Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 57 : วิกเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    8 ต.ค. 59

ลูโซ่ ตายแล้ว

อีธานมองร่างที่ไร้วิญญาณของชายศีรษะโล้นภายในห้องชันสูตรเบื้องต้น เป็นลูโซ่ไม่ผิดแน่ ตาสีแดงเปิดค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง ริมฝีปากปิดสนิทกลายเป็นสีคล้ำ บนหน้าผากมีรูเล็กๆ สีแดงมันดูราวกับเครื่องประดับ แต่เมื่อพลิกร่างขึ้นมาก็จะเห็นว่ากะโหลกทางด้านหลังเปิดทะลุเป็นวงกว้างอย่างน่าสยอง เต็มไปด้วยเลือดสีแดงแห้งกรัง ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุจากการถูกยิงด้วยปืนชนิดพิเศษ

“พบที่ไหน?”  อีธานถาม

ลุค ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบตอบ  “ตรอกเปลี่ยวที่เขต N นอนตายอยู่ข้างกองขยะครับ”

อีธานปิดตาลงครู่หนึ่ง และถอนหายใจ  แม้ว่าเขาจะรังเกียจสิ่งที่ลูโซ่ทำ แต่ก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายมีจุดจบที่น่าสมเพชเช่นนี้

“ค้นตัวแล้วไม่พบอะไรเลยครับ”  ลุตรายงายต่อ  “ตรวจเช็คบริเวณโดยรอบก็ไม่มีร่องรอยอะไรที่จะช่วยชี้ตัวคนร้ายได้เลย ท่าทางจะเป็นมืออาชีพนะครับ”

“ข้อมูลจากสายรัดข้อเท้าล่ะ?”

“ผมสั่งไปตรวจเช็คแล้วครับ คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะเรียบร้อย”

ข้อมูลจากเครื่องติดตามจะสามารถบอกได้ว่าตลอดช่วงเวลาสามวันนี้ ลูโซ่ไปที่ไหนมาบ้าง ก่อนที่จะมาจบชีวิตอยู่ในตรอกสกปรกแห่งนั้น

แม้จะยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าลูโซ่กันแน่ แต่คนที่น่าสงสัยมากที่สุดคงไม่พ้น วิกเตอร์ เป็นไปได้ว่าหมอนั่นจะจับได้ว่าลูโซ่กลับไปเพื่อขโมยข้อมูลก็เลยกำจัดทิ้ง

ถึงวิกเตอร์จะเป็นชนเผ่าเลือดสีแดง แต่ก็มีอำนาจมากกว่าเลือดสีน้ำเงินบางคนด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ประมูลทาส แต่การค้าขายของทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายก็อยู่ในมือของหมอนี่หลายอย่าง แถมยังมีสมาชิกสภาเมืองหลายคนให้การหนุนหลังเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน

วิกเตอร์ ไม่ใช่คนที่คิดจะจับตัวก็ส่งกองกำลังไปจับมาได้ คงต้องระวังมากกว่านี้

เช้าวันรุ่งขึ้นข้อมูลจากเครื่องติดตามตัวก็ถูกส่งมา

อีธานมองหน้าจอที่มีรายละเอียดระบุพิกัดการเคลื่อนไหวของลูโซ่ มันบ่งบอกว่าลูโซ่ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้คฤหาสน์ของวิกเตอร์ด้วยซ้ำ หมอนั่นใช้เวลาเกือบทั้งหมดวนเวียนอยู่แต่ในโรงแรมกับร้านขายอาหารกึ่งผับใกล้ๆ กันเท่านั้น

หรือว่าจะนัดพบกับใคร? เพราะถูกวิกเตอร์เฉดหัวออกมาแล้ว การจะกลับไปอีกยังไงก็คงลำบาก ลูโซ่อาจจะใช้ให้คนอื่นไปทำงานแทนก็ได้ ยิ่งนิสัยเจ้าเล่ห์อย่างนั้นไม่น่าจะยอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

ดังนั้นอีธานจึงให้ลุคกลับไปที่เขต N อีกครั้งเพื่อค้นห้องที่ลูโซ่พักอยู่ก่อนจะตาย เผื่อว่าจะมีหลักฐาน หรือร่องรอยอะไรอยู่บ้าง

ลุคทำงานเร็วมาก เขากลับมาหาอีธานในบ่ายวันเดียวกันนั้น

“ได้อะไรไหม?”  อีธานถาม

“ในห้องมีข้าวของส่วนตัวไม่กี่อย่าง ไม่พบเอกสารสำคัญอะไร” ลุครายงาน  “แต่ในช่องลับของเสื้อนอกตัวหนึ่งผมค้นเจอชิปเก็บข้อมูลหนึ่งชิ้นครับ แต่ว่า...”

“ทำไม?”

“มันเป็นชิปรุ่นโบราณครับ เก็บข้อมูลแบบเข้ารหัสต้องเปิดด้วยเครื่องแบบเฉพาะ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหน่วยงานไหนจะยังมีเครื่องแบบนี้เหลือเก็บอยู่บ้าง”  ชายหนุ่มร่างเล็ก วางวัตถุทรงสี่เหลี่ยมขนาดบางลงบนฝ่ามือของอีธาน

อีธานขมวดคิ้ว หากย้อนไปช่วงประมาณยี่สิบปีก่อนชิปรุ่นนี้ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง ตัวชิปเองราคาก็สูงไม่น้อยแถมยังต้องเปิดอ่านข้อมูลด้วยเครื่องมือเฉพาะ ทำให้เมื่อมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ดีกว่าออกมา มันจึงตกรุ่นไปอย่างรวดเร็วและหายไปจากท้องตลอดในที่สุด ในเวลานี้แทบจะกลายเป็นของโบราณที่ต้องเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์

“จะให้ผมสอบถามอุปกรณ์กับหน่วยอื่นๆ ดูไหมครับ?”

“ไม่เป็นไร ฉันรู้จักคนที่มีมันอยู่”  อีธานตอบ “ขอบใจมากนะ นายไปพักเถอะ ทำงานติดๆ กันตลอดคงเหนื่อยแย่”

“ไม่เลยครับ  ผมยินดี”  ลุค ยกมือขึ้นเขี่ยผมที่ท้ายทอยอย่างเขินๆ พอเห็นอีธานยิ้มให้กับท่าทางนั้น เจ้าตัวก็หน้าแดงเล็กน้อย ก่อนจะรีบขอตัวออกจากห้องไป

อีธานมองชิปที่อยู่ในมืออีกครั้ง ก่อนพูดกับตัวเอง “หวังว่าจะมีอะไรเหลืออยู่บ้างนะ” 

คนที่อีธานไปขอความช่วยเหลือเรื่องเครื่องมือสำหรับอ่านชิปรุ่นพิเศษนี้ คือหัวหน้าดูแลระบบด้านฐานข้อมูลของเซ็นโทร อลิเซีย นั่นเอง ...เนื่องจากเธอเป็นคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับข้อมูล การเก็บบันทึกข้อมูลก็เป็นหนึ่งในส่วนที่ให้ความสนใจ  เธอรู้จักอุปกรณ์แทบทุกชนิด และมันก็กลายมาเป็นของสะสมตลอดการทำงาน

เพราะเป็นอลิเซีย ที่สนิทสนมกันดี พออีธานติดต่อไป อีกฝ่ายก็พูดว่ายินดีที่จะให้ใช้อุปกรณ์ส่วนตัวที่เก็บไว้ที่บ้าน โดยไม่ถามหาเหตุผลเลยสักคำ ทำให้อีธานรู้สึกขอบคุณอยู่มากทีเดียว

อีธานตั้งใจจะออกจากห้องไปหาอลิเซียในทันที แต่ยังไม่ทันได้ออกจากห้องเครื่องมือสื่อสารปรากฏสัญญาณการติดต่อเข้ามาซะก่อน และมาจากบุคคลที่อีธานไม่อาจจะเผิกเฉยได้นั่นก็คือเซท

“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน”  เซทเปิดฉากเข้าเรื่องทันทีแบบไม่อ้อมค้อม ใบหน้าของชายหนุ่มที่ฉายอยู่บนจอภาพสามมิติในอากาศดูอารมณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก คิ้วเข้มขมวดเป็นปม หนวดเคราเริ่มขึ้นครึ้ม

“ผมมีธุระต้องไปทำ ไว้พรุ่งนี้ได้ไหม?”  อีธานตอบ

“ธุระที่ว่าน่ะ เกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อ วิกเตอร์ หรือเปล่า?  ถ้าใช่ผมว่าธุระของเราคงเป็นเรื่องเดียวกัน” 

 

สิ่งที่เซทบอก ทำให้อีธานประหลาดใจทีเดียว เขาไม่คิดว่าหัวหน้ากองที่ดูแลเรื่องความมั่นคงของเซ็นโทรจะมีเรื่องอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนอย่างวิกเตอร์ได้  ดังนั้นเมื่อเซทยืนยันว่าจะพูดเมื่อเจอหน้ากัน อีธานก็เลยตัดสินใจชวนให้เซทไปที่บ้านของอลิเซียด้วยกัน เพราะหากเรื่องที่เซทพูดเกี่ยวข้องกับวิกเตอร์ ข้อมูลในมือของอีธานอาจจะมีส่วนช่วยพวกเขาทั้งคู่ได้

ภายในยานพาหนะคันใหญ่ พร้อมด้วยผู้ติดตามอีกสองคน มีบรรยากาศชวนให้อึดอัด เซทไม่ได้มีท่าทางจะเอ่ยพูดเรื่องอะไรออกมา ส่วนตัวอีธานก็เลือกจะไม่ถามก่อน

ที่หมายเป็นอาคารสูงที่กว้างขวางโอ่อ่า ตั้งอยู่ห่างจากหน่วยราชการต่างๆ อยู่เกือบสุดเขตของเซ็นโทร แสงแดดยามเย็นยังคงเจิดจ้าร้อนผ่าวในตอนที่อีธานก้าวเท้าลงมารถ

“นายสองคนรอที่นี่”  เซทหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องสองคนที่ติดตามคุ้มกันอีธาน  “ถ้าเกิดอะไรฉันจะคุ้มกันเขาเอง”

เพราะเป็นคำสั่งจากหัวหน้าโดยตรง ทั้งสองจึงไม่อาจโต้แย้งอะไร ได้แต่รออยู่บริเวณประตูทางเข้า

ร่างสูงของอีธานกับเซทเดินผ่านประตูที่ติดตั้งระบบสแกนตัวบุคคลแบบอัตโนมัติเข้าไปด้านใน แม้จะไม่มีคนคุ้มตามติด แต่ท่าทางของเซทที่ดูเคร่งเครียดก็ทำให้บรรยากาศยังคงความน่าอึดอัดเอาไว้ตลอดโถงทางเดินยาวที่แสงไฟสีขาวสว่างจนน่าแสบตา จนกระทั่งถึงลิฟที่ทำจากกระจกนิรภัยโปร่งใส

เมื่อก้าวเข้ามาในลิฟแล้ว เซทก็เอ่ยขึ้นก่อน

“ผมได้ยินมาว่าคนที่คุณใช้ให้ไปตามหาตัว เป็นลูกน้องคนสนิทของวิกเตอร์”

“เคยเป็น”  อีธานตอบ

“บอกได้หรือเปล่าว่ามีเรื่องอะไร”

อีธานนิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ  “ระหว่างที่ผมโดนจับตัวไป ผมถูกเคยถูกบังคับให้ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดที่ลานประมูลทาสผิดกฎหมายของวิกเตอร์ ซึ่งตอนนั้นลูโซ่เป็นคนจัดการ”

“ลานประมูลทาส?”

“เป็นที่ซึ่งให้ทาสไปสู้กันเพื่อเอาชีวิตรอด คนที่เหลืออยู่จะถูกประมูลจากผู้เข้าชม”

เซทนิ่วหน้า เขารู้ถึงความโหดร้ายของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดดี จึงไม่ได้ถามต่อในรายละเอียด

“ผมต้องการรายชื่อของคนที่มีส่วนร่วมกับที่นั่นเพื่อจะได้ให้เขามารับโทษ...และลูโซ่รับปากว่าจะเอามันมาให้ผม แต่เขาก็ถูกพบเป็นศพซะก่อน”

“คิดว่าฝีมือ วิกเตอร์ งั้นเหรอ?”

“ก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย”  อีธานตอบพอดีกับที่ประตูลิฟเลื่อนเปิดออก

“มีหลักฐานอะไรหรือเปล่า คนอย่างวิกเตอร์ ไม่ใช่ว่าจะต้อนให้จนมุมได้ง่ายๆ นะ”

อีธานส่ายหน้า  “สิ่งที่ค้นได้จากลูโซ่ มีแค่ชิปรุ่นเก่าตัวเดียว ผมมาที่นี่ก็เพื่อจะเปิดมันดู หวังว่ามันจะมีอะไรที่พอเป็นประโยชน์บ้าง”

“ชิปรุ่นเก่า?”

สีหน้าของเซทแฝงแววสงสัย อีธานเลยส่งสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าไปให้อีกฝ่ายดู ...ชิปสีดำตัวเล็กที่อยู่ในฝ่ามือที่ใหญ่โตของเซทดูราวกับของเล่นเด็ก

“ของแบบนี้ไม่น่าจะใช้เก็บข้อมูลอะไรได้” เซทส่งมันคืนกลับมา

“ผมก็คิดอย่างนั้น แล้วทางคุณล่ะมีอะไรเกี่ยวข้องกับวิกเตอร์”  อีธานถามบ้าง

“จัดการเรื่องของคุณให้เสร็จก่อน แล้วผมค่อยบอกก็แล้วกัน”

อีธานไม่ชอบเท่าไหร่นักที่เซทเก็บงำข้อมูล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มหยุดยืนที่หน้าประตูสีเทาทึบบางหนึ่ง กดปุ่มเล็กๆ ตรงด้านหน้าครั้งหนึ่ง ไม่นานนักบานประตูอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออก

คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นหญิงสาวรูปร่างเล็ก ผมสีน้ำตาลแดงถูกปล่อยยาวประบ่า รอยกระจางๆ ที่แนวสันจมูกถูกบังด้วยแว่นตาขนาดใหญ่บนใบหน้า 

“รอนด้า...”  อีธานประหลาดใจเล็กน้อย เพราะถึงแม้จะเป็นญาติกับอลิเซีย แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายที่นี่

รอนด้าส่งสายตามองไปยังบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังอีธาน “ได้ข่าวว่าคุณมีคนคุ้มกันตามประกบ ไม่คิดว่าจะไม่ให้ห่างสายตาขนาดนี้”

อีธานคิดจะเอ่ยแนะนำตัวหัวหน้ากองกำลังพิเศษกับรอนด้า แต่ชายหนุ่มที่ด้านหลังเอ่ยขัดขึ้นก่อน

“เป็นหน้าที่น่ะ”  เซทตอบเรียบๆ

“เอาเถอะเข้ามาก่อน ป้ารออยู่ข้างใน”  รอนด้ายักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ พลางเดินนำคนทั้งคู่เข้าไปด้านใน

อลิเซียลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ทันทีที่เห็นอีธาน ใบหน้าอิ่มเอิบเหยียดยิ้มจางๆ มองอีธานด้วยสายตาแฝงแววเป็นห่วงเหมือนญาติผู้ใหญ่ ฝ่ามือกางกว้างและโอบกอดอีธานด้วยแรงหนักๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง

อลิเซียปล่อยอ้อมแขนจากอีธาน หันไปพยักหน้าตอบรับการค้อมศีรษะเล็กน้อยจากเซท จากนั้นก็เข้าเรื่องในทันที

“ไหนของที่ว่า”  หญิงร่างท้วมถาม

“นี่ครับ”  อีธานส่งชิปตัวเล็กไปหาอีกฝ่าย 

“ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”  รอนด้ายื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ

“เธอคงไม่ทันช่วงสั้นๆ ที่มันได้รับความนิยม”  อลิเซียตอบกลับหลานสาว พลางควานหาของบางอย่างจากในกระเป๋าถือ ไม่นานนักเธอก็หยิบการ์ดขนาดเล็กออกมายื่นให้รอนด้า

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ และเดินนำหน้าไปก่อน

“พวกเราย้ายไปที่กันเถอะ” เจ้าของบ้านกล่าว

อีธานและเซทเดินตามผู้หญิงทั้งสองคนไปยังห้องขนาดเล็ก ที่อยู่ด้านในสุดของห้องชุด มันโล่งไร้ซึ่งข้าวของตกแต่ง ไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง ผนังด้านหนึ่งเป็นจอภาพ ส่วนอีกด้านมีแผงควบคุมติดตั้งอยู่

รอนด้ายกเอาอุปกรณ์สำหรับการอ่านชิปออกมา เครื่องรูปทรงโค้งมนต์ดูใหญ่โตเทอะทะ สายไฟหลายเส้นถูกต่อเข้ากับระบบสมัยใหม่เพื่อข้อมูลไปยังหน้าจอแสดงผล หญิงสาวรับอุปกรณ์ขนาดเล็กไปจากผู้เป็นป้า และเสียบมันเข้ากับเครื่องมือที่เช็ตค่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หลังจากพยายามอยู่หลายหน แต่หน้าจอแสดงผลก็ยังว่างเปล่า รอนด้าจึงเงยหน้าขึ้นจากแผงควบคุม

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”  อีธานถาม

“ชิปเก่ามาก น่าจะมีความเสียหายอยู่ก่อนแล้ว ฉันลองมาหลายรอบแล้วแต่ไม่มีวี่แววจะเปิดได้เลย” รอนด้าบอก  “รู้ได้แค่ว่าในนี้แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเลย เพราะหน่วยความจำถูใช้ไปไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ”

“แทบไม่มีก็แสดงว่ามีอยู่”  อลิเซียกล่าว เธอดันร่างของหลานสาวให้ถอยออกไป จากนั้นก็ฟาดฝ่ามือเปรี้ยงลงบนตัวเครื่องอ่านข้อมูล จนไฟที่แสดงการทำงานกระพริบติดๆ ดับๆ

“ป้า...ทำอะไรน่ะ?”  รอนด้าถามด้วยความตกใจ ส่วนอีธานกับเซทก็ต่างหันมองหน้ากัน

“ของเก่าบางทีก็ต้องใช้วิธีเก่าโบราณอยู่บ้าง” อลิเซียตอบ จากนั้นก็ลองใส่ชิปลงไปใหม่อีกหน น่าแปลกที่คราวนี้ตัวเครื่องกลับเริ่มทำงานแม้จะสั่นกึกๆ ราวเครื่องดูดฝุ่นใกล้พังก็ตาม

ไฟล์เดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ในชิปถูกเรียกขึ้นมาบนหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ในห้อง มันไม่ใช่ไฟล์ข้อมูล แต่เป็นแค่รูปถ่ายใบเดียว ภาพที่แตกเบลอในตอนแรกค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างช้าๆ

มันเป็นภาพของเด็กหนุ่มสองคนที่น่าจะอายุประมาณสิบห้าปี ยืนกอดคอกันแน่น รอยยิ้มกว้างฉายชัดที่ใบหน้าของทั้งคู่ พวกเขาแต่งตัวมอซอ เสื้อแขนสั้นของคนทางซ้ายขาดวิ่นมีรอยปะชุนหลายแห่ง ส่วนอีกคนนั้นไม่ได้สวมเสื้อ มองเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวเป็นแนวผ่านแผ่นอกผอมแห้ง

ภาพที่ชัดเจนขึ้น เผยให้เห็นได้ว่าทั้งคู่เป็นเลือดสีแดง คนที่สวมเสื้อผิวค่อนข้างเข้ม เส้นผมสีดำยุ่งเหยิง คิ้วหนาและดวงตาสีเข้มจัดชัดเจนบนใบหน้า  ส่วนอีกมีโครงหน้ายาว ดวงตาเรียวมีสีดำ จุดเด่นอย่างหนึ่งบนใบหน้านั้นก็คือไฝเม็ดเล็กๆ ที่ใต้ตาขวา

“คนทางขวานั่น วิกเตอร์ ใช่หรือเปล่า?”  เซทหันมาถาม

อีธานพยักหน้า  “ผมก็คิดว่าใช่”

“ชิปเก่านี่ น่าจะเก็บข้อมูลมานานแล้ว นั่นหมายความว่าลูโซ่ขโมยชิปตัวนี้มาจากวิกเตอร์งั้นเหรอ? แค่ภาพถ่ายเนี่ยนะ”  เซทกล่าว

ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายหรอก อีธานคิด... คนที่เห็นแก่ตัวอย่างลูโซ่ ไม่มีทางยอมให้ตัวเองโดนลงโทษง่ายๆ แน่  ทั้งที่ไม่สามารถเอารายชื่อมาตามที่ตกลงกับอีธานได้ กลับมีสิ่งนี้ซ่อนเอาไว้อย่างดี หมายความว่าสิ่งนี้อาจจะสำคัญและมีค่าพอจะใช้มันต่อรองเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

อีธานขมวดคิ้ว เพ่งสายตาไปยังภาพบนจอ เด็กหนุ่มคนทางซ้ายนั้นคุ้นตาอย่างประหลาด สีผิวโดดเด่น บวกกับดวงตาที่ดูกล้าหาญเด็ดเดี่ยวฉายชัดตั้งแต่วัยแค่นั้น

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้างขึ้น  “เด็กหนุ่มอีกคน...”

“รู้จักงั้นเหรอ?”

อีธานพยักหน้าเล็กน้อย  “นั่น...ไมก้า ครูส!




+++===+++===+++===

ดูไปดูมาแล้ว เรื่องนี้ตัวละครเยอะเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านจะพอจำได้นะ  

ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ  / สั้นสั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #553 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 01:25
    5555 ไม่คิดว่าไรท์จะเร่นมุขนี้ด้วย รุ่นอัตโนมือ55555 เอาใจไปเรย55555
    #553
    0
  2. #377 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 06:33
    สนุกกกกกกก
    #377
    1
    • #377-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 57)
      10 กรกฎาคม 2560 / 20:34
      ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เข้ามาอ่าน และบอกว่าเรื่องนี้สนุก (ดีใจมากๆ) แถมยังคอมเมนต์ให้ทุกตอนเลย ปกติไม่ค่อยมีคนคอมเมนต์เท่าไหร่ 55 มีอะไรก็แนะนำเสนอแนะพูดคุยกันได้นะคะ ^^

      หวังว่าจะตามอ่านกันต่อไปจนจบน้า ^^
      #377-1
  3. #278 Space_Wu (@mamu_mimi) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 11:13
    ชอบๆ มาต่ออีกน๊าาา...
    ว่าแต่...ลุคนี่คิดไรกะพ่อพระเอ๊ก พระเอกเรารึเปล่านะ?? ^^
    #278
    1
    • #278-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 57)
      10 ตุลาคม 2559 / 18:51
      ขอบคุณค่า
      ลุค ก็แอบคิดนะคะ เพราะเขายังไม่รู้ว่าพระเอกของเราโดนจองไว้แล้ว ถ้ารู้ว่าคนจองขาโหดแค่ไหน คงจะเลิกคิดแน่นอน 55
      #278-1
  4. #276 '$ CB. ชาน เลีย @' (@toon2546) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 17:15
    รอตั้งนานในที่สุดก็มาเเล้ววว เอาไงละทีนี้ รูปในชิปคงพอจะต่อรองกับข้อมูลรายชื่อได้ใช่ไหมม จะเป็นไงต่อ รอน้าา เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่าา
    #276
    1
    • #276-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 57)
      10 ตุลาคม 2559 / 18:48
      แต่งช้าเต่านิดหนึ่ง ขออภัยด้วยจ้า ... รูปในชิปจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ เรียกว่างานเข้า วิกเตอร์ แน่นอน (สปอยล์ทำไม 55)
      #276-1