Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 92 : สู่...จุดสิ้นสุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    20 พ.ย. 60

ความทรงจำแรกที่จีแอลมีคือ ภาพตึกสามหลังที่ทรุดโทรมรอวันผุพัง มีฉากด้านหลังเป็นท้องฟ้าสีน้ำเงินจางๆ รอบด้านเป็นพื้นดินแห้งแล้งที่มีแค่ต้นมันเทศแคระแกร็นแทรกขึ้นมาผ่านรอยแตกระแหง  กับบรรดาหญิงสาวใจดีหลายคนที่โอบอุ้มตัวเขาเหมือนสิ่งเปรอะบางล้ำค่า  มีเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด็กคนหนึ่งดังเหมือนสิ่งแปลกปลอมไม่สมจริงอยู่ความทรงจำนั้น

ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเขาได้อยู่ในโลกใบเล็กอันแสนจะสงบสุข

ช่วงเวลาสั้นๆ ล้ำค่า...ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกทำลายย่อยยับ พังครืน และจางหายลงไปจนหมดสิ้น

แม้จะอยู่ในวัยที่เด็กมาก แต่จีแอลก็ยังจำได้เกือบทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทุกคำพูด จำได้แม้กระทั่งกลิ่นเลือดที่โชยฟุ้ง  สัมผัสอุ่นๆ ยามที่มันอาบรดลงบนร่างเล็กบางของเขา  จำช่วงเวลายาวนานที่ไหลรินอย่างเจ็บปวดราวกับไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งเปลี่ยนโลหิตสีเงินให้กลายเป็นเพียงความเย็นชื้นแห้งกรังติดผิว

ใบหน้าของแม่ที่คร่อมตัวเองอยู่เหนือร่างของเขานั้นยังคงสวยงาม ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความรักจับจ้องนิ่ง ริมฝีปากยังคงประดับรอยยิ้มโอนอ่อน แม้ทั่วกายนั้นจะเต็มไปด้วยเลือด 

...ล...เซ...  ...ลูกต้องมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่แทนในส่วนของพวกเราทุกคน

เขาจดจำเรื่องพวกนี้ได้หมด แต่กลับมีแค่สิ่งเดียวที่ลืมเลือนไป พยายามแทบตาย แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก สิ่งนั้นก็คือชื่อของตัวเอง 

...ลู...เซ... ชื่อที่มารดามักจะเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชื่อซึ่งเอ่ยขึ้นในยามที่เขาได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่น ฝ่ามือลูบสัมผัสแผ่วเบาบนเส้นผม 

ล...เ...

จำไม่ได้ก็ช่างเถอะ ยังไงซะตอนนี้จีแอลก็เป็นได้แค่จีแอล ไม่มีทางเป็นอื่นได้อีกแล้ว

คฤหาสน์กว้างใหญ่และมีแบบแปลนซับซ้อนมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเซ็นโทรก็คือ ที่นี่

ร่างโปร่งในเครื่องแต่งกายสีดำสนิท เส้นใยหนาหนักที่ออกแบบมาให้ป้องกันการทะลุทะลวงของกระสุน หมวกที่ปิดทั้งใบหน้าไปเกือบหมดเชื่อมต่อเข้ากับระบบเพื่อสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ตราสัญลักษณ์หน่วยกองกำลังพิเศษแห่งนครเซ็นโทรประทับอยู่บนหน้าอก 

จีแอลก้าวเท้าตามเจ้าหน้าที่ที่สวมเครื่องแบบเหมือนๆ กันกว่าสิบคนไปตามทาง มุ่งสู่อุโมงค์กระจกสีเทาทรงเหลี่ยมสร้างทอดยาวไปตามเส้นทางคดเคี้ยววกวน

“ผบ. วัลโด้จะมอบหมายงานอะไรให้พวกเรากันแน่”

“ใครจะไปรู้”  เสียงพูดคุยที่ถูกกดต่ำลงจนคล้ายเสียงกระซิบ ดังมาจากคนที่เดินอยู่ทางด้านหน้า

“ที่ว่าต้องพา ท่านผู้นำ หลบมาอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัยนี่จริงหรือเปล่า?”

“น่าจะอย่างนั้น”

“ตอนนี้ข้างนอกนั้นมีแต่คนพูดเรื่องการบริหารที่ล้มเหลว  ความโหดร้ายป่าเถื่อน และเรียกร้องให้ส่งมอบอำนาจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร...”

“เฮ้ย!...หยุดพูดมากได้แล้ว!”  เสียงตวาดดังขึ้นมาจากชายอีกคนที่น่าจะมีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่น 

ไม่นานนักทั้งหมดก็ออกจากทางคดเคี้ยวเข้าสู่ลานกว้างทรงกลม ประดับตราสัญลักษณ์สีน้ำเงินสด

“แยกออกเป็นสองกลุ่ม พวกข้างหลังตามฉันมา...เราจะไปเปลี่ยนเวรด้านใน”

ประตูเหล็กกล้าสีดำบานใหญ่ประดับตราเช่นเดียวกับพื้น เปิดอ้าออกช้าๆ  จีแอลก้าวเท้ารั้งท้ายตามไปด้วยฝีเท้าที่สงบมั่นคง อากาศภายในนั้นถูกปรับไว้ให้เย็นเยียบแตกต่างจากภายนอกอันร้อนระอุ

ยิ่งก้าวลึกเข้าไปภายในใจของจีแอลยิ่งด้านชา จนน่าสงสัยว่าชีพจรในกายยังเต้นไหวอยู่หรือเปล่า เพราะทุกอย่างในตัวเขามันช่างเงียบงันเหลือเกิน

ระบบป้องกันความปลอดภัยที่ต้องผ่านชั้นแล้วชั้นเล่า มีปลายทางก็คือ ห้องโถงบุผนังรอบด้านด้วยวัสดุชนิดพิเศษสีเทาดำรอบด้าน แผงควบคุมอิเล็กทรอนิคส์อันทันสมัยกลืนตัวเองไปกับผนังด้านหนึ่งกำลังแสดงผลการคำนวญข้อมูลบางอย่างเป็นตัวเลปริมาณมหาศาล

บนเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ มีร่างของชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบคล้ายชุดสูทผสมกับชุดทหาร เส้นผมเรียบกริบ โครงหน้าเรียบเฉยแฝงความน่าเกรงขาม โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำเงินเข้มคล้ำคู่นั้น  ข้างกันมีร่างสูงใหญ่ให้บรรยากาศดุดัน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา ใต้คิ้วขีดเป็นเส้นหนามีดวงตาที่ดูคล้ายกับตาของงู

“เรียนท่านผู้นำ และท่านผู้บัญชาการ...นี่เป็นกองกำลังรักษาการณ์ของวันนี้ครับ”

“รู้แล้ว ไปประจำการได้” วัลโด้ตอบ

กลุ่มของกองกำลังในชุดพร้อมปฏิบัติหน้าที่เคลื่อนตัวออกไป ยกเว้นแค่เพียงจีแอลที่ยังคงยืนอยู่กับที่

“เฮ้ย มาทางนี้...”  พูดยังไม่ทันจบประโยคท่อนขาของจีแอลก็ตวัดเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้น เสียงบางอย่างแตกหักดังออกมาให้ได้ยิน  ร่างของชายฉกรรจ์ล้มลงหมดสติกับพื้น

“มีผู้บุกรุก...รีบคุ้มกันท่านผู้นำ!...”  ใครคนหนึ่งตะโกน พร้อมกับชักอาวุธเล็งมาทางจีแอล แต่พวกเขาช้าไปมาก

กองกำลังทั้งหมดโดนจัดการในเสี้ยววินาที ควันที่ออกจากระบอกปืนยังไม่ทันจะจางหาย โลหิตสีน้ำเงินก็กระจายเป็นวงเปื้อนพื้นสีเทาไปทั่วแล้ว

ร่างโปร่งหยุดยืนตรงหน้าชายวัยกลางคนทั้งสอง ก่อนจะกระชากหมวกที่สวมอยู่ออก เส้นผมสีบลอนด์ซีดประกายเงินถูกปล่อยลงมา ดวงตาเรียวคมกล้าราวกับเพรชนั้นถูกเผยให้เห็น

“ในที่สุดแกก็มาจนได้”  วัลโด้เค้นเสียงพูดขึ้น  ก่อนจะเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม  “เลือดสีเงินชาญฉลาด ไม่นึกว่าจะมีวันที่โง่เดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเองแบบนี้”

สิ้นคำพูดนั้นเสียงสัญญาณก็ดังขึ้นครั้งหนึ่ง  ผนังทุกด้านถูกเปิดออกฝีเท้าของเหล่ากองกำลังเซ็นโทรจำนวนมากก็กรูกันเข้ามาในห้อง อาวุธนับร้อยถูกติดตั้งเล็งพิกัดมายังร่างของจีแอลที่อยู่กลางห้อง

“ถ้าไม่ได้เห็นแกตายลงตรงหน้า ฉันคงไม่มีวันสบายใจได้”  วัลโด้ว่า

“ต่อให้เป็นกับดักหรืออะไร ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น”   ดวงตาสีเงินคมกล้าไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่ยังคงจ้องตรงไปเบื้องหน้า

“จะบอกว่าแกไม่เสียดายชีวิต จนยอมเข้ามาติดกับเองงั้นเหรอ?”

จีแอลเหยียดยิ้มที่มุมปาก

“ไอ้ตัวประหลาด...ฉันสงสัยมาตลอดว่าทำไมแกยังรอดมาได้”  วัลโด้ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า “ตอนที่พวกเราบุกไปถล่มเมืองเล็กๆ นั้น ทุกอย่างพังทลายไม่เหลือซาก เราตรวจสอบซ้ำๆ ว่าไม่มีใครเหลือรอดอยู่อีกแล้ว...แต่ทำไมแกถึง...”

จีแอลหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาจากวัลโด้ไปยังคนคนเดียวที่ยังนั่งเงียบๆ อยู่บนเก้าอี้ แผ่นหลังเหยียดตรง มือประสานกันบนตักอย่างนิ่งสงบ ดวงตาที่ดูเย็นชาคู่นั้นทำให้ ภาพความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในสมองของจีแอลถูกฉายซ้ำออกมาอีกครั้ง

รายละเอียดทั้งหมดแจ่มชัด จนเหมือนถูกบันทึกเอาไว้ราวกับฉากหนึ่งในภาพยนตร์

ชายฉกรรจ์หลายสิบคนพร้อมอาวุธกำลังทำลายล้างสูงบุกกรูเข้ามาในเมืองเล็กๆ ห่างไกลแห่งนั้น ที่มีเพียงเหล่าผู้หญิงเลือดสีเงินซึ่งหนีรอดจากการไล่ล่าเหลือกันอยู่ไม่กี่คน  

จีแอลเวลานั้นมีอายุแค่ประมาณสองปีเศษ เมื่อมีเสียงร้องเตือนถึงภัยที่กำลังมาเยือน เขาก็ถูกพาไปซ่อนตัวอยู่ในซอกแคบๆ ใต้ห้องในอาคารหลังในสุดที่มีสถาพทรุดโทรมเต็มไปด้วยฝุ่น

มือของแม่ที่ลูบศีรษะของเขานั้นสั่นไหว ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นจ่อเหนือริมฝีปาก เป็นการบ่งบอกว่าห้ามส่งเสียง  เขาพยักหน้าตอบรับ ดวงตาจ้องจับใบหน้าของผู้เป็นแม่ผ่านวิสัยทัศน์ที่แคบลงเรื่อยๆ จากเศษไม้ที่ถูกลากมาปิดถมช่องเล็กๆ เพื่อซ่อนตัวเขาเอาไว้อย่างใจเย็น

เสียงปืนและเสียงระเบิดจากอาวุธหนักโจมตีเข้าใส่ดังก้องไปทั่วทุกทิศ ความรุนแรงของมันทำให้พื้นสั่นสะเทือนจนอาคารที่อยู่ในสภาพไม่ดีอยู่แล้วมีเศษซากผุกร่อนร่วงกราวลงมาบนพื้น

แล้วบานประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกกระชากให้เปิดอ้าออก ร่างของชายคนหนึ่งก้าวเท้าเข้ามา จีแอลมองชายคนนั้นผ่านรอยแยกเล็กๆ ของซี่ไม้

และสิ่งเด็กอย่างเขาเห็นได้ชัดก็คือดวงตาสีน้ำเงินเข้มเย็นชา

ร่างนั้นตรงเข้ามาคุกเข่าลง ก่อนจะโอบกอดหญิงสาวที่กำลังหลั่งน้ำตาอย่างเงียบงัน

“ทำไม...”

“มันช่วยไม่ได้”  เขาบอกอย่างนั้น พลางลูบเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบาเหมือนกำลังทะนุถนอมสิ่งเปรอะบาง

“ทั้งหมดเป็นแผนการ ที่วางเอาไว้เพื่อกวาดล้างเผ่าพันธุ์เลือดสีเงินงั้นเหรอ?”

“ใช่” เขาตอบเสียงเรียบทั้งที่ยังลูบเส้นผมยาวสลวยนั้น

“ทำไม...”

“...เพราะพวกเธอแข็งแกร่งเกินไป กลุ่มมดปลวกโง่เง่าพวกนั่นจะยึดถือยกย่องพวกเธอเหมือนเทพเจ้า ในอนาคตอำนาจทุกอย่างจะไม่มีทางตกมาถึงคนธรรมดาอย่างเราได้อีก ทั้งที่ชนชั้นซึ่งควรจะปกครองโลกนี้คือพวกเราตังหาก ไม่ใช่เทพที่ไหน”

“เพราะแบบนั้นก็เลย...”

“ถูกต้อง เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการฉันจึงต้องใช้ความรักอันงดงามของเธอเป็นเครื่องมือ”

“ทุกอย่างเป็นสิ่งหลอกลวงสินะ วัลโด้”

“ใช่...มันหลอกลวงทุกอย่างเลย”  ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะผลักร่างนั้นออกห่างแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน

“เด็กอยู่ไหน?”

หญิงสาวส่ายหน้าไปมา น้ำตาไหลรินอาบแก้ม

“ตอนนั้นเธอกำลังตั้งท้องอยู่... เพราะอย่างนั้นก็เลยมีสภาพจิตใจที่อ่อนไหวโดนชักจูงได้ง่าย” ชายหนุ่มชักปืนออกมาจากเอว ยกมันที่จ่อในตำแหน่งเหนือศีรษะของอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึก

“เด็กอยู่ไหน?”

“ไม่มี...”

“ตอบมา!

“ไม่มี!...เด็กคนนั้นไม่ได้คลอด  เขาตายไปตั้งแต่ในท้อง ตั้งนานแล้ว!

“งั้นฉันก็ไม่มีธุระอะไรกับเธออีกแล้ว”  สิ้นคำพูดนั้น ปลายนิ้วก็เหนี่ยวเข้าที่ไกปืนอย่างเลือดเย็นไร้ความลังเล เสียงแผดก้องที่ดังซ้ำๆ หลายครั้ง บาดลึกเข้ามาในหู ร่างของผู้เป็นแม่ล้มคว่ำลงมาทับในจุดที่จีแอลซ่อนตัวอยู่

“ลาก่อน”  คนพูดหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางเสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่อง

อาคารที่พวกเขาอยู่เกิดเสียงลั่นแตกร้าว และเริ่มสั่นไหว บ่งบอกว่ากำลังจะพังครืนลงมา หญิงสาวที่โลหิตสีเงินไหลอาบ รวบรวมกำลังเฮือกทุกท้าย เธอผลักเอาไม้ที่บังซอกหลืบซึ่งใช้ซ่อนตัวจีแอลออก และใช้ตัวเองกอดคลุมร่างเล็กๆ ของเขาเอาไว้แน่น

“แม่ขอโทษนะ...มันอาจจะเจ็บปวด แต่...”  ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอจากใบหน้าเล็กๆ นั้น  “...ลูกต้องมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่แทนในส่วนของพวกเราทุกคน”

 

“ทั้งที่ชนเผ่าขอแกถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว...ทำไมแกยังรอดอยู่ได้อีก?”  เสียงวัลโด้เอ่ยถาม

จีแอลกัดฟันแน่น จ้องมองไปยัง เลนเนิร์ด

“ทุกอย่างมันหลอกลวงกันได้นี่ ใช่ไหม?...ทั้งชื่อ ทั้งการกระทำ ทุกสิ่งทุกอย่าง”

“หึ...แต่ยังไงซะวันนี้แกก็ไม่มีทางรอดไปได้อีกแล้ว!”  วัลโด้ว่า  “ลงมือได้!

จะอะไรก็ช่าง จีแอลอยากให้ทุกอย่างมันสิ้นสุดเสียที

จีแอลชักปืนออกมาจากอกเสื้อ โดยไม่ได้สนใจจะป้องกันตัวเอง เล็งตรงไปยังร่างของเลนเนิร์ด ดวงตาสีเงินหรี่ลงเมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่เดียวกับที่ฝังอยู่ในความทรงจำตั้งแต่ยังเด็ก

ชั่วพริบตานั้นทุกอย่างก็พลันดับมืดลง เสียงสัญญาณบางอย่างกรีดร้องดังขึ้น คลื่นเสียงความถี่สูงถูกส่งมาจากอุปกรณ์ทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่บนผนัง ซึ่งในเวลานี้ถูกควบคุมการทำงานเอาไว้แล้ว

เสียงที่มีกำลังทำลายล้างสูง ส่งผลต่อระบบโสตประสาททำให้หลายคนต้องกุมศีรษะ แสงไฟที่อยู่ๆ ถูกดับจนมืดมิดลงนั้นทำให้ทุกอย่างพลันหยุดชะงักลง

กระทั่งจีแอลเองก็ยังสับสนกับสิ่งที่เกิด แล้วชั่ววินาทีนั้นร่างของเขาก็ถูกใครบางคนรวบกอดจากทางด้านหลัง

ไอร้อนจากผิวกายที่คุ้นเคย และอ้อมกอดอันหนักแน่นทำให้จีแอลรู้สึกราวกับว่าร่างของตัวเองกำลังถูกห่อหุ้มและปกป้องอย่างอบอุ่น เหมือนกับในวัยเด็ก

“ไม่เป็นไรนะ...”  เสียงนั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู เหมือนจะส่งตรงเข้ามาในหัวใจของเขา

เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งเข้ามาด้านใน ที่โดดเด่นที่สุดก็คือร่างสูงใหญ่ของเซท เขามาพร้อมกับคำประกาศให้ทุกคนปลดอาวุธ

“ตอนนี้สภาเมืองได้ออกมติให้ระงับคำสั่งทุกอย่างที่ออกโดย ท่านผู้นำเลนเนิร์ด และ ผู้บัญชาการวัลโด้”  เซทประกาศ  “ดังนั้นกองกำลังทุกคนขอให้วางอาวุธในทันที แล้วออกไปประจำการรอคำสั่งต่อไปที่ด้านนอก”

“จะบ้าหรือไง แกมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งแบบนั้น!...แกไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ในกองกำลังเซ็นโทรอีกแล้วนะ!” วัลโด้ตะโกนขึ้น

“คำสั่งถูกออกด้วยคณะสภาเมืองชุดใหม่ ผู้นำกับผู้บัญชาการถูกปลดจากตำแหน่ง และต้องได้รับโทษฐานที่ทำให้เซ็นโทรย่อยยับจากก่อสงครามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น” เซทกล่าวอีกครั้ง พร้อมกันนั้นผนังด้านหนึ่งก็ถูกเปลี่ยนเป็นหน้าจอแสดงภาพ สัญญาณที่ถูกส่งออกมาจากห้องประชุมที่ตึกบัญชาการ 

เอเลียตที่อยู่ในที่ประชุมของสภาเมืองกำลังแถลงมติซึ่งผ่านการอนุมัติแล้ว และมีรายชื่อผู้สนับสนุนจากประชาชนเลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก

“นี่มันบ้าอะไรกัน?!”  วัลโด้ว่า

“ต่อให้มีอำนาจ มีอาวุธทรงประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ถ้าขาดความชอบธรรมยังไงซะก็เป็นได้แค่เผด็จการเท่านั้น... นี่เลยเป็นจุดเดียวอ่อนเดียวที่จะโค่นพวกคุณลงได้ไง”  เซทตอบ

กองกำลังเซ็นโทรยังคงงุนงง ถูกบังคับให้วางอาวุธ โดยมีคนที่เซทพามาช่วยกันตัวให้ออกไปด้านนอก

ภายในห้องเวลานี้จึงเหลือเพียงแค่ เลนเนิร์ด วัลโด้ เซท อีธาน และ จีแอล

แม้จะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จีแอลยังคงจ่ออาวุธในมือตรงไปยังร่างของเลนเนิร์ดนิ่งอยู่อย่างนั้น ปากกระบอกปืนชนิดพิเศษกำลังทำลายล้างสูงเล็งตรงไป เช่นเดียวกับดวงตาสีเงินคู่สวยก็ยังไม่ละจากเป้าหมายเลยสักนิด

“นายจะมาห้ามฉันเหรอ?” จีแอลเอ่ยกับคนที่ยังคงกอดร่างของตัวเองไว้เหมือนกับเกราะป้องกัน

อีธานคลายอ้อมแขนของตัวเองออกเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหน้า

“ฉันจะไม่ห้ามนายหรอก”

“ทั้งที่คนที่ฉันจะยิง เป็นพ่อแท้ๆ ของนายน่ะเหรอ?”

“นายลังเลเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม? ...เพราะถ้านายจะยิงจริงๆ ต่อให้ฉันเร็วแค่ไหนก็คงห้ามไม่ทันอยู่แล้ว”

จีแอลไม่ตอบ แต่มือซึ่งกำอาวุธอยู่นั้นสั่นไหวเล็กน้อย

อีธานกอดร่างโปร่งเอาไว้อีกครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไร...เขาไม่ได้สำคัญกับฉันมากเท่านาย ถ้านายอยากฆ่าเขาฉันก็จะช่วย...”

พูดจบอีธานก็เลื่อนมือไปยังแขนของจีแอล ไล่ตรงไปยังข้อมือ ก่อนจะกุมเข้ากับนิ้วที่จับอยู่บนกระบอกปืน ปลายนิ้วของอีธานสอดช้าๆ ทับเข้ากับนิ้วของจีแอลที่เกร็งอยู่บนไก

“แกจะทำอะไรอีธาน?!”  วัลโด้ตะโกนขึ้น  “เขาเป็นคนที่ให้กำเนิดแกมานะ!

“ฉันบอกแล้วไงวัลโด้”  เลนเนิร์ดเอ่ยเป็นครั้งแรก ดวงตาสีคล้ำเข้มหรี่ลงเล็กน้อย  “อีธานเป็นลูกชายของฉัน ไม่มีทางที่เขาจะไม่โหดเหี้ยมเหมือนกับฉันไปได้หรอก”

“อีธาน อย่านะ! คุณจะทำบ้าอะไร?!” เซทเอ่ยห้าม

อีธานกัดฟันแน่น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ ในอกกำลังร่ำร้องอย่างปวดร้าว แต่เขาตัดสินใจแล้ว และจะไม่เปลี่ยนใจ

อีธานออกแรงกดลงบนนิ้วของจีแอล เสียงลั่นของอาวุธปืนแผดดังท่ามกลางความเงียบ แรงสะบัดจากการยิงทำให้กระบอกปืนร่วงหล่นลงพื้น

ชายหนุ่มเลือดน้ำเงินจ้องไปยังผู้เป็นพ่อของตัวเอง ทั้งที่ในอกนั้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

เลือดสีน้ำเงินไหลเป็นทางจากบนใบหน้าซีกซ้ายของเลนเนิร์ด กระสุนกรีดลึกผ่านแก้มเฉียดไปยังด้านข้างของใบหู

“ทำไม?!”  อีธานก้มมองร่างในอ้อมแขน จากการเล็งของจีแอลกระสุนเมื่อครู่น่าจะตรงเข้าตัดขั้วหัวใจของชายที่นั่งอยู่นั่นแท้ๆ

แต่ในท้ายที่สุด เมื่ออีธานช่วยเหนี่ยวไก ก็เป็นฝ่ายจีแอลที่เบี่ยงทิศทางของปืนออก

“นายไม่เหมือนเขา...”  ร่างโปร่งหันหน้ามาหาอีธาน ดวงตาสีเงินแวววาวไปด้วยหยาดน้ำใส “ไม่มีวันเหมือน”

“ฉัน...”

“นายคืออีธานคนดีของฉัน...ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายกลายเป็นคนแบบนั้นหรอก ...ไม่มีวัน”

อีธานแตะปลายนิ้วที่หางตาของอีกฝ่าย ก่อนจะโอบกอดร่างของคนตรงหน้าเอาไว้แน่นอีกครั้ง

จีแอลซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในใจของเจ้าตัวแตกสลายย่อยยับ แต่ท่ามกลางความแหลกสลายนั้น จีแอลก็ยังเหลือบางสิ่งอยู่

จีแอลยังมีชีวิต สายเลือดที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวในกายของเขายังคงอยู่ และความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนที่รักเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

ชั่วขณะนั้นจีแอลคิดขึ้นได้ คำพูดของผู้เป็นแม่บอกบอกให้เขามีชีวิตอยู่ บอกให้ใช้ชีวิตส่วนที่เหลือแทนคนอื่นๆ  ...แต่ไม่ใช่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์  และไม่ใช่เพื่อแก้แค้น

แต่...เพื่อตัวของจีแอลเอง ต้องมีชีวิตต่อไปเพื่อตัวเอง

หยาดน้ำตาไหลรินผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างช้าๆ หยดน้ำนั้นกลิ้งตกลงบนเสื้อของคนตรงหน้า ท่ามกลางคำพูดที่ฟังราวกับมนต์สะกดชายหนุ่มคนรักที่กำลังโอบกอดร่างเขาไว้

“ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร...” 

 

วันใหม่ที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาเจิดจ้ากว่าทุกวัน ลำแสงแทรกตัวผ่านม่านหน้าต่างเปิดอ้าทอดยาวเป็นแนวเข้ามายังเตียงนอน

ร่างสูงยันตัวท่อนบนขึ้น ก่อนใช้ตัวเองช่วยกั้นแสงนั้นไม่ให้แยงตาคนที่ยังนอนหลับอยู่ข้างๆ

อีธานจับจ้องใบหน้าอีกฝ่ายนิ่งนาน ไม่อาจละสายตาไปไหนได้ จนกระทั่งร่างโปร่งขยับตัวหัวคิ้วขมวดเป็นร่องเล็กๆ แพขนต่อสั่นไหวแผ่วเบา  สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้กลับทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจนต้องแนบริมฝีปากจุมพิตลงบนเปลือกตานั้น

“อือ...”  เสียงครางในลำคอ ดังขึ้นก่อนที่ดวงตาสีเงินคู่สวยจะลืมขึ้นช้าๆ

“อรุณสวัสดิ์”

“อือ...”  คนที่ยังงัวเงียครางตอบรับ

“หิวไหม?”

“...อือ”

“งั้นเดี๋ยวฉันมา”  อีธานจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากที่มีไรผมสีเงินอ่อนนุ่มนั้นอีกครั้ง ก่อนลงจากเตียง

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่เขาตื่นนอนภายในห้องพักของตัวเอง

ห้องที่ไม่ได้เหยียบย่างเข้ามานาน ไม่ได้รับการดูแลจนรกและยุ่งเหยิง พื้นมีฝุ่นจับหนา  โชคดีที่เตียงคลุมผ้าปิดเอาไว้จึงสะอาดพอให้นอนได้ แต่ส่วนอื่นของห้องแทบรับไม่ไหว ดังนั้นอย่าว่าแต่จะมีอะไรให้กินเลย ที่นี่ไม่มีกระทั่งน้ำสักขวดด้วยซ้ำไป

หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายและออกมาจากคฤหาสน์ของวัลโด้ อีธานจึงเลือกกลับมายังห้องซึ่งถือเป็นบ้านของตัวเองอีกครั้ง เพราะที่นี่ใกล้ที่สุด

ร่างสูงสวมเสื้อผ้าอย่างง่ายๆ ตัดสินใจออกไปข้างนอก

เซ็นโทรในยามเช้า เงียบสงบแตกต่างจากเมื่อก่อน ถนนทางเดินเต็มไปด้วยใบไม้ร่วงเกลื่อนพื้น อาคารหลายหลังในระแวงนี้ถูกปิดชั่วคราวเนื่องจากได้รับความเสียหายอันเป็นผลพวงของสงคราม เมืองกว้างใหญ่แห่งนี้แทบจะรกร้าง ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการจัดการซ่อมแซม และทั้งหมดต้องอาศัยแรงงาน

ซึ่งถ้าเทียบกันในเวลานี้ เขต N กำลังแออัดยัดเหยียดไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ทุกอย่างขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อันจำกัด

อีธานสาวเท้าไปเรื่อย ในหัวเริ่มคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่จะตามมาต่อจากนี้

 

“หายไปไหนมาน่ะ”  เจ้าของร่างโปร่งยังคงอยู่บนเตียง นอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้านเหมือนแมว

อีธานชูถุงกระดาษในมือ  “เซ็นโทรตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน กว่าฉันจะหาขนมปังได้สักก้อน ต้องเดินไปหลายช่วงตึกกว่าจะเจอร้านที่ยอมเปิดขายในเวลาแบบนี้”

“งั้นเหรอ?”

“รอเดี๋ยวนะ”  อีธานส่งยิ้มไปให้  เดินย้อนเข้ามาในส่วนของห้องครัว รื้อค้นภายในนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำแซนด์วิชอย่างง่ายๆ ใส่จาน แล้วเดินกลับมาที่เตียง

ชายหนุ่มผมสีเงินยาวลุกขึ้นมาแล้ว กำลังสวมเสื้อผ้าของอีธานลงบนตัว เพราะขนาดที่ไม่พอดีทำให้ไหล่ตกไปเล็กน้อย แต่ดูโดยรวมแล้วก็ยังเป็น จีแอลที่รูปลักษณ์งดงามมากอยู่ดี

อีธานวางจานในมือลง จุมพิตแผ่วเบาลงบนริมฝีปากได้รูปนั้น ก่อนดึงร่างนั้นให้นั่งลงบนเตียงอีกครั้ง

หลังมองฟันขาวที่งับและเคี้ยวอย่างว่าง่าย อีธานก็เอ่ยถาม

“อร่อยไหม?” 

“ธรรมดา”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ  “ก็ดีแล้ว”

“จากนี้นายจะทำอะไร?”  จีแอลวางสิ่งที่กินไปได้ครึ่งหนึ่งกลับลงบนจาน

“มีเรื่องอีกเยอะที่ต้องทำ”  อีธานตอบ  “เราเพิ่งจะเริ่มวางระบบใหม่ ทุกอย่างต้องค่อยๆ ดำเนินการ ต้องผ่านมติของสถาเมือง หลังจากนี้ก็ต้องดึงเอาเลือดสีแดงเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร ฉันอยากให้ครูสมีส่วนสำคัญในการปกครอง เขามีความสามารถพอจะเป็นผู้นำได้... แล้วเราจะเริ่มสร้างเมืองใหม่จากตรงนั้น เมืองที่จะไม่มีการแบ่งชนชั้น”

“ชนชั้นสูงพวกนั้นจะยอมรับได้หรือ?”

“ก็ต้องทำให้ยอมรับให้ได้”

“ต้องใช้เวลาเท่าไหร่?”

“ก็คงหลายปี... ทุกอย่างยังต้องปรับ ต้องค่อยๆ สร้างขึ้นมา”  อีธานขมวดคิ้วอย่างสงสัย เมื่ออยู่ๆ คนเอ่ยถามก็ยันตัวลุกขึ้น เดินตรงไปที่ประตู

“ฉันไม่รอหรอก”  

“อะไรนะ?”

ร่างโปร่งที่อยู่ตรงหน้าเหมือนจะห่างออกไปกะทันหัน สังหรณ์ใจไม่แง่ไม่ดี ทำให้ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้

“จีแอล?”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก “ไปทำเป้าหมายของนายให้สำเร็จเถอะ”

“หมายความว่ายังไง?” 

“นายไม่มีทางทิ้งที่นี่ไปไปได้หรอก... นายเติบโตมาเพื่อมัน ถูกหล่อหลอมให้เป็นแบบนั้น”  ยิ้มอ่อนโยนผ่านดวงตาคู่สวยทำให้อีธานสับสนไปหมด

“ฉันก็บอกแล้วไงว่า จะไม่มีวันปล่อยให้ตัวนายเปลี่ยนไปจากตอนนี้” อีกฝ่ายกล่าวย้ำ “ทำเรื่องที่นายต้องทำซะ” 

“แล้วนายจะไปไหน?”   

จีแอลยักไหล่กับคำถาม ทำท่าคิดอยู่แว๊บหนึ่ง

“ฉันจะไปใช้ชีวิตของฉันเอง ตลอดมาฉันอยู่ด้วยความรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ อยู่เพื่อเป้าหมายสองอย่าง...แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้ว ...ฉันจะลองใช้ชีวิตของตัวเองจริงๆ ดูบ้าง”

“ไม่!”  อีธานคว้าสองมือนั้นไว้แน่น  “ถ้านายไป ฉันก็จะไปด้วย”

“ที่รัก...”  ดวงตาสีเงินทอประกายอ่อนโยนจ้องตรงมา  “...นายทำไม่ได้หรอก”

“จีแอล!!”  อีธานโอบกอดร่างตรงหน้าเอาไว้แน่น 

“นายทิ้งทุกอย่างไปเหล่านี้ไปไม่ได้  เพราะมันคือตัวตนของนาย...และฉันก็คงจะปล่อยให้นายทำแบบนั้นไม่ได้หมือนกัน”

อีธานรู้สึกว่ากระบอกตาของตัวเองร้อนผ่าว สิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขากำลังร่ำร้องเรียกหาคนตรงหน้า แต่มืออันหนักอึ้งกลับไม่สามารถยกขึ้นเพื่อคว้าจับเอาไว้ได้

“นายจะไปไหน...”

“ไม่รู้สิ ก็คงหลายที่”

“จะกลับมาหาฉันไหม?”

“ไม่รู้สิ”

“จีแอล...”  อีธานเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

จีแอลใช้สองมือกอบกุมใบหน้าของชายหนุ่ม  “นายอายุยังน้อย ต่อไปจะต้องยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้ จะต้องเป็นผู้ชายที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่านี้”

“รอฉันได้ไหม?”  ร่างสูงเอ่ย  “ฉันไม่สนใจจะเป็นคนยิ่งใหญ่อะไรทั้งนั้น  ฉันจะทำหน้าที่ที่มีให้ลุล่วง เสร็จแล้วฉันจะเป็นอิสระอีกครั้ง  ฉันไปหานาย เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว ฉันจะไปหานาย ...เชื่อฉันนะ จีแอล”

จีแอลส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นก็ใช้ท่อนแขนเรียวโน้มลำคอของร่างสูงลงมา ริมฝีปากแนบประกบกันอย่างแช่มช้านั้น อ่อนโยนแผ่วเบาราวกับสัมผัสของสายลม

และพริบตาต่อจากนั้น จีแอลก็จากไปอีกครั้ง 



===+++===+++===+++

ตอนหน้าจะเป็นตอนจบแล้วนะคะ T-T ... สำหรับทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้  ในฐานะคนแต่งต้องขอบคุณมากๆ นะคะ  ทุกๆ คอมเมนต์ด้วยนะคะ  ช่วยให้มีกำไรใจขึ้นมากๆ 

อย่างที่เคยบอกก็คือ สั้นสั้น กำลังรีไรท์เรื่องนี้อย่างหนักหน่วงอยู่ค่ะ ผลแห่งการรีไรท์และได้รับคำแนะนำมา จะทำให้เรื่องนี้จะสมบูรณ์ขึ้นมากกว่านี้อย่างแน่นอนค่ะ  ยังมีที่ต้องแก้อีกหลายจุด แต่จะพยายามค่ะ! 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ฟังข่าวดีจากเรื่องนี้กันนะคะ

สัญญาว่าจะพยายามมากขึ้น

ด้วยรัก /สั้นสั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,183 ความคิดเห็น

  1. #520 FaiiSmail (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 19:32
    จีแอลท้องไม่ได้แล้วหรอ ฮืออเสียดายยอ่ะ
    #520
    0
  2. #427 Gray13 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 21:48
    เราพึ่งเข้ามาอ่านมันเจ็บปวด รวดร้าววว//กำลังอิน
    #427
    1
    • #427-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 92)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:44
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจที่มีอารมณ์ร่วมไปกับตัวเอกของเรื่องค่ะ ^^
      #427-1
  3. #426 Pinkzahazzz (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
    อย่าไปปปปปปป.
    #426
    1
    • #426-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 92)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
      เดี๋ยวก็มา... T-T
      #426-1
  4. #425 Chatchaann1 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:23
    จีแอล อย่าทิ้งอีทานไปเลย
    #425
    1
    • #425-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 92)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
      แต่อีธานน่าโดนทิ้งอยู่นะ
      #425-1
  5. #424 Zero-b (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 12:57
    จีแอลกลับมานะะะะะะ
    #424
    1
    • #424-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 92)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
      กลับมาแล้วจ้า 55
      #424-1