Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 87 : สู่...จุดสิ้นสุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    3 พ.ย. 60

ไร้ซึ่งคำบอกลา ไม่ทิ้งไว้แม้ข้อความในระบบ กระทั่งกระดาษโน้ตสักแผ่นก็ไม่มี 

จีแอลเพียงแค่จากไปเฉยๆ เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่เคยทำ  และอีธานก็ไม่เคยไม่เข้าใจเหตุผลของจีแอลได้เลย

หลังจากสำรวจจนรอบบ้านแล้ว ชายหนุ่มสาวเท้าอย่างหดหู่ก็กลับมานั่งบนเตียงในห้องนอน อยู่เฉยๆ ราวกับก้อนหินอย่างนั้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ดิน

ทั้งที่ควรจะเสียใจ แต่ตัวเขาในตอนนี้กลับรู้สึกว่างเปล่าเสียมากกว่า

ส่วนลึกภายในใจรู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง เพราะข้อเสนอที่บอกให้จีแอลทิ้งทุกอย่างไป ไม่ต้องสนใจสิ่งอื่น คำขอร้องที่บอกให้อยู่ด้วยกันตลอดไปนั้น ส่วนหนึ่งมันมาจากความเห็นแก่ตัวเองอีธานเอง

รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ยังไงซะพวกเขาก็ไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุข ไม่มีทางใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งเช่นตอนนี้ไปได้ตลอด หากเหตุการณ์ยังคงคุกรุ่น ไฟที่ลามอยู่ภายนอกต่อให้ไกลแค่ไหนก็ต้องมาถึงตัวเข้าสักวัน แต่ที่อีธานขออย่างนั้น เพราะกลัวว่าหากก้าวเท้ากลับไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งนั้นอีกครั้ง คงเป็นเขาเองที่จะไม่สามารถถอนตัวออกมาได้อีกแล้ว

...จีแอลรู้จักตัวอีธานมากกว่าตัวเขาเองซะอีก

ตอนนี้จีแอลก็เลือกจะจากไปทำตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ เหลือเพียงอีธานที่ต้องกลับมาคิดถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการอีกครั้ง

ร่างสูงเดินไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าจอแสดงผลของระบบติดต่อสื่อสารซึ่งเวลานี้ถูกปิดระบบการทำงานเอาไว้ จึงดูไม่ต่างจากการกระจกเงาดำมืด  เขามองดูตัวเอง เห็นเส้นผมสีดำยาวละต้นคอ รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนแผ่นอกปรากฏผ่านสาบเสื้อที่เปิดอ้าอยู่ และดวงตาสีน้ำเงินเข้มฟ้องถึงเผ่าพันธุ์

ถึงจะพยายามโยนหลายสิ่งหลายอย่างทิ้งไป แต่ก็คงไม่มีทางหนีพ้นความเป็นจริงไปไม่ได้

อีธานกดปุ่มเปิดสวิสต์อุปกรณ์ตรงหน้า... สามเดือนที่ตัวเขาตัดขาดจากโลกภายนอก ถึงตอนนี้คงต้องกลับไปซะที

 

ช่วงเวลาที่จีแอลเลือกจะจากไปนั้นเป็นจังหวะดีที่สุดในการเดินทางลงหน้าผาในรอบเดือนนี้ มันทำให้คิดได้ว่าเจ้าตัวเลือกเวลาโดยวางแผนจากไปตั้งแต่วันที่อาเธอร์มาเยือนแล้ว ในขณะที่อีธานคอยต้องทบทวนถึงสิ่งที่ถูกสอนในเวลาสั้นๆ ต้องจับสังเกตถึงปัจจัยต่างๆ ซึ่งบ่งบอกการประทุของปากปล่องภูเขาไฟ กว่าจะลงมาข้างล่างได้อย่างปลอดภัย แต่ก็เสียเวลาไปถึงหนึ่งวันเต็มๆ  ...ช้ากว่าจีแอลไปหลายก้าว

ทันทีที่มาถึงเขาก็เห็นยานพาหนะสมรรถนะสูงคันใหญ่จอดรออยู่แล้ว เจ้าของร่างที่มีเส้นผมสีน้ำตาลแดงและดวงตาสีฟ้าสดก้าวเท้าลงจากรถแล้ววิ่งตรงเข้ามาหา

เอเลียตแต่งกายง่ายๆ ไม่ได้เนี้ยบไปทั้งตัวเหมือนกับภาพจำที่เคยเห็น  โครงหน้าดูซูบตอบ ร่างกายก็ดูผายผอมลงไปกว่าเดิม ทั้งอย่างนั้นกลับดูว่าบรรยากาศรอบๆ ตัวนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว

“พี่...พี่จริงๆ ใช่ไหม?  ผมคิดว่าพี่ตายไปแล้ว”  ผู้เป็นน้องชายหยุดอยู่ห่างจากอีธานไปหนึ่งก้าว กล่าวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจะสั่นเครือเล็กน้อย  “เซท...เซทบอกว่าพี่ถูกยิงตายที่โอเอซิส รายงานของเซ็นโทรเองก็ออกมาแบบนั้น...ตอนที่พี่ก็ติดต่อมาผมคิดว่าตัวเองฝันไปซะอีก”

อีธานยิ้มจางๆ ขณะใช้มือลูบศีรษะของน้องชาย   “โดนยิงจริงๆ แต่ก็ยังรอดมาได้น่ะ”

“เรื่องมันเป็นมายังไง? แล้วไอ้ตัวประหลาดนั่นยอมปล่อยพี่มางั้นเหรอ?”

“ไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลัง” 

เมื่อก้าวเข้าไปในรถที่ติดเครื่องยนต์รออยู่ สเวน คนขับก็ก้มศีรษะทักทายในทันที ร่างสูงเก้งก้างนั้นแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ใบหน้ายังนิ่งเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึก ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดี่ยวก็ยังดูเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นเช่นเดิม

“เรารีบกลับกันเถอะ”  เอเลียตสั่ง

“ครับ”  สเวนตอบรับ

“เซ็นโทรเป็นยังไงบ้าง?”  เมื่อยานพาหนะเคลื่อนตัวออกไปอีธานก็ถาม

“พี่ไปเห็นก็จะรู้เอง” เอเลียตนั่งอยู่ข้างๆ หันมาหาพี่ชาย “แต่ผมแนะนำว่า เตรียมใจเอาไว้หน่อยก็แล้วกัน”

ระหว่างทางอีธานเล่าเรื่องอย่างง่ายๆ ว่าเขาถูกพามารักษาตัวที่นี่เพื่อความปลอดภัย แม้จะเห็นสายตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัย แต่เอเลียตก็ฟังเงียบๆ ไม่ได้ซักถามอะไรกลับมา

เวลาอันยาวนานผ่านพ้นไปกับการนั่งอยู่ในยานพาหนะซึ่งขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุดจนฝุ่นฟุ้งตลบ เมื่อเริ่มเข้าใกล้เซ็นโทร สเวนก็จอดรถแนบไหล่ทาง

“มีอะไร?”  อีธานถาม

“ต่อจากนี้อาจจะมีด่านตรวจ คุณอีธานอยู่ในฐานะของคนทรยศที่ไปเข้ากลุ่มกับพวกกบฏ เพราะอย่างนั้นทางที่ดีคงต้องให้ซ่อนตัวป้องกันการตรวจสอบเอาไว้ก่อน”  หนุ่มคนขับหันมาบอก

อีธานลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท  เขาในตอนนี้ไม่ใช่เลือดน้ำเงินชนชั้นสูง ไม่ได้อยู่ในฐานะบุตรชายคนโตของผู้นำเซ็นโทรอีกแล้ว 

...ไม่ใช่ว่าที่ผู้นำคนต่อไป หากแต่เป็นคนทรยศ

“ตั้งด่านตรวจเข้มเลยงั้นเหรอ?”

“เป็นกฎใหม่ของทางสภาเมืองน่ะครับ”  สเวนตอบ

“ถึงกับห้ามเข้าออกเลย?”

“ใช่ครับ ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตแบบที่เรามี ก็จะไม่มีสิทธิใช้เส้นทางพวกนี้ ทั้งหมดเพื่อขว้างกั้นการเข้าใกล้เขตเซ็นโทร ป้องกันการลอบโจมตีครับ”

“พี่ไม่ต้องห่วง พวกเขาไม่ได้ระวังเรามากขนาดนั้น” เอเลียตพูดเสริม  “อีกอย่างทุกคนก็เข้าใจว่าพี่ตายไปแล้ว”

อีธานได้แต่พยักหน้าตอบ  ต่อจากนั้นเขาก็เข้าไปซ่อนตัวในช่องลับที่เชื่อมต่ออยู่ใต้เบาะที่นั่งด้านหลัง แม้จะเป็นช่องที่ถูกออกแบบมาให้มีอากาศถ่ายเทได้ แต่ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ของอีธานทำให้รู้สึกเหมือนถูกยัดเข้าไปในลิ้นชั้นเล็กๆ ไม่สามารถขยับตัวได้ อึดอัดแทบหายใจไม่ออก

ยิ่งเข้าใกล้เขตเมืองก็จะพบว่าถนนหนทางเริ่มจะถูกปิดกั้นจากด่านตรวจของกองกำลังเซ็นโทรเพื่อตรวจสอบการเข้าออกถี่ขึ้น ทั้งที่ขับมาได้ไม่ไกล แต่ก็ต้องหยุดจอดถึงสองครั้ง

ปกติแล้วกองกำลังของเซ็นโทรแม้จะทันสมัยด้วยเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ แต่ก็ยังขาดแคลนเรื่องกำลังคน ยิ่งหากเทียบกับประชากรของชนชั้นแรงงานที่มีจำนวนมากกว่าแล้วจะเห็นความแตกต่างอันมหาศาลได้ในทันที มันจึงเป็นจุดด้อยเดียวของชนชั้นปกครองอย่างเลือดสีน้ำเงิน 

อย่างนั้นแล้วทำไมสภาเมืองยังให้เจียดคนของหน่วยกองกำลังมาประจำตามทางเข้าออกที่แทบไม่มีรถผ่านพวกนี้อีกล่ะ อีธานขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดในระหว่างนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่ารถที่แล่นอยู่ก็ชะลอตัว ก่อนจะจอดนิ่งสนิท ทั้งที่คำนวญจากระยะเวลาการเคลื่อนตัวยังไม่น่าจะถูกประตูทางเข้าเมือง

“เจอด่านอีกแล้วเหรอ?”  อีธานที่ซ่อนอยู่ในช่องลับส่งเสียงถาม

“ไม่ใช่หรอก”  เอเลียตตอบกลับมา

“งั้นจอดทำไมล่ะ?” 

“เราไปต่อไม่ได้แล้ว”  คราวนี้เสียงที่พูดเป็นของสเวน  “คุณอีธานออกมาได้แล้วล่ะครับ”

คิ้วเข้มของอีธานขมวดแน่น เขาออกมาจากจุดที่ซ่อน แล้วก้าวลงจากรถ ทันทีที่สายตาจับโฟกัสสิ่งที่เห็นได้ มันก็ทำให้อีธานต้องเบิกตากว้าง

เมืองที่เกิดและเติบโตมานั้นในตอนนี้ดูราวกับสถานที่ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน มันอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันขาว พื้นดินรอบๆ บริเวณ ก่อนหน้านี้เป็นเพียงซากเมืองรกร้างนั้นเวลานี้ถูกทำลายสิ้น เละเทะเหมือนกับโดนระเบิดซ้ำๆ ไม่รู้กี่สิบรอบ ที่ต้องจอดยานพาหนะที่นี่ก็เพราะเส้นทางทั้งหมดไม่สามารถให้รถวิ่งเข้าไปได้อีกแล้ว

การถล่มจนเหมือนหลุมขรุขระขนาดยักษ์ทั่วไปหมดนั้น ทำให้เห็นได้ชัดว่าอันเดอร์กราวซิตี้ที่อยู่ข้างใต้นั้นคงไม่เหลือซากด้วยเช่นกัน  มันบ่งชัดถึงการต่อสู้ทำลายร้างที่แทบจะผลาญทำลายทุกอย่างไปจนสิ้น

อีธานเงยหน้าขึ้นมองไปยังอาณาจักรเซ็นโทรที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก มันฟุ้งกระจายเต็มไปด้วยควันจากสารเคมีปกคลุมราวกับเมฆหมอก ชั่วจังหวะหนึ่งที่สายลมช่วยพัดพาช่วยให้ความอึมครึมนั้นบางเบาลง อีธานก็ต้องกลั้นหายใจ ตกตะลึงจนได้แต่ยืนอึ้ง

กำแพงอันแข็งแกร่งของเซ็นโทรในตอนนี้ย่อยยับ เหลือเพียงซากปรักเท่านั้น

สิ่งที่แข็งแกร่งสูงตระหง่าน จนแบ่งชนชั้นของผู้คนให้แยกออกจากกัน  สิ่งที่เลือดสีน้ำเงินต่างภาคภูมิใจว่ามันช่วยปกป้องพวกเขาจากอันตรายได้นั้น เวลานี้...ไม่เหลืออีกแล้ว

“ไม่มีกำแพงเมืองอีกแล้ว”  เอเลียตที่เดินมายืนข้างๆ กล่าวขึ้น  “การประทะกันรอบสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ ได้ทำลายมันไปจนหมด”

อีธานรู้สึกว่าตัวเองกำลังสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“พวกเลือดสีแดงล่ะ...พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?”

“โดนกวาดล้างล้มตายไปมาก บางส่วนก็อพยพกระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ ที่ยังเหลือยึดเขตN เป็นฐานที่มั่นโดยมีกลุ่มของครูสเป็นผู้นำครับ”  สเวนตอบ พร้อมกับก้าวเท้ามายืนเคียงข้างกับเอเลียต

ในใจของอีธานรู้สึกเศร้าสลด ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียของฝ่ายไหนมันก็ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งนั้น

...กลุ่มที่คิดว่าตัวเองมีความชอบธรรมในการปกครอง ชอบธรรมในบังคับคนอื่นให้อยู่ในระบอบที่วางเอาไว้ ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด เพียงแค่ต้องการจัดการกลุ่มกบฏเพื่อให้ความสงบกลับมาอีกครั้ง

...กับกลุ่มที่อดทนต่อการกดขี่มาตลอด ต้องการอิสระภาพและความเท่าเทียมกัน พวกเขาก็คิดเช่นกันว่ากำลังเรียกร้องเพื่อสิ่งที่ตัวเองควรจะได้ และมีสิทธิที่จะระบายความคับแค้นที่สะสมมานาน เพื่อความถูกต้องชอบธรรมเช่นเดียวกัน

“เราไปหาคนอื่นๆ กันเถอะ”  อีธานหันมาบอกน้องชาย

เอเลียตพยักหน้าตอบรับ  “พวกเขาก็กำลังรอพี่อยู่เหมือนกัน” 



===+++===+++===+++===

เดินทางมาถึงบทท้ายของเรื่องแล้วนะคะ  ...รู้สึกใจหายเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเสียดายที่เรื่องอันยาวนานกำลังจะจบหรอกนะคะ  แต่รู้สึกใจหายที่ว่า ทำไมตอนใกล้จบมันดูสั้นๆ (สมชื่อคนแต่ง) แบบนี้ล่ะเนี่ย 

แจ้งกันหน่อยว่า ตอนนนี้ สั้นสั้น กำลังรีไรท์เรื่องนี้อยู่จ้า ...รีไรท์เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? ก็มีหลายส่วนอยู่เหมือนกัน  มีเพิ่มฉาก  โดยหวังว่ามันจะทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้น (จะพยายามค่ะ!)

ยังไงตอนนี้มาตามเอาใจช่วย จีแอลกะอีธาน สู้กันไปจนจบก่อนเนอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

** แถมท้าย สปอยล์เล็กน้อย สำหรับบางคนที่กังวลว่าเรื่องนี้จะจบเศร้า จะบอกว่าไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะคนแต่งเป็นพวกไม่ชอบอะไรเศร้าๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจะจบแฮปปี้ค่ะ **

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ  ทิ้งคอมเมนต์เอาไว้ก็จะดีใจมากๆ ค่ะ

สั้นสั้น  (นามปากกาที่มาตอนนี้แล้วได้แต่กุมขมับว่า ตั้งมาได้ยังงายยยยย)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,183 ความคิดเห็น

  1. #417 Pinkzahazzz (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:06
    อย่าจบเศร้านะ//เค้าทำใจไม่ได้
    #417
    1
    • #417-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 87)
      3 พฤศจิกายน 2560 / 21:29
      ไม่เศร้าค่ะ...ไม่ต้องห่วง ^^
      #417-1
  2. #416 monaza_vodka (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 15:57
    ไม่อยากให้เรื่องนี้จบเศร้าเลยค่ะ ขอแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะคะ พลีสสสสสส
    #416
    1
    • #416-1 สั้น สั้น(จากตอนที่ 87)
      3 พฤศจิกายน 2560 / 18:53
      ไม่จบเศร้าค่ะ คนแต่งอยู่ลัทธิสุขนิยมจ้า
      #416-1