Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 62 : พรากจาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

อีธาน อธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ไม่ถูกนัก

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปยัง มอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบทั้งแถบของกำแพงเมือง นอกเหนือจากบริเวณนี้ก็ยังมีติดตั้งอยู่อีกหลายจุด  ภาพที่ปรากฏบนจอนั้นก็คือลานกว้างทรงที่มีผิวดินอัดเรียบ มีเสาโลหะรูปตัวทียึดติดอยู่กับพื้น เบื้องหลังเป็นอาคารสีดำทรงสี่เหลี่ยมตั้งตระหง่านให้ความรู้สึกน่าหวาดหวั่นชวนขนลุกราวกับกำลังแผ่รังสีแห่งความตายออกมา มันสร้างจากเหล็กกล้าทั้งหลัง มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของเซ็นโทร ทุกคนรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีในนาม ...เฮเค

อีธานละสายตาจากหน้าจอที่ยังคงไร้ความเคลื่อนไหว มายังสถานที่จริงที่อยู่เบื้องหน้า

คุกเฮเค ได้ชื่อว่าเหี้ยมโหดทารุณมากที่สุด คนที่ถูกส่งมาที่นี่ล้วนขอร้องความตายเป็นการบทลงโทษทั้งนั้น มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมนักโทษความผิดร้ายแรง คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าออก แม้กระทั่งอีธานก็ยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปด้านใน

ตามปกตินักโทษที่ถูกส่งมายังเฮเค จะถูกตัดสินโทษโดยไม่มีการเปิดเผย เป็นคำพูดติดปากที่ว่า เข้าไปแล้วจะไม่มีวันได้กลับออกมา แต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ ...นักโทษกบฏวิกเตอร์ จะถูกพาออกมาจากคุกเพื่อพิจารณาคดีและรับโทษที่ลานด้านหน้า ท่ามกลางกล้องที่คอยจับภาพ ถ่ายทอดไปยังทั่วทุกแห่ง

อีธานไม่เข้าใจความคิดของท่านผู้บัญชาการที่มีคำสั่งเช่นนี้ออกมาเลยสักนิด มองยังไงก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องโหดเหี้ยมต่อหน้าสาธารณชน แต่ถึงจะพยายามคัดค้านอย่างหนักเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เขาไม่มีอำนาจมากพอจะยับยั้งหรือแก้ไขอะไรได้  และถึงไม่พอใจแค่ไหนก็ยังต้องมายืนอยู่ที่นี่ในฐานะผู้มีส่วนในการจับกุมตัววิกเตอร์

“อากาศไม่ดีเลยนะ”  เซท เอ่ยทัก ก่อนจะสาวเท้ามายืนข้างๆ

“นั่นสิ”  ชายหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เวลานี้เต็มไปด้วยเมฆหมอกมืดมัว ไม่บ่อยนักที่เซ็นโทรจะมีสภาพอากาศเช่นนี้

“ให้ความรู้สึกหดหู่ชอบกล”

อีธานหันกลับมายังหัวหน้ากองกำลังพิเศษที่พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทำไมถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ ผมไม่เข้าใจจริงๆ”

“เราไม่ได้หวังผลลัพธ์โดยตรงหรอก เพราะคิดว่าต่อให้เราลงโทษวิกเตอร์ต่อหน้าสาธารณชน ยังไงซะกลุ่มของครูสก็คงไม่ปรากฏตัวออกมาแน่”  เซทกล่าวตอบ

“งั้นคาดหวังอะไรกับเรื่องนี้ล่ะ?”

“เป็นการส่งสาส์นให้รู้มากกว่า บอกให้รู้ว่าคนที่ทรยศจะมีบทลงโทษยังไง จะไม่มีใครกล้าก่อเรื่องวุ่นวายอีก ...ผมรู้ว่าการกดให้เขายอมจำนนด้วยความหวาดกลัวอาจจะไม่ดีนัก แต่ต้องยอมรับว่ามันได้ผล”

อีธานส่ายหน้า ทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก

เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงรวดเร็วดังเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ เมื่อมองไปจึงได้เห็นว่าเป็น ลุค ลูกน้องคนสนิทของเซท

“หัวหน้าครับ” ลุคเอ่ยเรียก แล้วตรงเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูของหัวหน้ากอง

“งั้นเหรอ?” เซทตอบ ดวงตาที่คมกล้าเหมือนกับเหยี่ยวเหลือบมาทางอีธานแว๊บหนึ่ง

“ครับ จะให้ทำยังไงต่อครับ?”  ลุคตอบกลับน้ำเสียงจริงจัง

“รอไปก่อน แล้วฉันจะบอกอีกที”  เซทว่า

ลุคพยักหน้า ก่อนจะหันมายังอีธานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก้มศีรษะลงต่ำเป็นเชิงทำความเคารพ

“ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีใช่ไหม?”  อีธานทัก

ลุคจ้องมองคนถามนิ่งนานราวกับไม่เข้าใจคำถาม จนอีธานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย เจ้าตัวจึงสะดุ้ง รีบกล่าวตอบตะกุกตะกัก  “คระ...ครับ สบายดีครับ!” 

“งั้นก็ดี”  ร่างสูงส่งยิ้มให้

“เอ่อ...ผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

อีธานมองตามร่างนั้นไป  “นี่ผมคงไม่ได้ทำให้เขาไม่ชอบหน้าหรอกนะ” 

เซทหัวเราะลั่นขึ้นมา  “ไม่เลยๆ ...แม้จะน่ารำคาญไปบ้าง แต่เจ้านั่นก็มีส่วนน่ารักนะ ต่อไปคุณช่วยเอ็นดูเขาเป็นพิเศษหน่อยก็แล้วกัน”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเซทถึงพูดฝากฝังลูกน้องของตัวเอง แต่อีธานก็พยักหน้าตอบรับกลับไป

ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ระดับสูง และผู้มีอำนาจในสภาเมือง ก็เริ่มทยอยเข้ามายังสถานที่ซึ่งจัดเตรียมไว้ แล้วหลังจากนั้นบานประตูเหล็กกล้าของเฮเคก็ค่อยๆ เปิดอ้าออก

วิกเตอร์ถูกพาตัวออกมายังลานด้านหน้า

ชายหนุ่มถูกลากตัวออกมา ดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ โลหิตสีแดงไหลผ่านร่องขมับเป็นแนวมาถึงแนวกราม เขาถูกจับพาดกับเสาเหล็กที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ในสภาพคว่ำหน้าชันเข่ากับพื้น ถูกล็อคลำคอด้วยโซ่เส้นโต มีผู้คุมนักโทษพกกระบองไฟฟ้าสองคนขนาบข้าง ห่างออกไปไม่ไกลเป็นเหล่ากองกำลังเซ็นโทร ที่ตั้งแนวล้อมรอบเป็นครึ่งวงกลม กระชับปากกระบอกปืนเล็งตรงเข้ามาหาแบบพร้อมที่จะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ

เซ็นโทรเคยถูกหยามหน้าด้วยการช่วงชิงตัวผู้ต้องหาไปอย่างซึ่งๆ หน้าแล้วหนหนึ่ง ทุกอย่างในวันนี้จึงต้องมั่นใจว่าจะรัดกุมและไร้ข้อผิดพลาด

ศีรษะของวิกเตอร์ค่อยๆ ขยับไหว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเรียวสีเข้มจนเกือบดำนั้นจับจ้องไปยังจอภาพที่ปรากฏภาพของตัวเอง แล้วก็ส่งเสียงที่คล้ายกับเสียงหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง

“ต่อจากนี้จะเป็นการพิจารณาคดี ของ วิกเตอร์ อัลวาเรซ เลือดสีแดงในฐานะผู้ก่อการร้ายและให้ความช่วยเหลือกลุ่มกบฏ”  เสียงพูดเฉียบขาดมีเอกลักษณ์ดังขึ้น

ผู้พูดก็คือ ออสติน ชายหนุ่มร่างเล็กคนเดียวกับที่เคยซักคำถามไล่ต้อนอีธานในการรายงานตัวต่อสภาเมือง อีธานค้นข้อมูลประวัติความเป็นมาของชายผู้นี้มาดูหลังจากวันนั้น ต้องบอกว่า ออสติน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการไต่เต้าก้าวสู่ความสำเร็จ เขาไม่ได้เกิดในตระกูลที่ดีนัก ครอบครัวเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ด้วยความพยายามมุ่งมั่นเจ้าตัวสอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่จัดได้ว่าดีที่สุดของเซ็นโทร เรียนจบด้วยผลการเรียนระดับท็อป เริ่มเข้าทำงานเกี่ยวกับด้านกฎหมายในบริษัทเล็กๆ ก่อนจะสอบเข้ามาทำงานในสภาเมือง

อีธานชื่นชมในความสามารถและความมุ่งมั่นนั้น แต่ด้านทัศนคติที่เจ้าตัวประกาศชัดเจนทำให้พวกเขาคงไม่อาจทำงานด้วยกันได้  ยิ่งน้ำเสียงกับท่าทางหยิ่งผยองของออสตินในวันนี้ดูฉายชัดกว่าที่เคยทำให้อีธานยิ่งไม่ชอบใจ และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้สึก

“ไม่ชอบหน้าหมอนี่เลย ให้ตาย”  เซทบ่นพึมพำให้ได้ยิน

เสียงพูดนั้นยังคงดังก้องกังวานไปทั่ว

“วิกเตอร์ ใช้แผนหลอกให้ตายใจ ส่งสายแฝงตัวเข้ามาสืบข้อมูลของเซ็นโทร อีกทั้งยังสนับสนุนด้านการเงินจำนวนมหาศาลให้พวกกบฏ มีความผิดชัดเจนและต้องรับโทษขั้นสูงสุดของเซ็นโทร”  คนพูดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก้าวเท้าไปยืนเบื้องหน้าของนักโทษ  “จะยอมรับผิดหรือเปล่า?”

วิกเตอร์หัวเราะ เปล่งน้ำเสียงแตกพร่าที่เค้นออกมาจากลำคอ แฝงด้วยความเจ็บปวด  “ฉัน...ไม่เห็นว่า...ตัวเองทำผิด ที่ตรงไหน...”  เจ้าตัวยกศีรษะขึ้น ทำให้มองเห็นดวงตาสีเกือบดำคู่นั้นชัดเจน  “เงินมากมายเกิดจากแรงงานของเลือดสีแดง เมืองแห่งนี้ก็สร้างจากแรงกายของเลือดสีแดง พวกเราตังหากที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซ็นโทร ไม่ใช่เลือดสีน้ำเงิน”

“ว่าไงนะ...”

“คนพวกนั้นแค่ต้องการเรียกร้องสิ่งที่ควรได้เท่านั้น ...ไม่ได้ทำอะไรผิด...” วิกเตอร์พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกกระบองไฟฟ้าจากผู้คุมรัวเข้าใส่ไม่ยั้ง

เสียงร้องอย่างเจ็บปวด กับเลือดสีแดงสดที่ชุ่มแผ่นหลังของวิกเตอร์ ปรากฏชัดเจนบนจอภาพ

“เศษสวะอย่างพวกแกกล้าพูดด้วยหรือว่ามีสำคัญ ช่างน่าขำเสียจริง”  ออสตินมองเหยียดหยาม “ไมก้า ครูส ...แกจะหดหัวดูเพื่อนรักที่โตขึ้นมาด้วยกันอย่างวิกเตอร์ตายไปต่อหน้างั้นเหรอ? กลุ่มกบฏของแกก็แค่พวกรักตัวกลัวตาย ทิ้งพวกพ้องให้รับโทษโดยไม่สนใจใยดีสินะ”

“กลุ่มกบฏเลือดสีแดง หรือใครก็ตามที่รู้ตัวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จงมอบตัวซะ...นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะรอดชีวิต เพราะหากกองกำลังของเซ็นโทรสืบสวนจนพบ เราจะคงมาตรการสูงสุดแบบไม่มีผ่อนปรนอีก”

ผู้คุมนักโทษกระชากเส้นผมของวิกเตอร์ หน้าของชายหนุ่มหงายขึ้น เลือดสีแดงเข้มคล้ำไหลออกมาจากมุมปาก ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ บ่งบอกถึงความอดกลั้นเจ็บปวดสาหัสที่ได้รับ

“ทางเราจะให้เวลาอีกสิบนาที หากไม่มีการติดต่อเพื่อขอมอบตัวจากแกนนำกบฏ ...วิกเตอร์จะต้องถูกตัดสินโทษที่การประหารชีวิตในทันที”  



===+++===+++===+++

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย  ยังสบายดีกันดีอยู่ใช่ไหมคะ? 

หลังจากที่ สั้นสั้น ได้พยายามในการเข็นเรื่องนี้อย่างหนัก แต่ก็มักจะมีอุปสรรคในชีวิตขัดขวางไว้เสมอ เรื่องนี้เลยยังไม่จบซะที  แต่ก็ใกล้มากแล้วค่ะ   จากนี้ไปก็จะทยอยมาอัพไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบนะคะ  หวังว่าจะมีคนอ่านมาถึงตรงนี้เนอะ

ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #284 mini_mickey (@nattymini) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:41
    ดีใจที่กลับมาเค้าคิดถึงจีแอลมากๆเลย
    #284
    1
    • #284-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 62)
      3 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:22
      ขอบคุณที่ยังรอคอยกันอยู่นะคะ ^^
      #284-1