Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 91 : สู่...จุดสิ้นสุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    17 พ.ย. 60

เขต N เวลานี้เพิ่งติดตั้งระบบป้องกันตนเองภาคพื้นดินเสร็จได้ไม่นาน ทุกอย่างยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะอุปกรณ์เกือบทั้งหมดขนย้ายมาจากระบบรักษาความปลอดภัยซึ่งติดตั้งอยู่บนฐานที่มั่นกลางทะเลทรายของหน่วยกองกำลังเซ็นโทร  ช่วยทุ่นระยะเวลาในการทำงานได้มากก็จริง แต่ไม่สามารถครอบคลุมทั้งเขตได้ เพราะขนาดพื้นที่แตกต่างกัน 

ตอนนี้แนวป้องกันของที่นี่จึงเหมือนกับบ้านที่มีกำแพงแข็งแรงเฉพาะด้านหน้า ส่วนด้านหลังเปิดโล่งมีแค่รั้วผุพัง

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ครูสรู้สึกหนักใจและปวดหัว จนยาระงับปวดที่ต้องกินมาตลอดหลายปีแทบจะไม่ช่วยบรรเทาความทรมานให้ได้เลย

ดวงตาเรียวเล็กที่มีนัยน์ตาสีคล้ำเข้มทอดมองออกไปด้านนอกหน้าต่างในอาคารทรงเตี้ยที่เคยเป็นโรงแรมสำหรับพักอาศัยมาก่อน ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่อยู่กันอย่างเบียดเสียด มันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงทะเลาะเบาะแว้ง กร่นด่า

ปัญหาที่ครูสคิดเอาไว้ว่ายังไงก็คงต้องเกิด มาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ เมื่อเลือดสีแดงต้องมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่จำกัดอันคับแคบ ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีความบันเทิงที่เคยเสพ แม้แต่เสบียงอาหารก็เริ่มจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีใจอยากเข้าร่วมในฐานะกบฏมาตั้งแต่แรก แต่เพราะสถานการณ์จำเป็นบีบบังคับ พวกเขาทนกับการกดขี่ต่อไปไม่ไหว ก็เลยลุกหือขึ้นมาร่วมมือกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่เหนี่ยวแน่นในครานั้นทำ เมื่อเวลาผ่านมาเรื่อยๆ ก็เริ่มกร่อนบางลง  เสมือนดินปั้นที่ผสมกันยังไม่ได้ที่ ตอนแรกอาจจะขึ้นรูปได้สวยงามก็จริงอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปรอยแยกก็จะเริ่มปรากฏ และรอยปริแตกก็ขยายกว้างขึ้น

หากสงครามยืดเยื้อต่อไป ต่อให้เลือดสีแดงมีกำลังคนมากกว่าอีกฝ่ายสักแค่ไหน ก็คงจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน  ...พ่ายแพ้เหมือนกับที่ผ่านมา

“ครูส...”  เสียงห้าวๆ ที่เอ่ยเรียกจากทางด้านหลัง เป็นของจัสติน

ชายเลือดสีแดงเจ้าของร่างกำยำเปิดประตูเข้ามาด้านใน

“มีอะไร?”  ครูสถามทั้งที่สายตายังคงจ้องมองไปด้านนอกอาคาร

“มีคนอยากพบนาย”

“ใคร?”

“ผมเอง” 

เสียงที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มผิวเข้มเบิกตากว้างขึ้น ก่อนหมุนตัวหันไปมอง ...ชายหนุ่มร่างสูงสง่ายืนอยู่ที่ประตูห้อง กำลังถอดแว่นกันแดดสีดำออกจากใบหน้า เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ดูเปล่งประกายมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

เขาบอกว่าคุณจะต้องมาที่นี่แน่ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”  ครูสเอ่ยขึ้น

“ผมก็ไม่คิดว่าต้องมาเร็วขนาดนี้เหมือนกัน”

ในวันถัดมานับจากที่หนีออกมาจากห้องของลุค อีธานได้ติดต่อกับน้องชาย และได้รู้ว่ากองกำลังเซ็นโทรกำลังสืบหาสมาชิกในกลุ่มของอย่างหนักอยู่ ทันทีที่ได้เบาะแสกองก็มีคำสั่งให้คนไปจับกุมได้ในทันที ถึงตอนนี้จะยังสืบมาไม่ถึงตัวว่ามีใครบ้าง แต่คิดว่าอีกไม่นาน 

ตอนนี้อีธานฝากความหวังไว้ที่เซท ...หวังว่าอดีตหัวหน้ากองจะพอหาจุดอ่อนเล่นงานฝ่ายกองกำลังได้บ้าง

จากนั้นอีธานก็ตัดสินใจมาหาเยือนเขต N เพื่อจราจากับครูส โดยผ่านการติดต่อกับโจอี้และจัสติน ที่แม้คนหลังจะไม่ชอบอีธานอย่างมาก แต่ยอมทำตามคำข้อร้อง

“คุณมีข้อเสนออะไรมาให้ล่ะ?”  ครูสถาม

“ผมมีแนวทางที่คิดว่า เป็นทางออกที่ดีสำหรับพวกเราทุกคน”

“ผมคงต้องคิดดูก่อน เพราะตลอดมามันไม่เคยมีทางออกที่ดีสำหรับพวกเราเลือดสีแดงมาก่อน”

“มันต้องดีกว่าตอนนี้แน่”  อีธานเดินไปที่มุมหน้าต่างผ่านกระจกฝ้าขุ่นมัว  “ยังไงพวกคุณอยู่กันแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอก”

“ถ้ามันจำเป็นเราก็ไม่มีทางเลือก” ครูสกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ  “คุณจะเอาฐานะอะไรมายืนยันล่ะ ตอนนี้คุณเองก็โดนไล่ล่าอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

อีธานหันไปพยักหน้าตอบ  “เพราะงั้นผมเลยมานี่ไง”

อีธานหยิบเครื่องมือสื่อสารชนิดพิเศษออกมาจากกระเป๋า มันมีลักษณะเหมือนปากกาด้ามเล็กๆ เอาไว้ส่งสัญญาณแบบป้องกันการดักจับ

“ขอยืมเครื่องมือติดต่อสื่อสารอะไรสักอย่างหน่อย” อีธานว่า

ครูสชี้ไปที่โต๊ะด้านหลัง ซึ่งคอมพิวเตอร์พกพาตั้งอยู่ อีธานจัดการเปิดขึ้นและเชื่อมต่ออุปกรณ์ในมือเข้ากับเครื่อง ใช้เวลาในการติดตั้งและควานหาช่องสัญญาณอยู่ครู่หนึ่ง หน้าจอก็แสดงผลการเชื่อมต่อได้ จอภาพหยาบๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงดังแว่วมาจากอีกด้าน

“โอ๊ะ...มาแล้วเหรอ? ทำไมเร็วจัง ยังไม่ได้เตรียมตัวเลยอะ”  เสียงพูดนั้นมาก่อนที่ ร่างของชายคนหนึ่งที่สวมหน้ากากครึ่งใบหน้าเป็นลายสีขาวคาดดำจะโผล่ขึ้นมาจากจอ เส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงเป็นเอกลักษณ์นั้นอีธานจำได้ดี

ครูสหันมามองหน้าอีธาน

“อย่าถือสา เขาเพี้ยนๆ นิดหน่อย”  อีธานบอก

“ฉันได้ยินนะ นายว่าใครเพี้ยน!”  โทบี้ตอบกลับ

“ถอดหน้ากากบ้าบอนั้นไปซะโทบี้”  อีธานว่า

“โทบี้เป็นใครหึ? บอกแล้วไงติดต่อกันต้องผ่านรหัสลับ...รหัสของฉันคือ ทีบียี่สิบเอ็ด...แล้วอีกอย่างหน้ากากนี่ก็ไม่ได้บ้าบอนะ เป็นหน้ากากยุคโบราณ ราคาแพงแบบไม่ธรรมดาด้วย” อีกฝ่ายตอบกลับมายาวเหยียด ก่อนจะหันไปทางครูส  “สุดยอดนั้น ไมก้า ครูส!...อ้าวแต่ไม่ได้ผมยาวแล้วแฮะ เสียดายจังฉันชอบตอนผมยาวมากกว่า”

ครูสขมวดคิ้วหันมาหาอีธานอีกครั้ง

“เอ่อ...เพี้ยนๆ นิดหน่อยน่ะ”  อีธานรีบหันไปเขม่นเพื่อนผ่านหน้าจอการสื่อสาร โทบี้เป็นพวกคลุกอยู่ในห้องทำงาน วันๆ แทบไม่ค่อยได้เจอคนภายนอก เวลาแบบนี้จึงมันจะตื่นเต้นและแสดงออกด้วยการพูดน้ำไหลไฟดับแบบนี้

“เอาหน้ากากโบราณอะไรของนายออกซะโทบี้! ขอร้องล่ะ!

“ก็ได้ๆ ”  เจ้าตัวรีบโยนมันทิ้ง

เมื่อเข้าโหมดจริงจัง โทบี้ ก็ทำได้ดี เขาแสดงโครงร่างทั้งหมดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างเมืองใหม่ มีระบบที่ชัดเจนและรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ทั้งแผนการดำเนินการ และมาตรการป้องกันต่างๆ ก็ถูกร่างออกมาเป็นขั้นตอนแบบชัดเจน  หลายส่วนที่ผ่านการวิเคราะห์โดยใช้พื้นฐานของการแตกต่างทางเผ่าพันธุ์ ขนาดครูสเองยังมองด้วยความทึ่ง

โทบี้ผลักแป้นพิมพ์ออก เลื่อนแผนการตัวใหม่ออกมาที่หน้าจอแสดงผล “สถานการณ์เราตอนนี้เหมือนจะมีแต่เรื่องร้ายๆ แต่ฉันมีข่าวดีจะแจ้งก็คือ เซท เพิ่งติดต่อมา...หาคนได้จำนวนหนึ่งแล้ว และก็มีวิธีเข้าถึงตัววัลโด้ได้ด้วย”

“เซท คือหัวหน้าหน่วยกองกำลังพิเศษหรือ?”

“อดีตน่ะ...ตอนนี้เขาเป็นคนของกลุ่มเรา”  อีธานช่วยตอบให้

“เดี๋ยวอีกหนึ่งนาทีจะตัดสัญญาณนะ” โทบี้พูดเร็วปรื๋อ  “เพื่อความปลอดภัย ระบบจะตัดทุกสิบนาที ...ไอ้แท่งๆ นั่นเป็นการติดต่อทางเดียว ก็คือจะส่งสัญญาณมาที่นี่ได้เท่านั้น ทางเราติดต่อไปไม่ได้ เพราะอย่างนั้นคงต้องให้คุณติดต่อมาแทน ซึ่งได้ตลอดเวลาเลยนะ ผมจะรอ”

โทบี้ฉีกยิ้ม พร้อมกับยกมือขึ้นโบกก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดไป

“เป็นคนแปลกๆ นะ”  ครูสว่า

ส่วนอีธานได้ถอนหายใจ โทบี้หลงเสน่ห์คนง่าย โดยเฉพาะคนที่มีบุคลิกโดดเด่น และไม่จำกัดขอบเขตความชอบ ก่อนหน้านี้เขาหลงใหลได้ปลื้มอลิเซียหัวหน้าระบบฐานข้อมูลทั้งที่เธออายุมากพอจะเป็นแม่เขาได้ ตอนนี้ก็คลั่งไคล้เอเลียต ...อีธานเลยได้แต่หวังว่าต่อไปเจ้าตัวจะไม่พยายามจีบครูสเข้า

“ผมจะไม่พยายามพูดให้คุณยอมรับข้อเสนอของเราหรอก แต่อยากให้คุณปรึกษากับคนของคุณ แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่มีกำหนดเวลาบังคับ ข้อเสนอของเราจะอยู่ตลอดจนกว่าคุณจะพร้อม” ร่างสูงหยิบแท่งอุปกรณ์สื่อสารมายื่นส่งต่อให้ครูส  “ระหว่างนี้สามารถคุยกับโทบี้ได้ตลอด เขาจะตอบทุกอย่างและช่วยประสานงานให้”

ครูสนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือออกไปรับสิ่งที่อีธานส่งให้

“ตอนนี้อาเธอร์อยู่ที่ไหน ผมต้องการพบตัวเขา”  อีธานถาม

“เสียใจด้วย อาเธอร์ออกจากเขตN ไปนานแล้ว แล้วผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่”

“ออกไปแล้ว?”

“หลังกลับมาจากที่เขาสูงนั่น อาเธอร์เตรียมการอะไรบางอย่าง แล้วก็ออกจากที่นี่ไป”  ครูสตอบ  “ถ้าให้เดาคิดว่าอาจจะกลับไปที่โอเอซิส เพราะเลือดสีขาวทั้งหมดยังคงอยู่ที่นั้น”

“งั้นคงต้องรบกวนอีกอย่าง ผมอยากได้พาหนะเพื่อไปที่นั่นให้ได้เร็วที่สุด ผมมีเรื่องสำคัญต้องสอบถามเขา”

ครูสหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกจัสตินที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูให้เข้ามาด้านใน  “หายานพาหนะอะไรก็ได้ให้อีธานคันหนึ่ง”

 

อีธานก้าวเท้าลงจากยานพาหนะที่ควบขับอยู่ เจ้าสองล้อคันโตที่ขับเคลื่อนแบบไม่หยุดพักมาตลอดถูกปล่อยให้ล้มลงบนพื้นทรายร้อนระอุ  เบื้องหน้าเป็นแนวหินเขตป้องกันตนเองของโอเอซิสที่ยังคงมีบางส่วนพังทลายจากการโจมตีครั้งก่อน

ท่อนขายาวเหยียบอย่างมั่นคงก่อนจะก้าวผ่านเข้าไปด้านใน ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้นดินที่อัดแน่นจนเรียบ เสียงสัญญาณบางอย่างก็ดังขึ้น พร้อมกับปากกระบอกปืนอัตโนมัติหลายกระบอกจากด้านหลังแนวกำแพงก็เบนตรงมาแบบพร้อมจะยิงทันทีที่เจ้าหมายเคลื่อนไหว

“เดี๋ยว...ปิดระบบป้องกันก่อน”  เสียงหนึ่งดังแววผ่านลำโพงกระจายเสียง หลังจากนั้นก็ใช้เวลาครู่หนึ่ง ชายหนุ่มเลือดสีขาวเจ้าของร่างเล็กก็วิ่งออกมาจากส่วนหนึ่งที่อีธานจำได้ว่าเป็นอุโมงค์สำหรับหลบภัยใต้ดิน

“ทำไมนายมาที่นี่ได้ล่ะ?”  อาเธอร์ถามทันที สีหน้าของเจ้าตัวแฝงไปด้วยแววตื่นตระหนก

“ฉันมีเรื่องสำคัญต้องรู้ให้ได้”  อีธานตอบ

“จีแอลตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะ”

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว”  ชายหนุ่มตอบกลับ ขยับเข้าใกล้ร่างเล็กนั้นมากขึ้น  “แต่ฉันมาที่นี่เพราะอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงได้รอดตายมาได้ตังหาก”

อาเธอร์เบิกดวงตาสีขาวขุ่นของตัวเองกว้างขึ้น “นะ...นั่น...ก็เพราะเราใช้วิธีการรักษา แบบทันสมัย...”

“ต่อให้เป็นอุปกรณ์ขั้นสูงที่เซ็นโทรพัฒนามาตลอดก็ไม่น่าจะทำได้”  อีธานกล่าว  “นายใช้วิธีอะไรกันแน่?”

“โธ่เอ๊ย” อาเธอร์ขยี้เส้นผมตัวเอง  “ก็นายตายไม่ได้นี่นา! ถ้านายไม่อยู่แล้วจีแอลต้องคลั่งไปแน่ๆ”

“อาเธอร์...”

ชายร่างเล็กขบริมฝีปากแน่น จากนั้นจึงได้กล่าวออกมา  “ตอนนั้นนายกำลังจะตายอยู่แล้ว แถมยังเสียเลือดไปมาก วิธีเดียวที่น่าจะช่วยได้ก็คือใช้เลือดของจีแอล”

“เลือดของจีแอล?”

“เพราะเลือดของนายเป็นคนเดียวที่เข้ากันได้กับเลือดของจีแอลมากที่สุด ถึงจะไม่เคยทดสอบ แต่ในตอนนั้นเราก็ไม่มีทางเลือก...ก็ต้องเสี่ยงดวงดู”

เพราะเลือดสีเงินที่ได้ชื่อว่าเป็น สายโลหิตที่บริสุทธิ์จากพระเจ้า อีธานไม่ได้เอะใจสักนิดว่าสิ่งนี้ช่วยยื้อชีวิตของตัวเองเอาไว้ ช่วยสมานแผลที่ร้ายแรงขนาดนั้น ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และตอนนี้เลือดของจีแอลก็พัฒนาศักยภาพร่างกายให้เพิ่มสูงขึ้น

“ทำไม...”  อีธานพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง  “ทำไมจีแอลถึงยอมใช้เลือดของตัวเองเพื่อฉัน...”

“ไม่น่าต้องถามเลย เพราะเขาไม่มีทางยอมเสียนายไปน่ะสิ!

“ถ้าอย่างนั้นเลือดของฉันในตอนนี้...” ชายหนุ่มครูดปลายนิ้วของตัวเองกับก้อนหินแหลมคมที่อยู่ข้างๆ เลือดที่ไหลออกมานั้นยังคงมีสีน้ำเงิน

อีธานจ้องมองปลายนิ้วที่มีโลหิตไหลเป็นสายเล็กๆ นั้น ...มันยังคงมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และมีสีน้ำเงิน หากแต่เมื่อดูดีๆ แล้วมันไม่ได้เข้มข้นดุจเดิมที่เคยมี

เลือดในกายของเขาได้ผสมกับเลือดสีเงินที่มีคุณสมบัติพิเศษจนเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว

“ใช่..ตอนนี้เลือดของนายไม่ใช่เลือดที่จะสร้างปาฏิหาริย์ร่วมกับจีแอลได้อีกแล้ว”  อาเธอร์พยักหน้า

ในอกของอีธานรู้สึกปวดร้าวราวกับถูกอะไรบางอย่างอัดกระแทกอย่างหนักหน่วง รุนแรงเสียจนทำให้หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นได้

หลังจากเงียบงันไร้คำพูดใดๆ อยู่ครู่หนึ่ง อีธานก็ถามต่อ

“...จีแอลรู้อยู่แล้วเหรอว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้” 

อาเธอร์พยักหน้าช้าๆ  “เขาเป็นคนตัดสินใจเอง เพื่อให้นายรอด...”

นับตั้งแต่ที่เขาฟื้นขึ้นมาจีแอลไม่เคยพูดถึงเรื่องการสืบทอดเผ่าพันธุ์อีกเลย น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนที่กระซิบข้างหูซ้ำๆ บอกว่ารักเขา และขอแค่มีเขาอยู่ จะแลกกับอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ชายหนุ่มปิดดวงตาที่ร้อนผ่าวลงอย่างช้าๆ พร้อมกับหวนนึกถึงค่ำคืนหนึ่ง...ชั่วขณะที่ร่างโปร่งที่หอบสะท้านอยู่ใต้ร่าง จ้องมองเขาด้วยดวงตาที่แฝงไว้ด้วยความเศณ้า ขณะที่ใช้สองมือปิดริมฝีปากของอีธานเอาไว้  ...เรื่องนั้น ไม่ต้องพูดแล้ว

“เป้าหมายอย่างที่สองของจีแอล คนที่เขาต้องการฆ่า เกี่ยวพันกับตัวฉันด้วยหรือเปล่า?”

อาเธอร์ชะงัก จากนั้นจึงค่อยๆ เงยหน้าจ้องมองคนถาม

“คนนั้นก็คือ...พ่อของนาย”



===+++===+++===+++

สวัสดีค่ะ 

ใกล้จบแล้วเนอะ T-T  รู้สึกใจหายเหมือนกัน เพราะเขียนมาอย่างยาวนาน (ไม่ใช่ว่าเนื้อหาเยอะ แต่เพราะว่าเขียนช้ามาก 55)  

เนื้อหาที่อัพนี้เป็นแบบที่ไม่ได้รีไรท์นะคะ เพราะอย่างนั้นอาจจะดิบๆ ขาดห้วนไปบ้าง พิมพ์ผิด และคำซ้ำคำซ้อนเยอะ  ขออภัยอย่างสูงค่ะ   

สั้นสั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,183 ความคิดเห็น

  1. #1126 nu_uu61 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:17
    น้องท้องไม่ได้แล้วหรแ เส้าาา อยากอ่านรุ่นลูก55555
    #1,126
    1
    • #1126-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 91)
      26 กันยายน 2563 / 21:36
      มีภาคพิเศษรุ่นลูกด้วยค่ะ เริ่มตอนที่ 102...ถ้ามีเวลาอย่าลืมแวะมาอ่านได้นะคะ (ยาวเหยียดอยู่ ^^')

      ปล. ตอนพิเศษอาจจะเปิดให้อ่านถึงประมาณสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นก็ว่าจะรีไรท์ใหม่ค่ะ ยังไงขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ
      #1126-1
  2. #1042 Pissuda627 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 18:17
    ว่าแล้วเชียวคนคนนั้นคือพ่อของพระเอก!!
    #1,042
    0
  3. #1039 ~PiToN~ (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 05:06
    ว่าแล้วต้องเป็นพ่อ
    #1,039
    0
  4. #527 NaokiChun (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:13
    คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นพ่อของอีธาน
    #527
    1
    • #527-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 91)
      2 กันยายน 2561 / 22:01
      ขอบคุณที่อ่านมาจนจบน้า
      #527-1
  5. #423 Pinkzahazzz (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 17:03
    อ๊าาาา.ตอนท้ายๆเหมือนจะเศร้านะแต่ทำไมเราฟิน
    #423
    1
    • #423-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 91)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:49
      ทำไมแบบน้านนนน 555
      #423-1