Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 61 : พรากจาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    1 ธ.ค. 59

“นี่หายไปไหนมา?!”  อาเธอร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ที่กำลังนั่งอยู่ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่มีเส้นผมสีบลอนด์ทองยาวสยายเดินผ่านประตูเข้ามา

“นายน่าจะสนใจเมียตัวเองให้ได้แบบนี้บ้างนะ” จีแอลพูดเรียบๆ ไม่ใส่ใจท่าทางโมโหของอาเธอร์ ลากเก้าอี้แบบไม่มีพนักตัวหนึ่งออกมาทรุดตัวนั่ง

ภายในห้องวิจัยทรงสี่เหลี่ยมคับแคบที่ปิดกั้นด้วยกระจกฝ้าแห่งนี้เป็นห้องทำงานเก่าแก่ของอาเธอร์ แม้เจ้าตัวจะจากไปหลายปี ที่นี่ก็ยังได้รับการดูแลอย่างดีให้พร้อมใช้งานเสมอ...เพื่อจีแอล

“ไม่ต้องมาย้อนเรื่องเมียฉันหรอก เรายังรักกันดี!”  อาเธอร์ถอนหายใจเฮือก  “ตอบมาดีกว่า ว่านายหายไปไหนมา ตอนนี้นายไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนนะ”

“นั่นนายนับฉันรวมเป็นพวกใครล่ะ?”

“เอาเถอะ ยังไงก็ต้องระวังตัวกว่าเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เซ็นโทรกำลังตามไล่ล่านายอยู่”

จีแอลทำท่าไม่แยแสเหมือนปล่อยให้สิ่งที่ได้ยินผ่านหูไปโดยไม่ได้ใส่ใจฟัง แต่แท้จริงแล้วเขาก็รู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์ตัวเองตกอยู่ในภาวะเช่นไร โดยเฉพาะการกระทำโง่เขลาอย่างการเข้าไปในเซ็นโทรเพื่อพบอีธานเพียงเพื่อจะพิสูจน์ให้แน่ใจ ว่าตัวเองจะกล้าเหนี่ยวไกหรือเปล่า

คำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ใช่จะไม่กล้า ...แต่ไม่อยากทำ

อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้

อีธานอายุน้อยกว่าจีแอลหลายปี มีระบบความคิดที่สว่างเจิดจ้าไปด้วยอุดมการณ์แห่งความหวัง ซึ่งไม่ใช่คนแบบที่จีแอลชอบเลยสักนิด ยิ่งนิสัยรักความถูกต้องแบบเพ้อฝันไม่มองความเป็นจริง สำหรับจีแอลแล้วถือว่าน่ารำคาญอย่างยิ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวตนของฝ่ายนั้นกำลังช่วยรักษาสมดุลที่แสนจะเปรอะบางในตอนนี้เอาไว้

และที่สำคัญกว่าเหตุผลข้อใด ก็คืออีธานเป็นคนแห่งโชคชะตาที่ตามหามาตลอด  ทำให้จีแอลไม่เหนี่ยวไก ก็แค่นั้นไม่มีอย่างอื่น...คนอย่างเขาไม่มีทางมีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรให้ใครอยู่แล้ว

“ไปถึงไหนแล้ว”  จีแอลส่งสายตาคมเข้มไปหาอาเธอร์ พยักหน้าไปทางหลอดทดลองมากมายบนโต๊ะ

อีกฝ่ายส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ย  “ถึงตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าเลือดของเจ้าชายนั่นจะทำให้เลือดนายเกิดปฏิกริยาอะไรได้เลยสักนิด”

“แต่ตอนตรวจด้วยเครื่องมือนั่น มันก็เปล่งประกายออกมาไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นก็ใช่ แต่นายก็รู้ว่าแค่เข้ากันได้มันยังไม่พอ สิ่งที่เรากำลังทำคือการแหกกฎนะ เป็นสิ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ยังไม่อาจยืนยันผลชัดเจน”  คนพูดทอดสายตามองร่างสูงโปร่ง  “อย่างที่บอก มันต้องอาศัยสิ่งที่เกิดขึ้นจากข้างในหลอกลวงกันไม่ได้ ต้องใช้ความรู้สึกแท้จริงอันแรงกล้า ไม่ใช่แค่คำพูดหรือการแสดงออก”

คำพูดที่เหมือนจะกล่าวโทษนั้นทำให้ดวงตาสีเงินของคนฟังคมกริบดุดันขึ้น อาเธอร์จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ พลางรีบเอ่ยแก้บรรยากาศที่ขุนมัว

“ชนเผ่าเลือดสีขาวเราเชื่อในปาฏิหาริย์ แต่เพราะเป็นปาฏิหาริย์ก็เลยไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ใช่ไหมล่ะ”

เสียงเอะอะคล้ายคนโวยวายทะเลาะกันดังแว่วขึ้น ทำให้ทั้งสองหันไปตามทิศทางนั้น  ห้องทำงานของอาเธอร์ในโอเอซีสแห่งนี้สร้างขึ้นพิเศษเพื่อกันสารเคมีรั่วไหลเวลาที่ต้องทำการทดลองที่เสี่ยงอันตราย มันจึงกันเสียงรบกวนได้ในระดับหนึ่ง แต่คราวนี้เสียงจากภายนอกก็ยังรอดเข้ามาได้ แสดงว่ามันต้องดังไม่น้อยทีเดียว

“เกิดเรื่องอะไรกัน”  พูดจบอาเธอร์ผุดลุกขึ้น ผลุนผลันก้าวออกจากห้องไป

จีแอลที่ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังมองอุปกรณ์ซึ่งประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมามากมายเต็มห้อง อาเธอร์ต้องทุ่มเทแรงกายทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของเขามาตลอด การหาเลือดของคนที่เข้ากันได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อหาพบก็ยังต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์อย่างนั้นหรือ?

ชายหนุ่มลุกยืน มองภาพสะท้อนเลือนลางของตัวเองผ่านกระจกฝ้า มองดวงตาสีเงินหม่นแสงลงทีละน้อย

บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ได้ ที่ชนเผ่าเลือดสีเงินจะต้องดับสูญไป ต่อให้มีรูปร่างหน้าตางดงาม ศักยภาพเก่งกาจแค่ไหน แต่ยังไงก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่เทพเจ้า ธรรมชาติอาจจะได้คัดสรรแล้วว่าไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ ต่อให้สูญพันธุ์ไปก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ 

เลือดสีเงินที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขา อาจเป็นสิ่งที่ไร้ค่าถึงเพียงนั้น

จีแอลผ่อนสีหน้าของตัวเองลง สวมแว่นกันแดดสีดำ จากนั้นก็ก้าวเท้าตามอาเธอร์ออกไป                

สิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ที่นี่มีขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายกระโจม ดูไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก ออกแบบตามวิถีชีวิตของชนเผ่าที่ในอดีตมักจะอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ทั้งหมดเป็นโทนสีอ่อนกลืนไปในทางเดียวกันหมด  

ส่วนกลางโอเอซิสมีลานกว้างที่พื้นดินถูกปรับจนแน่นเรียบ ข้างกันมีบ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่นักสีเขียวใสของผิวน้ำ กับบรรดาไม้ยืนต้นจำพวกปาล์มขึ้นสูงรายรอบถูกใช้เป็นลานสำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เวลานี้ถูกแบ่งส่วนหนึ่งเพื่อสำหรับตั้งกระโจมชั่วคราวหลักใหญ่หลายหลังสำหรับผู้ลี้ภัย

เสียงเอะอะมาจากชายหญิงกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้น พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าสีขาวนวลปล่อยชายยาว อีกทั้งยังมีรูปร่างที่แตกต่างจากชนเผ่าเลือดสีขาวซึ่งค่อนข้างจะตัวเล็ก ทำให้แยกออกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มของครูส ตามปกติคนพวกนี้สงบเสงี่ยมในฐานะผู้อาศัย ยิ่งรู้ว่าเหล่าเลือดสีขาวเคร่งศาสนาและรักสันโดษก็ยิ่งพยายามไม่รบกวน แต่คราวนี้ดูจะไม่ใช่

“นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ?! ตอนนี้วิกเตอร์โดนจับในฐานะกบฏแล้ว แสดงว่านายร่วมมือกับไอ้ระยำนั่นมาตลอดใช่ไหม?!”  เสียงใครคนหนึ่งว่า

ชื่อของวิกเตอร์ทำให้จีแอลที่ตั้งใจจะเดินผ่านไป หันกลับไปหรี่ดวงตาภายใต้แว่นมอง ชายดุดันคนพูดก็คือ จัสติน หนีออกมากลานประมูลทาสพร้อมกับอีธาน

“ว่าไง...นายจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?!

ครูส ก้มหน้ามองพื้น ไม่มีคำตอบออกจากปาก

“วิกเตอร์หากินกับการกดขี่พวกเรา ส่งคนมากมายไปเป็นทาส ฆ่าได้แม้แต่ชนเผ่าเดียวกัน!”  จัสตินกระชากคอเสื้อของครูสขึ้น  “ฉันเจอมากับตัวเอง เห็นมากับตา ลานประมูลทาสนั่นมีเลือดสีแดงที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมมากจนคราบเลือดพวกนั้นล้างยังไงก็ไม่หมด!

“ใจเย็นๆ ก่อนจัสติน”  ชายที่น่าจะอายุมากที่สุดในกลุ่มก้าวออกมาขวางหน้า และมีอีกคนพยายามกันตัวครูสเอาไว้  “ครูส อาจจะไม่รู้เรื่องด้วยก็ได้ เงินสนับสนุนของเรามันมาในรูปแบบบริจาคแบบไม่ประสงค์ออกนาม นายก็รู้นี่!” 

สิ่งที่ได้ยินทำให้จีแอลหัวเราะ เสียงของเขานำพาให้สายตาหลายคู่หันมามอง

“อย่าทำให้ยิ่งวุ่นวายได้ไหม?” อาเธอร์รีบเดินเข้ามามาปราม

“อะไร?”  จีแอลยักไหล่  “ก็มันน่าขำ”

“ตรงไหนที่น่าขำ?!” จัสตินที่อยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยวปล่อยมือจากคอเสื้อของครูส เดินตรงเข้ามาหา

“แค่ไม่คิดว่าพวกนายจะไร้เดียงสาแบบนี้”  จีแอลเหยียดยิ้มดูถูก “คิดว่าที่รวมกลุ่มจนผลิตอาวุธของตัวเอง สร้างพลังงานได้ด้วยตัวเอง ครูส เสกมันมาจากลมหรือยังไง ทั้งหมดนั่นคิดว่ามันต้องใช้เงินมหาศาลแค่ไหนล่ะ? ...อ่อ การที่ครูส กับสมาชิกหลายๆ คน กระทั่งตัวนายยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนตอนนี้ ไม่คิดบ้างหรือไงว่าเป็นเพราะใคร?”

จัสตินบดกรามของตัวเองจนแทบจะแหลก มือกำเป็นหมัดแน่น

“ถ้าไม่ได้เส้นสายที่วิกเตอร์วางไว้ พวกนายจบเห่ไปนานแล้ว  ต้องรับความอัปยศก้มหน้าเลียรองเท้าคนอื่น แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ระยำสารเลว ในขณะที่ ครูส ได้เป็นเทวดาของพวกนาย บริสุทธิ์ผุดผ่องซะจน กระทั่งเรื่องแดงออกมา คนก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น บอกว่าไม่เกี่ยวข้อง...ไม่คิดว่าน่าขำหรือไง?”

“จีแอล!”  อาเธอร์รีบตรงเข้ามาดึงแขน ใจจริงเจ้าตัวอยากจะใช้มืออุดปากคนพูดเอาไว้ด้วยซ้ำ

“ฉันแค่พูดเรื่องจริง”  จีแอลยิ้มคล้ายเห็นเป็นเรื่องสนุก

“ไม่ต้องห้ามหรอกอาเธอร์ เพราะทุกอย่างก็เป็นเหมือนที่เขาพูดนั่นแหละ เงินพวกนั้นถึงจะไม่ได้รับเงินมาโดยตรง แต่ฉันก็รู้มาตลอดว่ามันมีต้นสายมาจากไหน รู้มาตลอดว่าคนที่คอยส่งข่าวให้เป็นคนของใคร”  ครูสพูดด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย

เสียงโต้เถียงเอะอะพลันเงียบลง จัสตินกัดฟันเบือนหน้าไปทางอื่น กลุ่มเลือดสีแดงที่ก่อนหน้านี้ยังพยายามห้ามไม่ให้ใครทำร้ายครูส ก็เริ่มถอยเท้าห่างไปด้วย สีหน้าบางคนกระอักกระอ่วน ส่วนอีกหลายคนบ่งบอกความเจ็บปวดผิดหวังที่อยากจะบรรยายได้

ทุกคนเริ่มเดินจากไป ครูสถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แม้จะยังยืนนิ่งมั่นคง แต่สองมือนั้นสั่นอยู่เล็กน้อย

ตอนนั้นเองที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินสวนออกมา ร่างผอมแห้งสั่นเทิ่มราวกับจะล้มพับลงไป เท้าที่ไม่มั่นคงก้าวไปยังด้านหลังของครูส ค่อยๆ ล้วงมือไปที่กางเกงหยิบอาวุธปืนออกมา

“เปรี๊ยง!” เสียงปืนที่ดังลั่นขึ้น

เสียงดังฝ่าความเงียบส่งผลให้ทุกฝีเท้าชะงัก เสียงกรีดร้องโอดครวญที่ตามมานั้นทำให้ทุกคนหันกลับมาด้วยสีหน้าตกใจ

ชายร่างผอมแห้งทรุดตัวลงกับพื้น มือข้างหนึ่งกุมท่อนขาที่มีเลือดสีแดงไหลอาบ ปืนพกในมือที่เล็งไปยังครูสก่อนหน้านี้ล่วงตกพื้น

“คราวหน้าจะยิงหัวใคร เหนี่ยวไกให้ไวกว่านี้หน่อย”  ดวงตาสีเงินหรี่ลงเล็กน้อย ปืนรุ่นโบราณในมือมีกลุ่มควันจางๆ ลอยอ่อยอิ่งที่ปากกระบอก “แต่ไปฝึก คราวหน้าในนรกก็แล้วกัน”

จีแอลตั้งใจจะเหนี่ยวไกอีกนัด แต่ครูสที่ได้สติ รีบหันมาขวางหน้าไว้ซะก่อน

“อย่ายิง!

“ปีกเทวดาขนร่วงเกือบหมดแล้ว ยังจะเสแสร้งเป็นคนดีอยู่อีก” จีแอลว่า

“จะอะไรก็ช่าง แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครยิงคนของฉัน!” ครูสว่า

“แหม...ซึ้งใจน้ำตาแทบไหลแน่ะ” จีแอลหันมาก้มมองอาเธอร์ที่รีบเข้ามายื้อแขนของเขาเอาไว้บอกให้หยุด

กลุ่มเลือดสีแดงหันกลับมามองพวกเขา แต่ไม่มีใครขยับเท้าเข้ามาใกล้มากกว่านั้น ราวกับว่ากำลังรอดูสถานการณ์ กำลังชั่งใจว่าควรจะก้าวเท้าไปทางไหนดี

“ปณิธานของพวกนายมันเปรอะบางน่าสมเพชชะมัด” จีแอลสะบัดแขนชายหนุ่มร่างเล็กออก แม้จะมีสีหน้าเบื่อหน่ายแต่ก็ยอมลดปืนลง

ครูสเห็นอาวุธถูกเก็บไปแล้ว จึงรีบหันไปห้ามเลือดให้กับชายถูกยิง เทของเหลวซึ่งช่วยให้เลือดแข็งตัวไปที่ปากแผล และปิดทับด้วยผ้าที่ฉีกออกมาจากแขนเสื้อ

ภาพที่เห็นทำให้จีแอลเบ้หน้า ก่อนจะหันไปพูดกับอาเธอร์ 

“ไปเรียกประชุม จะอยู่ที่นี่ก็ต้องมีกฎ ฉันไม่ชอบให้ใครมาชักปืน ยกเว้นฉัน”

อาเธอร์เบิกตา ก่อนยิ้มกว้าง  “นี่...นายยอมรับการเป็นลีโอน แล้วใช่ไหม?”

“นั่นคนละเรื่อง แล้วยิ้มบ้าอะไร ไปทำตามที่บอก!”  จีแอลว่า

“ได้ๆ”  ชายร่างเล็กพนักหน้าพลางรีบไปทำตามคำสั่ง

รอเพียงไม่นานกลุ่มเลือดสีขาวก็เริ่มปรากฎตัวออกมาจากกระโจมที่ตั้งอยู่รายรอบ เดินมุ่งตรงมายังลานทำพิธีตรงกลางโอเอซีส พวกเขารูปร่างค่อนข้างเล็กทั้งหญิงและชาย สวมชุดสีขาวเหมือนกันหมด แต่นั่นไม่น่าแปลกใจเท่ากับจำนวนคนที่พากันออกมาแบบไม่ขาด  ทำให้พวกเลือดสีแดงพากันตกตะลึง

แท้จริงแล้วประชากรเลือดสีขาวที่นี่มีมากเกือบสี่พันคน กระโจมถูกใช้เป็นเพียงช่องทางเชื่อมต่อลงไปในที่พักอาศัยใต้ผืนดิน เช่นเดียวกับทางเข้าออกอันเดอร์กราวซิตี้

จำนวนคนที่คาดไม่ถึงนั้นโอบล้อมกลุ่มเลือดสีแดงจนต้องถอยมากระจุกตัวรวมกันตรงกลาง

ทุกคนที่ออกมาจากกระโจมมองตรงไปยังจีแอลด้วยแววตาเปี่ยมศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนชรา ไปจนกระทั่งกลุ่มชายที่ดูเหมือนนักรบซึ่งตั้งแถวเรียงกันเป็นระเบียบ

“ท่านจีแอล”  “เทพลีโอน”  เสียงเรียกที่เปล่งออกมาอื้ออึงราวกับบทสวด

จีแอลถอดแว่นตาออกจากใบหน้า ดวงตาสีเงินงดงามกราดมองไปยังกลุ่มเลือดสีแดง หลายคนที่เห็นดวงตาคู่นี้ครั้งแรกต่างจ้องมองด้วยความตกตะลึง

“ที่นี่เป็นดินแดนเลือดสีขาว สำหรับพวกเขามันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครกล้าก่อเรื่องอีกฉันจะไม่ปล่อยไว้ พวกนายจะเป็นมายังไงฉันไม่สน แต่ถ้าตกลงจะอยู่ที่นี่ นับจากนี้เลือดสีแดงถือเป็นหนึ่ง จะไม่มีการแยกแยะว่าใครเป็นใคร ถ้าเกิดปัญหาวุ่นวายขึ้นไม่ว่าเรื่องไหนฉันจะเล่นงานทุกคนเท่ากัน ...ไม่พอใจกฎนี้ก็ออกไปแห้งตายในทะเลทรายนั่นได้เลย!” 

กลุ่มเลือดสีแดงต่างนิ่งอึ้งหันมองหน้ากันเอง

“มานี่!”  จีแอลกระดิกนิ้วเรียกอาเธอร์

ชายหนุ่มเลือดสีขาวชี้นิ้วใส่ตัวเอง ก่อนจะเดินไปหา

จีแอลคว้าแขนของอาเธอร์เอาไว้  ลากให้มายืนเบื้องหน้า  “ต่อจากนี้ อาเธอร์ คือผู้นำ ทุกอย่างที่เขาพูดถือเป็นสิ่งเด็ดขาด” 

“หา? อะไรนะ?ไม่...ฉัน...” อาเธอร์ตกใจจนตาเกือบถลนรีบพูดจนลิ้นพันกัน

“เงียบน่า!”  จีแอลดุ เขาจับแขนอาเธอร์ที่ลนลานไว้แน่น ขณะกล่าวต่อ  “เซ็นโทรกำลังล้างบางคนทรยศ หลังจากเก็บกวาดจนสะอาด ก็จะหันมาไล่ล่าเราอย่างเต็มกำลัง ของจริงน่ะ...จะเริ่มจากนี้!” 


===+++===+++===+++===

หายไปนานเลย อยากบอกว่าก็ยังแต่งต่ออยู่นะคะ  แต่อย่างที่เคยบอกว่าตั้งใจให้จบในปีนี้ พอหันดูปฏิทินอีกทีก็พบว่า ตายล่ะ เหลืออีกแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง  ส่วนที่ต้องเขียนมีอีกมากมายเป็นกระบุงเลย  แม้ตอนนี้จะผ่านเกินครึ่งเรื่องมาได้แล้ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดอีกมากอยู่เหมือนกัน  ดังนั้นเราจึงตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นเขียนให้จบก่อน แล้วค่อยมาอัพทีเดียว

มาอัพตอนนี้ ก็เพื่อส่งข่าวคราวนะคะ  แล้วจะมาอีกทีปีหน้าเลยค่ะ  

จะให้เป็นหนึ่งเดือนแห่งการมุ่งมั่นตั้งใจค่ะ (เชียร์ตัวเอง 55)

ก่อนจากขออภัยกับคำผิดที่เรามักจะพิมพ์พลาดด้วยความรีบร้อน และไม่ได้ทบทวนพื่อแก้ไขก่อนลง ซึ่งถ้าแต่งเสร็จแล้วเราจะมาเช็คคำผิดอีกรอบ และสัญญาว่าจะแก้ไขอย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณสำหรับคนที่ตามอ่านนะคะ  ถึงจะมีไม่เยอะ แต่เราก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ


สั้นสั้น  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #556 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 02:06
    มันจบไปแร้ว ไอเรากะพึ่งมาอ่านไง

    สู้ๆ
    #556
    1
    • #556-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 61)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 11:40
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^
      #556-1
  2. #445 Aom-am_tr (@0954913902) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 03:52
    โยนขี้ให้อาเธอร์ซะงั้น 555556
    #445
    0
  3. #283 mini_mickey (@nattymini) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 10:57
    เค้าจะรอนะ
    #283
    1