Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 132 : ตอนพิเศษ : โชคชะตา...ครั้งใหม่ [31]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    4 ก.ค. 62

ในช่วงหลายวันมานี้วิชาของเคลย์สอนมีคนเข้าเรียนเยอะขึ้นมาก ที่นั่งซึ่งปกติจะว่างโล่งถูกจับจ้องจนเกือบเต็ม เพราะข่าวของวีนที่แผ่กระจายไปทั่ว ทำให้มุมมองที่มีต่ออาจารย์หนุ่มเปลี่ยนไปมาก กลุ่มเด็กเลือดสีน้ำเงินซึ่งปกติไม่ค่อยชอบใจในตัวตนของเคลย์ ก็เปิดใจเข้ามาลองฟังการสอนของเขา  เมื่อเข้าเรียนแล้วได้รับรู้ว่าการสอนของเคลย์น่าสนใจมาก การพูดปากต่อปากก็ทำให้คนเข้าเรียนเพิ่มมากขึ้นไปอีก  

ดังนั้นคำขอลาออกของเคลย์จึงยังไม่ได้รับการอนุมัติ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรอไปจนกว่าจะสิ้นสุดการสอนของปีนี้

เรื่องวุ่นวายในโรงเรียนจบลงอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ ..วีน ที่ถึงแม้จะไม่ต้องลาออก แต่ก็ได้รับการลงโทษ ต้องพักการเรียนไประยะหนึ่ง ต้องลงเรียนใหม่ในวิชาที่เคยทุจริต และต้องบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในโรงเรียนเป็นจำนวนหลายสิบชั่วโมง  

สังคมในซี-คอลเป็นส่วนเล็กๆ ความวุ่นวายถูกจำกัดวงได้โดยง่าย ในขณะที่แวดวงธุรกิจระดับใหญ่ยังเต็มไปด้วยคลื่นลมโหมกระหน่ำอยู่ กิจการของสโตนกรุ๊ป กำลังโดนทางการเซย์นตรวจสอบอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกิจการในเครือ กระทั่งบริษัทคู่ค้าต่างๆ ก็โดนเพ่งเล็งไปด้วยเช่นกัน สำหรับเคลย์ที่ถือว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง จึงแค่ตามข่าวอย่างเงียบๆ เท่านั้น

ทั้งที่ทุกอย่างรอบตัวของเขากลับมาปกติอย่างที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง แต่ในใจของเคลย์กลับไม่รู้สึกปลอดโปร่งนัก

ชายหนุ่มส่งสายตามองขึ้นไปยังที่นั่งด้านหลังห้องในส่วนซึ่งยกสูงขึ้นเป็นขั้นบันได เด็กหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนอีกสองสามคน  ดวงตาคู่สวยของเจ้าตัวหันมองไปด้านนอกผ่านหน้าต่างกระจกที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้สนใจมองมาหน้าชั้นเรียนสักนิด

นับจากวันที่ลูเซียสเดินจากไปเฉยๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ เด็กหนุ่มก็เหมือนหายไปจากวงจรชีวิตของเคลย์ จากที่เคยเข้ามาเกาะติดเคลย์แทบจะตลอดเวลา ก็ไปเงียบหายไปดื้อๆ เหมือนกับว่าอีกฝ่ายหมดความสนใจในตัวเขาแล้วอย่างนั้น

เป็นเรื่องปกติของเด็กในวัยนี้ที่ถูกกระตุ้นเร้าจากสิ่งรอบข้างได้ง่าย เพราะเคลย์ตกอยู่ในอันตรายต่อหน้าลูเซียส ความรู้สึกร่วมนั้นอาจจะทำให้ฝ่ายนั้นคิดว่าตัวเองได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ความรู้สึกเป็นห่วงอยากช่วยเหลือก็เลยเพิ่มสูงขึ้น แต่พอเรื่องจบลง...ทุกอย่างก็จืดจางไป

แบบนี้ก็ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว การที่อาจารย์กับนักเรียนสนิทสนมเกินควรย่อมไม่ใช่เรื่องที่เหมาะตั้งแต่แรก...แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่ในใจของเคลย์ก็ยังไม่ยอมสงบ ราวกับลูเซียสทิ้งหนามแหลมคมเอาไว้ในใจของเขา ทุกครั้งที่นึกถึงมันก็จะเจ็บยอกในอกขึ้นมา

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ กลับมาตั้งใจฟังการอภิปรายของนักเรียนคนหนึ่งแทน การโต้ตอบในชั้นเรียนดีขึ้นมาก มุมมองที่น่าสนใจในการสอนก็เพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่นักเรียนในชั้นที่ได้ความหลากหลายในความคิด ตัวของเคลย์เองก็เช่นกัน

“เรื่องนี้น่าสนใจมากเหมือนกัน”  เคลย์ปรบมือให้เด็กเลือดสีน้ำเงินคนหนึ่งที่เพิ่งพูดจบ  “ใครมีความคิดที่แตกต่างจากนี้บ้างไหม?”

โจเอลที่นั่งอยู่ข้างลูเซียสยกมือขึ้นจนสุดแขน

“ครับ...เชิญพูดได้”  เคลย์พยักหน้าให้อีกฝ่ายพูด

“เรื่องการพัฒนาศักยภาพของแต่ละชนเผ่าชัดเจนมาก โดยเฉพาะเลือดสีแดงที่เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนใช่ไหมครับ?”  โจเอลว่า ดวงตากลมโตของเขาเป็นประกาย

ชายหนุ่มพยักหน้า

“แล้วในแง่ของการถดถอยล่ะครับ? ในเมื่อมีกลุ่มหนึ่งที่มีการพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้น จะมีบางกลุ่มที่ด้อยพัฒนาลงได้หรือเปล่า?”

“เรื่องนี้ก็น่าสนใจนะครับ เพียงแต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาการวัดที่มากกว่านี้ถึงจะตอบได้”  เคลย์กล่าว

“นายจะบอกว่า ในขณะที่เลือดสีแดงเรียนรู้ได้ดีขึ้น ส่วนเลือดสีน้ำเงินอย่างเรากำลังด้อยลงหรือยังไง?”  เสียงใครคนหนึ่งแทรกขึ้น

“ไม่ได้ว่างั้นซะหน่อย”  โจเอลรีบบอก  “ก็แค่สงสัย”

เพราะเป็นการถกเถียงในเรื่องที่มีประโยชน์ เคลย์เลยเปิดโอกาสได้หลายคนได้พูดในเรื่องนี้โดยไม่ได้ห้าม บรรยากาศในห้องเรียนคึกคักขึ้น

“อันที่จริงมันก็อาจจะเป็นไปได้นะ ศักยภาพของคนใช่ว่าจะเป็นไปในแนวทางก้าวหน้าเสมอไป แล้วธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งในการคัดสรรสิ่งที่เหมาะสมอยู่ด้วย”

“ฉันว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ในจุดสูงสุดของระบบตังหาก ที่มีส่วนคัดสรรสิ่งต่างๆ ”

“แต่ชนเผ่าที่ยืนอยู่ในจุดสูงสุดมาก่อน อย่างเลือดสีเงินตอนนี้กลับสูญสิ้นไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”

“...เมื่อยี่สิบปีก่อนก็ได้ข่าวว่ามีคนพบเจอเลือดสีเงินนี่”

“นั่นมันแค่ข่าวลือไม่ใช่เหรอ? ในยุคของการต่อสู้ขัดแย้ง ข่าวสารก็ถูกปลอมแปลงมากมายซะจนไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จด้วยซ้ำ”

“ฉันเห็นด้วย เลือดสีเงินน่ะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ครั้งแรกนั้นแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นตลอดหลายสิบปีนี่เขาไปอยู่ซะที่ไหนหมด?”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่ชักเริ่มจะดังมากขึ้น ทำให้เคลย์คิดว่าต้องหยุดมันก่อนที่มันจะห่างไกลจากเรื่องที่เขาสอนมากไปกว่านี้  แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยพูดอะไร เสียงกระแทกของบางอย่างก็ดังขึ้น เรียกความเงียบจากในห้องเรียนให้กลับมา

ลูเซียสเพิ่งจะกระแทกหมัดกับโต๊ะ สีหน้าของเขาเรียบเฉยขณะลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินลงมาตามทาง มุ่งหน้าไปทางประตู

“เดี๋ยวก่อน” เคลย์เผลอตัวเรียกฝ่ายนั้นเอาไว้

เด็กหนุ่มหยุดฝีเท้าหันมาหา “ผมออกไปได้ใช่ไหม?”

เพราะเคลย์บอกไว้แต่แรกว่าวิชาของเขาสามารถเข้าออกจากห้องเรียนได้โดยตลอด เพราะงั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“...ได้”  เคลย์ตอบ 

ลูเซียสพยักหน้าครั้งหนึ่ง แล้วออกไปจากห้องทั้งอย่างนั้น

เคลย์ใช้มือแตะแผ่นอก สัมผัสได้ถึงอัญมณีสีแดงที่อยู่ภายใต้เสื้อ อาจจะเพราะสิ่งนี้ก็ได้ ทำให้ชายหนุ่มยังเหมือนมีสิ่งค้างคาอยู่

เครื่องรางที่ทำให้โชคดี...ถึงตอนนี้เขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล้ว

 

เคลย์ตัดสินใจปิดระบบการทำงานลง ทั้งที่ยังเหลืองานซึ่งต้องสะสางอยู่อีกจำนวนหนึ่ง เพราะมีจำนวนรายงานที่นักเรียนส่งมาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้เขาต้องใช้เวลามากขึ้นตามไปด้วย

เขาปิดห้องทำงาน สาวเท้าเร็วๆ ไปตามทางเดิน  ก่อนหยุดฝีเท้าบริเวณหน้าประตูโรงเรียนซึ่งเวลานี้มีบรรดานักเรียนหลายคนกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

“รอเดี๋ยว”  เคลย์ส่งเสียงเรียก โจเอลกับนีลที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากโรงเรียนเอาไว้

“อาจารย์เคลย์มีอะไรหรือครับ?”  โจเอลเบิกดวงตากลมของตัวเองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเคลย์

ชายหนุ่มมีหยาดเหงื่อซึมบริเวณหน้าผากจากสภาพอากาศอันอบอ้าว รีบสาวเท้ามาหา

“เอ่อ...”  เคลย์พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะกล่าวต่อ  “ลูเซียสล่ะ?”

เด็กหนุ่มทั้งสองหันมองหน้ากัน 

“อาจารย์หาตัวลูเซียสหรือครับ?”  โจเอลถาม

“อือ”

“หมอนั่นกลับไปก่อนหน้านี้สักพักแล้วล่ะ”  ฝ่ายนีลเป็นคนตอบ

“กลับไปแล้ว? แต่คลาสเรียนเพิ่งจะเลิก...”

“ลูเซียสออกก่อนเวลาน่ะครับ”  โจเอลว่า พร้อมกับย่นจมูก  “หมู่นี้ลูเซียสกลายเป็นเด็กไม่ดียิ่งกว่านีลซะอีก โดดเรียนกลับไปก่อนตั้งหลายหน”

นีลผลักไหล่ของเด็กหนุ่มช่างพูด  “ทำไมนายจะต้องเอาเรื่องไม่ดีมาเทียบกับฉันตลอดด้วยหะ?”

“ก็นายชอบโดดเรียนเหมือนกันนี่นา”  โจเอลว่า จากนั้นก็หันมาหาเคลอีกครั้ง  “อาจารย์มีอะไรกับลูเซียสหรือครับ? ยังไงฝากผมไปบอกแทนดีหรือเปล่า?”

“อ่ะ...ไม่เป็นไร”  เคลย์ตอบ

นับตั้งแต่ที่ลูเซียสออกจากการเรียนวิชาของเขาไปกลางคัน จนตอนนี้ชายหนุ่มยังไม่เจอหน้าอีกฝ่ายเลยสักครั้ง เมื่อก่อนเหมือนจะหันไปทางไหนก็เจอหน้าอยู่เสมอ แต่มาตอนนี้ขนาดดักรอที่หน้าประตูโรงเรียนก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา  เหมือนกำลังโดนหลบหน้าอยู่อย่างนั้น

ชายหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้า ระยะนี้ยังอยู่ในช่วงของฤดูฝน เมฆสีเทาจางกระจายไปทั่ว อากาศอบอ้าวและความชื้นก็มากกว่าปกติ  ดูท่าฝนคงกำลังจะตก ...เหมือนกับวันนั้น

“อาจารย์...อาจารย์ครับ?”

“เอ๋...”  เคลย์ชะงัก หันกลับมามองโจเอล  “โทษที เธอว่าอะไรนะ?”

“เขาถามว่าอาจารย์มีเรื่องอะไร?”  เมื่อเห็นเคลย์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ โจเอลก็อธิบายต่อ  “ผมส่งข้อความไปหาลูเซียสน่ะครับ เขาก็เลยถามว่าอาจารย์ตามหาเขามีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

เด็กหนุ่มร่างเล็กเพิ่งจะพูดใส่อุปกรณ์ทรงกลมขนาดเล็กของตัวเอง แล้วข้อความนั้นก็ถูกส่งไปหาลูเซียสอย่างรวดเร็ว เคลย์เองก็ลืมไปเลยว่าตัวเองก็มีช่องทางนี้อยู่เหมือนกัน เพราะตอนนั้นลูเซียสยืนยันจะเชื่อมต่อทางตรงนี้กับเขา บอกว่าเผื่อกรณีฉุกเฉิน แต่สุดท้ายเคลย์ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจริงๆ สักครั้ง

...หรือว่าเขาจะลองเป็นฝ่ายติดต่อไปหาดู

“ลูเซียสบอกว่า ถ้าอาจารย์มีอะไรสั่งไว้กับผมก็ได้น่ะ”  โจเอลว่า พร้อมยืดอกขึ้น ส่งรอยยิ้มที่ดูภูมิใจอยู่เล็กๆ มาให้

“นี่นาย...อย่าไปเข้าไปยุ่งเลยน่า”  นีลดึงแขนเพื่อนเอาไว้

“ไม่ได้ยุ่งซะหน่อย ฉันเป็นคนดี เรื่องแค่นี้เต็มใจช่วยอยู่แล้ว”

“นายจะยิ่งทำให้ยุ่งสิไม่ว่า”  นีลกลอกตา

“พูดอะไรของนาย”  โจเอลย่นจมูกใส่อีกฝ่าย

“ลูเซียสว่าอย่างนั้นเหรอ?”  เคลย์ถาม

“ใช่ครับ เขาบอกว่าให้อาจารย์ฝากทุกอย่างไว้ที่ผมได้เลย”  เด็กหนุ่มตบอกตัวเอง

ความหมายที่ได้ยินนั้นชัดเจน เขาไม่จำเป็นต้องไปเจอด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ฝ่ายนั้นดูเหมือนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้วจริงๆ

“เข้าใจแล้ว”  เคลย์พยักหน้าครั้งหนึ่ง

ชายหนุ่มถอดสร้อยคอออกจากคอ อัญมณีสีแดงเข้มลากผ่านแผ่นออก ก่อนจะหลุดพ้นผ่านศีรษะออกไป

“ฝากคืนให้ลูเซียสด้วย”  เคลย์ยื่นสร้อยไปให้โจเอล

“โห...อัญมณีสีแดง สวยจัง นี่ของลูเซียสเหรอครับ?”  โจเอลหยิบมันขึ้นมาดู

“พอดีมีเรื่องบังเอิญ เขาก็เลยฝากผมเอาไว้น่ะ”

เด็กหนุ่มพยักหน้า เก็บของในมือใส่กระเป๋าอย่างระวัง  “ผมจะเก็บอย่างดี แล้วค่อยส่งคืนให้ลูเซียสนะครับ อาจารย์ไม่ต้องห่วง”

“ขอบใจนะ”  เคลย์ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย จากนั้นก็เดินจากมา

น้ำหนักที่หายไปฉับพลันทำให้รู้สึกโล่งที่ช่วงคอ ในใจก็พลันว่างเปล่าขึ้นมาด้วย น่าจะเป็นเพราะสวมสร้อยเส้นนั้นมาตลอดหลายวันก็เลยรู้สึกอย่างนี้นั่นแหละ ไม่มีสาเหตุอื่นหรอก... เคลย์บอกตัวเอง

 

ในเมื่อจัดการธุระเสร็จเร็วกว่าที่คิด เคลย์จึงกลับไปที่ห้องทำงานอีกครั้ง เขาไม่อยากกลับห้องพักในตอนนี้ เลยเลือกที่จะสะสางงานที่ค้างอยู่แทน ทำงานให้เยอะไว้สมองจะได้ไม่ต้องคิดเรื่องไร้สาระ

หลังตรวจรายงานและเขียนข้อเสนอแนะจนเสร็จสิ้น ก็พบว่าเป็นเวลาค่ำมากแล้ว แถมได้ยินเสียงฝนดังแว่วมาจากด้านนอกห้องทำงานที่ค่อนข้างเก็บเสียง บ่งบอกว่าคงตกหนักอยู่ไม่น้อย

ชายหนุ่มถอนหายใจ คว้าสเปรย์กันน้ำออกมาจากลิ้นชักและฉีดพ่นมันบนเสื้อผ้า จะได้ไม่ต้องเปียกโชกด้วยความสะเพร่าอย่างคราวก่อน  หลังจากตรวจเช็คความเรียบร้อยของข้าวของต่างๆ แล้วเคลย์ก็ก้าวเท้าออกจากห้อง

ร่างโปร่งสาวเท้ายาวๆ ผ่านสายฝนออกจากโรงเรียน ก่อนตัดสินใจเลี้ยวเข้าทางสวนสาธารณะเพื่อมุ่งไปยังอีกฝากของถนน

“อาจารย์เคลย์”  เสียงเรียกที่ฟังแหบต่ำ ทำให้ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าหันไปมอง

เคลย์หรี่ดวงตา เพ่งมองไปยังใต้ต้นไม้  ...ชายหนุ่มที่จะสวมแว่นกรองแสงอยู่เป็นประจำ ยืนตรงนั้น ในจุดที่แสงจากไฟสาดเข้าไปไม่ถึง เกิดเป็นเงามืดทาบผ่านร่าง

“อาจารย์ฮาวี่?...มีอะไรหรือครับ?”

“รบกวนอาจารย์เคลย์ช่วยอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”  อีกฝ่ายพูด แต่ไม่ยอมก้าวเท้าออกมาจากจุดที่ยืนอยู่

“เรื่องอะไรครับ?”

“เรื่องของกลุ่มเด็กเลือดสีแดง ที่เคยถูกข้อหาทุจริตน่ะครับ”  ฮาวี่ตอบ  “ตอนนี้ผลตรวจออกมาแล้วเลยอยากให้คุณแสดงความคิดเห็นหน่อย”

“เรื่องนั้น...”  เคลย์ขมวดคิ้ว ก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่าย ในขณะที่ในหัวยังคงครุ่นคิด ...เรื่องนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฮาวี่สักนิด แถมคณะกรรมการตรวจสอบก็บอกว่าจะหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ได้ถึงจะทำการตรวจสอบอีกครั้ง ...นี่หาหลักฐานได้แล้วเหรอ?

เคลย์ชะงักฝีเท้า ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเรื่องนี้มีพิรุธเกินไป

“เอาไว้พรุ่งนี้ ผมค่อยดูดีกว่า”  เคลย์ตอบ  “วันนี้ผมต้องรีบกลับ”

“พรุ่งนี้เหรอ?...คงไม่ได้หรอกนะ”  ฮาวี่หัวเราะออกมา  “กว่าจะหาโอกาสแบบนี้ได้ ไม่ใช่ว่าจะง่ายเลยนะ”

“อะไรนะ?!  เคลย์ถอยเท้าไปด้านหลัง

“ไม่รู้ว่าไอ้เด็กเวรนั่น ทำอะไร...แต่เราหาตัวแกไม่ได้เลย พอเข้าใกล้ก็จะมีคลื่นรบกวนเครื่องมือของเราอยู่ตลอด ดังนั้นเราก็เลยยังไม่มีโอกาสซะที...จนวันนี้นี่แหละ”

ดวงตาสีดำเบิกกว้างขึ้น ในพริบตาที่รู้สึกว่าด้านหลังโดนประชิด บางอย่างก็แทงเข้ามาบริเวณด้านข้างของลำคอแล้ว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดบริเวณที่ถูกแทงอย่างกะทันหันตามมาด้วยหัวสมองที่ถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง เขากำลังถูกฉีดบางอย่างเข้ามาในร่าง

ทันทีที่คิดได้อย่างนั้น สติของเคลย์ก็พลันดับวูบลงไปแล้ว



===+++===+++===+++

เข้าสู่ช่วงท้ายแล้ว....เราต้องบู้ๆ กันหน่อยนะ  เดี๋ยวจะสู้รุ่นพ่อไม่ได้... (ใช่เหรอ???)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #798 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 21:46
    น้องโว้ยยยย อย่ามัวแต่งอน มาช่วยอาจารย์​ก่อนโว้ยยยยยยยย
    #798
    1
  2. #797 majinee_magic (@majinee_magic) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:52

    โอ้ยค้างงงงง จะรอตอนต่อไปนะคะ!

    #797
    1
    • #797-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      7 กรกฎาคม 2562 / 19:55
      ขอบคุณน้าาาา มาต่อแล้วจ้า
      #797-1
  3. #796 Bloody Moon (@jeerananeye) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 21:18

    อยากให้ครูสมาจัง (เหมือนไม่เชียร์พระเอกยังไงไม่รู้)
    #796
    1
    • #796-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      7 กรกฎาคม 2562 / 19:56
      555 ครูสก็ดีนะคะ แม้จะสูงวัยไปหน่อย แต่ก็ยังงานดีอยู่นะ
      #796-1
  4. #795 PYPOP (@babelilong) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:09

    อ้าว ค้างงงงงง

    #795
    1
    • #795-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:15
      ค้างนิดหน่อย... จะรีบมาต่อนะคะ ใกล้จบแล้วๆ
      #795-1
  5. #794 Zoul_Zap (@jane-1803) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:34
    อาจารย์แย่แล้วววววววววว
    #794
    1
  6. #793 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:10

    น้องต้องยุ่งๆ เรื่องช่วยอาจารย์อยู่แน่ๆ เลย เลยหายหน้าไป ใช่มะ ก็น้องเป็นพระเอกหนิ ต้องใช่ดิ
    #793
    2
    • #793-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:19
      ช่าย...พระเอกอะเนอะ 55

      แอบสปอยล์ จริงๆ ตอนแรกลูเซียสงอนนิดหน่อยค่ะ ก็เลยหายหน้าไป และต่อก็รุ้ว่าตัวเองโดนจับตาอยู่ ก็เลยตัดสินใจถอยห่างจากอาจารย์ก่อนค่ะ กลัวอาจารย์จะโดนลูกหลงไปด้วย แต่น้องคาดไม่ถึงก็คือพวกของฮาวี่เล็งอาจารย์อยู่ตังหาก พอสบโอกาสก็เลย...เป็นแบบนี้แหละค่ะ
      #793-1
  7. #792 Slowdrive (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:09

    อาจารย์เคลย์แย่แล้ว อาจารย์ฮาร์วี่นี่กัดไม่ปล่อยจริงๆ


    #792
    1
    • #792-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:20
      ฮาวี่มีแผนค่ะ รู้ว่าเล่นกับลูเซียสยากเกินไป ก็เลยหันมาทางอาจารย์แทน เพราะเห็นแล้วว่าอาจารย์เป็นคนที่ลูเซียสให้ความสำคัญมากๆ ค่ะ
      #792-1
  8. #791 PeacePls (@PeacePls) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:57
    น้องงงงงง!! อาจารย์แย่แล้ว
    คนนึงงอนอีกคนยังไม่รู้เลยว่าโดนน้องงอน
    ลูเซียสหนูลูกต้องชัดเจนแค่ไหนอาจารย์ถึงจะเข้าใจ ท้อใจแทนละเกิน
    ไม่ยอมคุยกันดีๆ งานเข้าแล้วววว
    #791
    1
    • #791-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:22
      อาจารย์ไม่รู้ว่าลูเซียสแอบงอนอยู่นิดหน่อยจริงๆ ค่ะ ลูเซียสงอนฟรีเลย ไม่มีคนง้อ 555
      แต่ต่อมาน้องก็หายงอนแล้วนะคะ แต่ตัดสินใจถอยห่างออกมาชั่วคราวเพราะกลัวอาจารย์โดนลูกหลงจากพวกที่ตามตัวเองอยู่ค่ะ
      #791-1
  9. #790 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:55
    รอออออ ตื่นเต้นไปหมด น้องงง อาจารย์โดนพาตัวไปแล้วน๊าา ตอนนี้แอบไม่ชอบโจเอลอะ
    #790
    1
    • #790-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:25
      โจเอลไม่ได้คิดร้ายหรอกค่ะ เขาเป็นพวกชอบยุ่ง ชอบช่วยคนอื่น ก็เลยอาสา ...(จริงๆ โจเอลก็แอบชอบลูเซียสอยู่นะคะ ถ้ารู้เรื่องของอาจารย์กับลูเซียสก็น่าจะหึงอยู่เหมือนกัน แต่โจเอลซื่อบื้อน่าจะมองไม่ออกหรอก55)
      #790-1
  10. #789 .tpvry (@ployiizaa) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:41
    ทำไมเคลย์ทำแบบนี้ฮืออออน้องต้องมาช่วยเร็วๆน้าาา ฮือออรอไรท์ต่อไปฮะ สู้ๆค่าา
    #789
    1
    • #789-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 132)
      5 กรกฎาคม 2562 / 14:26
      ลูเซียสก็บอกแล้วว่าถอดสร้อยเองจะโชคร้าย เห็นไหม ยังไม่ทันข้ามวันเลยโดนจับไปซะแล้วเนี่ยยย อาจารย์....
      #789-1