Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 130 : ตอนพิเศษ : โชคชะตา...ครั้งใหม่ [29]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

เคลย์ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายก็รู้สึกเบาสบายขึ้นมาก อาการปวดหัวก็หายไปแล้ว แสงสว่างจากด้านนอกเวลานี้เจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในห้อง บ่งบอกว่าเขาหลับไปนานทีเดียว

ร่างโปร่งพลิกตัวมาอีกด้าน แล้วสายตาก็ไปหยุดยังร่างสูงของใครบางคน ที่นอนขดตัวราวกับเด็กอยู่บนโซฟาแคบ ท่อนขายาวนั้นแทบจะชิดกับอก  ดูแล้วน่าอึดอัดจนคิดว่าไม่น่าจะมีใครหลับลงในสภาพนี้ได้

แต่...ลูเซียสก็เหมือนจะหลับอยู่จริงๆ

เมื่อคืนหลังจากกินยาลดไข้ไปแล้ว เคลย์ก็รู้สึกง่วงมาก ทั้งที่ฤทธิ์ยาไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น แต่กลับง่วงจนฝืนตัวเองไม่ไหว  ความทรงจำของเขาสิ้นสุดลงตรงที่ตัวเขาเอนซบลงไปกับอกของลูเซียส จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก

คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน ก่อนหน้านี้เขาก็เคยรู้สึกง่วงจนทนไม่ไหวแบบนี้ครั้งหนึ่งเหมือนกัน และตอนนั้นก็เป็นหลังจากดื่มของจากมือของลูเซียสเหมือนกันอีกด้วย

ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามทบทวนความทรงจำของตัวเอง

...เมื่อวาน หลังโดนเจ้าหน้าที่ของเซย์นสอบเป็นเวลานาน ครูสซึ่งทราบข่าวเพราะมีเลขาส่วนตัวช่วยรายงาน ก็เจียดเวลาก็มารับเคลย์ถึงที่สำนักงานฝ่ายเยาวชนของเขต แม้จะมีตำแหน่งสูงถึงผู้นำร่วม แต่ครูสไม่ได้ใช้อำนาจส่วนตัวในการช่วยเหลือเคลย์  อันที่จริงครูสไม่ถามด้วยซ้ำว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

ชายที่ล่วงเข้าวัยกลางคนมองหน้าเคลย์ ยิ้มให้และเพียงแค่พูดว่า  “เหนื่อยแย่เลยล่ะสิ”

เคลย์เองก็ตอบรับกลับไปว่า  “ครับ”

“ไปหาอะไรกินกันเถอะ”  พูดจบครูสพาเคลย์ไปกินอาหารเย็นยังร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้  อาหารก็รสชาติใช้ได้ เคลย์จึงผ่อนคลายขึ้นมาก

หลังจากอาหารที่สั่งเริ่มมาเสิร์ฟ ครูสก็เอ่ยชวนคุยเรื่องทั่วๆ ไป ตามปกติพวกเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกันบ่อยนัก แต่การพูดคุยก็ยังไหลรื่นไม่มีส่วนไหนที่ชวนให้อึดอัดเลย

หลังจากกินอาหารไปไม่น้อย เคลย์ก็เปิดใจว่าคิดลาออกจาก ซี-คอล เพราะครูสเป็นคนแนะนำให้เข้ามาทำงานที่นี่ เขาจึงคิดว่าถ้าจะลาออกก็ควรจะบอกกล่าวเจ้าตัวซะก่อน

“ไม่สบายใจที่จะสอนที่นั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?”  ครูสถาม 

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ”  เคลย์ตอบไปตามตรง  “เพียงแต่ผมคิดว่า บางทีผมอาจจะทำประโยชน์ได้มากกว่าถ้าเลือกจะรับงานสอนเต็มเวลาที่วิทยาลัยเลือดสีแดง”

ชายวัยกลางคนพยักหน้าช้าๆ จากนั้นก็สอบถามเรื่องการบรรยากาศในโรงเรียน และเหล่าเด็กนักเรียนที่เขาสอน และตอนนั้นเองที่เคลย์หลุดปากพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับลูเซียส ...เขาไม่ได้บอกชื่อ แต่ใช้คำว่า เด็กตัวปัญหาที่เข้ามาเกาะติด

“กำลังถูกจีบอยู่ไม่ใช่เหรอ?”  ครูสว่า

ร่างโปร่งเกือบจะสะดุ้ง ไม่คิดว่าครูสจะพูดออกมาอย่างนั้น เพราะเคลย์แค่เล่าคราวๆ และเว้นรายละเอียดในส่วนที่ว่าลูเซียสเคยจูบเขาไว้แล้วแท้ๆ

“ฉันว่าใช่นะ แถมเด็กนั่นกำลังรุกหนักเลยด้วยซ้ำ”  ครูสหัวเราะ เหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุก  “เธอนี่รู้สึกตัวช้าเกินไปหน่อยแล้ว”

เคลย์ทำหน้าพูดไม่ออก  “นั่นนักเรียนนะครับ”

“ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา ถ้าไม่นับเรื่องสถานะ อายุก็ห่างกันไม่เท่าไหร่นี่”

“มันไม่ใช่เรื่องที่จะคิดแบบนั้นได้นะครับ”

“เธอนี่จริงจังตลอดเลย”  ครูสยิ้ม  “งั้นฉันแนะนำในสถานะของครูกับนักเรียนก็แล้วกัน ฉันว่าเธอน่าจะลองเปิดใจให้เขาหน่อยนะ บางทีเขาอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้มองเห็นอะไรใหม่ๆ ในชีวิตก็ได้ใช่ไหมล่ะ?”

เคลย์ก้มหน้าลงขณะที่ครุ่นคิดถึงการกระทำหลายๆ อย่างของลูเซียส

“ลองคุยกับเขาดูสิ วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจกัน ก็คือการพูดคุยนี่นะ”

ชายหนุ่มพยักหน้า  “ผมจะลองคิดดูครับ”

คำแนะนำของครูสทำให้จิตใจของเคลย์สงบยิ่งขึ้น และกลับมาคิดว่าควรให้โอกาสลูเซียสอธิบายเรื่องต่างๆ อีกครั้ง ...แต่เมื่อครูสรู้ว่าตัวปัญหาที่ว่าคือลูเซียส เจ้าตัวก็เปลี่ยนคำพูดทันที

ลืมคำแนะนำของฉันไปให้หมด เพราะทุกอย่างมันใช้กับเคสนี้ไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าเธอไม่อยากมีชีวิตที่วุ่นวายไปตลอดล่ะก็ อยู่ให้ห่างๆ เขาเอาไว้

...ลูเซียส ไม่ใช่คนธรรมดางั้นเหรอ?  แล้วเขาเป็นใครกันล่ะ?

ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มซึ่งยังคงหลับใหลอยู่บนโซฟาทรงเตี้ย ความคิดของเขาว่างเปล่าอย่างหาคำตอบไม่ได้อยู่ครู่หนึ่ง จึงได้ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน

ทันทีที่ขยับตัว เคลย์ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแตะสัมผัสแผ่นอก จึงก้มลงมอง ...สร้อยคอเส้นหนึ่งสวมอยู่ที่คอ ส่วนปลายของมันห้อยด้วยอัญมณีสีแดงเจิดจ้า ตัวสร้อยเส้นบางถักทออย่างละเอียดอ่อน ตัวอัญมณีที่แม้จะเจียรนัยแบบหยาบๆ แต่ขนาดของมันก็ใหญ่เท่าปลายนิ้ว บ่งบอกว่าราคาคงไม่ใช่ถูกๆ

สร้อยเส้นนี้ไม่ใช่ของเขา ตลอดมาเคลย์ไม่เคยซื้อเครื่องประดับเลยสักชิ้น มันเป็นของสิ้นเปลืองที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความสนใจ

ตอนที่ชายหนุ่มตั้งท่าจะถอดสร้อยออกจากศีรษะ เสียงทุ้มห้าวของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น

“ห้ามถอดออกนะครับ”

เคลย์หันขวับไปมอง ลูเซียสลืมตาขึ้นแล้ว และกำลังจ้องมาทางนี้ ...ดวงตาสีฟ้าอมน้ำเงินที่สว่างใสของเจ้าตัวสวยงามมาก จนเคลย์รู้สึกว่ามันเปล่งประกายซะยิ่งกว่าอัญมณีชิ้นไหน

“ทำไม?” 

“มันเป็นเครื่องราง ใส่ไว้จะโชคดี”  ลูเซียสลุกขึ้นจากโซฟาเก่าแก่น่าอึดอัดที่ไม่มีอะไรเข้ากับตัวเขาเลย แม้จะแต่งกายธรรมดา แต่บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มบ่งบอกว่าเขาเป็นชนชั้นที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย รู้จักแต่ของที่ดีที่สุด ใช้แต่ของที่ดีที่สุดเสมอ

“ฉันไม่เชื่อเรื่องโชค”  เคลย์ตอบ

ตอนที่สร้อยกำลังจะพ้นช่วงศีรษะไป มือของเด็กหนุ่มก็มาประชิดตัว กุมมือทั้งสองข้างของเคลย์แล้วฝืนบังคับดันลงสร้อยคอมาตามเดิม

“ถอดไม่ได้จริงๆ นะครับ”  ลูเซียสกล่าวอีก  “อาจารย์ต้องใส่ไว้ตลอด”

“ทำไมฉันต้องฟังเรื่องไร้สาระอย่างนั้นด้วย”

เด็กหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ช้อนสายตาขึ้นมอง  “สร้อยนี่ผมได้มาจากชนเผ่าเลือดสีขาว เขาทำพิธีเอาไว้ ใส่แล้วจะโชคดี แต่ถ้าถอดออกโดยไม่ถูกวิธีละก็จะโชคร้ายไปตลอดเลยนะครับ”

“ไร้สาระ”

ลูเซียสเหยียดยิ้มที่มุมปาก  “เมื่อคืนนี้ผมถามอาจารย์แล้ว อาจารย์ก็รับปากว่าจะใส่นะครับ”

“โกหก...เมื่อคืนฉันหลังจากกินยาฉันจำอะไรแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” เคลย์หรี่ตามองคนพูด  “พูดถึงเรื่องนี้ เธอใส่อะไรให้ฉันนอกเหนือจากยาลดไข้หรือเปล่า?”

“อาจารย์หมายความว่ายังไง?”  เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น เอียงศีรษะเล็กน้อย ท่าทางที่ดูคล้ายกับเด็กน้อยในเวลาแบบนี้ทำให้เคลย์ใจอ่อนมาหลายหนแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเขม่นมองกลับไปอย่างแน่วแน่

“ยาลดไข้ ไม่ได้ทำให้ง่วงขนาดนั้น”

“เพราะอาจารย์พักผ่อนน้อยอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ? พอกินยาเข้าไปก็เลยหลับไปอย่างง่ายดาย ผมยังตกใจเลยตอนอาจารย์พิงมาซบผม”  อีกฝ่ายยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ว่าใครเห็นก็คงจ้องตาค้างเหมือนโดนสะกดกันทั้งนั้น และที่สำคัญดวงตาเรียวคู่นั้นก็หาพิรุธไม่ได้เลย

มีสองอย่างคือ ลูเซียสพูดความจริง หรือไม่ก็...โกหกเก่งมาก

“อย่าให้ฉันจับได้นะว่าเธอโกหก”

อีกฝ่ายเหมือนจะชะงักไปพริบตาหนึ่ง จากนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

“ถ้าผมโกหกจริงๆ ...อาจารย์จะเกลียดผมหรือครับ?”

เคลย์นิ่งเงียบจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับไป ...ลูเซียสมีบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่น ความคิด ไหวพริบ แววตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่า รังสีน่าหวาดหวั่นที่บางครั้งก็แผ่ออกมาจากร่าง ทุกอย่างที่ถูกลูเซียสแตะต้องเหมือนจะกลายเป็นสิ่งของที่ถูกเจ้าตัวสามารถยึดครองได้โดยง่าย

กระทั่งตัวของเขาเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ตอนถูกจูบเคลย์ขัดขืนไม่ได้เลย เหมือนร่างกายถูกครอบครองไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เรี่ยวแรงซึ่งแฝงอยู่ในร่างคนซึ่งยังไม่เติบโตเต็มที่ด้วยซ้ำนั้นมหาศาลจนขัดขืนไม่ได้

ลูเซียสเหมือนกับจ่าฝูง ที่ไม่ว่าใครก็ต้องยอมสยบลงต่อหน้า ต่อให้อยากเกลียด ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเกลียดได้

“อาจารย์...”  เด็กหนุ่มจับมือของเขาเอาไว้  “ใส่สร้อยไว้นะครับ ผมแค่อยากให้อาจารย์โชคดีเท่านั้นเอง ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง...นะครับ”

“ฉัน...”

“ถือว่าเป็นของขวัญก็แล้วกัน ดูสิมันเหมาะกับอาจารย์ออก”  ปลายนิ้วของเด็กหนุ่มแตะสัมผัสที่อัญมณีสีแดงเข้มนั้น แต่เคลย์กลับรู้สึกราวกับว่ามือของลูเซียสแทรกลึกเข้ามาในแผ่นอก และกำลังกอบกุมหัวใจของตัวเองเอาไว้อย่างนั้น

“ของขวัญราคาแพงแบบนี้ ฉันรับไม่ได้หรอก”

เด็กหนุ่มหัวเราะ  “ใครว่าราคาแพงล่ะครับ  มันเป็นของไม่มีราคาอะไรหรอก”

เคลย์ขมวดคิ้ว  ต่อให้เขาไม่มีความรู้เรื่องเครื่องประดับ แต่ก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นของที่ไม่ได้มีราคาคางวดอะไรได้

“มันเป็นแค่อัญมณีสังเคราะห์ ไม่ได้แพงอะไร”  ลูเซียสอธิบายเพิ่ม พร้อมส่งยิ้มให้  “ไม่งั้นเด็กอย่างผมจะซื้อมาได้ยังไงล่ะครับ”

เคลย์เถียงไม่ออกจริงๆ

“ใส่ไว้นะครับ แค่ช่วงนี้ก็ได้ ผมอยากให้อาจารย์โชคดี”  เด็กหนุ่มพูดอีก

“ก็ได้”  เคลย์ตอบรับอย่างเหนื่อยใจ  “ถือว่าฉันรับฝากไว้ระยะหนึ่งก็แล้วกัน”

“ครับ”  ลูเซียสยิ้ม...รอยยิ้มของเด็กหนุ่มเจิดจ้าจนเคลย์รู้สึกว่าดวงตาของตัวเองแทบจะถูกแผดเผาอยู่แล้ว

“ทำไมเธอไม่ยอมกลับบ้าน”

“ก็อาจารย์ไม่สบาย จะให้อยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะครับ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นมานั่งข้างๆ เคลย์

“ฉันดูแลตัวเองได้”  เคลย์ตอบเสียงเรียบ  “เธอกลับไปเถอะ เวลานี้ควรจะรีบไปโรงเรียนได้แล้ว”

“แล้วอาจารย์ล่ะครับ?”

“ฉัน...โดนพักงานอยู่”  ชายหนุ่มตอบไปตามตรง 

หัวคิ้วของลูเซียสย่นเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยเหมือนจะแฝงแววดุดันขึ้นมาแว้บหนึ่ง

“ผมไปโรงเรียนก็ได้...แต่ตอนนี้ผมหิวสุดๆ เลย เราหาอะไรกินกันก่อนได้ไหมครับ”

เคลย์ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ลูเซียสก็ชิงพูดต่อ

“เมื่อวานตอนเย็นผมกินเนื้อทอดจากร้านฝั่งตรงข้ามไปแค่นิดเดียวเอง”  เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย  “เค็มมากเลยนะครับ แถมพนักงานก็ท่าทางโหดเอาเรื่อง เอาแต่เขม่นผมตลอดเลย”

“ร้านนั้นน่ะเหรอ?”

“อย่าบอกนะว่านั่นร้านโปรดอาจารย์”

“ฉันก็แวะไปบ้าง เพราะว่ารู้จักกับเจ้าของร้านน่ะ”

“ถึงตอนนี้ลิ้นของอาจารย์ก็ยังรับรสได้ดีอยู่ใช่ไหมครับ?”

เคลย์หัวเราะ  “มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ บางเมนูก็รสชาติใช้ได้นั่นแหละ”

เด็กหนุ่มยิ้ม เบียดกายเข้าหา จนท่อนขาของพวกเขาชิดกัน  

“งั้น อาจารย์แนะนำเมนูที่ว่าให้ผมหน่อยนะ”

 

ได้อีกฝ่ายช่วยดูแลตอนป่วย แค่อาหารมื้อเดียวก็ไม่ยอมเลี้ยงคงจะใจดำไปหน่อย  ไม่ว่าลูเซียสจะเป็นใคร หรือต้องการอะไรก็ตาม เคลย์เลยคิดว่าจะมองข้ามมันไปก่อน

พวกเขาออกมาจากห้อง ในช่วงสาย ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่ยังคงไม่เปิด รวมถึงร้านที่ลูเซียสเอ่ยถึงก็เช่นกัน เคลย์จึงพาเด็กหนุ่มไปร้านยังห่างออกไปจากเดิมเล็กน้อย ที่นี่ขายอาหารเช้าแบบให้บริการตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นเมนูที่ทำจากขนมปังและไข่ และมีเครื่องดื่มฟรีให้เลือกมากมาย

ชายหนุ่มเห็นลูเซียสหันมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางสนใจ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าตัวคงไม่ค่อยชินกับการใช้บริการร้านอาหารประเภทที่เน้นความรวดเร็วแบบนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงชนชั้นกลางใช้บริการกันแทบจะเป็นปกติ โต๊ะที่นั่งเรียงรายเป็นแถวยาว ตู้กดอาหารตั้งติดผนัง ด้านบนมีจอภาพที่แสดงรายการข่าวสารด้านเศรษฐกิจ เรียงเป็นพรืด พร้อมด้วยเสียงบรรยายดังอยู่ในระดับที่พอเหมาะ

ลูเซียสเลือกกดเมนูที่สนใจมาสองอย่าง รับถาดอาหารซ้อนกันสองใบจากช่องรับ และเดินตามมายังมุมด้านหนึ่งซึ่งเคลย์นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“เสียดายที่ร้านนั้นยังไม่เปิดนะครับ ผมเลยไม่ได้รู้เลยว่าเมนูโปรดของอาจารย์คืออะไร”  เด็กหนุ่มทิ้งตัวนั่งข้างกับเคลย์ ทั้งที่เวลานี้ผู้คนในร้านมีไม่มาก แต่ลูเซียสก็ยังนั่งชิดราวกับที่วางมีจำกัด

“ถอยออกไปหน่อย”  เคลย์กล่าวเสียงเรียบ

“อ่า...” ลูเซียสครางเบาๆ แต่ก็ยอมขยับตัวห่างออกไปเล็กน้อย 

แล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นกินอาหาร ท่ามกลางเสียงพูดคุยผู้คนที่ดังแทรกมากับเสียงบรรยายเรื่องเศรษฐกิจที่ความคล่องตัวเพิ่มสูงขึ้น อันมีผลมาจากแผนพัฒนาและการขยายอาณาเขตของเซย์น

“นั่นบริษัทในเครือของสโตนกรุ๊ปนี่”  เสียงพูดของใครสักคนดังแว่วผ่านหู  “นี่ข่าวที่สองของวันแล้วนะ”

เคลย์เงยหน้าขึ้นจากอาหารของตัวเอง ไล่สายตาไปยังจอภาพซึ่งกำลังแสดงรายละเอียดข่าวเกี่ยวกับบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนเก็บพลังงานขนาดเล็ก อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่จะฝังอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดอายุการใช้งาน ...ข่าวบอกว่าบริษัทด้านเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งนี้ กำลังประสบปัญหาโดนไวรัสเล่นงาน สายการผลิตหยุดชะงักทั้งระบบ ความเสียหายอยู่ในระดับยังไม่อาจประเมินความเสียหายได้

“เมื่อเช้าก็มีข่าวว่า บริษัทหลักของสโตนกำลังจะถูกถอดจากการเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะร่วมขยายอาณาเขตเมือง เพราะถูกแฉว่าทำผิดกฎด้วยการกีดกันบริษัทรายย่อยไม่ให้เข้าร่วมโครงการ”

เคลย์หันไปมองคนพูดที่เป็นเลือดสีแดงวัยทำงานซึ่งนั่งรวมกลุ่มกันอยู่หลายคน

“โครงการที่ทำร่วมกับนครเซย์น นี่...มูลค่ามหาศาลเลยนะ”

“อันที่จริงไม่ใช่แค่สองเรื่องนี่นะ ...แต่ดูเหมือนทั้งองค์กรกำลังถูกพายุโจมตีอย่างหนักเลย” ใครอีกคนพูดต่อ “มีการเรียกร้องให้ตั้งข้อหาทางจริยธรรม เพราะบริษัทสั่งลดสวัสดิการสำหรับกลุ่มคนงานเลือดสีแดง  แถมยังมีข่าวลือว่ากระบวนการผลิตสินค้าบางอย่างในบริษัทลูก ก็มีสารปนเปื้อน ทางเซย์นกำลังสั่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ถ้าผลออกมาจริงก็จะต้องถูกสั่งปิดชั่วคราวแน่ๆ ”

เคลย์หันไปมองจอภาพในราย ที่กำลังรายงานถึงเรื่องสารปนเปื้อนในระบบผลิตสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่งขึ้นมาพอดี

“ไม่กินหรือครับ?” 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างตัวทำให้ชายหนุ่มหันมามอง พบว่าทางด้านของเด็กหนุ่มกำลังจ้องหน้าเขาอยู่ ถาดอาหารตรงหน้าถูกกวาดหมดเกลี้ยงไปแล้ว

“อาจารย์เหม่ออะไรอยู่ครับ?”  ลูเซียสยิ้มถาม

“แค่กำลังฟังข่าว”

“ข่าว?”

“เกี่ยวกับสโตนกรุ๊ป...”

ลูเซียสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองจอภาพ ที่มีคำบรรยายเรียงเป็นพรืดในร้านอาหาร จากนั้นก็ยักไหล่ แล้วหันมาหาเคลย์ 

“ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องเศรษฐกิจอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ฟังไปก็ไม่รู้เรื่อง”

เคลย์หรี่ตาลง ทำไมอยู่ๆ กลุ่มธรุกิจที่มีขนาดใหญ่อย่าง สโตน ถึงประสบปัญหาขึ้นมาได้ล่ะ? พวกเขาเป็นเลือดสีน้ำเงินที่มีรากฐานอันมั่นคงมาตั้งแต่ก่อนเซย์นจะถูกสถาปนาขึ้นมาซะด้วยซ้ำ

มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่ คนกล่าวหาตัวเขาทั้งเรื่องทุจริตในการให้คะแนน  ล่อลวง และล่วงละเมิดทางเพศ ก็เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของประธานองค์กรแห่งนี้

“ลูเซียส...เธอ...”

“ครับ?” 

เคลย์เม้มริมฝีปากตัวเองแน่น  นี่เขากำลังจะพูดอะไรออกไปกันแน่?! จะถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอหรือเปล่างั้นเหรอ?!

ชายหนุ่มตกใจเมื่อความคิดที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขาตอนนี้ก็คือ...ลูเซียสเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  ทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้นได้  เรื่องวุ่นวายของกลุ่มธุรกิจสโตนจะเกิดขึ้นเพราะฝีมือของคนคนเดียวอย่างลูเซียสได้ยังไงกัน ต่อให้ลูเซียสจะฉลาดเจ้าเล่ห์กว่าเด็กคนอื่น แล้วยังไงล่ะ? เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดคนหนึ่งเท่านั้นเอง  จะทำให้องค์กรขนาดใหญ่อย่างนั้นประสบปัญหาหนักได้ยังไง

เคลย์ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงคิดอย่างนั้นได้ ทั้งที่มันไม่มีทางเป็นไปได้แม้แต่น้อย

ไม่มีทางหรอก...ใช่ไหม?

“ทำไมอาจารย์มองผมอย่างนั้นล่ะครับ?”

“อ่า...โทษที”  เคลย์ก้มหน้าลงถาดอาหารของเขาเพิ่งจะพร่องลงไปแค่ครึ่งเดียว จากนั้นก็จับส้อมขึ้นมาเริ่มกินอีกครั้งแม้จะหมดความรู้สึกอยากอาหารไปแล้วก็ตาม

ตอนที่จะตักอาหารเข้าปากนั้นเอง เสียงสัญญาณจากอุปกรณ์ติดตามตัวของร่างโปร่งก็ส่งเสียงเตือนขึ้น เคลย์หยิบอุปกรณ์ชิ้นบางออกมาจากกระเป๋า เมื่อมองเห็นเป็นการติดต่อมาจากซี-คอล เขาก็สะบัดข้อมือครั้งหนึ่ง อุปกรณ์ในมือคลี่ขยายออกเป็นจอภาพใส ที่แสดงให้เห็นชายสูงอายุคนหนึ่ง

“มีเรื่องอะไรครับอาจารย์ ฮาเวิร์ด”  เคลย์เข้าเรื่องทันที  ฮาเวิร์ดเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการหลักของโรงเรียน เป็นชายเลือดสีน้ำเงินวัยเกือบหกสิบที่ซื่อตรงต่อหน้าที่มาก หากเขาติดต่อมาก็แสดงว่ามีเรื่องสำคัญจริงๆ

“อาจารย์เคลย์ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

เคลย์ขมวดคิ้ว  “ผมอยู่ในร้านอาหารแถวๆ ที่พักครับ”

“ผมอยากขอให้คนเข้ามาที่โรงเรียน ตอนนี้เลยได้หรือเปล่า?”

“ตอนนี้?”  ชายหนุ่มทวนคำด้วยความสงสัย  “แต่ผมถูกพักงานอยู่นะครับ จะให้เข้าไปที่โรงเรียนทำไม”

“คำสั่งพักงานนั้นผมยกเลิกให้แล้ว”  ชายชราว่า สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด

“ยกเลิก? ...นี่มีเรื่องอะไรกันแน่ครับ?”

“คุณมาที่โรงเรียนก่อนก็แล้วกัน เพราะคงต้องอธิบายกันยาวหน่อย”  ฮาเวิร์ดว่า

“งั้นก็ได้ครับ”  เคลย์ตอบรับทั้งที่ยังคงมีคำถามเต็มไปหมด

“อาจารย์ต้องไปโรงเรียนหรือครับ?”  เสียงของลูเซียสทำให้เคลย์ตื่นจากภวังค์ความคิด “ผมไม่ได้แอบฟังนะครับ แค่ได้ยินเฉยๆ”

เคลย์พยักหน้าตอบ  “ใช่”

“ผมก็ต้องไปเรียน...งั้นเราก็ไปพร้อมกันเลยนะครับ”

เคลย์มองรอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากของเด็กหนุ่ม แล้วรู้สึกกังวลขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #780 Miss Anna. (@tawan10240) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:49
    รอออออออ วี๊ดแรงมากกก
    #780
    1
    • #780-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:00
      ขอบคุณค่ะ...ติดตามกันไปจนจบด้วยน้า
      #780-1
  2. #779 Slowdrive (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:43

    เด็กมันร้ายยย อาจารย์เคลน์ที่สงสัยทั้งหมดนะถูกแล้ว

    เชื่อคำเตือนจองครูสบ้างดีมั้ย ไม่งั้นไม่รอดแน่ อิอิ

    #779
    1
    • #779-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:01
      นั่นสิๆ ...มีคนเตือนแล้วนะจารย์
      #779-1
  3. #778 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:16
    1) เจ้าแผนการขนาดนี้ จะหนีไปไหนรอดเนี่ย...

    2) ถ้าคิดตามที่ครูสพูด + อายุจริงน้องไม่ใช่ 17 แต่เป็น 14...
    ขอเดาว่า พอครูสรู้ว่านักเรียนคนนั้นเป็นลูเซียสเลยบอกให้อยู่ห่างๆ เพราะเดี๋ยว​จะกลายเป็นคดีพรากผู้เยาว์งี้หรือเปล่า ถึงแม้ว่าเคสนี้เด็กมันจะเป็นคนเริ่มก่อนก็เถอะ 5555 (ถ้ากฎหมายเซย์นกำหนดเรื่องนี้เหมือนกฎหมายไทยนะคะ 55555)​
    #778
    1
    • #778-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:03
      เจ้าเล่ห์ โกหกเก่งด้วย 55 ... น้องเป็นเด็ก14 ที่โกหกว่า 17 แต่หน้าเหมือน 18-19 โตเร็วก็เงี้ย

      สปอยล์ว่า ตอนอาจารย์รู้ความจริงเรื่องอายุ น้องจะลำบากอยู่ค่ะ (น้องจะอดกิน)
      #778-1
  4. #777 FaYonArT (@fayonart) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:04
    แหม่ เดาไม่อออกเล้ยยยยว่าฝีมือใคร 555
    #777
    1
    • #777-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:04
      ช่าย... อาจารย์ไม่รู้ (คนอื่นรู้หมด)
      #777-1
  5. #776 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:51
    สุดยอด ดูรู้เลยฝีมือใคร เด็กมันร้าย
    #776
    1
    • #776-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:04
      เด็กร้ายมาก โกหกเก่งด้วย เนียนตลอด
      #776-1
  6. #775 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 19:36

    โอ้โห~~~ เด็กนี่มันร้ายนะคะอาจารย์ ที่อาจารย์สงสัยน่ะ ถูกทุกอย่างเลยค่ะ ระแวงเอาไว้เยอะๆ นะคะอาจารย์ อาจารย์จะได้รอดพ้นมือเด็กนี่(ไปอีกจึ๋งนึง) ๕๕๕๕๕
    #775
    1
    • #775-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:05
      อาจารย์ต้องระวังตัวนะ เห็นใจๆ
      #775-1
  7. #774 majinee_magic (@majinee_magic) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 17:45

    ขอให้แฮชแท็ก #เด็กนี่มันรว้ายยยยยยย
    เป็นกำลังใจให้อยู่นะคะ <3

    #774
    1
    • #774-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:05
      ขอบคุณค่า ติดตามกันไปจนจบด้วยน้าาา
      #774-1
  8. วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 16:11
    ไม่ใช่ฝีมือลูเซียสคนเดียวเพราะยังไงก็ต้องมีคนช่วย ฮา //นวดไหล่คนเขียน รอเรื่องนี้ทุกวันเลยค่ะ
    #773
    2
    • #773-1 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 130)
      18 มิถุนายน 2562 / 12:21
      ช่วยนวดไหล่ด้วยคน
      รอตอนต่อไปเช่นกันค่าา
      #773-1
    • #773-2 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:06
      ขอบคุณมากๆ ค่า...จะพยายามนะคะ สู้! (อยากแต่งเร็วๆ แต่ความสามารถไม่อำนวย 55)
      #773-2
  9. #772 .tpvry (@ployiizaa) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 15:39
    อยากขอบคุณไรท์ที่ยังไม่ทิ้งกันไปน้าา ชอบเรื่องนี้มากๆฮะ เป็นกำลังใจให้งับ
    #772
    1
    • #772-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 130)
      22 มิถุนายน 2562 / 23:07
      ไม่ทิ้งค่า ยังไงต้องจบแน่นอน เหลืออีกไม่เยอะแล้วค่า

      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า
      #772-1