลงพี่ชายก็กลับมาจูงมือฉันเหมือนเดิม เขาเดินนำไปที่ลิฟตัวเดิมที่เราขึ้นมาชั้นนี้ ใบหน้าที่ยังเปื้อนยิ้มจางๆนั้นทำให้ฉันอดทักเขาไม่ได้ นี่เขาจะรู้ตัวรึเปล่าว่ามีความสุขแค่ไหน

“นานแล้วนะคะที่ไม่ได้เห็นพี่ชายมีความสุขแบบนี้”

“เอ๋จริงเหรอ” นั่นไงไม่รู้ตัวจริงๆด้วย แต่ฉันก็ชอบนิสัยส่วนนี้ของเขานะ

ดูน่ารักดี

แต่พอเห็นพี่ชายคุยอย่างสนิทสนมกับคุณทาคัตสึกิแล้ว ฉันอดคิดไม่ได้เลยแฮะว่าบางทีพี่ชายอาจจะแอบปลื้มเธอแบบไม่รู้ตัวเหมือนที่มีความสุขแบบไม่รู้ตัวอย่างงี้รึเปล่า คิดแล้วอารมณ์เสียเลยค่ะ

“พี่ชายชอบคุณทาคัตสึกิเหรอ?” ฉันตัดสินใจถามเขาออกไปเมื่อเราทั้งคู่เดินมาถึงหน้าลิฟ เมื่อพี่ชายกดเรียกลิฟแล้วก็หันมาเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยใส่ฉันก่อนจะถามกลับมา “ทำไมถามอย่างงั้นล่ะ”

“ก็พี่ชายดูมีความสุขที่ได้คุยกับเธอ” ฉันว่าไปตามจริงสองเท้าก้าวขึ้นลิฟเมื่อประตูของมันเปิดออก พี่ชายได้ยินก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจนี่ฉันไม่ตลกนะคะ!

“อะไรกัน ฉันน่ะมีความสุขทุกครั้งที่คุยเรื่องหนังสือไม่ว่ากับใครก็ตามนั่นล่ะ” พูดจบใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นก็หันมามองหน้าฉัน แต่ที่พี่ชายพูดก็ถูกนะนี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย

“อีกอย่างฉันน่ะไม่ชอบสาวใหญ่หรอกนะJกรีดร้องค่ะ ดาเมจแรงเกินไป ขอโทษค่ะพี่ชายหนูผิดไปแล้ว หนูจะไม่คิดไปเองแล้วค่า

 

ตึก ตึก ตึก

แดดที่ส่องลงมาของเวลาในช่วง 4 โมงเย็นทำให้ฉันเห็นเงาตัวเองกับของพี่ชายที่สะท้อนกับพื้นปูนตลอดทางเดิน เงาที่ถูกเชื่อมกันด้วยมือที่จับกันไว้อย่างแนบแน่นนั้นทำให้ใจฉันสงบและอุ่นมาก สองเท้าของฉันที่ก้าวไปพร้อมๆกับพี่ชายยิ่งทำให้ฉันมีความสุขไปใหญ่ ฉันคิดนะว่า

อยากจะเดินเคียงข้างเขาแบบนี้ตลอดไป

อยากจะอยู่ดูแลรอยยิ้มของเขาตลอดไป

อยากจะกุมมือนี้ไว้ตลอดไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด

ดวงตากลมโตของฉันเหลือบขึ้นมองพี่ชายที่ตัวสูงกว่าฉันถึง 1 ศรีษะ ปากยกยิ้มอย่างปลื้มปริ่มใจ วันนี้เป็นวันธรรมดาไม่พิเศษแต่กลับทำให้ใจฉันพองโตได้ถึงขนาดนี้ เพียงแค่มีเขา โลกทั้งใบก็กลายเป็นสิ่งสวยงาม

“ซื้อหนังสือหน่อยไหม” เขาเอ่ยปากถามฉัน ใบหน้าหันมาส่งยิ้มให้กับฉันเหมือนทุกที

“พี่ชายไม่ค่อยมีเงิน หนูไม่ซื้อดีกว่า” ฉันพูดหยอกล้อเขา พี่ชายได้ยินก็หันมามองหน้าฉันเขม็งสงสัยจะโกรธที่ฉันหาว่าเขาจนล่ะ

“อะไรกัน ฮินามิจัง งั้นไปซื้อเดี๋ยวนี้เลยเดี๋ยวฉันซื้อให้!” น้ำเสียงของเขาดูหงุดหงิดสุดๆไปเลย เขาเดินฉุดฉันเข้าไปในร้านหนังสือข้างทางทันทีที่พูดจบ แหม~~พี่ชายสายเปย์

“เธอต้องอยู่คนเดียวมาตลอดนั่งอ่านหนังสือเล่มซ้ำๆฉันอยากให้เธอซื้อหนังสือเล่มใหม่ไปอ่านบ้าง” พี่ชายสารภาพความจริงออกมาน้ำเสียงดูรู้สึกผิด เพราะพี่ชายไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันจึงต้องอยู่คนเดียว

“เข้าใจแล้วค่ะ พี่ชายไปดูหนังสือที่อยากได้เลยก็ได้นะ” ว่าจบพี่ชายก็ส่งยิ้มให้อีกทีก่อนจะเดินไปที่ชั้นหนังสือประเภท ดาร์กแฟนตาซีบ้าง ดราม่าบ้าง สืบสวนบ้าง อื้อหือพี่ชายนี่สายดาร์กของแท้เลยนะเนี่ยทั้งที่หน้าตาออกจะมุ้งมิ้ง -///-

ฉันไล่สายตาอยู่กับชั้นหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนสักพักก็กวาดสายตาไปป๊ะกับหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่ง เป็นนิยายแนวรักหวานแหววซะด้วย แต่มันคงไม่สะดุดตาฉันนักถ้าบทนำของเรื่องมันไม่ได้ตรึงใจฉัน

เมื่อคุณมีรักในหัวใจ แม้เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันก็สามารถทำให้คุณมีความสุขได้

 

6 โมงแล้วตอนนี้เราคงจะได้กลับบ้านจริงๆแล้วล่ะ ฉันยังอยากเก็บเกี่ยวเวลาที่ได้อยู่กับพี่ชายไว้อีกจัง ดวงตาของฉันมองไปที่ถุงกระดาษที่ใส่หนังสือเล่มหนึ่งไว้ซึ่งเป็นของฉัน พี่ชายไม่ซื้อเพราะเขาไม่มีเวลาอ่าน

“ขอบคุณนะคะ” ฉันพูดเสียงแผ่ว เวลานี้มีแต่แสงไฟจากหลอดไฟเท่านั้นที่ให้แสงสว่างดังนั้นเขาคงไม่เห็นริ้วแดงๆที่แก้มฉันหรอก

“หืม เรื่องอะไรเหรอ” เขาถามกลับมาพร้อมหยุดก้าวเดิน ใกล้ถึงที่กบดาลของฉันกับพวกพ้องแล้วที่นี่จึงไม่มีคนเดินผ่านไปมาเลยสักคน

“ทุกเรื่องเลยค่ะ” ฉันพูดสั้นๆพี่ชายพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินต่อแต่ก็ต้องหยุดเพราะฉันไม่ยอมเดินตามเขา “หนูมีความสุขมากๆเลยล่ะค่ะ ที่วันนี้พี่ชายมีเวลาพาหนูไปเดินเล่น”

“อืม ฉันก็มีความสุขนะ” พี่ชายตอบกลับมาพร้อมยิ้ม มันดูเจิดจ้ามากเลยเมื่อยิ้มนั้นมันอยู่บนใบหน้าของเขา ฉันปล่อยมือของเขาก่อนจะเดินไปข้างๆและโอบกอดเขาเอาใบหน้าซุกไปที่อกแกร่งๆของเขา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฉันชอบใช้พักพิงเป็นประจำ

“ฮินามิจัง?” อย่าว่าแต่เขาที่งงเลยขนาดฉันก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร

รักนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบาขนาดมดยังไม่ได้ยินเลยมั้ง พี่ชายนิ่งไปก่อนจะยกมือโอบฉันตอบ

“หนูอยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ พี่ชายสัญญานะ ว่าพี่ชายจะไม่ทำให้หนูเป็นห่วงแบบครั้งนี้อีก” พี่ชายครางรับในลำคอ งานที่เขาต้องทำมันเสี่ยงต่อชีวิตมากไม่รู้วันไหนอาโอกิริจะมาเอาตัวเขาไปรวมถึงพวกโดฟด้วย ดีนะครั้งนี้พี่ชายแค่ทำร้ายพวกเดียวกันไม่ได้เป็นฝ่ายถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ

“อืมเข้าใจแล้ว ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง” ว่าจบเราทั้งสองก็ผละออกจากกันกลับมาจูงมือกันเหมือนเดิมก่อนจะเดินกลับแหล่งที่พัก แต่ก่อนจะได้เข้าที่ๆเสมือนบ้านพี่ชายก็หยุดชะงักไปก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยใบหน้าประดับยิ้มอบอุ่นอีกครั้ง แต่เพิ่มเติมที่พี่ชายดูมีความสุขกว่าทุกที

รอยยิ้มแบบนั้นฉันขอเก็บไว้คนเดียวได้ไหมนะ?

“ที่พูดเสียงเบาๆนั่นน่ะฉันได้ยินนะและฉันก็ชอบให้เธอพูดมากๆด้วยล่ะ พอได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนกำลังใจพุ่งจนทะลุปรอทเลย~~” พอพี่ชายพูดจบหน้าฉันก็เห่อร้อนขึ้นมาทันที อะไรกันฉันว่าฉันพูดเบามากๆเลยนะแถมยังเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วย พี่ชายหูดีไปแล้ว~~

“พี่ก็ รัก ฮินามิจังนะ เพราะงั้นอย่าทำให้พี่เป็นห่วงด้วยเหมือนกัน” ว่าจบเขาก็เดินเข้าบ้านไปหน้าตาเฉย ฉันที่เดินตามเขาเข้าไปรู้สึกเหมือนสมองลัดวงจรไปแล้วล่ะพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

พี่ชายบอกรักฉันครั้งแรก!!!! ไม่รู้อ่ะบอกในฐานะอะไรก็ช่าง! ฮรือ~~~~~ ไม่ไหวแล้วอายมากจนหน้าร้อนไม่ออกแล้ว พี่ชายพูดโดยไม่เขินได้ไงเนี่ย หน้าพี่จะหนาเกินไปแล้ว!!!

 

เมื่อคุณมีความรักในหัวใจ

แม้เรื่องธรรมดาในชีวิตก็สามารถทำให้คุณมีความสุขได้

อืมก็คงงั้นมั้ง ขนาดฉันยังมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่ชายเลยนี่

Fin.



ช่วงทอร์ก(คำถาม+บ่น)

อื้อหือเว่อวังอลังการดาวล้านดวง

ตอนนี้ยาวมากกกกกก

ตอนหลัก 9 หน้า ตอนพิเศษ 9 หน้า รวมกันเป็น 18 หน้า อื้อหือ

ไม่น่าล่ะทำไมแต่งตั้งนานไม่จบสักที 555

เป็นไงชอบกันรึเปล่า เอ่ยยยยย

ตอนพิเศษหวานหยดไหม 555

คำถามก็คือ

ไรท์แต่งโรแมนติกดูเป็นอย่างไงบ้างคะ

ในตอนพิเศษตัวละครหลุดคาแรคเตอร์ไหม

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

เจอกันตอนหน้าพร้อมกับความมันส์

และตอนพิเศษ ฮิเดะ คาเนกิ ค่ะ

ด้วยรักจากไรท์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #459 Kasegawa Run (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 02:03
    หูยยย ไรต์เขียนอิงตามมังงะหรอคะ ไม่ได้อิงตามอนิเมด้วย คืออ่านมาส่วนใหญ่อิงตามอนิเมะอะเลยแบบงงๆ(เพราะในอนิเมะมันงงๆอยู่แล้ว555)ไม่คิดว่าจะมีคนอิงมังงะด้วยย!!
    #459
    1
    • #459-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      8 กรกฎาคม 2560 / 12:44
      หมายถึงอะไรอ่ะ โตเกียวน่ะเหรอจ้ะ ถ้าโตเกียวยึดตามมังงะจริงจ้า แต่ถ้าไททันตามเมะค่ะ(แค่ตอนแรกๆเท่านั้นแหละ หลังๆเดี๋ยวก็แหวกแล้วค่ะ 555)
      #459-1
  2. #348 ployjabb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 11:31
    เอลวินกับคาเนกิเวลาสองคนมันกัดฮามากก. >o<
    #แต่สำหรับเรานะชอบคู่คาเนกิโทวกะมากกว่า
    #348
    2
    • #348-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      6 พฤษภาคม 2560 / 20:59
      แต่เราว่าเครียดมากกว่า เฮ้อมมมมม
      #348-1
    • #348-2 Nuu_PaoL(จากตอนที่ 10)
      10 กรกฎาคม 2562 / 08:29
      เรือบาปไหม? ต่อเรือเลยไหม? ขึ้นเรือเลยไหม? ปะ!
      #348-2
  3. #310 Acnologia0109 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 15:08
    รู้สึกอย่างเดียวคือตอนนี้สนุกมากกกกกก อ่านทีนี่หัวใจทลักเลย555
    #310
    1
    • #310-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:57
      หัวใจทลัก!อื้อหือ โหดไปไหนคนดี
      #310-1
  4. #309 กาส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 19:02
    รู้สึกฟินเนื้อเรื่งหลักแปลกๆอ่ะ คาเนก็ดูเป็นคนเข้าใจคนอื่นดี นุ้งเอเรนก็ซึนนน อยากเป็นมิคาสะอ่ะ//-// ชอบบบบ
    #309
    1
    • #309-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:57
      แหนะๆจิ้นอ่ะดิ้ๆ555
      #309-1
  5. #308 kookiooo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 13:56
    จะรอ จะร้อ จาาารอออ~~ เธอ~~
    พ.ศจะเปลี่ยน~~ หมุนเวียนก็ช่างพ.ศ~ ร้ออออ...รอออออ
    #308
    1
    • #308-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:56
      เพิ่งกี่วันเองคุณเธอยังไม่ถึงเดือนเลย...
      #308-1
  6. #307 Fxena (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:55
    รู้สึกฮินามิหลุดมาก5565
    #307
    1
    • #307-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:56
      เจงอ่าาาาา 555(ไรท์จงใจ)
      #307-1
  7. #306 malefactor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    สุดยอดมากค่าาาาาา( า ซักล้านตัว)
    รอต่อไปนะค่ะ ทั้นเนื่อเรื่องหลักทั้ง ตอนพิเศษเลยค่ะ😁😁
    ปล.แต่งได้ดีมากเป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #306
    1
    • #306-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:55
      ขอบคุณค่า รักส์เลยยยย
      #306-1
  8. #305 malefactor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    สุดยอดมากค่าาาาาา( า ซักล้านตัว)

    รอต่อไปนะค่ะ ทั้นเนื่อเรื่องหลักทั้ง ตอนพิเศษเลยค่ะ😁😁

    ปล.แต่งได้ดีมากเป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #305
    0
  9. #304 w'wi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 17:11
    เอลวินรู้อะไรมาน่ะ?
    #304
    0
  10. #303 MoePunCH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:56
    อ้ากกก~~เรือเรือลงครึ่งขาเเล้ววว
    รอคู่ต่อไป ฟฟฟ
    #303
    1
    • #303-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:55
      แค่ตอนพิเศษเองค่า ใจเย็น(เน้นๆ)ตอนพิเศษไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักนะตัวเธอว์~แต่ถ้าอยากจิ้นก็เชิญจ้า เพราะไรท์ไม่ได้กำหนดอยู่แล้วว่าใครคู่ใคร
      #303-1
  11. #302 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:17
    เอลวินรู้เรื่องอะไรอ่าาา
    #302
    1
    • #302-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:52
      เดี๋ยวก็เฉลยค่ะ รอปายยยย
      #302-1
  12. #301 ChubbyOwl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:03
    เอลวินกับคาเนกิตะตีกันตานในสักวันไหมน้า

    ฮิเดะ~~~ สามีหลวงของคานากิเรา ฮะๆๆ
    #301
    1
    • #301-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:52
      หา~~สามีหลวง???? 555
      #301-1
  13. #300 Angel_four612 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 13:47
    ฮินามิจางงงงงง
    เค้ารอตอนต่อไปนะคะ
    สู้จะสนุกมากเลย
    #300
    0
  14. #299 mikazu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 12:47
    ชักอยากให้คาเนกิคู่กับฮินามิจังแล้วสิ หนูฮินามิต้องมาโลกไททันให้ได้น้าา~!
    #299
    0
  15. #298 เบนซ์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 11:46
    ไม่ค่อยได้เข้ามาเม้นเลยอ่า เพราะต้องซ้อมบอลแข่งกีฬาเทศบาลที่กำลังจะถึง+งานพิเศษ ไม่ว่ากันนะค่ะ ^^"

    มาอัพไวๆน่าาาาาา
    #298
    1
    • #298-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      1 พฤษภาคม 2560 / 11:53
      จ้าๆ หนูเบนซ์เด็กนักกีฬา 555
      #298-1
  16. #297 Angel_four612 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 17:32
    สนุกมากเลยค่ะอ่านรวดเดียวจบเลยมาเม้นตอนนี้ยังทันป่ะเนี้ย5555
    เราอยากให้โทวกะจังทะลุมิติมาจังเลยค่ะ โทวกะจวางงงงงงงง~ ฉันรอเธอที่ทางช้างเผือกนะ
    #297
    1
    • #297-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      30 เมษายน 2560 / 20:12
      จริงอ่ะ ตู้หูปลื้มค่ะ ปลื้ม
      #297-1
  17. #295 Preem (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 17:20
    1.ตัวอักษรขนาดกำลังดีเลย

    2.พวกย่อหน้าอ่านง่าย

    3.เนื่อเรื่องดีมากกกกกก

    4.การใช้ภาษา สำหรับเรานะ อินมากกกกก

    5.ตัวละครไม่ค่อยหลุดนะ

    6.ถึงมีคำผิด เราไม่แคร์ค่ะ

    #สู้ๆน้าาา
    #295
    0
  18. #293 คนธรรมดา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:51
    อืม..

    1.ตัวหนังสือ ไม่เล็กน่ะเจ้าค่ะ กำลังพอดีเลย

    2.ย่อหน้า..น้อยไปหน่อยน่ะเจ้าค่ะ อ่านแล้วตาลายนิดหน่อย

    3.เนื้อเริ่องกำลังดำเนินไปได้สวยเลยเจ้าคะ อ่านแล้วลุ้นตาม

    4.โดยส่วนตัว ชอบการบรรยายแบบของไรท์ เลยไม่มีปัญหาอะไรเจ้าคะ

    5.ขอชมตรงนี้เลยเจ้าคะ นิสัยของตัวละคร ไรท์ดึงมาได้เหมือนมาก เก่งสุดๆไปเลยเจ้าค่ะ

    6.คำผิดเหรอเจ้าค่ะ ไม่ค่อยมีน่ะ

    #หวังว่าไรท์จะมาอัพบ่อยๆน่ะเจ้าค่ะ รออยู่น้าา
    #293
    1
    • #293-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      30 เมษายน 2560 / 20:11
      มาแล้วๆ
      #293-1
  19. #292 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 09:18
    รอฉากคาเนกิสู้
    #292
    0
  20. #291 w'wi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 06:27
    รอค้าาาาา
    1.ตัวอักษรคือเราไม่รู้ว่าเล็กไปไหมเพราะอ่านในแอปค่ะ
    2.ย่อหน้าก็อ่านง่ายอยู่นะค่ะ
    3.ดำเนินเนื้อเรื่องก็กำลังดีเลยค่ะ ไม่ช้าเกินไป ไม่เร็วเกินไป
    4.คำผิดก็ไม่ค่อยมีนะค่ะ
    #291
    1
    • #291-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      30 เมษายน 2560 / 20:11
      เย้!!! ดีใจจุง TT
      #291-1
  21. #290 sanake (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 00:43
    ถ้าทสึยามะมาโลกนี้อยากให้หนูกิถีบต้อนรับด้วยความรัปจังค่ะ(?)
    #ตัวอักษรไม่เล็กไปกําลังดีค่ะ
    #ย่อหน้าได้ดีค่ะมันดูอ่านง่ายดีค่ะ
    #คำผิิดไม่รู้สิเราไม่ค่อยเเคร์อยู่่่แล้ว
    รวมๆแล้วกำลังดีค่ะแต่งต่่อไปนะค่ะอย่าทิ้งกันน้าาาา

    #290
    1
    • #290-1 Toony03(จากตอนที่ 10)
      30 เมษายน 2560 / 20:10
      ไม่ทิ้งอยู่แล้วล่ะ
      #290-1
  22. #289 shion- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:06
    เราอ่านในแอปคิดว่าตัวหนังสือการจัดก็ค่อนข้างดีนะคะ รวมๆก็โอเคเลย
    #289
    0
  23. #288 Ne'novssaffdet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:56
    ดีแล้วคับ แต่ตรงดำเนินนี่ดูเหมือนจะช้าไป เพราะยังไม่เห็นฉากคาเนกิฆ่าไททันเลยย
    #288
    0
  24. #287 UNLUCKYCAT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:41
    เมื่อไรกิจะออกไปฆ่าไททันละลูก....อย่าเห็นกิฆ่าไททันนนนนนนน..แอ๊ค//โดนฆ่าตายอย่างปริศนา?
    #287
    0
  25. #286 Karen_zaza(Renny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:29
    โดยรวมแล้วดีหมด แต่ตาลายนิดนึงเรื่องเว้นบรรทัด เรื่องขนาดตัวอักษรไม่มีปัญหาเพราะเราอ่านในแอป เรื่องขนาดเราปรับได้อยู่แลัว...แต่ความจริงอ่านในแอป เรื่องเว้นบรรทัดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่(??เอ๊ะยังไง!!?)

    #โดยรวมดีแล้ว อ่านง่าย...
    #เนื้อเรื่องเราว่ากำลังไปเรื่อยๆ ไปได้สวยนะ
    #เรื่องคำผิดสำหรับเราไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลยยยย(เพราะเรามักพิมพ์นิยายในโทรศัพท์ คำผิดเยอะกว่าเรื่องนี้อีก555)
    #ภาษาไม่วกวน เข้าใจง่าย^^

    #กลิ้งตกเตียงรอตอนต่อไป...TT
    #286
    2
    • #286-1 Karen_zaza(Renny)(จากตอนที่ 10)
      28 เมษายน 2560 / 22:30
      #ลืมบอก ย่อหน้าก็ใช้ได้^^
      #286-1
    • #286-2 Toony03(จากตอนที่ 10)
      30 เมษายน 2560 / 20:10
      จริงอ้ะ ไม่ต้องแก้สินะเย้!!!
      #286-2