Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 59 : วิกเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

ตอนที่กองกำลังเซ็นโทรบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของวิกเตอร์  เจ้าตัวอยู่ในห้องทำงานกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ ปลายคางวางอยู่บนมือหลังมือข้างหนึ่งซึ่งอยู่บนที่เท้าแขน

ชายหนุ่มเลือดสีแดงสวมสูทสีดำทั้งตัว เส้นผมดูไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นัก เคราที่เคยถูกตัดแต่งอย่างดีเวลานี้งอกยาว ส่งผลให้โครงหน้ายาวคมเข้มขึ้นกว่าเดิม ดวงตาสีแดงเข้มเกือบดำจ้องตรงมายังบานประตูที่ถูกบังคับให้เปิดออกด้วยกำลังของเหล่ากองกำลังแห่งเซ็นโทรจำนวนหลายคน ซึ่งกรูเข้าไปประชิดตัว ตามหลังด้วยชายหนุ่มร่างกำยำผู้มีดวงตาสีน้ำเงินอมเทาคล้ายเหยี่ยว

“เป็นเกียรติมากที่หัวหน้ากองมาด้วยตัวเอง”  วิกเตอร์พูดด้วยท่าทางที่ดูเรียบเฉย ไร้เหยียดยิ้มประจบประแจงเหมือนปกติ ที่สำคัญยังไม่มีท่าทางตื่นตระหนกให้เห็น  เจ้าตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันจะได้ยืนเต็มตัวก็ถูกหน่วยกองกำลังหลายคนล็อคตัว กดร่างให้แนบลงกับโต๊ะ

“ดูไม่ตกใจเลยนะ”  เซทพูด

วิกเตอร์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ  “รอจนเบื่อด้วยซ้ำ”

“ปากดีนี่! ต้องดูว่าพอไปถึงห้องสอบสวนจะยังพูดจาแบบนี้ได้ไหม” 

เมื่อเซทส่งสัญญาณ เครื่องพันธการล็อคก็ถูกใส่เข้ากับแขนทั้งสองของวิกเตอร์ ล็อคเจ้าตัวไว้อย่างหนาแน่นแบบไม่มีทางให้กระดิกตัวได้

เซทขมวดคิ้วมองตามแผ่นหลังของคนผู้ถูกจับกุมจนกระทั่งร่างนั้นลับออกจากห้องไป ทุกอย่างเกิดขึ้นและเสร็จสิ้นในเวลาไม่ถึงห้านาที เรียกว่าง่ายดายจนน่าแปลกใจ

ร่างสูงใหญ่หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋า ตั้งใจจะติดต่อผู้บัญชาการวัลโด้เพื่อรายงานสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจติดต่อไปหาคนที่ให้ข้อมูลสำคัญในการจับตัววิกเตอร์แทน

ใบหน้าของอีธานปรากฏขึ้นบนจอภาพที่ฉายขึ้นมาตรงหน้าแบบสามมิติ ฉากด้านหลังไม่ค่อยคุ้นตานัก ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะไม่ได้อยู่ในที่ทำงานที่ฝ่ายข้อมูล ไม่ใช่ที่ห้องพัก น่าจะเป็นห้องทดลองที่ไหนสักแห่ง  เพราะเพิ่งจะมีคำสั่งให้ลดการตามประกบตัวลงเหลือเพียงการเฝ้าดูในระยะห่างเท่านั้น สีหน้าของชายหนุ่มถึงได้ผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ผมเพิ่งพาหน่วยกองกำลังพิเศษบุกมาจับตัววิกเตอร์”  เซทเอ่ยขึ้นก่อน

“มีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอครับ?”  อีธานถามกลับมา

“ทำไมถึงถามอย่างนั้น”

“ก็ท่าทางคุณดูไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่”

เซทถอนหายใจ  “ผมใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ”

“ง่ายไป”

“ใช่ ง่ายดายจนน่าแปลก หมอนี่ไม่มีลูกน้องคุ้มกันสักคน ไม่พยายามดิ้นรนหนีการจับกุม ไม่ได้ทำท่าไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหมือนผู้บริสุทธิ์ หรือกลัวจนตัวสั่น... กลับกัน วิกเตอร์มองผมแล้วพูดแค่ว่า รอจนเบื่อ...”

“รอจนเบื่อ?”  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลงเล็กน้อย

“คิดว่าไง?”

อีธานมีสีหน้าครุ่นคิดจากนั้นก็ส่ายหัว 

“คุณรายงานเรื่องทั้งหมดไปหรือยัง?”  เซทถามต่อ  

“ผมส่งรายงานไปยังท่านผู้นำแล้ว”  อีธานตอบ

รายงานที่ว่า ก็คือเรื่องที่อีธานขอทำการต้องการตรวจสอบข้อมูลหลายๆ อย่างก่อนที่เซทจะออกคำสั่งรวบตัววิกเตอร์ ซึ่งเมื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาวิกเตอร์ใช้เส้นสายติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับกลางของเซ็นโทรหลายคน แต่ละคนไว้ใจและมองวิกเตอร์เป็นแค่คนสอพลอ เป็นแค่เลือดสีแดงขี้ประจบ สามารถสั่งให้ทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครคิดว่าวิกเตอร์จะเป็นสายให้กลุ่มกบฏ ดังนั้นจึงยอมส่งมอบข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ตามที่ฝ่ายนั้นร้องขอแลกกับสิ่งของมีค่าต่างๆ  

ข้อมูลเล็กน้อยเมื่อรวบรวมเข้าด้วยกัน ก็นำมาซึ่งผลพวงที่น่าตระหนกได้ กระทั่งการยืนยันศพเลือดสีแดงที่ตายในการจราจลหลายครั้งก็มักจะมีคนของวิกเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง  เป็นการแทรกซึมที่น่าตกใจอย่างมากทีเดียว

“คิดว่าท่านผู้นำจะตัดสินใจเรื่องนี้ยังไง?”  เซทถามอีก

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”  อีธานทำหน้าเหมือนจะยิ้มก็ไม่เชิง ราวกับจะบอกว่าถึงจะเป็นลูกชายก็ไม่อาจจะเข้าใจจิตใจของบิดาตัวเองได้  “แต่คิดว่าตอนนี้คงกำลังหารือกับ ผบ.วัลโด้ แล้วคุณคงได้รับคำสั่งเร็วๆ นี้”

“ผมอีกแล้วหรือ?”  เซทยกมือขยี้หัวตัวเอง

“ก็คุณเป็นตัวตายตัวแทนของท่านผู้บัญชาการนี่นา”

“เหมือนที่คุณเป็นว่าที่ผู้นำ น่ะเหรอ?”  พอเซทสวนไปอย่างนั้นอีธานก็หุบยิ้มแทบจะทันที  

ตอนนั้นเองที่เซทได้ยินเสียงพูดของใครบางคนแทรกเข้ามาในสนทนา ดูเหมือนจะเป็นเสียงผู้หญิงที่เขาเคยได้ยินมาก่อน  อีธานเหลือบมองไปเพียงแค่แว๊บเดียว จากนั้นก็กลับมาจ้องมองเซทผ่านทางหน้าจออีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ผมยังมีงานค้างอยู่เยอะเลย”

“โอเค งั้นผมไปล่ะ”

แม้จะปิดระบบการสื่อสารไปแล้ว แต่เซทยังคงครุ่นคิด หนึ่งก็คือเรื่องความน่าสงสัยของวิกเตอร์ และตอนนี้เพิ่มมาอีกเรื่องก็คือเสียงที่ได้ยินแว่วขึ้นมาระหว่างการสื่อสารกับอีธาน  เนื่องจากสิ่งที่คนมุ่งมั่นอย่างหัวหน้าหน่วยพิเศษเกลียดที่สุดก็คือ การมีเรื่องค้างคาใจ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามมันก็ทำให้เขาหงุดหงิดจนนอนไม่หลับได้เลย

“หัวหน้า พาหนะพร้อมแล้วครับ”  ลุค หนึ่งในลูกน้องคนสนิทโผล่หน้าเข้ามาเรียก 

ลุค เป็นลูกน้องที่อายุน้อยที่สุดในหน่วย แม้จะรูปร่างเล็กแต่บ้างานต่างกับตัว ชื่นชอบงานภาคสนามเป็นพิเศษ ทั้งที่วันนี้น่าจะเป็นวันหยุดก็ยังขอตามมาปฏิบัติงานด้วย ขยันจนบางทีก็น่าปวดหัวสำหรับหัวหน้าอย่างเซท ขนาดคิดว่าส่งให้ไปทำงานใกล้ชิดกับคนที่สนใจเป็นพิเศษจะช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวยิ่งเพิ่มกระตือรือร้นในงานมากเข้าไปอีก

“หัวหน้าเหม่อหรือครับ?”

“เปล่าโว้ย!”  เซทตอบกลับ

“งั้นก็เร็วเข้าสิครับ เราควรไปกันได้แล้ว”  ลุคว่า จากนั้นก็ทำท่าเดินออกนอกห้องไปก่อน

“เดี๋ยว!

“ครับ?”  ลุคหันกลับมา พร้อมกับรับของบางอย่างที่หัวหน้ากองโยนมาตรงหน้าไว้ได้อย่างเฉียดฉิว ชนิดเกือบจะโดนเจ้าสิ่งนั้นกระแทกเข้าที่สันจมูก  “หัวหน้าทำอะไรเนี่ย?!

“เอาไปแยกเสียงให้หน่อย”  เซทชี้นิ้วไปที่เครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในมือของลุค “บทสนทนาล่าสุด ฉันอยากรู้ว่าเสียงที่ปนมาเป็นเสียงใคร”

ชายหนุ่มร่างเล็กทำสีหน้างงงวย “เรื่องแบบนี้ให้คนอื่นทำเถอะครับ ผมไม่ถนัดด้านวิเคราะห์ข้อมูล...”

“เป็นบทสนทนากับ คุณอีธาน นะ”  เซทแทรกขึ้น

ลุคหุบริมฝีปากที่กำลังจะพูดต่อลงแทบจะทันที ดวงตากลมสีน้ำเงินอ่อนจางดูโตขึ้นเล็กน้อย อุปกรณ์สื่อสารในมือถูกยัดลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

“ไปกันได้แล้วครับหัวหน้า!”  ลุคหมุนตัวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับจะซ่อนใบหน้าที่แดงเรื่อขึ้นของตัวเอง เซทจึงทำได้แค่ยักไหล่แล้วก้าวตามไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #554 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 01:40
    อิลุคแกคิดอะไรจริงๆใช่มั้ย!!!!
    #554
    1
    • #554-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 59)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 11:42
      ใช่ค่ะ...ลุค คิด ...คิดเยอะด้วย อิอิ
      #554-1
  2. #523 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 19:39
    เอ~ลุคชอบอีธานป่าว?
    #523
    0