Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 68 : ดินแดนแห่งผืนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    10 เม.ย. 60

โจเซฟนำทีมของอีธานมาถึงในเวลาต่อมา และน่าแปลกใจที่มีคนที่คาดไม่ถึงตามมาด้วย

“สเวน?” 

ชายหนุ่มที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาและท่าทางอิดโรยจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้ เขาเป็นอดีตลูกน้องคนสนิทของเอเลียต แต่หนีไประหว่างที่เรื่องของวิกเตอร์แดงขึ้นมา ทุกฝ่ายลงความเห็นว่า สเวน น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เอเลียตกลับบอกแค่ว่าไล่ออกชายหนุ่มออกเพราะไม่พอใจ และก็ไม่ยอมพูดถึงเรื่องอื่น

โจเซฟ ตรงหน้ามาหาอีธาน พูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบา

“ตอนนี้ข่าวเรื่องการหายตัวไปของคุณเอเลียตกระจายไปทั่วเซ็นโทร หมอนี่มาติดต่อผมเพื่อขอตามมาด้วย เขายืนยันว่าขอทำอะไรก็ได้ เพื่อช่วยคุณเอเลียต สเวนชินกับสภาพแวดล้อมแถวนี้ที่สุดเพราะเขาเติบโตในเขต N ที่ติดต่อกับทะเลทราย ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ก็เลยรับข้อเสนอ แต่ยังไงก็จะจับตาดูเป็นพิเศษครับ”

อีธานพยักหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “ทำไมถึงมีข่าวออกไปได้?”

“เรื่องนั้นผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่สั่งให้ตามสืบแล้ว”

อีธานจ้องมองสเวนที่ก้มศีรษะต่ำลงให้เขา แม้ไม่ได้สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว แต่ในบรรดาลูกน้องของเอเลียตที่ส่วนมากดีแต่คอยประจบเอาใจ เขาชอบหมอนี่ที่สุด  ...สเวนแตกต่างจากคนอื่น มีความคิดอ่าน เยือกเย็น และกล้าที่จะออกความเห็นขัดแย้ง แม้ตัวเองจะเป็นแค่เลือดสีแดงที่อยู่ในฐานะต่ำกว่าก็ตาม  เอเลียตเองก็น่าพอใจในตัวสเวนมากเช่นกัน แม้ว่าปากจะตะคอกด่าอยู่เสมอ แต่ก็เป็นคนที่ยอมให้อยู่ใกล้ชิดมากที่สุด

สเวนอยู่ในสภาพย่ำแย่ ดูอ่อนล้าเหมือนไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาสีแดงคล้ำที่เหลือเพียงข้างเดียวก็ยังมีแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นจริงจัง

“เราไปกันเถอะ” อีธานวางมือบนไหล่ของอีกฝ่าย ออกเดินนำทางไปโดยไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น

แสงแดดในยามบ่ายร้อนระอุราวกับจะเผาผิวกายให้ไหม้เกรียม สายลมแรงหอบพัดเอาเม็ดทรายฟุ้งราวกับหมอก ยานพาหนะคันใหญ่ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่เร็วเท่าไหร่นัก ตามคำแนะนำของลูซี่ พวกเขาควรจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า แต่อีธานไม่อยากรอ

ภายในรถที่แบ่งที่นั่งออกเป็นสองแถวหันหน้าเข้าหากัน บรรยากาศตึงเครียด

“ตามการวิเคราะห์ อีกไม่นานพายุทรายจะเริ่มก่อตัวอีกแล้ว ผมว่าเราต้องหยุดพักกันก่อน อย่างน้อยก็ต้องหาที่กำบังกับติดตั้งอุปกรณ์ยึดพื้น”  เจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากอ่านข้อมูลจากแผงวิเคราะห์อิเล็กทรอนิค

“คิดว่านานแค่ไหน?”  โจเซฟถาม เขาเกลียดการออกมานอกเซ็นโทรที่สุด แต่ครั้งนี้แม้อีธานจะบอกให้อยู่รอฟังข่าว แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมท่าเดียว

“อย่างน้อยๆ ก็สามชั่วโมงครับ”

ออกมาได้ไม่ทันไร ก็ต้องหยุดพักถึงสามชั่วโมง แบบนี้ไปไม่ถึงไหนแน่  อีธานคิด

“ขออภัย แต่ขอผมดูข้อมูลนั่นหน่อยได้ไหมครับ?”  สเวนเอ่ยขึ้น เจ้าหน้าที่เลือดสีน้ำเงินที่ไม่ค่อยไว้ใจสเวนอยู่แล้วมีสีหน้าไม่พอใจนัก  แต่เมื่ออีธานพยักหน้าอนุญาตเขาก็ยื่นอุปกรณ์ในมือไปให้

“จากจุดนี้”  สเวนวางจออุปกรณ์ไว้บนเข่าข้างหนึ่ง ใช้นิ้วมือลากเส้นแบบลวกๆ  “ผมคิดว่าเราน่าจะย้อนลงทางใต้จะดีกว่า”

“แบบนั้นมันก็คนละทิศทางกันเลยนี่”  โจเซฟว่า

“ใช่ครับ”  ชายหนุ่มตอบ  “ในช่วงนี้ พื้นที่แถบนี้จะเกิดพายุทรายอยู่ตลอด เราจะต้องหยุดการเดินทางเพื่อรอ พอกลับมาเดินทางต่ออีกไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุดพักอีก แต่ถ้าเราอ้อมก็จะพ้นจากคลื่นกระแสลมและใจกลางพายุไปได้ ถึงจะลำบากไปบ้าง แต่ก็น่าจะเร็วกว่า”

“แบบนั้นระยะทางจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเลยนะ ที่สำคัญอย่าว่าแต่จะตามทันเลย ร่องรอยหรือเบาะแสอะไรเราก็จะไม่ได้ด้วย”

ท่ามกลางเสียงแย้ง อีธานจ้องมองสเวน แล้วเอ่ยถาม  “นายมีแผนอะไร?”

“ผมไม่มีแผนอะไรหรอกครับ ...แค่คิดว่าเราไม่จำเป็นต้องตามหาเบาะแสระหว่างทาง เพราะยังไงซะที่ที่ท่านเอเลียตถูกพาตัวไปแน่นอนว่าต้องเป็นโอเอซีสของพวกเลือดสีขาว ตอนนี้เราแค่มุ่งไปที่นั่นก็พอ”

“แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้พิกัดที่แน่นอนของเอโอซิสนะ ทะเลทรายกว้างใหญ่ขนาดนี้ แถมอีกฝ่ายยังวางระบบป้องกันเอาไว้ ต่อให้มีเครื่องนำทางก็ใช่ว่าเราจะไปถึงที่นั้นได้ง่ายๆ”  เสียงของโจเซฟดังก้องภายในห้องโดยสารแคบๆ

อีธานพ่นลมหายใจออกจากปาก ก่อนจะหันไปสั่งคนควบคุมรถ 

“มุ่งหน้าไปทางใต้ เราจะอ้อมเขตพายุ”

“คุณอีธาน! 

“ฉันเห็นด้วยกับสเวน พวกนั้นมียานพาหนะที่ออกแบบสำหรับวิ่งในทะเลทรายโดยเฉพาะ หากเจอพายุก็สามารถมุดลงไปใต้พื้นทราย  ซึ่งเราไม่มี ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางตามทัน ...ไม่จำเป็นต้องไปถึงที่หมาย ขอแค่เข้าใกล้พอให้เราส่งสัญญาณติดต่อไปถึงฝ่ายนั้นได้ก็พอ”

 

ภายในกระโจมชั่วคราวที่เวลานี้แสงอาทิตย์ยามเย็นยังคงแผดจ้า ร้อนอบอ้าวอย่างยิ่ง ชายหนุ่มเลือดสีขาวที่แสดงออกชัดเจนถึงความเหนื่อยล้าทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเอ่ยถามขึ้น

“จะทำเอายังไงต่อดีล่ะ” 

“เห?” จีแอลหันมองหน้าคนถาม ตีสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจคำถาม  “ทำไมมาถามฉันล่ะ ตอนนี้นายเป็นผู้นำกลุ่มอยู่นะ อยากจะทำยังไงก็จัดการไปสิ”

อาเธอร์ถอนหายใจเฮือก “งั้นให้ฆ่าหมอนี่ซะเลยไหม?”

“ไม่ได้”

“ก็นั่นไงล่ะ ฉันถึงได้มาถามว่านายจะเอายังไง”  ชายหนุ่มเลือดสีขาวพูดราวกับพร่ำบ่น “สถานการณ์ตอนนี้มันน่าวิตกมากแท้ๆ นายน่าจะยอมฟังสิ่งที่ครูสบอกนะ”

“ครูสมีเป้าหมายของตัวเอง ฉันก็มีของฉัน ...ถึงร่วมมือกันได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นพวกเดียวกัน”

“อย่าพูดงั้นสิ นายเองก็ยอมรับในตัวครูสแล้วไม่ใช่เหรอ?” อาเธอร์แย้ง

จีแอลเมินคำพูดของอาเธอร์ เบนความสนใจไปยังอีกด้านของห้อง ที่ซึ่งชายหนุ่มดวงตาสีฟ้าสดถูกจับหมัดติดอยู่กับเก้าอี้ นอกจากใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำ ริมฝีปากแห้งแตกที่ถูกยัดด้วยผ้า กับอาการอิดโรยเพราะถูกจำกัดการดื่มน้ำ นอกนั้นก็ถือว่ายังอยู่ดี ไม่มีส่วนใดบุบสลาย

พี่น้อง งั้นเหรอ? 

ในเมื่อเลือดของอีธานใช้ได้ ของหมอนี่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะใช้ได้เช่นเดียวกัน เพราะทางสายเลือดแล้ว พวกเขานับว่าใกล้เคียงกันที่สุด ถ้าจับหมอนี่มาทดลอง ไม่รู้อีธานจะว่ายังไงบ้าง คงจะโกรธจัดน่าดู

...น่าสนใจ

“จีแอล...”

“อะไร?”  จีแอลตอบกลับเสียงเรียก

“ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่นายคิดล่ะ?”

ชายหนุ่มดวงตาสีเงินหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง  “หมอนั่นต้องมาแน่ ป่านนี้คิดถึงฉันใจแทบขาดแล้วด้วยซ้ำ”

“แล้วเราจะรับมือยังไง”

“เขาไม่ได้พากองกำลังมาประทะกับเราหรอก อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ รถถังพวกนั้นฝ่าพายุมาไม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”  จีแอลกล่าว  “ฉันขอแค่เขาคนเดียว นอกนั้นครูสจะทำยังไงฉันไม่สน” 

“โอเค เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับครูสตามนี้”  อาเธอร์ถอนหายใจอีกหน ทั้งที่ตัวเองเพียงนักวิทยาศาสตร์ที่ตลอดมาหมกตัวเองอยู่กับสิ่งประดิษฐ์ แต่ดันต้องมารับบทบาทหนักหนา สร้างความรู้สึกเหมือนต้องคอยแบกอะไรไว้บนหลังตลอดเวลา  ยิ่งเรื่องคราวนี้หากผิดพลาดเพียงแค่นิดเดียว อาจส่งผลให้ชนเผ่าเล็กๆ ของเขาหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ตลอดกาลก็ได้ 

จีแอลรอให้อาเธอร์ก้าวออกจากกระโจมไปก่อน จากนั้นก็สาวเท้าตรงไปหาเอเลียต ชายหนุ่มที่ถูกมัดอยู่ตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตาก็ดูหวาดหวั่น แค่โดนจับมาก็ทำให้หมอนี่สติแตกได้ขนาดนี้ถือว่าเหนือความคาดหมาย

“ถึงฉันจะเชื่อมั่นแค่ไหน...แต่ก็นั่นแหละ ฉันเกลียดการรอคอย ชีวิตนี้ฉันรอคอยมามากเกินไปแล้ว เพราะอย่างนั้นหากภายในสองวันนี้ไม่มีการติดต่อเข้ามา”  จีแอลส่ายหน้า วางมือลงบนบ่าของอีกฝ่าย  “แก...ก็ไปลงรอในนรกก็แล้วกัน”

“จีแอล!” ทางเข้ากระโจมถูกเปิดขึ้นอีกหน อาเธอร์วิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้ามา

“อะไรอีกล่ะ นายนี่วุ่นวายซะจริง”

“จับสัญญาณได้แล้ว”

“หือ?”

“อุปกรณ์ของเราจับคลื่นได้ ...มีคนกำลังพยายามส่งสัญญาณติดต่อกับเรา!

จีแอลเหยียดยิ้มดูน่าหวาดหวั่นที่มุมปาก จากนั้นก็หันไปมองเอเลียต  “ดูเหมือนแกจะยังมีโชคอยู่นะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #291 mini_mickey (@nattymini) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 22:48
    จีแอลหาเรื่องให้อีธานโมโหช้ะ อยากแลกตัวประกันมาปั้มลูกใช่ม้าาาาาา
    #291
    0