Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 69 : ดินแดนแห่งผืนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    12 เม.ย. 60

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพักใหญ่แล้ว อากาศโดยรอบกำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อบวกกับสายลมพัดแรงโดยไม่มีที่กำบังด้วยแล้ว ผิวกายที่คุ้นชินกับอากาศร้อนอยู่เสมอก็รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา

อีธานยืนพิงตัวรถยนต์ออกแบบพิเศษที่เวลานี้จอดสงบนิ่งอยู่ สายตาจ้องไปยังดวงดาวกระจายเต็มท้องฟ้าสีมืดดำ ไร้ซึ่งเมฆหมอกบดบัง ซึ่งสอดคล้องกับเครื่องวิเคราะห์สภาพอากาศที่รายงานว่าพวกเขามีโอกาสได้พักอย่างสงบโดยไม่มีพายุทรายรบกวน อย่างน้อยๆ ก็ถึงกลางดึกคืนนี้ เพราะอย่างนั้นเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาดีในการติดต่อกับฝ่ายตรงข้าม

และหลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดก็ได้สัญญาณตอบรับกลับมา...

สเวน ก้าวเท้าออกมาจากยานพาหนะ รูปร่างสูงที่ดูเก้งก้างตรงเข้ามาหาอีธาน ศีรษะค้อมต่ำแสดงความเคารพ เป็นภาพที่เห็นจนชินตาของเจ้าตัว

“ทางนั้นส่งสัญญาณกลับมาแล้วเหรอ?”  เมื่อเอ่ยถามไป สเวนก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ

เพื่อเลี่ยงการแกะรอย ฝ่ายโอเอซีสจึงบอกว่าจะติดต่อกลับมาเองด้วยช่องสัญญาณที่ติดตั้งระบบป้องกันเอาไว้แล้ว อีธานรอแล้วรอเล่าจนฟ้ามืด ทุกอย่างก็ยังคงเงียบ แม้จะรู้ดีว่าฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อน แต่ด้วยพายุอาจจะก่อตัวได้ทุกเมื่อในช่วงฤดูนี้ ทำให้อดกังวลไม่ได้

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปยังสเวนที่มีสีหน้าแฝงแววกังวลอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย

“ทำไมถึงมานี่ล่ะ?...เอเลียตไล่นายออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ผม...ติดค้างท่านเอเลียต”  สเวนตอบกลับ  “ดังนั้นต่อให้แลกด้วยชีวิต ก็จะช่วยให้เขาปลอดภัยให้ได้”

“ติดค้าง?”

“ครับ...ผมติดค้างเขาไว้เยอะมาก”

อีธานยิ้มแห้งแล้งที่มุมปาก พลางคิดในใจว่า...ฉันเองก็เหมือนกัน

ตอนนั้นเองเสียงบางอย่างดังออกจากภายในตัวรถ โจเซฟโผล่หน้าออกมาบอกว่ามีการติดต่อเข้ามาแล้ว

อีธานรีบกลับเข้าไปด้านใน จอภาพขนาดไม่ใหญ่นักติดตั้งอยู่ด้านหลังส่วนของคนขับ เพิ่งเชื่อมต่อสัญญาณเสร็จสิ้นพอดีและกำลังแสดงภาพหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด

ชายคนหนึ่งถูกมัดติดกับเก้าอี้ เส้นผมสีน้ำตาลแดงที่โดดเด่นนั้นยุ่งเหยิงปิดบังใบหน้าไปบางส่วนแต่ก็ยังสามารถมองเห็นดวงตาสีฟ้าสดที่เวลานี้ทอประกายอ่อนล้าได้อย่างชัดเจน ปากโดนอุดด้วยก้อนอะไรสักอย่าง มีรอยช้ำหลายแห่งบนใบหน้า ส่วนอื่นอาจจะสังเกตได้ยากแต่ก็พอจะรับรู้ได้ว่าไม่ได้บาดเจ็บหนัก

“ท่านเอเลียต...” สเวนเอ่ยขึ้นเหมือนอดใจไม่ไหว

“ดูพอแล้ว”  เสียงหนึ่งว่า พร้อมกับภาพในจอที่ถูกหันไปทางอื่น

ร่างสูงโปร่งเจ้าของเส้นผมสีทองยาวปรากฏขึ้นแทนที่ ชายหนุ่มนั่งไขว้ขาด้วยท่วงท่าสบายๆ ดวงตาสีเงินเรียวสวยหันมาจับจ้องที่หน้าจอ พร้อมกับรอยยิ้ม

“ไง...ที่รัก”

คำกล่าวที่ออกมาทำให้อีธานแทบจะสำลัก ก่อนจะพยายามคงท่าทีนิ่งสงบเอาไว้ ในขณะที่เหล่าลูกทีมในรถต่างมีสีหน้าประหลาดใจกับคำทักทายนั้น

“เข้าเรื่องเลย ต้องทำยังไงถึงจะปล่อยตัวเขา” อีธานว่า

จีแอลทำหน้าเอือมระอา หมุนเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งรอบหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สื่อความหมายเป็นนัย  “โอเคไม่ทักทายฉันไม่ถือหรอก เราสนิทแนบชิดขนาดมองข้ามเรื่องเล็กน้อยได้อยู่แล้วนี่ ใช่ไหม?”

“จะเอายังไง?!”  อีธานว่าอีก  “ปล่อยตัวเขามาซะเถอะ จับตัวเขาไว้ก็ไม่มีประโยชน์กับพวกนายหรอก”

“ไม่มีประโยชน์ที่ไหนกัน อย่างน้อยๆ ก็ทำให้นายวิ่งแจ้นมาหาฉันถึงนี่”

ก็จริงอย่างที่ว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็มาตกลงกัน พวกนายต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนล่ะ?”

“ไม่น่าต้องถาม...”  จีแอลยิ้ม  “ตัวนายไง”

ภายในรถเกิดเสียงประท้วงดังขึ้นทันที ก่อนจะถูกอีธานปรามด้วยสายตา

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้”

“งั้นเขาก็ไม่มีประโยชน์อย่างที่นายว่า” คราวนี้จีแอลหัวเราะ “ลาก่อน”

“เดี๋ยว...จีแอล!

“เรียกฉันว่าที่รักบ้างสิ เผื่อฉันจะอยากคุยมากขึ้นอีกหน่อย”

อีธานถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับไปยังกลุ่มสมาชิกภายในรถที่เวลานี้หันมามองอีธานเป็นตาเดียว “ทุกคนออกไปข้างนอกก่อน”

“แต่ว่า...” โจเซฟเตรียมจะพูดค้าน แต่ถูกขัดไว้ก่อน

“ฉันไม่ตัดสินใจอะไรบุ่มบ่ามหรอก วางใจได้ ช่วยทำตามที่บอก...ออกไปกันก่อนเถอะ”

เนื่องจากเป็นคำสั่ง บรรดาลูกทีมของอีธานจึงไม่อาจไม่ทำตามได้ เมื่อภายในรถเหลือเพียงตัวอีธาน เขาก็หันกลับมาที่หน้าจอที่กำลังติดต่อกันอยู่อีกครั้ง

“ไล่คนอื่นออกไปนี่คิดจะทำอะไรน่ะ?...ลามก” 

“จีแอล!”  อีธานกัดกราม  “ปล่อยตัวน้องชายฉันซะ ฉันจะไม่ยอมให้เขาเป็นอะไรไปแน่!

“ไม่ยอม...แล้วนายจะทำอะไรได้?”

อีธานหรี่ตาลงขณะตอบ  “ฉันทำได้เยอะเลยล่ะ”

ดวงตาสีเงินจ้องตรงกลับมา แม้จะผ่านจอรับภาพที่มีสัญญาณขาดหายในบางครั้ง แต่มันก็ยังคมกล้าชัดเจนราวกับเจ้าตัวอยู่ตรงหน้า  ร่างโปร่งหัวเราะออกมาครั้งหนึ่งพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปอีกหน้าเมื่อกล้องหมุนตามไปก็เห็นว่าเขาหยุดเบื้องหน้าของเอเลียต ใช้มือกระชากศีรษะของอีกฝ่ายขึ้น ดึงเอาผ้าที่อุดปากอยู่ออก

“พูดขอร้องพี่ชายแกหน่อยสิ ...บอกให้เขารีบมาช่วยเร็วๆ ไม่งั้นฉันจะส่งตัวแกต่อไปให้พวกของครูสจัดการ ก็ไม่รับประกันหรอกนะว่าจะได้อยู่สบายๆ แบบนี้หรือเปล่า”

เอเลียตจ้องตาจีแอล ก่อนจะเบียนสายตามายังจอภาพ หัวเราะด้วยเสียงแหบแห้ง

“ไอ้โง่เอ๊ย! เขาไม่ยอมหรอก ไม่มีทาง”

จีแอลมองร่างในกำมือด้วยความสงสัย

“ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน ก็ไม่มีทางอยู่แล้ว! แกคิดว่าฉันคนนี้มีค่านักหรือไง ฉันมันเกิดมาในฐานะตัวสำรองเท่านั้น  ตอนอีธานหายตัวไป ทั้งเซ็นโทรแทบจะอยู่ไม่เป็นสุข หน่วยกองกำลังจำนวนมากถูกส่งตัวไปควานหาแทบทุกที่ แล้วแกแหกตาดูตอนนี้สิ พวกที่มานั่นมีกี่คนกัน!  เอเลียตหัวเราะเหมือนเสียสติ จากนั้นก็ถ่มน้ำลายลงพื้น  “ไอ้โง่เอ๊ย!

“เอเลียต...”  อีธานกำหมัดแน่น เขาปวดใจเหมือนโดนแทงด้วยเข็ม แต่ไม่อาจโทษใครได้ 

“ก่อนหน้านี้ยังกลัวตัวสั่นอยู่เลย อยู่ๆ ก็เกิดกล้าขึ้นมาได้แฮะ”  จีแอลว่า

“กลัว?...ผิดแล้วไอ้ตัวประหลาด ฉันขยะแขยงพวกแกเต็มทนตังหาก แค่ได้กลิ่นก็อยากจะอ้วก”

“อ่า...”  จีแอลคลายมือที่ดึงเส้นผมอีกฝ่ายออก จากนั้นก็คว้าคางเอเลียตให้หันมาเผชิญหน้ากับตนเอง จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าสดคู่นั้น  ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มก่อนจะพึมพำว่า “น่าสนใจ”

จีแอลยกเท้าขึ้นพาดบนที่พักแขน มือเอื้อมไปดึงมีดพกออกมาจากข้อเท้า

“ไม่ จีแอล!! หยุด!”  อีธานตะโกนลั่น แต่อีกด้านของจอภาพไม่แม้แต่จะปรายตามามอง

ปลายมีดคมกริบสะท้อนแสงไฟจนเกิดประกายแวววับ ถูกจ่อเข้าที่ใบหน้าของตัวประกันที่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ ออกแรงเพียงเล็กน้อย บนแก้มนั้นก็ปรากฏรอยเล็กบาง เลือดสีน้ำเงินไหลซึมออกมาตามแนวนั้น

ร่างโปร่งโยนอาวุธในมือทิ้ง ล้วงกระเป๋าหยิบบางอย่างออกมาแทน แม้จะเห็นมันแค่เพียงครั้งเดียว แต่อีธานกลับจำมันได้แม่น ...แท่งแก้วใสขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ อุปกรณ์ที่เคยเปล่งแสงออกมาตอนที่สัมผัสกับเลือดของอีธาน และเปลี่ยนชีวิตของเขาราวกับโลกพลิกกลับด้าน

อีธานชะงักค้าง ไม่นึกว่าจีแอลจะยังพกสิ่งนี้ติดตัว และยิ่งไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะยื่นมันไปยังใบหน้าของน้องชายตัวเอง ตรงไปยังหยดเลือดสีน้ำเงินที่ไหลออกมาเป็นสายนั้น

แล้วทันทีที่วัตถุนั้นสัมผัสกับหยดเลือดของเอเลียต แสงสว่างที่ดูเหมือนแฟรชกล้องถ่ายรูปก็วาบขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วแว๊บเดียวนั้น กลับส่งผลกระทบต่อจิตใจอีธานอย่างยิ่ง เขาเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนแทบจะลืมเลือนการหายใจเข้าออก

...ไม่จริง!

จีแอลส่งเสียงครางออกมา ดวงตาสีเงินของเขาเปล่งประกาย จับจ้องบุคคลตรงหน้านิ่ง ก่อนที่จะแนบประกบริมฝีปากลงไปอย่างแช่มช้า

ภาพจุมพิตอันดูดดื่มนั้นเหมือนปลุกปั่นจิตใจของอีธานจนเขาไม่อาจนั่งนิ่งอยู่กับที่ได้อีก ในอกอัดแน่นเหมือนจะระเบิดออกมา  เสียงมากมายในหัวก็ร้องระงมไปหมด 

...เป็นไปไม่ได้  เป็นไปไม่ได้  แค่เราไม่ใช่เหรอ?  เราเป็นคนแห่งโชคชะตาของหมอนั่นเพียงหนึ่งเดียวไม่ใช่หรือไง?!

จีแอลเงยหน้าขึ้นมองตรงมา ดวงตาสีเงินที่ยากจะอธิบายนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนคมเขี้ยวที่ตรงเข้ามาฉีกทึ้งในอกของอีธานให้ขาดวิ่น ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับหายไป

“...ท่านเอเลียต”  เสียงพูดของสเวนดังมาจากจากด้านหลัง ดูเหมือนจะได้ยินเสียงเอะอะของอีธานเลยรีบเข้ามาดู และทันได้เห็นภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้บนจอนั้นด้วยเช่นกัน 

เจ้าตัวหันมาหาอีธาน  “นั่นมันเรื่องอะไรกันครับ?!

อีธานกัดฟัน เขาตอบไม่ถูก ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี  จิตใจของเขาสับสนไปหมด ร้อนรนซะจนไม่อาจจะทนเฉยได้อีกแล้ว

“เปิดใช้เครื่องมือค้นหาตำแหน่ง!”  อีธานออกคำสั่ง  “ต้องหาโอเอซีสให้พบ เราต้องไปที่นั่นให้เร็วที่สุด!


*เจอกันหลังสงกรานต์นะคะ  สนุก ปลอดภัย กับช่วงวันหยุดค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #611 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 21:59
    เราว่ามันน่าจะมีปฏิกิริยากับเซทเช่นกัน
    #611
    0
  2. #525 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:44
    สเวนแอบมีความรู้สึกให้เอเลียตหรึป่าวอ่ะ?
    #525
    0
  3. #446 Aom-am_tr (@0954913902) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 04:30
    เหอะ! อีธานนายมันโง่
    #446
    1
    • #446-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 69)
      20 ธันวาคม 2560 / 21:48
      อีธานเป็นพวกซื่อบื้อค่ะ ^^'

      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ หวังว่าจะอ่านไปจนจบน้า
      #446-1
  4. #292 mini_mickey (@nattymini) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 17:26
    รู้สึกยังไงละอีธานเล่นตัวดีนักนะพอจัแอลจะเปลี่ยนคนทำร้อนรน ชิ!! รักจีแอล
    ปอลอ เที่ยวให้สนุกน้าาาแล้วรีบมาต่อจะรอจ้า
    #292
    0