Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 50 : บ่อนทำลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    1 ส.ค. 59

อีธานลืมตาขึ้นในขณะที่ความมืดมิดของค่ำคืนยังคงโอบล้อมรอบตัว ร่างสูงหอบหายใจแรง ร่างกายร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้  เขายกฝ่ามือเรียวขึ้นปิดดวงตา

ฝันอีกแล้ว ...ฝันถึงหมอนั่นอีกแล้ว

บทสนทนากวนโมโห ร่างกายสมบูรณ์แบบกับผิวกายอุ่นร้อนเบียดแนบชิด ดวงตาคู่สวยจับจ้องตรงมา กลิ่นหอมเฉพาะตัวเจือจางในอากาศลอยอ่อยอิ่งอยู่รอบๆ ทั้งที่เป็นความฝันแต่กลับรู้สึกว่าได้กลิ่นจริงๆ และเขาสูดมันราวกับสารระเหยเสพติด

มันเหมือนจริงซะจน ตื่นขึ้นมาแล้วร่างกายก็ยังคงไม่หายเร่าร้อน ส่วนล่างภายใต้กางเกงคับแน่นจนอึดอัด นี่เขาเป็นอะไรไปแล้ว ทั้งที่เลยช่วงที่ฮอร์โมนพุ่งพล่านมานานหลายปี แต่เขากลับงุ่นง่านราวกับเด็กวัยรุ่น ต่อหน้าจีแอลที่มักจะเกาะติดยั่วอารมณ์ อีธานก็ยังเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ แต่มาตอนนี้แค่ความฝันเขากลับแทบทนไม่ไหว

อีธานลุกพรวดขึ้นจากเตียง ตรงดิ่งไปห้องน้ำ เปิดฟักบัวรดหัวตัวเองทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้า 

“บ้าเอ๊ย!” 

เมื่อข่มตาให้หลับต่อไม่ลง อีธานจึงออกจากห้องพักทั้งที่ยังเป็นเวลาเช้ามากขนาดที่ว่าท้องฟ้ามีเพียงแสงสว่างจางๆ เท่านั้น

ชายหนุ่มก้าวเท้า ทอดสายตามองเมืองที่สะอาดสะอ้าน เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสวยงามทันสมัยหรูหรา เวลานี้มันเงียบสงบราวกับกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้กำแพงสูงชันซึ่งทำหน้าที่ปกป้องอยู่ ...เซ็นโทรอยู่ภายใต้เกราะป้องกันที่เชื่อว่าแข็งแกร่งอย่างที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้  แต่...มันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดได้หรือ?

อีธานเลี้ยวไปตามทางเดินปูพื้นลวดลายสวยงาม เขาได้ยินเสียงฝีเท้า ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของรถขนอุปกรณ์ทำความสะอาด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ โชยมากระทบจมูก

ทั้งที่ยังเป็นเวลาที่ชนเผ่าเลือดสีน้ำเงินส่วนใหญ่ยังคงหลับใหล แต่ตามทางถนนทางเดิน ก็มีชนเผ่าเลือดสีแดงที่ทำงานในฐานะแรงงานชั้นต่ำ เริ่มต้นการทำงานกันแล้ว เมืองที่สะอาดอยู่เสมอไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีคนทำงานอย่างหนักให้มันเป็นอย่างนั้น  คนพวกนี้ต้องทำงานเหมือนมดงานล่องหน ต้องอยู่ในมุมที่ไม่โดดเด่นสะดุดตา ไม่เกะกะขวางทางใคร หากไม่ใส่ใจก็จะไม่เห็นพวกเขาด้วยซ้ำ

กระบอกพลาสติกขนาดเล็กที่น่าจะใช้เก็บสิ่งของบางอย่าง หล่นออกมาจากกระเป๋าของคนงานทำความสะอาดคนหนึ่ง  มันกลิ้งหลุนๆ ตรงมากระทบรองเท้าของอีธาน

ชายหนุ่มก้มลงหยิบขึ้นมา เมื่อเงยหน้าก็เห็นหญิงสาวเลือดสีแดงที่แต่งกายด้วยชุดโทนสีเทาวิ่งตรงมาหา เธอชะงักกึกดวงตากลมสีออกน้ำตาลเบิกกว้างขึ้น

“ของคุณใช่ไหม?”  อีธานถาม ยื่นสิ่งที่อยู่ในมือไปตรงหน้า

หญิงสาวพยักหน้า  “โยนลงพื้นไว้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันเก็บเอง”

อีธานไม่ได้ประหลาดใจในคำตอบนัก เขาเหยียดยิ้มยื่นสิ่งที่อยู่ในมือออกไปมากขึ้น

“ไม่เป็นไร...รับไปเถอะ” 

ฝ่ามือของอีกฝ่ายสั่นไหวอย่างมาก แต่ในที่สุดก็รับมันไปจนได้ เธอก้มหัวให้อีธานหลายครั้ง ก่อนรีบวิ่งกลับไปตรงจุดเดิม และตั้งต้นทำงานต่อราวกับเครื่องจักร

ในเซ็นโทรมีเลือดสีแดงชนชั้นแรงงานทำงานอยู่จำนวนมากอย่างที่คาดไม่ถึง ทำงานที่เหล่าเลือดสีน้ำเงินไม่อยากแตะ แต่ถูกกีดกั้นให้พักอาศัยอยู่ในเขตที่ดูแลอย่างเข้มงวดไม่ต่างจากทาส อยู่ด้วยค่าจ้างขั้นต่ำอันแสนน้อยนิด ถูกกดหัวขนาดแค่มองหน้าสบตายังไม่กล้า

จะให้เราโดนกดขี่ ถูกมองในฐานะแรงงานทาส ถูกช่วงชิงกระทั่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตต่อไปงั้นเหรอสิ่งที่ครูสเคยพูดย้อนเข้ามาในหัวของอีธานอีกครั้ง

บางทีวิธีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอีธาน อาจจะช้าเกินไปสำหรับคนเหล่านี้ก็ได้ ความอดทนมีขีดจำกัดเสมอ และไม่มีใครสามารถบอกได้หรอกว่าอีกแค่ไหนมันจะระเบิดทะลุเส้นขีดบางๆ นั้น

อีธานกำหมัดแน่น  คิดให้ตายตอนนี้ก็คงหาทางออกที่สมบูรณ์แบบไม่ได้  ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือคือจัดการเรื่องวุ่นวายเร่งด่วนก่อน

ชายหนุ่มมาถึงที่ทำงานเป็นคนแรก  เขาเริ่มต้นด้วยการกวาดกองเอกสารวุ่นวายไม่จำเป็นบนโต๊ะให้ไปรวมตัวอยู่ที่ด้านหนึ่ง และเริ่มล็อคอินเข้าระบบฐานข้อมูล ช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมานี้อีธานแอบตรวจเช็คข้อมูลหลายอย่าง เช่นรายงานเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของเซ็นโทร  ข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย รวมถึงรายชื่อและประวัติของแต่ละคนอย่างละเอียด

ชื่อหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาสำหรับอีธาน ก็คือ จัสติน นีลเซน ...ชายหนุ่มผู้ที่เคยอยู่ในคุกใต้ดินของวิกเกอร์ในฐานะทาส  ด้วยกันกับอีธาน  ข้อมูลที่ได้รู้ก็คือ จัสตินเป็นคนที่สำคัญในกลุ่มกบฏไม่น้อย อยู่ในฐานะคนใกล้ชิดคนหนึ่งของครูส ถนัดเรื่องการต่อสู้มือเปล่า และเป็นมันสมองกลุ่ม หลังจากเหตุจลาจลครั้งใหญ่จัสตินก็หายตัวไป มีคนแจ้งเบาะแสการพบตัวอยู่บ้าง แต่ก็รอดการจับกุมไปได้ทุกครั้ง ดูเหมือนระหว่างหลบหนีจากการไล่ล่า จัสตินจะได้พบกับโจอี้และกลายเป็นอยู่ด้วยกันมาตลอดจนตอนนี้

โจอี้ ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ  อีธานนึกเป็นห่วงเด็กหนุ่มช่างจ้อคนนั้นขึ้นมา กลุ่มของครูสมีวัยรุ่นอยู่จำนวนไม่น้อย อย่างเด็กหนุ่มที่อีธานเคยจับตัวบังคับให้พาไปหาสเวนคนนั้นก็เช่นกัน สำหรับอีธานพวกเขาน่าเป็นห่วงทีเดียว ทั้งที่ควรมีช่วงเวลาที่ดีกว่าการเข้าร่วมกลุ่มกบฏและถูกไล่ล่าหมายหัว

“เฮ้...บอส!”  เสียงเรียกทำให้อีธานที่กำลังเหม่ออยู่กับความคิดในหัวเกือบจะสะดุ้ง

เมื่อหันไปมองก็หญิงสาวร่างเล็กที่สันจมูกมีรอยตกกระ เธอรวบผมตึงสะพายเป้ใบเดียวกับที่เคยเห็นครั้งก่อนไว้ที่บ่า ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลกำลังจับจ้องตรงมา

“รอนด้า...”

“ตอนแรกฉันว่าจะติดต่อไป แต่คิดไปคิดมาคุยแบบตัวต่อตัวปลอดภัยกว่า” เธอก้าวตรงเข้ามาหา พลางลากเก้าอี้ล้อเลื่อนที่อยู่ข้างๆ มานั่งติดกับอีธาน

อีธานเคาะนิ้วสองสามครั้งบนแผงควบคุมเพื่อปิดหน้าจอการทำงาน จากนั้นก็หันกลับมายังหญิงสาวที่มีท่าทางตื่นเต้นแบบเก็บไม่อยู่

“วิเคราะห์เสร็จแล้วเหรอ? เร็วมากเลย”

รอนด้ายักไหล่ทีหนึ่ง  “ก็ยังไม่ทั้งหมดหรอก แต่ฉันมีเรื่องอยากสอบถามคุณด้วยก็เลยมานี่ ป้าอลิเซียบอกว่าคุณเองก็บ้างานไม่แพ้ใคร ฉันเลยคิดว่ามาเช้าหน่อยยังไงก็คงได้เจอ ...แล้วก็จริงซะด้วย”

อีธานยิ้มตอบ “ตัวอย่างเลือดพอสำหรับวิเคราะห์หรือเปล่า?”

“น้อยไปหน่อยแต่ก็โอเค”  รอนด้าหยิบหลอดแก้วสูญญากาศขึ้นมาจากกระเป๋า ยื่นส่งมาให้อีธาน

ชายหนุ่มมองสิ่งที่อยู่ในฝ่ามือ ฝาปิดชนิดพิเศษที่ออกแบบมาให้เปิดได้เพียงหนเดียวหายไปแล้ว เหลือเพียงหลอดบรรจุที่แทบจะว่างเปล่า มองเห็นเหลือบตะกอนสีเงินวาวติดอยู่บางๆ เท่านั้น 

“ผลเป็นไง”

รอนด้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ออกจะสั่นเล็กน้อย  “เป็นเลือดที่มาจากชนเผ่าเลือดสีเงินจริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย”

อีธานพยักหน้าเล็กน้อย  ขณะที่ในหัวคิดถึงดวงตาสีเงินคมกริบของคนที่อยู่ในความฝันเมื่อคืน

“เลือดมีคุณสมบัติพิเศษมากมาย มันน่าทึ่งมาก” รอนด้าพูดต่อ  “ย่อยสลายตัวเองได้ในเวลารวดเร็วเมื่อเจออากาศ เหลือไว้แต่เพียงสีของโลหะ ส่วนอย่างอื่นแทบจะหายหมด เพราะแบบนั้นต่อให้ทิ้งเลือดไว้ที่ไหน หากไม่ได้เก็บตัวอย่างในทันที ก็มีแววว่าจะหาต้นตอไม่เจอ”

มิน่าล่ะ ทั้งที่จีแอลบาดเจ็บหายหน แต่เซ็นโทรก็ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนที่มาที่ไปได้อย่างแน่นอนสักที

“เพราะแบบนั้นตัดเรื่องการโคลนนิ่งออกไปได้เลย  ไม่สามารถสร้างสารประกอบใกล้เคียงมาขยายปริมาณตัวอย่างได้ด้วยซ้ำ”

“ที่บอกว่ามีอะไรจะถาม คือเรื่องอะไรเหรอ?”

“เลือดสีเงินนี้ คุณเก็บมาจากเจ้าตัวโดยตรงเลยสินะ”

อีธานพยักหน้า

“ข้อมูลเฉพาะ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้กว้างขึ้น อย่างเช่นเขามีอะไรที่แตกต่างหรือโดดเด่นนอกเหนือจากชนเผ่าของเราบ้าง?”

“เขาแข็งแกร่ง รวดเร็ว มีพลังกำลังเหลือเชื่อ ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บได้ในเวลาสั้นๆ และก็ฉลาด” อีธานตอบ  “ขอโทษที แต่ผมรู้แค่ข้อมูลทั่วๆ ไปเท่านั้น”

“การฟื้นฟูร่างกายที่คุณว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวนะ เสียดายที่เลือดของเขาไม่สามารถเข้ากับของชนเผ่าอื่นได้เลย ไม่อย่างนั้นการพัฒนาคงมีอีกหลายช่องทาง”

“เลือดที่สามารถเข้ากันได้?”  อีธานพึมพำกับตัวเอง ขณะมองรอนด้าบันทึกข้อมูลง่ายๆ พร้อมกับเชื่อมโยงประเด็นที่ตัวเองร่างไว้แล้วในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่พกติดอยู่ในกระเป๋า เธอถามอีธานต่ออีกสองสามประโยค เสร็จแล้วก็เช็คเวลาดิจิตอลบนหน้าจอ

“เดี๋ยวฉันคงต้องไปก่อน อยู่ที่นี่นานคงไม่ดี”  หญิงสาวกล่าวพลางเก็บของลงกระเป๋าเป้ใบเก่ง “อีกอย่างฉันไม่อยากแย่งห้องแลปกะพวกผู้ชายไม่เอาไหนพวกนั้นถ้าไปสาย”

“ผมสัญญาว่าจะไม่ลืมเรื่องห้องทำงานส่วนตัวของคุณ  เพียงแต่คงต้องรอให้ผมมีเองซะก่อน”  อีธานกล่าวติดตลก ทำให้รอนด้ากลอกตาแล้วยิ้มขำ

“จะรอก็แล้วกัน”

“เอ่อ...ผมอยากรู้เรื่องหนึ่ง”  อีธานมองขวดสูญญากาศที่อยู่บนฝ่ามือ พลางกำมันไว้แน่น  “เลือดสีเงินนั้น...ถ้าบังเอิญมีเลือดของใครสักคนที่สามารถเข้ากันได้ มันมีสิทธิที่จะ...”

“คุณจะพูดเรื่องอะไร?”  รอนด้าไม่เข้าใจคำพูดกำกวมของอีธาน

“คือ...”  อีธานไม่รู้จะเอ่ยยังไง ในที่สุดก็ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ  “ผมหมายถึงว่า ถ้าหากมีกรณีพิเศษที่เลือดของชนเผ่าอื่นสามารถเข้ากับเขาได้ อยากรู้ว่าเขามีสิทธิที่จะให้กำเนิดได้หรือเปล่า?”

“ไม่มีทางหรอก ไม่มีผู้หญิงชนเผ่าไหนสามารถทำได้แน่นอน”

“แล้วถ้าเขาเป็นฝ่ายตั้งท้องเองล่ะ?”

“หา...เดี๋ยวนะ”  รอนด้าขมวดคิ้วจ้องหน้าคนถาม  “คุณไม่รู้หรือไงว่า เลือดสีเงินนี้เป็นเพศชาย?”

“รู้” 

“แล้วคุณถามฉันว่าเขาจะท้องได้ไหมเนี่ยนะ?”

“ใช่”  อีธานรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนขึ้น จนต้องพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้สงบนิ่งอย่างหนัก “เอาเป็นว่าช่วยเช็คเรื่องนี้อย่างละเอียดด้วยก็แล้วกัน”

“ได้ถ้าคุณต้องการ”  หญิงสาวตอบทั้งที่ยังมีสีหน้าเคลือบแคลง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

อีธานนวดหว่างคิ้วตัวเอง ยังไม่ทันที่จะตั้งต้นเรื่องทำงานอีกครั้งเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กที่อยู่ในกระเป๋าก็แสดงสัญญาณว่ามีข้อความติดต่อเข้ามาแบบโดยตรง ซึ่งเป็นไม่กี่คนที่อีธานตั้งค่าไว้ว่าต้องตอบรับในทันที หนึ่งในนั้นก็คือ เซท

ชายหนุ่มโยนมันลงบนโต๊ะ กดปุ่มเล็กๆ ครั้งหนึ่ง  อุปกรณ์นั้นก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องฉายภาพ สร้างหน้าจอด้วยระบบสามมิติให้ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“เจอ ลูโซ่ แล้ว ...หาตัวยากใช่เล่น แต่ก็รู้ที่อยู่แล้วล่ะ จะให้รวบตัวไว้เลยไหม?”  เซทที่เวลานี้ยังอยู่ในชุดไปรเวทกล่าว เขาสูบบุหรี่ไปพลาง พูดไปพลาง เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เคยเห็น

“ไม่เป็นไร ขอแค่ที่อยู่ให้ผมก็พอ”  อีธานตอบ

เซทเลื่อนมือไปที่หน้าจอ กดป้อนคำสั่งบางอย่าง แล้วพิกัดหนึ่งบนพื้นที่ของอันเดอร์กราวซิตี้ ก็แสดงผลขึ้นมา

“ขอบคุณมาก”

“เรื่องเล็กน้อย” เซทยิ้มที่มุมปาก  “เรื่องใหญ่น่ะ คงต่อจากนี้”

“เรื่องใหญ่?”  อีธานเลิกคิ้วถาม

“ผบ.วัลโด้ เรียกผมเข้าพบเป็นการส่วนตัวที่บ้าน ...เดาว่า อีกเดี๋ยวคุณเองก็คงโดนเหมือนกัน”

ที่บ้านงั้นเหรอ?  คฤหาสน์อันกว้างใหญ่ของวัลโด้นั้นมีส่วนหนึ่งถูกสร้างไว้ใช้เป็นฐานบัญชาการลับสำหรับหน่วยที่ตั้งขึ้นเพื่อรับคำสั่งเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ ซึ่งมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้  ดังนั้นหากทั้งเซทและอีธานถูกเรียกไปพบที่นั่น ก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่ว่าจริงๆ

“งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนล่ะ”  เซทกำลังจะตัดสัญญาณสื่อสาร แต่อีธานขัดขึ้น ...ก่อนที่จะถูกวัลโด้เรียกพบ อีธานคิดว่าเขาควรจะจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้นไปซะก่อน

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ช่วยคุมตัวลูโซ่ไว้ให้ด้วย ผมจะไปที่นั่นตอนนี้เลย”

เซทหรี่ตาลงเล็กน้อย  “ท่าทางไอ้เลือดสีแดงคนนั้น คงไม่ได้แค่เผลอเหยียบเท้าคุณสินะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #370 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:01
    แค้นนี้ต้องชำระ!
    #370
    0
  2. #249 Asce24 (@Asce24) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 19:31
    ต่อเร็วๆนะ คิดถึงจีแอลลล
    #249
    1
    • #249-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 50)
      26 สิงหาคม 2559 / 19:46
      คนแต่งก็คิดถึงจีแอลเช่นกันค่ะ ...เขาคือสีสัน T-T
      #249-1
  3. #248 Space_Wu (@mamu_mimi) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 18:10
    เย่ๆไรต์กลับมาแล้ว!! ^0^
    คิดถึงไรต์ ที่สำคัญคิดถึงจีแอลมากๆเลยเมื่อไหร่จีแอลจะมาน๊าาาา
    #248
    2
    • #248-2 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 50)
      26 สิงหาคม 2559 / 19:46
      อีธานมีแผนปฏิรูปการปกครอง (ฟังดูยิ่งใหญ่55) ตั้งแต่ยังไม่โดนจีแอลจับไปแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้พอกลับมาเขาจึงตั้งใจจะสืบหาตัวไส้ศึก และจะกวาดล้างคนที่กดขี่พวกเลือดสีแดงเป็นอันดับแรกค่ะ
      #248-2