Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 115 : ตอนพิเศษ : โชคชะตา...ครั้งใหม่ [14]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    29 มี.ค. 62

ข้อกล่าวหาของลูเซียสเรื่องโกงการแข่งขันถูกปัดตกไป แต่สถิติอันสุดยอดของเขาก็ไม่ถูกบันทึกไปในระบบเช่นกัน ไม่รู้ว่าฮาวี่ไปคุยตกลงอะไรกับอาจารย์หญิงคนนั้น เรื่องที่ได้ออกมาเป็นแบบนี้ได้

แต่ก็เอาเถอะ ...ผลออกมาแบบนี้นับเป็นผลดีต่อตัวเขามากกว่าด้วยซ้ำ

หลังจากแยกกับเคลย์ที่หน้าห้องพักของชายหนุ่ม  ลูเซียสก็จำใจต้องกลับมายังห้องเรียนของวิชาช่วงบ่ายที่กำลังจะเริ่มต้น  

โจเอลหัวฟัดหัวเหวี่ยงทันทีที่ได้รู้ว่าเพื่อนใหม่ไม่มีสิทธิ์ได้มีชื่อติดอันดับการทำคะแนนสูงสุด เจ้าตัวเล็กพยายามจะร่างหนังสือประท้วง ส่งถึงกรรมการการแข่งขันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ในท้ายที่สุดลูเซียสก็ห้ามเอาไว้ได้

“ก็บอกแล้วนี่ว่าฉันแค่ดวงดี ประท้วงไปก็ไม่ยุติธรรมต่อคนที่เก่งจริงๆ ใช่ไหมล่ะ?” 

“แต่ว่า...นายอุตส่าห์มั่วได้ขนาดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”

ลูเซียสอยากจะขำแต่ก็ขำไม่ออก  “แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะน่า”

“เฮ้อ...”  โจเอลถอนหายใจ  “งั้นช่างมันก็ได้”

ลูเซียสยิ้มให้ ก่อนวางมือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มร่างเล็ก เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่ายนุ่มมากจนไม่เหมือนเส้นผมของเด็กผู้ชายสักเท่าไหร่

ตอนนั้นเองที่สายตาจากนีลซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวถัดไปก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินอ่อนจางซึ่งจ้องมองแสดงออกชัดว่ารู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทางที่ลูเซียสปฏิบัติกับโจเอลสักเท่าไหร่

เพราะอย่างนั้นเด็กหนุ่มร่างสูงเลยจงใจขยี้เส้นผมของโจเอลมากขึ้น จนมันยุ่งเหยิงไปทั้งหัว

“โอ๊ย พอเลย”  โจเอลหัวเราะ พยายามผลักมือของลูเซียสออก แต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก

นีลสะบัดหน้าไปทางอื่น ร่างสูงลุกขึ้นยืน ตั้งท่าจะออกไปจากห้อง

“เดี๋ยวนีล...นายจะไปไหน เดี๋ยวก็เริ่มเรียนแล้วนะ” เด็กหนุ่มร่างเล็กหันไปคว้าแขนเสื้อของฝ่ายนั้นไว้

“จะไปไหนก็เรื่องของฉัน”

“นายจะโดดอีกแล้วใช่ไหม?”  โจเอลดึงดัน ดวงตากลมโตจ้องนีลอยู่อย่างนั้น “อยู่เรียนเถอะน่า โดดบ่อยๆ ไม่ดีนะ วิชานี้อาจารย์ก็เช็คชื่อด้วย”

พอถูกค้าน แถมไม่ยอมปล่อยมือ นีลก็เลยยอมนั่งลงในที่สุด

วิชาปรัชญาในช่วงบ่ายนี้เริ่มขึ้นต่อจากนั้น ...มันน่าเบื่อมากสำหรับใครหลายๆ คน หรือพูดให้ชัดเจนอีกหน่อย ก็คือสำหรับทุกคนยกเว้นโจเอล

ลูเซียสรู้สึกอยากจะหลับเสียให้ได้ ปกติเขาไม่เคยง่วงขนาดนี้ แต่เพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน บวกกับต้องใช้สมองอย่างหนักกับแบบทดสอบวิชาการพวกนั้น จะบอกว่ามันไม่ทำให้เหนื่อยล้าเลยก็คงไม่ได้  การใช้สมองอยากหนักก็เป็นอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้เช่นกัน

ขณะที่กำลังจะครองสติไม่ไหวอยู่แล้ว อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคบนข้อมือก็สั่นไหว พร้อมกับส่งเสียงสัญญาณเตือนเบาๆ  เด็กหนุ่มสะดุ้งดวงตาสีน้ำเงินอมฟ้าเบิกกว้างขึ้น

หลังมองเช็คว่ารอบข้างไม่มีใครสนใจสักเท่าไหร่ เด็กหนุ่มก็รีบกดปุ่ม เรียกแป้นพิมพ์เสมือนออกมา เพื่อป้อนรหัสผ่านหลายขั้นตอน หลังจากนั้นเลนส์ที่ดวงตาข้างซ้าย ก็แสดงผลบางอย่างขึ้นมา

ผลของการอดหลับอดนอนเมื่อคืนดูเหมือนจะปรากฏออกมาแล้ว

เมื่อคืนลูเซียสเจาะระบบกล้องวงจรปิดของซี-คอลอีกครั้ง เพราะไม่ว่ายังไงเขายังค้างคาใจกับเรื่องการลอบทำร้ายที่เกิดขึ้นกับเคลย์ และการที่ภาพในช่วงเวลานั้นดันหายไปนั่นก็ยิ่งกระตุ้นให้ความอยากรู้มากขึ้นไปอีก

แม้อาจารย์หนุ่มจะยืนยันชัดเจนว่าไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ก็เถอะ แต่ยังไงลูเซียสก็เหมือนสอดขาเข้าไปยุ่งมากกว่าครึ่งตัวอยู่แล้ว ดังนั้นถึงจะถูกห้าม ก็ไม่ทำให้เขาหยุดความอยากรู้อยากเห็นได้อยู่ดี

เพราะภาพในช่วงเวลาสำคัญหายไป ทำให้หาคนร้ายไม่เจอ ...คราวนี้แทนที่จะมุ่งไปที่การกู้คืนข้อมูลที่ถูกทำลาย ลูเซียสเลือกจะหันเหความสนใจไปยังกล้องตัวอื่นซึ่งบันทึกภาพโดยรอบแทน

ลูเซียสตัดสินใจดัดแปลงโปรแกรมค้นหาขั้นสูงที่มีอยู่ในมือ ตั้งค่าให้มันตรวจจับบุคคลที่ตรงกับเงื่อนไขในความทรงจำของเขาในวันนั้น

...ใครสักคนที่วิ่งหายไป เป็นผู้ชายรูปร่างผอมแห้ง ใส่เสื้อแขนยาวสีแดงส้ม

โปรแกรมนี้ขึ้นจะเข้าไปในระบบของกล้องวงจรปิดทั้งหมดที่บันทึกไว้ ค้นหาเป้าหมาย เสื้อผ้า รูปร่างเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่เกิดเรื่อง รายละเอียดเล็กน้อยซับซ้อนพวกนี้ ทำให้กว่าเขาจะดัดแปลงระบบเสร็จเรียบร้อยก็ผ่านไปค่อนคืนแล้ว

ส่วนในของระบบยุ่งยากเสร็จก็จริง แต่กว่ามันจะควานหาผู้ต้องสงสัยจากผู้คนจำนวนผู้คนมากมายภายใต้คลังภาพเคลื่อนไหวจากกล้องหลายสิบตัวได้เจอนั้นก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อย  ลูเซียสปล่อยให้มันทำงานเปรียบเทียบไปเรื่อยๆ  โดยก่อนที่จะเข้านอน เขายังได้ตัดสินใจใส่ระบบตรวจจับตำแหน่งเพิ่มเข้าไปในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้หลังจากยืนยันตัวต้นของเป้าหมายได้แล้ว ระบบนี้จะเข้าไปค้นหา และจะแจ้งเตือนให้รู้ในทันทีว่าคนคนนั้นอยู่ในจุดไหนของซี-คอล

แค่แฮกกล้องวงจรปิดของโรงเรียนยังไม่พอ ลูเซียสยังแฝงตัวอยู่ในนั้น  ถ้าอีธานพ่อของเขารู้เรื่องเข้าล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะโดนลงโทษยังไง ...แต่เรื่องทั้งหมดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวอีธานจัดการส่งตัวลูกชายคนเดียว ให้ไปใช้เวลานานนับเดือนศึกษาเรื่องต่างๆ อยู่กับเพื่อนสนิทอย่างโทบี้ ลูเซียสก็คงทำอะไรอย่างนี้ไม่ได้แน่นอน

...จะโทษเขาคนเดียวก็ไม่ถูก จริงไหมล่ะ?

ลูเซียสกดปุ่มเรียกผลลัพธ์ขึ้นมา ภาพใครคนหนึ่งปรากฏขึ้น  ...เด็กหนุ่มรูปร่างสูงผอมแห้ง ใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยมจนเห็นสันกรามชัดเจน พอปรับมุมมองเป็นหน้าตรงแล้ว มันก็สร้างความรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

เด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนี้...มีดวงตาสีแดง

สำคัญกว่านั้น ...ตำแหน่งของเจ้าตัวในตอนนี้คือหน้าห้องทำงานของเคลย์

ลูเซียสรีบลุกขึ้นยืนในทันที

“นายจะไปไหนน่ะ”  โจเอลหันมาถาม

“มีธุระนิดหน่อย”  ลูเซียสตอบแค่นั้น แล้วพรวดพราดออกจากห้องไป โดยไม่สนใจอาจาย์ที่กำลังสอนอยู่สักนิด

เพราะเวลานี้เป็นชั่วโมงเรียน ภายนอกห้องเรียนจึงค่อนข้างเงียบสงบ ลูเซียสจึงใช้ฝีเท้าของตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าจะโดนใครมอง

เขาวิ่งเต็มกำลังไปตามทางเดิน ร่างกายร้อนขึ้นเล็กน้อย จังหวะการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เลนส์ของดวงตาข้างซ้ายยังแสดงผลของจอภาพอยู่ เพราะรีบเกินกว่าจะเสียเวลาออกจากระบบ

ประตูห้องพักที่อยู่ตรงหน้าปิดสนิท

“อาจารย์! ลูเซียสเรียกพร้อมกับใช้มือกระแทกแรงๆ หลายหน  “เคลย์!...เคลย์!

ขณะที่เขากำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่างกับประตูห้องพักที่ขวางหน้าอยู่นั้น เสียงทุ้มที่คุ้นหูก็ดังออกมาจากอีกดฝาก

“ลูเซียส?”  บานประตูเปิดออกช้าๆ พร้อมกับสีหน้าประหลาดใจของชายหนุ่ม  ดวงตาสีดำขลับของเจ้าตัวเบิกกว้างขึ้นขณะจับจ้อง  “เกิดอะไรขึ้น?”   

ลูเซียสก้าวเข้าไปด้านในโดยไม่ได้ตอบคำถาม ดวงตาเรียวสวยเวลานี้ดูดุดันจนน่าหวาดกลัวกวาดมองไปทั่วห้อง

เด็กหนุ่มเลือดสีแดงกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านในต่างพากันถอยเท้าไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ

คนที่ตามหา ยืนอยู่ด้านหลังสุดในกลุ่มนั้น สวมชุดโทนสีเทาดำ เส้นผมสีเข้มยาวปรกหน้า แต่ก็ซ่อนดวงตาสีแดงเล็กๆ คู่นั้นดูหลุกหลิกไม่ได้ ยิ่งพอมันสบเข้ากับสายตาคมกริบของลูเซียส เจ้าตัวสะดุ้งรีบก้มหน้าลงทันที

“ลูเซียส...”  เคลย์ก้าวตามมาด้านหลัง  “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมานี่ล่ะ ไม่ใช่ว่ากำลังเรียนอยู่หรือไง?”

ลูเซียสได้สติขึ้น เขาหันไปมองสำรวจร่างของชายหนุ่มตรงหน้าอีกทั้ง จากนั้นจึงได้เอ่ยขึ้น

“แล้วพวกนี้ล่ะ มาทำไม ไม่ใช่ว่าต้องเรียนเหมือนกันหรือไงครับ?”

“เขาไม่มีเรียน ก็เลยมาขอให้ฉันช่วยดูโครงงานวิจัยให้”  เคลย์ตอบ พลางก้าวเท้าเข้ามายืนขวางด้านหน้าเอาไว้ 

“แต่อาจารย์ไม่ได้สอนโครงงานวิจัย”

“ก็ใช่...แต่พวกเขาไม่สะดวกขอร้องอาจารย์คนอื่น”  สายตาของเคลย์หรี่ลงเล็กน้อย  “จะบอกได้หรือยังว่ามีอะไรถึงได้รีบร้อนมานี่”

ลูเซียสหันไปมองกลุ่มเด็กหนุ่มเลือดสีแดงอีกครั้ง เริ่มคิดว่าจะเอายังไงดี ถ้าบอกเรื่องที่เขาควานหาตัวคนร้ายโดยพลการ รวมไปถึงวิธีการพวกนั้น ก็ไม่รู้ว่าเคลย์จะคิดยังไง  เขาพรวดพราดมานี่ก็เพราะคิดว่าอาจจะเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นอีก จึงไม่ได้เตรียมข้ออ้างอะไรมาเลยสักอย่าง

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปหากลุ่มเด็กหนุ่มเลือดสีแดง  “พวกเธอกลับไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวผมช่วยดูแล้วจะเขียนคำแนะนำส่งไปให้”

“ครับ”  กลุ่มเด็กหนุ่มพวกนั้นพากันเดินออกไป ในขณะที่ลูเซียสคิดอยากจะไปคว้าตัวคนร้ายเอาไว้ใจจะขาด แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ยืนดูเฉยๆ

“เอาล่ะ...”  เคลย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ส่วนสูงที่น้อยกว่าเล็กน้อยทำให้เจ้าตัวต้องเงยหน้าขึ้นมอง  “ไม่มีคนอื่นแล้ว บอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น”

การที่เคลย์ให้คนอื่นๆ ออกไป เลือกที่จะให้ความสนใจกับลูเซียสมากกว่า ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกว่ามันช่วยทำให้ร่างกายที่เครียดเกร็งของเขาผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ

“ผมเป็นห่วงอาจารย์ครับ” 

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น

“กระจกนิรภัย เปลี่ยนใหม่แล้วใช่ไหมครับ?”

“อ่า”  เคลย์รู้สึกสับสนกับเรื่องที่ลูเซียสพูดออกมาไม่น้อย  “ที่เธอมานี่ก็เพื่อ...จะถามเรื่องแค่นี้เหรอ?”

“ไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะครับ เป็นเรื่องสำคัญตังหาก”

เคลย์ชี้นิ้วไปที่กระจกที่เวลานี้ใสเงาอยู่ด้านหลัง  “เปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อเช้า”

“งั้นก็ดีครับ”  ลูเซียสยิ้มตอบ

“แค่นี้?”

“แค่นี้ล่ะครับ”

“ให้ตายเถอะ ทำไมเธอชอบทำให้คนอื่นตกใจอยู่เรื่อยเลยนะ”  ชายหนุ่มถอนหายใจ

“พวกเด็กกลุ่มเมื่อกี้ ใช่พวกเดียวกับเด็กทุจริตที่ผมได้ยินอาจารย์คนนั้นพูดก่อนหน้านี้ไหมครับ?”

เคลย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ  “พวกเขาแค่ถูกข้อกล่าวหาว่าทุจริตข้อสอบ ส่วนหลักฐานนั้นก็ยังน้อยเกินไปที่จะชี้ชัดได้ เป็นแค่การถูกกล่าวหา ยังไม่ได้หมายความว่าพวกเขากระทำผิดจริงๆ”

ถูกกล่าวหา... ก็อาจจะเหมือนสิ่งที่ลูเซียสเพิ่งจะโดนมาก็ได้

“อาจารย์เชื่อใจพวกเขาหรือครับ ว่าพวกเขาไม่ได้ทุจริตจริงๆ”

“เชื่อสิ จนกว่าจะมีหลักฐานที่แน่ชัด ฉันก็ควรจะเชื่อใจพวกเขา”

“ถ้ามีใครสักคนทำผิดล่ะ จะไม่เป็นการเข้าข้างคนผิดเหรอ”

เคลย์เงยหน้าสบสายตากับลูเซียส 

“เด็กพวกนั้นไม่มีคนอื่น พวกเขาเป็นส่วนน้อยของเลือดสีแดงที่สามารถผ่านการคัดเลือกให้เข้าเรียนที่นี่ได้ ทุกคนก้าวเข้ามาด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง...แต่สังคมที่นี่ไม่ได้ต้อนรับพวกเขาง่ายดายขนาดนั้น ในหลายๆ เรื่องพวกเขาก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่า”

ดวงตาสีดำของเคลย์แฝงความรู้สึกบางอย่าง เหมือนกับว่าเขากำลังบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างนั้น  

“ฉันแค่เป็นที่พึ่งให้พวกเขา เท่าที่ทำได้”

“ผมเข้าใจแล้วครับ”  ลูเซียสพยักหน้า  “แต่ก็อยากให้อาจารย์ระวังตัวไว้เหมือนกัน บางคนอาจจะเป็นตัวปัญหาจริงๆ ก็ได้” 

“ถ้าวัดกันจริงๆ ตัวปัญหาที่ว่า น่าจะเป็นคนที่อยู่ตรงหน้าฉันมากกว่าไม่ใช่เหรอ?”

“เอ๊ะ...ผมเหรอ?”

“เธอเพิ่งเข้าเรียนมาได้แค่ไม่กี่วัน ก็ชื่อดังทั่วโรงเรียนแล้ว ไหนจะเรื่องพฤติกรรมแปลก การไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ...มองยังไงฉันก็ว่าเธอน่าจะมีปัญหามากกว่าพวกนั้นซะอีก”

“นั่นก็...อาจจะใช่”  ลูเซียสหัวเราะ  “แล้วถึงอย่างนั้นอาจารย์จะยังเชื่อใจผมเหมือนกันหรือเปล่า?”

เคลย์นิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ “เชื่อ”

แค่คำเดียวที่อีกฝ่ายพูดออกมา ทำให้ลูเซียสรู้สึกว่าภายในใจของเขาเต็มตื้นขึ้น แม้ตัวตนของเคลย์จะยังมีหลายอย่างที่ลูเซียสยังไม่รู้ แต่สิ่งเหล่านั้นถูกพัดปลิวไปเหมือนเศษผงแล้ว

คนคนนี้ ...กำลังสร้างที่พิเศษในใจของลูเซียส และลูเซียสก็ไม่รู้เลยว่าต่อไป ที่แห่งนั้นก็จะขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเขาไม่สามารถเหลือที่ว่างให้ใครอื่นอีกได้

“ตาของเธอ...”  อยู่ๆ เคลย์ก็ยื่นมือออกมา ปลายนิ้ววางลงที่บริเวณหางตาข้างซ้ายแผ่วเบา

ลูเซียสชะงักค้าง

“ถ้าดูดีๆ ตาของเธอข้างนี้ดูเหมือนว่าจะมีสีแปลกกว่าอีกข้างนิดหนึ่งนะ”

“ตาข้างนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ”  ลูเซียสใช้ปลายนิ้วกดคลึงดวงตาเบาๆ ...เพราะเขาลืมปิดระบบเลนส์จอภาพ ทำให้ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นความต่างอันเล็กน้อยเมื่อมันสะท้อนกับแสง

“เห็นไม่ชัดเหรอ?”

“เปล่าครับ...แค่มัน...แตกต่าง”  เด็กหนุ่มไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ถามอะไรต่อ เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อน  “อาจารย์...เย็นนี้ผมไปบ้านอาจารย์ได้ไหมครับ?”

เคลย์มุ่นหัวคิ้ว  “ทำไม?”

“เพราะเมื่อวานผมบอกแล้วนี่ว่าจะซื้ออาหารไปใช้คืนให้”

“เรื่องนั้นไม่ต้องหรอก ของแค่นั้นเอง แล้วอีกอย่างฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าห้ามไปแถวนั้นอีก”  เคลย์กล่าว น้ำเสียงที่ผ่อนคลายก่อนหน้านี้กลับมาเข้มงวดจริงจังอีกครั้ง

“เรื่องนั้นผมไม่ได้รับปากซะหน่อย”

“นี่เธอ...”

“ถ้าเป็นห่วงว่าผมไปคนเดียวจะอันตราย งั้นเรากลับพร้อมกัน”  ลูเซียสส่งยิ้มให้  “แบบนี้จะดีกว่าสินะครับ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #649 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 04:12
    อิน้องงงงงง 555555 เอาอีกๆ
    #649
    1
  2. #648 FaYonArT (@fayonart) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:58
    รุกแรงนะคะน้อง 555 ค่อยๆเนียนไปจ้ะ
    #648
    1
  3. #647 Zoul_Zap (@jane-1803) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:38
    แน่ะๆ. รุกเอาๆ เชียว
    #647
    1
    • #647-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 115)
      30 มีนาคม 2562 / 09:15
      ยังเด็กอยู่ ก็เลยใจร้อนนิดหนึ่ง (แต่สมัยขุ่นแม่ รุกหนักกว่านี้ ยังไม่ค่อยได้ผลเลยเนอะ 55)
      #647-1
  4. #646 AnnieAnnj89 (@AnnieAnnj89) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:08
    แน่ะ อย่ามาเนียน
    #646
    1
  5. #645 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:16

    อย่ามาทำเป็นไสย์ๆ นะลูเซียส นายมันก็ไสย์แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ //อาจ๊ารย์!!!~~ หนีป๊ายยยยย~~~
    #645
    1
    • #645-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 115)
      30 มีนาคม 2562 / 09:16
      อาจารย์หนีปายยยยย.... แต่จารย์ช้าแบบนี้ หนีไม่ทันแน่เลยอะ
      #645-1
  6. #644 PeacePls (@PeacePls) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:58
    ลูเซียสทำดีมาก น้องรุกหนักแล้ว อาจารย์หนีไม่พ้นแล้วล่ะ
    #644
    1
  7. #643 Slowdrive (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:32

    ร้ายจริงๆ พ่อคุณ

    #643
    1
  8. #642 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:09
    ร้ายมากกก รู้สืกอยากอ่านอีกค่ะ
    #642
    1
  9. #641 Bloody Moon (@jeerananeye) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:05
    ร้ายอ่ะ
    #641
    1