Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 72 : ดินแดนแห่งผืนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

คำพูดของโจอี้ที่บอกว่า เอเลียตกับสเวน ทะเลาะจนเหมือนจะฆ่ากันให้ได้นั้น ออกจะไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่

เพราะเมื่ออีธานมาถึงกระโจมเล็กๆ ที่มีการคุ้มกันจากชายหนุ่มเลือดสีแดงหลายคนนั้น เสียงจากด้านในช่างเงียบกริบ

“ผมไม่ได้โกหกนะ เมื่อกี้พวกเขาทะเลาะกันเสียงดังเลย” โจอี้รีบพูดยืนยัน

อีธานรีบแทรกตัวผ่านกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูอยู่ โดยไม่ได้สนใจท่าทีตกใจที่พวกนั้นมองมา

ด้านในเขาเห็นน้องชายตัวเองนอนหมดสติอยู่ ร่างกายช่วงบนนั้นพิงซบอยู่กับอกของสเวน ...ชายหนุ่มเลือดสีแดงมีใบหน้าด้านหนึ่งแดงช้ำเหมือนใครเหวี่ยงหมัดใส่กำลังประคองตัวเอเลียตไว้ราวกับโอบกอดสิ่งบอบบางที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ

“เอเลียต!” อีธานรีบร้อนเข้าไปหา  ไม่สามารถเดาได้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เอ่อ...คือ...อยู่ๆ ก็หมดสติไปครับ”  สเวนบอกด้วยท่าทางร้อนรน เมื่อสังเกตดูจึงได้เห็นว่านอกจากใบหน้าด้านหนึ่งที่บวมช้ำแล้ว ริมฝีปากของเจ้าตัวยังมีรอยแตกจนเลือดไหลซึม

อีธานรีบตรวจเช็คร่างกายของเอเลียตเบื้องต้น พบว่าระบบการหายใจและชีพจรยังคงปกติ ดูเหมือนว่าเขาจะแค่หมดสติไปเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย หรือไม่อย่างนั้นก็คงมีสาเหตุมาจากการใช้อารมณ์รุนแรงที่เกินไป 

“น่าจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เมื่อก่อนเขาก็เคยมีอาการคล้ายๆ เป็นแบบนี้”  เมื่อพูดจบอีธานก็จ้องหน้าสเวน “ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“เขาคงไม่พอใจที่เห็นหน้าผม” สเวนตอบ พลางก้มมองคนในอ้อมแขน  “ผมรู้ดีว่าเขาเกลียดการถูกทรยศหักหลัง ขนาดไม่ยอมเชื่อใจใครนอกจากตัวเอง ...ขนาดที่ว่าต่อให้ผมอธิบายทุกอย่างไปมากมายแค่ไหนก็ไม่เป็นผล”

“นายกับเอเลียต มีเรื่องอะไรกันแน่?”

สเวนมีสีหน้าหมองลง และเริ่มเล่าว่า เขาเคยเป็นคนของวิกเตอร์

“ผมถูกวิกเตอร์ซื้อตัวมาจากตลาดค้าทาสในอันเดอร์กราวซิตี้ ทำงานเพื่อเขาหลายปี จนสุดท้ายเพื่อแลกกับอิสระภาพ  ผมทำข้อตกลงกับวิกเตอร์ว่าจะต้องทำงานสำคัญให้เขาสามครั้ง งานสุดท้ายในข้อตกลงก็คือให้ผมแฝงตัวเข้ามาอยู่ในเซ็นโทรในฐานะทาสรับใช้ของคุณเพื่อขโมยข้อมูล”  น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราบเรียบเหมือนเจ้าตัวไม่แยแสอะไรอีกแล้ว

“ฉัน?”

“มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ยอมรับไมตรีใดๆ จากวิกเตอร์  อีกทั้งไม่ยอมรับการมีทาสเลือดสีแดงให้คอยรองมือรองเท้าข้างกาย วิกเตอร์หาช่องทางอื่นไม่ได้ ก็เลยเลือกส่งผมไปหาท่านเอเลียตแทน” สเวนเล่าต่อ  “ภายนอกที่เหล่าชนชั้นสูงของเซ็นโทรมองมาก็จะเห็นท่านเอเลียตที่ใช้ชีวิตหรูหรา เสเพล รักสนุก  ภายในมีตัวตนอันดำมืดที่โหดร้ายทารุณ ไร้หัวใจซ่อนอยู่...

แต่นานวันเข้าผมกลับมองว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มอ่อนแอน่าสงสาร ทุกครั้งที่กลับมาจากการงานเลี้ยงสังสรรค์ ต้องพบเจอกับคนที่น่ารังเกียจ ท่านเอเลียตจะไปอาเจียนในห้องน้ำ หลายคืนที่เขานอนฝันร้ายและตื่นมาร้องไห้เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ...สำหรับผมมันเป็นภาพที่ทั้งเปรอะบางและสวยงามเหลือเกิน”

ปลายนิ้วของสเวนแตะเบาๆ ลงที่หางตาของเอเลียต

“วิกเตอร์สั่งให้นายขโมยข้อมูลอะไร?”

“เขาต้องการฐานข้อมูลรายชื่อบุคคลผู้ต้องสงสัยที่เซ็นโทรจับตาดูเป็นพิเศษ” สเวนยิ้มบางๆ กล่าวตอบ  “แต่พอถึงเวลาที่ผมได้รับความเชื่อถือพอจะเคลื่อนไหวทำตามที่สั่งได้...ใจผมก็เปลี่ยนไปแล้ว  วิกเตอร์ก็สงสัยว่าผมจะตีตัวออกห่าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พ่อ แม่ น้องชาย ของผมตายหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้ใช้มาเป็นเงื่อนไขต่อรองได้อีก ผมเลยยื่นข้อเสนอว่าต่างคนต่างเก็บความลับ และเลิกยุ่งเกี่ยวกันซะ”

“วิกเตอร์ยอม?”

“ถึงไม่ยอมเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ผมกลายเป็นคนทาสรับใช้คนสนิทของท่านเอเลียตไปแล้ว จะเปิดเผยฐานะหรือบังคับเอาตัวคืนไปก็คงไม่ได้”

“งั้นหมอนั่นคงโกรธมาก”

“ผมไม่รู้ว่าวิกเตอร์คิดยังไง แต่ผมทำงานให้เขามามาก คิดว่ามากจนคุ้มค่ากับเงินค่าตัวที่เขาเคยจ่ายไปแล้ว” สเวนจ้องหน้าอีธาน  “...คุณเชื่อที่ผมพูดมาหรือเปล่า?”

อีธานหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้า  “นายเป็นคนที่ช่วยเอเลียตหาชุมชนใต้ดินของพวกครูส ถ้านายเป็นสายทำงานให้วิกเตอร์จริง ข่าวนี้คงไม่ถูกส่งไปถึงเซ็นโทร”

“...แต่คนคนนี้ ไม่เชื่อ...” สเวนก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมแขน พูดจาด้วยเสียงแผ่วเบา  “ทั้งที่บอกแล้วว่า ผมไม่มีวันทรยศเจ้าชีวิตตัวเองได้...”

ตอนนั้นเอง อีธานซึ่งยังคงจับแขนของเอเลียตไว้นั้น รู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเบาๆ จากมือน้องชาย ดูเหมือนว่าเขาจะได้สติแล้วสักพัก แต่ยังคงหลับตานิ่งอยู่

“นาย...รักเอเลียตงั้นเหรอ?”

สเวนเงยหน้าขึ้นมองอีธาน  “ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ”

อีธานขมวดคิ้ว “คำตอบมันน่าจะมีแค่ ใช่ หรือ ไม่ แค่นั้นนะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องบอกว่า...ไม่”

เอเลียตเหมือนจะทนไม่ไหว ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นผลักอกของสเวนออกห่างจากตัว ดวงตาสีฟ้าสดที่เปิดขึ้นดูแฝงไปด้วยแววของความโกรธ

“ท่านเอเลียต...” สเวนตื่นตกใจ เพราะไม่ได้ระวังร่างผอมสูงของเขาจึงหงายหลังลงไปนอนกะพื้น

“แกนี่มัน!...กล้าดียังไงตอบว่า ไม่”  เอเลียตพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เป็นแค่ชนชั้นต่ำเลือดสีแดงแท้ๆ คิดจะปฏิเสธฉันคนนี้งั้นเหรอ?!

“ไม่ครับ...ผม...”  สเวนแสดงท่าทางลนลานออกมา “ผมจะบอกว่า...ผมรักไม่ได้ ไม่อยู่ในฐานะที่จะรู้สึกอย่างนั้นได้ ที่สำคัญผมไม่อยากทำให้คุณยิ่งรู้สึกเกลียดผมไปมากกว่านี้”

“ว่าไงนะ?!”  ร่างโปร่งขบริมฝีปาก หรี่ดวงตาสีฟ้าของตัวเองลงคล้ายไม่สบอารมณ์

“คุณทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยงพวกเลือดสีแดงไม่ใช่หรือครับ”

“นั่นมัน ไม่...”  เอเลียตจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ปิดปากลงสะบัดหน้าไปทางอื่น 

“พอก่อนเถอะ อย่าเพิ่งทะเลาะกันตอนนี้ เรื่องของนายสองคนไว้ค่อยไปตกลงกันทีหลังเถอะ”  อีธานรีบเข้ามาห้าม จับไหล่ของเอเลียตไว้ทั้งสองข้าง  “เป็นไงบ้าง? ยังรู้สึกผิดปกติตรงไหนหรือเปล่า?”

เอเลียตปัดมือของพี่ชายออกเบาๆ ขณะส่ายหน้าเป็นคำตอบ

อีธานรู้สึกโล่งใจ และอดประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เห็นสีหน้าของน้องชายในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเหมือนโกรธ แต่ก็มีแว๊บหนึ่งในสายตาที่แฝงแววยินดี ตามมาด้วยความรู้สึกคล้ายกำลังอดกลั้นที่ชวนให้สับสนนั่นด้วย  อีกด้านสเวนที่ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ก็ดูหมองเศร้าจนน่าสงสาร

พวกเขาทั้งคู่คงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจหัวใจของตัวเองอีกสักพัก ไม่ต่างกับตัวอีธานในตอนนี้

อีธานถอนหายใจยาว หมุนตัวไปหาอาเธอร์กับโจอี้ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วพบว่าด้านหลังของทั้งคู่มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วยแล้ว

“ส่งสองคนนั้นออกไปจากโอเอซิสซะ”

“ทำแบบนั้นจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?”  ชายหนุ่มเจ้าของผิวสีแทนกล่าว พลางก้าวเท้าออกมายืนด้านหน้า

“ครูส...” บุคคลตรงหน้าดูเปลี่ยนไปมากจากที่เคยเห็น ดวงตาเรียวสีเข้มดูดุดันขึ้น อีกทั้งเส้นผมสีดำที่เคยยาวตรงเวลานี้ถูกหั่นจนสั้นเหี้ยนแทบจะติดหนังศีรษะ

“เจอกันอีกจนได้” 

“ปล่อยสองคนนี้ออกไปจากที่นี่ซะ”  อีธานยืนยันคำเดิม

“ผมไม่เห็นว่าคุณจะอยู่ในฐานะที่ออกคำสั่งได้นะ”

“ไม่ใช่ออกคำสั่ง แต่ต้องการยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนตังหาก”

“ข้อแลกเปลี่ยน?”

ชายหนุ่มพยักหน้า  “แลกกับการปล่อยสเวนกับเอเลียตออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย ทางเซ็นโทรก็จะปล่อยนักโทษกบฏเลือดสีแดงที่รอการตัดสินโทษจากคุกเฮเค”

ครูสหรี่ตาลงทันทีเมื่อได้ยิน  “เซ็นโทรจะยอมปล่อยตัวนักโทษงั้นเหรอ?”

“คนของผมเตรียมการเรื่องนี้อยู่แล้ว แค่รอคำสั่งยืนยันเท่านั้น”

“แล้วจะให้เชื่อได้ยังไง?”

เมื่อถูกถามกลับมาอย่างนั้น อีธานคิดหาคำตอบ เพราะรู้ดีว่าอย่างไรซะความเชื่อใจก็ไม่อาจสร้างได้เพียงแค่คำพูด

“ผมจะอยู่ที่นี่ ถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่บอก ก็แค่ฆ่าผมซะ ดีหรือเปล่า?”

พอได้ยินครูสก็หัวเราะออกมา พึมพำเสียงเบาว่า  “นึกว่าหมอนั่นจะยอมให้นายเป็นอะไรหรือไง”

“ครูส...”  อาเธอร์ดึงแขนฝ่ายนั้น “ฉันว่ามันเป็นข้อเสนอที่ดีนะ ยังไงซะเราก็ยัง...”

ครูสคิดแว๊บหนึ่งจึงพยักหน้า  ก่อนจะหันมาหาอีธาน  “ตกลงตามนั้นก็ได้”

จากนั้นอีธานขอเวลาคุยกับเอเลียตและสเวนตามลำพังอีกห้านาที แม้ว่าพวกของครูสจะแสดงความแคลงใจในสีหน้า แต่ก็ยอมที่จะออกจากห้องไปก่อน

“สเวน...พอออกจากที่ได้ให้รีบไปที่ยานพาหนะพิเศษที่จอดรออยู่แล้วตรงกลับเซ็นโทรไปในทันที ”  อีธานออกคำสั่ง

เอเลียตเงยหน้าขึ้นมอง  “แล้วพี่ล่ะ?”

“ฉันจะไม่กลับเซ็นโทร”

“ไม่กลับ?”

อีธานพยักหน้า  ไม่พูดตอบอะไรมากไปกว่านั้น เขาหันไปย้ำกับสเวน  “เข้าใจที่บอกนะ”

“ครับ”  สเวนตอบรับ

“จะบ้าไปแล้วหรือไง พี่จะอยู่ที่นี่กับคนพวกนี้ไม่ได้!

“ฉันตัดสินใจไปแล้ว”

“แต่...”

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก... อีกอย่างฉันยังมีเรื่องสำคัญที่อยากให้นายช่วย ไว้กลับไปถึงเซ็นโทรโจเซฟจะอธิบายให้ฟัง ถึงตอนนั้นจะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่นาย”  อีธานยึดไหล่ของน้องชาย ดึงร่างที่เล็กกว่าเข้ามากอดเอาไว้  “เรื่องในวันนั้น...ฉันรู้ว่าไม่มีทางชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายได้ แต่อยากให้รู้ว่าฉันเสียใจกับมันจริงๆ”

เอเลียตกัดริมฝีปากแน่น

“ขอโทษ...”

ดวงตาสีฟ้าสดปิดลงช้าๆ ก่อนที่ใบหน้านั้นจะซบลงกับบ่าของอีธานชั่วอึดใจสั้นๆ จากนั้นก็ดันตัวเองออก สีหน้าจริงจังปรากฏให้เห็นแทนที่

“ผมมีเรื่องหนึ่งที่คิดว่าพี่ควรจะรู้ไว้”  เอเลียตกล่าว เขาเขม่นสายตาไปทางสเวนเป็นเชิงบอกให้ฝ่ายนั้นถอยห่างออกไป ร่างผอมสูงที่เข้าใจได้ในทันทีจึงถอยหลังไปหลายก้าวและหันหลังให้ทั้งคู่

“มีเรื่องอะไร?”

“หัวหน้ากองเซท รู้แล้วว่าพี่ใช้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งในฝ่ายวิจัยทำการตรวจสอบผลเลือดของไอ้ตาสีเงินนั่น”

“รอนด้า?” อีธานเบิกตากว้างขึ้น  “ทำไมเซทถึงรู้เรื่องนี้ได้!

“เรื่องนั้นผมไม่รู้...แต่ดูเหมือนเซทจะส่งคนไปสืบเรื่องนี้สักพักแล้ว และเพิ่งได้รายงานการตรวจสอบทั้งหมดมา ก่อนที่ผมจะมาร่วมปฏิบัติการที่ทะเลทรายนี่ เขากำลังเตรียมจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บัญชาการวัลโด้รู้”

อีธานกำหมัดแน่น  ถ้าผลวิจัยที่รอนด้าทำการตรอจสอบแสดงออกมาว่า จีแอลเป็นเลือดสีเงินที่มีโอกาสจะให้กำเนิดได้ มันจะเปลี่ยนทุกอย่างไปเป็นอีกด้านทีเดียว แค่เป็นเลือดสีเงินคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดอยู่ ทางเซ็นโทรก็คิดไว้แล้วว่าต้องกำจัดเพื่อความมั่นคงของชนเผ่าเลือดสีน้ำเงิน แต่หากมีข้อมูลว่าจีแอลสามารถให้กำเนิดได้แล้วล่ะก็ พวกนั้นจะต้องทำทุกวิธีทางเผื่อกำจัดให้สิ้นซากอย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,183 ความคิดเห็น

  1. #1181 Fruitty-sutthida (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:40
    ว่าคนนิสัยแบบเซทต้องทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น
    #1,181
    0
  2. #1120 nu_uu61 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 11:45
    เซทคือแบ่บ เอิ่ม -จัง
    #1,120
    0
  3. #298 mini_mickey (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 07:48
    คิดถึงจีแอลจังตอนนี้ไม่มีบทเลย เศร้า
    #298
    0